Sriya Pharmacy ร้านยาศรียา
ขายยาและอาหารเสริม คุณ?

05/11/2025

ตาแห้งหลังทำเลสิก หยอดน้ำตาเทียมเยอะมาก ยังไม่ดีขึ้น ทำอะไรได้อีกบ้าง

>

4 items รักษาตาแห้ง ที่หมอใช้ประจำ

เลสิกทำให้เกิดตาแห้งเพิ่มขึ้นช่วง 6-12 เดือน ดังนั้นแล้ว คาดหวังได้ว่าช่วง 1-3 เดือนแรก อาการจะเยอะ

คนไข้ส่วนใหญ่ หยอดน้ำตาเทียมอย่างเดียวพอ แต่บางคน แห้งมาก หยอดไปวันละ 6-7 ครั้ง ยังตาแห้งมากอยู่ ทำยังไงต่อได้

การหยอดน้ำตา เทียบได้กับการเติมน้ำ ทีนี้ถ้าเติมน้ำเยอะแล้วยังไม่ไหว เราคงต้องปรับยากันสักหน่อย

>

หลักคิดในการปรับยาของหมอเป็นแบบนี้

1. น้ำตาเทียมแบบเจล (vidisic gel)

ใช้ตอนกลางคืนก่อนนอน - ให้เสริมได้ทุกคน โดยเฉพาะคนที่หลับตาไม่สนิท หรืออาจจะใช้ตอนกลางวันเพิ่มอีกทีก็ได้ แต่จะเหนอะหนะหน่อย

แต่อย่าใช้แทนน้ำตาเทียมตอนกลางวันนะ เพราะยานี้มีสารกันเสียผสมอยู่ ใช้เยอะไปผิวตาถลอกแทน

ยาเปิดแล้วอยู่ได้ 1 เดือน (ไม่หมดก็ทิ้งไป) หาได้ง่ายตามร้านขายยา

>

2. การทำสปาเปลือกตา (eyelid spa)

ทำในคนไข้มีต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตันเด่น (MGD) การกดไขมันเริ่มทำได้หลังทำเลสิก 1 เดือน

ถ้าเป็นคนที่คันขอบเปลือกตาด้วยนะ อาการดีขึ้นชัดเจน

>

3. ยากระตุ้นน้ำตา (diquafosol sodium)

ยามีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นน้ำตาทั้งส่วนน้ำและเมือกให้ผลิตออกมามากขึ้น รวมถึงเพิ่มคุณภาพของน้ำมันในน้ำตาด้วย

คนไข้หลายรายที่ตาแห้งมาก มีรอยถลอกที่กระจกตาเยอะ ดีขึ้นด้วยยาตัวนี้หลายคนแล้ว

เดือนแรกหยอดทุก 3 ขั่วโมง เดือนที่สองเป็นต้นไป หยอดวันละ 4 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน

ตัวยาอยู่ในกระเปาะ และใส หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นน้ำตาเทียมนะ เวลาหยอดลงไปเป็นน้ำเหมือนกัน แต่ด้วยตัวยาแล้วไม่ใช่
ถ้าใช้ตัวนี้แล้ว อาจจะลดความถี่ของน้ำตาเทียมลงได้ด้วยได้

มีตามร้านขายยาแต่หายากหน่อย และมีสองรุ่นคือแบบขวดและกระเปาะไม่มีสารกันเสีย

หลังทำเลสิก หมอแนะนำแบบกระเปาะ

>

4. ยาลดอักเสบ

ถ้าตาแห้งจนมีมีการอักเสบรุนแรงที่ผิวตาร่วมด้วย มีทั้งแบบที่เป็นกลุ่มสเตียรอยด์และไม่ใช่สเตียรอยด์

กลุ่มสเตียรอยด์ให้ได้ระยะสั้น ถ้าต้องใช้ยาวจะเป็นกลุ่ม cyclosporin A

**แต่ทั้งนี้ ใช้ยาภายใต้คำแนะนำของจักษุแพทย์ ไม่ใช้ยาเอง ยามีผลข้างเคียงความดันตาขึ้น เป็นต้อหินได้**

>

ทั้งหมดเป็นยารักษาตาแห้งที่หมอใช้ในคนไข้ตาแห้งที่ไม่ได้เกิดจากเลสิกด้วย

ข้อ 1 และ 2 สามารถทำเองได้ ส่วนข้อ 3 และ 4 ที่เป็นเรื่องยา แนะนำให้คุณหมอสั่งให้

**ทั้งหมดนี้ อย่าลืมทำร่วมกับการปรับ lifestyle เรื่องการใช้หน้าจอให้น้อยลง และกระพริบตาให้สนิทด้วยนะ


เล่าเคสหมอเอง คนไข้ตาแห้งเยอะ หลังตรวจรอบ 3 เดือนเห็นว่าอาการเยอะ เลยนัดดูเร็วว่าอาการเป็นยังไง

รอบนี้ (ที่ 4 เดือนหลังผ่า) อาการดีขึ้นชัดเจน เลยถามว่า “เอ ทำอะไรเปลี่ยนไปไหมคะ ทำไมตาแห้งดีขึ้นเลย”

คำตอบคือ “ช่วงนี้งานยุ่ง”

ปกติงานยุ่ง นึกว่าใช้หน้าจอเยอะ ตาแห้งขึ้น แต่ยุ่งของคนไข้เป็นงานเจอลูกค้า ให้คำปรึกษา เลยทำให้ไม่ค่อยได้ใช้หน้าจอเท่าไหร่ มาตรวจรอบนี้ ดีจนหมอเลยนัดห่างไปนานได้


การกระพริบตา ในคนปกติประมาณ 15-20 ครั้งต่อนาที เวลาจ้องเหลือ 5 ครั้ง/นาที ส่วนเวลาคุยกัน เม้าออกรส การกระพริบตาเพิ่มเป็น 30-40 ครั้งต่อนาที หมอเดาว่าคนไข้กระพริบตาเพิ่มแบบไม่รู้ตัว

น่าสนใจดี รักษาตาแห้งแบบประหยัด แค่ลดการใช้หน้าจอ


เพราะอยากให้ทุกคนมีสุขภาพตาดี มองเห็นชัดเจน

หมอยุ้ย

17/10/2024
‪🔥ร้านศรียารับสมัครเภสัชกร Part-time🚆ร้านยาติด BTS พร้อมพงษ์ ทางออก 5👩🏻‍🦰เพศหญิง อายุไม่เกิน 35 ปี💸Part-time ชั่วโมงละ 1...
28/11/2023

‪🔥ร้านศรียารับสมัครเภสัชกร Part-time

🚆ร้านยาติด BTS พร้อมพงษ์ ทางออก 5
👩🏻‍🦰เพศหญิง อายุไม่เกิน 35 ปี
💸Part-time ชั่วโมงละ 180 บาท
➡️วันจันทร์ - วันเสาร์
🕓16:00 - 21:00 หรือ 18:00 - 21:00

👯‍♀️มีเภสัช 3 คน ช่วยกันทำงาน
👯‍♂️มีผู้ช่วยเภสัชผู้หญิงอยู่ด้วยตลอด
😎มีใจรักการบริการ
🗣️พูดภาษาอังกฤษได้

📱สนใจติดต่อ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
📞Line ID : 0869917346 (โจ)

29/07/2023

‪รับสมัครเภสัชกร Full Time BTS พร้อมพงษ์ 44-54000+++‬
อายุไม่เกิน 35 ปี
เงินเดือน 34000-44000 บาท ขึ้นกับประสบการณ์
ค่าใบประกอบ 10000 บาท
ทำงาน 13.00-21.00
OT 180 บาท
ทำงานวันจันทร์-เสาร์
หยุดวันอาทิตย์ และวันหยุดราชการ
สลับวันหยุดกับเภสัชคนอื่นได้
มีเภสัช 3 คน ช่วยกันทำงาน
มีผู้ช่วยเภสัชอยู่ด้วยตลอด
มีค่า Intensive และ โบนัสเพิ่มเติม (เดือนละเกือบ 1 หมื่น)
มีใจรักการบริการ
พูดภาษาอังกฤษได้
พูดภาษาจีนหรือญี่ปุ่นจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

สนใจติดต่อ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Line ID : 0869917346 (โจ)

20/07/2023

ทำไมถึงไม่ควรซื้อแว่นสายตาใส่เอง
สรุปให้สั้นๆ
การใส่แว่นไม่ตรงค่า ทำให้
1. เกิดอาการปวดตา ลามไปถึงกระบอกตา ถึงขั้นปวดหัวได้ อาการนี้หมอตาเรียก asthenopia

2. ใส่แว่นสายตาสั้นเกินค่าจริง (overcorrection) เป็นสาเหตุของสายตาสั้นเทียม (pseudomyopia)

3. ใส่แว่นน้อยกว่าค่าจริง (undercorrection) มองเห็นได้ไม่ชัดเจนที่สุด ทำให้ค่าสายตาเปลี่ยนเร็ว และมีโอกาสเกิดตาขี้เกียจได้
>>
ตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ คนไข้อายุ 21 ปี มองไม่ชัด ลองเอาแว่นเพื่อนที่บอกว่าสั้น 300 มาใส่แล้วชัดขึ้น (หรือลองหยิบแว่นวางขายค่า -3.0 มาใส่ พอมองเห็นมากขึ้น ซื้อใส่เลย)
ใส่ไปสักพัก เอ แรกๆปวดหัว มึนๆหน่อย ทนใส่ไปเริ่มปรับตัวได้ ใส่แว่นอันนั้นต่อไป
ถ้าคนไข้รายนี้ได้มาตรวจวัดสายตา แล้วค่าสายตาได้สั้น 300 พอดีเป๊ะ แบบนี้ไม่มีปัญหา
แต่โอกาสน้อยมากที่ ค่าสายตาจริงได้ 300 พอดี
คราวนี้มาดูว่าการใส่แว่นไม่ตรงค่า ทำให้เกิดอะไรได้บ้าง
ถ้าค่าสายตาจริง 300 ใส่แว่นตั้งแต่ 300 เป็นต้นไป ตาเราจะ “เพ่ง” จนมองชัดเห็นได้ ดังนั้นไม่ว่าจะใส่แว่น 350 400 450 500 ก็จะมองเห็นชัดหมด
>>
มี fact ข้อหนึ่งที่ควรรู้คือ การเพ่ง = ทำให้วัดแล้วได้สายตาสั้นเพิ่มมากขึ้น (ใส่แว่นค่าเกินไปก็มองเห็นได้ชัดอยู่)
ดังนั้นเวลาวัดแว่น จะเลือกค่าสุดท้ายคือค่าสายตาสั้นที่น้อยที่สุดที่คนไข้มองเห็นชัดเจน (less minus, pushing plus)
.
ถามว่าถ้าลองแว่นแล้ว จะไม่รู้เลยหรอว่าแว่นไม่ชัด
ตอบ ถ้าค่าที่ลองต่างไปจากค่าจริงมาก ใส่ไปก็จะรู้ตัวว่าไม่ชัด แต่ถ้าค่าใกล้เคียงของจริง อันนี้อาจจะไม่รู้สึก
>>
แบบละเอียดขึ้นสำหรับคนที่มีพื้นฐานเรื่องเลนส์และการหักเหแสง
สายตาสั้นคือแสงที่หักเหผ่านลูกตา ตกก่อนถึงจุดรับภาพชัด
การแก้ไขสายตาสั้นด้วยแว่นคือการใส่เลนส์เว้าหน้าตาเพื่อกระจายแสง ให้ตก”หลัง”จุดรวมแสงเดิม ไปลงที่จุดรับภาพชัดพอดี
ดูรูปในcomment แรก
ถ้าใส่เลนส์ที่แก้สายตาสั้นมากกว่าค่าจริง ภาพไปตกหลังจุดรับภาพชัด แต่ตาเรามีกล้ามเนื้อ Ciliary เพ่งให้ภาพมาตกที่จุดรับภาพชัดได้
เวลาวัดแว่น หมอเลยต้องบอกว่าอย่าเพ่งปล่อยตาสบายๆ เพราะไม่งั้นได้ค่าสายตาสั้นมากเกินความจริง
สิ่งที่บอกว่าคนไข้กำลังเพ่งอยู่คือตาหยีๆ หรือคิ้วขมวด
ถ้าใครที่วัดแล้วเพ่งเยอะ แนะนำหยอดยาให้ลดเพ่ง แล้ววัดค่าซ้ำ (Cycloplegic refraction) จะได้รู้ว่าค่าจริงๆเป็นเท่าไหร่
ปกติหยอดในเด็กอายุน้อยกว่า 12 ปี แต่เชื่อสิ ผู้ใหญ่บางคนก็เพ่งเก่งมาก
กล้ามเนื้อ ciliary ที่ใช้ในการเพ่งของเรามีขีดความสามารถอยู่ว่าเพ่งได้เท่าไหร่ ยิ่งอายุน้อย ยิ่งเพ่งได้มาก จะเห็นได้ว่าถ้าเพ่งค้างไว้นานวันเข้ากลายเป็นค้างอยู่ที่ค่านี้ ไม่ยอมคลาย ได้สายตาสั้น(เทียม)มาเป็นของแถม
ในตัวอย่างเคสที่หมอเล่าตอนแรก ค่าสายตาจริงสั้น 200 ทนใส่แว่นอันที่ค่าเกิน(สั้น 300) นั้นไปสักพักแล้ว หายปวดหัว
ค่าที่ใส่ยังต่างกับสายตาจริงไม่มาก คนไข้พอปรับตัวได้ แต่เมื่อใส่แว่นอันนี้จนชินแล้ว ได้ค่าใหม่เป็นสั้น 300 ไปเลย
กลับไปใส่สั้น 200 ก็ไม่ชัดแล้ว เพราะมีส่วนที่เพ่งค้างไว้ไม่ยอมคลายออก
จะมีคนไข้กลุ่มที่ปรับตัวไม่ได้ ปวดหัว แล้วมาวัดแว่นจริงจัง ก็จะรู้สาเหตุว่า อ้อ แว่นที่ใส่ ค่าไม่ตรง
>>
ในเด็กยิ่งมีผลเสียมากกว่า
ปัจจุบันเป้าหมายการตัดแว่นเด็ก คือใส่แว่นให้ตรงค่าสายตา (ปรับแว่นเป็นระยะตามค่าสายตาที่เปลี่ยนไป) เพื่อให้ได้ภาพสุดท้ายที่ชัดเจน ไปกระตุ้นการมองเห็นที่สมองได้ดี
ยังมีเรื่องของการชลอสายตาสั้น ด้วยยา หรือเลนส์แว่นชนิดพิเศษ เพื่อให้ค่าเมื่อสายตาสุดท้ายของคนไข้นิ่ง เป็นค่าสายตาสั้นที่น้อยที่สุด (แล้วจะไปแก้ไขถาวรด้วยเลสิคจะได้ยังทำได้อยู่)
เด็กที่ใส่แว่นไม่ตรง ค่าสายตาเปลี่ยนเร็วขึ้นกว่าที่ควร อาจจะได้ตาขี้เกียจมาอีก ในเด็กอายุน้อยกว่า 12 ปีจึงต้องวัดแว่นโดยมีการหยอดยาลดการเพ่งด้วยเสมอ
ที่เล่ามาเป็นกรณีใส่แว่นเกินค่าจริง
>>
ถ้าใส่ค่าแว่นสั้นน้อยกว่าความจริงละ(undercorrection) เป็นยังไงบ้าง
เช่น สั้น 300 ใส่แค่ 200
คนไข้รู้สึกว่าเห็นชัดขึ้นกว่าไม่ใส่แว่น แต่ยังไม่ได้ค่าที่ชัดเจนที่สุด ถ้าไม่ได้วัดละเอียด ก็เสียโอกาสที่จะมองเห็นชัดที่สุดไป
เช่นเคย ในเด็กที่การมองเห็นไม่ชัด สมองส่วนที่ใช้มองไม่ถูกกระตุ้น เกิดตาขี้เกียจตามมา
นี่แหละ เหตุผลที่ทำไมต้องวัดแว่นโดยจักษุแพทย์หรือทัศนมาตรที่ได้รับการฝึกฝนมา
การตัดแว่นมีศาสตร์และศิลป์ของมัน
ในบรรดาประสาทสัมผัสของร่างกาย หมอเชื่อว่าถ้าการมองเห็นไม่ชัดเจน คุณภาพชีวิตแย่ลงทันที
การใส่แว่น เป็นวิธีพื้นฐานที่สุดในการทำให้คนที่มีปัญหาค่าสายตามองเห็นชัด
ดังนั้นแล้ว จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ
ใส่แว่นไม่เหมือนใส่เสื้อผ้า ที่อยากใส่หลวมหรือฟิต แล้วแต่ style การแต่งตัว
ตัดแว่นต้องการความพอดี ใส่ฟิตหรือหลวมไป ส่งผลเสียตามมา
แล้วถ้าใครได้ไปวัดแว่นแล้ว ขอข้อมูลมาเก็บไว้เป็นข้อมูลสุขภาพของตัวเองด้วย
เชื่อไหมว่าคนมากกว่าครึ่งของคนที่ใส่แว่น จำค่าแว่นตัวเองไม่ได้
ลองดูในใบรับประกันเลนส์มีบอกไว้อยู่นะ
เคยสอนวิธีอ่านไว้ในตอนนี้
เมื่อหมอพาอ่านใบวัดแว่น https://www.facebook.com/eyesmatterbyDrYui/posts/132730848553785
ไว้วันหลังมาเล่าเรื่องเคสสายตาสั้นเทียมที่เจอให้ฟัง กลุ่มนี้คือสายตาสั้นทำเอง พอจะมีทางแก้ แต่กว่าจะแก้ได้ ต้องใช้เวลา บางคนแก้ไม่หายกลายเป็นของจริงเลยก็มี
เพราะอยากให้ทุกคนมีสุขภาพตาดี มองเห็นชัดเจน
หมอยุ้ย

14/05/2023

31 วิธีการดูแลดวงตา
ให้สุขภาพตาดีอยู่กับเราไปนานๆ

ป้องกันแสง UV อันเป็นต้นเหตุของโรคตาและริ้วรอย
1 ใส่แว่นกันแดดเวลาออกกลางแจ้ง เน้นที่เขียนว่า UV400 หรือ UV99 (เมืองไทยแดดแรงมากจริงๆ บางทีหมอใส่แล้วยังนึกว่าไม่ได้ใส่)
2 ใส่หมวกเวลาออกกลางแจ้ง(คู่กับสวมแว่นกันแดด)
3 ทาครีมกันแดดที่เปลือกตาด้วย หลายคนชอบลืมกัน
4 ไม่จ้องแสงอาทิตย์ตรงๆ
5 ใส่ protective glasses เวลาทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยง ป้องกันอุบัติเหตุที่ตาเรา
6 แว่นกรองแสง ช่วยได้ทางใจ ทางการแพทย์ไม่จำเป็นขนาดนั้น
7 หลีกเลี่ยงมลภาวะ (ตาของเราsensitive มาก ลองสังเกตดู วันไหน PM เยอะ แสบตาเลย)
ด้านสุขภาพร่างกาย
8 ดื่มน้ำเยอะๆ
9 ไม่สูบบุหรี่
10 พักผ่อนให้เพียงพอ
11 ล้างมือบ่อยๆ (มือเราไปจับรอบตาบ่อยกว่าที่คิด)
12 กินอาหารให้สมดุล อยากบำรุงตาเน้น omega 3 vit A, C, E, betacarotene สรุปคือกินผักผลไม้นั่นแหละ
13 อาหารเสริมที่เห็นขายกันนะ กินได้ถ้าสบายใจ แต่อย่าได้หวังว่าจะช่วยรักษาโรคตาที่มีได้
Local therapy
14 ประคบร้อนสำหรับต่อมไขมันอุดตัน
15 ประคบเย็นสำหรับภูมิแพ้เยื่อบุตา
16 ไม่ขยี้ตา ถ้าคันตา ลูบรอบๆได้
17 ไม่ต้องล้างตาทุกวันแบบล้างหน้า
18 อย่าซื้อยามาหยอดเอง โดยเฉพาะสเตียรอยด์ (สังเกตว่ายาจะขุ่นๆเหมือนน้ำนม)
19 ถ้าอยากหยอดอะไรเข้าตา น้ำตาเทียมนี่แหละ ปลอดภัย
20 หลีกเลี่ยงน้ำทุกชนิดเข้าไปในตา เพราะน้ำถือว่าสกปรก

Check up และโรคประจำตัว
21 ตรวจตาประจำปี ปกติเริ่มที่อายุ 40 ปี และทุก 1-2 ปี
22 อายุ 40 ขึ้นไป เริ่มมีสายตายาวตามวัย ไม่ต้องตกใจ หาแว่นอ่านหนังสือมาใส่ ฝืนเพ่งไปปวดตาเปล่าๆ
23 รู้ว่าเรามีโรคตาอะไรที่เรามีความเสี่ยงในครอบครัว แล้วไปตรวจแต่เนิ่น เช่น ต้อหิน จุดรับภาพชัดเสื่อม กระจกตาโก่ง
24 เช็คการมองเห็นของตัวเองด้วยการปิดตาทีละข้าง ทุกวัน
25 มีอาการผิดปกติก็ไปตรวจตา อย่าคิดว่าไม่เป็นไร
26 โรคประจำตัวที่มี ดูแลให้ดี เช่น เบาหวาน จะได้ไม่ส่งผลมาถึงตา
การใช้ชีวิตประจำวัน
27 ใช้หลัก 20-20-20 เวลาทำงานหน้าคอม (ทุก 20 นาที พักสายตา 20 วินาที ด้วยการมองไปที่ไกล 20 ฟุต)
28 เด็กๆไม่อยากสายตาสั้นเร็ว ออกไปเล่นกลางแจ้งเยอะๆ เล่นหน้าจอให้น้อยลง
29 ใส่คอนแทคเลนส์แต่พอดี เน้นเรื่องการดูแลความสะอาด ไม่ใส่นานเกิน 8 ชั่วโมงและที่สำคัญ “ห้ามใส่นอนเด็ดขาด” ติดเชื้อมาไม่รู้ด้วย
30 แต่งตาได้ ใช้เครื่องสำอางค์ส่วนตัว ไม่ต้องแบ่งกัน
31 ก่อนนอน ล้างเครื่องสำอางค์รอบตาให้สะอาด ลดความเสี่ยงขนตาอักเสบ และการเป็นตากุ้งยิง

