15/10/2025
เมื่อปวดกล้ามเนื้อ ข้อต่อที่ไม่ใช่อุบัติเหตุ (ถ้าอุบัติเหตุ ควรเริ่มจากไปx-rays)
คนไข้มักจะใช้ยาเป็น First aid หรือบางทีก็ข้ามไปทำสิ่งที่มันยังไม่มีวิจัยรับรองกันเยอะมากๆ
ในมุมของนักกายภาพฯ การเรียงลำดับการรักษา หรือดูแลตนเอง เราควรจะเลือกสิ่งที่มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด และดีต่อสุขภาพด้านอื่นๆ ในระยะยาวก่อนค่ะ ขอเรียงลำดับให้ลองนำไปใช้ดังนี้นะคะ
1. ทำกายภาพบำบัด ออกกำลังเบาๆ ทายานวด ประคบเย็น/ร้อน พ่นสเปรย์ (เราจะไม่ข้ามไปที่การรักษาทางเลือกอื่นๆ นะคะ เพราะไม่รู้ ไม่ชำนาญ เลยละไว้ดีกว่า)
2. ยาparacetamol (Norgesic คือคลายกล้ามเนื้อปนพารามาแล้ว อย่ากินรวมจน overdose)
3. ยา NSAID แก้อับเสบเอ็น กล้ามเนื้อ ข้อต่อ ต่างๆ (Cox1,Cox2 ห้ามกินหลายตัวปนกัน เจอเคสเลือดออกในทางเดินอาหารแบบไม่รู้ตัว เกล็ดเลือดตกเกือบตายมาหลายรายแล้ว)
4. ยาแก้ปวดปลายประสาท Gabapentin หรืออื่นๆ ถ้ามีอาการของเส้นประสาทด้วย เช่น ชา แสบ ร้อน แปล๊บๆ หมอจะให้ยาแก้ปวดปลายประสาท วิตามินบำรุงปลายประสาทมาด้วย เอาจริงๆ ว่าถ้ามีอาการเส้นประสาทร่วม ก็ควรทำกายภาพร่วม และขอหมอ MRI ด้วยเลย เพื่อเห็นชัดๆ ว่าทับเส้นประสาทหนักมาก หรือไม่ทับเลย แล้วอย่าเก็บฟิล์มไว้นอนกอดที่บ้าน ฝากเอามาให้นักกายภาพฯ ดูด้วย มันจะเป็นข้อมูลให้นักกายภาพฯ ตรวจร่างกาย ตรวจกล้ามเนื้ออื่นๆ เพิ่มได้ดีขึ้น
5. ยา กลุ่ม opioid (เช่น tramadol) หมอสั่งเท่านั้น ร้านยาไม่มีขาย เพราะ เป็นอนุพันธ์ฝิ่น เสพติดได้ ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ควรใช้น้อยๆ ตามหมอสั่ง
การใช้ยาแก้ปวด ถ้าปวดมาก ใช้ยาคนละกลุ่ม ใช้ร่วมกันได้บ้างสั้นๆ ขอให้ปรึกษาหมอ หรือเภสัชใกล้บ้านไปด้วย 1-2 สัปดาห์ พอไหว อย่าใช้นานมาก อย่ากินเป็นขนม หรืออาหารเช้ากลางวันเย็น ควรไปกายภาพร่วมด้วย เพื่อให้ตับไต ที่ต้องใช้ขับยาออกทำงานน้อยลง เก็บตับไตไว้ทำงานเรื่องอื่นบ้าง
2,3,4,5 ใช้ไปพร้อมๆ กับ 1 ได้นะ แต่บอกนักกายภาพด้วย และพึงเข้าใจว่าบางที ฤทธิ์ของยา อาจจะทำให้ช่วงปวดมากปวดน้อยสลับๆ ไม่ใช่ทำกายภาพมาแล้วปวด แล้วคิดว่าเพราะทำกายภาพเลยปวด แล้วเลิกทำดีกว่า มันมีฤทธิ์ของยาคุมอยู่ที่ระยะ 4-6 ชม.หลังกินยา
6. ฉีดเกล็ดเลือด เหมือนเอาเลือดที่มีสารอักเสบ ไปฟอกข้างนอก เลือกสถานพยาบาลที่สะอาด เครื่องปั่นใหม่ หมอชำนาญ ลดปวดได้ แต่ก็จะลดปวดได้สั้นๆ ส่วนใหญ่ที่เจอเคสก็ 6 เดือน - 1 ปี ตามการใช้งาน หรือบางสถานพยาบาลที่คนไข้ไปมาแล้วมาเล่าให้ฟัง ฉีดแล้วไม่ดีขึ้น ก็ไต่ระดับราคา เติมสารนู่นนี่เข้าไปในข้ออีกก็มี ตอนนี้คำว่า "การตลาด" มันได้นำ "จรรยาบรรณ" ไปมากแล้ว แต่ก็เข้าใจได้ เพราะคนเรามีความเชื่อไม่เหมือนกัน
7. ฉีดสเตียรอยด์สั้นๆ ตอนปวดมาก ปีละไม่เกิน 2 เข็ม เอ็นเปื่อยไม่ใช่เรื่องตลก ถ้ากล้ามเนื้อเยอะๆ เชิญเปื่อยไปสัก1-2ชิ้น ตามสบาย แต่ถ้าแก่แล้ว กำลังกายก็ไม่ออก นอนดูทีวี ไถ tiktok ไปเรื่อย ก็ save กล้ามเนื้อไว้พยูงข้อตอนแก่บ้าง
8. ผ่าไปเลยถ้าฟิล์มมันฟ้องว่าต้องผ่า ข้อไหนความเสี่ยงต่ำ %สำเร็จสูง ถ้าทำข้อ 1-6 แล้วสัก 6 เดือน ปรับกิจวัตรประจำวันที่กระตุ้นปวดด้วยก็แล้ว มันยังไม่มีแนวโน้มจะดีขึ้นเลย ก็ผ่าเถ่อะ เปลืองเงินค่ากายภาพฯ
พยายามอย่าเพิ่งไปทำข้อ 9 เพราะ มันยังไม่มีวิจัยที่หนักพอ และผลร้ายระยะยาวมันมากเกินไป ขึ้นกับบริเวณและความเสี่ยงด้วย ลองชั่งน้ำหนักเอา
9. ฉีดสเต็มเซลล์ เติมกลูโคสหรือต่างๆ บลาๆ เอาจริงๆ อันนี้เคยเห็นแต่โฆษณา ไม่เคยเห็นวิจัย และ รพ.มหาวิทยาลัยยังไม่ใช้เลย ถ้าใครมีวิจัย ที่ไม่ใช่โฆษณา ก็เอามาแป่ะให้หน่อย จะขอบพระคุณ แต่เท่าที่เห็นคนไข้ไปฉีดมา ก็....กล้ามเนื้อ เอ็น และการฟื้นตัวต่างๆ มันแปลกๆ อธิบายไม่ถูก สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการผ่าอยู่ดี