Amaze Wellness Center ศูนย์สุขภาพ ฝังเข็ม กายภาพบำบัด

Amaze Wellness Center ศูนย์สุขภาพ ฝังเข็ม กายภาพบำบัด ศูนย์สุขภาพความงามและฝังเข็ม ช่วยล

ฝังเข็มลดน้ำหนักได้จริงไหม⁉️       หลายคนที่ต้องการลดน้ำหนักอาจเคยได้ยินว่า การฝังเข็มช่วยลดน้ำหนักได้ แต่ก็ยังมีคำถามว่...
31/03/2026

ฝังเข็มลดน้ำหนักได้จริงไหม⁉️
หลายคนที่ต้องการลดน้ำหนักอาจเคยได้ยินว่า การฝังเข็มช่วยลดน้ำหนักได้ แต่ก็ยังมีคำถามว่าได้ผลจริงหรือไม่
การฝังเข็ม ไม่ใช่วิธีทำให้น้ำหนักลดทันที และไม่ใช่การเผาผลาญไขมันโดยตรง แต่เป็นการช่วยปรับสมดุลของร่างกาย เพื่อสนับสนุนการลดน้ำหนักอย่างเป็นธรรมชาติ
ฝังเข็มช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร
✅ลดความอยากอาหารและการกินจุกจิก
✅ช่วยควบคุมความหิว
✅กระตุ้นระบบเผาผลาญ
✅ลดความเครียด ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของน้ำหนักเกิน
✅ปรับสมดุลระบบย่อยอาหารและฮอร์โมน เมื่อร่างกายทำงานสมดุลขึ้น การควบคุมน้ำหนักจึงทำได้ง่ายขึ้น
⁉️ใครบ้างที่อาจเหมาะกับการฝังเข็มลดน้ำหนัก
• ผู้ที่ลดน้ำหนักแล้วไม่เห็นผล
• ผู้ที่เครียด กินตามอารมณ์
• ผู้ที่ต้องการทางเลือกเสริมที่ไม่ใช้ยา
• ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพควบคู่กับการลดน้ำหนัก

ข้อควรรู้ : การฝังเข็มจะได้ผลดีเมื่อทำควบคู่กับ
1. การควบคุมอาหาร
2.การออกกำลังกายสม่ำเสมอ
3.การพักผ่อนที่เพียงพอ

------------------------------
💥สนใจแมะ +ครอบแก้ว+ปรึกษาแพทย์แผนจีนได้ที่เรา
💥ปรึกษาสุขภาพฝังเข็มฟรี
💥ปรึกษาปัญหาทางกายภาพบำบัดฟรี
💥ปรึกษาปัญหาด้านผิวหนังโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางฟรี
------------------------------
สอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ
โทร. 02-0694411
-------------------------------------
เปิดให้บริการทุกวัน 09.00 - 18.00 น

ทำไมแพทย์แผนจีนต้องขอตรวจลิ้น?หลายคนสงสัยว่า… แค่แลบลิ้น ทำไมหมอถึงรู้เรื่องสุขภาพได้?ในการแพทย์แผนจีน “ลิ้น” ถือเป็นหน้...
24/03/2026

ทำไมแพทย์แผนจีนต้องขอตรวจลิ้น?
หลายคนสงสัยว่า… แค่แลบลิ้น ทำไมหมอถึงรู้เรื่องสุขภาพได้?
ในการแพทย์แผนจีน “ลิ้น” ถือเป็นหน้าต่างสะท้อนการทำงานของอวัยวะภายใน เพราะเส้นลมปราณและพลังงาน (ชี่) เชื่อมโยงกับอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย การตรวจลิ้นจึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการวินิจฉัยโรค
แพทย์ดูอะไรจากลิ้นบ้าง?
🔹 สีของลิ้น
• สีซีด อาจสัมพันธ์กับภาวะเลือดหรือพลังงานพร่อง
• สีแดงจัด อาจบ่งถึงภาวะร้อนในร่างกาย
🔹 ลักษณะฝ้าบนลิ้น
• ฝ้าขาวหนา อาจเกี่ยวข้องกับความชื้นหรือเสมหะสะสม
• ฝ้าเหลือง อาจสัมพันธ์กับความร้อนภายใน
🔹 รูปร่างและความชุ่มชื้น
• ลิ้นบวม มีรอยฟัน อาจบ่งถึงระบบม้ามทำงานอ่อนแอ
• ลิ้นแห้ง แตก อาจสะท้อนภาวะพร่องสารน้ำหรือความร้อนสะสม
ทำไมต้องดูลิ้นก่อนรักษา?
การตรวจลิ้นช่วยให้แพทย์ประเมิน “สมดุลภายในร่างกาย” เพื่อวางแผนการรักษาได้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการฝังเข็ม จ่ายยาสมุนไพร หรือปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต
การแลบลิ้นเพียงไม่กี่วินาที
อาจช่วยให้เข้าใจสุขภาพของคุณได้ลึกกว่าที่คิด 🌿

------------------------------
💥สนใจแมะ +ครอบแก้ว+ปรึกษาแพทย์แผนจีนได้ที่เรา
💥ปรึกษาสุขภาพฝังเข็มฟรี
💥ปรึกษาปัญหาทางกายภาพบำบัดฟรี
💥ปรึกษาปัญหาด้านผิวหนังโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางฟรี
------------------------------
สอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ
โทร. 02-0694411
-------------------------------------
เปิดให้บริการทุกวัน 09.00 - 18.00 น

ฝังเข็มรักษาอาการ  #นอนกรน 💤นอนกรน มีอาการอย่างไร?อาการนอนกรน (Snoring) เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่ผู้ที่นอนกรนร่วม...
15/03/2026

ฝังเข็มรักษาอาการ #นอนกรน

💤นอนกรน มีอาการอย่างไร?
อาการนอนกรน (Snoring) เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่ผู้ที่นอนกรนร่วมกับอาการนอนไม่อิ่ม หายใจลำบากตอนนอน เจ็บหน้าอกตอนกลางคืน ง่วงนอนตอนกลางวันมาก ปวดหัวตอนเช้า เจ็บคอเมื่อตื่นนอน ไม่มีสมาธิ อาจมีภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นขณะนอนหลับ เด็กที่มีภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นขณะนอนหลับ มักไม่ค่อยมีสมาธิ ผลการเรียนตก หรือมีปัญหาด้านพฤติกรรม
สาเหตุของการนอนกรนตามศาสตร์แพทย์แผนปัจจุบัน
ได้แก่ กายวิภาคของช่องปากและโพรงจมูก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภูมิแพ้ ไข้หวัด น้ำหนักตัว เมื่อคนเราเริ่มเข้าสู่การนอนหลับลึก กล้ามเนื้อของเพดานอ่อนของช่องปาก ลิ้น และคอจะเริ่มผ่อนคลาย ทำให้เกิดการอุดกั้นที่ทางเดินหายใจบางส่วนและการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อคอมากขึ้นและเสียงดังขึ้น ยิ่งทางเดินหายใจแคบลงเท่าไร ลมที่เป่าออกจะยิ่งแรงขึ้น ทำให้เนื้อเยื่อยิ่งสั่นและยิ่งกรนดังขึ้น

สาเหตุของการนอนกรนตามศาสตร์แพทย์แผนจีน�ในศาสตร์การแพทย์แผนจีน อาการนอนกรนเกี่ยวข้องกับอวัยวะสำคัญ คือ ปอดและม้ามทำงานลดลง ชี่ของปอดและม้ามทำงานไม่สมดุล ดังนี้�
🫁ปอดทำหน้าที่ดูแลระบบการหายใจของร่างกาย เมื่อทำงานลดลง ส่งผลให้ทางเดินหายใจติดขัดและเกิดอาการกรนได้�
✨ม้ามทำหน้าที่ดูแลกล้ามเนื้อ โดยช่วยกระจายเลือดและชี่ และส่งสารอาหารไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย เมื่อทำงานลดลง กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจหย่อน จึงเกิดการอุดกลั้นบริเวณช่องทางเดินหายใจ หรือเรียกว่า เกิดการอุดกั้นของเสมหะ ทำให้เกิดอาการกรนได้

👩🏻‍⚕️การรักษาตามศาสตร์แพทย์แผนจีน
การฝังเข็ม ซึ่งจะช่วยปรับสมดุลร่างกาย ทำให้เลือดและชี่ไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการอุดกั้นบริเวณลำคอ ทำให้หายใจได้สะดวก และยังช่วยฟื้นฟูอวัยวะภายในร่างกายให้แข็งแรง เมื่อภาวะร่างกายสมดุล อาการกรนก็จะค่อย ๆ ลดลง

------------------------------
💥สนใจแมะ +ครอบแก้ว+ปรึกษาแพทย์แผนจีนได้ที่เรา
💥ปรึกษาสุขภาพฝังเข็มฟรี
💥ปรึกษาปัญหาทางกายภาพบำบัดฟรี
💥ปรึกษาปัญหาด้านผิวหนังโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางฟรี
------------------------------
สอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ
โทร. 02-0694411
-------------------------------------
เปิดให้บริการทุกวัน 09.00 - 18.00 น

อาการแบบไหนสามารถรักษาด้วยการฝังเข็มได้⁉️         ฝังเข็มเป็นวิธีการรักษาหนึ่งของแพทย์แผนจีน สามารถรักษาอาการปวดเมื่อย ป...
09/03/2026

อาการแบบไหนสามารถรักษาด้วยการฝังเข็มได้⁉️
ฝังเข็มเป็นวิธีการรักษาหนึ่งของแพทย์แผนจีน สามารถรักษาอาการปวดเมื่อย ปรับสมดุลฟื้นฟูการทำงานของอวัยวะภายใน รวมไปถึงการเสริมสุขภาพป้องกันโรคต่างๆ โดยการฝังเข็มแพทย์จะใช้เข็มปักไปยังจุดฝังเข็มตามเส้นลมปราณที่กระจายอยู่ทั่วทั้งร่างกาย ซึ่งการฝังเข็มจะมีสรรพคุณที่แตกต่างกันตามเส้นลมปราณและจุดฝังเข็มที่เลือกรักษา

ประเภทของการฝังเข็ม
* การฝังเข็มของตามศาสตร์แพทย์แผนจีนโบราณมุ่งเน้นไปที่การปรับสมดุลการไหลเวียนของชี่หรือพลังงานที่ผ่านไปตามร่างกาย
* การฝังเข็มแห้ง หรือ Dry needling ช่วยรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อ โดยการคลายจุดกดเจ็บหรือปมในกล้ามเนื้อ จุดกดเจ็บนี้เกิดจากการที่กล้ามเนื้อตึงหรือเกิดหดเกร็ง อาจทำให้เกิดอาการปวดร้าวไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย การฝังเข็มที่จุดกดเจ็บช่วยบรรเทาโรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังได้

กลุ่มอาการแบบไหนสามารถรักษาด้วยการฝังเข็มได้
✅กลุ่มอาการปวด เช่น ปวดคอ บ่า ไหล่ เอว แขน ขา ปวดกล้ามเนื้อเนื่องจากการออกกำลังกาย
✅หมอนรองกระดูกเสื่อม หรือหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
✅ปวดศีรษะ ปวดไมเกรน เวียนศีรษะ
✅โรคระบบทางเดินอาหาร โรคกระเพาะอักเสบ กรดไหลย้อน ท้องผูก ขับถ่ายยาก
✅โรคทางสูตินรีเวช ปวดประจำเดือน ประจำเดือนผิดปกติ ภาวะมีบุตรยาก วัยทอง
✅โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน
✅โรคทางระบบประสาทอัมพฤกษ์ อัมพาต อัมพาตใบหน้า อาการชา อาการอ่อนแรง
✅นอนไม่หลับ เครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า
✅ปรับสมดุลร่างกาย เพิ่มภูมิต้านทาน
✅ฝังเข็มเสริมความงาม กระชับ ลดสิว ฝ้า กระ ริ้วรอย หรือลด
✅ กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ภูมิแพ้ หวัดเรื้อรังและหอบหืด
------------------------------
💥สนใจแมะ +ครอบแก้ว+ปรึกษาแพทย์แผนจีนได้ที่เรา
💥ปรึกษาสุขภาพฝังเข็มฟรี
💥ปรึกษาปัญหาทางกายภาพบำบัดฟรี
💥ปรึกษาปัญหาด้านผิวหนังโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางฟรี
------------------------------
สอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ
โทร. 02-0694411
-------------------------------------
เปิดให้บริการทุกวัน 09.00 - 18.00 น

มือ-เท้าเย็น ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน สาเหตุของอาการมือ-เท้าเย็น ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน ✅ภาวะหยางพร่อง (阳气不足) ส่วนใหญ่มักมีอาก...
02/03/2026

มือ-เท้าเย็น ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน

สาเหตุของอาการมือ-เท้าเย็น ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน
✅ภาวะหยางพร่อง (阳气不足) ส่วนใหญ่มักมีอาการ กลัวหนาว มือ-เท้าเย็น รู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลียไม่มีแรง หน้าขาวซีด ปากซีด ไม่กระหายน้ำ หรือ กระหายน้ำแต่ชอบดื่มน้ำอุ่น เหงื่อออกง่ายเวลากลางวัน ปัสสาวะใส อุจจาระเหลวไม่เป็นก้อน
ภาวะหยางพร่องนี้มักพบได้ใน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ ผู้ที่อยู่ในห้องแอร์นานๆ และผู้ที่ชอบรับประทานอาหารที่มีฤทธิ์เย็นมากเกินไป (อาหารที่มีฤทธิ์เย็น เช่น น้ำแข็ง น้ำเย็น ผักสด ปลาดิบ ไอศกรีม)
✅ ภาวะลมปราณตับติดขัด (肝气郁结) มักมีอาการ ฝ่ามือ-เท้าเย็น ขี้ร้อน ขี้หงุดหงิด โมโหง่าย อุจจาระเหลวไม่เป็นก้อน บางรายอาจมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย เช่น เจ็บชายโครง ปวดศีรษะไมเกรน มีความรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรติดอยู่ในคอ ในผู้หญิงมักมีอาการคัดตึงเต้านม ประจำเดือนมาไม่ปกติ ปวดท้องน้อยช่วงมีประจำเดือน ภาวะลมปราณตับติดขัด มักพบได้ในผู้ที่มีอาการขี้หงุดหงิด โมโหง่าย และผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
👨🏻‍⚕️แนวทางการรักษาของแพทย์แผนจีน
การฝังเข็มร่วมกับการรมยา เพื่อ บำรุงหยางชี่ และเลือด กระตุ้นให้พลังหยางนำชี่และเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย ปรับสมดุลของอวัยวะภายในร่สงกาน
✨การดูแลเบื้องต้นเมื่อมีอาการมือเท้าเย็น
-ดื่มน้ำอุ่นแทนการดื่มน้ำเย็น หรือดื่มน้ำขิงเพื่อให้ร่างกายเกิดความอบอุ่น
-การสวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่นและเหมาะสมกับสภาพอากาศ
-แช่เท้าด้วยสมุนไพรหรือแช่เท้าด้วยน้ำอุ่นก่อนนอนเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นและเพื่อให้ระบบเลือด ลมปราณไหลเวียนดี
------------------------------
💥สนใจแมะ +ครอบแก้ว+ปรึกษาแพทย์แผนจีนได้ที่เรา
💥ปรึกษาสุขภาพฝังเข็มฟรี
💥ปรึกษาปัญหาทางกายภาพบำบัดฟรี
💥ปรึกษาปัญหาด้านผิวหนังโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางฟรี
------------------------------
สอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ
โทร. 02-0694411
-------------------------------------
เปิดให้บริการทุกวัน 09.00 - 18.00 น

 #สะบักจม คืออะไร           สะบักจม (Scapular Depression) คือคำที่คนทั่วไปมักใช้เรียกอาการปวดสะบักแบบรวมๆ แต่ในทางการแพท...
23/02/2026

#สะบักจม คืออะไร
สะบักจม (Scapular Depression) คือคำที่คนทั่วไปมักใช้เรียกอาการปวดสะบักแบบรวมๆ แต่ในทางการแพทย์ บางงานวิจัยได้ให้นิยามอาการสะบักจม ว่าเป็นอาการ “ปวดสะบักและรอบสะบักจากกล้ามเนื้อ” โดยกล้ามเนื้อดังกล่าวได้แก่ Levator Scapulae, Rhomboid, Trapezius, Serratus Anterior, Serratus Posterior Superior เป็นต้น กล้ามเนื้อเหล่านี้จะเกาะบริเวณสะบักไปยังส่วนบริเวณต่างๆ ทั้งกระดูกสันหลัง คอ อก และซี่โครง เมื่อมีอาการปวดในบริเวณข้างต้น รวมถึงอาการติดขัด เคลื่อนไหวลำบากในบริเวณสะบัก

💥อาการปวดสะบักจมมีลักษณะอย่างไร
1.ปวดสะบักอย่างเดียว ผู้ป่วยอาจรู้สึกปวดเฉพาะบริเวณสะบัก โดยอาการปวดอาจเป็นแบบตื้อ ๆ หรือปวดแปลบเป็นจังหวะ ความรุนแรงของอาการปวดอาจเพิ่มขึ้นเมื่อเคลื่อนไหวแขนหรือไหล่
2.ปวดกล้ามเนื้อระหว่างสะบักทั้งสอง บางครั้งอาการปวดอาจกระจายไปยังบริเวณระหว่างสะบักทั้งสองข้าง ทำให้รู้สึกตึงและไม่สบายบริเวณหลังส่วนบน อาการนี้มักพบในผู้ที่ทำงานออฟฟิศและนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
3.ปวดสะบักร้าวลงแขน โดยอาการปวดอาจร้าวลงไปตามแขนจนถึงมือ อาจทำให้รู้สึกชา หรือมีอาการเหน็บตามแขนและมือร่วมด้วย
4.ปวดสะบักเฉียบพลัน มักเกิดจากการบาดเจ็บหรือการใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินไปในทันที เช่น การยกของหนัก หรือการเล่นกีฬาที่ใช้แรงมาก อาการปวดประเภทนี้มักรุนแรงและเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน อาจมีการฉีกขาดหรือบาดเจ็บของกล้ามเนื้อรอบไหล่ได้
5.ปวดสะบักร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น ปวดคอและบ่า ปวดหลังส่วนบน , รู้สึกตึงหรือเกร็งบริเวณไหล่, มีอาการชาหรืออ่อนแรงที่แขนและมือ , ปวดศีรษะ โดยเฉพาะบริเวณท้ายทอย , มีอาการวิงเวียนหรือคลื่นไส้ เป็นต้น
💥สาเหตุของการปวดสะบัก
1. การตึงตัวของกล้ามเนื้อจากพฤติกรรมบางอย่าง อาการปวดสะบักที่มีสาเหตุมาจากการตึงตัวของกล้ามเนื้อส่วนใหญ่ เมื่อกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็น เกิดอาการเกร็งมักจะทำให้เกิดพังผืด หรือ เกิดก้อน Trigger point ส่งผลให้เลือดไม่สามารถลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงเนื้อเยื่อบริเวณสะบักได้ จึงทำให้เกิดอาการปวดสะบัก หรือเมื่อยในที่สุด
2. ปัญหาโครงสร้างและสรีระของร่างกาย ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากการทำกิจกรรมบางประเภท หรือ การนั่งทำงานในท่าเดิมที่ไม่ถูกสุขลักษณะเป็นระยะเวลานาน ได้แก่ การนั่งหลังค่อม นั่งก้มคอ หรือ นั่งยื่นคอ
3. อุบัติเหตุ การบาดเจ็บ การได้รับบาดเจ็บ เกิดอุบัติเหตุ หรือ การใช้งานกล้ามเนื้อสะบักหนักเกินไปจนทำให้กล้ามเนื้อ กระดูก ข้อต่อ และเส้นประสาทบริเวณรอบๆ เกิดการอักเสบ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการเล่นกีฬาบางชนิดที่มีโอกาสปวดสะบักมากกว่าคนทั่วไป เช่น เทนนิส เบสบอล และ เวทเทรนนิ่ง เป็นต้น
4. ผลข้างเคียงจากโรคอื่นๆ เช่น ออฟฟิศซินโดรม ไหล่ติด กระดูกคอทรุด กระดูกคอเสื่อม หรือภาวะกระดูกคอทับเส้นประสาท เป็นต้น
☯️การรักษาทางแพทย์แผนจีน
การฝังเข็มและการครอบแก้วสามารถบรรเทาอาการปวด คลายกล้ามเนื้อ ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น

--------------------------------------
💥ปรึกษาสุขภาพฝังเข็มจีนฟรี!
💥ปรึกษาปัญหาทางกายภาพบำบัดฟรี!
💥ปรึกษาปัญหาด้านผิวหนังโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางฟรี!
-------------------------------------
สอบถามเพิ่มเติมได้นะคะAmaze Wellness Center
📲Tel: 02-069-4411
-------------------------------------
เปิดให้บริการทุกวัน 09.00 - 18.00 น

📌PMS กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน คืออะไร❓PMS (Premenstrual Syndrome) คือ อาการผิดปกติที่จะเกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือนราว 1 –...
16/02/2026

📌PMS กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน คืออะไร❓
PMS (Premenstrual Syndrome) คือ อาการผิดปกติที่จะเกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือนราว 1 – 2 สัปดาห์ โดยสาเหตุของอาการนั้นมีปัจจัยสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศหญิงในช่วงก่อนมีประจำเดือน ซึ่งอาการ PMS นี้ เป็นตัวการที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของผู้หญิงหลายคนเป็นอย่างมาก เพราะส่งผลทั้งด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจ
💥อาการของPMS สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มอาการดังนี้
✅อาการทางด้านร่างกาย ได้แก่
* เจ็บเต้านม
* ปวดศีรษะ
* ปวดท้อง ท้องอืด ท้องผูกหรือท้องเสีย
* น้ำหนักตัวเพิ่ม
* เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย
* มีสิวขึ้น
✅อาการทางด้านอารมณ์และพฤติกรรม ได้แก่
* อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด หรือโกรธง่าย
* เครียดและไม่มีสมาธิ
* เศร้า วิตกกังวล
* มีความต้องการหรืออยากอาหารมากกว่าปกติ
* มีพฤติกรรมแยกตัวออกจากสังคม (social withdrawal)
* นอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไป
👨🏻‍⚕️สาเหตุตามแพทย์แผนปัจจุบัน
แม้ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิด PMS ที่แน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศและปัจจัยอื่น ๆ ดังนี้
-การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างไข่ตกในแต่ละรอบเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ โดยอาการ PMS จะหายไปในช่วงที่ไม่มีการตกไข่ เช่น ขณะตั้งครรภ์ หรือเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน
-การเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง เมื่อระดับฮอร์โมนเซโรโทนิน (Serotonin) ลดต่ำลง จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และมีส่วนกระตุ้นให้เกิดอาการก่อนมีประจำเดือนได้
👩🏻‍⚕️สาเหตุตามหลักการแพทย์แผนจีน
ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน PMS มักมีสาเหตุมาจากความไม่สมดุลของพลังงานในร่างกายหรือ ชี่( 气) โดยสัมพันธ์กับอวัยวะตับและม้ามเป็นพิเศษ ซึ่งตามทฤษฎีการแพทย์แผนจีน ตับมีหน้าที่ทำให้ชี่และเลือดในร่างกายไหลเวียนอย่างราบรื่น เมื่อชี่ของตับหยุดนิ่งหรือถูกปิดกั้น อาจนำไปสู่อาการทางอารมณ์และร่างกายที่เกี่ยวข้องกับ PMS เช่น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย เจ็บเต้านม และท้องอืด ม้ามในการแพทย์แผนจีน เกี่ยวข้องกับการย่อยอาหารและการเปลี่ยนแปลงของอาหารและของเหลว หากพลังชี่ของม้ามอ่อนแอหรือไม่สมดุล อาจส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ความเหนื่อยล้า การคั่งของน้ำ และการย่อยอาหารผิดปกติในช่วง PMS
💥วิธีป้องกันการเกิดภาวะPMS
🚫หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มคาเฟอีนและแอลกอฮอล์
✅รับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนสูง ได้แก่ ข้าวไม่ขัดสี ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ธัญพืช ขนมปังโฮลวีต
✅ออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน
✅นอนหลับให้เพียงพอ
✅ฝึกหายใจเข้าออกลึก ๆ เพื่อลดอาการปวดหัว ความวิตกกังวล
✅ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

------------------------------
💥สนใจแมะ +ครอบแก้ว+ปรึกษาแพทย์แผนจีนได้ที่เรา
💥ปรึกษาสุขภาพฝังเข็มฟรี
💥ปรึกษาปัญหาทางกายภาพบำบัดฟรี
💥ปรึกษาปัญหาด้านผิวหนังโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางฟรี
------------------------------
สอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ
โทร. 02-0694411
-------------------------------------
เปิดให้บริการทุกวัน 09.00 - 18.00 น.

ท้องอืด ท้องเฟ้อ ทำอย่างไรดี อาการท้องอืด เกิดจากอะไร ?    อาการท้องอืด เกิดจากการมีแก๊สในลำไส้มากเกินไป ร่างกายจึงต้องร...
08/02/2026

ท้องอืด ท้องเฟ้อ ทำอย่างไรดี
อาการท้องอืด เกิดจากอะไร ?
อาการท้องอืด เกิดจากการมีแก๊สในลำไส้มากเกินไป ร่างกายจึงต้องระบายปริมาณแก๊สออก ผ่านทางลำไส้�ด้วยการผายลม หรือระบายออกทางปากด้วยการเรอ อาการท้องอืดอาจเกิดจากการรับประทานอาหารบางชนิด การแพ้อาหาร หรือเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น การกลืนอากาศ (Aerophagia)

✨ท้องอืด มีอาการอย่างไร?
เป็นภาวะที่ภายในท้องเกิดอาการแน่น จุกเสียด ปวดท้องขวาบน ทำให้เรอ ผายลมอยู่บ่อยครั้ง เพราะมีแก๊สอยู่ในกระเพาะอาหารและลำไส้เป็นจำนวนมาก จนทำให้ท้องดูบวมเนื่องจากอาหารไม่ย่อย ทำให้รู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว อยากอาหารน้อยลง บางครั้งอาจได้ยินเสียงภายในท้องและมีอาการปวดท้องร่วมด้วย โดยอาการท้องอืดมักจะเกิดขึ้นบริเวณท้องส่วนบน ระหว่างช่วงใต้ลิ้นปี่และเหนือสะดือนั่นเอง
ทั้งนี้ แม้อาการท้องอืดจะสามารถดีขึ้นและหายได้เอง แต่หากมีอาการท้องอืดเรื้อรังนานเกินกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป อาจต้องไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษา

👩‍⚕️การรักษาอาการท้องอืด แน่นท้อง ด้วยการฝังเข็ม
การฝังเข็มจะช่วยในการปรับสมดุลการทำงานของกระเพาะอาหาร ลดปริมาณการหลั่งน้ำย่อย ลดอาการแน่นท้อง ท้องอืด จุกเสียด

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ขณะที่กำลังเกิดอาการท้องอืด
🥛ผลิตภัณฑ์จากนมวัว เช่น ชีส โยเกิร์ต ไอศกรีม ครีมเทียม
🥜พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเขียว ถั่วดำ ถั่วปากอ้า ถั่วแปบ ถั่วฝักยาว ถั่วลันเตา ถั่วลิสง
🥦พืชตระกูลกะหล่ำ เช่น กะหล่ำปลี บรอกโคลี ผักกาด คะน้า เคลล
🧄ผักที่มีกำมะถันสูง เช่น หัวหอม ต้นหอม กระเทียม
🌽อาหารประเภทแป้ง เช่น ข้าว ข้าวโพด มันฝรั่ง
🥤น้ำอัดลมทุกชนิด
🥘อาหารหมักดองทุกชนิด

อาการท้องอืดแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์
- ผายลม หรือเรอมากกว่า 20 ครั้งต่อวัน
- ท้องอืดติดต่อกันเป็นเวลานานเกิน 1 สัปดาห์
- เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย
- ท้องผูกบ่อย ๆ มีเลือดออกทางทวารหนัก
- รู้สึกแน่นในช่องท้อง ไม่สบายท้อง อึดอัดตัว
- เมื่อความพยายามในการลดอาการท้องอืดไม่ได้ผล

------------------------------
💥สนใจแมะ +ครอบแก้ว+ปรึกษาแพทย์แผนจีนได้ที่เรา
💥ปรึกษาสุขภาพฝังเข็มฟรี
💥ปรึกษาปัญหาทางกายภาพบำบัดฟรี
💥ปรึกษาปัญหาด้านผิวหนังโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางฟรี
------------------------------
สอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ
โทร. 02-0694411
-------------------------------------
เปิดให้บริการทุกวัน 09.00 - 18.00 น

ฝังเข็มหน้าใส รักษา สิว การแบ่งกลุ่มของประเภทสิวตามแพทย์แผนปัจจุบัน1. สิวอักเสบ : สิวอักเสบชนิดนูนแดง (Papule)  สิวอักเส...
01/02/2026

ฝังเข็มหน้าใส รักษา สิว
การแบ่งกลุ่มของประเภทสิวตามแพทย์แผนปัจจุบัน
1. สิวอักเสบ : สิวอักเสบชนิดนูนแดง (Papule) สิวอักเสบ ชนิดมีหัวหนอง (pustule) สิวอักเสบชนิด nodule และสิวอักเสบชนิด cyst
2. สิวไม่อักเสบ : สิวอุดตันชนิดหัวเปิด หรือ สิวหัวดำ สิวอุดตันชนิดหัวปิด หรือสิวหัวขาว
การแบ่งกลุ่มของประเภทสิวตามแบบแพทย์แผนจีน
1. สิวที่เกิดจากปอดมีความร้อนลักษณะสิว : ตุ่มสิวนูนแดง อักเสบ ผิวหน้าแดง-ร้อน
อาการร่วม : คอแห้งกระหายน้ำ นอนไม่หลับหรือนอนได้น้อยหลักการรักษา : ขจัดความร้อนที่ปอด
2 .สิวที่เกิดจากสภาวะลำไส้และกระเพาะอาหารมีความร้อนและความชื้นสะสมลักษณะสิว : สิวอุดตัน ตุ่มสิวหนองมาก ผิวหน้ามัน หรือแสบคันผิวหน้า
อาการร่วม : ท้องผูก เบื่ออาหาร ท้องอืดอาหารไม่ย่อยหรือรับประทานอาหารปริมาณมากหลักการรักษา : ขจัดความร้อนและความชื้นที่ลำไส้และกระเพาะอาหาร
2. สิวที่เกิดจากเสมหะอุดกั้น
ลักษณะสิว : สิวหัวช้าง เป็นก้อนไตใต้ผิวหนัง หลุมสิว มีแผลเป็น
อาการร่วม : คนที่เป็นสิวเรื้อรัง อ่อนเพลีย ขับถ่ายผิดปกติ เบื่ออาหาร ท้องอืด หรือมีเสมหะที่ลำคอ
หลักการรักษา : ขจัดความชื้นสลายเสมหะสลายเลือดคั่ง
นอกจากนี้ยังมีการใช้ยารักษาภายนอก ได้แก่ ยาพอก ยาทาและการฝังเข็ม
👩🏻‍⚕️การฝังเข็มรักษาสิว
โดยการฝังเข็มรักษาสิว จะเป็นการฝังตามจุดต่างๆบนเส้นลมปราณบริเวณใบหน้าและรวมถึงตามจุดต่างๆบนร่างกายตามเส้นลมปราณ เช่น แขนและขา เป็นต้น โดยอาศัยทฤษฎีเส้นลมปราณ ทฤษฎียินและหยาง ทฤษฎีอวัยวะภายในของศาสตร์การแพทย์แผนจีน
✅เพิ่มการไหลเวียนโลหิต: กระตุ้นหลอดเลือดฝอยนำสารอาหารและขับของเสียออกจากเซลล์ผิว.
✅ลดการอักเสบ: กระตุ้นภูมิคุ้มกันและลดสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบ (สิวอักเสบยุบเร็วขึ้น).
✅ปรับสมดุลภายใน: แก้ไขความร้อนสะสมในร่างกาย ปรับฮอร์โมน (โดยเฉพาะสิวฮอร์โมน) และระบบขับถ่าย (ตับ-ลำไส้).
✅กระตุ้นคอลลาเจน: ทำให้รูขุมขนกระชับขึ้น
------------------------------
💥สนใจแมะ +ครอบแก้ว+ปรึกษาแพทย์แผนจีนได้ที่เรา
💥ปรึกษาสุขภาพฝังเข็มฟรี
💥ปรึกษาปัญหาทางกายภาพบำบัดฟรี
💥ปรึกษาปัญหาด้านผิวหนังโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางฟรี
------------------------------
สอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ
โทร. 02-0694411
-------------------------------------
เปิดให้บริการทุกวัน 09.00 - 18.00 น

สีของตกขาวบอกสุขภาพอะไรบ้าง? คู่มืออ่านสัญญาณร่างกายผู้หญิง✨ตกขาว คืออะไรตกขาว สารคัดหลั่งที่อยู่ภายในร่างกายของผู้หญิงท...
25/01/2026

สีของตกขาวบอกสุขภาพอะไรบ้าง? คู่มืออ่านสัญญาณร่างกายผู้หญิง

✨ตกขาว คืออะไร
ตกขาว สารคัดหลั่งที่อยู่ภายในร่างกายของผู้หญิงที่ถูกขับออกจากช่องคลอด เกิดขึ้นได้ในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนแตกต่างกันไปตามรอบเดือน จะมีหน้าที่ป้องกันการติดเชื้อและการระคายเคืองต่าง ๆ
✨ภาวะตกขาวผิดปกติเป็นอย่างไร⁉️
ภาวะตกขาวผิดปกติ หมายถึง ปริมาณตกขาวที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างชัดเจน รวมถึงมีลักษณะ สี และกลิ่นที่ผิดปกติ โดยภาวะตกขาวผิดปกติจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ 1.ภาวะตกขาวมากผิดปกติ 2. ภาวะตกขาวน้อยผิดปกติ
ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของปริมาณตกขาวในช่วงก่อนและหลังการมีประจำเดือน ช่วงกึ่งกลางระหว่างรอบเดือน (ระยะตกไข่)หรือช่วงขณะการตั้งครรภ์ โดยไม่มีอาการผิดปกติใดๆถื่อเป็นภาวะปกติ หรือการลดลงของปริมาณตกขาวในวัยใกล้หมดประจำเดือน โดยไม่พบความผิดปกติใดๆถื่อเป็นภาวะปกติ จะไม่นำมารวมอยู่ในภาวะตกขาวผิดปกติ

⁉️สีของตกขาว บอกอะไรได้บ้าง
ตกขาว โดยปกติทั่วไปแล้วจะมีสีขาวหรือสีใส หากตกขาวมีสีที่เปลี่ยนไปอาจบ่งบอกถึงความผิดปกติบางอย่างได้ ซึ่งสีตกขาวสามารถบอกความผิดปกติของร่างกายได้ ดังนี้
✅ตกขาวสีเทา เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียจากการมีเพศสัมพันธ์หรือการใช้ยาปฏิชีวนะมาเป็นเวลานาน ส่วนใหญ่ตกขาวสีนี้มักมาพร้อมกับกลิ่นอับหรือคาว
✅ตกขาวเหลืองอ่อนขุ่นผิดปกติ ผู้ป่วยจะมีอาการคันบริเวณอวัยวะเพศ ร่วมกับปัสสาวะขัด แสบช่องคลอด ซึ่งตกขาวสีนี้เกิดจากเชื้อราในช่องคลอด
✅ตกขาวสีเหลืองเข้ม เป็นตกขาวที่มาพร้อมกลิ่นคาว ผู้ป่วยจะมีอาการคัน ปัสสาวะขัด ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคหนองใน
✅ตกขาวมีเลือดปนหรือสีน้ำตาล มักจะเป็นหลังจากการมีประจำเดือน เกิดจากการติดเชื้อที่ปากมดลูกหรือเลือดออกจากการตกไข่ อาจมีกลิ่นที่ไม่ดีร่วมด้วย
✅ตกขาวมีฟอง ผู้ป่วยจะมีอาการระคายเคือง คัน แสบช่องคลอด เกิดจากการติดเชื้อทริโคโมแนสในช่องคลอด ซึ่งติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์
✅ตกขาวสีชมพูจาง ๆ พบในผู้ป่วยที่เพิ่งทำการคลอดลูก เกิดได้จากการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก

⁉️อาการตกขาว ผิดปกติอย่างไร ที่ต้องไปพบแพทย์
1.ตกขาวมีฟองคล้ายแป้งเปียก
2.เลือดออกกะปริดกะปรอยช่วงไม่มีประจำเดือน
3.ตกขาวมีกลิ่นรุนแรง
4.เจ็บ คัน แสบร้อน บริเวณช่องคลอดหรืออวัยวะเพศ
5.สีตกขาวเริ่มออกเขียวหรือน้ำตาล

✅วิธีการดูแลเบื้องต้น
* รักษาความสะอาดของช่องคลอดและอวัยวะเพศ โดยการทำความสะอาดที่ดีที่สุดคือ การล้างด้วยน้ำเปล่า
* หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด และการใช้น้ำยาอนามัยล้างเฉพาะที่ โดยไม่จำเป็น เพื่อไม่ให้เสียสมดุลของแบคทีเรียในช่องคลอด
* ในผู้หญิงขณะมีประจำเดือน ควรหมั่นเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ เพื่อป้องกันความอับชื้นและลดการสั่งสมของแบคทีเรีย
* สวมใส่กางเกงชั้นในที่สะอาด ทำจากผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ไม่ทำให้อับชื้นได้ง่าย
* ควบคุมและรักษาโรคที่อาจเป็นสาเหตุ เช่น โรคเบาหวาน
* หลีกเลี่ยงการทานของหมักดอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรืออาหารที่มีฤทธิ์เย็น เพื่อลดการสั่งสมของแบคทีเรีย ลดความชื้นสะสมในร่างกาย
* แนะนำการทานลูกเดือย ถั่วแดง ซานเย้า(山药)เพื่อขับไล่ความชื้นออกจากร่างกาย

------------------------------
💥สนใจแมะ +ครอบแก้ว+ปรึกษาแพทย์แผนจีนได้ที่เรา
💥ปรึกษาสุขภาพฝังเข็มฟรี
💥ปรึกษาปัญหาทางกายภาพบำบัดฟรี
💥ปรึกษาปัญหาด้านผิวหนังโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางฟรี
------------------------------
สอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ
โทร. 02-0694411
-------------------------------------
เปิดให้บริการทุกวัน 09.00 - 18.00 น

📌มารู้จัก  #โรคลำไส้แปรปรวน 📌เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงานผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งลำไส้ โดยที่ไม่พ...
17/01/2026

📌มารู้จัก #โรคลำไส้แปรปรวน 📌
เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงานผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งลำไส้ โดยที่ไม่พบความผิดปกติอะไรที่โครงสร้างของอวัยวะในระบบทางเดินอาหารและไม่มีพยาธิสภาพอื่นใด
😷สังเกตอาการลำไส้แปรปรวน มักมีอาการเหล่านี้
• ปวดท้อง อย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ในช่วง 3 เดือน
• ท้องผูก และ/หรือ ท้องเสีย
• ท้องอืด แน่นท้อง
• ปวดเกร็งบริเวณท้องน้อยหรือใต้สะดือ
• มีลมในท้อง
• อาการปวดหายไปหลังขับถ่าย
☯️การรักษาโดยการฝังเข็ม
👉 ในการรักษาในบางรายจะกระตุ้นเข็มแบบระบาย หรือ บำรุง ซึ่งพิจารณาจุดหลักในการรักษาขึ้นกับอาการของผู้ป่วย ฝังเข็มในจุดของเส้นลมปราณ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา และกระตุ้นการทำงานของอวัยวะให้ดีขึ้น กระตุ้นเข็มแบบระบาย หรือ กระตุ้นจุดบนล่างเพื่อลดอาการคลื่นไส้อาเจียน อันเนื่องมาจากชี่ของกระเพาะอาหารวิ่งย้อนขึ้นบน หรือใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า

------------------------------
💥สนใจแมะ +ครอบแก้ว+ปรึกษาแพทย์แผนจีนได้ที่เรา
💥ปรึกษาสุขภาพฝังเข็มฟรี
💥ปรึกษาปัญหาทางกายภาพบำบัดฟรี
💥ปรึกษาปัญหาด้านผิวหนังโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางฟรี
------------------------------
สอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ
โทร. 02-0694411
-------------------------------------
เปิดให้บริการทุกวัน 09.00 - 18.00 น.

เครียดลงกระเพาะ ทำอย่างไรดีเครียดลงกระเพาะเกิดจากสาเหตุใด     สาเหตุหลักของเครียดลงกระเพาะเกิดจากความเครียดเข้าไปกระตุ้น...
11/01/2026

เครียดลงกระเพาะ ทำอย่างไรดี
เครียดลงกระเพาะเกิดจากสาเหตุใด
สาเหตุหลักของเครียดลงกระเพาะเกิดจากความเครียดเข้าไปกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันต่ำลง โดยเฉพาะระบบภูมิคุ้มกันของทางเดินอาหารและลำไส้ ทำให้สมดุลของเชื้อแบคทีเรียชนิดดีและไม่ดีในระบบทางเดินอาหารเปลี่ยนแปลงไป เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ความเครียดยังส่งผลต่อกล้ามเนื้อในระบบทางเดินอาหาร ทำให้กล้ามเนื้อหลอดอาหารหด เกร็งตัว บิดตัวเพิ่มขึ้น เพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร จนทำให้มีกรดเกินในกระเพาะอาหาร อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือท้องเสียได้

อาการ เครียดลงกระเพาะ ได้แก่
✅ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ ตอนท้องว่าง
✅เสียดหน้าอก อาหารไม่ย่อย
✅รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน
✅แน่นท้อง ท้องอืด เรอเหม็นเปรี้ยว
✅นอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท
✅ กินอาหารแล้วอิ่มเร็วขึ้นหรืออิ่มนานกว่าเดิม

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคในทางการแพทย์แผนจีน
อาการมักสัมพันธ์กับอารมณ์ที่ไม่ปกติ การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม ตรากตรำทำงานหนัก ทำให้การทำงานของม้ามและกระเพาะอาหารขาดสมดุล ชี่ของกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้น
กลไกการเกิดโรคพื้นฐาน คือ ชี่ตับรุกรานกระเพาะอาหาร ชี่กระเพาะอาหารไม่ไหลลง
วิธีการป้องกัน
* กินอาหารให้เป็นเวลาและครบ 3 มื้อ
* เลี่ยงอาหารรสจัด อาหารย่อยยาก
* งดสูบบุหรี่ งดน้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
* ออกกำลังกาย กระตุ้นให้อารมณ์สดใสขึ้น
* ทำกิจกรรมคลายเครียด ลดอารมณ์แปรปรวนต่างๆ

------------------------------
💥สนใจแมะ +ครอบแก้ว+ปรึกษาแพทย์แผนจีนได้ที่เรา
💥ปรึกษาสุขภาพฝังเข็มฟรี
💥ปรึกษาปัญหาทางกายภาพบำบัดฟรี
💥ปรึกษาปัญหาด้านผิวหนังโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางฟรี
------------------------------
สอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ
โทร. 02-0694411
-------------------------------------
เปิดให้บริการทุกวัน 09.00 - 18.00 น

ที่อยู่

888 หนองแขม หนองแขม
Bangkok
10160

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 09:00 - 19:00
อาทิตย์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+6620694411

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Amaze Wellness Center ศูนย์สุขภาพ ฝังเข็ม กายภาพบำบัดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Amaze Wellness Center ศูนย์สุขภาพ ฝังเข็ม กายภาพบำบัด:

แชร์