For health and life

For health and life ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก For health and life, Bangkok.

03/06/2015

หากพูดถึง Super Food ที่มาแรงในตอนนี้ คงหนีไม่ได้ที่จะพูดถึง Chia Seed เพราะด้วยประโยชน์ที่มากมาย จนทำให้เป็นที่นิยมไปทั่วโลก ได้รับการกล่าวขวัญสูงสุดในกลุ่มผู้รักสุขภาพ....

ประโยชน์ของ Chia Seeds

High Omega-3
Chia Seeds อุดมไปด้วยโอเมก้าสามที่สูงมาก ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงสมองและจอประสาทตา

High Calcium
Chia Seeds เป็นแหล่งแคลเซียมและโบรอน ซึ่งโบรอนมีส่วนช่วยในการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่กระดูกให้แข็งแรง

High Fiber
Chia Seeds มีไฟเบอร์สูง ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างความสมดุลให้ระบบขับถ่ายทำงานอย่างปกติ

High Protein
Chia Seeds มีโปรตีนสูง ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานและมีส่วนช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย

High Mucilage
Chia Seeds มีกากใยมูซิลเลจสูง มีส่วนช่วยในการชลอการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล ซึ่งมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งดีมากสำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวาน และคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

จากการศึกษาผลวิจัยและบทความของต่างประเทศ สามารถสรุปสารอาหารจากเจ้าเมล็ดเชีย ได้ดังนี้

1.มี Calcium มากกว่านมถึง 5 เท่า
2.มี Omega 3 มากกว่าปลาแซลมอนถึง 8 เท่า
3.มี Magnesium มากกว่าบร็อคโคลี่ถึง 15 เท่า
4.มี Iron มากกว่าผักโขมถึง 3 เท่า
5.มีสาร Antioxidants มากกว่าผลบลูเบอร์รี่ถึง 3 เท่า
6.มี Protein มากกว่าข้าวโอ๊ตอีกด้วย

สำหรับการทาน Chia Seeds ง่ายมากๆเลยคะ เพียงแค่ผสมในน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่ม และยังสามารถใช้โรยในอาหารได้อีกด้วย การทาน Chia Seeds นั้นอยู่ที่ประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ ขึ้นอยู่กับปริมาณสัดส่วนของอาหารคะ...ทานได้ทุกเวลา

แนะนำวิธีทานแบบได้ประโชน์เน้นๆ...

1. ผู้ป่วยเบาหวานและควบคุมน้ำหนัก
คงเป็นที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับในแต่ละมื้ออาหารที่ต้องมีส่วนผสมของแป้ง แต่สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและคนที่ควบคุมน้ำหนักแล้ว แป้งคือตัวการสำคัญที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง....."ชะลอการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล" ด้วย Chia Seed โดยการผสม Chia Seed กับน้ำเปล่า 1-2 ช้อนโต๊ะ ทานก่อนและหลังรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ Chia Seed จะผลิต Mucilage ออกมา กากใยนี้จะเข้าขัดขวางกระบวนการย่อยแป้งเป็นน้ำตาล ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ อีกทั้งยังอุดมมีโปรตีน แคลเซียม โอเมก้า3 และสารอาหารอื่นๆ

2. บำรุงสมอง เสริมความจำ
สำหรับคนวัยทำงาน วัยเรียน ที่ต้องใช้สมองใช้ความคิด จนเกิดอาการล้า มึน คิดช้า...ด้วยเหตุที่ Chia Seed มีน้ำมัน Omega-3 มากกว่าปลาแซลมอนถึง 8 เท่า อีกทั้งยังมาจากธรรมชาติ แนะนำให้ผสม Chia Seed กับนมถั่วเหลืองทานในตอนเช้าและตอนก่อนนอน เหตุเพราะ ตอนเช้าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดที่สมองของคุณควรจะได้รับสารอาหารที่ดี เพื่อดึงไปใช้เป็นพลังงาน [แนะนำควรทานอาหารเช้า 7.00-09.00 น.] และทานอีกครั้งคือก่อนนอนแนะนำว่า ให้ผสม Chia Seed กับนมถั่วเหลือง แล้วอุ่นให้ร้อนนิดๆ ดื่มก่อนนอน เพราะระหว่างวันสมองนั้นเหนื่อยล้า การนอนหลับคือการฟื้นฟูสมองที่ดีที่สุด นอกจากนี้คุณยังสามารถผสม Chia Seed กับน้ำเปล่าใส่ขวดน้ำ ตั้งไว้ที่โต๊ะเพื่อทานระหว่างวันได้อีกด้วย

