เพื่อสมองที่ดี ByName

เพื่อสมองที่ดี ByName นวัตกรรมแห่งอาหารเสริมบำรุงสมองที? นวัตกรรมแห่งอาหารบำรุงสมองที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย
ด้วยรวมสุดยอดสารสกัดบำรุงสมอง มากถึง 10 ชนิด

9 นิสัยของคนยุคใหม่ ที่ส่งผลทำให้นอนหลับยากขึ้น โดยไม่รู้ตัวเคยรู้สึกไหมว่าทุกเช้าที่ตื่นนอนมามันไม่สดชื่นอย่างที่ควรจะเ...
29/03/2021

9 นิสัยของคนยุคใหม่ ที่ส่งผลทำให้นอนหลับยากขึ้น โดยไม่รู้ตัว

เคยรู้สึกไหมว่าทุกเช้าที่ตื่นนอนมามันไม่สดชื่นอย่างที่ควรจะเป็น หรือแม้กระทั่งช่วงที่ไม่ได้เครียดอะไรมากมายแต่กลับนอนกระสับกระส่าย ตื่นกลางดึก และไม่สามารถนอนได้ง่ายๆ อีกแล้ว ลองปรับ เปลี่ยน หรือเลิกนิสัยเหล่านี้ดูไหม เพราะมันอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณเกิดอาการนอนไม่หลับก็เป็นได้

1.เล่นโทรศัพท์ก่อนนอน

ก่อนจะนอนถือเป็นช่วงเวลาที่สมองควรพักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการหลับสนิท การเล่นโทรศัพท์รวมไปถึงการดูทีวีนอกจากจะกระตุ้นให้สมองตื่นตัวแล้ว แสงสีฟ้าที่ปล่อยออกมายังยับยั้งการสร้างเมลาโทนิน ยังส่งผลให้คุณนอนหลับสนิทได้ยากขึ้นด้วย

2.นอนไม่เป็นเวลา

ทุกๆ วันร่างกายของเราทำงานตามนาฬิกาชีวิต การนอนแบบไม่มีเวลากำหนดที่แน่นอนแม้เพียงครั้งเดียวก็สามารถส่งผลกระทบต่อการนอนหลับในช่วงเวลากลางคืนของคุณได้

3.จัดหนักกับมื้อดึกก่อนเข้านอน

มีงานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าการกินมื้อดึก ทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อนและอาหารไม่ย่อย ซึ่งส่งผลต่อการนอนหลับ และโรคอ้วน ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารมื้อใหญ่อย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน และงดของหวานในตอนเย็นด้วย

4.ดื่มกาแฟตามใจ ไม่มีการจำกัดแก้ว

กาแฟ ชา ช็อกโกแลต และเครื่องดื่มให้พลังงานอื่นๆ ล้วนมีคาเฟอีนผสมอยู่ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวเสมอ งั้นลองปรับหรือจำกัดการดื่มดูไหม ยิ่งน้อยเท่าไหร่ยิ่งดี และเปลี่ยนจากการดื่มช่วงบ่ายหรือเย็นมาเป็นช่วงเช้าแทน เพื่อให้ร่างกายมีเวลาได้ปรับตัว

5.เลื่อนนาฬิกาปลุก

เมื่อคุณตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้และเลื่อนมันออกไปไม่ได้ทำให้ร่างกายนอนหลับได้สนิทมากขึ้น ในทางตรงกันข้ามมันยังไปเพิ่มฮอร์โมนที่ชื่อว่าคอร์ติซอล ซึ่งจะส่งผลต่อความเครียดในร่างกาย

6.กินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

จากการศึกษาพบว่าการไม่ได้รับวิตามิน A, B1, D, แมกนีเซียม, แคลเซียม และสังกะสี ที่เพียงพอจะส่งผลต่อการนอนหลับ ดังนั้น แทนที่จะกินแต่ผักและผลไม้อย่างเดียว ลองกินธัญพืชเสริมดูไหม และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงด้วย

7.ไม่ค่อยออกกำลังกาย

แม้ว่าจะยังมีการศึกษาที่ไม่มากนักเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างการออกกำลังกายและการนอนหลับ แต่โดยรวมแล้วผู้ใหญ่ที่ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง 24 สัปดาห์มักมีการนอนหลับที่ดีขึ้นตั้งแต่เริ่มออกกำลังกาย ดังนั้น จึงอนุมานได้ว่าการออกกำลังกายมีผลต่อการนอนหลับด้วยเช่นกัน

8.นอนในห้องรกๆ

มีการศึกษาว่าผู้ที่อยู่ในห้องที่รกสามารถสร้างความเครียดได้มากกว่าผู้ที่อยู่ในห้องที่เป็นระเบียบ ดังนั้น หากคุณไม่ค่อยมีเวลาเก็บกวาดห้องนอน แนะนำให้จัดห้องให้โล่งที่สุดและให้สะอาดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

9.เข้านอนทั้งๆ ที่ผมเปียก

มีการทดลองว่าการเข้านอนทั้งๆ ที่ผมยังเปียกอยู่นั้น จะกระตุ้นให้ต่อมไซนัสเกิดความเย็นและมีการหลั่งเมือกเช่นเดียวกับตอนที่เป็นหวัด หากมีการสะสมเมือกนี้ในระยะยาวจะส่งผลให้เกิดการติดเชื้อ ข้อแนะนำคือ เพื่อสุขอนามัยที่ดีควรเป่าผมให้แห้งก่อนเข้านอนนะจ๊ะ

Cr. Mthai

8 วิธีดูแลอารมณ์ให้คงที่ เพื่อการมีสุขภาพจิตดี ไม่เครียด ไม่ซึมเศร้านอกจากจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพร่างกายให้แข็ง...
28/03/2021

8 วิธีดูแลอารมณ์ให้คงที่ เพื่อการมีสุขภาพจิตดี ไม่เครียด ไม่ซึมเศร้า

นอกจากจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงและห่างไกลจากอาการเจ็บป่วยแล้ว อารมณ์ของตัวเองก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องได้รับการดูแลให้คงที่ด้วยเช่นกัน แม้ว่าสถานการณ์ที่แตกต่างจะส่งผลทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์
แต่การควบคุมมันให้คงที่ก็ช่วยให้สุขภาพจิตดีด้วยเช่นกัน มาลองดู 8 วิธีดูแลอารมณ์ของตัวเองที่เรานำมาแบ่งปันกันครับ

1.เคลื่อนไหวร่างกาย
การเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายหรือการทำโยคะ ล้วนมีความสัมพันธ์ต่อการตอบสนองอารมณ์ และการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างมีสติมีส่วนช่วยในการดึงตัวเองออกจากวงจรความคิดนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี

2.เดินเล่นข้างนอก
การให้เวลาตัวเองออกไปเดินเล่นข้างนอกในช่วงพักกลางวันหรือช่วงที่พอมีเวลาว่าง ถือเป็นการรีเฟรชอารมณ์ของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะใครที่เครียดกับการทำงาน แนะนำให้พาตัวเองออกไปเดินเล่นข้างนอกสัก 10-15 นาทีก็ช่วยผ่อนคลายร่างกายและอารมณ์ได้แล้ว

3.ดูแลสุขภาพ
ในส่วนของการดูแลสุขภาพร่างกายนั้น สามารถเลือกทำได้ตามใจชอบ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดลองหันมาดูแลตัวเองด้วยการเข้าสปาหรือพักผ่อนนอนเล่นที่บ้านอย่างเต็มที่ แทนการไปเที่ยวสังสรรค์สักหนึ่งวัน ก็ช่วยรีเซ็ตอารมณ์จากการทำงานมาตลอดต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี

4.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
หนึ่งในการดูแลอารมณ์ของตัวเองให้คงที่ที่สามารถทำได้ง่ายแต่ก็เชื่อว่ายากสำหรับบางคนก็คือการนอนหลับในช่วงกลางคืนให้เต็มที่ประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวัน วิธีนี้ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5.เปิดมุมมองใหม่ๆ ด้วยการเดินทาง
การเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้ตัวเองด้วยการเดินทาง แม้แต่การเปลี่ยนเส้นทางในการไปทำงานก็ช่วยให้สุขภาพจิตของเราดีได้ เพราะวิธีนี้เป็นการเปลี่ยนมุมมองและช่วยให้เราได้สัมผัสสิ่งใหม่ๆ นั่นเอง

6.พัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่หลากหลาย
จิตใจของมนุษย์จะดียิ่งขึ้นเมื่อได้รับการกระตุ้น โดยเฉพาะการได้สัมผัสสิ่งใหม่ๆ เช่นการเรียนรู้หรือพัฒนาทักษะที่หลากหลายและไม่คุ้นเคย นอกจากจะช่วยให้ตื่นเต้นและสนุกแล้ว ยังเป็นการสร้างเส้นประสาทใหม่ในสมองจากการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ อีกด้วย

7.จัดลำดับความสำคัญ
การจัดลำดับความสำคัญในเรื่องของกิจวัตรประจำวัน จะช่วยกระตุ้นให้เราสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง แต่ในการทำสิ่งตามๆ ตามลิสต์ที่ร่างไว้ ก็ควรมีช่วงเวลาพักด้วยเช่นกัน อาจจะพักประมาณ 5 นาทีก่อนที่จะเริ่มทำกิจกรรมต่อไป

8.ระบายความในใจ
การมีเรื่องไม่สบายใจแล้วเอาแต่เก็บไว้คนเดียวไม่เคยส่งผลดีต่อสุขภาพจิตเลย มีแต่จะยิ่งทำให้สุขภาพจิตแย่ลง ดังนั้นจึงควรระบายออกมา อาจจะเลือกปรึกษานักบำบัด คนในครอบครัวที่ไว้ใจ หรือเพื่อนสนิทที่เข้าใจ อย่างน้อยๆ การระบายออกมาถือเป็นการเริ่มต้นในการแก้ปัญหาแล้ว

อย่าลืมดูแลอารมณ์ของตัวเองให้ดีทุกๆ วันกันนะครับ

Cr. Sanook

17/02/2021

คลิปดีๆมีไว้แชร์

Cr : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

08/02/2021

📢 🔵 คลิปวิดีโอประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือนภัย..ผู้บริโภค

🔵 ระวัง‼️อย่าหลงเชื่อ ผู้จำหน่ายที่ไม่ได้รับใบอนุญาตจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากทางบริษัท เพราะเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
ด้วยความห่วงใย จากบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด

💥การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ที่ได้มาตรฐานของบริษัท สังเกตอย่างไร

🖱คลิ๊กชมคลิปวิดีโอค่ะ

06/01/2021
10 วิธีการดูแลสุขภาพตนเองเบื้องต้น ให้ห่างไกลโรคระบาด เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน      การดูแลสุขภาพเบื้องต้นในชีวิตประ...
04/01/2021

10 วิธีการดูแลสุขภาพตนเองเบื้องต้น ให้ห่างไกลโรคระบาด เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

การดูแลสุขภาพเบื้องต้นในชีวิตประจำวันให้แข็งแรง โบกมือลาโรคภัยต่าง ๆ ได้เลย

การดูแลสุขภาพเบื้องต้นที่ทุกคนสามารถทำได้ง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน อย่างที่บอกไปว่าการรักษาสุขภาพเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย เรามาดูกันเลยว่าวิธีดูแลสุขภาพแบบง่าย ๆ ต้องทำอย่างไรบ้าง ยิ่งในช่วงที่มีโรคระบาด ยิ่งต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรงมากกว่าปกติอีกด้วย

1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
เป็นการดูแลสุขภาพที่เหมือนจะทำได้ง่าย แต่ความเป็นจริงสำหรับบางคนทำได้ยากเชียวล่ะด้วยเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป แต่ถึงยังไงควรจะนอนหลับให้ได้ประมาณ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน หากพักผ่อนน้อยติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจเป็นต้นเหตุก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาเช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ฯลฯ อีกทั้งยังส่งผลให้สมรรถภาพในการใช้ชีวิตประจำวันลดลงด้วย

2. ดื่มน้ำเยอะ ๆ ให้ได้วันละ 8 แก้ว
ควรเลือกดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำอัดลม น้ำหวานต่าง ๆ อีกทั้งน้ำเปล่าถือว่าเป็นน้ำที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด เพราะช่วยในการทำหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ขับสารพิษออกจากร่างกาย และยังเป็นวิธีดูแลสุขภาพที่ทำได้ง่าย ๆ ควรค่อย ๆ จิบระหว่างวันดีกว่าดื่มเยอะ ๆ รวดเดียว เพราะอาจจะทำให้ร่างกายรับน้ำมากเกินความจำเป็น สูตรคำนวณว่าควรดื่มน้ำปริมาณเท่าไหร่ถึงจะพอต่อร่างกาย ดังนี้ (น้ำหนักตัว x 2.2 x 30 ) หาร 2 เช่น น้ำหนักตัว 50 จะได้ผลลัพธ์เท่ากับ 1.7 หมายถึง คุณต้องดื่มน้ำ 1.7 ลิตรต่อวันหรือประมาณ 8-9 แก้วนั่นเอง

3. ใส่หน้ากากอนามัยเมื่อออกไปที่สาธารณะ
การใส่หน้ากากอนามัยเมื่อออกไปยังที่สาธารณะถือว่าเป็นการรักษาสุขภาพโดยเริ่มที่ตัวเอง นอกจากกันฝุ่นละอองต่าง ๆ ได้แล้ว ยังกันเชื้อโรคได้อีกด้วย อีกทั้งยังมีปัญหาฝุ่น PM 2.5 หากใครมีหน้ากาก N95 ก็ต้องเอาออกมาใช้กันด้วยล่ะ

4. ล้างมือบ่อย ๆ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์
การล้างมือก่อนรับประทานอาหารทุกครั้งเป็นสิ่งจำเป็น ทางที่ดีควรพกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือหรือทิชชู่เปียก เป็นการป้องกันเชื้อไวรัสที่เรามองไม่เห็น แต่การล้างมือด้วยสบู่ล้างมือนั้นเป็นหนทางการป้องกันไวรัสที่ดีที่สุด ควรล้างมือให้ครบ 7 ขั้นตอน รับรองว่าสะอาดปลอดภัยแน่นอน

5. ออกกำลังกายเป็นประจำ
การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอนั้น ก็ต้องทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 15-30 นาทีก็เพียงพอแล้วสำหรับคนที่มีเวลาน้อย ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งจ๊อกกิ้งเบา ๆ เต้นแอโรบิก หรือทำงานบ้านก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายเหมือนกัน

6. ทานอาหารที่มีประโยชน์ ปรุงสุก
แน่นอนว่าการรับประทานอาหารที่ดีต่อร่างกายเป็นหนึ่งในวิธีดูแลสุขภาพเบื้องต้น เหมือนคำขวัญที่ว่า กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ควรทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ๆ และทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ทานผักผลไม้เป็นประจำ เพราะจะช่วยเข้าไปบำรุงรักษาร่างกายถึงภายใน ต้องท่องเอาไว้ว่า You are what you eat กินอะไรก็ได้แบบนั้นแหละจ้า

7. หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด
การไปสถานที่แออัดจะง่ายต่อการติดต่อหรือแพร่เชื้อโรคได้ง่ายมาก ๆ เพราะเราไม่รู้เลยว่าแต่ละคนป่วยหรือมีโรคประจำตัวอะไรอยู่บ้าง บางคนไอจามแบบไม่ปิดปาก เชื้อไวรัส เชื้อโรคที่เรามองไม่เห็นอาจจะมาเข้าตัวเราได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงไปตามที่แออัด หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา

8. ทานอาหารเสริม
ข้อนี้แล้วแต่ละคนเลย อาจเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งในการดูแลสุขภาพ อาจจะทานอาหารเสริมพวกวิตามินบี วิตามินซี จะช่วยเข้าไปซ่อมแซมและบำรุงภายในร่างกายของเรา แต่จะหวังให้ร่างกายแข็งแรงเพราะทานอาหารเสริมเหล่านี้คงไม่ได้ หากไม่นอนหลับให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ และดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน

9. งดดื่มสุรา ของมึนเมา บุหรี่
ของมึนเมาต่าง ๆ อย่างสุรา เหล้าเบียร์ ไม่ควรดื่ม การสูบบุหรี่ก็เช่นกันควรเลิกอย่างเด็ดขาด หากคิดที่จะมีสุขภาพที่ดี สิ่งของมึนเมาเหล่านี้ไม่ได้ก่อให้เกิดผลดีต่อร่างกายเลย แถมยังมีโรคร้ายต่าง ๆ มาเป็นตัวแถมอีกด้วย เห็นไหมว่าไม่มีผลดีเลยซักนิด เลิกเถอะ!

10. ตรวจสุขภาพประจำปีเป็นประจำ
เป็นการยืนยันว่าการดูแลสุขภาพของเรานั้นได้ผลจริง โดยการไปตรวจสุขภาพประจำปี จะได้รู้ผลอย่างแน่ชัดกันไปเลย ว่าวิธีดูแลสุขภาพตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่กล่าวไปช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงจริง ๆ หากเกิดโรคใด ๆ จะได้รักษาอย่างทันท่วงที

และนี่คือการรักษาสุขภาพ วิธีดูแลสุขภาพเบื้องต้น ที่ทุกคนสามารถทำได้ และการแพร่ระบาดของไวรัสทำให้เราจะต้องตระหนักถึงการดูแลสุขภาพให้มากขึ้น สุขภาพร่างกายแข็งแรงเริ่มได้ง่าย ๆ ที่ตัวคุณ!

Cr. Shopee

Merry Crismas & Happy New Year 2021 ขอให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรง ห่างไกลโรค คิดเงินได้เงิน คิดทองได้ทอง ดูแลสุขภาพกันให้ดืด...
25/12/2020

Merry Crismas & Happy New Year 2021
ขอให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรง ห่างไกลโรค คิดเงินได้เงิน คิดทองได้ทอง ดูแลสุขภาพกันให้ดืดีนะครับ ..

ห่างไกลโควิดครับ 🎉😍🌟🥳

6 ทัศนคติของพ่อแม่ ทำให้ลูกพัฒนาการแย่ ไอคิวต่ำ ก้าวร้าว คุมตัวเองไม่ได้รู้หรือไม่! ทัศนคติผิด ๆ ในการเลี้ยงลูกของคนเป็น...
02/12/2020

6 ทัศนคติของพ่อแม่ ทำให้ลูกพัฒนาการแย่ ไอคิวต่ำ ก้าวร้าว คุมตัวเองไม่ได้

รู้หรือไม่! ทัศนคติผิด ๆ ในการเลี้ยงลูกของคนเป็นพ่อกับแม่ ส่งผลต่อพัฒนาการของลูกอย่างมาก เพราะการเลี้ยงดูเด็กวัย 3-6 ปี จะส่งผลต่อเขาไปจนโต ลองมาสำรวจตัวเองกันไหมครับ ว่าคุณเป็นพ่อแม่ที่เข้าข่ายทำร้ายลูกอยู่หรือเปล่า

6 ทัศนคติของพ่อแม่ ทำให้ลูกพัฒนาการแย่

1.คิดว่าเป็นเจ้าของลูก ความคิดนี้อันตรายมากทำเด็กไอคิวต่ำ เพราะพ่อแม่ที่คิดว่ามีลูกแล้ว ลูกเป็นของของเรา หรือเราเป็นเจ้าชีวิตเขา ไม่น่าเชื่อว่าคนที่คิดแบบนี้มีอยู่จริงและมีอยู่จำนวนไม่น้อยด้วย เรียกว่าลูกจะทำอะไรจะต้องอยู่ในสายตาตลอด การลงโทษลูกก็เพราะพ่อแม่รักลูกและไม่รู้สึกว่าการทำโทษลูกเป็นสิ่งที่ผิด

2.เชื่อว่าทำโทษจะเปลี่ยนพฤติกรรมได้ พ่อแม่จำนวนไม่น้อยที่เชื่อว่าการทำโทษลูก คือ การทำให้หลาบจำ และการที่จะทำให้พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมได้รับการแก้ไขก็ต้องใช้วิธีทำให้เข็ดหรือหลาบจำ จะได้ไม่ทำอีก โดยหารู้ไม่ว่ายิ่งเป็นการทำร้ายลูกให้เป็นเด็กเก็บกด ก้าวร้าวเข้าไปอีก

3.ทำตามอารมณ์ไปก่อน เดี๋ยวค่อยขอโทษทีหลัง พ่อแม่แบบนี้ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ กรณีนี้น่าเป็นห่วงมาก เพราะพ่อแม่บางคนอารมณ์ร้อน ใจร้อน และเมื่ออารมณ์ร้อนก็มักจะบันดาลโทสะ ใช้เสียงดัง ขว้างปาข้าวของ และพออารมณ์เข้าสู่สภาวะปกติก็มักจะคิดได้ และก็รู้สึกผิดทีหลัง ทำให้ลูกเป็นคนไม่มีสมาธิ ดื้อ ไม่ฟังใคร ควบคุมตัวเองไม่ได้แบบพ่อกับแม่

4.ลูกคือคนที่ต้องรับฟังปัญหาของครอบครัว ลูกต้องรู้! พ่อแม่ทัศนคติแบบนี้จะควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ แต่อาจเกิดจากความทุกข์ใจเฉพาะเรื่อง เช่น ทะเลาะกับเจ้านาย มีปัญหากับเพื่อน มีปากเสียงกันระหว่างสามีภรรยา และเรื่องเงิน ทำให้ไปลงที่ลูก ไม่ว่าจะด้วยความรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว แต่ก็ได้ทำร้ายลูกไปแล้ว

5.ช่างเถอะ บางครั้งเขาก็เป็นพ่อที่ดี (แม่ที่ดี) ส่วนใหญ่ปัญหาการคิดแบบนี้มาจากสุราทั้งนั้น มีพ่อแม่จำนวนมากที่ปกติเป็นคนใจดีรักลูกมาก แต่พอเมาเหล้ากลายเป็นคนละคน เมาแล้วทำร้ายลูก ด่าทอลูก พอหายเมาก็กลับมาเป็นปกติ บางครอบครัวก็พยายามทนรับสภาพเพราะตอนไม่เมาเป็นพ่อที่น่ารักมาก

6.ฉันก็ถูกเลี้ยงมาแบบนี้แหละ ไม่เห็นจะเป็นอะไร กรณีนี้น่าเห็นใจไม่น้อย เพราะมีพ่อแม่จำนวนมากที่ถูกกระทำมาจากพ่อแม่ของตัวเองมาตลอด พอถึงวันที่ตัวเองเป็นพ่อแม่บ้าง ก็ทำให้ใช้วิธีการจัดการปัญหาด้วยความรุนแรง โดยหารู้ไม่ว่าก็เท่ากับเป็นการสร้างพฤติกรรมที่รุนแรงต่อไปจนถึงรุ่นลูก ลูกจะเก็บกดและเป็นคนใช้ความรุนแรงเช่นกัน

รู้ก่อนปรับแก้ไขทันนะครับ หลายครั้งพ่อแม่อาจทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของลูก จนส่งผลกระทบไปถึงพัฒนาการได้ครับ


Cr. รักลูก

๑๓ ตุลาคม เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร🙇🇹🇭ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมรำ...
13/10/2020

๑๓ ตุลาคม เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร🙇🇹🇭

ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมรำลึก
พระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะข้าพระพุทธเจ้า

ตัวเเทนจำหน่าย บริษัท ดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด

อย่าปล่อยให้เด็กอยู่กับสิ่งนี้นานๆ จนกลายเป็นเรื่องปกติ ผลเสียตามมามากมาย เสี่ยงสมาธิสั้นและปัญหาทางสายตาได้ ควรให้เล่นเ...
06/02/2020

อย่าปล่อยให้เด็กอยู่กับสิ่งนี้นานๆ จนกลายเป็นเรื่องปกติ ผลเสียตามมามากมาย เสี่ยงสมาธิสั้นและปัญหาทางสายตาได้

ควรให้เล่นเป็นเวลาหรือเฉพาะกรณี อย่าปลูกฝังให้เป็นนิสัยติดเครื่องมือ..
อาจกลายเป็นโรค Mono phobia
โรคติดโทรศัพท์รุ่นแรง เป็นชีวิตจิตใจห่างจากตัวไม่ได้เลยทีเดียว

ด้วยความปรารถนาดีจาก #เพื่อสมองที่ดีByName

สนับสนุนโดยผลิตภัณฑ์อเลอไทด์ ช่วยฟื้นฟูบำรุงระบบประสาทและสมอง ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ ช่วยให้มีสมาธิในการเรียน เพิ่มความจำ ลดภาวะสมาธิสั้น

ปรึกษาปัญหาสุขภาพสมองและความจำได้ที่
สายด่วน 061-928-2287, 095-259-8788
และรับข้อมูลเพิ่มเติมที่
http://bit.ly/AlertideForBrain
และเข้าชม Website ที่
https://geniusandbrain.weebly.com

 #เลือกให้ถูกหน้ากากอนามัยแต่ละแบบใช้อย่างไรในช่วงที่หลายคนเกาะติดและกังวลกับสถานการณ์ของ  #โรคไวรัสโคโรน่า หรือ  #ไวรัส...
04/02/2020

#เลือกให้ถูกหน้ากากอนามัยแต่ละแบบใช้อย่างไร

ในช่วงที่หลายคนเกาะติดและกังวลกับสถานการณ์ของ #โรคไวรัสโคโรน่า หรือ #ไวรัสอู่ฮั่น นั้น กระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำเสมอ คือ หลีกเลี่ยงไปยังสถานที่แออัด เลี่ยงสัมผัสผู้ป่วย ล้างมือบ่อยๆและสวมหน้ากากอนามัย แต่เมื่อทุกคนแห่กันมาสวมใส่ แน่นอนว่า หน้ากากอนามัยย่อมไม่เพียงพอและขาดตลาด ซึ่งขณะนี้คงหาซื้อกันไม่ได้

องค์การเภสัชกรรม ระบุว่า มีการสำรองหน้ากากอนามัยทั้งแบบธรรมดาและ N95 ไว้ 5 แสนชิ้น ซึ่งเร่งดำเนินการกระจายไปทั่วประเทศภายในสัปดาห์หน้า แต่จริงๆแล้วหน้ากาอนามัยที่ทำจากผ้าก็สามารถนำมาใช้ป้องกันได้เช่นกัน โดย #คนทั่วไปที่ไม่ได้ป่วย แนะนำว่า #ควรใช้หน้ากากผ้าธรรมดา เพื่อป้องกันน้ำลายกระเด็นเป็นหลักเหมือนอย่างสมัยตอนไข้หวัดใหญ่ 2009 ระบาด ซึ่งก็นำมาสวมใส่ป้องกันได้สำหรับคนปกติทั่วไปก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ที่สำคัญสามารถนำมาซักและใช้ซ้ำได้ ก็จะยิ่งช่วยประหยัดเงินและค่าใช้จ่ายและช่วยลดขยะได้อีกทางหนึ่ง

#ส่วนคนป่วยทางเดินหายใจ แนะนำว่า #ให้ใช้หน้ากากอนามัยธรรมดา ที่มีขายทั่วไปที่เห็นได้ว่า #ด้านหนึ่งมีสีเขียวหรือสีฟ้า #ส่วนอีกด้านเป็นสีขาว โดยการสวมใส่ต้องเอาด้านสีขาวเข้าหาใบหน้า เพราะด้านในจะดูดซึมน้ำ ทำให้ช่วยซับน้ำมูกน้ำลาย โดยมีลักษณะนุ่มกว่า และบานพับจีบของหน้ากากจะหงายขึ้น ก็จะเก็บละอองน้ำมูกได้ดี ส่วนด้านนอกคือด้านสีเขียวหรือสีฟ้า จะมีการเคลือบสารลดการซึม เวลามีน้ำมูกน้ำลายกระเด็นมาก็จะไม่ซึมและร่วงตกลงมาได้ โดยกดแถบลวดให้แนบสนิทกับใบหน้าและดึงหน้ากากอนามัยส่วนล่างให้คลุมใต้คาง

#ส่วนหน้ากากN95 #จะเหมาะสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ เพราะดูแลรักษาผู้ป่วย มีโอกาสพบผู้ป่วยที่มีเชื้อเยอะ ต้องใช้แบบคุณภาพสูงสุด จึงเหมาะสำหรับบุคลากรทางการแพทย์เป็นหลัก

เลือกให้ถูกกับการใช้งาน ประหยัดเงินในกระเป๋า และช่วยให้มีเพียงพอสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานอย่างแท้จริง

#ตื่นตัวแต่อย่าตื่นตูม

Cr: ผู้จัดการออนไลน์

ที่อยู่

ทวีวัฒนา ทวีวัฒา
Bangkok
10170

เบอร์โทรศัพท์

+66925589554

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เพื่อสมองที่ดี ByNameผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง เพื่อสมองที่ดี ByName:

แชร์

ประเภท

ALERTIDE เพิ่มพลังให้สมอง

นวัตกรรมแห่งสารอาหารเพิ่มพลังสมองที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ด้วยรวมสารสกัดเพิ่มพลังสมอง มากถึง 10 ชนิด