03/01/2026
ศูนย์โอปะนะยิโกฯ ขอนำบทความสำคัญอันเป็นแนวทางทำงานให้การปรึกษาจากสมาคมจิตวิทยาการปรึกษาแห่งประเทศไทย มาฝากทุกท่านเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2569 นะคะ....
🌈🎁🌿 เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2569 สมาคมจิตวิทยาการปรึกษาแห่งประเทศไทย ได้ถอดคำกล่าวของ รองศาสตราจารย์ ดร.โสรีช์ โพธิแก้ว อดีตนายกสมาคมจิตวิทยาการปรึกษาแห่งประเทศไทย (พ.ศ.2559-2568)
จากพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติผู้มีคุณูปการต่อวิชาชีพนักจิตวิทยาการปรึกษา ในงานประชุมวิชาการและประชุมสามัญประจำปีสมาคมจิตวิทยาการปรึกษาแห่งประเทศไทย เมื่อวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568 ให้สมาชิกทุกท่านได้ทบทวนงานของจิตวิทยาการปรึกษาในการเอื้อเฟื้อประโยชน์แก่ผู้คนกันนะคะ....
ผมขอขอบคุณโอกาสอันพิเศษนี้ ที่ทางสมาคมมอบโล่แสดงความขอบคุณ ยกย่องให้เกียรติผมว่าเป็นผู้ที่มีส่วนทำให้จิตวิทยาการปรึกษาในประเทศไทยเติบโตรุ่งเรืองและก้าวหน้านะครับ
งานจิตวิทยาการปรึกษา ถ้ามองย้อนหลังนะครับ เริ่มต้นอย่างเป็นจริงเป็นจังเมื่อประมาณปี 2521 เมื่อผมเรียนจบกลับมาแล้วก็เริ่มงานที่คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ตั้งแต่นั้นมา ลูกศิษย์ลูกหาซึ่งร่วมเรียนก็ได้ช่วยกันนำงานเหล่านี้ไปเผยแพร่ เพราะฉะนั้น งานจิตวิทยาการปรึกษาในประเทศไทยนี้ ผมก็เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งที่ผลักดัน อาจจะเป็นผู้อาวุโสหรือเป็นผู้นำ แต่คนที่ออกกำลังแรงกันอย่างเยอะ ๆ ก็ได้แก่บรรดาลูกศิษย์ลูกหา และก็ลูกศิษย์ของลูกศิษย์ลูกหาซึ่งกระจายไปทั่วประเทศไทยขณะนี้ ช่วยกันทำงานนะครับ
งานการปรึกษาเริ่มต้นด้วยความรู้สึกรักในเพื่อนมนุษย์นะครับ ผมคิดว่าอันนี้เป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด ถ้าเราปราศจากความรักในเพื่อนมนุษย์แล้ว จิตวิทยาการปรึกษาก็คงไม่มีความหมายเท่าไหร่ และการจะรักในเพื่อนมนุษย์นี้ ทำให้เราสามารถที่จะยกย่องกัน ให้เกียรติกัน เหมือนที่ทุกท่านได้ยกย่องและให้เกียรติผม การยกย่องให้เกียรติก็เป็นผลมาจากความรักในเพื่อนมนุษย์ และการที่เราจะรักในเพื่อนมนุษย์ได้นี้ ถ้าเรามองไปอย่างลึกซึ้งนะครับ เราก็จะต้องรักในต้นไม้ แม่น้ำ ภูเขา แผ่นดิน เมฆ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ เพราะว่าทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียวกับคำว่าชีวิต เมื่อเรามีความรักอย่างกว้างขวางไพศาลและลึกซึ้ง เราจะลดตัวเราเองลงจนเหลือประมาณศูนย์ และเมื่อนั้นความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวงของเราเองและของเพื่อนมนุษย์นี้ ถ้าทำได้นะครับ ก็จะเหลือศูนย์
มีบทความเล็ก ๆ บทความหนึ่ง ผมคิดว่าอาจจะอยู่ในเพจของผมนะครับ ชื่อว่า 'No self, No Suffering’ ถ้าไม่มีตัวกูของกู ความทุกข์ก็จะไม่มี เขียนโดย Melvin McLeod ทัศนะอย่างนี้มีมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยท่านพุทธทาสยังดำรงชีวิตอยู่ ท่านก็มักจะบอกว่า ต้นตอของความทุกข์ทั้งปวงมาจากความเห็นแก่ตัว ซึ่งก็มาจากตัวกูของกูเท่านั้น และตัวกูของกูจะสูญสลายไป เมื่อเรามีความรักอย่างลึกซึ้งในโลก ในชีวิต และในเพื่อนมนุษย์นะครับ และผมคิดว่าเป็นหน้าที่ของนักจิตวิทยาการปรึกษาที่จะต้องศึกษาให้ลึกซึ้งจนถึงมุมนี้ ประเด็นนี้ ระดับนี้ให้ได้นะครับ
งานวิจัยต่าง ๆ ที่อยู่ในโลกจิตวิทยาการปรึกษาก็อาจจะเป็นความก้าวหน้าทางวิชาการ แต่ในแง่ของการปฏิบัติงานแล้วนั้นเป็นเรื่องของหัวใจล้วน ๆ ที่เรามีต่อเพื่อนมนุษย์ และถ้าหัวใจของเรากว้างใหญ่ไพศาล เข้มแข็งมั่นคง ด้วยความรัก ด้วยความเข้าใจ การพึ่งพาอาศัยกันของสรรพสิ่งในโลกนี้ เราจะเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาที่เก่ง มีประสิทธิภาพ มีคุณค่า และก็ทำงานได้อย่างกว้างใหญ่ไพศาลกว้างขวางที่สุด
งานเหล่านี้ความจริงก็เป็นเรื่องธรรมดาที่มีอยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคน เพราะฉะนั้น ทฤษฎีจิตวิทยาการปรึกษาทั้งหลายทั้งปวงนี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องลอยอยู่ในอากาศหรือว่ามาจากความคิดฝันของใครคนใดคนหนึ่ง แต่มาจากประสบการณ์ตรงที่ท่านเหล่านั้นมีต่อชีวิตซึ่งปรากฏอยู่เฉพาะหน้าเรา แล้วก็ความทุกข์ความสุขของเพื่อนมนุษย์ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเรา เพราะฉะนั้นนะครับ ถ้าเรารักในเพื่อนมนุษย์จนตัวเราเหลือศูนย์ เมื่อนั้นความทุกข์ของเราก็จะหมดไปเป็นอันดับที่หนึ่ง แล้วเราก็จะเข้าใจว่าต้นตอของความทุกข์ก็มาจากลึกเร้นที่อยู่ในใจของเราเองซึ่งยึดตัวเองเป็นที่ตั้งนั่นแหละครับ และถ้าเราสลายมันได้และเราก็มีช่องทางที่จะช่วยผู้อื่นสลายมันได้ เราก็จะช่วยสร้างโลกให้น่าอยู่ขึ้น และผมรู้สึกว่านั่นเป็นงานสำคัญที่สุดของนักจิตวิทยาการปรึกษา ถ้าจะถือว่ามันเป็นวิชาการ มันก็จะเป็นการวิชาการสูงสุดที่ครอบคลุมทุกสิ่งทุกปรากฏการณ์ ถ้าจะมองว่ามันเป็นงานวิจัย ก็จะเป็นงานวิจัยที่ตอบคำถามว่า “ชีวิตคืออะไร” และพอเราเอามาปฏิบัติงาน เราก็สามารถจะนำทางเพื่อนมนุษย์ให้พบกับแสงสว่างในชีวิตได้กันทุกคน งานการปรึกษาจึงกลายเป็นงานคล้าย ๆ เผื่อแผ่กันระหว่างเพื่อนมนุษย์
เมื่อผมเริ่มต้น ไม่ได้นึกถึงอะไรสักอย่างนะครับ เงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ นึกถึงแต่ว่าจะทำอย่างไรให้คนที่มาหาเราด้วยหยาดน้ำตานั้นกลับไปด้วยรอยยิ้ม แล้วก็ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นภาระไว้ตรงประตูห้อง Counseling ของเรา และผมเข้าใจว่าจิตวิญญาณอันนี้ เป็นจิตวิญญาณที่สอดคล้องกับธรรมชาติดั้งเดิมของชุมชนในประเทศไทย ซึ่งมุ่งเน้นการอยู่ด้วยกันอย่างเอื้อเฟื้อเกื้อกูล มีน้ำใจ ไม่เห็นแก่ตัว มีจิตใจที่แบ่งปันเผื่อแผ่กัน เพราะฉะนั้น ปรัชญาสูงสุดของ Counseling กับปรัชญาสูงสุดของการดำรงชีวิตของคนไทยนั้นสอดคล้องกลมกลืนกันอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อผมศึกษาไปเรื่อย ๆ ก็พบว่า Counseling ขั้นสูงสุดก็กลับไปสู่รากเหง้าที่ลึกซึ้งที่สุดของความเป็นคนไทย นั่นคือการดำรงอยู่อย่างนอบน้อมต่อชีวิต ต่อธรรมชาติต่อกันและกัน และอยู่ด้วยกันอย่างเอื้อเฟื้อเกื้อกูลยกย่องให้เกียรติกันเสมอ ผมคิดว่าจิตวิญญาณเหล่านี้คงจะดำรงอยู่ แล้วก็ถ้าทุกท่านฟังแล้วเกิดแรงบันดาลใจนะครับ ก็กรุณาหันกลับไปมองความเป็นจริงในชีวิตของเรา ซึ่งต้องการความรัก ให้เกียรติ ยกย่อง มากกว่าวิชาการ มากกว่างานวิจัย มากกว่าอุดมคติ มากกว่าอุดมการณ์ทั้งหลายทั้งปวงนะครับ
ผมหวังว่า สมาคมจิตวิทยาการปรึกษาแห่งประเทศไทย จะเป็นผู้นำสังคมในทัศนะที่มีต่อโลก ต่อชีวิต และต่อสังคมนะครับ ทุกท่านก็มองเห็นว่าทุกวันนี้โลกเต็มไปด้วยจิตใจที่คับแคบ ทำให้เกิดการสู้รบ สงคราม
ซึ่งทำให้เกิดความทุกข์ใหญ่หลวงในมนุษย์ ถ้าเราสามารถจะช่วยลดความขัดแย้งด้วยการเผื่อแผ่ ด้วยการชื่นชมกันและกัน มองเห็นความสำคัญของกันและกันนะครับ โลกมนุษย์ของเราก็น่าจะน่าอยู่มากขึ้นกว่านี้เยอะ ๆ
ผมขอขอบคุณทุกท่าน และก็ขออวยชัยให้พรสมาคมจิตวิทยาการปรึกษาแห่งประเทศไทย ให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า เป็นประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ต่อไปชั่วกัลปาวสานของโลกมนุษย์นะครับ ขอบพระคุณทุก ๆ ท่านครับ
📝 รองศาสตราจารย์ ดร.โสรีช์ โพธิแก้ว
20 ธันวาคม 2568
ที่มา: สมาคมจิตวิทยาการปรึกษาแห่งประเทศไทย