3. ท้องผูก ขับถ่ายยาก
สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องขับถ่าย ท้องผูก แนะนำให้ทาน Chia Seed ก่อนนอนโดยผสม Chia Seed 2-3 ช้อนโต๊ะ กับนมเปรี้ยว แช่จนเมล็ดเชียพองตัว และทานเข้าไป เพราะ Chia Seed นั้นมีไฟเบอร์ที่สูงมาก อีกทั้งยังเป็นธรรมชาติ 100 % เพียงแค่นี้รับรองว่าตอนเช้า จองห้องน้ำไว้ได้เลยคะ

4. ลดหุ่น เสริมกล้ามเนื้อ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย เพื่อให้หุ่นดี คุณจะมีขวดน้ำเปล่าที่พกติดตัวเวลาออกกำลังกายกันอยู่แล้ว แนะนำให้ผสม Chia Seed เข้าไป 1-2 ช้อนโต๊ะ และหั่น แตงกวา ส้ม มะนาว สตอเบอรี่ หรือผลไม้รสเปรี้ยวตามใจชอบ เป็นการทำ infused water ที่ดีมาก เหตุเพราะ การออกกำลังกายที่เหนื่อยจะเกิดการสูญเสียน้ำ Chia Seed นั้นสามารถอุ้มน้ำได้ดี จึงทำให้น้ำนั้นอยู่ในร่างกายของคุณได้นานขึ้น ผ่านระบบย่อยอย่างช้าๆ ทำให้การย่อยสมบูรณ์ ทำให้คุณรู้สึกสดชื่น มีกำลัง พลังที่จะออกกำลังกายได้นานขึ้น ฟิตขึ้น อีกทั้ง Chia Seed ยังมี โปรตีนและแคลเซียมที่สูง ดีต่อกล้ามเนื้อมาก และผลไม้รสเปรี้ยวยังเป็นการเพิ่มวิตามินซี และรสชาติที่ดีของน้ำ เพียงแค่นี้คุณก็อยู่ในฟิตเนสไปได้อีกครึ่งวัน....อ้อ อย่าลืมเพลงมันส์ๆ ที่จะทำให้คุณสนุกไปกับการออกกำลังกายคะ

ขนาด 450 g ราคา 590 บาทขนาด 165 g ราคา 250 บาท **ราคายังไม่รวมส่ง
03/06/2015

ขนาด 450 g ราคา 590 บาท
ขนาด 165 g ราคา 250 บาท
**ราคายังไม่รวมส่ง

ไฟเบอร์บริสุทธิ์ 100% จากธรรมชาติ ชจัดสิ่งตกค้างในลำไส้เพื่อกระบวนการขับถ่ายที่ดีขึ้น
29/05/2012

ไฟเบอร์บริสุทธิ์ 100% จากธรรมชาติ
ชจัดสิ่งตกค้างในลำไส้เพื่อกระบวนการขับถ่ายที่ดีขึ้น

สมุนไพรคลายร้อน สูตรทำความสะอาดลำไส้สรรพคุณ ล้างพิษในตับและลำไส้ ขับถ่ายเมือกมันลงสู่ทวารหนัก ดับพิษไข้ ลดความดันโลหิต ข...
29/05/2012

สมุนไพรคลายร้อน สูตรทำความสะอาดลำไส้
สรรพคุณ ล้างพิษในตับและลำไส้ ขับถ่ายเมือกมันลงสู่ทวารหนัก ดับพิษไข้ ลดความดันโลหิต ขับปัสสาวะ

บทบาทของน้ำมันมะพร้าวต่อความงามนะจ๊ะสาว ๆ ....น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่ได้จากธรรมชาติปราศจากสารเคมีสังเคราะห์ใด ๆ เจือป...
26/05/2012

บทบาทของน้ำมันมะพร้าวต่อความงามนะจ๊ะสาว ๆ ....
น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่ได้จากธรรมชาติปราศจากสารเคมีสังเคราะห์ใด ๆ เจือปน โดยเฉพาะยากำจัด
ศัตรูพืช ซึ่งมักจะมีอยู่ในน้ำมันพืชอื่น ๆ เนื่องจากกรดไขมันในน้ำมันมะพร้าวมีขนาดโมเลกุลที่เล็ก ทำให้
ถูกดูดซึมเข้าไปได้ง่าย เราสามารถใช้น้ำมันมะพร้าวในสภาพที่สกัดได้ตามธรรมชาติทันที โดยไม่ต้องทำ
ให้บริสุทธิ์ ฟอกสี และกำจัดกลิ่น ดังเช่นน้ำมันพืชอื่น ๆ จึงปลอดภัยจากอันตรายจากสารเคมี น้ำมันมะ
พร้าวมีบทบาทต่อความงาม ในเรื่องดังต่อไปนี้

1. รูปร่างได้สัดส่วน ไม่อ้วน แต่แข็งแรง
เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวที่เราบริโภคเข้าไปสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ทันที จึงไม่มีไขมันสะสมใน
ร่างกาย อีกทั้งยังกระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์ทำงานดีขึ้น จึงนำเอาไขมันที่ร่างกายสะสมไว้ก่อนหน้า ไปใช้
เผาผลาญให้เกิดพลังงาน จึงช่วยลดความอ้วนได้ ดังนั้นผู้ที่บริโภคน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำจึงไม่อ้วน
(เพราะไม่มีไขมันสะสม) แต่ร่างกายก็สันทัดสมส่วน และแข็งแรง

2. ผิวสวย
การนวดหรือชโลมตัวด้วยน้ำมันมะพร้าว ช่วยให้ผิวสวย เพราะ :
2.1 ผิวดูอ่อนวัย : น้ำมันมะพร้าวที่ใช้ชโลมตัว ทั้งในรูปน้ำมันมะพร้าวสด ๆ หรือในรูปของผลิตภัณฑ์น้ำมัน
มะพร้าว เช่น ครีม และโลชั่นจะทำให้ผิวพรรณนุ่มไม่แตกแห้งเป็นกระ หรือฝ้า แต่ชุ่มชื้นและผิวเนียน ปราศ
จากริ้วรอยย่นทั้งนี้เพราะน้ำมันมะพร้าวมีวิตามินอีที่มีอานุภาพมากกว่าวิตามินอีในเครื่องสำอางช่วยต่อต้าน
อนุมูลอิสระที่เป็นตัวการที่ทำให้เกิดการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง ป้องกันการเสื่อมโทรมของเซลล์จากขบวน
การเติมออกซิเจน (Oxidation) ช่วยกำจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วและทับถมกันจนทำให้ผิวแห้งขณะ
เดียวกันก็ช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาแทนที่จึงทำให้ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัย
2.2 ผิวนุ่มและเนียน : ตามปกติผิวหนังจะสูญเสียความชื้นเพราะถูกแดดและลม น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติ
เป็นสารรักษาความชุ่มชื้น (Moisturizer) จึงช่วยให้ผิวหนังนุ่มและเนียน
2.3 ช่วยป้องกันและรักษาฝ้า และกระ : อนุมูลอิสระเป็นตัวการอันหนึ่งของการเกิดฝ้า และกระ วิตามินอี
ในน้ำมันมะพร้าวจะทำหน้าที่ทำลายอนุมูลอิสระเหล่านี้ เราสามารถใช้นำมันมะพร้าวเป็นยากันแดดได้ดีอีก
ทั้งยังไม่เหนียวเหนอะหนะเหมือนยากันแดดบางชนิด และราคาก็ถูกกว่า

3. ผมงาม
เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันพืชที่มีคุณสมบัติเป็นตัวเพิ่มความชุ่มชื้น (Moisturizer) อีกทั้งยังมีสาร
ปฏิชีวนะ (จากโมโนลอริน) และสาร antioxidant (จากสารโทโคทรินอลในวิตามินอี) จึงมีส่วนทำให้ผม
งาม จากคุณสมบัติดังต่อไปนี้ :

3.1 ช่วยปรับสภาพของผม : น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมัน hair conditioner ที่ช่วยทำให้ผมนุ่มดำเป็นเงางาม
เพราะมีวิตามินอีที่ช่วยเสริมการเจริญของเส้นผม

