กพย. - ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา

กพย. - ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบ?

ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา ได้ดำเนินการด้านระบบยามาอย่างต่อเนื่อง และได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการจัดทำรายงานแผนพัฒนาระบบยาเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคปี 2550 ด้วยเล็งเห็นความสำคัญของผลกระทบจากความเสี่ยงที่เกิดจากระบบยาที่มีต่อสุขภาพ หากมีกลไกที่เข้มแข็งในการติดตามเฝ้าระวังและจัดการความรู้เพื่อพัฒนาระบบยา จะสามารถลดความเสี่ยงและป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ เป็นประโยชน์ต่อการสร้างเสริมสุขภาพ

ขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ประกอบการ หรือประชาชนที่สนใจ เข้ารับการอบรม"หลักสูตรกัญชาทางการแพทย์เบื้องต้นสำหรับผู้ให้คำแนะน...
12/04/2026

ขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ประกอบการ หรือประชาชนที่สนใจ เข้ารับการอบรม
"หลักสูตรกัญชาทางการแพทย์เบื้องต้นสำหรับผู้ให้คำแนะนำกัญชา"
ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงาน ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 และการใช้กัญชาทางการแพทย์ที่ถูกต้อง
หลักสูตรนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานประจำสถานประกอบการสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์ที่ถูกต้อง ปลอดภัย และช่วยเฝ้าระวังผลกระทบทางลบต่อสุขภาพของผู้ใช้กัญชาในการรักษา/ดูแลสุขภาพได้
อบรมออนไลน์ ผ่านระบบ DTAM MOOC ตามลิ้งค์ https://mooc.dtam.moph.go.th/
รับใบประกาศ (อิเล็กทรอนิกส์) หลังผ่านการอบรม โดยดาวโหลดจากระบบ

ขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ประกอบการ หรือประชาชนที่สนใจ เข้ารับการอบรม

"หลักสูตรกัญชาทางการแพทย์เบื้องต้นสำหรับผู้ให้คำแนะนำกัญชา"

ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงาน ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 และการใช้กัญชาทางการแพทย์ที่ถูกต้อง

หลักสูตรนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานประจำสถานประกอบการสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์ที่ถูกต้อง ปลอดภัย และช่วยเฝ้าระวังผลกระทบทางลบต่อสุขภาพของผู้ใช้กัญชาในการรักษา/ดูแลสุขภาพได้

อบรมออนไลน์ ผ่านระบบ DTAM MOOC ตามลิ้งค์ https://mooc.dtam.moph.go.th/

รับใบประกาศ (อิเล็กทรอนิกส์) หลังผ่านการอบรม โดยดาวโหลดจากระบบ

มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่  เชิญชวนร่วมรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2569 ในประเด็น  “หยุดยั้งเยาวชนจากยาเสพติด...
11/04/2026

มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เชิญชวนร่วมรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2569 ในประเด็น “หยุดยั้งเยาวชนจากยาเสพติด #นิโคตินเสพติด จน ตาย"
องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้วันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก โดยในปีนี้องค์การอนามัยโลกได้กำหนดประเด็นการรณรงค์ไว้ว่า “Unmasking the appeal – countering ni****ne and to***co addiction” เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงกลยุทธ์ที่อุตสาหกรรมยาสูบใช้ทำการตลาดเพื่อดึงดูดผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน
ได้มีการพัฒนาและผลิตสื่อรณรงค์ ประกอบด้วย โปสเตอร์ ชุดข้อมูล สติกเกอร์ แผ่นพับ และพัดรณรงค์ สำหรับสื่อสารให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงอันตรายของการเสพติดบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงร่วมกันเผยแพร่สื่อรณรงค์ในพื้นที่

ผู้ที่สนใจใช้สื่อเพื่อการรณรงค์ สามารถดำเนินการได้ดังนี้

1. ดาวโหลดสื่อผ่านเว็บไซต์ www.smokefreezone.or.th และนำไปผลิตด้วยตนเอง ตามวัสดุและรูปแบบที่ต้องการอันเหมาะสมกับกิจกรรม

2.แจ้งความประสงค์การขอรับสื่อผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งจาก

3 ช่องทาง ได้แก่
- กรอกขอรับสื่อผ่าน Google Form > https://forms.gle/yueKpKtVeykeGMUo7
- กรอกแบบฟอร์มและส่งกลับทางอีเมล
- กรอกแบบฟอร์มส่งกลับทางไลน์แอด

ส่งกลับมาที่มูลนิธิฯ ภายในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 โดยจะจัดส่งสื่อรณรงค์ดังกล่าวให้ท่านตามลำดับวันที่ได้รับการตอบกลับไปยังมูลนิธิรณรงค์ฯ

หากส่งใบตอบรับเกินจากวันที่กำหนด (สามารถส่งแบบฟอร์มได้ต่อเนื่อง) สงวนสิทธิ์ในการพิจารณาสนับสนุนตามความเหมาะสม

แบบฟอร์มการเบิกสื่อเพื่อการเผยแพร่ 31 พฤษภาคม 2569
“นิโคตินเสพติด จน ตาย”
สามารถดาวน์โหลดได้ที่ : https://www.ashthailand.or.th/content/detail/96/893/10
#มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่

ระดมภาคีออนไลน์ แก้ปัญหาสเตียรอยด์ปลอมปนในสมุนไพรและยาชุด(10 เมษายน 2569) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จัดประชุมใน...
10/04/2026

ระดมภาคีออนไลน์ แก้ปัญหาสเตียรอยด์ปลอมปนในสมุนไพรและยาชุด
(10 เมษายน 2569) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จัดประชุมในรูปแบบออนไลน์ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.), เครือข่าย “ตาไวรู้ทันภัยสุขภาพ”, สภาองค์กรของผู้บริโภค รวมถึงสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และโรงพยาบาลชุมชน เพื่อระดมข้อเสนอแนะในการเตรียมมาตรการจัดการปัญหาการปลอมปนสเตียรอยด์ในผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยาโบราณ และยาชุด ซึ่งยังคงส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
กพย. ได้ทำงานขับเคลื่อนประเด็นสเตียรอยด์มาอย่างยาวนาน ทั้งการผลักดันเชิงนโยบายผ่านสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ การผลิตสื่อสาธารณะ และการสร้างเครือข่ายเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาในทุกระดับ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ ขณะที่ปัจจุบันยังพบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรหรืออาหารเสริมที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน รวมถึงยาชุดผิดกฎหมายผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น ยาผงจินดามณี และยาชุดห้าเม็ดสามสี ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการจัดการอย่างจริงจัง
ข้อมูลและสื่อที่เกี่ยวข้องกับสเตียรอยด์:

- มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง “การจัดการสเตอรอยด์ที่คุกคามสุขภาพคนไทย” : https://www.samatcha.org/site/resolution/913835c3-8dca-4880-82c5-2cd2c7c54c14/detail

- หนังสือ อย่าปล่อยให้สเตียรอยด์ลอยนวล : www.thaidrugwatch.org/download/otherprint/steroid_dangerous.pdf

- ยาวิพากษ์ฉบับที่ 15: อย่าให้สเตียรอยด์ลอยนวล (อีกต่อไป) : www.thaidrugwatch.org/download/series/series15.pdf

- ยาวิพากษ์ฉบับที่ 22: จุดคานงัด...การควบคุมการกระจายสเตียรอยด์ : www.thaidrugwatch.org/download/series/series22.pdf
#สเตียรอยด์ #ยาชุด #สมุนไพร #กพย

สารเคมีตกค้างในอาหาร ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นความปลอดภัยเฉพาะหน้า แต่มีความเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพระยะยาว เช่น โรคไม่ติดต่...
09/04/2026

สารเคมีตกค้างในอาหาร ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นความปลอดภัยเฉพาะหน้า แต่มีความเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพระยะยาว เช่น โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และการเกิดเชื้อดื้อยา โดยสารเคมีจากการเกษตรสามารถเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร และสะสมในร่างกายมนุษย์ ส่งผลต่อระบบต่าง ๆ และเพิ่มความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง
นอกจากนี้ ระบบอาหารที่มีการใช้สารเคมีและยาปฏิชีวนะอย่างเข้มข้น ยังอาจเร่งให้เกิด “เชื้อดื้อยา” ผ่านสิ่งแวดล้อมและอาหารที่ปนเปื้อน ซึ่งสะท้อนว่าปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภาคเกษตร แต่เป็นความเสี่ยงเชิงระบบที่ต้องอาศัยการจัดการทั้งห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่การผลิต การควบคุมสารเคมี ไปจนถึงการคุ้มครองผู้บริโภค

#สารเคมีตกค้าง #เชื้อดื้อยา #ความปลอดภัยอาหาร #กพย

ไม่ว่าจะเป็นผัดกะเพราไก่ไข่ดาว แกงจืดผักรวม หรือสลัดผักสดที่ซื้อจากห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาหารเหล่านี้ด...

