บุญธวัช คลินิก แพทย์จีนฝังเข็ม วัชรพล-รามอินทรา

บุญธวัช คลินิก  แพทย์จีนฝังเข็ม วัชรพล-รามอินทรา แพทย์จีน-ฝังเข็ม-ยาจีน
วัชรพล-รามอิน แพทย์จีน-ฝังเข็ม-ยาจีน
วัชรพล-รามอินทรา

ขาบวมตอนเย็น… อย่าเพิ่งรีบฟันธงว่า “ม้ามพร่อง”ช่วงนี้ผมเห็นหลายเพจสุขภาพ และบางเพจที่ทำคอนเทนต์แพทย์แผนจีน ออกมาบอกกล่าว...
02/04/2026

ขาบวมตอนเย็น… อย่าเพิ่งรีบฟันธงว่า “ม้ามพร่อง”

ช่วงนี้ผมเห็นหลายเพจสุขภาพ และบางเพจที่ทำคอนเทนต์แพทย์แผนจีน ออกมา
บอกกล่าวว่า...

“ขาบวมตอนบ่ายถึงเย็น = ม้ามพร่อง + ความชื้นสะสม”
แล้วก็แนะนำให้ไปหาซื้อยาบำรุงม้าม ขับความชื้นมากินตามสูตรสำเร็จ

ในความเป็นหมอแก่ๆที่พอมีประสบการณ์อยู่บ้างคงต้องขอพูดตรงๆ ครับ ว่าการสรุปแบบนี้ ผิดทั้งทฤษฎีพื้นฐาน และเป็นอันตรายในทางคลินิก

มี 2 จุดที่อาจจะมีข้อผิดพลาด:

จุดที่ 1: แยกไม่ออกระหว่าง “气 ( ชี่-พลังงานทั้งหมด)” กับ “脾气 (ชี่ของม้าม)”
หลายคนท่องตำรามาแค่หน้าแรกว่า “ปัญหาสารน้ำ = ม้ามพร่อง”
แต่ในความเป็นจริงทางการแพทย์ 气 (ชี่) กับ 脾气 (ชี่ของม้าม) ทำงานคนละส่วนกัน

ถ้าเป็น 脾气虚 (ม้ามพร่อง): คนไข้ต้องมีภาวะระบบเผาผลาญพัง ตัวหนัก ท้องอืด กินน้อย ถ่ายเหลว และอ้วนฉุอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่มาบวมเอาแค่ตอนบ่าย

แต่ ขาบวมตอนเย็น: ที่เช้าปกติ แต่บ่ายเริ่มบวมตึง มักมาจาก 气虚下陷 (ระดับพลังงานโดยรวมตก) จากการทำงานหนักหรือภาวะ Burnout จนปั๊มน้ำในร่างกายไม่มีแรงยกของเหลวต้านแรงโน้มถ่วง

การเหมารวมทุกอาการบวมเป็น “ม้ามพร่อง” คือการทำให้ศาสตร์แพทย์จีนตื้นเขิน และนำไปสู่การจ่ายยาผิดฝาผิดตัว

จุดที่ 2: ไม่เคยตรวจ “รอยบุ๋ม” (Pitting Edema)
นี่คือจุดชี้เป็นชี้ตายทางการแพทย์ที่หลายคนมักมองข้าม

ถ้าขาบวมจากชี่อ่อนแรง: กดแล้วมักจะ "ไม่บุ๋ม" (หรือเนื้อเด้งคืนกลับมาทันที)

แต่ถ้า กดหน้าแข้งแล้วบุ๋มค้างเป็นหลุม (Pitting Edema): นี่ไม่ใช่เรื่องม้ามพร่องธรรมดา แต่มันคือสัญญาณเตือน (Red Flag) ที่อาจโยงไปถึงหลอดเลือดดำขาเสื่อม (Chronic Venous Insufficiency) หรือภาวะหัวใจและไตทำงานผิดปกติ

การทำคอนเทนต์แนะนำให้คนที่ “กดขาแล้วบุ๋ม” ไปต้มยาขับความชื้นกินเอง โดยไม่ส่งตรวจร่างกายให้ละเอียด ไม่ใช่แค่ความมักง่าย แต่มันอาจทำให้คนไข้เสียโอกาสในการคัดกรองโรคร้ายแรงถึงชีวิต

สรุปสั้นๆ ให้เข้าใจตรงกัน:
ร่างกายมนุษย์ซับซ้อนกว่าบทความสำเร็จรูปในอินเทอร์เน็ต ขาบวมตอนเย็นส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจาก “ม้ามพัง” แต่เกิดจากการที่ ชี่โดยรวมหมดแรง ถ้าคุณมีอาการขาบวมตอนบ่ายเป็นประจำ ลองเอานิ้วกดหน้าแข้งดูครับว่า “บุ๋ม หรือ ไม่บุ๋ม” แล้วมาปรึกษาแพทย์เพื่อหาต้นตอที่แท้จริง ดีกว่าการเอาสุขภาพไปเสี่ยงกับคำวินิจฉัยออนไลน์ครับ

#ขาบวม #บวมตอนเย็น #气虚 #แพทย์แผนจีน #ยาจีน

เรื่องวุ่นๆ ของชาวกลุ่มไลน์สวัสดีวันจันทร์... Fact Check ข่าวแชร์ "ซุปฟักเขียวต้มปลิงทะเล" รักษาเบาหวานหายขาดได้จริงหรือ...
31/03/2026

เรื่องวุ่นๆ ของชาวกลุ่มไลน์สวัสดีวันจันทร์... Fact Check ข่าวแชร์ "ซุปฟักเขียวต้มปลิงทะเล" รักษาเบาหวานหายขาดได้จริงหรือ?

วันนี้มีข้อความแชร์กันว่อนเน็ต "น้ำฟักเขียวต้มปลิงทะเล" คือยาวิเศษ กินแล้วช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ จนผู้ป่วยหลายคนเตรียมทิ้งยาโรงพยาบาลเพื่อมาต้มซุปกิน

ในฐานะแพทย์ ผมขอมากางข้อมูล Fact Check เรื่องนี้ให้ชัดเจนครับ ข่าวนี้ "มีความจริงอยู่ส่วนหนึ่ง แต่มันอันตรายมากตรงที่เอาไปเคลมว่ารักษาให้หายขาดและใช้แทนยาได้"

🔍 Fact Check จากข้อมูลงานวิจัย:
✅ ส่วนที่เป็นความจริง: ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและงานวิจัยพบว่า "ฟักเขียว" และ "ปลิงทะเล" มีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้จริง เนื่องจากมีสารสำคัญที่มีกลไกยับยั้งเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาล ลดการดูดซึมกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือดนอกจากนี้ ปลิงทะเลยังเป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก เมนูนี้จึงถือเป็น "อาหารที่ดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน"

