ข้อ เข่า เสื่อม

ข้อ เข่า เสื่อม ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ

ดีบูนบำรุงกระดูก ข้อเข่าเสื่อม กระดูกทับเส้นประสาท เกาท์ รูมาตอย กระดูกพรุน กระดูกเสื่อม ฟื้นฟูด้วยดีบูน
❎อันตรายจากโรคกระดูกพรุน 💁เปรียบเสมือนตัวอิจฉาในละคร ที่เรียบร้อย👼เป็นคนดีในตอนต้น แต่กลับร้าย👿กาจในตอนจบ ที่กล่าวเช่นนี้เป็นเพราะว่า ในช่วงที่กระดูกเริ่มบางนั้น ร่างกายจะไม่มีความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้นเลย แต่หากละเลยไม่ดูแลกระดูก กระดูกจะมีความบางมากขึ้นจนเข้าขั้นที่เรียกว่า “โรคกระดูกพรุน” ซึ่งเ

กิดความผิดปกติต่อโครงสร้างของกระดูกสันหลัง ทำให้😵หลังโก่ง 😵ไหล่งุ้มกว่าปกติ 😵พุงยื่น 😵มีอาการปวดหลัง และ😵ส่วนสูงลดลง ส่ง ทำให้ส่งผลเสียต่อทั้งด้านสุขภาพ และบุคคลิกภาพของตัวผู้ป่วยเอง เราทุกคนจึงควรให้ความสำคัญ และใส่ใจต่อการดูแลกระดูกของตัวเรา และคนในครอบครัว

💪💪D-Boon (ดีบูน)💪💪
อาหารเสริมที่มียอดขายสูงสุดทั้งในยุโรปและอเมริกา ที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งของกระดูกและข้อต่อ
ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวเพื่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนรอบๆข้อต่อ เอ็นร้อยหวาย และเอ็นยึดข้อ

☆ส่วนประกอบที่สำคัญ☆
1.คอลลาเจนจากปลาทะเล (Hydrolyed Fish Collagen)
2.สารสกัดจากเปลือกสน (Pine bark extract ) MSM
3.วิตามิน ซี (Vitamin C)
4.สารสกัดจากขมิ้น (Turmeric Extract)
5.วิตามิน ดี 3 (Vitamin D 3)
6.แคลเซียม คาร์บอเนต (Calcium Carbonate )

>>เหมาะสำหรับ
~ โรคข้อเข่าเสื่อม
~ โรคกระดูกพรุน
~ โรคข้ออักเสบ,รูมาตอย,เก๊าท์
~ โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน, กระดูกทับเส้นประสาท
~ นิ้วล็อค โรคฮิตของคนทำงาน
~ กลุ่มนักกีฬา
~ ผู้ที่ต้องการเพิ่มความสูง
~ ช่วยเรื่องความเสื่อมของอวัยวะต่างๆในร่างกาย
~ ผู้ที่ปวดเมื่อยตามกระดูก ข้อเข่า สันหลัง ไหล่บ่า คอ
~ วัยหมดประจำเดือน ขาดแคลเซียม
~ อาชีพที่ต้องยืนนาน

🔮ขนาดบรรจุ : 30 แคปซูล
📚อย.10-1-15456-1-0006 รับรองฮาลาล

สินค้าพร้อมส่ง ของแท้
สนใจทักมาเลยจ๊ะ
แอดไลน์เพิ่มเพื่อน :https://line.me/R/ti/p/%40dboon-center

26/05/2019

พร้อมส่งค่ะ สั่งซื้อก่อน 15.00 นรับสินค้าไม่เกิน 1-2 วันค่ะ

🚫ปัจจัยเสี่ยงในการเป็น🚫"โรคปลายประสาทอักเสบ"- พันธุกรรมจากครอบครัว ที่อาจเคยเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงานผิดปกติของเส้...
03/03/2019

🚫ปัจจัยเสี่ยงในการเป็น🚫
"โรคปลายประสาทอักเสบ"

- พันธุกรรมจากครอบครัว ที่อาจเคยเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงานผิดปกติของเส้นประสารท

- มีประวัติการติดเชื้อจากโรคใดโรคหนึ่ง

- ระดับน้ำตาลในเลือดสูง อาจเสี่ยงโรคเส้นประสาทที่เกิดจากโรคเบาหวาน

- ทำงานโดยใช้ข้อมือมากๆ จนอาจเสี่ยงเป็นโรคเส้นประสาทบริเวณข้อมือถูกกดทับ

- เป็นผู้ป่วยโรคไต ที่ต้องให้การรักษาโดยการฟอกเลือด ฟอกไต

❌ชาปลายมือปลายเท้า อันตราย เสี่ยงอัมพาต?❌

⛔เพราะอาการชาตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้า เกี่ยวข้องกับการทำงานของเส้นประสาทผิดปกติ

⛔ดังนั้นหากมีความผิดปกติจนถึงขั้นเป็นโรคเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 อักเสบ ก็อาจเป็นโรคอัมพาตชนิดหนึ่งที่เรียกว่า โรคอัมพาตเบลล์

⛔ซึ่งเป็นโรคเส้นประสาทสมองที่พบบ่อยที่สุดได้เช่นกัน

✔อัลไซเมอร์ ✔หลอดเลือดสมอง
✔สมองเสื่อม ✔สมาธิสั้น
✔ ประสาทหูเสื่อม ✔ปลายประสาทอักเสบ

🚩อเลอไทด์ ช่วยคุณได้🚩

💆เพราะสมองนั้นสำคัญที่คอยสั่งการระบบต่างๆในร่าง ไม่ควรละเลย⚠

 #ทนปวดอยู่ทำไม?
08/03/2018

#ทนปวดอยู่ทำไม?

ปวดเข่า ข้อเข่าเสื่อม คืออะไร ?
🏴คือ การที่กระดูกอ่อนที่เป็นตัวป้องกันกระแทกและสร้างน้ำเลี้ยงข้อเข่า บริเวณข้อเข่าถูกทำลาย
🏴ทำให้กระดูกเข้ามาชิดกันมากขึ้น เกิดการเสียดสีกัน ทำให้เกิดอาการปวด บวมข้อเข่า หรือ ตัวกระดูกงอกขึ้นมาทดแทน ทำให้เข่าผิดรูป เข่าติด หรือเคลื่อนไหวได้น้อยลง
✴ข้อเข่าเสื่อม มีอาการอย่างไรบ้าง ?✴
➡️ปวดรอบข้อเข่า
➡️เป็นมาเป็นเวลานาน ค่อยๆเป็นมากขึ้น
➡️มักเป็นในผู้สูงอายุ
➡️เข่าโก่ง เข่าผิดรูป
➡️มีเสียงกรอบแกรบเมื่อขยับข้อเข่า
⚠️สาเหตุของอาการปวดเข่าข้อเข่าเสื่อม⚠️
◾อายุมาก เนื่องจากการกระดูกอ่อนบริเวณข้อซ่อมแซมตัวเองได้น้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น
◾เพศ โดยเพศหญิงพบว่ามีโอกาสเป็นเข่าเสื่อมมากกว่าเพศชาย
◾น้ำหนักมาก จะทำให้แรงกดดันที่ข้อต่างๆโดยเฉพาะข้อเข่าเพิ่มขึ้น
◾อุบัติเหตุที่ข้อเข่า เนื่องจากร่างกายอาจซ่อมแซมตัวเองได้ไม่ดีเท่าเดิม
◾เล่นกีฬาที่แรงกระแทกเข่ามากเป็นประจำ เช่น ฟุตบอล เทนนิส วิ่งระยะยาว อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายแบบไม่หนักเกินไป สามารถเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า ลดโอกาสข้อเข่าเสื่อมได้
◾นั่งพับเพียบ คุกเข่า หรือ นั่งยอง หรือยกของหนักบ่อยๆ จะทำให้แรงกดดันในข้อเข่ามาก เสี่ยงต่อเข่าเสื่อมมากขึ้นได้
◾โรคข้ออักเสบ เช่น รูมาตอยด์ เก๊าท์
💁เราช่วยคุณได้🙌
♨ทางเลือกใหม่ ♨
⚞ไม่ต้องผ่า ก็หายปกติได้⚟
🚩ใส่ใจดูแลกระดูกก่อนสายเกินแก้
✔"ดีบูน" คือทางเลือก✔

ณิชา 06 2840 4554
แชทสอบถามในไลน์
http://line.me/ti/p/-center

06/03/2018
ปวดเข่า ข้อเข่าเสื่อม คืออะไร ?🏴คือ การที่กระดูกอ่อนที่เป็นตัวป้องกันกระแทกและสร้างน้ำเลี้ยงข้อเข่า บริเวณข้อเข่าถูกทำลา...
27/01/2018

ปวดเข่า ข้อเข่าเสื่อม คืออะไร ?
🏴คือ การที่กระดูกอ่อนที่เป็นตัวป้องกันกระแทกและสร้างน้ำเลี้ยงข้อเข่า บริเวณข้อเข่าถูกทำลาย
🏴ทำให้กระดูกเข้ามาชิดกันมากขึ้น เกิดการเสียดสีกัน ทำให้เกิดอาการปวด บวมข้อเข่า หรือ ตัวกระดูกงอกขึ้นมาทดแทน ทำให้เข่าผิดรูป เข่าติด หรือเคลื่อนไหวได้น้อยลง
✴ข้อเข่าเสื่อม มีอาการอย่างไรบ้าง ?✴
➡️ปวดรอบข้อเข่า
➡️เป็นมาเป็นเวลานาน ค่อยๆเป็นมากขึ้น
➡️มักเป็นในผู้สูงอายุ
➡️เข่าโก่ง เข่าผิดรูป
➡️มีเสียงกรอบแกรบเมื่อขยับข้อเข่า
⚠️สาเหตุของอาการปวดเข่าข้อเข่าเสื่อม⚠️
◾อายุมาก เนื่องจากการกระดูกอ่อนบริเวณข้อซ่อมแซมตัวเองได้น้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น
◾เพศ โดยเพศหญิงพบว่ามีโอกาสเป็นเข่าเสื่อมมากกว่าเพศชาย
◾น้ำหนักมาก จะทำให้แรงกดดันที่ข้อต่างๆโดยเฉพาะข้อเข่าเพิ่มขึ้น
◾อุบัติเหตุที่ข้อเข่า เนื่องจากร่างกายอาจซ่อมแซมตัวเองได้ไม่ดีเท่าเดิม
◾เล่นกีฬาที่แรงกระแทกเข่ามากเป็นประจำ เช่น ฟุตบอล เทนนิส วิ่งระยะยาว อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายแบบไม่หนักเกินไป สามารถเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า ลดโอกาสข้อเข่าเสื่อมได้
◾นั่งพับเพียบ คุกเข่า หรือ นั่งยอง หรือยกของหนักบ่อยๆ จะทำให้แรงกดดันในข้อเข่ามาก เสี่ยงต่อเข่าเสื่อมมากขึ้นได้
◾โรคข้ออักเสบ เช่น รูมาตอยด์ เก๊าท์
💁เราช่วยคุณได้🙌
♨ทางเลือกใหม่ ♨
⚞ไม่ต้องผ่า ก็หายปกติได้⚟
🚩ใส่ใจดูแลกระดูกก่อนสายเกินแก้
✔"ดีบูน" คือทางเลือก✔

ณิชา 06 2840 4554
แชทสอบถามในไลน์
http://line.me/ti/p/-center

อาการของโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทอาการอาจแสดงออกได้ทั้งบริเวณหลังและขา คนทั่วไปมักเข้าใจว่ามีเพียงอาการปวดหลั...
10/11/2017

อาการของโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท
อาการอาจแสดงออกได้ทั้งบริเวณหลังและขา คนทั่วไปมักเข้าใจว่ามีเพียงอาการปวดหลังอย่างเดียว ที่จริงแล้วอาการที่ขานั้นสำคัญและจำเพาะเจาะจงกับโรคนี้มากกว่า นั่นแสดงถึงว่าเกิดการรบกวนเส้นประสาทสันหลังที่วิ่งไปเลี้ยงที่ขาแล้ว หมอนรองกระดูกที่เคลื่อนออกมามักทำให้เกิดอาการแบบฉับพลันเพราะมีการอักเสบที่รุนแรง

อาการที่หลัง: ปวดหลังบริเวณเอวส่วนล่าง อาจมีอาการที่หลังเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง มักมีอาการในท่านั่ง หรือมีการนั่งงอตัวไปทางด้านหน้าซึ่งเป็นท่าที่หมอนรองกระดูกได้รับแรงกดทับมากที่สุด

อาการที่ขา: อาการแสดงที่ขามีได้ 3 แบบ คือ อาการปวด ชา หรือการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ

อาการปวดหรือชาขาที่เกิดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมีลักษณะคือ มีอาการตามแนวที่เส้นประสาทวิ่งไป สามารถปวดได้ตั้งแต่บริเวณเอว ต้นขา น่อง ไปจนถึงบริเวณเท้าและนิ้วเท้าได้ การอ่อนแรงของกล้ามเนื้อก็มีลักษณะคล้ายอาการปวดและชา คือจะมีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อมัดที่เลี้ยงด้วยเส้นประสาทเส้นที่ถูกกดทับนั้น

อ่านแล้วถ้าเป็นประโยชน์ ช่วยแชร์ต่อได้ค่ะ
สอบถามผู้เชี่ยวชาญ กดลิ้งค์นี้ค่ะ..https://line.me/R/ti/p/%40dboon-center

18 สุดยอดอาหารบำรุงหัวใจของคุณการดูแลสุขภาพของคนในยุคสมัยนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากค่ะ เพราะเราต้องเจอทั้งฝุ่นละออง สา...
01/11/2017

18 สุดยอดอาหารบำรุงหัวใจของคุณ

การดูแลสุขภาพของคนในยุคสมัยนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากค่ะ เพราะเราต้องเจอทั้งฝุ่นละออง สารเคมีทั้งหลายแหล่ทั้งจากการใช้เครื่องสำอาง การกินอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้สุขภาพหัวใจทรุดลงไปเรื่อยๆ แต่เมื่อมีมารก็ต้องมีฮีโร่ และฮีโร่ที่เราพูดถึงกันในบทความนี้ก็คือ อาหารบำรุงหัวใจนั่นเอง!

1. แซลมอน

ปลาแซลมอนและปลาที่มีไขมันดีอื่นๆ เช่น ปลาซาร์ดีนและปลาทู เรียกได้ว่าเป็นซุปเปอร์สตาร์ของอาหารการกินที่ดีต่อสุขภาพ เนื่องจากมีปริมาณกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่อุดมสมบูรณ์ ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (irregular heart beat) และหลอดเลือดแดง (atherosclerosis) ช่วยลดคราบจุลินทรีย์ในหลอดเลือดแดงและลดไตรกลีเซอไรด์ได้ดี เราแนะนำให้กินปลาแซลมอนและควรกินปลาที่มีไขมันดีอย่างน้อยสัปดาห์ละสองครั้ง

2. ข้าวโอ๊ต

ข้าวโอ๊ตมีคุณสมบัติที่พิเศษมากๆ คือมีไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้สูง ซึ่งสามารถลดคอเลสเตอรอลได้และไม่ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด เราแนะนำว่าควรกินข้าวโอ๊ตเป็นอาหารเช้าและต้องไมผ่านการปรุงแต่งมากเกินไป (หรือกินแบบคลีนๆนั่นแหล่ะ)

3. บลูเบอร์รี่

ไม่เพียงแค่บลูเบอร์รี่เท่านั้นนะคะ แต่สตรอเบอร์รี่และผลเบอร์รี่อื่นๆก็มีประโยชน์ต่อหัวใจมากเช่นกัน สาวๆที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไปควรกินผลไม้ตระกูลนี้เป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงของอาการหัวใจวายลงได้ตั้ง 32% (เมื่อเทียบกับคนที่กินน้อย) อีกทั้งยังมีสารแอนโทไซยานินและฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความดันโลหิตและขยายหลอดเลือดหัวใจได้ดี

4. ดาร์กช็อกโกแลต

หากกินดาร์กช็อกโกแลตทุกวัน จะช่วยลดอาการหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองในคนที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับปัญหาเหล่านี้ได้ และจะต้องเป็นช็อกโกแลตที่ทำจากโกโก้อย่างน้อย 60-70% ด้วยนะคะ สาเหตุที่มันดีต่อใจมากมายนั่นเป็นเพราะว่า ดาร์กช็อกโกแลตนั้นมีสารฟลาโวนอยด์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่าโพลีฟีนอล ซึ่งจะช่วยให้ความดันโลหิต ลดปัจจัยการแข็งตัวของเลือด และการบาดเจ็บของเซลล์ได้ แต่มันก็น่าเศร้าตรงที่ช็อกโกแลตนมหรือขนมแสนอร่อยไม่สามารถช่วยปกป้องหัวใจของคุณให้มีสุขภาพดีได้

5. พืชตระกูลส้ม

เราจะพบสารฟลาโวนอยด์มากในพืชตระกูลส้มค่ะ ผู้หญิงที่กินผลไม้ประเภทนี้เป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบได้ถึง 19% นอกจากนี้ มะนาว ก็ยังมีวิตามินซีสูง ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการป้องกันความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้ แต่ให้ระวังน้ำส้มที่ใส่น้ำตาลเพิ่มตามตลาดนัดนะคะ

6. ถั่วเหลือง

ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ได้แก่ เต้าหู้และนมถั่วเหลือง เป็นเคล็ดลับที่ดีในการเพิ่มสารอาหารอย่างโปรตีนในมื้อโปรดของคุณ โดยไม่ทำให้ไขมันและคอเลสเตอรอลเพิ่มขึ้นเลย เพราะจากถั่วเหลืองมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (แน่นอนว่าดีต่อสุขภาพ) มีไฟเบอร์ วิตามิน และเกลือแร่ ที่สามารถช่วยลดความดันโลหิตได้ ซึ่งถ้าเทียบกับนมหรือโปรตีนชนิดอื่น โปรตีนจากถั่วเหลืองถือว่าสามารถลด LDL หรือคอเลสเตอรอลที่ “ไม่ดี” ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าค่ะ

7. มันฝรั่ง

คุณไม่มีเหตุผลที่จะหลีกเลี่ยงมันฝรั่งในมื้ออาหารของคุณ เพียงเพราะมันมีสีขาวและดูคล้ายแป้ง (แน่นอนว่าการกินแป้งเยอะก็ไม่ได้ส่งผลดีต่อร่างกายเท่าไหร่นัก) แต่ตราบใดที่คุณไม่ได้สวาปาม “มันฝรั่งทอด” เข้าไป มันก็ยังเป็นพืชที่ดีต่อใจคุณค่ะ! มันฝรั่งนั้นอุดมไปด้วยโพแทสเซียมที่สามารถลดความดันโลหิตได้ และมีไฟเบอร์สูงซึ่งสามารถลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้ดี

8. มะเขือเทศ

ราชินีแห่งพืชผักสำหรับความงามของสาวๆนี้ เป็นแหล่งอาหารชั้นดีที่มีไลโคปีนสูง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ กำจัดคอเลสเตอรอลที่ “ไม่ดี” ออกไปจากร่างกาย แถมยังมีแคลอรี่น้อยและมีน้ำตาลในปริมาณที่ต่ำ นอกจากจะดีต่อใจแล้วยังดีต่อหุ่นด้วยนะ

9. ถั่ว

ในข้อนี้ก็รวมถึงอัลมอนด์ วอลนัท พิสตาชิโอ ถั่วลิสงและถั่วแมคาเดเมีย ซึ่งทั้งหมดนี้มันดีสำหรับหัวใจของเราด้วย นอกจากนี้ในถั่วยังมีวิตามินอีและกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี ถ้าเป็นในอดีตเราก็อาจจะเคยได้ยินมาบ่อยๆว่าการกินถั่วนั้นไม่ค่อยดีต่อสุขภาพเท่าไหร่นัก แต่การวิจัยในปัจจุบันนี้ก็สามารถบอกได้แล้วว่า เจ้าถั่วเม็ดเล็กๆนั้น สามารถช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาหัวใจได้ดีเลยทีเดียวค่ะ

10. พืชตระกูลถั่ว

เช่น ถั่วเลนทิล ถั่วแขก ถั่วพู ถั่วฝักยาว ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยมที่ไม่มีไขมันเลวร้าย คนที่กินพืชตระกูลถั่วอย่างน้อยสี่ครั้งต่อสัปดาห์ จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจลดลง 22% อีกทั้งยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของคนที่เป็นโรคเบาหวานได้ ซึ่งการลดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือโรคหัวใจนั่นเองค่ะ

11. น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์

น้ำมันมะกอกช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจวายได้ถึง 30% เป็นแหล่งไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี เย็นนี้ถ้ามีสลัดอยู่บนโต๊ะอาหาร ก็ลองเติมน้ำมันมะกอกลงไปสัก 2 ช้อนโต๊ะนะคะ

12. ไวน์แดง

โพลีฟีนอลที่พบในไวน์แดง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์ต้านอักเสบได้ดี ช่วยลดความเสียหายต่อดีเอ็นเอ กำจัดอนุมูลอิสระได้ดีกว่าสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ และการดื่มไวน์เป็นประจำในปริมาณพอสมควร (ไม่ใช่ดื่มจนเมาหัวราน้ำนะคะ) จะช่วยป้องกันภาวะหัวใจวายได้โดยเฉพาะในสาวๆ

13. ชาเขียว

เครื่องดื่มยอดนิยมของชาวเอเชียนี้ มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากเลยค่ะ จากการวิจัยพบว่า คนที่ดื่มชาเขียวทุกวันหรือมากกว่า 4 ถ้วยต่อวัน สามารถลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ถึง 20% เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ค่อยดื่ม แถมยังชาวยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจในหมู่นักดื่มตัวยงได้อีกด้วย

14. บร็อคโคลี่ ผักขม และคะน้า

มีแคโรทีนอยด์สูงซึ่งทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและมีเส้นใยสูง เต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ กรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ดีต่อหัวใจ เขาถึงได้บอกไงคะว่าในหนึ่งมื้ออาหารของเราควรมีผักใบเขียวอยู่ด้วย 40% เพราะดีต่อร่างกายและหัวใจจริงๆค่ะ

15. กาแฟ

การดื่มกาแฟเป็นประจำทุกวันจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองหรือจากสาเหตุอื่นๆลดลงถึง 15% ถ้าคุณเป็นคอกาแฟอยู่แล้วก็ไม่ต้องกังวลในส่วนนี้ แต่อาจจะลดน้ำตาลที่ใส่ลงไปสักครึ่งนึงเพื่อผลดีต่อสุขภาพ และที่สำคัญ ไม่ควรดื่มกาแฟมากเกิน 5 ถ้วยต่อวันนะคะ

16. เมล็ดแฟลกซ์

เมล็ดแฟลกซ์และเมล็ดเชียมีกรดไขมันโอเมก้า 3 และไปเบอร์ในปริมาณสูง นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มันดีต่อหัวใจของคุณ วันหยุดสุดสัปดาห์ก็ลองทำสมูธตี้ปั่นใส่เมล็ดเชียหรือเมล็ดแฟลกซ์เพิ่มลงไปเพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วนแถมอยู่ท้องสบายๆ

17. อะโวคาโด

ผลไม้เนื้อนุ่มรสชาติอร่อยนี้มีไขมันที่ดีต่อสุขภาพเช่นเดียวกับน้ำมันมะกอก พวกมันอุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวซึ่งช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระและโพแทสเซียมสูงอีกด้วย

18. ทับทิม

ในทับทิมมีสารต้านอนุมูลอิสระมากมายรวมทั้งโพลีฟีนอลและแอนโทไซยานิน ที่ช่วยยับยั้งการแข็งของหลอดเลือดแดงได้ดี แต่ถ้าใครที่ไม่ค่อยพิสมัยในผลไม้ชนิดนี้มากนัก จะกินแอปเปิ้ลแทนก็ได้ไม่ว่ากัน

เห็นอย่างนี้แล้ว คราวหน้าหากเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต ก็อย่าลืมลิสท์รายชื่อผักผลไม้ที่บำรุงหัวใจเหล่านี้ลงไปในรายการของคุณด้วยนะคะ เพราะกินแล้วดีต่อใจจริงๆค่ะ^^

ที่อยู่

Bangkok
10510

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ข้อ เข่า เสื่อมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์