Pichayanin Clinic

Pichayanin Clinic คลินิกสุขภาพใจและให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา

💥 ADHD … แนวทางในการดูแลและรักษาเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้น !!!โรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder: ADHD) ...
26/04/2026

💥 ADHD … แนวทางในการดูแลและรักษาเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้น !!!

โรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder: ADHD) เป็นความผิดปกติทางพัฒนาการด้านพฤติกรรมและการควบคุมตนเองของสมอง ส่งผลให้เด็กมีอาการขาดสมาธิ อยู่ไม่นิ่ง และหุนหันพลันแล่น ซึ่งอาจกระทบต่อการเรียนรู้ ความสัมพันธ์ทางสังคม และพัฒนาการทางอารมณ์ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

เด็กมักถูกส่งต่อมาพบจิตแพทย์เด็กเมื่อมีปัญหาในโรงเรียน เช่น ไม่ตั้งใจเรียน ซุกซน ก้าวร้าว หรือมีปัญหากับครูและเพื่อน ขณะเดียวกัน ผู้ปกครองอาจมีปฏิกิริยาที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ความกังวลมากเกินไป (overprotective) ไปจนถึงการปฏิเสธหรือไม่ยอมรับการรักษา ซึ่งส่งผลต่อความต่อเนื่องของการดูแลรักษาและส่งผลเสียในระยะยาว

📕 แนวทางการดูแลรักษา
1. การให้ความรู้ (Psychoeducation): การให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับ ADHD แก่ผู้ปกครองและครูเป็นขั้นตอนสำคัญ เพื่อสร้างความเข้าใจว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็นผลจากความผิดปกติของสมอง ไม่ใช่พฤติกรรมที่เกิดจากการเลี้ยงดูเพียงอย่างเดียว ความเข้าใจนี้ช่วยลดการตีตรา (stigma) และเพิ่มความร่วมมือในการรักษา
2. การรักษาด้วยยา (Pharmacological Treatment): การใช้ยาเป็นวิธีที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าสามารถช่วยลดอาการหลักของ ADHD ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะด้านสมาธิและการควบคุมพฤติกรรม
* ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
* หลีกเลี่ยงการปรับ/เปลี่ยน/เพิ่ม/ลดหรือหยุดยาเอง
* ควรมีการติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับแผนการรักษาหรือยาตามอาการอย่างเหมาะสม
3. การบำบัดพฤติกรรม (Behavioral Intervention): เป็นการปรับพฤติกรรมผ่านกระบวนการเรียนรู้ แนวทางนี้มีบทบาทสำคัญโดยเฉพาะในเด็กเล็ก และควรทำควบคู่กับการรักษาด้วยยา เช่น
* การเสริมแรงทางบวก (positive reinforcement)
* การกำหนดกติกาที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ
* การฝึกทักษะการควบคุมตนเอง (self-regulation)
4. การมีส่วนร่วมของครอบครัว (Family Involvement): ครอบครัวเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ของการรักษา ผู้ปกครองควรมีบทบาทดังนี้
* สร้างโครงสร้างและกิจวัตรประจำวัน (structured routine)
* ใช้การสื่อสารเชิงบวก และหลีกเลี่ยงการลงโทษรุนแรง
* สนับสนุนและติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง
5. ความร่วมมือกับโรงเรียน (School-based Support): การประสานงานระหว่างผู้ปกครองและครูช่วยให้การดูแลเด็กมีความต่อเนื่อง
* ปรับวิธีการสอนให้เหมาะสมกับเด็ก
* ลดสิ่งรบกวนในห้องเรียน
* ใช้แผนการจัดการเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Individualized Education Plan: IEP)
6. การติดตามและประเมินผล (Follow-up and Evaluation): ADHD เป็นภาวะเรื้อรังที่ต้องการการดูแลระยะยาว
* ควรพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
* ประเมินพัฒนาการและพฤติกรรมเป็นระยะ
* ปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมตามช่วงวัย

สรุป: การดูแลเด็กที่มีภาวะ ADHD (Attention Deficit Hyperactivity Disorder) จำเป็นต้องใช้แนวทางแบบองค์รวม โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างแพทย์ ผู้ปกครอง และโรงเรียน การรักษาที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงช่วยลดอาการในปัจจุบัน แต่ยังส่งเสริมศักยภาพของเด็กในระยะยาว ในทางตรงกันข้าม การขาดความต่อเนื่องในการรักษาอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและอนาคตของเด็กได้อย่างมีนัยสำคัญ

📕 สมาธิสั้น (เด็ก)
https://www.facebook.com/share/1ZsjbXTxm5/?mibextid=wwXIfr

📕 สมาธิสั้น (ผู้ใหญ่)
https://www.facebook.com/share/p/18PS3Bgy79/?mibextid=wwXIfr

📕 เครดิต HHC และ อ่านเพิ่มเติม : https://hhcthailand.com/chayanin-saengcharnchai-pichayanin-clinic/

📕ข้อแนะนำในการปฏิบัติตนเพื่อผลการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=122224404464060614&id=61551818438263

📕 คำแนะนำในการใช้ยาอย่างปลอดภัย https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=122252640710060614&id=61551818438263

❤️ พิชญานิน คลินิก (คลินิกสุขภาพใจ) ชั้น 3 ศูนย์การค้า พาราไดซ์พาร์ค (สวนหลวง ร.9) เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 น. - 20.00 น.

☎️ inbox ขอคำปรึกษาหรือทำนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ 06-3868-9925 หรือ LINE: / Line https://lin.ee/GiDkelu หรือ Website www.pichayaninclinic.com

🎯 เพราะ “ความสุขของคุณ คือ ความสำเร็จของเรา”

#สมาธิสั้น
#เด็กซน #เด็กดื้อ
#วิชาชีวิต #ความสุข
#ความสำเร็จ #คุณภาพชีวิต
#เตือนภัย #โรคซึมเศร้า
#ดราม่า #โรควิตกกังวล
#สุขเป็นก็เป็นสุข
#พิชญานินคลินิก

#สุขภาพจิต
#จิตแพทย์ #จิตเวช
#จิตบำบัด #นักจิตวิทยา
#คลินิกจิตแพทย์
#คลินิกสุขภาพจิต
#คลินิกจิตเวช
#คลินิกสุขภาพใจ
#โหนกระแส
#เรื่องเล่าเช้านี้

💥 การใช้ยาอย่างปลอดภัย!!!“พิชญานิน คลินิก” เป็น “คลินิกสุขภาพใจ” ที่ พลโท นายแพทย์ พิชัย แสงชาญชัย  ในฐานะอาจารย์แพทย์เฉ...
26/04/2026

💥 การใช้ยาอย่างปลอดภัย!!!

“พิชญานิน คลินิก” เป็น “คลินิกสุขภาพใจ” ที่ พลโท นายแพทย์ พิชัย แสงชาญชัย ในฐานะอาจารย์แพทย์เฉพาะทางจิตเวชศาสตร์การเสพติด (Addiction Psychiatry) และประธานที่ปรึกษาฝ่ายการแพทย์ พร้อมอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และบุคลากรทางการแพทย์ มาร่วมด้วยช่วยกัน “ทำงานบุญ” เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาก่อนที่จะเจ็บป่วยเรื้อรังและรุนแรงจนยากต่อการเยียวยา ส่งผลเสียกระทบต่อการเรียน หน้าที่การงาน และการดำเนินชีวิต

เพื่อประโยชน์ในการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด ผู้ป่วยบางรายจำเป็นจะต้องได้รับยา เพื่อช่วยปรับสารเคมีในสมองที่มีผลต่ออารมณ์และจิตใจ เนื่องจากยาเพื่อการรักษาเป็น “ยาควบคุม” ที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ต้องอยู่ภายใต้การดูแลรักษาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น ไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป และไม่แนะนำให้ซื้อผ่านช่องทางออนไลน์หรือตลาดมืดที่ไม่ได้ควบคุมคุณภาพและมาตรฐานจนอาจถูกหลอกซื้อยาเสพติดซึ่งเป็นพิษต่อร่างกายโดยไม่รู้ตัว

ดังนั้น ผู้ป่วยจำเป็นจะต้องมา “พบแพทย์” เพื่อตรวจและประเมินอาการทั้งร่างกายและจิตใจก่อนสั่งการรักษา และติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับยาตามอาการอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องทานยาชนิดเดิมหรือขนาดเดิมเสมอไป อีกทั้ง ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยหรือญาติ ปรับ / เปลี่ยน / เพิ่ม / ลด / หรือ หยุดยาเอง เพราะจะส่งผลเสียต่อการรักษา อาจทำให้เกิดอาการกำเริบ เรื้อรัง รุนแรง และเสียเวลาเริ่มต้นการรักษาใหม่

🎯 คำแนะนำในการใช้ยา เพื่อความปลอดภัยและประโยชน์สูงสุดในการรักษาผู้ป่วย
1. แจ้งประวัติสุขภาพทั้งในอดีตและปัจจุบัน / ประวัติแพ้ยาหรือแพ้อาหาร / ยาประจำตัว หรือ ยาที่ได้รับจากแพทย์ฝ่ายกาย เช่น โรคหัวใจ, โรคไต เป็นต้น
2. ผู้ป่วยและญาติสามารถปรึกษาหารือหรือสอบถามข้อสงสัยกับแพทย์ถึงแนวทางการวางแผนการรักษาร่วมกัน
3. การเก็บยา : ให้เก็บยาในที่ที่เหมาะสม ไม่เก็บยาต่างชนิดกันในกล่องหรือถุงเดียวกัน และต้องเก็บให้พ้นมือเด็ก
4.อ่านฉลากยาอย่างละเอียดและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อผลการรักษาที่ดี ซึ่งช่วยให้ยาออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด โดยใช้ยาให้
4.1 ถูกโรค : กินยาที่ช่วยรักษาอาการป่วยของตนเองหรือตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น
4.2 ถูกคน : เลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล อายุ เพศ และภาวะสุขภาพของตนเอง ไม่ควรเอายาของแต่ละคนไปแบ่งให้คนอื่นกินด้วยกัน
4.3 ถูกขนาด : ควรกินยาตามปริมาณที่แพทย์สั่ง ไม่ควรปรับ / เปลี่ยน / เพิ่ม / ลด หรือ หยุดยาเอง
4.4 ถูกวิธี : การใช้ยามีหลายวิธี เช่น ยากิน, ยาอม, ยาหยอด, ยาพ่น, ยาฉีด, ยาแปะ, ยาทา, ยาฝังเฉพาะจุด เป็นต้น ต้องใช้ยาให้ถูกที่ ถูกทาง เพื่อการรักษาโรคได้ตรงจุด
4.5 ถูกเวลา : เพราะยาแต่ละชนิดหวังผลในการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน ยาบางตัวจะเสริมฤทธิ์หรือต้านฤทธิ์กัน และยาแต่ละตัวมีผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน เช่น
- ยาก่อนอาหาร : ควรกินก่อนกินอาหารอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้ยาดูดซึมได้ดี ไม่ใช่กินยาก่อนตักอาหารคำแรกเข้าปาก
- ยาหลังอาหาร : ควรกินหลังอาหารทันที เพื่อลดอาการระคายเคืองกระเพาะอาหาร
- ยาที่กินเมื่อมีอาการ และต้องกินห่างกันทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เช่น ยาลดไข้ แก้ปวด
- ยาก่อนนอน : ควรปรับเวลาเข้านอนให้เป็นเวลาเดิมทุกวัน และควรกินยาก่อนเข้านอนอย่างน้อย 30 นาที ยาจะช่วยทำให้รู้สึกง่วงและหลับสบาย
- ข้อควรระวัง เช่น จะไม่กินวิตามิน C กับวิตามิน B12 พร้อมกัน เพราะจะมีผลต่อการดูดซึมวิตามิน B12 แนะนำให้กินวิตามิน C หลังจากกินวิตามินบี 12 ห่างกันอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง
- คำเตือนอื่นๆ เช่น หากกินยานี้แล้วอาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม ไม่ควรขับขี่ยานพาหนะ เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ เป็นต้น
แพทย์ทุกท่าน … กว่าจะเรียนจบแพทย์เฉพาะทางต้องใช้เวลากว่าสิบปี ต้องสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ และยังต้องใช้เวลาเรียนรู้และติดตามความก้าวหน้าในวงการแพทย์ตลอดชีวิต เพื่อให้มั่นใจว่ามีองค์ความรู้ที่ก้าวทันโรค และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องมี “จริยธรรม” ในการดูแลรักษามนุษย์ตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ ดังนั้น ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิ์เลือกแพทย์ที่เป็นทั้ง “คนเก่ง และ คนดี” ที่ผู้ป่วยเชื่อมั่นและไว้วางใจ ส่วนผลการรักษาจะดีหรือไม่นั้น ขึ้นกับผู้ป่วยที่มีการสื่อสาร ขอคำปรึกษา และให้ความร่วมมือในการปฎิบัติตนตามแผนการรักษามากน้อยเพียงใด

🔥 คำเตือน : ยา มีทั้ง “คุณและโทษ” คุณประโยชน์ของยาเพื่อช่วยในการรักษา ส่วนโทษหากใช้ผิดวิธีอาจจะกลายเป็น “ยาพิษ” ที่คร่าชีวิตโดยไม่รู้ตัว

📕 เครดิต HHC และ อ่านเพิ่มเติม : https://hhcthailand.com/chayanin-saengcharnchai-pichayanin-clinic/

📕ข้อแนะนำในการปฏิบัติตนเพื่อผลการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=122224404464060614&id=61551818438263

❤️ พิชญานิน คลินิก (คลินิกสุขภาพใจ) ชั้น 3 ศูนย์การค้า พาราไดซ์พาร์ค (สวนหลวง ร.9) เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 น. - 20.00 น.

☎️ inbox ขอคำปรึกษาหรือทำนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ 06-3868-9925 หรือ LINE: / Line https://lin.ee/GiDkelu หรือ Website www.pichayaninclinic.com

🎯 เพราะ “ความสุขของคุณ คือ ความสำเร็จของเรา”

#การใช้ยาอย่างปลอดภัย
#สุขภาพดี
#วิชาชีวิต #ความสุข
#ความสำเร็จ #คุณภาพชีวิต
#เตือนภัย #โรคซึมเศร้า
#ดราม่า #โรควิตกกังวล
#พิชญานินคลินิก

#สุขภาพจิต
#จิตแพทย์ #จิตเวช
#จิตบำบัด #นักจิตวิทยา
#คลินิกจิตแพทย์
#คลินิกสุขภาพจิต
#คลินิกจิตเวช
#โหนกระแส
#เรื่องเล่าเช้านี้

❤️ พลิกโอกาส สร้างคุณค่าแห่งการให้…ด้วยหัวใจ !!!การเป็น “ผู้ให้” มิได้หมายถึงการมอบเพียงทรัพย์สินหรือสิ่งของ หากแต่คือกา...
25/04/2026

❤️ พลิกโอกาส สร้างคุณค่าแห่งการให้…ด้วยหัวใจ !!!

การเป็น “ผู้ให้” มิได้หมายถึงการมอบเพียงทรัพย์สินหรือสิ่งของ หากแต่คือการมอบ “พลังทางใจ” ที่สามารถจุดประกายชีวิตของใครบางคนให้ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง การให้กำลังใจ การมอบโอกาส และการปลูกปัญญา คือรูปแบบของการให้ที่ลึกซึ้ง และมีผลต่อจิตใจทั้งผู้ให้และผู้รับอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะสำหรับผู้พิการทางสายตา การสนับสนุนที่ถูกทิศทางสามารถเปลี่ยนข้อจำกัดให้กลายเป็นพลังในการสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างคุณค่าในชีวิตได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ สังคมอาจเคยตีกรอบว่า อาชีพของผู้พิการทางสายตามีเพียงไม่กี่ทางเลือก เช่น การร้องเพลง ขายลอตเตอรี่ หรือเป็นหมอนวดแผนโบราณ แต่คำถามสำคัญคือ “ใครเป็นผู้กำหนดกรอบนั้น?” และเหตุใดศักยภาพของมนุษย์จึงต้องถูกจำกัดด้วยมุมมองแบบเดิม ๆ

จากประสบการณ์การลงพื้นที่ของ ดร.อัญชลี แสงชาญชัย ประธานที่ปรึกษา พิชญานิน คลินิก ในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา เมื่อรายได้ของผู้พิการทางสายตาหายไป โอกาสถูกปิดกั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่คือ “ศักยภาพภายใน” ที่รอการปลุกให้ตื่นขึ้น อาจารย์จึงได้วางแผนการจัดฝึกอบรมในหัวข้อ “พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้” เปิดโอกาสให้ผู้พิการทางสายตาทั่วประเทศสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างเท่าเทียมกัน ทั้งแบบถ่ายทอดสดและย้อนฟังได้ทุกที่ทุกเวลา

เมื่อการบรรยายเริ่มต้นขึ้น คำพูดที่ถ่ายทอด ไม่เพียงให้ความรู้ แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจและความหวัง เป็นแสงสว่างที่มองไม่เห็นด้วยตา แต่สัมผัสได้ด้วยใจ เมื่อการบรรยายจบลง ภาพหนึ่งที่น่าประทับใจ คือช่วงเวลาที่ผู้พิการทางสายตาขอร้องเพลงแทนคำขอบคุณที่ไม่มีตัวอักษรใดอธิบายได้ครบถ้วน เสียงนั้นไม่ได้เพียงสะท้อนความซาบซึ้งของ “ผู้รับ” แต่ยังสะท้อนกลับไปเติมเต็มความสุขสู่ “ผู้ให้” จากวันนั้นจวบจนวันนี้ ความสำเร็จของลูกศิษย์ คือ “วงจรแห่งคุณค่า” (cycle of value) ซึ่ง “ผู้ให้…ได้รับพลังใจ” และ “ผู้รับ…ได้รับพลังชีวิต” ทั้งคู่ต่างได้เรียนรู้ความสุขที่ไม่ขึ้นอยู่กับวัตถุภายนอก จนเกิดเป็นความรู้สึกอิ่มเอมกลายเป็นความทรงจำที่ไม่มีวันลืม

📕 วิเคราะห์จิตวิทยาของ “การให้และการรับ” ดังนี้
1️⃣ การให้สร้างความหมายของชีวิต (Meaning in Life): ผู้ให้ไม่ได้เพียง “เสียสละ” แต่กำลัง “เติมเต็ม” ความหมายให้ชีวิต ในทางจิตวิทยา เมื่อมนุษย์รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าและสามารถสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่นได้ จะเกิดความสุขเชิงลึก (deep fulfillment) ซึ่งยั่งยืนกว่าความสุขจากวัตถุ
✅ การประยุกต์ใช้:
* มองการให้เป็น “การลงทุนทางใจ” ไม่ใช่การสูญเสีย
* เลือกให้ในสิ่งที่สร้างการเติบโต ไม่ใช่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

2️⃣ การให้โอกาส คือ การปลดล็อกศักยภาพ (Empowerment): การช่วยเหลือที่แท้จริง ไม่ใช่การทำแทน แต่คือการ “ทำให้เขาทำได้” ผู้พิการทางสายตาไม่ได้ขาดความสามารถ แต่ขาด “โอกาสและเครื่องมือ” เมื่อได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม จะสามารถสร้างอาชีพและรายได้ที่หลากหลายเกินกว่ากรอบเดิม
✅ การประยุกต์ใช้:
* เปลี่ยนจาก “สงสาร” เป็น “เชื่อมั่นในศักยภาพ”
* สนับสนุนความรู้ ทักษะ และช่องทางมากกว่าการให้แบบชั่วคราว

3️⃣ พลังของการตอบแทนทางใจ (Emotional Reciprocity): เสียงเพลงขอบคุณ อาจไม่มีมูลค่าเป็นตัวเงิน แต่มีพลังทางจิตใจมหาศาล ในเชิงจิตวิทยา คือ “แรงเสริมทางอารมณ์” (emotional reinforcement) ที่ทำให้ผู้ให้รับรู้ว่าการกระทำของตนมีคุณค่า ส่งผลให้เกิดความสุข ความภูมิใจ และแรงจูงใจในการ ทำงานที่มี ”คุณค่า“ ยึดหลัก “คุณธรรม” และสร้าง “คุณประโยชน์” ให้กับสังคมและประเทศชาติ
✅ การประยุกต์ใช้:
* ผู้รับแสดงความรู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจ
* ผู้ให้เปิดใจ “รับ” ความรู้สึกดี ๆ ช่วยเติมพลังกาย พลังใจ และพลังสติปัญญา

4️⃣ วงจรแห่งคุณค่า (Cycle of Value): การให้และการรับที่สมดุล จะก่อให้เกิด “วงจรแห่งการเติบโต” ผู้ให้ → มอบโอกาส → ผู้รับเติบโต → ตอบแทนด้วยคุณค่า → ผู้ให้เกิดพลังใจ → กลับไปให้ต่อ ซึ่งวงจรนี้ไม่เพียงสร้างประโยชน์ต่อบุคคล แต่ยังขยายไปสู่สังคมโดยรวม
✅ การประยุกต์ใช้:
* สร้างระบบหรือชุมชนที่ส่งต่อโอกาส
* สนับสนุนให้ “ผู้รับ” กลายเป็น “ผู้ให้” ในอนาคต

5️⃣ สมดุลระหว่างโลกและธรรม (Worldly & Spiritual Balance): การให้โดยไม่หวังผล คือการฝึก “ปล่อยวาง” ในขณะที่การรับอย่างรู้คุณ คือการฝึก “ความกตัญญู” เมื่อสองสิ่งนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน จะนำไปสู่ความสำเร็จทางโลก (รายได้ อาชีพ ความมั่นคง) และความสงบสุขทางธรรม (ความสุขภายใน ความอิ่มเอมใจ)
✅ การประยุกต์ใช้:
* ให้โดยไม่ยึดติดผลลัพธ์
* รับโดยไม่รู้สึกด้อยค่า แต่รู้สึก “มีคุณค่า”

บทสรุป: การให้ที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงการยื่นมือช่วย แต่คือการ “เปิดประตูชีวิต” ให้ผู้อื่นได้เดินต่อด้วยตนเอง เมื่อใดที่สังคมเริ่มเปลี่ยนจาก “การสงเคราะห์” เป็น “การสร้างโอกาส” อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ แต่สามารถเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของใครบางคนได้อย่างยิ่งใหญ่ และในกระบวนการนั้น ผู้ให้เองก็ได้ค้นพบว่า ความสุขที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่การมีทรัพย์สินมากขึ้น แต่อยู่ที่การ “แบ่งปันอย่างมีความหมาย” การให้โดยไม่หวังผลตอบแทน คือการฝึกปล่อยวางอัตตา ขณะที่การรับอย่างรู้คุณ คือการฝึกสติและความกตัญญู เมื่อสองสิ่งนี้มาบรรจบกัน จึงก่อให้เกิดความสมดุลทั้ง “ความสำเร็จทางโลก” และ “ความสงบสุขทางใจ” อย่างยั่งยืน

📕 เครดิต HHC และ อ่านเพิ่มเติม : https://hhcthailand.com/chayanin-saengcharnchai-pichayanin-clinic/

❤️ พิชญานิน คลินิก (คลินิกสุขภาพใจ) ชั้น 3 ศูนย์การค้า พาราไดซ์พาร์ค (สวนหลวง ร.9) เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 น. - 20.00 น.

☎️ inbox ขอคำปรึกษาหรือทำนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ 06-3868-9925 หรือ LINE: / Line https://lin.ee/GiDkelu หรือ Website www.pichayaninclinic.com

🎯 เพราะ “ความสุขของคุณ คือ ความสำเร็จของเรา”

#ยิ่งให้ยิ่งได้ #อริยทรัพย์
#คุณภาพชีวิต
#จิตบำบัด #พฤติกรรมบำบัด
#วิชาชีวิต #ความสุข
#ความสำเร็จ #คุณภาพชีวิต
#เตือนภัย #โรคซึมเศร้า
#ดราม่า #โรควิตกกังวล
#สุขเป็นก็เป็นสุข
#พิชญานินคลินิก

#สุขภาพจิต
#จิตแพทย์ #จิตเวช
#จิตบำบัด #นักจิตวิทยา
#คลินิกจิตแพทย์
#คลินิกสุขภาพจิต
#คลินิกจิตเวช
#โหนกระแส
#เรื่องเล่าเช้านี้

25/04/2026

❤️ พลิกโอกาส สร้างคุณค่าแห่งการให้…ด้วยหัวใจ !!!

การเป็น “ผู้ให้” มิได้หมายถึงการมอบเพียงทรัพย์สินหรือสิ่งของ หากแต่คือการมอบ “พลังทางใจ” ที่สามารถจุดประกายชีวิตของใครบางคนให้ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง การให้กำลังใจ การมอบโอกาส และการปลูกปัญญา คือรูปแบบของการให้ที่ลึกซึ้ง และมีผลต่อจิตใจทั้งผู้ให้และผู้รับอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะสำหรับผู้พิการทางสายตา การสนับสนุนที่ถูกทิศทางสามารถเปลี่ยนข้อจำกัดให้กลายเป็นพลังในการสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างคุณค่าในชีวิตได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ สังคมอาจเคยตีกรอบว่า อาชีพของผู้พิการทางสายตามีเพียงไม่กี่ทางเลือก เช่น การร้องเพลง ขายลอตเตอรี่ หรือเป็นหมอนวดแผนโบราณ แต่คำถามสำคัญคือ “ใครเป็นผู้กำหนดกรอบนั้น?” และเหตุใดศักยภาพของมนุษย์จึงต้องถูกจำกัดด้วยมุมมองแบบเดิม ๆ

จากประสบการณ์การลงพื้นที่ของ ดร.อัญชลี แสงชาญชัย ประธานที่ปรึกษา พิชญานิน คลินิก ในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา เมื่อรายได้ของผู้พิการทางสายตาหายไป โอกาสถูกปิดกั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่คือ “ศักยภาพภายใน” ที่รอการปลุกให้ตื่นขึ้น อาจารย์จึงได้วางแผนการจัดฝึกอบรมในหัวข้อ “พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้” เปิดโอกาสให้ผู้พิการทางสายตาทั่วประเทศสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างเท่าเทียมกัน ทั้งแบบถ่ายทอดสดและย้อนฟังได้ทุกที่ทุกเวลา

เมื่อการบรรยายเริ่มต้นขึ้น คำพูดที่ถ่ายทอด ไม่เพียงให้ความรู้ แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจและความหวัง เป็นแสงสว่างที่มองไม่เห็นด้วยตา แต่สัมผัสได้ด้วยใจ เมื่อการบรรยายจบลง ภาพหนึ่งที่น่าประทับใจ คือช่วงเวลาที่ผู้พิการทางสายตาขอร้องเพลงแทนคำขอบคุณที่ไม่มีตัวอักษรใดอธิบายได้ครบถ้วน เสียงนั้นไม่ได้เพียงสะท้อนความซาบซึ้งของ “ผู้รับ” แต่ยังสะท้อนกลับไปเติมเต็มความสุขสู่ “ผู้ให้” จากวันนั้นจวบจนวันนี้ ความสำเร็จของลูกศิษย์ คือ “วงจรแห่งคุณค่า” (cycle of value) ซึ่ง “ผู้ให้…ได้รับพลังใจ” และ “ผู้รับ…ได้รับพลังชีวิต” ทั้งคู่ต่างได้เรียนรู้ความสุขที่ไม่ขึ้นอยู่กับวัตถุภายนอก จนเกิดเป็นความรู้สึกอิ่มเอมกลายเป็นความทรงจำที่ไม่มีวันลืม

📕 วิเคราะห์จิตวิทยาของ “การให้และการรับ” ดังนี้
1️⃣ การให้สร้างความหมายของชีวิต (Meaning in Life): ผู้ให้ไม่ได้เพียง “เสียสละ” แต่กำลัง “เติมเต็ม” ความหมายให้ชีวิต ในทางจิตวิทยา เมื่อมนุษย์รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าและสามารถสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่นได้ จะเกิดความสุขเชิงลึก (deep fulfillment) ซึ่งยั่งยืนกว่าความสุขจากวัตถุ
✅ การประยุกต์ใช้:
* มองการให้เป็น “การลงทุนทางใจ” ไม่ใช่การสูญเสีย
* เลือกให้ในสิ่งที่สร้างการเติบโต ไม่ใช่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

2️⃣ การให้โอกาส คือ การปลดล็อกศักยภาพ (Empowerment): การช่วยเหลือที่แท้จริง ไม่ใช่การทำแทน แต่คือการ “ทำให้เขาทำได้” ผู้พิการทางสายตาไม่ได้ขาดความสามารถ แต่ขาด “โอกาสและเครื่องมือ” เมื่อได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม จะสามารถสร้างอาชีพและรายได้ที่หลากหลายเกินกว่ากรอบเดิม
✅ การประยุกต์ใช้:
* เปลี่ยนจาก “สงสาร” เป็น “เชื่อมั่นในศักยภาพ”
* สนับสนุนความรู้ ทักษะ และช่องทางมากกว่าการให้แบบชั่วคราว

3️⃣ พลังของการตอบแทนทางใจ (Emotional Reciprocity): เสียงเพลงขอบคุณ อาจไม่มีมูลค่าเป็นตัวเงิน แต่มีพลังทางจิตใจมหาศาล ในเชิงจิตวิทยา คือ “แรงเสริมทางอารมณ์” (emotional reinforcement) ที่ทำให้ผู้ให้รับรู้ว่าการกระทำของตนมีคุณค่า ส่งผลให้เกิดความสุข ความภูมิใจ และแรงจูงใจในการ ทำงานที่มี ”คุณค่า“ ยึดหลัก “คุณธรรม” และสร้าง “คุณประโยชน์” ให้กับสังคมและประเทศชาติ
✅ การประยุกต์ใช้:
* ผู้รับแสดงความรู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจ
* ผู้ให้เปิดใจ “รับ” ความรู้สึกดี ๆ เติมพลังกาย พลังใจ พลังสติปัญญา

4️⃣ วงจรแห่งคุณค่า (Cycle of Value): การให้และการรับที่สมดุล จะก่อให้เกิด “วงจรแห่งการเติบโต” ผู้ให้ → มอบโอกาส → ผู้รับเติบโต → ตอบแทนด้วยคุณค่า → ผู้ให้เกิดพลังใจ → กลับไปให้ต่อ ซึ่งวงจรนี้ไม่เพียงสร้างประโยชน์ต่อบุคคล แต่ยังขยายไปสู่สังคมโดยรวม
✅ การประยุกต์ใช้:
* สร้างระบบหรือชุมชนที่ส่งต่อโอกาส
* สนับสนุนให้ “ผู้รับ” กลายเป็น “ผู้ให้” ในอนาคต

5️⃣ สมดุลระหว่างโลกและธรรม (Worldly & Spiritual Balance): การให้โดยไม่หวังผล คือการฝึก “ปล่อยวาง” ในขณะที่การรับอย่างรู้คุณ คือการฝึก “ความกตัญญู” เมื่อสองสิ่งนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน จะนำไปสู่ความสำเร็จทางโลก (รายได้ อาชีพ ความมั่นคง) และความสงบสุขทางธรรม (ความสุขภายใน ความอิ่มเอมใจ)
✅ การประยุกต์ใช้:
* ให้โดยไม่ยึดติดผลลัพธ์
* รับโดยไม่รู้สึกด้อยค่า แต่รู้สึก “มีคุณค่า”

บทสรุป: การให้ที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงการยื่นมือช่วย แต่คือการ “เปิดประตูชีวิต” ให้ผู้อื่นได้เดินต่อด้วยตนเอง เมื่อใดที่สังคมเริ่มเปลี่ยนจาก “การสงเคราะห์” เป็น “การสร้างโอกาส” อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ แต่สามารถเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของใครบางคนได้อย่างยิ่งใหญ่ และในกระบวนการนั้น ผู้ให้เองก็ได้ค้นพบว่า ความสุขที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่การมีทรัพย์สินมากขึ้น แต่อยู่ที่การ “แบ่งปันอย่างมีความหมาย” การให้โดยไม่หวังผลตอบแทน คือการฝึกปล่อยวางอัตตา ขณะที่การรับอย่างรู้คุณ คือการฝึกสติและความกตัญญู เมื่อสองสิ่งนี้มาบรรจบกัน จึงก่อให้เกิดความสมดุลทั้ง “ความสำเร็จทางโลก” และ “ความสงบสุขทางใจ” อย่างยั่งยืน

📕 เครดิต HHC และ อ่านเพิ่มเติม : https://hhcthailand.com/chayanin-saengcharnchai-pichayanin-clinic/

❤️ พิชญานิน คลินิก (คลินิกสุขภาพใจ) ชั้น 3 ศูนย์การค้า พาราไดซ์พาร์ค (สวนหลวง ร.9) เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 น. - 20.00 น.

☎️ inbox ขอคำปรึกษาหรือทำนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ 06-3868-9925 หรือ LINE: / Line https://lin.ee/GiDkelu หรือ Website www.pichayaninclinic.com

🎯 เพราะ “ความสุขของคุณ คือ ความสำเร็จของเรา”

#ยิ่งให้ยิ่งได้
#คุณภาพชีวิต
#จิตบำบัด #พฤติกรรมบำบัด
#วิชาชีวิต #ความสุข
#ความสำเร็จ #คุณภาพชีวิต
#เตือนภัย #โรคซึมเศร้า
#ดราม่า #โรควิตกกังวล
#สุขเป็นก็เป็นสุข
#พิชญานินคลินิก

#สุขภาพจิต
#จิตแพทย์ #จิตเวช
#จิตบำบัด #นักจิตวิทยา
#คลินิกจิตแพทย์
#คลินิกสุขภาพจิต
#คลินิกจิตเวช
#โหนกระแส
#เรื่องเล่าเช้านี้

❤️ Read for the Blind … หนังสือเสียง 🎧 คุณค่าของการให้และการแบ่งปัน !!!ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและความเป็นป...
25/04/2026

❤️ Read for the Blind … หนังสือเสียง 🎧 คุณค่าของการให้และการแบ่งปัน !!!

ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและความเป็นปัจเจกมากขึ้น การ “ให้” จึงยิ่งทวีความสำคัญ เพราะไม่เพียงเป็นการส่งต่อสิ่งดีงามให้ผู้อื่น แต่ยังสะท้อนคุณค่าภายในของผู้ให้เองอย่างลึกซึ้ง

ดร.อัญชลี แสงชาญชัย ประธานที่ปรึกษา พิชญานิน คลินิก ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการ “ให้” ที่ยิ่งใหญ่ ผ่านบทบาทของ “จิตอาสา” การให้โดยไม่หวังผลตอบแทนถือเป็นพฤติกรรมเชิงบวกที่ช่วยหล่อเลี้ยงความสุขจากภายใน (inner fulfillment) และเสริมสร้างความภาคภูมิใจในตนเอง (self-esteem) อันเกิดจากแรงจูงใจที่บริสุทธิ์และความต้องการมีความหมายในชีวิต

หนึ่งในกิจกรรมที่สะท้อนคุณค่าดังกล่าวได้อย่างงดงาม คือ โครงการ “Read for the Blind” หรือ “การอ่านหนังสือเสียง” เพื่อผู้พิการทางสายตา กิจกรรมนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแปลงตัวอักษรให้กลายเป็นเสียง แต่คือการส่งต่อ “โอกาส” “ความหวัง” และ “การเข้าถึงโลกแห่งการเรียนรู้” ให้กับผู้ที่ไม่สามารถมองเห็นได้

เสียงของจิตอาสาแต่ละคน เปรียบเสมือนแสงเล็ก ๆ ที่เมื่อรวมกันแล้วกลายเป็นพลังแห่งแสงสว่างอันยิ่งใหญ่ เปิดประตูสู่โลกของความรู้ จินตนาการ และแรงบันดาลใจให้กับผู้ฟัง ขณะเดียวกัน ผู้รับยังได้รับการเติมเต็มทั้งด้านการเรียนรู้ การพัฒนาความคิด และการลดทอนความรู้สึกโดดเดี่ยว ดังนั้น “เสียง” ที่ถูกถ่ายทอด จึงไม่ใช่เพียงสื่อกลางของข้อมูล หากแต่เป็น “สะพานแห่งความรู้สึก” ที่เชื่อมโยงหัวใจของมนุษย์เข้าหากัน

การเป็นจิตอาสาอ่านหนังสือเสียง จึงไม่ใช่แค่การ “อ่าน” แต่คือการ “ให้” อย่างลึกซึ้ง เป็นการแบ่งปันเวลา ความตั้งใจ และความเมตตา เสียงเล็ก ๆ ที่ถูกบันทึกไว้ อาจกลายเป็นพลังยิ่งใหญ่ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของใครบางคนได้อย่างแท้จริง และยังคงส่งต่อคุณค่าไปสู่ผู้คนอีกมากมายในอนาคต 🙏 อนุโมทนาบุญโดยทั่วกันคะ

* หมายเหตุ : "จิตอาสา" ทุกท่านจะได้รับความรู้ มีการอบรมวิธีการอ่าน และ การบันทึกเสียงผ่านระบบ DAISY (DAISY-Digital Accessible Information System)

📸 Facebook: Read for the Blind
https://www.facebook.com/share/18D85W4Yb2/?mibextid=wwXIfr

📕 เครดิต HHC และ อ่านเพิ่มเติม : https://hhcthailand.com/chayanin-saengcharnchai-pichayanin-clinic/

❤️ พิชญานิน คลินิก (คลินิกสุขภาพใจ) ชั้น 3 ศูนย์การค้า พาราไดซ์พาร์ค (สวนหลวง ร.9) เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 น. - 20.00 น.

☎️ inbox ขอคำปรึกษาหรือทำนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ 06-3868-9925 หรือ LINE: / Line https://lin.ee/GiDkelu หรือ Website www.pichayaninclinic.com

🎯 เพราะ “ความสุขของคุณ คือ ความสำเร็จของเรา”

#หนังสือเสียง #ยิ่งให้ยิ่งได้
#คุณภาพชีวิต #จิตอาสา #ทำความดี
#จิตบำบัด #พฤติกรรมบำบัด
#วิชาชีวิต #ความสุข
#ความสำเร็จ #คุณภาพชีวิต
#เตือนภัย #โรคซึมเศร้า
#ดราม่า #โรควิตกกังวล
#สุขเป็นก็เป็นสุข
#พิชญานินคลินิก

#สุขภาพจิต
#จิตแพทย์ #จิตเวช
#จิตบำบัด #นักจิตวิทยา
#คลินิกจิตแพทย์
#คลินิกสุขภาพจิต
#คลินิกจิตเวช
#โหนกระแส
#เรื่องเล่าเช้านี้

💥 โครงการสัญญาใจ … จุดเริ่มต้นการขอรับบริการ “จัดสรรเวลาแพทย์ล่วงหน้า” สู่ความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วย !!! “สุขภาพที่ดี” ...
24/04/2026

💥 โครงการสัญญาใจ … จุดเริ่มต้นการขอรับบริการ “จัดสรรเวลาแพทย์ล่วงหน้า” สู่ความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วย !!!

“สุขภาพที่ดี” คือ การลงทุนด้วย “เวลา” ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย เพราะ “เงิน” ไม่สามารถซื้อเวลาและสุขภาพที่ดีคืนได้ ???

เนื่องด้วยปัจจุบันจำนวนจิตแพทย์และบุคลากรด้านสุขภาพจิตมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งปัญหาที่พบบ่อยในผู้ป่วยจิตเวชคืออาการกำเริบ เรื้อรัง และรุนแรง ซึ่งเป็นประเด็นท้าทายที่สำคัญในระบบบริการสุขภาพจิต สาเหตุสำคัญมิได้จำกัดอยู่เพียงปัจจัยทางชีวภาพของโรค หากแต่สัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วย ได้แก่ การไม่ยอมรับภาวะเจ็บป่วย (illness denial) การไม่ปฏิบัติตามแผนการรักษา (non-adherence) การรับประทานยาไม่สม่ำเสมอ (ปรับ/เปลี่ยน/เพิ่ม/ลดหรือหยุดยาเอง) และการขาดความต่อเนื่องในการติดตามการรักษา ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้เกิดการกำเริบของอาการ นำไปสู่ผลกระทบเชิงลบทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต ภาระทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อครอบครัวและสังคมในระยะยาว

พิชญานิน คลินิก ได้ริเริ่ม “โครงการสัญญาใจ” โดยการประยุกต์ใช้หลักการทางจิตวิทยาเชิงพฤติกรรมบำบัดด้วย “การยอมรับและการมุ่งมั่น (Acceptance and Commitment Therapy: ACT)” ซึ่งเน้นการพัฒนาความยืดหยุ่นทางจิตใจ และการส่งเสริมให้บุคคลดำเนินพฤติกรรมที่สอดคล้องกับคุณค่าในชีวิต จากแนวคิดดังกล่าว “การขอจัดสรรเวลาแพทย์ล่วงหน้า” จึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือเชิงพฤติกรรมบำบัดที่สำคัญ ซึ่งช่วยแปลง “ความตั้งใจ” ให้เป็น “การลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม” (committed action) โดยลดอิทธิพลของการหลีกเลี่ยง (experiential avoidance) และเพิ่มความต่อเนื่องของการติดตามการรักษา สาระสำคัญของโครงการมิได้อยู่ที่ค่าใช้จ่ายในการรักษา หากแต่อยู่ที่ “เวลา” ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและไม่สามารถซื้อคืนได้ เพราะการละเลยการรักษาในระยะสั้นอาจนำไปสู่การสูญเสีย “โอกาส” ในระยะยาว ทั้งในด้านสุขภาพ ความสัมพันธ์ และศักยภาพในการดำเนินชีวิต

ดังนั้น การลงทุนกับเวลาและการยึดมั่นในแผนการรักษา รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ และติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นการลงทุนที่ก่อให้เกิดผลตอบแทนในรูปของสุขภาวะที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ ช่วยเสริมสร้างความตระหนักรู้ในคุณค่าของชีวิต และการเลือกดำเนินพฤติกรรมที่สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว เช่น การมีความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว หรือ การดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ

โดยสรุป: การบูรณาการแนวคิดเชิงพฤติกรรมบำบัดด้วย ACT (Acceptance and Commitment Therapy) เข้ากับการออกแบบระบบบริการสุขภาพ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยขอรับบริการ “จัดสรรเวลาแพทย์ล่วงหน้า (โดยสมัครใจ)” ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาของผู้ป่วยจิตเวชได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยส่งเสริมความต่อเนื่องของการรักษา ลดการกำเริบของอาการ และสนับสนุนให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีสุขภาพที่แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ

📕 เครดิต HHC และ อ่านเพิ่มเติม : https://hhcthailand.com/chayanin-saengcharnchai-pichayanin-clinic/

📕ข้อแนะนำในการปฏิบัติตนเพื่อผลการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=122224404464060614&id=61551818438263

📕 คำแนะนำในการใช้ยาอย่างปลอดภัย
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=122252640710060614&id=61551818438263

❤️ พิชญานิน คลินิก (คลินิกสุขภาพใจ) ชั้น 3 ศูนย์การค้า พาราไดซ์พาร์ค (สวนหลวง ร.9) เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 น. - 20.00 น.

☎️ inbox ขอคำปรึกษาหรือทำนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ 06-3868-9925 หรือ LINE: / Line https://lin.ee/GiDkelu หรือ Website www.pichayaninclinic.com

🎯 เพราะ “ความสุขของคุณ คือ ความสำเร็จของเรา”

#สัญญาใจ #สุขภาพดี
#คุณภาพชีวิต #หายป่วย
#จิตบำบัด #พฤติกรรมบำบัด
#วิชาชีวิต #ความสุข
#ความสำเร็จ #คุณภาพชีวิต
#เตือนภัย #โรคซึมเศร้า
#ดราม่า #โรควิตกกังวล
#สุขเป็นก็เป็นสุข
#พิชญานินคลินิก

#สุขภาพจิต
#จิตแพทย์ #จิตเวช
#จิตบำบัด #นักจิตวิทยา
#คลินิกจิตแพทย์
#คลินิกสุขภาพจิต
#คลินิกจิตเวช
#โหนกระแส
#เรื่องเล่าเช้านี้

💥วัยทองสองขวบ (Terrible Twos) !!! ลูกดื้อ งอแง เอาแต่ใจ…อาจไม่ใช่เด็กนิสัยไม่ดี ❌แต่กำลังอยู่ใน “วัยทองสองขวบ” 👶พ่อแม่หล...
24/04/2026

💥วัยทองสองขวบ (Terrible Twos) !!!

ลูกดื้อ งอแง เอาแต่ใจ…
อาจไม่ใช่เด็กนิสัยไม่ดี ❌
แต่กำลังอยู่ใน “วัยทองสองขวบ” 👶

พ่อแม่หลายบ้านอาจปวดหัว กับพฤติกรรมของลูกเล็กที่ดื้อ งอแง เอาแต่ใจ จนบางครั้งรู้สึกรับมือไม่ไหว พฤติกรรมเหล่านี้เรียกว่า “วัยทองสองขวบ” (Terrible Twos) ซึ่งเป็นช่วงพัฒนาการของเด็กอายุประมาณ 1 ปีครึ่ง – 3 ปี เด็กมักมีอารมณ์แปรปรวน งอแง ดื้อ ไม่เชื่อฟัง หรือเอาแต่ใจ คล้ายกับช่วงวัยทองของผู้สูงอายุที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งพฤติกรรมของเด็กเหล่านี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงด้าน ร่างกาย อารมณ์ สังคม และพฤติกรรม รวมถึงการพัฒนาของสมองที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เด็กวัยนี้เริ่มอยากรู้อยากเห็น ต้องการความเป็นอิสระ และเริ่มเป็นตัวของตัวเอง เด่นชัดในเรื่องอารมณ์ เนื่องจากสมองส่วนอารมณ์พัฒนาเร็วกว่าส่วนเหตุผล ทำให้เด็กมักแสดงอารมณ์รุนแรง เช่น ร้องไห้ กรี๊ด โกรธง่าย หรือขว้างของ เวลาที่เกิดเหตุการณ์ใดขึ้นจะแสดงออกทางอารมณ์ทันที โดยไม่มีเหตุผล นอกจากนี้ วิธีการอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่ก็มีส่วนสำคัญ หากตามใจมากเกินไป อาจส่งผลต่อพื้นฐานนิสัยและการควบคุมอารมณ์ของเด็กในระยะยาวได้

🚨อาการของวัยทอง 2 ขวบ
- ทะเลาะกับเพื่อนหรือพี่น้องขณะเล่น
- อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด งอแงง่าย กรี๊ด ตีตนเอง ตีผู้อื่น หรือขว้างปาสิ่งของเมื่อโกรธ
- ต่อต้านและไม่ยอมทำตามคำสั่งของผู้ใหญ่
- ต้องการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ไม่อยากให้คนอื่นช่วย
- มักพูดปฏิเสธ เช่น “ไม่” หรือ “ไม่เอา” กับทุกสิ่ง เช่น ไม่เอา ไม่กิน ไม่ชอบ

📌 สาเหตุของการเกิดอาการ วัยทอง 2 ขวบ
- พัฒนาการของสมอง ส่วนควบคุมอารมณ์เติบโตเร็วกว่าส่วนเหตุผล ทำให้ควบคุมอารมณ์ยาก
- ต้องการความเป็นอิสระ อยากทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง แต่ยังทำได้ไม่ดี จึงหงุดหงิด
- การสื่อสารยังไม่ดีพอ ทำให้แสดงออกด้วยการร้องไห้หรือพฤติกรรมรุนแรง
- การเรียนรู้พฤติกรรม “ทำแบบไหนแล้วผู้ใหญ่จะตอบสนอง” 👀

✅วิธีรับมือลูกวัยทอง 2 ขวบ: โดยทั่วไปอาการมักจะ ค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อเด็กอายุประมาณ 3–4 ปี เพราะสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์เริ่มพัฒนามากขึ้นและสามารถสื่อสารความต้องการได้ดีขึ้น วิธีรับมือลูกวัยทอง มีดังนี้
1. ตั้งขอบเขตที่ชัดเจน ให้เด็กมีอิสระแต่ยังอยู่ในกฎ เช่น เล่นเสร็จต้องเก็บของ
2. รับฟังความต้องการ พร้อมสอดแทรกกติกา ช่วยให้เรียนรู้ว่าความต้องการของตนได้รับการรับฟัง และเข้าใจว่าทุกสิ่งมีเงื่อนไขและต้องรอคอยได้
3. เพิกเฉยพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น กรี๊ด ร้อง ดิ้น เพื่อเรียกร้องความสนใจ ควรนิ่งเฉย ไม่ตอบโต้ และตอบสนองทันทีเมื่อเด็กใช้วิธีสื่อสารที่เหมาะสม
4. ใช้แรงเสริมทางบวก ชื่นชมเมื่อเด็กทำพฤติกรรมที่ดี เช่น “เก่งมากเลยที่รอได้” หรือ “แม่ภูมิใจมากเลยที่ลูกลองทานผัก” เพื่อสร้างกำลังใจ ความมั่นใจ และเป็นแรงจูงใจให้อยากทำดีต่อไป
5. เปิดโอกาสให้เด็กเลือกเองบ้าง เพื่อให้ลูกรู้สึกมีอิสระในการตัดสินใจและสร้างความรู้สึกว่าเขามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ เช่น เลือกเสื้อผ้าที่จะใส่ พ่อแม่ควรพูดคุยและสอบถามความต้องการของลูกอยู่เสมอ
6. ให้ตัวเลือกที่จำกัด ควรให้ทางเลือกที่ควบคุมได้ เช่น “จะใส่เสื้อสีแดงหรือสีเหลืองดี?” ช่วยให้เด็กไม่รู้สึกถูกบังคับแต่ยังอยู่ในกรอบที่ปลอดภัย
7. สร้างวินัยเชิงบวก การสร้างวินัยเชิงบวก เช่น การสอนให้รู้จักรอ รู้จักฟัง และควบคุมตนเอง
8. ลงโทษอย่างนุ่มนวล เช่น การนั่งสงบ (time-out) โดยไม่ใช้คำพูดรุนแรง และอธิบายด้วยเหตุผล เพื่อให้ลูกสงบสติอารมณ์​
9. เข้าใจธรรมชาติของวัยนี้ พ่อแม่ควรใจเย็นและให้ความสนใจลูกอย่างเต็มที่ ใช้เวลาคุณภาพกับลูก จัดกิจวัตรประจำวันให้ชัดเจน รวมถึงเปิดโอกาสให้ลูกได้ทำในสิ่งที่อยากทำและสอนด้วยวิธีที่เหมาะสม

📍 เมื่อไหร่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: หากลูกอาละวาดบ่อยครั้ง ร้องไห้นาน ขว้างปาของ ทำร้ายตนเอง/ผู้อื่น หรือมีปัญหาการกิน นอน และเข้าสังคม รวมถึงพ่อแม่รู้สึกรับมือไม่ไหว ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อหาแนวทางและคำแนะนำที่เหมาะสม โดย “วัยทอง 2 ขวบ” เป็นพฤติกรรมตามพัฒนาการของเด็กในช่วงวัยนี้ เช่น งอแง เอาแต่ใจ หรืออารมณ์แปรปรวน หากผู้ปกครองมีความกังวล แนะนำให้ปรึกษากุมารแพทย์ (ช่วงแรกเกิด–4 ปี) กุมารแพทย์จะเป็นผู้ดูแลและประเมินพัฒนาการเด็กเป็นหลัก และหากอายุมากกว่า 5 ปี แต่ยังคงมีปัญหาด้านอารมณ์ พฤติกรรม หรือพัฒนาการ สามารถเข้ารับการประเมินต่อกับจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นได้

📕 เครดิต HHC และ อ่านเพิ่มเติม : https://hhcthailand.com/chayanin-saengcharnchai-pichayanin-clinic/

❤️ พิชญานิน คลินิก (คลินิกสุขภาพใจ) ชั้น 3 ศูนย์การค้า พาราไดซ์พาร์ค (สวนหลวง ร.9) เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 น. - 20.00 น.

☎️ inbox ขอคำปรึกษาหรือทำนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ 06-3868-9925 หรือ LINE: / Line https://lin.ee/GiDkelu หรือ Website www.pichayaninclinic.com

🎯 เพราะ “ความสุขของคุณ คือ ความสำเร็จของเรา”

#วัยทองสองขวบ #ลูกดื้อ
#วิชาชีวิต #ความสุข
#ความสำเร็จ #คุณภาพชีวิต
#เตือนภัย #โรคซึมเศร้า
#ดราม่า #โรควิตกกังวล
#สุขเป็นก็เป็นสุข #เอาแต่ใจ
#พิชญานินคลินิก

#สุขภาพจิต
#จิตแพทย์ #จิตเวช
#จิตบำบัด #นักจิตวิทยา
#คลินิกจิตแพทย์
#คลินิกสุขภาพจิต
#คลินิกจิตเวช
#คลินิกสุขภาพใจ
#โหนกระแส
#เรื่องเล่าเช้านี้

💥 แนวทางการหลุดพ้นจาก “วงจรการเสพติด” !!!นายชญานิน แสงชาญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “พิชญานิน คลินิก” และ ผลงานการออกแบ...
23/04/2026

💥 แนวทางการหลุดพ้นจาก “วงจรการเสพติด” !!!

นายชญานิน แสงชาญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “พิชญานิน คลินิก” และ ผลงานการออกแบบ "Wisdom Art Toy" ซึ่งเป็นตัวแทนที่สื่อถึงชีวิตมนุษย์ที่มีทั้งเปลือกนอกและเปลือกใน สิ่งที่หลายคนเห็นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นจริง เป็นเพียง “เปลือกนอก” ที่ต้องแสดงออกมาเพื่อสร้างภาพ ชีวิตที่มีพร้อมทุกอย่างจนทำให้หลายคนแอบอิจฉา มีทั้งชื่อเสียง เงินทอง หน้าที่การงาน ชีวิตรัก และยังเป็นคนจิตใจดีมีเมตตา เป็นที่ปรึกษา ให้กำลังใจ เป็นคนที่สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ สร้างความสุขให้กับคนรอบข้าง แต่ความจริง ... “เปลือกใน” ของจิตใจนั้นมันมืดมิด ต้องปิดความทุกข์และบังความเศร้า โดยแสดงออกมาในทางตรงกันข้าม คือ มีความสุข ยิ้มหัวเราะร่าให้กับคนทั้งโลก แต่ต้องมาร้องไห้ให้กับตัวเอง น้ำตารินตกในทุกข์ใจเพียงลำพัง รู้สึกตัวเองไร้ค่า ไม่มีความมั่นใจ ไม่มีความภาคภูมิใจในตนเอง ไม่มีความสุข มีอาการทางกาย กินไม่ได้ นอนไม่หลับ บางคนก็หันไปพึ่งสุรายาเสพติดเพื่อบรรเทาทุกข์ ซึ่งเปรียบเสมือน “เทพี (ไร้) เสรีภาพ” หากใช้สารเสพติด เช่น กัญชา จนต้องขาดอิสรภาพ น้ำตารินไหลที่ตกเป็นทาสยาเสพติด เปลี่ยนมงกุฎที่สวยงามกลายเป็นมงกุฎใบกัญชา และเปลี่ยนคบเพลิงที่สว่างไสวเป็นบ้องกัญชาที่เผาผลาญทั้งร่างกายและจิตใจ

ปัจจุบันการเสพติดมิได้จำกัดเฉพาะการใช้สารเสพติดเท่านั้น แต่ขยายครอบคลุมถึงพฤติกรรมที่ทำซ้ำและควบคุมไม่ได้ เช่น การดื่มสุรา ใช้สารเสพติด การเสพสื่อออนไลน์ การพนัน และพฤติกรรมเสพติดเชิงดิจิทัล ซึ่งล้วนมีลักษณะเป็นพฤติกรรมเสพติดที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของกระบวนการรับรู้ ระบบการให้รางวัลของสมอง การควบคุมตนเองบกพร่อง มีพฤติกรรมหมกมุ่น ส่งผลให้บุคคลตกอยู่ในวงจรของความอยากและการเสพซ้ำอย่างต่อเนื่อง จนสิ่งเร้าตามธรรมชาติที่สามารถกระตุ้นสมองส่วนอยากให้มนุษย์เกิดความสุขใจได้ เช่น อาหาร น้ำ สิ่งบันเทิงใจ เพศสัมพันธ์ก็กลับไม่สามารถกระตุ้นสมองส่วนอยากให้ผู้นั้นเกิดความสุขใจได้เหมือนอย่างเคย (เกิดภาวะดื้อ) เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ในขณะที่การทำงานของสมองส่วนคิดที่บกพร่องจะทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถยับยั้งชั่งใจตนเองได้ กระบวนการคิดและการตัดสินใจไม่อยู่บนเหตุและผล

ปัญหาการเสพติดมิได้เป็นเพียงพฤติกรรมที่เกิดจาก “การเสพเพื่อสุข” แต่เป็น “การเสพเพื่อหลีกเลี่ยงทุกข์” ซึ่งเป็นเหตุของ “ภาวะความสุขติดลบ (Negative Happiness)” และเป็นหัวใจของการเสพติดในระยะยาว ดังนั้น การบำบัดและการพัฒนาสุขภาวะ คือ เน้นการรู้เท่าทัน การปล่อยวาง และการเปลี่ยนแปลงภายใน ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการเสพติดในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน

📕 เครดิต HHC และ อ่านเพิ่มเติม : https://hhcthailand.com/chayanin-saengcharnchai-pichayanin-clinic/

📕ข้อแนะนำในการปฏิบัติตนเพื่อผลการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=122224404464060614&id=61551818438263

📕 คำแนะนำในการใช้ยาอย่างปลอดภัย
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=122252640710060614&id=61551818438263

❤️ พิชญานิน คลินิก (คลินิกสุขภาพใจ) ชั้น 3 ศูนย์การค้า พาราไดซ์พาร์ค (สวนหลวง ร.9) เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 น. - 20.00 น.

☎️ inbox ขอคำปรึกษาหรือทำนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ 06-3868-9925 หรือ LINE: / Line https://lin.ee/GiDkelu หรือ Website www.pichayaninclinic.com

🎯 เพราะ “ความสุขของคุณ คือ ความสำเร็จของเรา”

#ความสุขติดลบ

#สถาปัตย์จุฬา


#การเสพติด

#วิชาชีวิต #ความสุข
#ความสำเร็จ #คุณภาพชีวิต
#เตือนภัย #โรคซึมเศร้า
#ดราม่า #โรควิตกกังวล
#พิชญานินคลินิก

#สุขภาพจิต
#จิตแพทย์ #จิตเวช
#จิตบำบัด #นักจิตวิทยา
#คลินิกจิตแพทย์
#คลินิกสุขภาพจิต
#คลินิกจิตเวช
#โหนกระแส
#เรื่องเล่าเช้านี้

ที่อยู่

ชั้น 3 ห้างพาราไดซ์พาร์ค สวนหลวง ร. 9 ศรีนครินทร์
Bangkok
10250

เวลาทำการ

จันทร์ 11:00 - 20:00
อังคาร 11:00 - 20:00
พุธ 11:00 - 20:00
พฤหัสบดี 11:00 - 20:00
ศุกร์ 11:00 - 20:00
เสาร์ 10:00 - 20:00
อาทิตย์ 10:00 - 20:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pichayanin Clinicผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Pichayanin Clinic:

แชร์