✅ ส่วนที่เป็นความจริง (มุมมองแพทย์แผนจีน): ฟักเขียวมีฤทธิ์เย็น ช่วยระบายความร้อนและขับความชื้น ส่วนปลิงทะเลมีสรรพคุณ "บำรุงหยินของไต" เมนูนี้จึงจัดเป็น "อาหารบำรุง" ที่ช่วยเติมสารน้ำ บรรเทาอาการข้างเคียงของคนเป็นเบาหวาน เช่น อาการคอแห้ง หิวน้ำบ่อย และร้อนใน ให้รู้สึกชุ่มชื่นขึ้น

❌ ส่วนที่เป็นความเข้าใจผิดและอันตราย : "คิดว่าใช้แทนยา และกินเพื่อรักษาให้หายขาดได้"
อาหารก็คืออาหารครับ มันมีฤทธิ์ช่วยประคองอาการระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้มีกลไกไปกดระดับน้ำตาลได้เฉียบพลันและลึกเท่าการรักษาทางการแพทย์ ถ้าคนไข้น้ำตาลทะลุ 200-300 แล้วหยุดยาแผนปัจจุบันเพื่อมากินซุปฟักเขียวอย่างเดียว สิ่งที่ตามมาคือน้ำตาลสวิง ไตพัง หรือเสี่ยงช็อกกะทันหัน

เป้าหมาย "หายขาด" ทำได้ แต่ต้องใช้วิธีที่ถูกต้อง
วัตถุประสงค์ของการแพทย์แผนจีน ไม่ใช่การกินยาเพื่อ "กด" ตัวเลขน้ำตาลให้สวยไปวันๆ แต่คือการเข้าไป "ซ่อมแซมระบบเผาผลาญที่พัง" ให้กลับมาทำงานได้เอง

เบาหวาน เกิดจากการทำงานของ ม้าม กระเพาะอาหาร และไต ที่เสื่อมสภาพ การจะดึงร่างกายให้กลับมาสู่ภาวะปกติ จนไม่ต้องพึ่งยาอีกต่อไป ไม่สามารถทำได้ด้วยการกินซุปสูตรเดียวครอบจักรวาล แต่ต้องอาศัยการใช้ "ยาสมุนไพรจีนเฉพาะบุคคล " เข้าไปฟื้นฟูอวัยวะภายในให้กลับมาสร้างและนำอินซูลินไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง

แต่ข้อแม้ที่สำคัญที่สุดคือ... "ต้องปรับพฤติกรรม"
ไม่มียาจีนหรือซุปเทวดาตำรับไหนในโลกที่รักษาคุณให้หายขาดได้ หากหมอจ่ายยาฟื้นฟูระบบให้ แต่คนไข้ยังสาดน้ำตาลเข้าตับ อดนอน และไม่ออกกำลังกาย

หยุดหลงเชื่อการเอาความจริงครึ่งเดียวมาโอเวอร์เคลมในอินเทอร์เน็ต การรักษาเบาหวานที่ปลอดภัย ต้องเริ่มจากการให้แพทย์ประเมินธาตุและระดับความพร่อง เพื่อวางแผนฟื้นฟูด้วยยาจีนให้ตรงกับอาการ ควบคู่ไปกับการมีวินัยของตัวคุณเองครับ

#ข่าวปลอมสุขภาพ #กลุ่มไลน์ครอบครัว #เบาหวาน #ลดน้ำตาลในเลือด #ฟักเขียวต้มปลิงทะเล #รักษาเบาหวาน #ยาจีน #แพทย์แผนจีน #สมุนไพรจีน #ปรับพฤติกรรม

สายฟิตเนสที่พังจากข้างใน... วิ่งหนัก ยกเวท ซ้อม HYROX คุมอาหารเป๊ะ แต่ทำไมร่างกายถึง "ประท้วง"?ภายนอกดูหุ่นดี มีซิกแพค ว...
30/03/2026

สายฟิตเนสที่พังจากข้างใน... วิ่งหนัก ยกเวท ซ้อม HYROX คุมอาหารเป๊ะ แต่ทำไมร่างกายถึง "ประท้วง"?

ภายนอกดูหุ่นดี มีซิกแพค วิ่งเพซเร็วๆ ได้ ยกเวทหนักๆ สบาย หรือกำลังฟิตจัดซ้อมลงแข่งรายการโหดๆ อย่าง HYROX... แต่ทำไมข้างในกลับรู้สึกอ่อนเพลียลึกๆ นอนไม่หลับ ท้องอืดง่าย หรือระบบขับถ่ายรวนไปหมด?

ถ้าคุณมีอาการแฝงเหล่านี้ ร่างกายกำลังประท้วงว่าคุณกำลัง "พังจากข้างใน" ครับ

ปัจจุบันคนหันมาดูแลสุขภาพและชาเลนจ์ขีดจำกัดตัวเองกันมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่หลายคนตกลงไปในหลุมพรางของการโหมร่างกายจนเกินลิมิต ทั้งการคาร์ดิโออย่างหนัก เวทเทรนนิ่ง และการคุมอาหารแบบตึงเป๊ะ (เช่น เน้นโปรตีนสูงปรี๊ด หรือกินโลว์คาร์บ) โดยไม่รู้ตัวเลยว่าพฤติกรรมเหล่านี้กำลังทำลายสมดุลของ "ระบบย่อยอาหารและสารน้ำ" อย่างรุนแรง

ในทางแพทย์แผนจีน คนกลุ่มนี้มักจะมาด้วยความเข้าใจผิด 2 ข้อหลักๆ ครับ:

❌ เข้าใจผิดที่ 1: "ยิ่งออกกำลังกายหนัก เหงื่อออกเยอะ ร่างกายยิ่งแข็งแรง"
สายวิ่งมาราธอน ครอสฟิต หรือคนที่ซ้อมสเตชันหนักๆ อย่าง HYROX ต้องระวังข้อนี้ให้ดีครับ
ในคัมภีร์แพทย์จีนระบุไว้ชัดเจนว่า "เหงื่อคือสารน้ำของหัวใจ" การออกกำลังกายที่เค้นเหงื่อออกมากเกินไป ไม่ได้แปลว่าคุณเผาผลาญหรือแข็งแรงขึ้นเสมอไป แต่มันคือการสูญเสียทั้ง "ชี่" (พลังงาน) และ "หยิน" (สารน้ำหล่อเลี้ยง) ไปพร้อมกัน
เมื่อชี่และหยินของหัวใจพร่อง สิ่งที่ตามมาคืออาการอ่อนเพลียลึกๆ ที่พักเท่าไหร่ก็ไม่หาย และที่พบบ่อยมากคือ "อาการนอนไม่หลับ" หรือหลับไม่สนิท เพราะหัวใจไม่มีสารน้ำไปหล่อเลี้ยงให้สงบลงได้

❌ เข้าใจผิดที่ 2: "อัดโปรตีนเยอะๆ ตัดคาร์บออก เพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้ไวที่สุด"
การกินโปรตีนสูงและงดแป้ง อาจทำให้คุณลีนขึ้นและได้กล้ามเนื้อตามที่หวัง แต่ในมุมมองแพทย์จีน การย่อยโปรตีนปริมาณมหาศาลถือเป็นภาระหนักหน่วงของ "ม้ามและกระเพาะอาหาร"
เมื่อคุณโหลดโปรตีนเกินกว่าที่ไฟธาตุในระบบย่อยจะรับไหว อาหารเหล่านั้นจะตกค้างและแปรสภาพเป็น "ความชื้นสะสม" ซึ่งเป็นของเสียที่ไปอุดตันระบบการไหลเวียน ทำให้เกิดอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย ตัวบวมน้ำ ถ่ายเหลว หรือรู้สึกหนักอึ้งตามเนื้อตัวเหมือนแบกของหนักตลอดเวลา