3.2 ช่วยรักษาสุขภาพของหนังศีรษะ : น้ำมันมะพร้าวช่วยรักษาสุขภาพของหนังศีรษะทั้งนี้ เพราะน้ำมันมะ
พร้าวมีสารปฏิชีวนะที่คอยทำลายเชื้อโรค หนังศีรษะจึงไม่มีรังแค และมีวิตามินอีที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ หนัง
ศีรษะจึง่มีสุขภาพดี

3.3 ช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพดี : เส้นผมประกอบด้วยส่วนนอก (culticle) ที่ทำหน้าที่ หุ้มส่วนใน (cortex)
หากส่วนนอกอยู่ในสภาพดี ไม่ฉีกขาด เส้นผมก็จะปกติ มีความยืดหยุ่น (elasticity) ทนทานต่อการบิดงอ
และมีความเหนียว ส่วนในซึ่งประกอบด้วยโปรตีนที่เรียกว่า เคอราทิน (keratin) ที่มีประกอบด้วยเส้นเล็กๆ
มัดรวมกัน โปรตีนของเส้นผมจะสูญเสียหรือสลายตัวไปตามอายุขัย แต่อาจเร็วขึ้นจากการไม่รักษาผมให้ดี
และการทำร้ายเส้นผม เช่น จากการดัดผม การย้อมผมด้วยน้ำยาเคมี แม้กระทั่งการหวีผมที่ใช้หวีที่คม น้ำ
มันมะพร้าวจึงช่วยลดปริมาณการสูญเสียของเส้นผม เพราะน้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติยึดเกาะ (affinity) กับ
โปรตีนของเส้นผมได้ดี อีกทั้งยังมีขนาดเล็กจึงแทรกซึมเข้าไปในเส้นผมได้สะดวก ในขณะที่น้ำมันทานตะวัน
และน้ำมันแร่ (mineral oil) ซึ่งเป็นที่นิยมใช้เป็นส่วนประกอบในอุตสาหกรรมน้ำมันใส่ผม ไม่ได้มีส่วนช่วย
แต่อย่างใด เพราะไม่สามารถซึมเข้าไปในเส้นผมได้เหมือนน้ำมะพร้าว........





Credit : บทความดีๆ จากกลุ่มงานพัฒนาวิชาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร
สถาบันการแพทย์แผนไทย

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น กับประโยชน์มากมายที่ต้องรู้ (อาจจะยาวสักหน่อยแต่ก็อยากให้ลองอ่านดูน๊าาา)สำหรับเพื่อนๆที่ยังไม่รู้ข...
26/05/2012

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น กับประโยชน์มากมายที่ต้องรู้
(อาจจะยาวสักหน่อยแต่ก็อยากให้ลองอ่านดูน๊าาา)

สำหรับเพื่อนๆที่ยังไม่รู้ข้อมูลของ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นมากนัก เราจึงได้นำบทความที่มีประโยชน์
นี้มาใหได้้อ่านกัน อาจเป็นบทความที่ค่อนข้างยาวแต่มีประโยชน์มากมายที่ควรรู้ไว้ ....เนื่องจาก
น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นนั้นยังไม่แพร่หลายมากนัก แต่มันคือผลผลิตจากธรรมชาติที่มีประโยชน์สูง
มากมายจริงๆ..คุณควรรู้จักมันไว้

สุขภาพที่ดีของมนุษย์ ขึ้นอยู่กับสถานภาพ 4 ประการ คือ
1. การรักษาสุขภาพให้แข็งแรง
จากบทบาททางสรีรวิทยาของน้ำมันมะพร้าวที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ทำให้ผู้บริโภคน้ำมันมะพร้าวมีสุข
ภาพดี แข็งแรง เพราะได้พลังงานทันทีที่บริโภคน้ำมันมะพร้าว นอกจากนั้น น้ำมันมะพร้าวยังมีคุณทาง
อาหาร โดยเฉพาะวิตามิน และเกลือแร่ ที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มคุณค่าของอาหารโดย
การเพิ่มการดูดวิตามิน เกลือแร่ และกรดอะมิโน เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวเป็นโมเลกุลขนาดเล็ก จึงถูกย่อย
ง่าย และเคลื่อนที่เร็วไปตามของเหลวในร่างกาย จึงเป็นที่นิยมใช้หุงต้มอาหารสำหรับคนไข้ที่มีปัญหาการ
ย่อยไขมัน และยังใช้ในสูตรน้ำนม เพื่อให้ไขมันที่จำเป็นแก่เด็กทารก และช่วยในการดูดซึมแคลเซียม
และแมกนีเซียม ซึ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนากระดูก

2. ช่วยให้ปลอดจากโรคไม่ติดเชื้อ
โรคไม่ติดเชื้อที่ น้ำมันมะพร้าวมีส่วนในการลดอัตราการเกิด ได้แก่

2.1 โรคหัวใจ : จากผลการวิเคราะห์พบว่า น้ำมันมะพร้าวมีคอเลสเตอรอลน้อยมาก เพราะมีเพียง 14 ส่วน
ในล้านซึ่งน้อยกว่าน้ำมันถั่วเหลือง ซึ่งมี 28 ส่วน และที่สำคัญคือ เมื่อบริโภคน้ำมันมะพร้าวเข้าไป ในร่าง
กาย ก็ไม่ได้เปลี่ยนเป็นคอเลสเตอรอลในกระแสโลหิต อีกทั้งยังไม่ได้ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวเหมือนกับน้ำ
มันพืชประเภทไม่อิ่มตัว เช่นน้ำมันถั่วเหลืองที่ถูกเติมไฮโดรเจน (hydrogenate) ในขบวนการผลิต และถูก
เติมออกซิเจน (oxidize) ระหว่างเดินทางก่อนถูกบริโภค จนเกิดเป็นtrans fatty acids ซึ่งเป็นตัวการทำให้
เกิดลิ่มเลือด และไปอุดตันหลอดเลือดนอกจากนั้นน้ำมันมะพร้าวยังมีวิตามินอีที่ช่วยขยายหลอดเลือด และ
ป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือดที่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ นักโภชนาการสมัยใหม่จึงสรุปว่า น้ำมันมะ
พร้าวช่วยทำให้หัวใจมีสุขภาพดี เพราะเป็นหนึ่งในสองชนิดของน้ำมันบริโภค ซึ่งช่วยลดความหนืด
(stickiness) ของเลือดที่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ น้ำมันมะพร้าวอุดมไปด้วยโคเลสเตอรอลจริงหรือ?

ชนิดของน้ำมัน
ปริมาณคอเรสเตอรอล (ส่วนต่อล้าน)
น้ำมันมะพร้าว 14 / น้ำมันปาล์ม 18 / น้ำมันถั่วเหลือง 28 / น้ำมันข้าวโพด 50 / เนยเหลว 3,150 /
น้ำมันหมู 3,500

2.2 โรคมะเร็ง : น้ำมันมะพร้าวมีประสิทธิภาพในการป้องกันไม่ให้เกิดโรคมะเร็ง ด้วยกลไก 2 วิธี คือ

(1) เนื่องจากเป็นน้ำมันประเภทอิ่มตัวจึงไม่ถูกเติมไฮโดรเจน (hydrogenate) และแตกตัวเมื่อถูกกับ
อุณหภูมิสูง
(2) มีวิตามินอีช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของการกลายพันธุ์ของยีน เกิดเป็นเซลล์มะเร็ง และ
การทำร้ายเซลล์ การใช้น้ำมันมะพร้าวชโลมตัว ก็ช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนังได้ดีกว่ายาทากันแดดราคาแพง

2.3 โรคอ้วน : โรคอ้วนนั้นมีความสัมพันธ์กับสภาพต่าง ๆ เช่น การมีไขมันในเลือดสูงเป็นโรคเบาหวาน
มีความดันโลหิตสูง เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ตลอดจนโรคข้ออักเสบ ภาวะหยุดหายใจ ขณะหลับ ฯลฯ
การบริโภคน้ำมันมะพร้าวจะช่วยทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูง (ในขบวนการ thermogenesis) ทำให้ร่าง
กายมีอัตราการเผาผลาญอาหาร หรือเมตาบอลิซึม (metabolism) สูงเกิดเป็นพลังงานสำหรับใช้ในการดำ
รงชีวิต อีกทั้งยังช่วยทำลายไขมันที่ร่างกายสะสมอยู่ นำไปใช้เป็นพลังงาน ดังนั้น ผู้บริโภคน้ำมันมะพร้าว
เป็นประจำจึงไม่อ้วน
2.4 โรคเบาหวาน : ผลพลอยได้ของการเพิ่มอัตราการเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงานจากการบริโภคน้ำ
มันมะพร้าวทำให้ร่างกายไม่สะสมน้ำตาล เพราะถูกใช้ไปเป็นพลังงานหมด อีกทั้งยังไม่ทำให้ผู้ป่วยอยากรับ
ประทานอาหารที่เป็นแป้งหรือน้ำตาล จึงช่วยลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานไปได้โดยปริยาย
2.5 โรคปวดเมื่อย โรคชราภาพก่อนวัย โรคมะเร็งผิวหนัง และโรคกระดูก : น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมัน
ที่ถูกดูดซึมเข้าทางผิวหนังได้ดี เพราะมีขนาดของโมเลกุลเล็กจึงนิยมใช้นวดตัวให้หายปวดเมื่อย และผ่อน
คลายความเครียด อีกทั้งยังปกป้องการทำลายของแสงอัลตราไวโอเลตที่ทำให้ผิวหนังเกิดรอยย่นแก่ก่อนวัย
และเป็นมะเร็งผิวหนัง ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของกระดูกให้แข็งแรง แพทย์แผนไทยจึงนิยมนำน้ำมัน
มะพร้าว มาประกอบเป็นสูตรยาแผนโบราณในการรักษาโรคที่เกี่ยวกับกระดูก อันเนื่องมาจากการประสบ
อุบัติเหตุ

3. ช่วยให้ร่างกายปลอดจากโรคติดเชื้อ
จุลินทรีย์ที่เป็นเชื้อโรคเป็นสาเหตุของโรคของมนุษย์มากมายเหลือคณานับแต่ก็แปลกที่เด็กทารกแรก
คลอดที่ดูดน้ำนมมารดาเป็นประจำมักไม่ค่อยเป็นโรคเหล่านี้ ทั้งนี้ก็เพราะมีภูมิคุ้มกันที่ได้มาจากน้ำ
นมมารดา ได้มีการค้นพบว่าสารสำคัญในนมน้ำเหลือง (cholostum) ของมารดานี้ คือ กรดลอริก ซึ่ง
เมื่อเข้าไป ในร่างกายก็เปลี่ยนไปเป็นสารโมโนลอริน ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารปฏิชีวนะนั่นเอง ผลการ
วิเคราะห์องค์ประกอบของน้ำมันมะพร้าวพบว่ามีกรดลอริกสูงมากถึง 48-53% ซึ่งมากกว่าในน้ำนม
มารดามาก ในปัจจุบันวงการแพทย์สมัยใหม่ได้แนะนำให้ประชาชนกินยาเม็ดที่มีโมโนลอรินเพื่อเพิ่ม
ภูมิคุ้มกันโรค

4. การรักษาโรค
จากการที่น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติเป็นยาฆ่าเชื้อ และสามารถถูกดูดซึมเข้าไปในร่างกายได้ดี และรวดเร็ว
ตำราอายุรเวทของอินเดียจึงได้ใช้น้ำมันมะพร้าวรักษาโรคมาไม่ต่ำกว่า 4,000 ปี แพทย์แผนไทยก็ได้
ใช้น้ำมันมะพร้าวรักษาโรคทั้งภายในและภายนอกมาเป็นเวลาช้านาน เช่น ในตำราพระโอสถพระนารายณ์
ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาได้ใช้น้ำมันมะพร้าวเป็นยานวดแก้ปวดเมื่อย ยารักษาโรคกระดูก ยารักษาแผล
เน่าเปื่อย ส่วนตำราแพทย์แผนไทยในปัจจุบันก็แนะนำให้ใช้น้ำมันมะพร้าวรักษาโรคกระดูกที่เกิดจาก
อุบัติเหตุ รักษา เม็ดผดผื่นคัน ลบริ้วรอย แผลฟกช้ำ ซ่อมแซมส่วนสึกหรอ และป้องกันแสงแดด และ
ความร้อน แม้กระทั่งแพทย์แผนปัจจุบันชาวตะวันตก ก็ให้คนไข้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการย่อยอาหารหรือ
การดูดซึมอาหาร เด็กทารกรวมทั้งเด็กเล็กที่ไม่สามารถย่อยไขมัน กินน้ำมันมะพร้าวเป็นยารักษาโรค
ศักยภาพของน้ำมันมะพร้าวในการรักษาโรคมีดังนี้

4.1 โรคที่เกิดจากการติดเชื้อต่าง ๆ เชื้อโรคที่กรดลอริกในน้ำมันมะพร้าวสามารถทำลายได้ ได้แก่ เชื้อ
แบคทีเรีย เชื้อราและยีสต์ เชื้อโปรโตซัว และเชื้อไวรัส โมโนลอรินหรือสารปฏิชีวนะในน้ำมันมะพร้าว
มีจุดเด่นสองประการ คือ ไม่ทำให้เกิดการดื้อยาของเชื้อโรค และสามารถฆ่าเชื้อโรคบางชนิดที่มีเกราะ
ไขมันห่อหุ้มเซลล์ ที่ยาปฏิชีวนะธรรมดา ไม่สามารถฆ่าได้ แต่น้ำมันมะพร้าว สามารถละลายเกราะไขมัน
นี้ได้ แล้วจึงเข้าไปฆ่าเชื้อโรคเหล่านี้ เท่าที่ได้มีการวิจัยพบว่า เชื้อโรคที่มีเกราะไขมันห่อหุ้มนี้เป็นโรคร้าย
ในปัจจุบันที่รักษายากมาก เพราะทำลายมันไม่ได้ อย่างดีก็หยุดไม่ให้มันขยายพันธุ์โรคเหล่านี้ เช่น ไวรัส
โรคเอดส์ โรค SARS ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และกำลังมีการทดลองเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผล
4.2 โรคผิวหนัง ผิวหนังที่ถูกอนุมูลอิสระเข้าทำลาย หรือจากการถูกทำร้าย จนเกิดเป็นแผลที่เชื้อโรคจะ
เข้าทำลายต่อโมโนลอรินในน้ำมันมะพร้าว ซึ่งเป็นสารปฏิชีวนะจะช่วยกำจัดเชื้อโรคเหล่านี้
4.3 รังแคหนังศีรษะ น้ำมันมะพร้าวมีสารปฏิชีวนะที่ทำลายเชื้อโรคที่ทำให้เกิดรังแค หากชโลมผมด้วยน้ำ
มันมะพร้าวจะช่วยรักษารังแคหนังศีรษะได้........

Credit : บทความดีๆ จากกลุ่มงานพัฒนาวิชาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรสถาบันการแพทย์แผนไทย

มีการวิจัยได้สรุปว่าการกินมะรุมจะมีผลต่อการลดไขมันในร่างกาย ดังนั้นหากการกินมะรุมมีผลทำให้ขับไขมันออกมาทางอุจจาระมากขึ้น...
26/05/2012

มีการวิจัยได้สรุปว่าการกินมะรุมจะมีผลต่อการลดไขมันในร่างกาย ดังนั้นหากการกินมะรุมมีผลทำให้ขับไขมันออกมาทางอุจจาระมากขึ้น นั่นก็หมายถึงไขมันที่กินเข้าไปไม่ถูกดูดซึมในร่างกาย ซึ่งก็ไม่ได้ดีเสมอไป เพราะโดยปกติร่างกายเราต้องการไขมันในการใช้เป็นพลังงานและทำให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติประมาณวันละ 15-30%.

***ในใบมะรุมจะมีวิตามินซีมากกว่าส้ม ถึง 7 เท่า มีธาตุแคลเซียมมากกว่านมถึง 4 เท่า มีวิตามินเอมากกว่าแครอท 4 เท่า มีโปรตีนมากกว่านม 2 เท่า และมีธาตุโพแทสเซียมมากกว่ากล้วย 3 เท่า

26/05/2012
26/05/2012

อาหารเป็น...ยา
กินแล้ว...สวย
กินแล้ว...รวย
กินแล้ว...ไม่แก่
ทำเองได้...ง่ายจริงๆ

ต้นอ่อนข้าวสาลี
23/05/2012

ต้นอ่อนข้าวสาลี

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น
23/05/2012

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

23/05/2012

ขอบคุณสำหรับการกด Like ทางร้านกำลังจัดทำ website และนำสินค้ามา upload หน้า page ให้เรียบร้อยในเร็วๆนี้

ที่อยู่

Bangkok
10230

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ For health and lifeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram