ศูนย์พิษวิทยาศิริราช Siriraj Poison Control Center

ศูนย์พิษวิทยาศิริราช Siriraj Poison Control Center ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ศูนย์พิษวิทยาศิริราช Siriraj Poison Control Center, ศูนย์พิษวิทยาศิริาช หอพักพยาบาล 3 ชั้น 6 โรงพยาบาลศิริาช, Bangkok.

24/7&Free toxicology consultation&drug information service by toxicology trained pharmacists and toxicologist faculties, Siriraj Hospital Faculty of Medicine (02-419-7007) พันธกิจของหลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านต่อยอดอนุสาขาเวชเภสัชวิทยาและพิษวิทยา

การให้บริการทางการแพทย์ด้านพิษวิทยา มุ่งเน้นการวินิจฉัย การรักษา การป้องกัน ภาวะพิษ ซึ่งอาจรวมถึงภาวะอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา ภาวะพิษที่เกิดการก

ารประกอบอาชีพ สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม จากสารเสพเพื่อผ่อนคลาย อาหาร สารชีวภาพ และสารกัมมันตรังสี ในกลุ่มผู้ป่วย ที่ครอบคลุมถึงทุกกลุ่มอายุตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ และ กลุ่มประชากรพิเศษ เช่น หญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ เป็นต้น แพทย์ที่ผ่านการอบรมจะต้องมีความรู้ความสามารถในเวชปฏิบัติที่ครอบคลุมและเหมาะสม สามารถวางแผน ให้บริการ ประเมินผลการดูแลรักษา และป้องกันภาวะพิษ ทั้งในระดับ ผู้ป่วยเดี่ยว กลุ่มผู้ป่วย และเหตุอุบัติภัยได้ โดยการดูแลผู้ป่วยจากภาวะพิษนี้ต้องทำได้ทั้งในคลินิกผู้ป่วยนอก ห้องฉุกเฉิน หอผู้ป่วย หออภิบาล ศูนย์พิษวิทยาและในสถานการณ์นอกโรงพยาบาล เช่น ชุมชน สถานที่ทำงาน หรือโรงงานอุตสาหกรรมได้ โดยเวชปฏิบัติเหล่านี้ต้องมีความเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย มีความเอื้ออาทรและใสใจในความปลอดภัย เพื่อการแก้ไขปัญหาและการส่งเสริมสุขภาพ โดยยึดถือผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางบนพื้นฐานของการดูแลแบบองค์รวม นอกจากนี้เวชเภสัชวิทยาเป็นการประยุกต์และบูรณาการองค์ความรู้ทางเภสัชวิทยาและทักษะทางคลินิก เพื่อการใช้ยาในการดูแลผู้ป่วยอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย คุ้มค่า และมีความเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ตามหลักของการแพทย์เฉพาะบุคคล (personalized medicine) แพทย์ที่ผ่านการอบรมต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางเวชเภสัชวิทยาและพิษวิทยา การแปลผล การตรวจวิเคราะห์เพื่อการดูแลผู้ป่วย สามารถทำงานเป็นทีมร่วมกับเพื่อนร่วมงานทั้งในวิชาชีพของตนเองและวิชาชีพอื่นๆ และจะต้องมีการเตรียมพร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วย
การจัดหลักสูตรฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านต่อยอดชั้นปีที่เพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม อนุสาขาเวชเภสัชวิทยาและพิษวิทยาของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จึงมีพันธกิจของหลักสูตรที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของคณะ ฯ และสอดคล้องกับเป้าหมายของหลักสูตร ดังนี้
1. ผลิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางเวชเภสัชวิทยาและพิษวิทยา เพื่อเป็นผู้ให้การดูแลรักษา แนะนำให้คำปรึกษา ส่งเสริมและป้องกันทางด้านเวชเภสัชวิทยาและพิษวิทยา และ/หรือ เพื่อเป็นอาจารย์แพทย์ฝึกอบรมความรู้และทักษะในด้านเวชเภสัชวิทยาและพิษวิทยา สอดคล้องต่อความต้องการของประเทศ มีความสามารถด้านการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ และนำไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับสังคม
2. ส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความเป็นมืออาชีพ มีความรับผิดชอบ สามารถสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ ปฏิบัติงานเป็นทีมร่วมกับสหสาขาวิชาชีพ มีจริยธรรมแห่งวิชาชีพ มีทัศนคติ และเจตคติที่ดีต่อผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย ผู้ร่วมงาน และองค์กร มีความเอื้ออาทรและใส่ใจในความปลอดภัยโดยยึดถือผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางบนพื้นฐานของการดูแลแบบองค์รว
3. ส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถพัฒนาตนเอง เรียนรู้ และพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง

เมื่อการแพ้ยากระทบหัวใจ: Drug-induced Kounis syndrome💔 Kounis syndrome (KS) เป็นภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (ac...
06/04/2026

เมื่อการแพ้ยากระทบหัวใจ: Drug-induced Kounis syndrome

💔 Kounis syndrome (KS) เป็นภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (acute coronary syndrome, ACS) ที่เกิดร่วมกับปฏิกิริยาภูมิแพ้ ภาวะ anaphylaxis หรือ hypersensitivity reaction ซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่ม allergic acute coronary syndrome

🧬 ภาวะนี้เกิดจากการกระตุ้นและ degranulation ของ mast cells ส่งผลให้มีการหลั่ง inflammatory mediators ได้แก่ histamine, leukotrienes, serotonin ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการหดเกร็งของหลอดเลือดโคโรนารี

🚨 อาการที่พบบ่อย
เจ็บแน่นหน้าอก
หายใจลำบาก
ความดันโลหิตต่ำ

⚠️ อาการแพ้ที่อาจพบร่วม
ลมพิษ
ผื่นแดงคัน

📈 การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจอาจพบ
ST-segment elevation
ST-segment depression
T-wave inversion

ยาและสารที่เป็นสาเหตุ
🧪 ยาปฏิชีวนะ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีรายงานมากที่สุด
💊 ยาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ antibiotics, NSAIDs, ยาชาและยาสลบ, contrast media, ยาต้านมะเร็ง และยาชีววัตถุ

นอกจากนี้ยังมีรายงานจาก
🐝 พิษแมลง เช่น ผึ้ง ต่อ แตน แมงป่อง
🍤 อาหาร
🧤 ลาเท็กซ์
💉 วัคซีนบางชนิด

🏥 การรักษา
การรักษา KS มีความซับซ้อน เนื่องจากต้องจัดการทั้งภาวะหัวใจขาดเลือดและภาวะแพ้พร้อมกัน

✔️ หลักการสำคัญ
หยุดสารก่อภูมิแพ้ทันที
ให้การรักษาภาวะแพ้ด้วย antihistamines, bronchodilators และ corticosteroids อย่างเหมาะสม

⚠️ การใช้ epinephrine ในกรณี anaphylaxis ต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง เนื่องจากอาจทำให้ coronary vasospasm หรือ myocardial ischemia รุนแรงขึ้น

💊 การรักษาร่วมอื่น ๆ
aspirin เพื่อป้องกันการเกิด thrombus
nitroglycerin เพื่อเพิ่ม coronary blood flow
ยากลุ่ม beta-blockers เพื่อป้องกันการเกิด arrhythmia
👉 ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเลือกใช้ตามความเหมาะสม

📚 เอกสารอ้างอิง:
• Shibuya K, Kasama S, Funada R, Katoh H, Tsushima Y. Kounis syndrome induced by contrast media: a case report and review of literature. Eur J Radiol Open. 2019;6:91–96.

• Silva López DE, Velarde Chávez JA, Díaz de León Guzmán AI, Romero Rivera MF, Ulloa Villanueva A, Valdos Rodríguez K. Kounis syndrome: a comprehensive review of pathophysiology, clinical manifestations, diagnostic challenges, and therapeutic strategies. Int J Med Sci Clin Res Stud. 2024;4(4):785–9.

• Cahuapaza-Gutierrez NL, Calderon-Hernandez CC, Chambergo-Michilot D, De Arruda-Chaves E, Zamora A, Runzer-Colmenares FM. Clinical characteristics, management, diagnostic findings, and various etiologies of patients with Kounis syndrome: a systematic review. Int J Cardiol. 2025;418:132606.

ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide; CO)🫥 ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (carbon monoxide; CO)เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่ท...
23/03/2026

ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide; CO)

🫥 ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (carbon monoxide; CO)
เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองทางเดินหายใจ จึงทำให้ผู้ที่ได้รับ CO ไม่ทราบว่าตนเองกำลังสัมผัสก๊าซดังกล่าว จากรายงานผู้ป่วยที่สัมผัส CO ของศูนย์พิษวิทยาศิริราช จึงมีทั้ง

⚠️ กรณีที่เกิดจากความไม่ตั้งใจ เช่น การตั้งเตาหมูกระทะในห้องติดแอร์
⚠️ กรณีที่เกิดจากความตั้งใจ เช่น กรณีผู้ป่วยนำเตาถ่านจุดไฟไปไว้ในรถยนต์ที่ตนเองอยู่ภายในรถ (รถจอดติดเครื่องและปิดกระจก)

🔬 กลไกการเกิดพิษ:
เกิดจากการที่ CO มีความสามารถในการจับกับฮีโมโกลบิน (hemoglobin; Hgb) มากกว่าออกซิเจนประมาณ 200-250 เท่า ซึ่งเมื่อจับแล้วจะกลายเป็นสารประกอบคาร์บอกซีฮีโมโกลบิน (carboxyhemoglobin) ทำให้ Hgb จับกับออกซิเจนในเลือดได้ลดลง ส่งผลให้เม็ดเลือดแดงขนส่งออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อส่วนปลายได้ลดลง เนื้อเยื่อในร่างกายจึงเกิดภาวะขาดออกซิเจน (hypoxia)

🚨 อาการและอาการแสดง:
ที่พบบ่อย คือ อาการปวดศีรษะ และเวียนศีรษะ นอกจากนี้อาจพบอาการคลื่นไส้ อ่อนเพลีย สับสน
ในกรณีที่อาการรุนแรงอาจเกิดอาการหมดสติชั่วคราว ชัก หัวใจเต้นผิดจังหวะ และกล้ามเนื้อหัวใจตายเหตุขาดเลือด (myocardial infarction)
ทั้งนี้ผู้ป่วยบางรายอาจมีความผิดปกติทางระบบประสาทที่ตามมาในภายหลัง เช่น ภาวะสมองเสื่อม (dementia) ความผิดปกติของความจำเพียงอย่างเดียว (amnestic syndromes)

🏥 แนวทางในการรักษา:
รีบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีการสัมผัส CO มายังสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเท
ดูแลระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วย และการให้ออกซิเจน 100% อย่างทันท่วงที จะช่วยให้ร่างกายกำจัด CO ออกจากฮีโมโกลบินได้เร็วขึ้น
ร่วมกับการรักษาแบบประคับประคองอย่างใกล้ชิด (อาจพิจารณาให้ hyperbaric oxygen ในผู้ป่วยบางรายตามความเหมาะสม)

🛡️ แนวทางป้องกันที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดพิษจากการสูดดมก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์โดยไม่ตั้งใจ
🏠 สำหรับบ้านพักอาศัย (ห้องปิด ติดแอร์)
❌ หลีกเลี่ยงการใช้เตาถ่าน หรือ เตาแก๊สแบบพกพา
✅ ใช้เตาไฟฟ้าแทน
⚠️ หากจำเป็นต้องใช้เตาถ่าน หรือ เตาแก๊สแบบพกพา → ต้องเป็นพื้นที่เปิดโล่ง อากาศถ่ายเทดี

🍽️ สำหรับร้านอาหาร (ห้องปิด ติดแอร์)
❌ หลีกเลี่ยงการใช้เตาถ่าน หรือ เตาแก๊สแบบพกพา
✅ ใช้เตาไฟฟ้าแทน
🌬️ ใช้ระบบดูดควันและระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพ
🛎️ ติดตั้งเครื่องตรวจจับ CO
👀 มีการเฝ้าระวังอาการพนักงานและลูกค้า

📚 เอกสารอ้างอิง:
วุฒิเชษฐ รุ่งเรือง, ฐิติพล เยาวลักษณ์. ภาวะพิษจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์. วารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล. 2564;31(3):229-236.

Do's and Don'ts เมื่อรับประทานกรด-ด่าง⚠️ Highly corrosive: สารที่มี pH > 12 หรือ < 2 จัดเป็นสารที่มีคุณสมบัติการกัดกร่อน...
09/03/2026

Do's and Don'ts เมื่อรับประทานกรด-ด่าง

⚠️ Highly corrosive: สารที่มี pH > 12 หรือ < 2 จัดเป็นสารที่มีคุณสมบัติการกัดกร่อนสูง

🧪 การรับประทานกรด-ด่าง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันทั้งที่เป็นอุบัติเหตุ หรือตั้งใจ การช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างถูกต้องมีความสำคัญมากเพื่อเพิ่มอัตราการรอดชีวิตและลดอาการแทรกซ้อนที่จะตามมาภายหลัง

✅ สิ่งที่ควรทำ (Do’s)
1️⃣ งดให้อาหารและน้ำทางปากเป็นการชั่วคราว
2️⃣ ให้สารน้ำทดแทนทางหลอดเลือดดำ
3️⃣ ระวังการบวม/ตีบแคบของทางเดินหายใจส่วนบน สามารถใส่ท่อช่วยหายใจได้ถ้ามีข้อบ่งชี้
4️⃣ พิสูจน์เอกลักษณ์ของกรด-ด่างที่รับสัมผัส และประเมินการรับสัมผัส
5️⃣ ส่งปรึกษาศัลยกรรมในกรณีที่กรด-ด่างมีความเข้มข้นสูงหรือปริมาณที่ได้รับสูงมาก และเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อน

❌ สิ่งที่ไม่ควรทำ (Don’ts)
1️⃣ การล้างท้อง หรือ การเหนี่ยวนำให้อาเจียน เพราะจะทำให้เกิดการบาดเจ็บซ้ำของหลอดอาหารเพิ่มมากขึ้น
2️⃣ การให้ดื่มนม หรือ น้ำ เพื่อเจือจางกรด-ด่าง
3️⃣ การพยายามสะเทิน (neutralize) ภาวะความเป็นกรด-ด่าง
4️⃣ การให้ผงถ่านกัมมันต์ (activated charcoal)

📚 เอกสารอ้างอิง:
• Ramasamy K, et al. Corrosive ingestion in adults. J Clin Gastroenterol 2003;37(2): 119-24.
• Chirica M, et al. Caustic ingestion. Lancet 2017;389: 2041-52.

📝 บทความ: ทีมเภสัชกร หน่วยข้อมูลยาและพิษวิทยา
📸 รูปภาพประกอบ : นายนภดล ปฏิรัตนัง
(นักวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์)

“ยาหอม” หยุดดีไหม ? เมื่อต้องไปผ่าตัด🌸 ยาหอม เป็นชื่อกลุ่มยาตำรับที่มีส่วนประกอบหลักมาจากสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมหลายชนิด เช...
25/02/2026

“ยาหอม” หยุดดีไหม ? เมื่อต้องไปผ่าตัด

🌸 ยาหอม เป็นชื่อกลุ่มยาตำรับที่มีส่วนประกอบหลักมาจากสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมหลายชนิด เช่น เกสรดอกไม้ จำพวกมะลิ พิกุล สารภี เกสรบัวหลวง และของหอมอื่น ๆ เช่น ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กฤษณา เปลือกสมุลแว้ง เทียน และโกฐ รวมทั้งจันทน์แดง จันทน์เทศ

⚖️ จุดประสงค์ของยาหอม: เพื่อปรับการทำงานของธาตุลม ไฟ และน้ำให้เข้าสู่สมดุล ทำให้มีการไหลเวียนสะดวก เผาผลาญตามปกติ ส่งเสริมให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น การใช้ยาหอมไม่ได้ให้ผลแบบทันที แต่จะค่อย ๆ ปรับสมดุลให้กลับสู่สภาพเดิม

💚 สรรพคุณของยาหอม: บรรเทาอาการปวดศีรษะ มึนศีรษะ เวียนศีรษะ เป็นลม หน้ามืด ใจสั่น บรรเทาอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย นอนไม่หลับ บำรุงประสาทและบำรุงหัวใจ

ตัวอย่างยาหอม
🌿 ยาหอมเทพจิตร - ใช้แก้ลม บำรุงหัวใจ
🌿 ยาหอมทิพโอสถ - แก้ลมวิงเวียน แก้ลมบาดทะจิต
🌿 ยาหอมอินทจักร - แก้คลื่นเหียนอาเจียน หรือแก้ลมจุกเสียด
🌿 ยาหอมนวโกฐ - แก้ลมคลื่นเหียน อาเจียน หรือแก้ลมปลายไข้

ข้อควรระวังของการใช้ยาหอม
⚠️ ผู้ที่ใช้ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาหอมติดต่อกันนานเกิน 1 เดือน เพราะจะเสริมฤทธิ์ ทำให้เลือดหยุดไหลยาก
🩺 หากใช้ยาหอมติดต่อกันนานเกิน 1 เดือน แล้วต้องได้รับการผ่าตัด ต้องแจ้งแพทย์รับทราบเพื่อหยุดการใช้ยา
🚫 ระมัดระวังการใช้ยาหอมในผู้ที่เคยมีประวัติแพ้เกสรดอกไม้

เอกสารอ้างอิง:
📚 กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค. ยาหอมคืออะไรกันแน่นะ [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา; 2564 [สืบค้นเมื่อ 29 ธ.ค. 2568]. สืบค้นจาก: https://dis.fda.moph.go.th/detail-infoGraphic?id=2007

📚 รุ่งระวี เต็มศิริฤกษ์กุล, พินิต ชินสร้อย. ยาหอม กับคนวัยทำงาน [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล; 2559 [สืบค้นเมื่อ 29 ธ.ค. 2568]. สืบค้นจาก: https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/339/ยาหอมกับคนวัยทำงาน/

📚 รุ่งระวี เต็มศิริฤกษ์กุล. จะเลือกใช้ยาหอม อย่างไรจึงจะดี [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล; 2555 [สืบค้นเมื่อ 29 ธ.ค. 2568]. สืบค้นจาก: https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/103จะเลือกใช้ยาหอมอย่างไรจึงจะดี/

📝 บทความ: ทีมเภสัชกร หน่วยข้อมูลยาและพิษวิทยา
📸 รูปภาพประกอบ : นายนภดล ปฏิรัตนัง
(นักวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์)

เชิญชวนมานะคะ งานดีๆจากทีมอาจารย์ของเรา
21/02/2026

เชิญชวนมานะคะ งานดีๆจากทีมอาจารย์ของเรา

⚠️ พิษของสารกำจัดศัตรูพืช Aluminium Phosphide🧪 Aluminum phosphide (AlP) เป็นสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในประเทศไทยพบในรูปแบบ เม...
09/02/2026

⚠️ พิษของสารกำจัดศัตรูพืช Aluminium Phosphide

🧪 Aluminum phosphide (AlP) เป็นสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
ในประเทศไทยพบในรูปแบบ เม็ด (ส่วนใหญ่มีสีเทาเข้ม) ใช้เป็น
สารรมควัน (fumigants) สำหรับพืชผลทางการเกษตร
เพื่อกำจัดแมลงและเชื้อรา

เมื่อ AlP ทำปฏิกิริยากับความชื้น จะเกิดเป็น phosphine gas (PH₃)
ซึ่งมีกลิ่นคล้าย กระเทียมหรือปลาเน่า
(หมายเหตุ: phosphine gas บริสุทธิ์จะไม่มีกลิ่น)

👉 เป็นก๊าซที่มีความเป็นพิษสูง (highly toxic gas)
โดยเฉพาะต่ออวัยวะสำคัญ ได้แก่ ปอด สมอง ไต หัวใจ และตับ

📌 เป็นก๊าซ ไม่มีสี ติดไฟ และสามารถระเบิดได้
❌ ไม่ควรนำมาใช้ภายในอาคารบ้านเรือนที่มีผู้อยู่อาศัย

🔬 กลไกการเกิดพิษ
ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่อาจเกี่ยวข้องกับการ ยับยั้งการขนส่งอิเล็กตรอน (electron transport) ในไมโทคอนเดรีย ส่งผลให้เกิดการยับยั้งการหายใจระดับเซลล์

🚑 อาการและอาการแสดง
ผู้ที่สูดดม phosphine gas อาจมีอาการ
• แสบร้อนในคอ
• ไอ
• หายใจลำบาก
• ปวดศีรษะ มึนศีรษะ
• อาเจียน

เมื่อตรวจร่างกาย มักพบว่า หายใจเร็ว ในรายที่มีอาการรุนแรง อาจเกิด
• acute respiratory distress syndrome (ARDS)
• ภาวะหายใจล้มเหลว
• ชัก
• หมดสติ

🩺 แนวทางในการดูแลผู้ป่วย
1️⃣ รีบเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
ออกจากบริเวณที่มีการสัมผัส phosphine gas ผู้ให้การช่วยเหลือควรสวมใส่ ชุดป้องกันสารเคมี (PPE) ตามความเหมาะสม

2️⃣ การชำระสิ่งปนเปื้อน (Decontamination)
ถอดเสื้อผ้าที่ปนเปื้อน phosphine gas และเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าที่สะอาด

3️⃣ การรักษาแบบประคับประคอง (Supportive treatment)
ดูแลระบบทางเดินหายใจตามหลัก ABC (A = airway, B = breathing, C = circulation) และให้ออกซิเจนตามข้อบ่งชี้

4️⃣ เฝ้าระวังภาวะปอดบวมน้ำ (Pulmonary edema)
เป็นเวลา 48–72 ชั่วโมง หลังสัมผัส phosphine gas

5️⃣ ไม่มียาต้านพิษที่จำเพาะ (Specific antidotes)
และ ไม่มีวิธีเร่งการขับออก (Enhanced elimination) ที่มีประสิทธิภาพในปัจจุบัน

เอกสารอ้างอิง:
กรมควบคุมมลพิษ. ความรู้เกี่ยวกับอลูมิเนียมฟอสไฟด์ [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: กรมควบคุมมลพิษ; 2567 [สืบค้นเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2568]. สืบค้นจาก: https://www.pcd.go.th/wp-content/uploads/2024/01/pcdnew-2024-01-05_07-13-53_449140.png
Khasigian P. Phosphine and Phosphides. In: Olson KR, Smollin CG, editors. Poisoning & drug overdose. 8th ed. San Francisco: McGraw-Hill, 2022. p. 369-70.

📝 บทความ: ทีมเภสัชกร หน่วยข้อมูลยาและพิษวิทยา
📸 รูปภาพประกอบ : นายนภดล ปฏิรัตนัง
(นักวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์)

📌 Drug Interaction Alertภาวะกล้ามเนื้อลายสลาย (Rhabdomyolysis) จากการใช้ยา Statins ร่วมกับ Quinolones💊 ยาลดไขมันกลุ่ม St...
26/01/2026

📌 Drug Interaction Alert
ภาวะกล้ามเนื้อลายสลาย (Rhabdomyolysis) จากการใช้ยา Statins ร่วมกับ Quinolones

💊 ยาลดไขมันกลุ่ม Statins และ Fluoroquinolones (FQs)
เป็นยาที่มีการใช้แพร่หลายในเวชปฏิบัติ จึงมีโอกาสพบการใช้ยาร่วมกันได้บ่อย
👉 บุคลากรทางการแพทย์จำเป็นต้องตระหนักและคำนึงถึงข้อมูลเกี่ยวกับ
อันตรกิริยาระหว่างยา (Drug Interactions) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วย

📊 ข้อมูลจากการศึกษา (systematic review)
ในผู้ป่วยจำนวน 16 ราย ที่ได้รับยา FQs และ statins ร่วมกัน
พบอาการไม่พึงประสงค์ดังนี้

• rhabdomyolysis (n = 12)
• acute hepatitis (n = 1)
• muscle weakness (n = 1)
• hip tendinopathy (n = 1)
• myopathy (n = 1)

🔎 โดยส่วนใหญ่พบการเพิ่มขึ้นของเอนไซม์ creatine kinase ร่วมด้วย

🔗 คู่ยาที่มีรายงานอาการไม่พึงประสงค์ (เรียงตามความถี่)
simvastatin + ciprofloxacin (n = 6)
simvastatin + levofloxacin (n = 4)
atorvastatin + ciprofloxacin (n = 3)
atorvastatin + levofloxacin (n = 2)
simvastatin + norfloxacin (n = 1)

⚠️ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับอันตรกิริยาของ FQs และ statins (4 ปัจจัยหลัก)
1️⃣ ชนิดของ statins
เกี่ยวข้องกับเอนไซม์ที่ใช้ในการขจัดยา
พบว่า statins ที่ถูกขจัดผ่าน CYP 3A4 เช่น simvastatin และ atorvastatin
มีความเสี่ยงเกิดอันตรกิริยามากที่สุด
เนื่องจาก FQs ที่ยับยั้ง CYP 3A4 เช่น ciprofloxacin, levofloxacin
ทำให้ระดับยา statins ในเลือดสูงขึ้นจนเกิดความเป็นพิษต่อกล้ามเนื้อ

2️⃣ ขนาดยา statins
ขนาดยาที่สูงจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดอันตรกิริยา
พบว่า
• atorvastatin ขนาดสูง (80 mg/day)
• simvastatin ทุกขนาด (20–80 mg/day)
เกี่ยวข้องกับการเกิดอันตรกิริยา

3️⃣ ยาอื่นที่ใช้ร่วม
ยาที่มีผลต่อ CYP 3A4 หรือ drug transporters
จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอันตรกิริยามากขึ้น
เช่น amlodipine, amiodarone, cyclosporin

4️⃣ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย
• creatinine clearance < 30 mL/min
• ผู้สูงอายุ
เพิ่มความเสี่ยงในการเกิด statin-related myopathy

🩺 ข้อควรระวังทางคลินิก
“ดังนั้นหากจำเป็นต้องใช้ยา 2 กลุ่มนี้ร่วมกัน
ควรเฝ้าระวังอาการทางกล้ามเนื้อ
และพิจารณาติดตาม creatinine kinase
โดยเฉพาะผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงตามที่กล่าวมา
เพื่อลดโอกาสการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยาที่จะตามมาได้”

เอกสารอ้างอิง:
Zhou J, Yu L, Xu H. A systematic review of the drug-drug interaction between Statins and Quinolones. BMC Pharmacol Toxicol. 2024 Jul 10;25(1):39. doi: 10.1186/s40360-024-00760-8. PMID: 38987799; PMCID: PMC11234672.

📝 บทความ: ทีมเภสัชกร หน่วยข้อมูลยาและพิษวิทยา
📸 รูปภาพประกอบ : นายนภดล ปฏิรัตนัง
(นักวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์)

■ พิษวิทยา เมื่อการล้างท้อง อาจไม่ใช่ทางออกเสมอไป▢ การล้างท้อง (gastric lavage)▸ เป็นการใส่สายสวน (orogastric หรือ nasog...
12/01/2026

■ พิษวิทยา
เมื่อการล้างท้อง อาจไม่ใช่ทางออกเสมอไป

▢ การล้างท้อง (gastric lavage)
▸ เป็นการใส่สายสวน (orogastric หรือ nasogastric tube) เข้าไปในกระเพาะอาหาร
▸ แล้วใช้น้ำเกลือเข้าไปสวนล้างและดูดออก
▸ เพื่อพยายามเอายาหรือสารพิษออกจากกระเพาะอาหาร

▣ แต่เดิมวิธีนี้ใช้กันอย่างแพร่หลายมาก
▣ ปัจจุบันมีการใช้ลดลง
▣ เนื่องจากประโยชน์ไม่ชัดเจน
▣ และยังมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง

▢ เมื่อไรจึงควรพิจารณาการล้างท้อง

▢ “ข้อบ่งชี้” ในการล้างท้อง
▸ สาร/ยาที่กินมีอันตรายถึงชีวิตหรือทำให้ผู้ป่วยมีอาการพิษที่อันตรายถึงชีวิต และ
▸ สาร/ยาที่กิน น่าจะยังอยู่ในกระเพาะอาหารในปริมาณที่มาก (พิจารณาจากเวลาและปริมาณที่กิน การล้างท้องควรทำภายใน 60 นาทีหลังกิน) หรือ สาร/ยาที่กินนั้นไม่ถูกดูดซับโดย AC หรือ ไม่สามารถหา AC มาใช้ได้ หรือ สาร/ยาที่กินมีปริมาณมากเกินกว่าที่ AC จะดูดซับได้หมด และ
▸ ผู้ป่วยไม่อาเจียนสาร/ยาที่กินออกมา หรือ ไม่มียาต้านพิษหรือการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง
(เช่น การฟอกเลือด)ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยมากขึ้น

▢ “ไม่แนะนำ” ในการล้างท้อง
▸ สาร/ยาที่กินมีความเป็นพิษน้อยในเกือบทุกขนาดที่ได้รับ
▸ สาร/ยาที่กินอาจทำให้เกิดพิษได้ แต่ขนาดที่ได้รับน้อยเกินกว่าที่จะทำให้เกิดอาการพิษอย่างมีนัยสำคัญ
▸ สาร/ยาที่กินถูกดูดซับโดย AC ได้ดีและสมบูรณ์
▸ เกิดการอาเจียนเองอย่างมีนัยสำคัญมาแล้ว
▸ กินสาร/ยามาหลายชั่วโมงแล้วและยังมีอาการเล็กน้อย
▸ สาร/ยาที่กินมียาต้านพิษที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษา
▸ ไม่สามารถทำได้อย่างเหมาะสมหรือปลอดภัย

▢ “ข้อห้าม” ในการล้างท้อง
▸ Unprotected airway
(หากใส่ท่อช่วยหายใจ สามารถล้างท้องได้)
▸ กินสารที่มีความเสี่ยงสูงต่อการสำลัก เช่น hydrocarbon
▸ กินสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อน เช่น ด่างแก่ กรดแก่
▸ กินสิ่งแปลกปลอมหรือสารที่มีขนาดใหญ่กว่าสายสวน เช่น ห่อยาเสพติด ยารูปแบบ modified-release
▸ ผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกหรือกระเพาะอาหารทะลุ เช่น ผ่าตัดมาไม่นานนี้ เป็นโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ

▣ Key message
▸ การล้างท้องไม่ใช่หัตถการที่ควรทำเป็นกิจวัตร
▸ ควรใช้เฉพาะรายที่มีข้อบ่งชี้ชัดเจน
▸ ต้องประเมินความเสี่ยงและความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก

เอกสารอ้างอิง:
▪️Hendrickson RG, Kusin S. Gastrointestinal decontamination of the poisoned patient. In: Ruha M, Burn MM, editors. UpToDate [Internet]. Wolters Kluwer; 2025 [cited 2025 Oct 30]. Available from: https://www.uptodate.com (Subscription required to view).
▪️Hoegberg LCG. Techniques Used to Prevent Gastrointestinal Absorption. In: Nelson LS, Howland MA, Lewin NA, Smith SW, Goldfrank LR, Hoffman RS. editors. Goldfrank's Toxicologic Emergencies, 11th ed. New York: McGraw-Hill Education; 2019. p.51-6.

📝 บทความ: ทีมเภสัชกร หน่วยข้อมูลยาและพิษวิทยา
📸 รูปภาพประกอบ : นายนภดล ปฏิรัตนัง
(นักวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์)

💊 Drug interactionTacrolimus vs Azole antifungals🧬 Tacrolimus เป็นยากดภูมิต้านทาน ใช้ในผู้ป่วยเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ🦠 Azole a...
29/12/2025

💊 Drug interaction
Tacrolimus vs Azole antifungals

🧬 Tacrolimus เป็นยากดภูมิต้านทาน ใช้ในผู้ป่วยเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ
🦠 Azole antifungals เป็นยาต้านเชื้อราที่ใช้กันบ่อยในเวชปฏิบัติ

⚙️ เนื่องจากยา tacrolimus ถูกเปลี่ยนสภาพโดยเอนไซม์ CYP3A4
ยาต้านเชื้อราในกลุ่ม azole antifungals ที่เป็น CYP3A4 inhibitors
อาจทำให้ระดับยา tacrolimus สูงขึ้นได้

📌 สมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย
ได้มีคำแนะนำในการปรับขนาดยา เมื่อใช้ยา 2 ชนิดร่วมกันดังนี้
🔬 Azole antifungals กับผลต่อ tacrolimus

🔹 Fluconazole
ระดับยา tacrolimus เพิ่มขึ้นประมาณ 125–212 %
ลดขนาดยา tacrolimus ลง 20–50 %

🔹 Itraconazole
เพิ่มระดับยาในเลือด 2–6 เท่า
ลดขนาดยา tacrolimus ลง 2/3 ของขนาดปกติ

🔹 Voriconazole
เพิ่ม AUC 3 เท่า
ลดขนาดยา tacrolimus และตรวจติดตามระดับยาในเลือด

🔹 Posaconazole
เพิ่ม AUC 4–5 เท่า
ลดขนาดยา tacrolimus และตรวจติดตามระดับยาในเลือด

🔹 Isavuconazole
เพิ่ม AUC 2 เท่า
ตรวจติดตามระดับยาในเลือด

⚠️ สรุปสำคัญ
การใช้ tacrolimus ร่วมกับ azole antifungals
จำเป็นต้อง ปรับขนาดยาและติดตามระดับยาอย่างใกล้ชิด

💢💢หมายเหตุ 💢💢
สำหรับผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ หากได้รับยาร่วมกันอยู่แล้ว ไม่แนะนำให้หยุดยา หรือปรับยาเองโดยเด็ดขาด หากมีข้อสงสัยให้ปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษา

เอกสารอ้างอิง:
สมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย; สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย; ชมรมโรคไตเด็กแห่งประเทศไทย; สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย; สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย. แนวเวชปฏิบัติการใช้ยากดภูมิคุ้มกันในการปลูกถ่ายอวัยวะ และแนวเวชปฏิบัติการป้องกันและรักษาโรคติดเชื้อ (THAI TRANSPLANT CARE 2025). กรุงเทพฯ: สมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย; 2568.

📝 บทความ: ทีมเภสัชกร หน่วยข้อมูลยาและพิษวิทยา
📸 รูปภาพประกอบ : นายนภดล ปฏิรัตนัง
(นักวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์)

🔬 พิษวิทยา: รู้จักอะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin)● อะฟลาท็อกซิน (aflatoxin, AF) สร้างโดยเชื้อรา Aspergillus flavus และ Aspergil...
15/12/2025

🔬 พิษวิทยา: รู้จักอะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin)
● อะฟลาท็อกซิน (aflatoxin, AF) สร้างโดยเชื้อรา Aspergillus flavus และ Aspergillus parasiticus พบมากในสภาพอากาศ ร้อนชื้น และ ความชื้นสูง

● มีหลายชนิดย่อย ได้แก่ AFB1, AFB2, AFG1, AFG2
โดย AFB1 เป็นพิษและก่อมะเร็งสูงที่สุด
👉 จัดเป็น class 1 carcinogen

● กลไกการเกิดพิษ:
สาร AFB1 จับกับ DNA ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ เช่น ในยีน p53

🍘 แหล่งอาหารที่พบได้บ่อย
• ผลิตภัณฑ์จากแป้ง
(แป้งข้าวสาลี, แป้งข้าวเหนียว)
• ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วลิสง
(ถั่วลิสงดิบ, ถั่วลิสงคั่ว)
• อาหารแห้ง
(กุ้งแห้ง, พริกแห้ง, ผลไม้อบแห้ง)

⚠️ ผลกระทบเฉียบพลัน (พบได้น้อย)
• คลื่นไส้
• อาเจียน
• ปวดท้อง
• ตัวเหลือง (ดีซ่าน)
• คันตามตัว
• เลือดออกง่าย
ในรายรุนแรงอาจพบ บวมน้ำ, ซึม, ชัก, โคม่า

🩺 ผลกระทบเรื้อรัง
➡️ มะเร็งตับ
โดยเฉพาะในผู้ที่มีการติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบบี ร่วมด้วย

🛡️ การป้องกัน
• เลือกอาหารแห้งที่บรรจุในภาชนะสะอาด
• ไม่อับชื้น / ไม่มีกลิ่นผิดปกติ
• ต้องปราศจากเชื้อรา
• ไม่ควรเก็บไว้นาน

⚠️ ความร้อนไม่สามารถทำลาย aflatoxin ได้
ดังนั้นต้อง ป้องกันการปนเปื้อนตั้งแต่ต้นทาง

📚 เอกสารอ้างอิง
• Shabeer S, Kabeer S, Anwar MF, Jeyabalan A, et al. Aflatoxin contamination, its impact and management: A review. Front Microbiol. 2022;13:914758.
• MICROMEDEX®, POISINDEX® System. Aflatoxin. Merative US L.P.; 2025.
• สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข. อะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin). 2565.

📝 บทความ: ทีมเภสัชกร หน่วยข้อมูลยาและพิษวิทยา
📸 รูปภาพประกอบ : นายนภดล ปฏิรัตนัง
(นักวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์)

11/12/2025

ช่วงนี้คงมีหลายคนเพิ่งรู้จัก “ศูนย์พิษวิทยาศิริราช“ ❤️

ก่อนอื่น ขอขอบคุณทุก comment ข้อควรปรับปรุง และข้อความให้กำลังใจในหลากหลายด้าน เพราะความคิดเห็นทุกท่านคือสิ่งผลักดันให้เราปรับปรุงพัฒนาต่อไป :)

ทางศูนย์พิษของเราให้บริการฟรีให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไป สามารถโทรปรึกษาเรื่องสารพิษ ยา สารเคมี สัตว์มีพิษ ฯลฯ ได้เลยค่ะ
เราพร้อมตอบทุกคำถามสามารถโทรได้ตลอด 24 ชั่วโมง 💚

แม้เบอร์ของเราจะยากไปหน่อย “02-419-7007” แต่อยากให้ทุกคนใส่ใน contact list ไว้ หรือจะ add line official ก็ได้นะคะ :)

ศูนย์พิษศิริราชขอฝากเนื้อฝากตัวกับทุกๆคนนะคะ
เจอพิษเมื่อไหร่อย่าลืมคิดถึงกัน

ขอบคุณค่ะ ^^

สืบเนื่องจากข่าวไซยาไนด์ ทางศูนย์พิษศิริราชมีสรุปสั้นๆ เกี่ยวกับไซยาไนด์มาแชร์ค่ะ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่อง ‘ยา หรือ ...
10/12/2025

สืบเนื่องจากข่าวไซยาไนด์
ทางศูนย์พิษศิริราชมีสรุปสั้นๆ เกี่ยวกับไซยาไนด์มาแชร์ค่ะ

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่อง ‘ยา หรือ พิษวิทยา’
สามารถติดต่อศูนย์พิษได้ที่
Line:
Tel: 02-419-7007

บริการ 24/7 ติดต่อได้ทั้งประชาชนทั่วไปและบุคลากรการแพทย์ค่ะ 💕

*เอกสารจัดทำโดย แพทย์ประจำบ้านต่อยอดเวชเภสัชวิทยาและพิษวิทยาศิริราช

ที่อยู่

ศูนย์พิษวิทยาศิริาช หอพักพยาบาล 3 ชั้น 6 โรงพยาบาลศิริาช
Bangkok
10500

เบอร์โทรศัพท์

+6624197007

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์พิษวิทยาศิริราช Siriraj Poison Control Centerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์