ปัญหาเชื้อดื้อยาในอินเดีย แต่ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ภายในประเทศอินเดียบทความจาก Aeon ชี้ให้เห็นว่าปัญหาเชื้อดื้อยาปฏิชี...
09/04/2026

ปัญหาเชื้อดื้อยาในอินเดีย แต่ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ภายในประเทศอินเดีย
บทความจาก Aeon ชี้ให้เห็นว่าปัญหาเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะพื้นที่ แต่เป็นวิกฤตระดับโลก โดยอินเดียถูกมองว่าเป็นหนึ่งในจุดเร่งสำคัญ เนื่องจากการเข้าถึงยาปฏิชีวนะได้ง่าย การใช้ยาอย่างไม่เหมาะสม ระบบสาธารณสุขและสุขาภิบาลที่ยังมีช่องว่าง รวมถึงการใช้ยาในภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ซึ่งล้วนเอื้อต่อการเกิดและแพร่กระจายของเชื้อดื้อยา
เชื้อดื้อยาสามารถแพร่ข้ามพรมแดน ผ่านการเดินทาง อาหาร การค้า และสิ่งแวดล้อม ทำให้ปัญหานี้เชื่อมโยงกับทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม และห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
ปัญหา "เชื้อดื้อยา" จึงไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของการใช้ยาในระดับบุคคล แต่เป็นปัญหาของ “ระบบนิเวศของยา” ที่ต้องอาศัยความร่วมมือในระดับนานาชาติเพื่อควบคุมและแก้ไขอย่างยั่งยืน
#ยาปฏิชีวนะ #เชื้อดื้อยา #กพย

Easy access to desperately needed drugs has made India the global accelerant of our antimicrobial resistance crisis

🚫 “ยาชุด” เม็ดสีสวย แต่อันตรายกว่าที่คิด“ยาชุด” คือยาที่ไม่ทราบชนิดแน่ชัดและถูกจัดรวมกันโดยไม่มีมาตรฐาน อาจมีการผสมยาแก้...
09/04/2026

🚫 “ยาชุด” เม็ดสีสวย แต่อันตรายกว่าที่คิด
“ยาชุด” คือยาที่ไม่ทราบชนิดแน่ชัดและถูกจัดรวมกันโดยไม่มีมาตรฐาน อาจมีการผสมยาแก้ปวด สเตียรอยด์ หรือสารออกฤทธิ์อื่นในขนาดที่ไม่เหมาะสม ทำให้ผู้ใช้ได้รับยาเกินขนาดโดยไม่รู้ตัว แม้อาจรู้สึกดีขึ้นชั่วคราว แต่เป็นเพียงการกดอาการของโรค ไม่ได้รักษาที่สาเหตุ การใช้ต่อเนื่องเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ไตวาย ตับอักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร ความผิดปกติของฮอร์โมน และภาวะพึ่งพายา นอกจากนี้ยังอาจมีการใช้ยาซ้ำในกลุ่มเดียวกันหรือผสมสารที่ไม่มีข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ ส่งผลให้เกิดพิษสะสมโดยไม่รู้ตัว จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่ทราบแหล่งที่มา และเลือกใช้ยาที่มีฉลากชัดเจนภายใต้คำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเฝ้าระวังการใช้ยาในผู้สูงอายุหรือคนในครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ

"ยาอะไรก็ไม่รู้นะหมอ ข้างบ้านจัดเป็นชุดๆมาให้แบบนี้แหละ" นี่คือคำตอบของคนไข้ที่สุดท้ายต้องนอนโรงพยาบาลเพราะเกิดเหตุอันตรายกับร่างกาย หลังจากกินยาชุดซองเล็กๆเม็ดสีสวยเป็นประจำ

"ยาชุด" เป็นคำเรียกของการจัดยาเป็นชุด ในเชิงการแพทย์มันหมายถึงยาที่ไม่ทราบชนิด แล้วก็ใส่รวมกันมาให้กิน สรรพคุณก็คิดขึ้นมาเอง บ้างก็บอกว่ารักษาโรคหายทุกโรคเป็นยาครอบจักรวาล แบบปราณีสุดก็คือปั๊มเม็ดแป้งหลอกๆมาให้เรากิน ไม่มีประโยชน์อะไรกับร่างกายหรอก แต่กินเข้าไปแล้วรู้สึกคิดไปเองว่าดีขึ้น แบบนี้เรียก "Placebo effect"

แบบแย่หน่อยก็คือ
ใส่ยาแก้ปวด
ใส่สเตียรอยด์
ใส่ยาไทรอยด์
ใส่สมุนไพร (ซึ่งบางตัวฤทธิ์พิษ เป็นความเชื่อมโนคิดเอาเองที่ไม่มีในแพทย์แผนไทย หรือบางตัวมีฤทธิ์เป็นยาตามตำรับแผนไทยแต่โดสไม่ถูกต้อง แล้วก็กินโดยไม่มีใครควบคุมดูแล ก็อันตรายอยู่ดี)

แล้วด้วยความที่ต้องขายเป็นชุด บางทีก็ใส่ยากลุ่มเดิมซ้ำๆลงมา เพื่อให้มันดูเยอะๆหลายๆเม็ดสีสวยดี กินแล้วหายปวดชะงัด (แน่สิ ก็อัดยาแก้ปวด overdose ขนาดนี้) เช่นในรูปเป็นยาแก้ปวดกลุ่มเดียวกันทั้งหมด เอาไปเลยยาเกินขนาดสามเท่า อีกตัวเป็นเม็ดโซเดียม (กินทำไม) เรียกได้ว่าไตสั่นกระพือ

กินเข้าไปก็ Overdose ยิ่งกินบ่อย ร่างกายก็จะยิ่งสะสมอาการบาดเจ็บไว้เรื่อยๆ
🥲ฉี่ไม่ออกไตวายตามมา
😭ตับอักเสบหรือแย่หน่อยก็ตับวาย
🤕กัดกระเพาะเป็นรูเป็นแผล
🤢ต่อมหมวกไตหยุดทำงาน
🤮กระตุ้นเป็นเบาหวาน
😱ทำให้กระดูกพรุนหนัก
😵กล้ามเนื้อฝ่อ ผิวหนังเสียสภาพ
😵‍💫ยาบางตัวทำให้เหมือนเสพติดหยุดใช้ไม่ได้ หยุดแล้วปวดตัว เมื่อยตัวมาก ไม่มีแรง ช็อค

👍จำไว้ว่าอย่าเชื่อคนง่าย ขนาดเป็นหมอมีใบวอยังหลอกคุณได้เลย นับประสาอะไรกับคนขายยาชุด ที่จบการศึกษาอะไรมาก็ไม่รู้ อย่ายอมให้ใครเอาอะไรใส่ปากเราง่ายๆ เพราะคนที่รับผลกระทบโดยตรงคือตัวเรา จงเป็นผู้มีไหวพริบ ศึกษาให้มาก ฟังเหตุและผลเพื่อประกอบการตัดสินใจ คนข้างบ้านกินแล้วก็ไม่เห็นเป็นไรเลย หรือคนข้างบ้านเขาก็กินมานานแล้ว หรือเห็นคนอื่นก็กินแบบนี้นะ..เชื่อหมอเถอะ อย่าเชื่อข้างบ้าน ..อย่าเชื่อเขาว่ามา ..อย่าเชื่อโบราณบอกไว้
เราเป็นคนปัจจุบันก็ต้องอัพเดทให้เป็นปัจจุบัน อะไรไม่ดีจากโบราณนานมาก็ปรับแก้ไข พัฒนาองค์ความรู้ถึงจะไม่ตกยุค

👍จำไว้ว่าอย่าหาทางลัด สุขภาพเป็นสิ่งที่ตรงไปตรงมาตามพฤติกรรมการใช้ชีวิต ถ้าอยากแข็งแรงขึ้นไม่มีทางลัด จงออกกำลังกาย กินให้ดี ตรวจสุขภาพเป็นประจำ หยุดสูบ หยุดดื่ม

👍จำไว้ว่าอย่าผลัดวันประกันพรุ่ง สุขภาพเสียแล้วเสียเลย บางเรื่องแก้ไขกลับคืนมาไม่ได้ ถ้าไม่แน่ใจให้ไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ สิทธิ์การรักษาคนไทย เอื้อต่อการเข้าพบแพทย์อย่างมากอยู่แล้วจ้าาาา

👍เฝ้าระวังและติดตามโรคของคนในบ้านเป็นประจำ พวกเราเป็นคนสมัยใหม่แล้วก็คงไม่ค่อยใช้ยาชุด แต่ในคนอายุมากที่เชื่อคนง่าย หรือคนที่อยู่ต่างจังหวัด บางทีก็ถูกหลอกขายมา ดังนั้นให้คุณคอยเฝ้าระวังถามไถ่เรื่องยาโรคประจำตัวและเช็คยาของคนใกล้ตัวเป็นประจำ ก็จะช่วยเป็นเกราะคุ้มภัยให้เขาได้ค่ะ เรื่องมันมักจะเริ่มมาจากเล็กๆ เช่นปวดเมื่อยขาปวดเมื่อยเอว แล้วคนข้างบ้านแนะนำยาชุดกินรักษาทุกโรคช่วยให้มีแรง ซีนนี้เราเจอบ่อยมากกก

👍ศึกษา "ยาสามัญประจำบ้าน" ตามที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ ยาเหล่านี้เป็นยาที่ผลข้างเคียงต่ำ ใช้รักษาโรคด้วยตัวเองได้ง่ายๆที่บ้าน เช่นยาแก้ปวดท้อง ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน น้ำเกลือแร่ พาราเซตามอล ยาแก้ปวดบางชนิด ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ เป็นต้น ควรมีติดบ้านตามชื่อ นะจ๊ะ นะจ๊ะะะะ

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Staff สาวแสนสวยท่านหนึ่ง และขอให้คนไข้หายดีในเร็ววัน

อยากอ่านบทความอื่นๆกดส่งแฮชแท็กได้เลยค่ะ ลงความรู้นานๆทีนะ 55555555
#หมอหิวความรู้

03/04/2026

5 by 25 วางรากฐานยาปฏิชีวนะใหม่ สู้ภัยเชื้อดื้อยาโลก
(2569) รายงานของ Global Antibiotic R&D Partnership (GARDP) สรุปบทเรียนช่วงปี 2019–2025 ชี้ว่าปัญหาหลักของการพัฒนายาปฏิชีวนะไม่ใช่ด้านวิทยาศาสตร์ แต่เป็น “ระบบตลาดที่ไม่จูงใจ” เนื่องจากต้นทุนวิจัยสูงแต่ผลตอบแทนต่ำ ส่งผลให้ภาคเอกชนลดบทบาท ขณะที่สถานการณ์เชื้อดื้อยายังคงรุนแรงต่อเนื่อง
โครงการ “5 by 25” มุ่งพัฒนาทางเลือกการรักษาอย่างน้อย 5 รายการ ควบคู่การออกแบบการเข้าถึงตั้งแต่ต้น โดยเน้นโรคสำคัญ เช่น หนองในดื้อยา การติดเชื้อในทารกแรกเกิด และการติดเชื้อรุนแรง พร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือหลายภาคส่วน อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายด้านงบประมาณ กระบวนการวิจัย และกฎระเบียบ ที่ต้องการการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้อย่างยั่งยืน
#ยาปฏิชีวนะ #เชื้อดื้อยา

สธ. ประกาศแต่งตั้ง เจ้าหน้าที่คุมกัญชาทั่วประเทศ ปิดประตูใช้เพื่อสันทนาการKey Points:- กระทรวงสาธารณสุขประกาศแต่งตั้งพนั...
03/04/2026

สธ. ประกาศแต่งตั้ง เจ้าหน้าที่คุมกัญชาทั่วประเทศ ปิดประตูใช้เพื่อสันทนาการ
Key Points:

- กระทรวงสาธารณสุขประกาศแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมเพื่อควบคุมการใช้กัญชาทั่วประเทศ
- ขยายขอบเขตเจ้าหน้าที่ให้ครอบคลุมฝ่ายปกครองในทุกจังหวัด อำเภอ รวมถึงกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา นอกเหนือจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและตำรวจ
- เจ้าหน้าที่ชุดใหม่มีอำนาจเข้าตรวจสอบสถานที่ จับกุมผู้กระทำผิด เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและป้องกันการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ

กรมการแพทย์แผนไทยฯ ออกประกาศกระทรวงฉบับใหม่ เพิ่มเจ้าพนักงานปกครอง-ท้องถิ่น เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำ....

“ถึงเวลาหยุดวงจรความเสี่ยงจากการใช้ยา” Podcast จากช่องยูทูบ คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขตสุขภาพที่ 5ขับเคลื่อนระบบ...
02/04/2026

“ถึงเวลาหยุดวงจรความเสี่ยงจากการใช้ยา” Podcast จากช่องยูทูบ คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขตสุขภาพที่ 5
ขับเคลื่อนระบบนิเวศการใช้ยา (Drug Use Ecosystem) เพื่อเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพอย่างยั่งยืน จาก “การให้ความรู้” สู่ “การสร้างทักษะการใช้ยาในชีวิตจริง” จาก “ระบบบริการเป็นศูนย์กลาง” สู่ “ระบบชุมชนร่วมขับเคลื่อน”

🚨 “ถึงเวลาหยุดวงจรความเสี่ยงจากการใช้ยา”คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขตสุขภาพที่ 5ร่วมขับเคลื่อน **“....

เตือนผู้ใช้ Wegovy เจอ “ร่างกายสู้กลับ” น้ำหนักเด้งแม้ยังฉีดยา แพทย์ชี้เป็นกลไกที่ดึงน้ำหนักกลับจุดเดิม ไม่ใช่ยาหมดฤทธิ์...
02/04/2026

เตือนผู้ใช้ Wegovy เจอ “ร่างกายสู้กลับ” น้ำหนักเด้งแม้ยังฉีดยา แพทย์ชี้เป็นกลไกที่ดึงน้ำหนักกลับจุดเดิม ไม่ใช่ยาหมดฤทธิ์ พร้อมย้ำต้องปรับพฤติกรรมควบคู่ ขณะที่กระแส GLP-1 กำลังเปลี่ยนทั้งสุขภาพผู้ใช้และอุตสาหกรรมอาหาร

UPDATE: เตือนผู้ใช้ GLP-1 ระวัง ‘ร่างกายสู้กลับ’ หลังพบน้ำหนักพุ่งคืนแม้ยังฉีดยา แพทย์ชี้สมองพยายามปกป้องน้ำหนักสูงสุดที่เคยเป็น

ซินดี ดาวลิง วัย 69 ปี ลดน้ำหนักได้ราว 27 กิโลกรัมในเวลาปีครึ่งด้วยยาฉีด Wegovy หนึ่งในยากลุ่ม GLP-1 ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ในช่วงต้นปี 2025 ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยน ความรู้สึกหิวและความคิดเรื่องอาหารกลับมาอีกครั้ง น้ำหนักค่อยๆ ขยับขึ้น ทั้งที่เธอไม่เคยหยุดฉีดยาเลย

รายงานจาก The Wall Street Journal ระบุว่า หนึ่งปีให้หลัง ดาวลิงน้ำหนักเพิ่มขึ้นราว 4.5 กิโลกรัม และต้องกลับมาพึ่งโปรตีนเชคแทนมื้ออาหารบางมื้อ ขณะที่ยังคงฉีดยาทุกสัปดาห์ “ฉันรู้สึกเหมือนกำลังพยายามบังคับอะไรบางอย่างที่ควบคุมไม่ได้จริงๆ” เธอกล่าว

เรื่องที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือ สำหรับผู้ใช้บางราย ความหิวและความหมกมุ่นกับเรื่องอาหารสามารถกลับมาได้ แม้จะยังใช้ยา GLP-1 อยู่ ซึ่งยากลุ่มนี้ทำงานโดยเลียนแบบฮอร์โมนในลำไส้เพื่อลดความอยากอาหารและทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น

แพทย์ส่วนใหญ่ที่เชี่ยวชาญด้านโรคอ้วนยืนยันว่าเคยพบผู้ป่วยในลักษณะนี้ โดยชี้ว่าไม่ใช่เพราะยาหมดประสิทธิภาพ แต่เป็นเพราะกลไกทางชีววิทยาของร่างกายที่พยายามดึงน้ำหนักกลับไปสู่จุดเดิม

ดร.ฟาติมา สแตนฟอร์ด แพทย์ด้านเวชศาสตร์โรคอ้วนจาก Mass General Brigham และอาจารย์แพทย์ที่ Harvard Medical School อธิบายกับ The Wall Street Journal ว่า “โรคอ้วนเป็นโรคเรื้อรังที่ร่างกายจะปกป้องน้ำหนักสูงสุดที่เคยมี เมื่อน้ำหนักลดลง กลไกชดเชยจะทำงานหนักขึ้น ยา GLP-1 ช่วยลดสัญญาณเหล่านี้ได้ แต่ไม่ได้กำจัดออกไปทั้งหมด”

ดร.อแมนดา เวลัสเกซ ผู้อำนวยการด้านเวชศาสตร์โรคอ้วนจาก Cedars-Sinai กล่าวเสริมว่า ระดับของแรงต้านทางชีววิทยานี้แตกต่างกันในแต่ละบุคคล บางคนอาจเริ่มรู้สึกได้หลังใช้ยาไปสักระยะ ขณะที่บางคนอาจไม่เคยประสบปัญหานี้เลย ยิ่งมีน้ำหนักลดลงมาก ร่างกายยิ่งพยายามดึงกลับมากขึ้น

ดร.มิเชลล์ เฮาเซอร์ ผู้อำนวยการด้านเวชศาสตร์โรคอ้วนจาก Stanford Health Care กล่าวว่า เธอพบกรณีแบบนี้ค่อนข้างบ่อยในผู้ใช้ยาเซมากลูไทด์ (semaglutide) และมักแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนไปใช้เทอร์เซพาไทด์ (tirzepatide) ในขนาดที่สูงขึ้น เนื่องจากมีขนาดยาให้เลือกมากกว่า โดย Novo Nordisk ผู้ผลิต Wegovy ได้ยื่นขออนุมัติยาฉีดขนาด 7.2 มิลลิกรัมเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพิ่มจากขนาดสูงสุดปัจจุบันที่ 2.4 มิลลิกรัม

📌 ยาอย่างเดียวไม่พอ ถ้าไม่เปลี่ยนวิถีชีวิต

ABC News รายงานว่า ปัจจุบันผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 1 ใน 8 คนกำลังใช้ยากลุ่ม GLP-1 ตามผลสำรวจของ KFF องค์กรวิจัยด้านสุขภาพ และตั้งแต่เดือนมกราคม มีการสั่งจ่ายยา Wegovy ในรูปแบบเม็ดมากกว่า 6 แสนใบสั่งยา โดยกว่า 1 ใน 3 เป็นผู้ใช้รายใหม่

แต่ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่ายาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ดร.แคเธอรีน ซอนเดอร์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์โรคอ้วนจาก Weill Cornell Medicine กล่าวว่า “ข้อผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของผู้ใช้ยา GLP-1 คือการคิดว่าใบสั่งยาคือการรักษา”

งานวิจัยที่รวบรวมผลจากเกือบ 30 การศึกษาพบว่า เมื่อใช้ยา GLP-1 ร่วมกับการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ผลลัพธ์จะดีกว่าและยั่งยืนกว่าการใช้ยาเพียงอย่างเดียว

ขณะที่การศึกษาทหารผ่านศึกสหรัฐฯ กว่า 98,000 คนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาพบว่า ผู้ที่ใช้ยา GLP-1 ร่วมกับพฤติกรรมสุขภาพที่ดี 6-8 อย่าง มีความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจและหลอดเลือดร้ายแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจวาย ลดลง 43% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ใช้ยาและมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีเพียง 3 อย่างหรือน้อยกว่า

ดร.แฟรงก์ ฮู หัวหน้าภาควิชาโภชนาการจาก Harvard T.H. Chan School of Public Health ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำการวิจัยชิ้นนี้ กล่าวว่า พฤติกรรมด้านวิถีชีวิต “สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของยาสมัยใหม่ได้อย่างมาก”

📌 อุตสาหกรรมอาหารขยับ รับคลื่น GLP-1

ผลกระทบของยา GLP-1 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องสุขภาพ CNBC รายงานว่า ผู้ใช้ยา GLP-1 บริโภคแคลอรีน้อยลงเฉลี่ย 21% และใช้จ่ายค่าอาหารลดลงเกือบ 1 ใน 3 ตามข้อมูลจาก KPMG ขณะที่ J.P. Morgan ประเมินว่าการใช้ยากลุ่มนี้ที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มสูญเสียยอดขายปีละ 3 หมื่นล้าน ถึง 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.88 แสนล้าน ถึง 1.81 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030

กลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ‘ขนมขบเคี้ยว’ โดยราว 70% ของผู้ใช้ยาที่บริโภคแคลอรีน้อยลงระบุว่า กินขนมน้อยลง ตามผลสำรวจของ EY-Parthenon ขณะที่ราว 60% ทานอาหารนอกบ้านน้อยลง โดยมื้อเย็นในร้านฟาสต์ฟูดได้รับผลกระทบหนักที่สุด

แต่หลายบริษัทมองว่านี่คือ ‘โอกาส’ รามอน ลากวาร์ตา CEO ของ PepsiCo กล่าวกับนักวิเคราะห์ว่า “ผมคิดว่ามีโอกาสมากกว่าอุปสรรค แม้จะมีทั้งสองด้าน” โดยเปิดตัว Doritos เสริมโปรตีน รีแบรนด์ Gatorade และออก SunChips กับ Smartfood ป๊อปคอร์นเสริมไฟเบอร์

Nestlé เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญ โดยเปิดตัวแบรนด์อาหารแช่แข็ง Vital Pursuit ที่กำหนดเป้าหมายไปยังผู้ใช้ยา GLP-1 โดยเฉพาะ มาร์ตี ทอมป์สัน CEO ของ Nestlé USA กล่าวกับ CNBC ว่า “นี่เป็นโครงการสำคัญของ Nestlé” พร้อมวางแผนขยายไปสู่เครื่องดื่มรวมถึงโปรตีนเชค

ส่วน McDonald's ก็เริ่มนำความต้องการของผู้ใช้ยา GLP-1 มาพิจารณาในการพัฒนาเมนูใหม่ ขณะที่ Chipotle เปิดตัวถ้วยโปรตีนแบบพร้อมทาน และ Olive Garden ปรับเมนูให้มีขนาดเล็กลงในราคาที่ถูกลง

J.P. Morgan ประเมินว่าภายในปี 2030 ชาวอเมริกันกว่า 30 ล้านคนอาจใช้ยา GLP-1 เพิ่มจาก 10 ล้านคนในปี 2026 โดยเฉพาะเมื่อยาในรูปแบบเม็ดเริ่มเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ท้ายที่สุด เมื่อแม้แต่ร่างกายยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ต่อการลดน้ำหนัก อุตสาหกรรมอาหารก็ย่อมไม่นิ่งเฉย ส่วนดาวลิงที่ยังจ่ายค่ายา Wegovy เดือนละราว 1.65 หมื่นบาท ทั้งที่ไม่แน่ใจว่ายังได้ผลหรือไม่ กล่าวทิ้งท้ายว่า “มันเริ่มรู้สึกเหมือนเป็นแค่ทางออกชั่วคราวอีกครั้ง”

ภาพ: N Universe / Shutterstock

(30 มีนาคม 2569) “บัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ.2569” ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยปรับชื่อหมวดบัญชียาใหม่ จากเดิม ก ข ค ง จ เป็...
31/03/2026

(30 มีนาคม 2569) “บัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ.2569” ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยปรับชื่อหมวดบัญชียาใหม่ จากเดิม ก ข ค ง จ เป็นรูปแบบภาษาอังกฤษ เพื่อให้สื่อสารและใช้งานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ได้แก่ Basic list (ยาพื้นฐาน), Supplemental list (ยาทางเลือก), Exclusive list (ยาเฉพาะโรค) และ Special lists (ยาพิเศษ แบ่งเป็น R1, R2 สำหรับยาที่ต้องควบคุมการใช้)
ทั้งนี้ มีการเพิ่มยาน่าสนใจหลายรายการ เช่น apixaban และ paliperidone รวมถึงยาฉีดออกฤทธิ์นาน
#บัญชียาหลักแห่งชาติ #กพย

ที่อยู่

อาคารวิศิษฐ์ประจวบเหมาะ ชั้น 4 254 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กพย. - ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง กพย. - ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram