หมอปอง

หมอปอง CTO Doctor + เนื้อหาการแพทย์แนว Integrative Medicine

มองเธอ ณ มองเธรอ Ep2เหมือนหยุดเวลา พิจารณาโลกภายในตนเองณ หุบเขา ทะเลสาบ ล้อมรอบโดยเทือกเขาแอลป์ คุณไม่มีทางเลือกมากนัก ร...
10/02/2026

มองเธอ ณ มองเธรอ Ep2
เหมือนหยุดเวลา พิจารณาโลกภายในตนเอง

ณ หุบเขา ทะเลสาบ ล้อมรอบโดยเทือกเขาแอลป์ คุณไม่มีทางเลือกมากนัก ระหว่างการทำงานภายนอก และงานภายใน

คนที่จะมาจ่อมอยู่กับธรรมชาติได้เป็นสัปดาห์ เป็นเดือน หรือเป็นปี ความท้าทายที่สุดคือ "ใจ"

Dopamine Detox เกิดขึ้นโดยไม่ต้องพยายาม... คุณจะรีบไปไหนหรือรีบตั้ง Goal เพื่อบรรลุอะไรสักอย่างไม่ได้หรอก เพราะฟ้ามืดเมื่อไหร่ คุณก็ต้องกลับมาอยู่กับลมหายใจ และความคิดของตนเอง

อย่างหมอปอง ก็ได้มีเวลานั่งอ่านงาน LIGHT, DARKNESS
AND COLOUR IN
PAINTING-THERAPY ของ L. COLLOT D'HERBOIS ที่ยากๆ แบบ Focus ได้ยาวนาน เพราะบรรยากาศของเมืองมันเอื้ออย่างเหลือเชื่อ

จึงไม่แปลกใจว่า นักธุรกิจระดับโลก ทำไมมาที่ Montreux ถึงรู้สึกเหมือนได้ชีวิตใหม่กลับไป

เพราะที่นี่ คือ Oasis ที่ชำระล้างใจ ให้กลับไปอยู่กับตัวเองได้นั่นเอง

หมอปอง
มองเธอ ณ มองเธรอ

มองเธอ ณ มองเธรอ Ep1Wellness คือ Life styleมองเธรอ (Montreux) หากไม่ได้มาสัมผัส คงไม่เข้าใจว่า Wellness Lifestyle เป็นอย...
08/02/2026

มองเธอ ณ มองเธรอ Ep1
Wellness คือ Life style

มองเธรอ (Montreux) หากไม่ได้มาสัมผัส คงไม่เข้าใจว่า Wellness Lifestyle เป็นอย่างไร

ที่ๆ คุณภาพชีวิตดีที่สุดติดอันดับโลก และเป็นตลาดที่คนเข้าใจ Wellness ไม่ใช่เพียงเพราะการโปรโมท แต่เขามีชีวิตแบบนั้นมาเป็นเวลาหลายชั่วรุ่น

ค่าครองชีพที่แสนแพง คือการลงทุนกับการมีอากาศที่ดีสูดได้สุดปอด
การเดินขึ้นลงเขาวันละ 10,000 ก้าว คือเรื่องปกติของทุกคน
อาหารที่สดได้ใจ และรักษ์โลก รักษ์แหล่งน้ำไปด้วยกัน
และ Work life balance ที่วันหยุดคือหยุดจริง
ไปจนถึงชีวิต Out door ที่อยู่กับผู้คน เรือใบ สายลม และแสงแดด ที่มีภูเขาแอลป์เป็นฉากหลัง

มีโอกาสชวนกันมาจ่อมแช่ดูสักสัปดาห์ แล้วคุณจะพบว่า Wellness Luxury นั้นเป็นคนละเรื่องกับกล่องสี่เหลี่ยมในตึก และโรงพยาบาล แต่คือผู้คนและวัฒนธรรมของคนทั้งเมืองครับ

หมอปอง
มองเธอ ณ มองเธรอ

มาอบรมกันต้องบอกว่าห้ามพลาดอบรมดีๆ Move & Flow อ.ยอดชาย นะครับ
28/01/2026

มาอบรมกัน
ต้องบอกว่าห้ามพลาดอบรมดีๆ Move & Flow อ.ยอดชาย นะครับ

กลับมาแล้วตามคำขอ … ลงทะเบียนด่วนๆๆ!!!

Move and Flow Manual Therapy คือศาสตร์หัตถบำบัดร่วมสมัย ที่เปลี่ยน “การนวด” ให้เป็นประสบการณ์การเคลื่อนไหวผสานมือของผู้บำบัดกับจังหวะการเคลื่อนไหวของร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยปลดล็อกความตึงค้าง ฟื้นฟูการไหลเวียน และคืนสมดุลให้ระบบประสาท
ไม่ใช่แค่คลายปวดชั่วคราว แต่ช่วยให้ร่างกายเรียนรู้การจัดระเบียบตัวเองใหม่
ค่าลงทะเบียน: 9,500 บาท
Tel: 088-654 0274 / 085:66 22 922
อีเมลล์:admin@balavi.com

🌀เหมาะสำหรับ:
💚ผู้ที่ต้องการยกระดับการรักษาให้ลึก นุ่ม และยั่งยืน🌟ผู้ที่ต้องการเป็นครูสอนนวด train the trainer

&flow manual therapy #อ. ต่อ #ยอดชาย #เวชศาสตร์วิถีชีวิต

Digital Coaching Tool for Lifestyle Medicineหัวข้อบรรยายของหมอปอง ในงาน National Congress Life Style Medicine ครั้งที่ 3...
15/01/2026

Digital Coaching Tool for Lifestyle Medicine

หัวข้อบรรยายของหมอปอง ในงาน National Congress Life Style Medicine ครั้งที่ 3

จุดย้ำก็คือ

Tool สำหรับหมอ ใช้มาตรฐานเครื่องมือทางการแพทย์ เพราะนั่นคืองานวินิจฉัย

Tool สำหรับโค้ข ก็ต้องใช้มาตรฐานเครื่องมือสำหรับโค้ช เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงทางสุขภาพ 6 ด้าน ของเวชศาสตร์วิถีชีวิต

แต่เหนืออื่นใด... มีแต่ Tool ที่ไม่เชื่อมโยงเป็นระบบ Electronic Health Record ... ข้อมูลสุขภาพก็จะอยู่แต่กับแค่คนไข้ ให้บริการอะไรก็ไม่ได้ ไม่ถนัดมือ

People, Process, Technology ต้องคิดให้ครบทุกวง จึงจะเปลี่ยน Technology เป็น Solution ได้

หมอปอง
CTO as a Doctor
บัลวี Gen 2
Balavi
Balavi Academy
Balavi Academy

ทำบุญปีใหม่ 2569มาทำบุญ ยกเศียร หลวงพ่อเคลือบ ประดิษฐานเต็มองค์ จ. อุทัย ครับสาธุครับ
01/01/2026

ทำบุญปีใหม่ 2569

มาทำบุญ ยกเศียร หลวงพ่อเคลือบ ประดิษฐานเต็มองค์ จ. อุทัย ครับ

สาธุครับ

Next Station เจอกันงานบรรยาย งานประชุมวิชาการระดับชาติด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต ครั้งที่ 3หมอปองได้รับเกียรติไปร่วมในหัวข้อ...
22/12/2025

Next Station เจอกันงานบรรยาย
งานประชุมวิชาการระดับชาติ
ด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต ครั้งที่ 3

หมอปองได้รับเกียรติไปร่วมในหัวข้อ
"Digital Coaching Tools
(Wearables + Al + data Dashboard)"

แล้วพบกันในงานครับ

------------------------
ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเวชศาสตร์วิถีชีวิตและการโค้ชเพื่อบูรณาการสู่ระบบสุขภาพของประเทศไทย ด้วยการสมัครเข้าร่วมประชุมวิชาการระดับชาติด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต ครั้งที่ 3 ระหว่าง 14-15 มกราคม 2569 นี้

งานนี้คุ้มสุดคุ้ม ทุกการลงทะเบียนก่อน 5 มกราคม 2569 รับ CPG ของ LM ฉบับแรกของประเทศไทย (ปัจจุบันฉบับที่สมาชิกสนับสนุนค่าพิมพ์หมดแล้ว และไม่พิมพ์จำหน่ายแล้ว ต้องการเป็นเจ้าของต้องลงทะเบียนงานนี้เท่านั้น)

รศ.ดร.นพ.ภูดิท เตชาติวัฒน์ และคณะทำงาน
19 ธค 2568

CTO as a Doctor ตอนที่ 6: จะทำ Digital Health คิดให้ใหญ่ เริ่มให้เล็ก และเริ่มเลย 🩺🚀🩺 ตอนนี้หากถามผู้บริหารองค์กรไหนก็ตา...
17/12/2025

CTO as a Doctor ตอนที่ 6:
จะทำ Digital Health คิดให้ใหญ่ เริ่มให้เล็ก และเริ่มเลย 🩺🚀

🩺 ตอนนี้หากถามผู้บริหารองค์กรไหนก็ตามว่า ต้องทำ Digital Transformation ไหม? คำตอบเดียวคือ "ใช่" ต้องใช้ AI ไหม? คำตอบส่วนใหญ่ก็คือ "ใช่" เพราะเทคโนโลยีไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็น "ทางรอด" ของการนำพาองค์กรยุคใหม่ให้มีความสามารถในการอยู่รอดต่อไป 💡

💰 ทว่า เมื่อมาถึงงบประมาณ (Budget) กับสิ่งเหล่านี้ เรียกได้ว่าราคาเพื่อที่จะนำมาใช้กับองค์กรนั้น "แพงแสนแพง" สำหรับคน Non-tech ที่ต้องทุ่มงบกันหลายสิบล้าน เป็นเหมือนเกมใหญ่ (Big Game) ที่ธุรกิจ SME คงไม่รู้จะเริ่มอย่างไรเลยทีเดียว

📉 แต่หากมองจากมุมบริษัทจดทะเบียน (Listed Company) หลังจากทุ่มงบไปหลายสิบล้าน ก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จกันง่าย ๆ ทั้งนี้เพราะมัวแต่ "เล่นของใหญ่" แต่ไม่สามารถจัดการให้พนักงานที่มีหลาย Generation สามารถเข้าถึง และสร้างวัฒนธรรมเทคโนโลยี (Tech Culture) ที่ดีได้ กลายเป็นว่าส่วนใหญ่ใช้ Deep Tech ไปสักพักแล้วพบว่ามีแต่ความสิ้นเปลือง แต่ต่อยอดธุรกิจไม่ได้เลย

👨‍⚕️ หมอจึงอยากมาแชร์มุมมอง CTO as a Doctor เพื่อให้เจ้าของกิจการทั้งใหญ่และเล็กรู้สึกว่า การนำเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ไม่เกินวิสัย ประโยคที่อยากให้ผู้บริหารจดจำไว้ก็คือ:

🌟 “คิดให้ใหญ่ เริ่มให้เล็ก และเริ่มเลย” 🌟

🏗️ คิดให้ใหญ่ (Think Big) หมายความถึง (จากบทความตอนที่ 5) คือต้องคิดเหมือนการสร้างตึกทั้งหลัง มีสถาปนิกหรือนักออกแบบระบบมาช่วยวาง "ภาพสุดท้าย" ให้เห็นก่อน เป็นการวางแผนในกระดาษที่อาจต้องมีการ Redesign Digital User Journey กันใหม่พอดู แต่รับรองว่าการมีที่ปรึกษาที่มีความรู้เรื่องเทคโนโลยีนั้น ดีกว่าการซื้อเทคโนโลยีมาใช้เลยโดยไม่มีการวางแผนแน่นอน เพราะจะทำให้เรารู้ว่าอะไรที่เหมาะกับเรา และจะต่อจิ๊กซอว์อย่างไรไม่ให้สับสนวุ่นวายในภายหลัง ศัพท์เฉพาะทางเรียกสิ่งนี้ว่าการวาง Enterprise Architecture

🌱 เริ่มให้เล็ก (Start Small) และเริ่มเลย (Start Now) ตอนเริ่มลงทุน ขอให้เริ่มจากจุดเล็ก ๆ เพื่อที่คุณจะได้ "เริ่มได้เลย" เพราะบางทีการรอให้มีงบประมาณพร้อม หรือรอให้พนักงานที่ทำงานแบบเดิม ๆ มีความพร้อมจะใช้เครื่องมือ High-tech หรือ AI ล้ำ ๆ คุณอาจไม่มีวันนั้น เพราะการทำเรื่องเทคโนโลยีบางทีอาศัยการ "ลองผิด" มากกว่าการเรียนตามทฤษฎี

📊 เพื่อให้เรากำหนดกรอบของเรื่องเล็ก ๆ ได้ชัดเจน หมออยากชวนผู้บริหารมาลองทำ Digital Portfolio โดยแบ่งงานที่อยากนำเทคโนโลยีมาช่วยออกเป็น 4 กลุ่ม โดยแกนตั้งคืองานที่ง่ายไปจนถึงงานที่ยากและซับซ้อน และมีแกนนอนเป็นงานที่เกี่ยวกับธุรกิจหลัก (Core Business) ของเราสุด ๆ ไปจนถึงงานที่ไม่ค่อยเกี่ยวกับเรา แน่นอนว่าแต่ละองค์กรย่อมมีความสำคัญของงานที่เกี่ยวกับตัวเราและไม่เกี่ยวกับเราต่างกันไป แต่ให้เราโฟกัส (Focus) งานที่เกี่ยวกับเรา ชนิดที่ว่าใครก็ทำแทนเราไม่ได้ไว้ก่อน ส่วนอะไรที่ไม่เกี่ยวกับ Core Business นั้น หมออยากบอกว่า “การเลือกไม่ทำมันเอง” บางครั้งก็เป็นยุทธวิธีที่ดีกว่า

🏥 สมมติเอาอย่างธุรกิจโรงพยาบาลที่หมอมักจะได้เข้าไปให้คำปรึกษา งานที่เกี่ยวกับโรงพยาบาลก็มีทั้งงานตรวจวินิจฉัยของหมอ งานจัดยาของเภสัชกร งานถามตอบข้อมูลทางการแพทย์ และการนัดหมายต่าง ๆ จะเห็นได้ว่ามันมีทั้งงานง่ายและงานยากอย่างชัดเจน

🤝 ส่วนงานที่ใคร ๆ ก็ทำได้ ในกรณีเช่นนี้ให้นึกถึงงานเอาต์ซอร์ซ (Outsource) ได้ (แม้ว่าแต่เดิมเราจะใช้พนักงานภายในหรือ In-house) ก็จะเห็นภาพชัดขึ้น เช่น งานด้านการเงิน บัญชี การวางแผนภาษี การทำ Marketing หรือ PR เป็นต้น แน่นอนว่างานบัญชีและภาษีนั้นมักจะซับซ้อนมากกว่างาน PR หรือ Marketing

⚙️ การลงเทคโนโลยีจึงมียุทธวิธีที่ต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งสัมพันธ์กับงานกลุ่มต่าง ๆ ที่ว่ามา ดังนี้:

1️⃣ งานที่ง่าย + ไม่เกี่ยวกับความสามารถหลัก (Core Competency) = “Borrow it” ให้เลือกใช้ระบบ SaaS (Software as a Service) เช่น ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) หรือระบบจัดการโครงการ (Project Management) ซึ่งมักจะตอบโจทย์ได้ทันที ในราคาที่เอื้อมถึงและไม่ต้องลงทุนสูง 💻

2️⃣ งานที่ยากซับซ้อน + ไม่เกี่ยวกับความสามารถหลัก (Core Competency) = “Borrow it with SLA” เป็นการเสมือนการจ้างภายนอกให้ทำให้ โดยใช้ระบบที่ออกแบบมาเฉพาะทาง แต่มีการตั้งค่า (Config) หรือเชื่อมต่อ (Integrate) กับระบบหลักที่เรามีอยู่ เช่น ในธุรกิจโรงพยาบาล คงไม่คุ้มหากจะทุ่มเงินเพื่อเขียนระบบ ERP ที่ใหญ่และซับซ้อนอย่าง Oracle หรือ SAP ขึ้นมาเองเพื่อรองรับงานบัญชีและภาษี เพราะต่อให้ทำได้ก็อาจไม่เสถียร หรือต้องเสียค่าบำรุงรักษา (Maintenance) ที่สูงมากในระยะยาว 🏢

3️⃣ งานที่ง่าย + เกี่ยวกับความสามารถหลัก (Core Competency) = “Build it” อาศัยทีมภายใน (In-house) มาช่วยต่อเติมระบบหลักที่มีอยู่ เช่น โรงพยาบาลที่ต้องการระบบตอบอีเมลคนไข้ ระบบแจ้งเตือนสต็อกยา หรือระบบลงตารางนัดคนไข้ งานเหล่านี้ไม่ซับซ้อนแต่ช่วยลดภาระงานหลัก (Load) ได้มาก ซึ่งเราสามารถเริ่มได้ทันที แต่อาจต้องมีทีม Freelance เข้ามาช่วยเสริมกำลังในลักษณะ Staff Augmentation เนื่องจากทีม Tech Support ภายในมักจะมีภาระงานประจำจนล้นมืออยู่แล้ว 🛠️

4️⃣ งานที่ยากและซับซ้อน + เกี่ยวกับความสามารถหลัก (Core Competency) = “Buy it” สำหรับองค์กรที่มีความพร้อมทางงบประมาณ หรือบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจเลือกซื้อเทคโนโลยีจากทีมที่เชี่ยวชาญระดับโลกมาเลย ตัวอย่างในธุรกิจโรงพยาบาล เช่น ระบบหุ่นยนต์จัดยา หรือระบบ AI ช่วยวินิจฉัยทางการแพทย์ ซึ่งต้องมีการลงทุนสูง อย่างไรก็ตาม เรายังจำเป็นต้องพัฒนาส่วนของตนเองควบคู่ไปด้วย เช่น การทำ Data Collection หรือการบริหารจัดการฐานข้อมูลเฉพาะขององค์กร 🤖

✅ เราจะเห็นชัดแล้วว่า แม้แต่ SME ก็เริ่มนำเทคโนโลยีมาใช้ได้ การเริ่มจากงานซ้ำ ๆ แต่ง่ายในข้อ 3 เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะความเสี่ยงต่ำ ลงทุนน้อย และช่วยให้พนักงานคุ้นชิน เพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยขึ้นในอนาคต ดีกว่าไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย

✨ ท่องไว้ครับคาถาที่ว่า “คิดให้ใหญ่ เริ่มให้เล็ก และเริ่มเลย” แล้วคุณจะพบว่ามันเป็นสิ่งที่ทำได้จริง!

หมอปอง
บัลวี Gen 2
Balavi
Balavi Academy
Balavi Academy

ที่อยู่

1/16 ซ. วัชรพล 2/7 ถ. วัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน
Bangkok
10220

เบอร์โทรศัพท์

+66886540274

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หมอปองผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram