Fahsai Yoga รับสอนโยคะนอกสถานที่

04/12/2020

#อุปสรรคที่ทำให้ไม่ได้กลับบ้านสักที

ขณะที่คนส่วนใหญ่ยังคงหลงทางอยู่กับโลกอันสนุกสนาน (ส่วนจะมีแก่นสารไหมเป็นอีกเรื่องหนึ่ง) โยคีก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินทางกลับบ้าน อย่างไรก็ตาม มีโยคีไม่มากที่กลับถึงบ้าน เหตุก็เพราะเส้นทางนี้เต็มไปด้วยอุปสรรคมาดูกันว่าโยคะสูตรเตือนเราเรื่องอุปสรรคไว้อย่างไรบ้าง

ปตัญชลีระบุชัดเจนเลยว่าที่หน่วงเราไว้คือ “กิเลส” กิเลสตัวเอ้คือ อวิชชา มีลูกน้อง 4 คน ราคะ โทสะ ความยึดมั่นในตน และความกลัวที่เราจะไม่อาจดำรงอยู่ได้ PYS2.3 เช่น การที่แม่ยอมตายเพื่อลูก เพราะเชื่อว่าลูกจะยังคงมีชีวิตอยู่เป็นตัวแทนของแม่ต่อไป แสดงว่าแม่ก็ยังคงมีกิเลสตัวนี้อยู่นั่นเอง

อวิชชานี้ร้ายนัก เพราะมันเป็นม่านบังทำให้เรามองไม่เห็นหรือเห็นผิดเพี้ยนไปจากความจริง อวิชชาทำให้เราเห็นผิดอยู่ 4 เรื่อง
1) เห็นว่าสิ่งต่างๆ นั้นเที่ยง ทั้งที่ความจริงแล้ว ไม่มีอะไรเที่ยงแท้เลย
2) เห็นว่าชีวิตนี้แสนสุข ทั้งที่โลกมีสภาะวะอันแท้จริงคือทุกข์
3) เห็นว่าเราเป็นศูนย์กลางของจักรวาล สรรพสิ่งทั้งหลายมีหน้าที่สนองความอยากของเรา
และ 4) เห็นว่าโลกนี้สุทธิ สะอาดบริสุทธิ์ทั้งที่ในความจริงแล้วมันไม่ใช่ PYS2.5

การโดนบังเช่นนี้เองที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่คิดจะกลับบ้าน

กิเลสเกิดมาจากอะไร เกิดมาจากคุณสมบัติของจิตประการหนึ่งที่มันสามารถจัดหมวดหมู่สิ่งที่มันรับรู้ได้ การจัดหมวดหมู่พื้นฐานของจิตคือ มันจะจัดสรรพสิ่งต่างๆ ว่า สิ่งนี้มันไม่เอา สิ่งนี้มันจะเอาไว้ สิ่งนี้มันเฉยๆ PYS2.19 จากนั้นจิตก็ไปผูกยึดในสิ่งที่มันตัดสินว่าจะเอา นั่นคือที่มาของกิเลส PYS2.23 กล่าวคือแทนที่จิตจะรู้เฉยๆ รู้แล้ววางตามธรรมชาติเดิมแท้ของมัน แต่จิตไม่วาง จิตเลือกที่จะผูก หลังจากนั้นก็กลายเป็นหนึ่งเดียวตามไปกับเนื้อหาที่จิตนั้นผูกอยู่ PYS 2.20 จิตติดในสิ่งที่มันเลือกนั่นเอง

เมื่อกิเลสเลือกที่จะผูกยึด ก็ก่อให้เกิดผล ผลนี้ยังไงเราก็ต้องรับ PYS 2.12 เลี่ยงไม่ได้ ผลนี้เองที่ทำให้เรายังต้องวนเวียนอยู่นอกบ้านกลับเข้าบ้านไม่ได้ซักที PYS 2.13 วนเป็นงูกินหาง จากรู้ แล้วไปผูก ก่อให้เกิดผล เป็นปัจจัยสำหรับการรู้ในรอบใหม่ ผูกอีก เกิดผลอีก ไม่สิ้นสุด

สรุปเนื้อหาของโยคะสูตรใน 2 บทแรกคือ ชีวิตคนส่วนใหญ่นั้นหลง หลงอยู่กับการปรุงแต่งเดี๋ยวปรุงไปโน่น เดี๋ยวปรุงไปนี่ คนที่มองไม่เห็นจะรื่นเริงไปกับชีวิต คนที่เริ่มเห็นจะเอะใจ จะตั้งคำถาม เริ่มไตร่ตรอง และรู้ได้ว่ามีกลิ่นตุๆ ในความสนุกอันฉาบฉวยนี้ ก็จะทวนกระแส ขวนขวาย ฝึกฝน พาตัวเองทวนกระแสกิเลส ขจัดอุปสรรคที่กีดขวางจนในที่สุดก็กลับบ้าน พบความสงบเย็น ไม่ต้องเหนื่อยล้าโลดแล่นในโลกแห่งมายานี้อีกต่อไป
______________________
พัฒนาจิต : กรกฎาคม 2559
เรื่อง : กวี คงภักดีพงษ์
ภาพ : www.pixabay.com

26/06/2020

#หน้าที่ของโยคะ

มักมีคำถามจากผู้เรียน
ว่าปวดหลังจัง ต้องทำท่าไหน
ปวดเอวจัง มีท่าแก้อย่างไร
ปวดตรงนั้น ตรงนี้ มีท่าไหนบ้างที่ทำแล้วหาย
และทุกๆ ครั้งฉันก็จะยิ้มๆ ตอบไปว่า

"ทำทุกท่าแหละจ้ะ"

ทุกท่าที่ให้กระดูกสันหลังได้เคลื่อนไหวในสี่ทิศทาง
คือ ก้ม แอ่น บิด และเอียง

พร้อมทั้งชวนเขาสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นขณะฝึก
ว่าเมื่อฝึกในทิศทางนั้นๆ แล้วสบายหรือปวดมากขึ้น
หากสบายก็ทำต่อไป
แต่หากปวดก็คืนกลับสู่ท่าพักได้ทุกเมื่อ
เพราะเราควรฝึกโดยไม่ฝืนร่างกาย
จะได้ไม่ตอกย้ำให้ร่างกายยิ่งบาดเจ็บ

ที่สำคัญ...
ฝึกแล้วชวนเขาใคร่ครวญถึงอากัปกิริยาของเขาเองในชีวิตประจำวัน
ถึงสิ่งต่างๆ ที่เขาทำอยู่เป็นประจำ
ว่าเป็นสาเหตุของอาการปวดหรือไม่

ชวนคุยอย่างนี้ผู้เรียนบางคนอาจขัดใจ
เพราะเขาอาจเคยชินกับอะไรที่มันรวดเร็วทันใจ
เพียงแต่โยคะไม่ใช่ยาแก้ปวดสำเร็จรูป
ที่ฝึกประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้วอาการปวดเหล่านั้นจะหายไปได้

หากแต่โยคะคือคู่มือการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน
ที่สอนให้เรามองชีวิตอย่างเป็นองค์รวม
โดยสอนให้พิจารณาถึงต้นเหตุอันแท้จริงของสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น

สอนให้ฝึกหนึ่งชั่วโมง เพื่อเรียนรู้
และเพื่อเท่าทันตัวเองในอีกยี่สิบสามชั่วโมงที่เหลือ
นั่นคือหน้าที่ของโยคะ...

ส่วนหน้าที่ของครูผู้สอนหรือกัลยาณมิตร
ก็เพียงชี้ให้ผู้เรียนได้เห็นความจริงข้อนี้เท่านั้นเอง

_____________________
ชวนคิด : มิถุนายน 2563
เรื่องและภาพ : จิตฏาร์

25/04/2020
16/04/2020

#วิปริตกรณี

วิปริต แปลว่าแปรปรวน หรือที่ผิดไปจากความปกติ
....
ในครั้งแรกที่เราฝึกท่าวิปริตกรณี
เมื่อร่างกายอยู่ในลักษณะกลับบนลงล่าง
หัวใจเราก็ย่อมตื่นตระหนกกับความเปลี่ยนแปลง

แต่เมื่อเราฝึกนานวันเข้า
เราจึงเริ่มคุ้นชินกับสภาวะความไม่ปกตินั้น
และอยู่กับมันด้วยใจที่ปกติได้มากขึ้น

เราเริ่มเห็นประโยชน์จากการให้ร่างกายได้เปลี่ยนการจัดวาง
ให้เลือดได้หมุนเวียนมากขึ้น
ให้อวัยวะภายในเคลื่อนลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก
เพื่อกดนวดหัวใจ. .
....
ไม่ต่างจากชีวิตนอกเสื่อเลย
สิ่งที่เรากำลังเผชิญในตอนนี้มันไม่ปกติ
แต่มันเกิดขึ้นแล้ว. .
และหากเราสามารถอยู่กับความจริงที่เกิดขึ้นนี้ได้
ปรับตัวได้ ปรับใจได้
สุดท้าย . .
เมื่อทุกอย่างคืนกลับมาสู่สภาวะเดิม
เราอาจได้หัวใจดวงใหม่ที่แข็งแรงขึ้น
....
เช่นเดียวกับที่เมื่อเราคลายออกจากท่าวิปริตกรณี
เมื่อฝ่าเท้าทั้งสองตั้งมั่นบนผืนเสื่ออีกครั้ง

มั น จ ะ มั่ น ค ง ขึ้ น

_____________________
ชวนคิด : เมษายน 2563
เรื่องและภาพ : จิตฏาร์

11/04/2020
29/03/2020



เมื่อฝึกอาสนะ
มันอาจไม่สำคัญเท่าไหร่นักว่าท่าอะไร
แต่มันสำคัญที่ว่า
เมื่อฝึกแต่ละท่า
เรารู้สึกไหมว่ากล้ามเนื้อรู้สึกอย่างไร
เท่าทันไหม
ว่าใจเราเป็นแบบไหน
ขณะคงค้างอยู่ในแต่ละท่า
มันเบาสบาย หน่วงหนัก
หรือเผลอส่งใจออกนอกกายไป

การฝึกโยคะ
ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ
แต่จำเป็นที่สุด
ที่ต้องตระหนักรู้อยู่กับกายใจของตัวเอง
ว่ากำลังอยู่ในสภาวะใด

และการฝึกโยคะไม่ได้มีเฉพาะบนเสื่อเท่านั้น
การฝึกนอกเสื่อก็สำคัญไม่แพ้กัน

ยิ่งช่วงนี้...
ที่เรายิ่งต้องมีสติอยู่กับกายใจ
เท่าทันโรค
เท่าทันโลกภายใน
เหมือนบางคำกล่าวที่ว่าไว้
ถ้าคุณออกไปข้างนอกไม่ได้

งั้ น ก็ เ ข้ า ม า ข้ า ง ใ น

__________________________
เรื่องจากเพื่อน : มีนาคม 2563
เรื่องและภาพ : จิตฏาร์

21/03/2020
19/03/2020
18/03/2020

ที่อยู่

Bangkok
10800

เบอร์โทรศัพท์

0816494393

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Fahsai Yogaผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram