04/02/2026
👇
ภูมิแพ้ กับ แพ้ภูมิตัวเอง ต่างกันยังไง?
ไม่มีเวลาอ่าน ก็อ่านสรุปข้างล่างก่อนจ้า
__________________________
ภูมิแพ้ = ภูมิคุ้มกัน ตอบสนองต่อ ‘สาร’ ที่ไม่ควรจะตอบสนอง เพราะมันสามารถกำจัดได้ด้วยวิธีอื่นอยู่แล้ว ซึ่งมักจะเป็นสารที่มาจากภายนอก
ยกตัวอย่าง เช่น
สูดเกสรดอกไม้เข้ามา
✅ สิ่งที่คนปกติทำ: เดี๋ยวก็หายใจออกไปแล้ว ถ้าเข้ามาลึกหรือเยอะเกิน ก็ใช้ระบบ ‘จาม’ ไล่ออกไป จบ
⚠️ สิ่งที่คนเป็นภูมิแพ้โพรงจมูกทำ: ทีมเม็ดเลือดขาว (Mast cell, Eosinophil, Basophil) ต่างพากันปล่อยสารก่ออักเสบเตรียมพื้นที่ต่อสู้กับเกสรดอกไม้อย่างบ้ารำห่ำ ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตด้วยซ้ำ
กินกุ้งเข้ามา
✅ สิ่งที่คนปกติทำ: ก็ย่อยตามปกติ แล้วดูดซึมตามปกติ, อะไรที่ย่อยไม่ได้ก็ต่อคิวรอไปเป็นกาก ถ่ายออกจากทางอุจจาระ
⚠️ สิ่งที่คนเป็นแพ้แบบรุนแรงทำ: ดูดซึมปุ๊บ ตกใจคิดว่าเชื้อโรค เหล่าเม็ดเลือดขาว (ทีมเดิม) แต่ละอวัยวะต่างพากันเทสารอักเสบมหาศาล เหมือนเจอเชื้อโรค สุดท้ายผื่นขึ้นทั่วตัว ทางเดินอาหารบีบสะบัด ปอดหายใจลำบาก หลอดเลือดขยายจนระบบหมุนเวียนเลือดล้มเหลว
กินยาบางชนิดเข้ามา
✅ สิ่งที่คนปกติทำ: ยาก็ไปออกฤทธิ์ ออกเสร็จก็ขับออกทางไต จบ
⚠️ สิ่งที่คนแพ้ยาชนิดทำ: ภูมิคุ้มกันวิ่งไปตอบสนองดั่งเจอเชื้อโรค ถ้าเป็นภูมิที่ผิวหนังก็จะทำให้เกิดการอักเสบ บวมขึ้นเป็นผื่น
ซึ่งภูมิแพ้ในภาษาไทย ‘มัก’ จะตรงกับ Allergy
แต่ถ้าพูดกันตามวิชาการคำว่า Allergy มักจะหมายถึงภูมิแพ้ในกลุ่มที่ตอบสนองผ่านเม็ดเลือดขาวทีมกำจัดปรสิตเท่านั้น (Hypersensitivity type I) คือกลุ่ม Mast cell, Basophil, Eosinophil, Th2, Plasma cell ที่สร้าง IgE
โรคที่เข้าข่ายกลุ่มนี้คือ: ภูมิแพ้โพรงจมูก (Allergic rhinitis), ภูมิแพ้ตา (Allergic conjunctivitis), แพ้แบบรุนแรง (Anaphylaxis), แพ้สปอร์เชื้อราที่ปอด (ABPA), โรคหอบหืดส่วนใหญ่ (Allergic asthma), แพ้ยาบางชนิด, ผื่นแพ้ผิวหนังชนิด Atopic dermatitis
แต่ถ้าเป็นภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองต่อสารนั้นโดยใช้กลไกอื่น มักไม่เรียกว่า allergy ยกตัวอย่างเช่น ผื่นแพ้ยาแบบ Steven-Johnson (กลไกผ่าน T cell), Allergic contact dermatitis (กลไกผ่าน T cell แม้จะขึ้นด้วย allergy ก็ตาม)
แต่ใดๆ คือพูดแบบบ้านๆ ไทยจะเรียกภูมิแพ้, แพ้ *(สาร)* กันหมด
__________________________
โรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือ โรคภูมิทำร้ายตนเอง
= ภูมิคุ้มกัน ‘เล่นงานสารในร่างกายตัวเอง’ ประหนึ่งดั่งสารนั้นเป็นเชื้อโรค
ตรงกับภาษาแพทย์คือ Autoimmune disease
ตัวอย่างเช่น
SLE = คิดว่า DNA และโปรตีนที่เกี่ยวข้อง เป็นเชื้อโรค
รูมาตอยด์ = คิดว่าโปรตีนซิทรูลีน เป็นเชื้อโรค
ไทรอยด์สูงแบบ Graves’ = คิดว่าตัวรับฮอร์โมน TSH ที่ต่อมไทรอยด์ เป็นเชื้อโรค
กล้ามเนื้ออ่อนแรงแบบ MG = คิดว่าสวิตซ์ไฟฟ้าที่กล้ามเนื้อ (AChR) เป็นเชื้อโรค
ฯลฯ
ภูมิเจอ ‘สาร’ นั้นที่ไหน ก็ไล่ทำลายยับ ซึ่งสารแต่ละชนิด เจอในอวัยวะต่างๆ กัน ทำให้แต่ละโรค มีอาการแตกต่างกันค่ะ
__________________________
🎮 ยาวไป? สรุปๆ 555
ภูมิแพ้ = ภูมิตอบสนองต่อสารที่ (ส่วนใหญ่) ไม่ใช่เชื้อโรค และ/หรือใช้วิธีเบสิคๆ ขับออกไปได้ ไม่ต้องเล่นใหญ่เลย
แพ้ภูมิตัวเอง = ภูมิตอบสนองต่อ ‘สาร’ ในร่างกายเราเอง อวัยวะไหนมีสารนั้น ทำลายยับ
แต่ทั้งภูมิแพ้ และแพ้ภูมิตัวเอง
จะอยู่ในกลุ่มใหญ่ที่เรียกว่า ภาวะภูมิไวเกิน (Hypersensitivity) จ้าาาา
ปล. จริงๆ มันจะมีอีกกลุ่มคือ autoinflammatory disease ด้วย คือเน้นภูมิคุ้มกันแนวหน้า (innate immunity) บ้างก็ทับซ้อนกับ autoimmune disease ตัวอย่าง เช่น ลำไส้อักเสบชนิด IBD