เพราะอยากให้ทุกคนมีสุขภาพตาดี มองเห็นชัดเจน พร้อมใช้ชีวิตในทุกๆวัน

หมอยุ้ย
พญ. วัธนีย์ ศรีพวาทกุล

20/10/2022
รับสมัคร ผู้ช่วยเภสัชกร Full Timeร้านยาติดรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ มีเภสัชกรอยู่ตลอดเวลาเปิดร้าน1. เพศหญิง อายุไม่เกิน 45 ปี2. เ...
22/09/2022

รับสมัคร ผู้ช่วยเภสัชกร Full Time
ร้านยาติดรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ มีเภสัชกรอยู่ตลอดเวลาเปิดร้าน

1. เพศหญิง อายุไม่เกิน 45 ปี
2. เงินเดือนเริ่มต้น 12,000-14,000 บาท ขึ้นกับประสบการณ์
3. ทำงาน 9 ชม. รวมพัก (12.00-21.00)
4. OT ขึ้นกับประสบการณ์
5. ทำงาน 6 วัน/สัปดาห์ หยุดวันอาทิตย์
6. มีค่า commission ให้ / มีโบนัสปลายปีให้
7. อ่าน-เขียนภาษาอังกฤษได้ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
8. บุคลิกภาพดี ซื่อสัตย์ ชอบงานบริการ ขยัน รักความสะอาด
9. มีประสบการณ์การทำงานในร้านยาอย่างน้อย 1-2 ปี
10. วันหยุดประจำปี 13วัน/ปี (สามารถเลือกวันหยุดได้)

***สนใจ LINE ID 0869917346 หรือโทร 086-9971346 (โจ)***

12/07/2022

ต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน
สาเหตุของจุดขาวที่ขอบเปลือกตา รวมถึงตากุ้งยิงที่เป็นซ้ำบ่อยๆ
วันนี้มารู้จักโรคตาอีกโรคที่เกี่ยวข้องกับตาแห้งอย่างใกล้ชิด อยากรู้จักและรักษาตาแห้งได้ดี ต้องรู้จักต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตันด้วย
>>
ขอเล่าพื้นฐานของน้ำตาก่อนสักหน่อย
โครงสร้างของน้ำตาเรามีสามชั้น เรียงจากนอกเข้าในคือชั้น ไขมัน น้ำ และเมือก (lipid-aqueous-mucin layer) ซึ่งถูกสร้างมาจากแต่ละส่วนของเนื้อเยื่อรอบดวงตา
น้ำตาจึงไม่ได้มีแต่น้ำอย่างที่ชื่อเรียก แต่น้ำก็เป็นส่วนประกอบที่มีปริมาณเยอะที่สุด
ส่วนไขมันถูกหลั่งออกมาจากต่อมที่มีชื่อว่า meibomian gland เรียงอยู่ตามเปลือกตา
ต่อมนี้มีลักษณะเป็นท่อตามแนวตั้งของเปลือกตา มีทั้งด้านบนและล่าง โดยมีปริมาณมากกว่าที่ด้านบน
น้ำมันที่ออกมาเรียกว่า meibum เป็นน้ำมันใสๆ เคลือบชั้นนอกสุดของน้ำตาทำให้น้ำตาของเราไม่ระเหยเร็ว (decrease evaporation) คิดภาพว่าในแก้วมีน้ำและน้ำมันอยู่ด้วยกัน น้ำมันจะลอยด้านบน ทำให้น้ำจะระเหยได้ช้า น้ำตาก็เป็นแบบนั้น
.
ภาวะสมดุลของน้ำตาเป็นสิ่งสำคัญ ต้องมีปริมาณของน้ำตา น้ำมันและเมือกอย่างเหมาะสม ถ้าเสียสมดุล (loss of homeostatis) ทำให้เกิดภาวะตาแห้งตามมา
น้ำมันที่ผิดปกติก็มาจากต่อมไขมันที่ผิดปกติไป
>>
โรคนี้ชื่อ meibomian gland dysfunction (MGD) ตามคำจำกัดความจาก The international workshop on meibomian gland dysfunction คือ ความผิดปกติของต่อมไขมันที่เป็นเรื้อรังและทั่วๆ ทำให้ปริมาณและคุณภาพของน้ำมันที่หลั่งออกมาผิดปกติไป อาจจะส่งผลให้ชั้นนำ้ตาเปลี่ยนไป มีอาการระคายเคือง รวมถึงมีการอักเสบของชั้นผิวกระจกตาได้
>>
ถ้าแบ่งกลไกความผิดปกติก็เป็นน้ำมันหลั่งออกมาน้อยหรือมากเกินไป
หลั่งน้อยก็ด้วยสร้างน้อย(hyposecretory) หรือว่ารูเปิดอุดตัน (obstruction : cicatrix vs non-cicatrix)
ส่วนกลุ่มที่หลั่งออกมามาก (hypersecretory) ก็เป็นได้ทั้งแบบไม่มีสาเหตุหรือว่าสัมพันธ์กับโรคบางอย่างเช่น seborrheic dermatitis, acne rosacea
>>
ปัจจัยเสี่ยงที่เป็นที่รู้จัก คือ
ปัจจัยทางร่างกาย: อายุที่มากขึ้น androgen deficiency, โรคผิวหนังที่ชื่อว่า rosacea, Sjogren’s syndrome

ปัจจัยทางตา: เปลือกตาอักเสบเรื้อรัง การใส่คอนแทคเลนส์มานาน การใช้ยาหยอดต้อหิน หรือทานยาคลายเครียด ยารักษาสิวบางตัว (isotretinoin) เป็นต้น

>>
ทีนี้มาถึงอาการ ซึ่งคล้ายกับโรคตาแห้งมาก ได้แก่ เคือง แสบ คัน เหมือนมีทรายในตา ไม่สบายตา รู้สึกว่าน้ำตาน้อย ตาแดง มองไม่ชัด
ใครที่ไม่เคยรู้ว่าตาแห้งมาด้วยอาการอะไรได้บ้างอาจจะแปลกใจว่าอาการเป็นได้หลากหลายขนาดนี้ ชีวิตจริงที่หมอเจอก็แบบนี้แหละ คนไข้อาจจะบ่นจนจับไม่ถูกว่าอาการอะไรกันแน่นะที่ทำให้มารพ แต่ถ้าถามดูดีๆมักจะมีอาการเด่นสักอย่างหนึ่ง
และด้วยความที่ MGD เป็นสาเหตุสำคัญหนึ่งของตาแห้ง อาการที่เฉพาะกับ MGD เลยจึงไม่ได้ชัดเจน มาคาบเกี่ยวกับตาแห้งเสียเยอะ
อาการที่ทำให้นึกถึงต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตันมากขึ้น ได้แก่ แสบหรือคันที่ขอบเปลือกตา
ถ้าได้ตรวจตาก็จะง่ายมาก หมอดูที่ขอบเปลือกตา ถ้าเห็นเส้นเลือดเยอะๆ (telangiectasia) หรือรูเปิดต่อมไขมันเลื่อนไปทางด้านหลัง ลองกดดูได้ไขมันที่ข้นขลั่ก อันนี้ก็ใช่เลย
รูปที่เห็นเป็นแบบที่รุนแรง กดมาแล้วได้ความข้นเป็นยาสีฟัน
คนปกติกดแล้วได้เป็นน้ำใสๆ -น้ำขุ่นๆ-ข้นเป็นยาสีฟัน เอารูปให้คนไข้ดูก็ไม่แปลกที่คนไข้จะตกใจว่าที่ตาตัวเองเป็นแบบนี้หรอ ดูน่ากลัวมาก
ต่อมเหล่านี้ถ้าอุดตันและมีการติดเชื้อขึ้นมาด้วย กลายเป็นตากุ้งยิง ที่เป็นโรคตาที่พบบ่อยสุดๆ
หมอชอบเปรียบเทียบว่าเหมือนกันสิวที่หน้า
ถ้าเป็นต่อมไขมันอุดตันก็เหมือนกับเป็นสิวอุดตัน ที่หน้าเรากดออกได้ ที่ตาก็กดออกได้เหมือนกัน แต่ที่กดออกเป็นแค่ส่วนที่อยู่ตรงปลายเปิด ตรงที่อยู่ลึกลงไปไม่ได้ถูกกดออกมานะ และต้องให้หมอกดให้ กดเองคงเจ็บน่าดู
ในคนที่เป็นตากุ้งยิงบ่อยๆ ตุ่มนี้หาย อีกตุ่มติดเชื้อช่วงเวลาใกล้ๆ ตรวจดูมักจะมีMGD ซ่อนอยู่ หมอเคยเจอแบบที่เป็นหนักๆคือเหมือนมีก้อนเป็นปื้นๆที่เปลือกตา
มีคลิปตอนกดให้ดู
https://web.facebook.com/watch/?v=3241923189359825

>>
มาถึงการรักษา
1
อันดับแรก
ปัจจัยเสี่ยงไหนที่ปรับได้ให้จัดการ เรียกว่าจัดการต้นเหตุ แต่หลายปัจจัยก็ปรับไม่ได้ เช่น อายุ โรคประจำตัวที่มี แต่กลุ่มยาหรือสิ่งแวดล้อมมักจะปรับได้
2
การประคบอุ่นและทำความสะอาดเปลือกตา (warm compression and lid hygeine)
ซึ่งเป็นพื้นฐานของการดูแลMGD และ ตาแห้งเลย หลักการคือเอาความร้อนมาละลายไขมันที่อุดตัน จุดหลอมเหลวของต่อมไขมันชนิดนี้อยู่ที่ 40 องศา เราเลยเอาความร้อนที่ประมาณนี้แหละมาวางประคบ ทำเช้า เย็น สองครั้ง ครั้งละ 10 นาที (ใช้เจล ถุงถั่ว หรือแว่นคุมความร้อน)
วิธีประคบอุ่น
https://web.facebook.com/watch/?v=776425153349057
เวลาแนะนำ หมอจะบอกว่าทำเข้าไปกับการล้างหน้า แปรงฟันเลย ทำให้ได้เหมือนเป็นroutine การดูแลตัวเอง เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้ เจอกันอีกทีก็มักจะบอกหมอว่าไม่มีเวลาทำเสียทุกราย
ประคบเสร็จมีการทำความสะอาดด้วยโฟมเฉพาะ ในท้องตลาดมีหลายยี่ห้อ ลองหาดู
เห็นว่าจะทำได้ดีต้องมีคนสอนทำให้ถูกต้องตั้งแต่ทีแรก ถ้าขี้เกียจทำหรือทำได้ไม่ดีพอ หมอก็จะแนะนำให้ไปทำ lid spa หลายคนน่าจะเคยได้ยิน ตามรพ ต่างๆมักจะมีให้บริการโดยมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไป ตั้งแต่หลักร้อยถึงพัน จริงๆแล้วคล้ายกันกับที่ให้ทำเอง แต่ที่ต่างหลักๆเลยคือความร้อนอุณหภูมิคงที่และมีการกดรีดไขมันออกโดยหมอหรือเจ้าหน้าที่ที่ถูกฝึกมา (อยู่บ้านทำเองไม่ได้ การกดต้องมีเครื่องมือ และไม่ได้กดลงไปกับลูกตา)
3
ถัดมาเป็นเรื่องการหยอดน้ำตาเทียมเพื่อช่วยเรื่องตาแห้งมักจะมีร่วมด้วย

4
มีการให้ทานยาฆ่าเชื้อกลุ่ม doxycycline หรือ azithromycin โดยหวังผลลดอักเสบเพื่อข่วยให้ไขมันอุดตันดีขึ้น

ถ้ามีไรที่ขนตา (demodex) ก็รักษาด้วย

5
ถ้าเป็นมากๆปัจจุบันก็มีการใช้เครื่องมือที่ให้ความร้อนเปลือกตาได้ทั่วถึง และกดรีดไขมันไปได้พร้อมๆกัน (LipiFlow) หรือการใช้เลเซอร์ IPL เพิ่มเติม

>>
เอาว่าเริ่มต้นด้วยการประคบอุ่นกับหยอดน้ำตาเทียมก่อน การดูแลง่ายๆเหมาะกับมือใหม่ ถ้าจะต้องทำอะไรมากขึ้นก็ขอให้อยู่ในความดูแลของจักษุแพทย์แล้วกัน

เพราะอยากให้ทุกคนมีสุขภาพตาดี
หมอยุ้ย

Note
ตอนนี้ค้างอยู่ในใจตัวเองตั้งแต่ทำคลิปกดไขมันแล้ว แต่ช่วงที่ผ่านมามีเรื่องเล่าให้เขียนรายวันเยอะเลย จนได้มาเขียนเรื่องนี้ต่อให้จบ ยาวหน่อย แต่อธิบายจนคิดว่าคนที่เป็นโรคนี้ถ้าได้มาอ่านจะเข้าใจโรคที่เป็นเยอะขึ้นแน่นอน

22/06/2022

ผลระยะยาวของเลสิค คำตอบจากหมอกระจกตา
หมอจะมาเล่าให้ฟังอย่างหมดเปลือก ทุกคนที่หาข้อมูลคงอยากรู้ว่าระยะยาวหลังทำไปแล้วมีอะไรที่จะเกิดขึ้นได้บ้าง มีอะไรต้องระวังเป็นพิเศษหรือเปล่า ตาแห้งตลอดไปเลยไหม ไม่เห็นใครเล่าเรื่องนี้เท่าไหร่
คนแรกที่ถามหมอเลยก็น้องสาวนี่แหละ เวลาคุยกันเธอชอบถามคำถามอะไรที่นึกไม่ถึง แล้วพอเจอคนไข้ถามอีกก็นึกได้ว่าเอ๊ะ หรือมันเปนเรื่องที่คนอื่นสงสัยกัน (บางทีมองจากมุมหมอก็ไม่รู้หรอกนะว่าคนอื่นจะสงสัยอะไร เหมือนเรารู้และอยู่กับมันตลอด)

ผลระยะยาวที่ว่า หมอขอเล่าถึงเฉพาะในกรณีที่ประเมินผ่าน เหมาะสมที่จะทำ(good candidate) และไม่มีภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด เพราะถ้าเอาที่ไม่เหมาะสมก่อนจะทำมาคุยด้วยคือยาวอีกเป็นกระบุง

>>
สิ่งที่เกิดขึ้นระยะยาวหลังทำเลสิค

1. แผลที่กระจกตาตลอดชีวิต (ตรงบริเวณที่เปิดฝา/flap)
จึงมีข้อแนะนำให้ระวังอุบัติเหตุที่ตาตลอดไป
หมอเคยถูกสอนตั้งแต่สมัยเรียนว่า cornea never heal แต่อย่าเป็นกังวลกับคำว่าแผลไม่มีวันหายสนิทมากจนไม่ยอมทำเลสิค รอยแผลที่ฝากระจกตา ถ้าไม่ได้โชคร้ายดวงซวยจริงๆ ไม่ขยับหรอก ใช้ชีวิตปกติได้สบายมาก อีกอย่างหนึ่งคือถึงจะไม่ทำเลสิค ก็ต้องระวังอุบัติเหตุที่ตาอยู่ดี เพราะอุบัติเหตุที่รุนแรงพอจะทำให้ฝากระจกเคลื่อนได้นั้น ก็รุนแรงพอที่จะทำให้ตาปกติเกิดเรื่องได้เหมือนกัน

ส่วนวิธี Relex ไม่มีฝา เป็นแผลเล็ก จึงมีข้อดีกว่าในแง่ความแข็งแรง ตัดปัญหาฝาเคลื่อนไปได้เลย
2. ตาแห้งขึ้นช่วง 6 เดือนแรก (iatrogenic dry eyes)
เนื่องการการทำเลสิคไปตัด/รบกวนเส้นประสาทที่กระจกตา (corneal nerve)ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้างน้ำตา ซึ่งเส้นประสาทนี้จะค่อยๆโตกลับมาใหม่ได้ 80%ที่ 6 เดือน อาการตาแห้งเดือนแรกๆเยอะหน่อย สักพักดีขึ้น บางคนไม่รู้สึกเลยก็มี ไม่ใช่ไม่มีตาแห้งนะ ตรวจนะมีแน่ แต่ความรู้สึกแต่ละคนไม่เท่ากัน
3. ภาวะถดถอยในคนสายตาสั้นมากตั้งแต่เริ่มต้น (สั้นตั้งแต่ 600 เป็นต้นไป)
การทำเลสิคทำให้กระจกตาแบนลง และบางลง ในลูกตามีน้ำและแรงดัน จึงเกิดการพยายามดันให้ส่วนที่แบนลงกลับมาโค้งเหมือนเดิม ยิ่งเลสิคทำให้กระจกตาแบนและบางลงไปเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสเกิดภาวะถดถอยได้มากเท่านั้น และหลักคิดนี้ยังอธิบายได้กับการแก้สายตาเอียงด้วยว่าทำไมถึงมีโอกาสถดถอยมากกว่าสายตาสั้น
อัตราการถดถอยอยู่ที่ 0.1 diopter/ปี
นี่เป็นสาเหตุหนึ่งว่าทำไมทำเลสิคแล้วถึงกลับมาสายตาสั้นอีก อยากรู้สาเหตุอื่นด้วย อ่าน ทำไมหลังทำเลสิคแล้ว บางคนกลับมาสายตาสั้นอีก? https://www.facebook.com/LASIKDRYUI/posts/131040112815781
4. มีสายตายาวตามวัยเหมือนคนปกติ (presbyopia is still with you)
เลสิคแก้ไขค่าสายตาสั้น เอียงที่มีให้หายไป ถึงอายุ 40 มีสายตายาวตามวัยที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ใส่แว่นอ่านหนังสือเหมือนคนทั่วไป เปลี่ยนแว่นอ่านหนังสือทุก 1-2 ปี

ตอนนี้ก็มีรักษาตัวหนึ่งแล้ว แต่ยายังไม่เข้าที่ไทย ใครที่สนใจลองอ่านดู
Vuity for presbyopia https://www.facebook.com/eyesmatterbyDrYui/posts/400921878401346
5. ในอนาคตทำต้อกระจกใช้สูตรคำนวณเบอร์เลนส์ที่ต่างจากปกติ แต่วิธีผ่าตัดเหมือนปกติ (beware of IOL calculation)
และที่สำคัญ เลสิคไม่ได้ทำให้ต้อกระจกเป็นเร็วหรือช้ากว่าปกตินะ การดูแลตัวเองที่ช่วยป้องกันได้คือการใส่แว่นกันแดดอย่างสม่ำเสมอ วิธีเลือกแว่นกันแดดหมอเคยเขียนไว้ในตอนนี้
วิธีเลือกแว่นกันแดด A must have item for your eyes https://www.facebook.com/eyesmatterbyDrYui/posts/501445791682287

>>
บางคนสงสัยว่า เคยอ่านเจอว่าบางคนมีตาแห้ง แพ้แสง หรือเห็นแสงแตกกระจายตอนกลางคืนหลังทำตลอดเลย ไม่หาย ทำไมหมอไม่เขียนถึง
เพราะหมอมองว่าสิ่งเหล่านี้ เกิดจากการที่ประเมินและเตรียมคนไข้ไม่เหมาะสมตั้งแต่แรก (ตาแห้ง แพ้แสง) ทำให้มีผลข้างเคียงตามมา หรือใช้เครื่องเลเซอร์ที่เป็นรุ่นเก่า เจียรเนื้อกระจกตาในบริเวณแคบ (night vision complaint) ซึ่งคนที่ประเมินผ่านแล้วเกิดภาวะแบบนี้ก็มีรายงาน แต่น้อยมาก จึงไม่ขอเขียนถึง เลยเป็นเหตุผลที่การประเมินก่อนผ่าตัดสำคัญมาก ส่วนประเมินอะไรบ้างนั้น หมอเคยเขียนไว้ในตอนนี้
10 ขั้นตอนประเมิน LASIK (รวมถึง PRK, RELEX, ICL) https://www.facebook.com/LASIKDRYUI/posts/139385561981236
>>
สิ่งหนึ่งที่ได้แน่ๆคือ “ความสุขระยะยาวที่มองเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า และความสบายคล่องตัวที่ได้จากการเป็นอิสระจากแว่น”
นี่ถึงเป็นเหตุผลที่เลสิคอยู่มาได้ถึง 20+ ปีและมีคนทำไปแล้วทั่วโลกหลายล้านคน และมากขึ้นเรื่อยๆ คนไข้ยังบอกอีกว่าเป็นการเสียเงินที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตอย่างหนึ่ง
ถ้าใครที่สนใจ แต่ยังลังเล ไม่แน่ใจว่าผลระยะยาวของเลสิคเป็นยังไงกับตัวเรา
หมอแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ประเมินสภาพตาว่าเหมาะสมไหม
ทักหมอได้ ยินดีให้คำปรึกษา ฟรี
เพราะอยากให้ทุกคนมองเห็นชัดเจนด้วยตาเปล่า
หมอยุ้ย
พญ. วัธนีย์ ศรีพวาทกุล
จักษุแพทย์ด้านกระจกตาและการแก้ไขสายตาผิดปกติ
ความเชี่ยวชาญ
เลสิค - LASIK/PRK/ICL
ต้อกระจก - Premium cataract
ต้อเนื้อ - Pterygium surgery
โรคกระจกตา - Corneal disease
หมอออกตรวจและผ่าตัด โดยประจำที่
ศูนย์เลสิคสุวรรณภูมิ รพ จุฬารัตน์ 1 (บางนา สมุทรปราการ)
Crystal LASIK (แถวรังสิต ดอนเมือง)
ศูนย์เลสิคธนบุรีบำรุงเมือง (เยาวราช)
ศูนย์เลสิครพ ลาดพร้าว
ุ้ย #เลสิคหมอยุ้ย #เลสิค #เลสิก #เลนส์เสริม
#แก้ไขสายตาสั้น #แก้ไขสายตา
#สอบเตรียมทหาร #สอบนายร้อย #สอบตำรวจ
#ศูนย์เลสิคสุวรรณภูมิ #คริสตัลเลสิค #ศูนย์เลสิคธนบุรีบำรุงเมือง #ศูนย์เลสิคพญาไท3
#เลสิคบางนา #เลสิคสมุทรปราการ #เลสิคใกล้สนามบิน

19/04/2022

อายุ40 ขึ้นไป อยากทำเลสิคอ่านทางนี้
ถ้าไม่อยากเสียใจทีหลัง

อ่านสั้นๆแบบคนขี้เกียจ
1 เป็นความเข้าใจผิดที่ว่าสายตายาวตามวัย(presbyopia) รักษาด้วยเลสิคได้ ที่ศูนย์เลสิคแนะนำว่าแก้สายตายาวได้ เป็นสายตายาวแบบที่ใช้คำภาษาอังกฤษว่า hyperopia เพราะภาษาไทยใช้คำว่า “ยาว” เหมือนกัน เลยทำให้เข้าใจว่าเหมือนกัน แต่จริงๆแล้วไม่ใช่
2 เมื่ออายุเข้าใกล้ 40 ปีแล้วมีสายตาสั้นร่วมกับมีสายตายาวตามวัย วิธี monovision LASIK เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแก้ไข แต่ยังไงเสียการมองเห็นที่ได้ก็ไม่ perfect เหมือนกับการทำLASIK ในช่วงวัย 30 ปี
*******
คำเตือน!
ตอนนี้ยาวและเนื้อหาเยอะ เหมาะกับคนที่สนใจหาข้อมูลเพื่อทำLASIK แบบmonovision หรือแก้ไขค่าสายตาผิดปกติอื่นๆ
อธิบายละเอียด
ใครที่มีค่าสายตาสั้น ยาว(ที่”ไม่ใช่”ยาวตามวัย) มาปรึกษาว่าทำเลสิคดีไหม ถ้าไม่มีข้อห้าม หมอแนะนำให้ทำนะ เพราะความเสี่ยงของการทำเลสิคน้อยกว่าการใส่คอนแทคเลนส์แล้วดูแลผิดๆเสียอีก(ใส่นอน ใส่แล้วโดนน้ำ ไม่ค่อยรักษาความสะอาด) แต่ถ้าเมื่อไหร่อายุใกล้ 40 ปี(ตั้งแต่ 38 ปีขึ้นไป) แล้วปรึกษา ต้องคุยเพิ่มอีกเรื่อง คือ “สายตายาวตามวัย (presbyopia)”
สายตายาวตามวัยนี่แหละ ที่ทำให้บางคนทำเลสิคไปแล้วไม่มีความสุข โดยเฉพาะคนที่ใช้ประโยชน์จากสายตาสั้นที่มีโดยไม่รู้ตัว
การจะเข้าใจเรื่องนี้ต้องมีความรู้พื้นฐาน 3 เรื่อง
>>>
1. สายตาสั้น ยาว เอียง และวิธีแก้ไข
เกิดจากการที่แสงเมื่อหักเหจากกระจกตาและเลนส์ตาแล้วตกถึงในตำแหน่งต่างๆกันเมื่อเทียบกับจุดรับภาพชัด ถ้าตกถึง
ก่อน เรียกสายตาสั้น (myopia),
หลัง เรียกสายตายาว (hyperopia),
หรือแสงจากสองแนวตกคนละตำแหน่งกัน เรียกสายตาเอียง (astigmatism)

หลักการของวิธีแก้ไขคือ - ทำให้แสงที่หักเหแล้วตกพอดีจุดรับภาพชัดพอดี

วิธีแก้ไขที่มีในปัจจุบัน
1. แว่น (เอาเลนส์มาวางข้างหน้าตาเพื่อเปลี่ยนแนวหักเหแสง, สายตาสั้นใช้เลนส์เว้า เพื่อกระจายแสง- สายตายาวใช้เลนส์นูนเพื่อรวมแสง)
2. Contact lens
3. LASIK แก้ไขความโค้งกระจกตาให้แบน(แก้สายตาสั้น) หรือนูนขึ้น(แก้สายตายาว)
4. เลนส์เสริม (ICL) คิดง่ายๆเหมือนเอาคอนแทคเลนส์ใส่เข้าไปในตา แต่ใช้วัสดุอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า collamer สามารถอยู่ในตาได้ระยะยาว
5. เปลี่ยนเลนส์ตาเทียม (Intraocular lens, IOL) วิธีเหมือนผ่าตัดต้อกระจก ปัจจุบันสามารถเลือกเบอร์เลนส์แก้วตาเทียมให้แก้ไขค่าสายตาได้ใกล้เคียง0
จาก 1 ไป 5 มีความ invasive มากขึ้นตามลำดับ วิธีที่ง่ายและปลอดภัยสุดคือแว่นตา
สิ่งที่ได้จากเรื่องแรกคือค่าสายตาแบบต่างๆคืออะไร และวิธีแก้ไขที่มีในปัจจุบัน
>>>
2 สายตายาวตามวัย (presbyopia)
ในวัยหนุ่มสาว เวลามองใกล้ การเพ่ง (accommodation) เพื่อปรับโฟกัสในตาเกิดขึ้นโดย อัติโนมัติ โดยเลนส์ตารับหน้าที่นี้ เมื่ออายุ40 ความสามารถนี้”เริ่ม”เสียไป เนื่องจากเลนส์ ”แข็งขึ้น” บางคนเริ่มเร็วหรือช้ากว่านั้น พิจารณาตามเชื้อชาติแล้วคนไทยหรือฝั่งเอเซียเป็นสายตายาวเร็วกว่าฝรั่งทางตะวันตก ความสามารถในการเพ่งค่อยๆลดลงเรื่อยๆตามอายุที่มากขึ้น จนกระทั่งอายุ 65 เพ่งไม่ได้แล้ว เลนส์นอกจากจะแข็งขึ้นแล้วยังขุ่นมากขึ้นด้วยด้วย หรือที่เรียกว่าเป็นต้อกระจก
วิธีที่สังเกตว่าเรามีสายตายาวหรือยัง ง่ายมาก ถ้ามีหนึ่งในสองอาการนี้คือใช่
1. ยืดแขนอ่านหนังสือ
2. ถ้าเดิมใส่แว่น เวลาอ่านหนังสือถอดแว่นแล้วชัดกว่า
วิธีแก้สายตายาวที่ตรงจุดคือทำให้เลนส์ ”นิ่มลง” ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีวิธีรักษาใดทำแบบนั้นได้ ที่ทำได้คือใส่แว่นเลนส์นูน เพื่อให้มองใกล้ได้ชัด
>>>
แล้วสายตายาวตามวัยทำไมถึงเกี่ยวกับเลสิค? ทำไมทำแล้วถึงไม่พอใจ?
เอาข้อมูลจากสองเรื่องมารวมกัน
เหตุผลคือ
ถ้าเราแก้ค่าสายตาสั้นหรือเอียงทั้งหมดที่มี (เลสิคทำได้) ทำเสร็จแล้ว มองไกลชัด แต่มองใกล้ไม่ได้ ต้องใส่แว่นอ่านหนังสือ
ซึ่งผิดจากที่คนไข้คาดหวังว่าทำเสร็จแล้วไม่ต้องใส่แว่นเลย
ในคนอายุ 40ขึ้นไปทำเลสิคแล้วไม่ได้มองชัดทุกระยะ ไม่เหมือนคนอายุ 30 หมอถึงบอกว่าถ้าอยากทำอย่ารีรอ เพราะทำเร็วคุ้มกว่า
ตัวอย่างกรณีหนึ่งคนไข้จะไม่happyมากหลังทำคือ
คุณ A คนที่อายุ40 สายตาสั้น 200 ไม่ได้ขับรถ ทำงานกับหน้าจอเป็นหลักโดยที่”ไม่ได้ใส่แว่น” เข้าใจว่าทำเลสิคแก้สายตาสั้นที่มีให้หายไป คราวนี้มองไกลก็ชัด มองใกล้ก็ได้ (เพราะตอนนี้ไม่ได้ใส่แว่น)
แต่ในความเป็นจริงคือ
หลังทำเลสิคมองไกลชัด(ไม่มีสายตาสั้น) มองใกล้ต้องใส่แว่น (สายตายาวตามอายุยังอยู่) เห็นว่ากลับกันกับตอนแรก แต่ยังต้องใส่แว่นอยู่ดี
ที่เป็นแบบนี้เพราะเดิมทีคุณ A มีความสุขอยู่แล้วกับการใช้สายตาสั้นที่มีมองใกล้โดยไม่รู้ตัวว่านี่คือประโยชน์ที่ได้จากสายตาสั้น
แล้วแบบนี้ทำยังไงได้
>>>
เข้าสู่เรื่องต่อมา
3. monovision
มีอีกวิธีที่ช่วยแก้ไขสายตายาวตามวัยได้
เรียกว่า”monovision”
หลักการคือวางแผนแก้ไขค่าสายตาสุดท้ายให้ “ตาเด่นมองไกลชัด ตาด้อยมองใกล้ชัด”

เรื่องตาเด่นเคยเขียนไว้แล้ว ในตอนก่อนหน้า https://www.facebook.com/LASIKDRYUI/posts/113090104610782
ต้องลองดูถึงรู้ว่าชอบหรือไม่ชอบ ปรับตัวได้ไหม วิธีลองก็มีทั้งแว่นและคอนแทคเลนส์จากประสบการณ์หมอ คนชอบกับไม่ชอบอย่างละ 50% ขึ้นกับบุคลิกและลักษณะการใช้สายตา คนที่ไม่ได้ต้องการมองละเอียดมาก lifestyle ชิวๆหน่อยมักจะชอบ
ในคนไข้กลุ่มนี้ถ้ามาตรวจหมอจะมีค่าสายตาให้ลอง3 แบบ
- แก้เต็ม(full correction)ให้มองไกลชัดทั้งสองตา ใส่แว่นอ่านหนังสือแบบคนปกติ
- แก้แบบmonovision -แก้ตาเด่นให้เหลือเป็น 0 ส่วนตาด้อยเหลือค่าสายตาสั้นเท่าสายตายาวที่มี (เช่นมีสายตายาว 100 ก็เหลือให้เป็นสายตาสั้น 100) แต่จะมีlimit อยู่ที่ไม่เกิน 175-200
- แบบ mini- monovison -แก้ตาเด่นให้เหลือเป็น 0 ตาด้อยเหลือน้อยกว่าสายตายาวที่มี (สั้น 50-100)
แต่ละวิธีมีความคมชัดไม่เท่ากันในแต่ละระยะ
monovision มีข้อดีคือไม่ต้องใส่แว่น ข้อด้อยคือเสียการมองเห็นสามมิติไป (stereopsis)
Monovisionมีวิธีใช้ทั้งในการใส่คอนแทคเลนส์ เลสิค หรือทำต้อกระจก
ในต่างประเทศนิยมมาก และที่เคยไปดูงานมา คนต่างชาติยอมรับในความแตกต่างระหว่างค่าสายตาสองข้างได้มากกว่าคนไทย ที่หมอทำบ่อยๆเลยคือผ่าต้อกระจก

ไม่ต้องแปลกใจว่าสองข้างมองเห็นต่างกัน แล้วจะงงไหม คำตอบคือแล้วแต่คน อาจจะต้องให้เวลาสมองปรับตัว (neuroplasticity) ในช่วงแรก แล้วจะชินขึ้น ใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน
ถ้าคุยไว้ให้เรียบร้อยก่อนผ่าตัดว่าหลังทำมองเห็นประมาณไหน หลังทำก็สบาย ได้สิ่งที่คาดหวัง
อ่านแล้วอย่าเข้าใจผิดนะว่าคนอายุ40+ไม่ควรทำเลสิค ที่ทำแล้ว happy กับสายตาใหม่ก็มีเยอะ(ทั้งแบบmonovision และfull correction)
หรือคนไข้ที่พอเข้าใจแบบนี้ ลองวัดสายตา พิจารณาการใช้สายตาของตัวเองแล้ว สุดท้ายตัดสินใจไม่ทำก็มี เพราะว่าไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองคิดไว้
อ่านตอนเดียวรวมเนื้อหาเรื่องค่าสายตาถึง 3 เรื่อง แม้จะอยากเขียนแยกตอน แต่ผู้อ่านจะไม่ต่อเนื่อง จากที่เข้าใจยากอยู่แล้ว กลายเป็นไม่เข้าใจไปเลย
ถ้าอ่านแล้วยังสงสัย ไม่ต้องกังวล หมอแนะนำให้เข้ามาตรวจประเมินแล้วคุยกัน
เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ขนาดเจอหน้ากันยังใช้เวลาอธิบาย
ใครอ่านจบขอemojiสักตัวในcomment เก่งมากจ้า
หมอยุ้ย
พญ. วัธนีย์ ศรีพวาทกุล
Cornea and refractive surgeon
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ใครที่สนใจทำ LASIK หรือ PRK ทักปรึกษาได้ หมอตอบเองทุกคำถาม
หมอออกตรวจและผ่าตัดที่
- ศูนย์เลสิคสุวรรณภูมิ รพ จุฬารัตน์ 1 (แถวบางนา โซนกรุงเทพตะวันออก) 097 242 0295, 02 316 5033
- Crystal LASIK (แถวรังสิต ดอนเมือง ปทุมธานี กรุงเทพฝั่งเหนือ)
- ศูนย์เลสิคพญาไท 3
- ศูนย์เลสิคธนบุรีบำรุงเมือง

ุ้ย #เลสิคหมอยุ้ย #เลสิค #เลสิก #เลนส์เสริม
#แก้ไขสายตาสั้น #แก้ไขสายตา
#สอบเตรียมทหาร #สอบนายร้อย #สอบตำรวจ
#ศูนย์เลสิคสุวรรณภูมิ #คริสตัลเลสิค #ศูนย์เลสิคธนบุรีบำรุงเมือง #ศูนย์เลสิคพญาไท3
#เลสิคบางนา #เลสิคสมุทรปราการ #เลสิคใกล้สนามบิน #เลสิคดอนเมือง

ที่อยู่

613 Sukhumvit (Between Soi 35-37) Khlongtun Nua, Wattana
Bangkok
10110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 21:00
อังคาร 08:00 - 21:00
พุธ 08:00 - 21:00
พฤหัสบดี 08:00 - 21:00
ศุกร์ 08:00 - 21:00
เสาร์ 08:00 - 21:00
อาทิตย์ 14:00 - 21:00

เบอร์โทรศัพท์

+6622588845

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Sriya Pharmacyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Sriya Pharmacy:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram