Ploysai Pharmacy

  • Home
  • Ploysai Pharmacy

Ploysai Pharmacy Ploysai Pharmacy สุขภาพดี เริ่มต้นที่นี่ ร้านขายยาพลอยใสเภสัช เปิด 09:00-18.00 pm

17/07/2021
29/01/2021
31/10/2020
08/09/2020

Norgesic vs. Mydocalm
ต่างกันอย่างไร?

เวลาเรามีอาการปวดเจ็บกล้ามเนื้อ เเวลาไปหาหมอหรือเภสัชกร อาจจะได้รับยา norgesic มา หรือยา mydocalm มา ทราบไหมว่ายาสองตัวนี้มันต่างกันยังไง? อาการปวดกล้ามเนื้อของผมเหมาะกับตัวไหน?
และยาทั้งสองตัวนี้ใช้ได้นานเท่าไหร่?

ือยาอะไร
ยายอดนิยมตัวนี้มีตัวยาสำคัญ คือ citrate 35 mg และ 450 mg เป็นยาแก้ปวด ส่วน Orphenadrine citrate เป็นยาคลายกล้ามเนื้อ มักนำยานี้มาใช้รักษาอาการปวดกล้ามเนื้อ อีกทั้งทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวและผ่อนคลาย

paracetamol กรณีที่ได้รับมากเกินอาจเกิดอาการข้างเคียงที่อาจพบได้ เช่น ตับอักเสบ เป็นต้น

orphenadine ออกฤทธิ์ต่อการทำงานของสารสื่อประสาทบางชนิดในสมอง และส่งผลให้กล้ามเนื้อลายของร่างกายมีภาวะผ่อนคลาย และลดอาการตึงตัว จนเป็นเหตุให้ลดภาวะเจ็บ ปวดของกล้ามเนื้อลงได้

อาการข้างเคียงที่อาจพบได้ เช่น ปากแห้ง ปัสสาวะคั่ง มองภาพไม่ชัด ม่านตาขยาย ง่วงซึม ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ใจสั่น อาจพบมีการรบกวนระบบทางเดินอาหารได้ อาจมีนอนไม่หลับ สับสน อาจมีประสาทหลอนได้ เป็นต้น

ส่วน ® เป็นชื่อการค้าของยาชื่อสามัญ hydrochloride เป็นยาคลายกล้ามเนื้อเช่นเดียวกัน ออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วนกลาง ใช้บรรเทาอาการปวดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เพราะมีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ จึงนำมาใช้บรรเทาอาการปวดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ
ขนาดยาที่ใช้ คือ วันละ 300-450mg โดยให้แบ่งทานเป็น3-4 มื้อ แต่ก่อนนึกว่ายากลุ่มนี้ ทานแล้วอาจง่วงนอน แต่มีการทดลองพบว่า ยากลุ่มนี้ไม่ทำให้ผู้ที่ทานยาเกิดอาการง่วงนอนแต่อย่างใด ไม่มี sedative effect เกิดขึ้น สูตรโครงสร้างทางเคมีของ Tolperisone ไม่มีซัลฟาเป็นส่วนประกอบ แต่ tolperisone HCl เอง อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงที่อาจพบได้ คือ ความดันโลหิตต่ำ เกิดผื่นแพ้ยา ปากแห้ง ไม่สบายท้อง ท้องเสีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง ง่วงซึม อ่อนเพลีย

ยาทั้ง 2 ยี่ห้อข้างต้นเหมือนกันในส่วนที่มีส่วนประกอบเป็นยาคลายกล้ามเนื้อ แต่ Norgesic® มี paracetamol เพิ่มเข้ามา

#อาการปวดกล้ามเนื้อ เกิดได้จากหลายสาเหตุ
ดังต่อไปนี้
1.ท่านั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม
2.ลักษณะงานที่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวต่อเนื่องนานๆ เช่นการใช้คอมพิวเตอร์
3.การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อซ้ำๆ
4.การทำงานที่มีการใช้กล้ามเนื้อท่าเดียวกันซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง
5.การทำงานของกล้ามเนื้อมากเกินไป ขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ
6.การขาดการดูแลและการบริหารกล้ามเนื้อ ที่ถูกต้อง

#กล้ามเนื้อ_ยอก #กล้ามเนื้ออักเสบ รักษาอย่างไร?
จะเห็นได้ว่า อาการดังกล่าวในภาษาชาวบ้านๆ เราๆนี่แหละ จริงๆแล้วมักมีสาเหตุมาจากการใช้ร่างกายแบบฝืนธรรมชาติ ควรตรวจสอบสาหเหตุของอาการปวดและเปลี่ยนรุปแบบการทำร้ายกล้ามเนื้อเสียมากกว่าจะไปกินยาใดๆ

#การรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อ

ยาที่แนะนำให้ใช้ในเป็นทางเลือกแรกคือ analgesics drug เช่น paracetamol หรือ ยาในกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ (NSAIDS)

ส่วนการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อนั้นยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าเหมาะสมกัลการรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อหรือไม่ อาการปวดกล้ามเนื้อจากการใช้กล้ามเนื้อมากเกินไป มีผลทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดตัว ทำให้เกิดภาวะขาดเลือด ขาดออกซิเจน และขาดพลังงาน มีการคั่งของสารเช่น kinins, prostaglandin, serotonin, histamine ซึ่งสารนี้เป็นตัวกระตุ้นปลายประสาทรับความเจ็บปวดโดยเฉพาะ c-fiber

ทำให้ปลายประสาทมีความไวต่อการกระตุ้น เกิดการปวดขึ้นมาเป็นวงจร แต่อย่างไรก็ตามการหดตัวของกล้ามเนื้อนี้เป็นการตอบสนองของร่างกายเพื่อปกป้องกล้ามเนื้อไม่ให้มีการเคลื่อนไหวเพิ่มมากขึ้นอีก ดังนั้นการไปยับยั้งการตอบสนองนี้ด้วยาคลายกล้ามเนื้ออาจเกิดผลเสียได้เช่นกัน ดังนั้นการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อจึงเป็นการใช้เพื่อรักษาตามอาการไม่ได้เป็นการรักษาที่ต้นเหตุ ซึ่งสาเหตุของการปวดกล้ามเนื้อก็มีหลายอย่างดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น

โดยฤทธิ์ในการรักษาความปวดของยาคลายกล้ามเนื้อเกิด จากการที่ยามีฤทธิ์สองประการคือ

• ฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ เกิดจากการที่ยามีผลลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อด้วยการลดการกระตุ้น motor neuron หรือยาบางชนิดอาจทำให้
เซลล์กล้ามเนื้อลายมีระยะพัก (refractory period) นานขึ้น

• ฤทธิ์ลดอาการปวด ยาคลายกล้ามเนื้อบางชนิดสามารถลดอาการปวดได้โดยยับยั้งการทำงานของ nociceptive fiber เช่น orphenadrine หรือยาบางชนิดมีผลเสริมการทำงานของdescending inhibitory pathway เช่น cyclobenzaprine
เป็นต้น

#ระยะเวลาของการใช้ยา
ยาคลายกล้ามเนื้อนี้ ไม่มีข้อกำหนดชัดแจนว่า “ไม่ควรใช้ยานานเกินเท่าไหร่” ตราบใดที่ทานยาในขนาดที่ใช้รักษา

ยาทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นยาที่ใ้ช้เฉพาะเมื่อมีอาการเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ตลอดไป ถ้าหากว่าอาการปวดกล้ามเนื้อของคุณหายเป็นปกติก็ควรหยุกรับประทานยา เพราะ ใน Norgesic® มี paracetamol ผสมอยู่ด้วยเพื่อการออกฤทธิ์ลดปวดเพิ่มขึ้น หากรับประทาน paracetamol ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอาจทำให้เกิดพิษต่อตับได้

แหล่งข้อมูล:
Orphenadrine, http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/meds/a682162.html

เภสัชกร อภัย ราษฎรวิจิตร, ยาคลายกล้ามเนื้อ
,http://haamor.com/th/ยาคลายกล้ามเนื้อ/

เภสัชกร อภัย ราษฎรวิจิตร, ยาออเฟเนดรีน (Orphenadrine) ยานอร์จีสิก (Norgesic)
http://haamor.com/th/ยาออเฟเนดรีน/

ยาคลายกล้ามเนื้อ, http://drug.pharmacy.psu.ac.th/Question.asp?ID=10394&gid=7
iamaum, http://www.pharmacafe.com/board/viewtopic.php?f=18&t=40188

สาระน่ารู้ ยาประจำบ้าน
26/08/2020

สาระน่ารู้ ยาประจำบ้าน

Tiffy vs. Decolgen ยาแก้หวัด ต่างกันมั้ย?

#เภสัชกรตอบคำถาม

คนไข้ เวลาเป็นหวัด จาม น้ำมูกไหล มีไข้ มักมาถามคำถามนี้ที่ร้านยาเรา ถามกันมา บ้อย บ่อย มาฟังคำตอบจากเภสัชกรกันครับ ว่าเจ้ายายอดฮิตเนี่ย มันต่างกันไหม?

#โรคหวัด คืออะไร?

ที่เรียกว่า #ไข้หวัด เป็นคำเรียกรวมของกลุ่มอาการ แต่แท้จริงแล้ว หวัดมีสาเหตุจากเชื้อไวรัส ที่มีมากกว่า 200 ชนิด และทุกครั้งที่เราเป็นไข้หวัด เราจะติดเชื้อไวรัสครั้งละ 1 ชนิด และก็มีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสชนิดนั้น ๆ เราจึงเป็นไข้หวัดได้บ่อย ๆ บางคนเป็นปีละครั้ง บางคนเป็นปีละ 2 ครั้ง แต่ในเด็กเล็กจะพบได้บ่อย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่เริ่มไปอยู่รวมกันในสถานรับเลี้ยงเด็ก ชั้นเด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล หรือโรงเรียนประถม เพราะเด็กเหล่านี้เพิ่งมาจากบ้านซึ่งเคยได้รับเชื้อไวรัสหวัดเพียงไม่กี่ชนิด ต้องมาพบกับเชื้อไวรัสชนิดอื่น ๆ ประกอบกับมีภูมิต้านทานไม่กี่ชนิด จึงเป็นไข้หวัดได้บ่อยกว่าผู้ใหญ่ที่มีภูมิคุ้มกันต่อไข้หวัดมากกว่าเด็ก

#อาการอะไรเรียกไข้หวัด
เวลาเป็นไข้หวัด มักจะมีอาการปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ พร้อม ๆ กับมีน้ำมูกไหล จึงเรียกโรคนี้ว่า ไข้หวัด ซึ่งมาจากคำไทย 2 คำ คือ "ไข้" และ "หวัด" เพราะโรคนี้ประกอบด้วย 2 กลุ่มอาการ คือ

" #ไข้" คืออาการปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ ในบางคนอาจมีอาการมึนหัว งง ๆ เวียนหัวร่วมด้วย

" #หวัด" ซึ่งจะมีอาการน้ำมูกไหล คัดจมูก เป็นต้น

#เป็นไข้หวัดใช้ยารักษาตามอาการ

เนื่องจากโรคนี้มีสาเหตุจากเชื้อไวรัส และยังไม่มียาที่จะออกฤทธิ์ต่อเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคไข้หวัดได้โดยตรง กรณีที่ป่วยเป็นไข้หวัด เราจึงแนะนำให้ผู้ป่วยรักษาตามอาการของแต่ละคน #ไม่มียาอะไรรักษาโรคติดเชื้อหวัดจากไวรัสนะครับ ภูมิต้านทานของคุณเองเท่านั้นที่จะช่วยต่อสู้กับโรคหวัด

#มีอาการไข้ ตัวร้อน ปวดหัว ครั่นเนื้อครั่นตัว ใช้ยาอะไร?

แนะนำให้ใช้ยาแก้ปวดลดไข้ ซึ่งจะมีฤทธิ์ครอบคลุมอาการตัวร้อน และครั่นเนื้อครั่นตัวได้อย่างดีอีกด้วย คือ ยาพาราเซตามอล (paracetamol) หรืออะซีตามิโนเฟน (acetaminophen) ก้อพอแล้ว

#น้ำมูกไหล คัดจมูก ใช้ยาอะไร?

เวลาเป็นไข้หวัดมักมีน้ำมูกไหลด้วย ยาที่ช่วยได้ดีก็คือยาแก้แพ้ (antihistamines) ในท้องตลาดมีหลายยี่ห้อ แต่ที่จะขอแนะนำได้แก่ ยาคลอร์เฟนิรามีน (chlorpheniramine) ยาเม็ดเล็กๆ สีเหลือง เป็นยาแก้แพ้ ที่มีฤทธิ์ลดน้ำมูกไหลได้อย่างดี และราคาไม่แพง

ขนาดของยาคลอร์เฟนิรามีนที่ใช้สำหรับลดน้ำมูก คือครั้งละ 1 เม็ด (ขนาดเม็ดละ 4 มิลลิกรัม) วันละ 4 ครั้ง หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน

ยาคลอร์เฟนิรามีนเป็นยาที่ดีมีประโยชน์ และก็มีโทษแฝงอยู่เช่นกัน ที่พบได้บ่อย คือ ทำให้ง่วงนอน ซึม มึน ๆ ไม่สดชื่น ทั้งนี้เพราะยาชนิดนี้จะผ่านจากเลือดเข้าสู่สมอง และทำให้เกิดอาการดังกล่าว ดังนั้น ผู้ที่กินยาคลอร์เฟนิรามีนจึงควรหลีกเลี่ยงการทำงานกับเครื่องจักร หรือการขับขี่ยานพาหนะต่าง ๆ เพราะหลังการกินยาแล้ว อาจทำให้ง่วงนอน และเกิดอุบัติเหตุได้ หรือบางครั้งจะแนะนำให้ผู้ป่วยเลือกใช้ยาชนิดนี้เฉพาะตอนเข้านอนเท่านั้น เพื่อความปลอดภัย

ปัจจุบันมียาแก้แพ้ชนิดใหม่ที่ทำให้เกิดอาการข้างเคียงเรื่องง่วงนอนได้น้อยลง และสามารถใช้ตอนกลางวันหรือช่วงเวลาทำงานได้ เช่น ยาเซทีริซีน (cetirizine) ยาแอลเซทีริซีน (L-cetirizine) ยาเฟกโซฟีนาดรีน (fexofenadrine) ยาลอร่าทาดีน (loratadine) หรือยาเดสลอร่าทาดีน (desloratadine) ยาทั้ง 5 ชนิดนี้ เป็นกลุ่มยาแก้แพ้ที่ทำให้เกิดอาการง่วงนอนได้น้อยจนถึงไม่ง่วงนอนเลย สามารถใช้ตอนกลางวันหรือตอนทำงานได้

อย่างไรก็ตาม ถ้าใช้ยาแล้วก็ควรสังเกตผลของยาด้วยว่า มีอาการง่วงนอนหรือไม่ เพราะยังมีอยู่บ้างเป็นบางคนที่จะง่วงนอน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ง่วงนอน และก็เช่นเดียวกันกับยาแก้ปวด ลดไข้ เมื่อใดที่อาการดีขึ้นหรือหายดีแล้วก็หยุดยาได้เลย

#เจ็บคอจากไข้หวัด ควรใช้ยาฆ่าเชื้อหรือไม่?

อีกอาการหนึ่งที่อาจเกิดได้ระหว่างเป็นไข้หวัด ได้แก่ อาการเจ็บคอ ซึ่งมักจะไม่ค่อยเจ็บคอมาก แต่จะมีอาการคล้าย ๆ คอแห้ง คอแห้งผาก โดยอาการนี้จะเป็นมากตอนเช้า ๆ และจะดีขึ้นตอนสาย ๆ

ถ้ามีอาการอย่างนี้ก็จัดเป็นอาการเจ็บคอจากโรคไข้หวัด ที่เกิดจากเชื้อไวรัส และ #ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ยาปฏิชีวนะแต่อย่างใด หรือที่นิยมเรียกกันว่ายาแก้อักเสบ เพราะยาแก้อักเสบหรือยาปฏิชีวนะนั้นมีฤทธิ์ต่อเชื้อแบคทีเรียใช้รักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรีย และไม่ได้ผลต่อโรคติดเชื้อไวรัสหวัด ในกรณีนี้จึงไม่มีประโยชน์ที่จะใช้ยาแก้อักเสบ

ถ้ามีอาการเจ็บคอมาก ๆ เหมือนเป็นแผลในคอ หรือมีอาการต่อมทอนซิลอักเสบ โต แดง มีหนอง หรือเสมหะมีสีเขียวข้น ก็อาจจะแสดงว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย และแนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์ เภสัชกร เพื่อช่วยวินิจฉัยอาการเจ็บคออย่างแท้จริงก่อนการใช้ยาปฏิชีวนะ ไม่ควรจัดหายาปฏิชีวนะมาใช้เอง เพราะอาจเกิดการสูญเปล่า กินไม่ครบโดส อาจเกิดการดื้อยาตามาอีก

การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น และไม่ถูกต้อง และอาจส่งผลต่อการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียที่นับวันจะเป็นปัญหาสำคัญระดับโลก จนคาดว่า ในอนาคตเราอาจเป็นผู้โชคร้ายที่เกิดการติดเชื้อแล้วไม่มียาปฏิชีวนะที่ดีไว้ต่อสู้กับเชื้อที่ดื้อยาเหล่านี้ได้

#จำไว้นะครับไข้หวัดรักษาตามอาการ
การรักษาโรคไข้หวัด เน้นการรักษาตามอาการของผู้ป่วย ถ้ามีไข้ ตัวร้อน ปวดหัว ก็ให้ใช้ยาพาราเซตามอล

และถ้ามีน้ำมูกไหล คัดจมูก ก็แนะนำให้ใช้ยาคลอร์เฟนิรามีน ซึ่งต้องใช้ให้ถูกต้องและเหมาะสม ไม่ใช้ยามากเกินจำเป็น ควรใช้เมื่อมีอาการเท่านั้น

#การดูแลตนเองในโรคไข้หวัด
ก็คือ การรักษาสุขอนามัยที่ดี อันได้แก่ กินอาหารครบหมู่ เน้นผักและผลไม้ การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม การรักษาอารมณ์ให้สดชื่น แจ่มใส การดื่มน้ำบ่อย ๆ และการพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม ซึ่งช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคไข้หวัดได้เป็นอย่างดี ช่วยให้หายจากไข้หวัดได้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น #อยากหายหวัด #ไม่อยากเป็นหวัด อย่าพึ่งแต่ยาเลยครับ ร่างกายที่แข็งแรงต่างหากที่ชนะหวัด ไม่ใช่พึ่งแต่ยา

#แผงสีเขียวหรือแแผงสีน้ำตาลอแันไหนแก้หวัดได้เจ๋งกว่ากันนะ?
มาถึงเวลาสำคัญละ บางคนก้อบอกว่า แผงสีเขียวดีกว่า คนไข้บางรายก้อมาบ่นว่าแผงสีน้ำตาลแรงกว่า

เค้ามาก่อน คือแผงสีน้ำตาล เป็นชื่อการค้าของยาเม็ดที่ใช้บำบัดรักษาอาการของไข้หวัด/โรคหวัด ต้นตำหรับมาจากประเทศเพื่อนบ้านเราฟิลิปปินส์ แซึ่งเอาชนะคู่แข่งเจ้าเดิมๆ จนมาครองตลาดอยู่ระยะนึง ในประเทศไทยมีขึ้นทะเบียนอยู่ 2 สูตรตำรับ คือ

- ‘Decolgen tab’ จัดอยู่ในหมวดยาทั่วไปที่ไม่ใช่ยาอันตราย ประกอบด้วยตัวยาสำคัญ คือ Paracetamol 500 มิลลิกรัม + Chlorpheniramine maleate 2 มิลลิกรัมต่อเม็ด ลองดูดีๆซิครับ

- และ ‘Decolgen prin tab’ มีตัวยาลดน้ำมูกเพิ่มเข้ามาจากสูตรแรกและถูกขึ้นทะเบียนเป็นยาอันตราย มีส่วนประกอบของตัวยาสำคัญ คือ Paracetamol 500 มิลลิกรัม + Phenylephrine HCl 10 มิลลิกรัม + Chlorpheniramine maleate 2 มิลลิกรัมต่อเม็ด

#ทิฟฟี่ คือยาอะไร?
คู่แข่งตลอดกาลของแผงสีน้ำตาล เค้าก้อคือ เป็นชื่อการค้าของยา แผงสีเขียวของนายห้างไทยนี่เอง ปัจจุบันมี 2 ตำรับ คือ

1.Tiffy-Fu ใน 1 เม็ด ประกอบด้วยตัวยา paracetamol 500mg.(แก้ปวด/ลดไข้)+chlorpheniramine maleate 2 mg.(แก้แพ้/ลดน้ำมูก)+pseudoephedrine HCl 30 mg.(แก้คัดจมูก) ที่ไม่มีจำหน่ายในร้านยาแต่อย่างใด อยากรู้ว่าทำไม ตามไปอ่านบทความที่เภสัชกรเคยตอบมาแล้วครับ

2.Tiffy-Dey ตัวยา 2 ตัวแรกเหมือนกับตำรับแรกเป๊ะๆๆ แต่ใช้ decongestant (แก้คัดจมูก) เป็น phenylephrene แทนครับ

#ทิฟฟี่และดีคอลเจนต่างกันอย่างไร?
มาตอบคำถามสำคัญละ แต่ก่อนอื่นก่อนใช้ยาแก้หวัด ลองสำรวจอาการตนเองเสียก่อนให้ดีผุดคือรักษาตามอาการและพักผ่อน #ไม่มียาอะไรรักษาโรคหวัดได้ผลร้อยปูเซ็งเป็นอันขาด

#ตัวไหนดีกว่ากันอ่ะ ตอบมาเร็วๆดิ
เภสัชกรขอบอก ด้วยความที่ว่า #ยาทั้งคู่ในสูตรที่ขายในร้านยามีตัวยาเหมือนกันเป๊ะๆ แป๊ะเอี่ยเหมือนกันทุกอย่าง กินตัวไหน ก้อให้ผลการรักษาเหมือนกัน ได้ผลเหมือนกัน มีผลข้างเคียงเช่นเดียวกัน #ไม่แตกต่างกันครับ

#ใครกินแล้วแตกต่าง ในทางเภสัชวิทยาเราตอบอะไรไม่ได้ไปกว่า "มโน" ครับ เภเขียนบทความตามความรู้ไม่ได้เชียร์ใคร แต่อยากให้เราคนไข้ดูแลตัวเองจ้า

#ดีคอลเจนและทิฟฟี่มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ตามที่กล่าวมาแล้ว ยาทั้งสองยี่ห้อเหมือนกันเป๊ะๆ มีกลไกการออกฤทธิ์คือ

ตัวยา จะช่วยบรรเทาอาการไข้ (ยาลดไข้) และบรรเทาอาการปวด (ยาแก้ปวด)

ส่วน จะลดอาการแพ้ (ยาแก้แพ้) ต่างๆ เช่น ไอ จาม

และ จะช่วยลดปริมาณน้ำมูกที่เป็นเหตุให้คัดจมูกและหายใจไม่สะดวก

จากกลไกของยาดังกล่าวจึงทำให้เกิดฤทธิ์ของการบรรเทารักษากลุ่มอาการไข้หวัดแบบรวมๆ
#เภสัชกรขอย้ำ
ตัวยาเหมือนกัน ออกฤทธิ์เหมือนกัน ต่างกันที่ผู้ผลิต รูปแบบบรรจุภัณท์เท่านั้น

#ข้อควรระวังของยาทั้งคู่
สามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียง ได้บ้าง เช่น ง่วงนอน วิงเวียน ปากแห้ง บางคนอาจพบอาการผื่นคันตามมา

เข้าใจตรงกันแล้วนะครับ อย่าไปหลงโฆษณา ไปเชื่อ
presenter ค่าตัวแพงๆ ทั้งๆที่ยาทั้งคู่เหมือนกันเป๊ะๆ
กินตัวไหนก้อให้ผลการรักษาเหมือนกัน ดังนั้นสงสัยเรื่องการใช้ยา แวะไปปรึกษา #เภสัชกรใจดี ที่ร้านยาใกล้บ้านได้เลยจ้า

#เภสัชกรอุทัย

แหล่งข้อมูล:

รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ, http://www.doctor.or.th/article/detail/5925

ดีคอลเจน (Decolgen)
เภสัชกร อภัย ราษฎรวิจิตร, http://haamor.com/th/ดีคอลเจน/

ทิฟฟี่,
http://topharmacists.com/webboard/topic-353158.html

ป่วยเป็นหวัด ใช้ยาอะไรดี, http://health.kapook.com/view32228.html

27/05/2020

ยาแก้ปวด #ไอบูโปรเฟน ( )
ใช้อย่างไร ได้ผลและปลอดภัย

จากการที่มีการแปะข้อมูลยาแก้ปวดตัวนึง ว่ามีผลต่อตับ จริงหรือไม่
ยาตัวที่ว่ามีชื่อสามัญว่า ยาไอบูโปรเฟน (Ibuprofen ) เป็นยาในกลุ่มยาแก้ปวด โดยอยู่ในพวกเดียวกับยาเอ็นเสด (NSAIDs, non- steroidal antiinflammatory drugs) แปลเป็นไทยว่า "ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่ยาสเตียรอยด์" เรามาดูกันว่า ยาตัวนี้คืออะไร? ใช้อย่างไร ได้ผลและปลอดภัย??

#ไอบูโปรเฟนคือยาอะไร?
ยาไอบูโปรเฟนมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) เป็นยาแก้ปวดระดับน้อยถึงปานกลาง สามารถใช้บรรเทาอาการปวดจากข้ออักเสบ ปวดประจำเดือน และใช้เป็นยาลดไข้ได้ นอกจากนี้ทางการแพทย์ยังนำไปใช้รักษาอาการปวดจากโรคข้อบางชนิดและบรรเทาอาการปวดศีรษะไมเกรน

#ยาไอบูโปรเฟนออกฤทธิ์อย่างไร?
กลไกการออกฤทธิ์ของยาไอบูโปรเฟน โดยจะไปยับยั้งการทำงานของสารไซโคลออกซิจีเนส (Cyclooxygenase) กล่าวง่ายๆว่าเป็นสารเคมีในร่างกายชนิดหนึ่งซึ่งจะไปเปลี่ยนสารเคมีบางกลุ่มให้กลายเป็นสารโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) โพรสตาแกลนดินเป็นตัวชักนำให้เกิดอาการปวด การอักเสบ และก่อให้เกิดอาการไข้ของร่างกาย นอกจากนั้นไอบูโปรเฟนยังสามารถออกฤทธิ์โดยตรงที่สมองและบริเวณอวัยวะที่มีอาการปวดได้

#ยาไอบูโปรเฟนมีขนาดรับประทานอย่างไร?
ยาไอบูโปรเฟนควรรับประทานพร้อมหรือหลังอาหารทันทีเพื่อลดการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร สำหรับผู้ใหญ่ขนาดสูงสุดที่รับประทานไม่ควรเกิน 2.4 กรัม/วัน ไอบูโปรเฟนจัดเป็นยาอันตรายและมีผลอันไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง) มากมาย จึงไม่ควรซื้อยากินเอง ขนาดของยาที่รับ ประทานในผู้ใหญ่และเด็กมีขนาดที่ต่างกัน ดังนั้นจึงควรได้รับคำแนะนำการใช้ยาจากแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น

#ผลข้างเคียง) ของยาไอบูโปรเฟนคือ ในการรับประทานขนาดต่ำๆมีผลระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารและลำไส้และสามารถทำให้ระบบการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติได้ จึงไม่แนะนำให้ใช้ยากับผู้ป่วยที่มีโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร ลำไส้ และ/หรือระบบหัวใจ

มีบางรายงานกล่าวว่าการใช้ยาตัวนี้จะทำให้สภาพร่างกายทนต่อแสงแดดได้น้อยลงเช่น เกิดอาการปวดแสบร้อนเมื่อออกแดดนานๆ กล่าวคือไวต่อแสงแดดเกินกว่าปกติที่เคยเป็น

ผลอันไม่พึงประสงค์อื่นๆของยาไอบูโปรเฟนเช่น คลื่นไส้ ท้องเสีย เลือดออกในทางเดินอาหาร ปวดศีรษะ ง่วงนอน เกิดผื่นคันทางผิวหนัง และหอบหืด

#ข้อควรระวังในการใช้ยาไอบูโปรเฟนคือ
ในผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร ในผู้ที่มีประวัติหอบหืด ในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ ในโรคความดันโลหิตสูง ในผู้ที่มีประวัติการแพ้ยาแอสไพริน หรือการแพ้ยาในกลุ่มเอนเสดทั้งหลาย และการแพ้ยาไอบูโปรเฟน

แหล่งข้อมูล:

Ibuprofen: Uses, Dosage & Side Effects - Drugs.com
www.drugs.com/ibuprofen.html

Ibuprofen,
http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/meds/a682159.html

Ibuprofen ,
http://www.yaandyou.net/index.php/component/drug/?nsetidT=1958&drugname=ibuprofen&drugtype=g

เภสัชกร อภัย ราษฎรวิจิตร
, ไอบูโปรเฟน (Ibuprofen), http://haamor.com/th/ไอบูโปรเฟน/

ภาพมาจาก:
http://www.theguardian.com/lifeandstyle/2014/apr/27/should-i-stop-taking-ibuprofen-heart-attack-stroke-paracetamol

ยาสามัญประจำบ้าน  #ของมันต้องมี
20/04/2020

ยาสามัญประจำบ้าน #ของมันต้องมี

สินค้าดี ราคาจับต้องได้ สนใจสอบถามได้คะ Alcohol Gel Old Rock 450 ml ได้รับรองมาตรฐานISO 22716
09/04/2020

สินค้าดี ราคาจับต้องได้ สนใจสอบถามได้คะ
Alcohol Gel Old Rock 450 ml ได้รับรองมาตรฐานISO 22716

06/04/2020

CN CLEANSING HAND GEL เจลล้างมือ ขนาด 420 ml. ช้อป CN CLEANSING HAND GEL เจลล้างมือ

Address

4 Soi Lardphrao 47, Wangthonglang

10310

Opening Hours

Monday 08:30 - 21:00
Tuesday 08:30 - 21:00
Wednesday 08:30 - 21:00
Thursday 08:30 - 21:00
Friday 08:30 - 21:00
Saturday 08:30 - 21:00
Sunday 08:30 - 21:00

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Ploysai Pharmacy posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Practice

Send a message to Ploysai Pharmacy:

  • Want your practice to be the top-listed Clinic?

Share