✅ คำตอบที่แท้จริงคือ: หยุดทรมานระบบย่อย แล้วซ่อมแซมจากภายใน
การมีหุ่นที่สวยงามหรือจบการแข่งขันได้ ไม่ได้แปลว่าสุขภาพภายในจะแข็งแรงเสมอไป หากร่างกายส่งสัญญาณประท้วงด้วยความอ่อนเพลียหรือระบบย่อยรวน การฝืนอัดโปรตีนต่อหรือไปโหมซ้อมซ้ำ จะยิ่งทำให้ระบบภายในพังทลายลงไปอีก

การฟื้นฟูที่ถูกต้อง ต้องเริ่มจากการลดความตึงเครียดของร่างกายลง ให้แพทย์ประเมินความพร่องที่แท้จริง และใช้ยาสมุนไพรจีนเข้าไปจัดการปัญหาที่ต้นเหตุ คือการสลายความชื้นสะสม บำรุงม้ามให้กลับมาย่อยอาหารได้ดีและเติมชี่และหยินที่สูญเสียไปกับเหงื่อ ให้กลับมาเต็มอีกครั้ง

เมื่อระบบภายในกลับมาสมดุล ร่างกายถึงจะพร้อมกลับไปรับการฝึกซ้อมและดูดซึมสารอาหารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องแลกกับสุขภาพที่พังทลายครับ

#สายฟิตเนส #เวทเทรนนิ่ง #วิ่งมาราธอน #โปรตีนสูง #โลว์คาร์บ #ระบบย่อยพัง #ความอ่อนเพลีย #นอนไม่หลับ #ยาจีน #แพทย์แผนจีน

28/03/2026

วันอาทิตน์ที่ 29 มีนาคม 2569
วันอาทิตน์ที่ 5 เมษายน 2569
คลินิกหยุดเชงเม้งครับ

‘‘The Fatigue Pandemic’ วิกฤตความเหนื่อยล้าเรื้อรัง... อาการ "นอนเท่าไหร่ก็ไม่หายเหนื่อย" ที่การอัดกาแฟ ออกกำลังกาย หรือ...
28/03/2026

‘‘The Fatigue Pandemic’ วิกฤตความเหนื่อยล้าเรื้อรัง... อาการ "นอนเท่าไหร่ก็ไม่หายเหนื่อย" ที่การอัดกาแฟ ออกกำลังกาย หรือแม้แต่ "ฝังเข็ม" ก็ช่วยไม่ได้

เคยเป็นไหมครับ... "นอนเท่าไหร่ก็ไม่หายเหนื่อย" เสาร์อาทิตย์สลบเป็นตาย หวังจะชดเชยหนี้การนอน แต่พอเช้าวันจันทร์ก็ยังลากร่างไปทำงานไม่ไหว ต้องอัดอเมริกาโน่เพื่อเปิดสวิตช์สมอง ตกบ่ายเริ่มโหลดก็ต้องพึ่งชานมไข่มุกอีกรอบ

ถ้าวงจรชีวิตคุณเป็นแบบนี้ ร่างกายไม่ได้แค่ต้องการการพักผ่อนธรรมดา แต่มันกำลังฟ้องว่าคุณอยู่ในภาวะ ‘The Fatigue Pandemic’ หรือ วิกฤตความเหนื่อยล้าเรื้อรัง

หลายคนโหมงานหนัก อดนอน และแบกความเครียด โดยบอกตัวเองว่า "ขออีกนิด" "เสร็จงานนี้ค่อยพัก" แต่ทว่าขีดจำกัดของร่างกายไม่มีคำว่ารอ การฝืนจนเกินลิมิตมักจบลงที่อาการ "เหนื่อยจนตาย" หรือภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Death) ซึ่งพบได้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ ในวัยทำงานปัจจุบัน ความสำเร็จที่แลกมาด้วยลมหายใจสุดท้าย คือการลงทุนที่ขาดทุนย่อยยับที่สุด

ทำไม "นอนเท่าไหร่ก็ไม่หายเหนื่อย"? และความจริงของคาเฟอีน
ในทางแพทย์แผนจีน อาการนอนชาร์จแบตไม่เข้า เกิดจากภาวะ "ชี่และเลือดพร่องขั้นสุด" หรือทุนสำรองในร่างกายคุณถูกเผาผลาญจนเกลี้ยง
ส่วนกาแฟ 3-4 แก้วต่อวัน ไม่ได้สร้าง "พลังงาน" แต่มันไปบล็อกสมองไม่ให้รับรู้ความเหนื่อย และไปเค้นพลังงานจากไตและตับออกมาใช้ล่วงหน้า นี่คือการ "กู้หนี้ยืมสิน" ของร่างกาย พอทุนสำรองหมดเกลี้ยง ร่างกายก็จะชัตดาวน์ไปดื้อๆ

คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเหนื่อย 2 ข้อนี้ ซึ่งยิ่งทำยิ่งพัง:

❌ เข้าใจผิดที่ 1: "เหนื่อยเพราะไม่ฟิต ต้องไปออกกำลังกายสิ"
นี่คือตรรกะที่อันตรายมาก ถ้าร่างกายคุณเปรียบเหมือนมือถือที่แบตเตอรี่เหลือ 5% การฝืนไปวิ่งหนักๆ หรือยกเวท ไม่ได้ช่วยชาร์จแบต แต่มันคือการเค้นพลังชีวิตออกมาใช้ ร่างกายที่พร่องอยู่แล้ว พอไปกระตุ้นแรงๆ มันก็ช็อตและเสี่ยงต่อน็อกกลางอากาศ

❌ เข้าใจผิดที่ 2: "เพลียจัดๆ รีบไปจองคิวฝังเข็มชาร์จแบตดีกว่า"
หลายคนที่เดินเข้ามาหาผมที่คลินิกด้วยสภาพร่างพัง หวังจะได้นอนเตียงฝังเข็มกระตุ้นให้หายเพลีย แต่พอผมจับชีพจรประเมินแล้ว ถูกผมปฏิเสธด้วยเหตุผล "ร่างกายคุณอ่อนแอเกินไป"

หลายคนอาจงง

แต่นี่คือข้อเท็จจริงทางคลินิกที่คลินิกพาณิชย์หลายแห่งไม่ยอมบอกคุณ... "ถ้าร่างกายคุณพร่องจัด การฝังเข็มจะยิ่งทำให้คุณแย่ลง" เพราะกลไกของการฝังเข็มคือการ "ดึงพลังงานที่มีอยู่แล้ว" มาหมุนเวียนและทะลวงจุดที่อุดตัน มันไม่ได้สร้างพลังงานขึ้นมาใหม่จากความว่างเปล่า ถ้าแบตคุณเหลือ 1% การฝังเข็มก็เหมือนการฝืนเปิดแอปพลิเคชันหนักๆ ท้ายที่สุดคุณจะยิ่งเพลีย หน้ามืด หรือวูบคาเตียงได้

✅ คำตอบที่แท้จริงคือ: หยุดกู้ยืม แล้วเริ่ม "เติมทุนสำรอง"
เมื่อระบบภายในเสื่อม ทุนสำรองร่อยหรอ สิ่งแรกที่คุณต้องทำไม่ใช่การฝืนเคลื่อนพลังงาน แต่คือการ "เติมวัตถุดิบ" เข้าไปสร้างใหม่

การใช้ยาสมุนไพรจีนที่จัดเฉพาะบุคคล คือการส่งสารอาหารและฤทธิ์ยาเข้าไปซ่อมแซมตับ ม้าม และไตโดยตรง เหมือนการการเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่ให้ร่างกายอย่างแท้จริง เมื่อกินยาจีนจนแบตเตอรี่เริ่มมีกำลังกลับมาที่ 40-50% แล้ว ถึงตอนนั้นหากยังมีความเครียดสะสมหรือเส้นลมปราณอุดตัน จึงจะพิจารณาใช้ "การฝังเข็ม" เข้ามาช่วยปรับสมดุลเป็นสเตปต่อไป

ความเหนื่อยล้าเรื้อรังไม่ใช่เรื่องปกติที่คุณต้องทนแบกรับ และไม่สามารถแก้ได้ด้วยการฝืนทำหัตถการผิดเวลา ถ้าร่างกายส่งสัญญาณว่าชาร์จแบตไม่เข้า สิ่งแรกที่ควรทำคือพบแพทย์เพื่อประเมินความพร้อม ไม่ใช่การพุ่งไปฝังเข็มตามใจชอบ เพราะการรักษาที่ถูกต้องต้องเริ่มจากการเติมทุนสำรองด้วยยาจีนให้ตรงกับอาการของคุณครับ

#ความเหนื่อยล้าเรื้อรัง #ออฟฟิศซินโดรม #ทำงานหนัก #ติดกาแฟ #ยาจีน #แพทย์แผนจีน #ฝังเข็ม #แมะชีพจร

41 ปี กับคำว่า "เหนื่อยจนตาย"... บทเรียนราคาแพงจาก "จางเสวี่ยเฟิง" ที่คนบ้างานต้องอ่านเมื่อวานนี้ มีข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทื...
26/03/2026

41 ปี กับคำว่า "เหนื่อยจนตาย"... บทเรียนราคาแพงจาก "จางเสวี่ยเฟิง" ที่คนบ้างานต้องอ่าน

เมื่อวานนี้ มีข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปทั้งโซเชียลจีน คือการจากไปอย่างกะทันหันของ "จางเสวี่ยเฟิง" อินฟลูเอนเซอร์สายการศึกษาชื่อดังที่มีผู้ติดตามกว่า 50 ล้านคน เขาจากไปด้วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Death) ในวัยเพียง 41 ปี

ภาพสุดท้ายในโซเชียล คือผู้ชายที่ดูแข็งแรง วิ่งออกกำลังกาย ไลฟ์สดส่งพลังให้ผู้คน และทำงานหนักราวกับเครื่องจักรที่ไม่เคยหยุดพัก แต่สุดท้าย "หัวใจ" ที่แบกความหวังของคนนับล้าน ก็หยุดเต้นลงกะทันหัน ในทางการแพทย์แผนปัจจุบันคือหัวใจวาย แต่คนทำงานทุกคนรู้ดี... นี่คืออาการของคนที่ "เหนื่อยจนตาย"

สำหรับคนจีน คุณจางไม่ใช่แค่ติวเตอร์ แต่เขาคือ "เข็มทิศ" ที่ชี้ชะตาอนาคตเด็กจีนนับล้าน ตัวเขาเองกลายเป็นทรัพย์สินที่แพงที่สุด และ "แทนที่ไม่ได้" ในบริษัทที่เขาสร้างขึ้นมา

แต่วันนี้ ชีวิตของเขากลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุด ที่เตือนสติคนทำงานยุคนี้ครับ:

1. ขีดจำกัดของร่างกาย ไม่มีคำว่า "รอ"
เรามักหลอกตัวเองเสมอว่า "ขออีกนิด" "จบโปรเจกต์นี้ค่อยพัก" "หาเงินอีกหน่อยค่อยดูแลตัวเอง" แต่ร่างกายคนเราไม่ใช่เครื่องจักรที่เปลี่ยนอะไหล่ได้

ในมุมมองแพทย์แผนจีน "หัวใจ" คือจักรพรรดิของร่างกาย การโหมงานหนัก อดนอน และแบกความเครียดมหาศาล คือการเผาผลาญพลังงาน (ชี่) และเลือดสำรองในร่างกายไปใช้ล่วงหน้า พอถึงจุดที่ทุนสำรองหมดเกลี้ยง... อย่างที่ผมมักจะบอกคนไข้เสมอครับว่า "เครียดมากๆ ฝืนมากๆ ถึงจุดนึงร่างกายมันก็ระเบิด" และการระเบิดครั้งนี้ มันไม่มีโอกาสให้แก้ตัว

2. ออกกำลังกาย "ชดเชย" การพักผ่อนไม่ได้
หลายคนคิดว่าทำงานหนักแล้ว แค่ไปวิ่งหรือเข้าฟิตเนสก็ถือว่าดูแลสุขภาพแล้ว ภาพสุดท้ายของคุณจางที่กำลังวิ่งออกกำลังกายบอกเราชัดเจนครับ ถ้าร่างกายคุณกำลังพังจากการอดนอนและเครียดสะสม การฝืนไปออกกำลังกายหนักๆ ไม่ใช่การชาร์จแบต แต่คือการ "รีดพลังงาน" ที่เหลือน้อยนิดให้หมดเกลี้ยงเร็วกว่าเดิม ร่างกายที่พร่องอยู่แล้ว พอไปกระตุ้นแรงๆ มันก็ช็อตและหยุดทำงานกะทันหันครับ

3. ความเก่งที่ไม่มีตัวตายตัวแทน คือ "ความเสี่ยง"
ถ้าธุรกิจของคุณเดินหน้าต่อไม่ได้เมื่อขาดคุณไป คุณไม่ได้กำลังเป็นเจ้าของธุรกิจครับ... คุณกำลังเป็น "ทาส" ของระบบที่ตัวเองสร้างขึ้นมาต่างหาก ธุรกิจที่ยอดเยี่ยมที่สุด ไม่ใช่ธุรกิจที่ทำเงินได้มากที่สุดในวันที่เราอยู่ แต่คือธุรกิจที่ "รันต่อได้แม้ไม่มีเรา"

ในฐานะหมอที่เจอคนไข้กลุ่มวัยทำงานและเจ้าของธุรกิจทุกวัน ผมเข้าใจดีครับว่าการ "หยุดพัก" มันทำใจยาก บางคนแบกภาระไว้จนไม่กล้าแม้แต่จะคิดหยุด

แต่เหตุการณ์นี้คือเสียงเตือนที่ดังที่สุดว่า... "ความสำเร็จที่แลกมาด้วยลมหายใจสุดท้าย คือการลงทุนที่ขาดทุนย่อยยับที่สุด"

จงรักและมุ่งมั่นในเป้าหมายของคุณได้เต็มที่ครับ แต่อย่าลืม "เมตตา" ต่อร่างกายและหัวใจของตัวเองด้วย เพราะสุดท้าย ทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดในชีวิต... ก็คือตัวคุณเองครับ

ใครที่รู้ตัวว่าตึงเกินไปแล้ว สัญญาณเตือนเริ่มมา (นอนไม่หลับ แน่นหน้าอก ปวดตึงเรื้อรัง) หาเวลาแวะมาพักเบรก ปรับสมดุลร่างกายกันบ้างนะครับ อย่ารอให้ถึงวันที่ร่างกายบังคับให้คุณต้องหยุดพักถาวรเลย

#จางเสวี่ยเฟิง #ทำงานหนัก #ออฟฟิศซินโดรม #เหนื่อยจนตาย #ออกกำลังกาย #ความเครียด #ดูแลสุขภาพ #แพทย์แผนจีน #ฝังเข็ม

24 มีนาคม: วันวัณโรคโลกหลายคนกินยาฆ่าเชื้อจนครบโดส เชื้อวัณโรคตายหมดแล้ว... แต่ทำไมยังไอแห้งเรื้อรัง เหนื่อยง่าย และร่าง...
24/03/2026

24 มีนาคม: วันวัณโรคโลก

หลายคนกินยาฆ่าเชื้อจนครบโดส เชื้อวัณโรคตายหมดแล้ว... แต่ทำไมยังไอแห้งเรื้อรัง เหนื่อยง่าย และร่างกายทรุดโทรมไม่เหมือนเดิม?

ในทางแพทย์จีน วัณโรคเปรียบเสมือน "ไฟ" ที่เผาผลาญสารน้ำในปอดจนแห้งกรอบแม้ไฟดับ แต่ความเสียหายยังอยู่

แพทย์ปัจจุบันมีหน้าที่ฆ่าเชื้อ แต่ การแพทย์แผนจีนมีหน้าที่ "ซ่อมแซมและฟื้นฟู" ครับ เราใช้สมุนไพรจีนและการฝังเข็มเพื่อเติมความชุ่มชื่นให้ปอด และฟื้นฟูชี่ให้กลับมาแข็งแรง

#วันวัณโรคโลก #แพทย์แผนจีน #ฟื้นฟูปอด #ไอเรื้อรัง

ข่าวดีสายเนื้อ! กิน "เนื้อแดง" ป้องกันสมองเสื่อมได้จริงหรือ? เจาะลึกมุมมองยีนฝรั่ง vs สมดุลของธาตุแพทย์จีน ช่วงนี้หลายคน...
23/03/2026

ข่าวดีสายเนื้อ! กิน "เนื้อแดง" ป้องกันสมองเสื่อมได้จริงหรือ? เจาะลึกมุมมองยีนฝรั่ง vs สมดุลของธาตุแพทย์จีน

ช่วงนี้หลายคนน่าจะเห็นข่าวที่คุณมณฑล จิรา หันมาทานเนื้อแดงบ่อยขึ้น จนมีคำถามตามมาว่า "อ้าว กินเนื้อแดงมันดีต่อสุขภาพจริงๆ หรือ? ทำไมไม่เน้นผักปลาล่ะ?"

ล่าสุดมีงานวิจัยจากสวีเดน (ติดตามคนกว่า 1,600 คน นาน 15 ปี) ออกมาเปิดมุมมองใหม่ที่น่าสนใจมากครับ งานวิจัยนี้พบว่า "คนที่มียีนเสี่ยงสมองเสื่อม (APOE ε4) หากกินเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อแดงแบบไม่แปรรูป กลับมีการเสื่อมของสมองช้ากว่า และความจำดีกว่าในระยะยาว!" นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า ยีนตัวนี้อาจเป็น "ยีนโบราณ" สมองของคนกลุ่มนี้จึงถูกออกแบบมาให้ดึงพลังงานจากโปรตีนและไขมันสัตว์ไปใช้ได้ดีเป็นพิเศษ พูดง่ายๆ คือ สมองบางคนอาจชอบสเต็กมากกว่าสลัดนั่นเองครับ นี่คือแนวคิดของ Precision Nutrition หรือ อาหารเฉพาะบุคคล

ทีนี้ เราลองมาดู มุมมองของการแพทย์แผนจีน กันบ้างครับ ว่าเห็นด้วยหรือมองต่างมุมอย่างไร?

1. มุมมองที่สอดคล้องกัน: "เนื้อแดงคือสุดยอดอาหารบำรุงชี่และเลือด"
ในตำราแพทย์จีน เนื้อแดง (เช่น เนื้อวัว) มีฤทธิ์อุ่น รสหวาน สรรพคุณหลักคือ "บำรุงชี่และเลือด" และบำรุงม้ามกระเพาะ สำหรับคนที่มีธาตุเย็น เลือดจาง อ่อนเพลียง่าย การทานเนื้อแดงคือการเติมพลังงานชั้นดี ซึ่งเมื่อชี่และเลือดอุดมสมบูรณ์ เลือดก็สามารถสูบฉีดขึ้นไปหล่อเลี้ยงสมองได้เต็มที่ สมองจึงทำงานได้ดีและเสื่อมช้าลงครับ

2. มุมมองที่ต่างออกไป: "ไม่ใช่ทุกคนที่ควรกินเนื้อแดง"
แม้งานวิจัยตะวันตกจะบอกว่าขึ้นอยู่กับ "ยีน" แต่แพทย์จีนมองไปที่ "ระบบย่อยและของเสียสะสม" ครับ

เนื้อแดงย่อยยาก: เนื้อสัตว์มีฤทธิ์เหนียวหนืด หากคนไข้มีภาวะ "ม้ามและกระเพาะอ่อนแอ" ย่อยอาหารไม่ดี การฝืนกินเนื้อแดงเยอะๆ จะทำให้เกิดอาหารตกค้าง กลายเป็นความชื้นและเสมหะสะสมในร่างกาย

ระวังเสมหะอุดกั้นทวารสมอง: ในทางแพทย์จีน ภาวะสมองเสื่อมหรือหลงลืม มักมีสาเหตุหลักมาจาก "เสมหะ" (ของเสียจากระบบย่อย) ที่ลอยขึ้นไปอุดตันเส้นลมปราณที่สมอง ดังนั้น หากคนที่มีภาวะร้อนใน เสมหะเยอะ หรือความดันสูง ไปโหมกินเนื้อแดงตามงานวิจัย กลับจะยิ่งทำให้ไฟลุก เสมหะอุดตัน และอาจส่งผลเสียต่อสมองได้ครับ

ร่างกายปรับเปลี่ยนสมดุลได้ ไม่ได้ถูกล็อคตายตัวด้วยยีน!

การแพทย์ตะวันตกเริ่มพูดถึงการเจาะเลือดตรวจ DNA เพื่อหาอาหารที่เหมาะสม ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เรารู้สึกว่า “เกิดมามียีนแบบนี้ ก็ถูกกำหนดมาให้เป็นแบบนี้ไปตลอดชีวิต”

แต่ในมุมมองของการแพทย์แผนจีน ร่างกายมนุษย์คือ "พลวัต (Dynamic) ที่ปรับเปลี่ยนสมดุลได้เสมอ" เราไม่ได้มองว่าร่างกายที่เกิดมา "พร่อง" จะต้องตกอยู่ในสภาวะนั้นไปตลอดกาล เราสามารถใช้ศาสตร์แพทย์จีนและการเลือกทานอาหารให้ตรงกับภาวะเพื่อฟื้นฟูระบบที่บกพร่อง เติมเต็มสิ่งที่ขาด และระบายของเสียที่ตกค้างออกไปได้

สรุปสั้นๆ สำหรับสายเนื้อ:
ถ้าวันนี้คุณกินเนื้อแดงแล้วรู้สึกย่อยยาก อึดอัดตัว ท้องอืด ไม่ได้แปลว่าชาตินี้คุณจะกินไม่ได้อีกเลยนะครับ! แต่มันเป็นสัญญาณเตือนว่าระบบย่อยคุณกำลังอ่อนล้า แค่เรามาปรับสมดุล ฟื้นฟูกระเพาะและม้ามให้กลับมาแข็งแรง คุณก็สามารถกลับมาทานอาหารที่ชอบในปริมาณที่พอดี (~700-800 กรัม/สัปดาห์ / เลี่ยงเนื้อแปรรูปและปิ้งย่างไหม้เกรียม) และดึงประโยชน์ของมันไปบำรุงสมองได้อย่างเต็มที่ครับ

สุขภาพที่ดีไม่มีสูตรสำเร็จแบบ One-size-fits-all ร่างกายของคุณสามารถซ่อมแซมและกลับมาอยู่ในจุดที่สมดุลที่สุดได้เสมอครับ 😊

#สายเนื้อ #สมองเสื่อม #อัลไซเมอร์ #เนื้อแดง #แพทย์แผนจีน #ปรับสมดุลธาตุ #อาหารเป็นยา #ฝังเข็ม

เป็น "หอบหืด" แต่จบเรซสุดโหดอย่าง HYROX ได้! ถอดบทเรียนจาก "ณเดชน์" ที่พิสูจน์ว่า ข้อจำกัดของร่างกาย... ข้ามได้ถ้าดูแลถู...
21/03/2026

เป็น "หอบหืด" แต่จบเรซสุดโหดอย่าง HYROX ได้! ถอดบทเรียนจาก "ณเดชน์" ที่พิสูจน์ว่า ข้อจำกัดของร่างกาย... ข้ามได้ถ้าดูแลถูกวิธี 🏃‍♂️💨

หลายคนที่มีโรคประจำตัวอย่าง "โรคหอบหืด" มักจะถูกปลูกฝังความเชื่อที่ว่า “ห้ามเหนื่อย ห้ามออกกำลังกายหนัก ให้นั่งพักเฉยๆ” แต่ภาพของคุณณเดชน์ คูกิมิยะ ที่สามารถลงแข่งขันและจบเรซความฟิตระดับโลกอย่าง HYROX ได้นั้น เป็นการทลายมายาคติข้อนี้ไปจนหมดสิ้นครับ!

ในทางการแพทย์ ผู้ป่วยหอบหืด "สามารถและควร" ออกกำลังกายครับ เพราะเมื่อลมปราณ ได้เคลื่อนไหวและกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น การรับมือกับโรคก็จะดีตามไปด้วย แต่หัวใจสำคัญคือการ "เตรียมร่างกายให้พร้อม" ทั้งโครงสร้างภายนอกและระบบภายใน

เคล็ดลับการก้าวข้ามข้อจำกัดร่างกาย มี 2 มิติที่ต้องดูแลไปพร้อมกันครับ:

1. ปลดล็อกโครงสร้างกล้ามเนื้อทรวงอก (มิติสรีระ)
เวลาที่เรามีอาการหอบเหนื่อยหรือหายใจไม่เต็มอิ่ม ร่างกายมักจะดึง "กล้ามเนื้อคอบ่าไหล่" มาช่วยทำงานเพื่อยกซี่โครงและดึงอากาศเข้าปอด พอนานวันเข้า กล้ามเนื้อบริเวณทรวงอกและบ่าจะหดเกร็ง ไหล่ห่อ หลังค่อม ทำให้กระบังลมขยายตัวได้ไม่เต็มที่

การดูแล: การคลายปมกล้ามเนื้อที่หดรั้งบริเวณบ่าและหน้าอก พร้อมกับยืดเหยียดจัดระเบียบโครงสร้างร่างกายให้ตั้งตรง จะช่วยเปิดพื้นที่ให้ปอดขยายตัวรับออกซิเจนได้ 100% ครับ

️ 2. บำรุง "ปอด" และ "ไต" รากฐานของลมหายใจ (มิติแพทย์แผนจีน)
แพทย์จีนมีหลักการสำคัญว่า "ปอดเป็นผู้สูดลมหายใจ แต่ไตเป็นผู้ดึงรั้งลม
คนที่หอบเหนื่อยง่าย ทำกิจกรรมหนักๆ ไม่ค่อยไหว มักมีภาวะ "ชี่ปอดและไตพร่อง" ทำให้พลังงานไม่พอใช้ หรือมี "เสมหะความชื้น" แฝงอยู่จนอุดกั้นหลอดลม

การดูแล: การฝังเข็ม ครอบแก้ว และทานยาสมุนไพรจีน จะเข้าไปช่วยเสริมพลังชี่ให้ปอดและไตแข็งแรงขึ้น พร้อมทั้งสลายเสมหะที่อุดตัน ทะลวงเส้นลมปราณให้การหายใจโล่งและลึกกว่าเดิม

💡 ข้อแนะนำสำหรับคนมีโรคประจำตัวที่อยากเริ่มฟิตร่างกาย:

ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ: เพื่อประเมินว่าโรคอยู่ในระยะสงบ และต้องเตรียมยาพ่นขยายหลอดลมติดตัวไว้ตลอดเวลา

Warm-up ให้นานกว่าปกติ: ร่างกายผู้ป่วยหอบหืดต้องใช้เวลาปรับตัวนานกว่าคนทั่วไป ควรค่อยๆ ขยับร่างกายเพื่อให้หลอดลมและลมปราณเปิดรับออกซิเจน

เลี่ยงน้ำเย็นจัดหลังออกกำลังกาย: ความเย็นจะเข้าไปทำร้ายชี่ของปอดและกระเพาะโดยตรง แนะนำให้จิบน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นแทนครับ

ร่างกายมนุษย์ซ่อนศักยภาพไว้มากกว่าที่เราคิดครับ ขอแค่เรา "เข้าใจกลไกกล้ามเนื้อ" และ "ปรับสมดุลภายใน" ให้ถูกจุด โรคประจำตัวก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะหยุดเราจากการมีสุขภาพที่ดีครับ

ใครที่มีอาการหายใจไม่สุด หอบเหนื่อยง่าย หรือปวดตึงกล้ามเนื้อจากการหายใจผิดจังหวะ ทักมาพูดคุยประเมินอาการกันได้เลยนะครับ 😊

#ณเดชน์ #โรคหอบหืด #ออกกำลังกาย #แพทย์แผนจีน #ฝังเข็ม #ครอบแก้ว #คลายกล้ามเนื้อ #ปรับสมดุลร่างกาย

20 มีนาคม วันความสุขสากล (International Day of Happiness) 🌻 แต่อยู่ๆ ก็รู้สึก "ยิ้มไม่ออก" ...ร่างกายกำลังบอกอะไรเรา?วัน...
20/03/2026

20 มีนาคม วันความสุขสากล (International Day of Happiness) 🌻 แต่อยู่ๆ ก็รู้สึก "ยิ้มไม่ออก" ...ร่างกายกำลังบอกอะไรเรา?

วันนี้เป็นวันความสุขสากล และยังตรงกับวันศุกร์สุดสัปดาห์ที่หลายคนรอคอย แต่เคยสังเกตตัวเองไหมครับว่า... บางช่วงชีวิตเราไม่ได้มีเรื่องเศร้าคอขาดบาดตายอะไร แต่กลับรู้สึก "ไม่มีความสุข" หงุดหงิดง่าย ถอนหายใจบ่อย รู้สึกโหวงๆ ในใจ หรือแค่เห็นอะไรขัดตานิดเดียวก็พร้อมจะปรี๊ดแตก

อย่าเพิ่งคิดว่าตัวเองเป็นคนคิดลบนะครับ เพราะในมุมมองของแพทย์แผนจีน ) "อารมณ์" ไม่ได้เกิดจากความคิดเพียงอย่างเดียว แต่ถูกควบคุมโดย "อวัยวะภายใน" ครับ ความสุขที่หายไป อาจมาจาก 2 อวัยวะนี้กำลังประท้วงอยู่:

🌱 1. "ลมปราณตับอุดกั้น" : ตัวขโมยความสดใส
แพทย์จีนเปรียบ "ตับ" เป็นเหมือนแม่ทัพที่คอยจัดระเบียบให้พลังงาน และอารมณ์ไหลเวียนไปทั่วร่างกายอย่างราบรื่น
แต่เมื่อเราใช้ชีวิตเร่งรีบ กดดัน เก็บกดความรู้สึก หรือพักผ่อนไม่พอ พลังงานตับจะเดินไม่สะดวกและเกิดการ "อุดกั้น"
อาการที่ฟ้อง: คุณจะเริ่มถอนหายใจบ่อยๆ รู้สึกแน่นหน้าอก หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน (โดยเฉพาะช่วงก่อนมีประจำเดือน) เหมือนมีอะไรมากระจุกอยู่ที่คอหรือกลางอก... นี่แหละครับคือสาเหตุที่ทำให้เรา "ยิ้มไม่ออก" แบบไม่มีเหตุผล

❤️ 2. "หัวใจขาดการหล่อเลี้ยง" : ใจที่ไร้ที่พึ่ง
"หัวใจเป็นที่อยู่ของจิต " ถ้าตับคือคนคุมอารมณ์ หัวใจก็คือบ้านของจิตวิญญาณความเบิกบานครับ
เมื่อเราใช้ความคิดหนักเกินไป ร่างกายจะดึงเลือดไปเลี้ยงสมองจนลืมบำรุงหัวใจ เมื่อบ้านของจิตแห้งแล้ง ความเบิกบานใจก็หายไป
อาการที่ฟ้อง: รู้สึกใจหวิวๆ ขี้หลงขี้ลืม นอนไม่หลับ หลับตื้น ฝันเยอะ และตื่นมาด้วยความรู้สึกไม่สดชื่น ไม่กระตือรือร้นกับสิ่งที่เคยชอบทำ

ทวงคืน "ความสุข" จากภายใน ไม่ต้องรอปัจจัยภายนอก

ความสุขทางใจ เริ่มต้นได้จากการมีระบบภายในที่ไหลเวียนดีครับ

การปรับสมดุลในทางคลินิก เราจะไม่ได้รักษาแค่อาการหงุดหงิด แต่เราจะไปแก้ที่ต้นทาง:

การฝังเข็ม : เป็นเหมือนการ "เปิดสวิตช์" ทะลวงลมปราณตับที่อุดตันให้กลับมาไหลลื่น (เมื่อชี่เดิน อารมณ์ก็ปลอดโปร่ง) พร้อมกับกระตุ้นฮอร์โมนแห่งความสุขตามธรรมชาติ

ยาสมุนไพรจีน: เป็นตัวช่วยชั้นดีในการ "บำรุงเลือดและสงบจิตใจ" เติมความชุ่มชื้นให้หัวใจกลับมาแข็งแรง

วันความสุขสากลปีนี้ ลองกลับมาสำรวจร่างกายและจิตใจของตัวเองดูนะครับ ถ้าช่วงไหนรู้สึกหนักอึ้งเกินไป อนุญาตให้ตัวเองได้พักผ่อน สูดหายใจลึกๆ ดื่มน้ำอุ่นๆ หรือหาเวลามาปรับสมดุลร่างกายดูบ้าง

เพราะร่างกายที่สมดุล คือจุดเริ่มต้นของ "ความสุข" ที่ยั่งยืนที่สุดครับ 😊

เย็นนี้ใครมีแพลนไปฮีลใจ ทำอะไรให้ตัวเองมีความสุขบ้าง พิมพ์มาแชร์กันได้นะครับ!

#วันความสุขสากล #ความเครียด #ตับชี่อุดกั้น #อารมณ์แปรปรวน #แพทย์แผนจีน #ฝังเข็ม #สมดุลฮอร์โมน

อากาศร้อน ข่าวเครียด ของแพง... ระวังร่างกายประท้วงด้วยอาการ "ร้อนใน-ปวดตึงคอบ่า" แบบไม่รู้ตัว! ช่วงนี้ใครรู้สึกว่าตัวเอง...
17/03/2026

อากาศร้อน ข่าวเครียด ของแพง... ระวังร่างกายประท้วงด้วยอาการ "ร้อนใน-ปวดตึงคอบ่า" แบบไม่รู้ตัว!

ช่วงนี้ใครรู้สึกว่าตัวเองหงุดหงิดง่ายกว่าปกติ ปวดคอบ่าไหล่บ่อยขึ้น นอนหลับไม่สนิท หรือตื่นมาแล้วรู้สึกเพลียๆ ทั้งที่ไม่ได้ทำงานหนักอะไรมากมายบ้างครับ?

อย่าเพิ่งโทษตัวเองว่าคิดมากไปเองนะครับ เพราะสภาพแวดล้อมในตอนนี้ ทั้งอากาศที่ร้อนจัด ข่าวสารตึงเครียด และเรื่องเศรษฐกิจ ล้วนส่งผลกระทบต่อร่างกายของเราโดยตรง ทั้งในมุมทางกายภาพและแพทย์แผนจีนครับ

เมื่ออากาศร้อนจัด = เผาผลาญสารน้ำหล่อเลี้ยง
ในทางแพทย์จีน อากาศร้อนคือความร้อนจากภายนอกที่เข้ามากระทบและเผาผลาญ "สารน้ำ " ในร่างกาย ทำให้เราเกิดอาการคอแห้ง หิวน้ำบ่อย ผิวแห้ง และที่สำคัญคือ ทำให้เลือดข้นหนืดขึ้น การไหลเวียนเลือดจึงทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร

ข่าวเครียด/เศรษฐกิจ = กล้ามเนื้อเกร็ง & ลมปราณอุดกั้น
เวลาที่เราเสพข่าวเครียดๆ หรือกังวล ร่างกายจะเข้าสู่โหมดพร้อมรบ (Fight or Flight) โดยอัตโนมัติ:

ในมุมกายภาพ: สมองจะสั่งให้กล้ามเนื้อคอบ่าไหล่และฐานกะโหลก "หดเกร็ง" เพื่อเตรียมรับมือกับอันตราย แม้จะนั่งอยู่เฉยๆ พอนานเข้าก็กลายเป็นปวดตึงเรื้อรัง ร้าวขึ้นขมับ

มุมมองแพทย์จีน: ความเครียดอัดอั้นจะทำให้ลมปราณของ "ตับ" ที่คุมอารมณ์ ให้เดินไม่สะดวก เกิดภาวะ "อุดกั้น" นานวันเข้าก็เปลี่ยนเป็น "ไฟ" ลอยขึ้นเบื้องบน ทำให้ปวดหัว หงุดหงิดง่าย และนอนไม่หลับ

และเมื่อ "ร้อนนอก" มาเจอกับ "เครียดใน" ร่างกายจึงรวนง่ายกว่าปกติครับ

เราอาจจะเปลี่ยนสภาพอากาศหรือเศรษฐกิจไม่ได้ แต่เราสามารถช่วยให้ร่างกายรับมือกับความเครียดเหล่านี้ได้ดีขึ้นครับ เริ่มง่ายๆ จากการดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อลดความร้อน ลดการเสพข่าวช่วงก่อนนอน และหมั่นยืดเหยียดคอบ่าไหล่ระหว่างวัน

แต่ถ้าใครรู้สึกว่าปวดตึงเรื้อรังจนรบกวนการใช้ชีวิต หรือมีภาวะร่างกายเสียสมดุลไปแล้ว การใช้วิธีฝังเข็มคลายกล้ามเนื้อชั้นลึก และปรับสมดุลด้วยยาจีนเพื่อ "ระบายไฟตับและเติมสารน้ำ" ก็สามารถเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ร่างกายกลับมาตั้งหลักได้เร็วขึ้นครับ

ช่วงนี้ดูแลสุขภาพใจแล้ว อย่าลืมดูแลสุขภาพกายกันด้วยนะครับ ใครกำลังมีอาการแบบนี้อยู่ พิมพ์พูดคุยหรือปรึกษาอาการกันใต้โพสต์ได้เลยครับ 😊

#ออฟฟิศซินโดรม #ความเครียด #อากาศร้อน #ปวดคอบ่าไหล่ #แพทย์แผนจีน #ฝังเข็ม

เสียง “วี้ด” ในหู หรือเป็นเสียงเตือนจากร่างกายที่เรามองข้าม?หลายคนเคยเจอ... ตอนกลางวันอาจไม่ค่อยรู้สึก แต่พอห้องเงียบ เส...
15/03/2026

เสียง “วี้ด” ในหู หรือเป็นเสียงเตือนจากร่างกายที่เรามองข้าม?

หลายคนเคยเจอ... ตอนกลางวันอาจไม่ค่อยรู้สึก แต่พอห้องเงียบ เสียง “วี้ดดด” หรือ “ตุบ...ตุบ...” ก็ดังขึ้น

พอไปตรวจหูคอจมูกแล้วพบว่า “หูปกติ” ก็มักได้คำตอบว่าเป็นเพราะ “ประสาทหูเริ่มเสื่อม” แล้วก็ต้องทนรำคาญต่อไป...

แต่ในมุมมองของการแพทย์บูรณาการ เสียงในหูที่ตรวจไม่พบสาเหตุ มักเกิดจาก “เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ประสาทหูชั้นในได้ไม่ราบรื่น” ซึ่งมี 2 กลไกหลักที่เราพบเจอบ่อยในคลินิกครับ:

1. กล้ามเนื้อคอบ่าไหล่ตึงรั้ง (มุมมองโครงสร้างของร่างกาย)
คนทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ กล้ามเนื้อคอและฐานกะโหลกจะหดเกร็งจนไปกดทับหลอดเลือดและเส้นประสาทที่ส่งเลือดขึ้นหู ทำให้เซลล์รับเสียงขาดเลือด และส่งสัญญาณผิดปกติออกมาเป็นเสียงวี้ด

2. เลือดและลมปราณเสียสมดุล (มุมมองแพทย์แผนจีน)

เสียงแหลม เกิดกะทันหัน: มักมาจาก “ไฟตับพุ่ง” (เครียดจัด พักผ่อนน้อย)

เสียงต่ำ เป็นมานานเรื้อรัง: มักมาจาก “ไตพร่อง” (เลือดและพลังงานส่งไปเลี้ยงหูไม่พอ)

หลายเคสที่ได้รับการรักษา (คลายปมกล้ามเนื้อที่กดทับ + ระบายไฟตับ + บำรุงเลือด) เสียงรบกวนจะค่อยๆ เบาลง และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติครับ

ถ้าคุณกำลังเจอปัญหาแบบนี้อยู่ ลองสังเกตตัวเองดูนะครับ:

นั่งทำงานจนปวดตึงคอบ่าไหล่บ่อยไหม?

เครียดสะสม พักผ่อนไม่พอ หรือนอนดึกเป็นประจำไหม?

เสียงในหูมักจะดังขึ้นตอนที่เครียดหนักๆ หรือเหนื่อยมากๆ หรือเปล่า?

ใครมีประสบการณ์หรือกำลังทรมานกับอาการนี้ พิมพ์พูดคุยหรือสอบถามกันใต้โพสต์ได้เลยนะครับ 😊

#เสียงในหู #หูอื้อ #นอนไม่หลับ #ออฟฟิศซินโดรม #แพทย์แผนจีน

ที่อยู่

126/77 ถนนวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพ
Bangkok
10230

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 18:00
อังคาร 10:00 - 19:00
พุธ 10:00 - 19:00
ศุกร์ 10:00 - 19:00
เสาร์ 10:00 - 19:00
อาทิตย์ 10:00 - 19:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บุญธวัช คลินิก แพทย์จีนฝังเข็ม วัชรพล-รามอินทราผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง บุญธวัช คลินิก แพทย์จีนฝังเข็ม วัชรพล-รามอินทรา:

แชร์