หมอรุจชวนคุย Dr. Suparuj ผม ผิว หลุมสิว แผลเป็น เลเซอร์

หมอรุจชวนคุย Dr. Suparuj ผม ผิว หลุมสิว แผลเป็น เลเซอร์ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก หมอรุจชวนคุย Dr. Suparuj ผม ผิว หลุมสิว แผลเป็น เลเซอร์, แพทย์ผิวหนัง, Bangkok.

ชวนคุยเทคนิคดูแล หลุมสิว สิว แผลเป็นคีลอยด์ ผมร่วงผมบาง ขนคุด ปัญหาผิวหนัง ตัดพังผืดหลุมสิว โปรแกรมเลเซอร์ Pico Laser, RF, HIFU, Monopolar RF, RF Microneedle Energy Based Devices ฆสพ.สบส 8006/2567 ข้อมูลการดูแลผิวหนัง ผิวหน้า สิว แผลเป็น หลุมสิว เส้นผม ผมร่วง ผมบาง ฝ้า เลเซอร์ ผิวพรรณตามหลักวิชาการ https://linktr.ee/Drsuparuj
โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ. ศุภะรุจ เลื่องอรุณ (หมอรุจ) Assistant Profess

or Dr. Suparuj Lueangarun (Dr. Ruj)
�รบกวนฝากติดตามข้อมูลด้าน #สิว #หลุมสิว #แผลเป็น #เส้นผม และทุกปัญหาผิวกับหมอรุจได้ที่
�IG: https://www.instagram.com/drsuparuj
�www.facebook.com/drsuparuj
�Youtube https://bit.ly/3p20YLE
�Blockdit https://bit.ly/3d8vYr1
https://vt.tiktok.com/ZSJ141Mdf/
https://mobile.twitter.com/drruj1
Website https://bit.ly/32ArpiY
https://www.youtube.com/channel/UCSCIlerivSmZrDhWdAULKSg

ปัญหาคอเป็นรอยพับ คอเป็นเส้น เกิดจากอะไร & ดูแลได้อย่างไร ?Neck Wrinkles and Horizontal Neck Lines: Etiology and Managem...
29/03/2026

ปัญหาคอเป็นรอยพับ คอเป็นเส้น เกิดจากอะไร & ดูแลได้อย่างไร ?
Neck Wrinkles and Horizontal Neck Lines: Etiology and Management Strategies

สาเหตุของการเกิดรอยพับที่คอ
รอยพับหรือเส้นขวางที่คอเกิดได้จากหลายปัจจัย ครับ
• โครงสร้างตามธรรมชาติ: บางคนมีรอยเส้นนี้ตั้งแต่เด็กเนื่องจากโครงสร้างผิวหนังและกล้ามเนื้อ
•การดึงรั้งของกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ
• พฤติกรรม (Tech Neck): การก้มหน้าเล่นโทรศัพท์หรือทำงานกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ทำให้ผิวบริเวณคอถูกพับซ้ำๆ จนเกิดเป็นรอยลึก
• อายุที่มากขึ้น: การสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินทำให้ผิวหย่อนคล้อยและเห็นรอยชัดขึ้น
• ไขมันสะสม: การมีไขมันใต้คางหรือบริเวณคอมากเกินไป ทำให้ผิวหนังพับตัวเป็นชั้น

แนวทางการดูแล
1.การเตรียมผิวและการวิเคราะห์ "Dynamic Neck Lines"
ก่อนเริ่มเครื่องมือ คุณหมอจะไม่ได้ดูแค่รอยพับขณะอยู่นิ่ง แต่จะให้ผู้รับบริการลอง "เกร็งคอ" หรือ "ก้มหน้า" เพื่อดูว่า:
• รอยพับเกิดจากผิวหนังชั้นบน (Epidermis) ที่ขาดความยืดหยุ่น
• หรือเกิดจากกล้ามเนื้อ Platysma ที่หนาตัวขึ้นจนดึงผิวให้พับลงมา
• เทคนิคสำคัญ: การระบุจุดที่ผิว เกิดร่อง(Skin crease) เพื่อกำหนดระดับความลึกของพลังงานที่จะส่งลงไป
2.การใช้เครื่องมือยกกระชับ (Energy-Based Devices)
ในขั้นตอนนี้จะเน้นการแก้ปัญหาที่โครงสร้างลึก (SMAS) และชั้นหนังแท้:
• Micro-Focused Ultrasound (เช่น Program Ultraformer): จะใช้หัวที่มีความลึก 1.5, 2 mm และ 3.0 mm ยิงไปตามแนวรอยพับ เพื่อ "เย็บ" ชั้นผิวให้กระชับขึ้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยลดการพับตัวของผิว
• Fractional Radiofrequency (RF): เช่น Program SylfirmX Plus ใช้พลังงานคลื่นวิทยุปล่อยผ่านเข็มขนาดเล็ก (Microneedle RF) ลงไปกระตุ้นการเรียงตัวใหม่ของเส้นใยอีลาสตินบริเวณรอยพับ

3. การใช้เลเซอร์ปรับสภาพผิว Laser Resufacing เช่น Fractional CO2 Laser, fractional Erbium Laser, Fractional Picosecond Laser (เช่น Program Discovery Pico Laser) Fractional Diode Laser (เช่น Program LaserME) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพื่อการลดริ้วรอยบริเวณผิวชั้นบน

4.เทคนิคการฉีด
•Program Botulinum Toxin injections : ซึ่งมีการฉีดได้หลายวิธีทั้งฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (Nefertiti Lift) และฉีดในชั้นผิว DermoLifting ฉีดโบท็อกซ์ปริมาณน้อยและเจือจางลงในชั้นตื้น เพื่อคลายแรงดึงรั้งของกล้ามเนื้อแผ่นคอ ไม่ให้ดึงผิวลงมาพับกัน
•Program Filler ใช้ฟิลเลอร์โมเลกุลเล็กช่วยเติมเต็มรอยพับเล็กๆ ให้ตื้นขึ้น
•Biostimulator สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เช่น PN Polynucleotide, Bio Remodeling เพื่อซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพบริเวณรอยพับ ให้ผิวกลับมายืดหยุ่นและมีความหนาตัว (Dermal Thickening) มากขึ้น

Neck Wrinkles and Horizontal Neck Lines: Etiology and Management Strategies

Causes of Neck Wrinkles and Horizontal Lines

Neck wrinkles or horizontal neck lines can result from multiple factors:
• Anatomical predisposition: Some individuals naturally have visible neck lines from a young age due to inherent skin and muscle structure.
• Platysma muscle activity: Repetitive contraction and downward pulling of the platysma muscle contribute to skin folding.
• Behavioral factors (Tech Neck): Prolonged downward gaze from smartphone or computer use leads to repeated skin folding, eventually forming deeper lines.
• Aging: Loss of collagen and elastin results in decreased skin elasticity and increased skin laxity, making wrinkles more prominent.
• Fat accumulation: Excess submental or cervical fat can create additional folds and exaggerate the appearance of neck lines.



Management Strategies

1. Skin Assessment and Analysis of “Dynamic Neck Lines”

Before treatment, evaluation should include both static and dynamic assessment:
• Patients are asked to flex the neck or look downward to identify dynamic wrinkle patterns.
• Determine whether the lines originate from:
• Superficial skin laxity (epidermal/dermal changes)
• or underlying platysma muscle activity
• Key concept: Identifying true skin creases helps guide the appropriate depth and modality of treatment



2. Energy-Based Devices (Skin Tightening and Lifting)

These modalities target deeper structural layers, including the dermis and SMAS:
• Micro-Focused Ultrasound (MMFU; e.g., Program Ultraformer):
Delivers focused energy at depths of 1.5, 2.0, and 3.0 mm along wrinkle lines to stimulate collagen production and improve structural support, reducing skin folding.
• Fractional Radiofrequency (RF) Microneedling (e.g., Program SylfirmX Plus):
Uses insulated microneedles to deliver RF energy into the dermis, promoting collagen and elastin remodeling and improving skin elasticity along wrinkle lines.



3. Laser Resurfacing (Superficial Skin Quality Improvement)

Laser-based treatments enhance collagen remodeling and improve surface texture:
• Fractional CO₂ Laser
• Fractional Erbium Laser
• Fractional Picosecond Laser (e.g., Program Discovery Pico Laser)
• Fractional Diode Laser (e.g., Program LaserME)

These modalities primarily target the superficial dermis, improving fine wrinkles and skin texture.



4. Injection-Based Techniques
• Botulinum Toxin (Botox):
Can be administered using different techniques:
• Intramuscular injections (e.g., Nefertiti Lift) to reduce platysma pull
• Intradermal microinjections (Dermo-lifting / Microbotox) using diluted toxin to relax superficial muscle tension and reduce skin folding
• Dermal Fillers:
Low-viscosity fillers can be used to soften and elevate shallow horizontal lines
• Biostimulators:
Agents such as Polynucleotides (PN) and bio-remodeling injectables stimulate collagen synthesis, improve dermal thickness, and restore skin elasticity



Summary

Effective management of neck wrinkles requires a multimodal approach, addressing:
• Muscle activity
• Skin laxity
• Collagen depletion
• Surface texture

A personalized treatment plan combining energy-based devices, injectables, and skin resurfacing typically provides optimal outcomes.

#รอยย่นที่คอ #รอยพับที่คอ #รักษารอยย่นที่คอ

ปัญหาคอเป็นรอยพับ คอเป็นเส้น เกิดจากอะไร & ดูแลได้อย่างไร ?Neck Wrinkles and Horizontal Neck Lines: Etiology and Management Strategies สาเหตุของการเกิดรอยพ....

29/03/2026

ปัญหาคอเป็นรอยพับ คอเป็นเส้น เกิดจากอะไร & ดูแลได้อย่างไร ? Neck Wrinkles and Horizontal Neck Lines: Etiology and Management Strategies

สาเหตุของการเกิดรอยพับที่คอ
รอยพับหรือเส้นขวางที่คอเกิดได้จากหลายปัจจัย ครับ
• โครงสร้างตามธรรมชาติ: บางคนมีรอยเส้นนี้ตั้งแต่เด็กเนื่องจากโครงสร้างผิวหนังและกล้ามเนื้อ
•การดึงรั้งของกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ
• พฤติกรรม (Tech Neck): การก้มหน้าเล่นโทรศัพท์หรือทำงานกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ทำให้ผิวบริเวณคอถูกพับซ้ำๆ จนเกิดเป็นรอยลึก
• อายุที่มากขึ้น: การสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินทำให้ผิวหย่อนคล้อยและเห็นรอยชัดขึ้น
• ไขมันสะสม: การมีไขมันใต้คางหรือบริเวณคอมากเกินไป ทำให้ผิวหนังพับตัวเป็นชั้น

แนวทางการดูแล
1.การเตรียมผิวและการวิเคราะห์ “Dynamic Neck Lines”
ก่อนเริ่มเครื่องมือ คุณหมอจะไม่ได้ดูแค่รอยพับขณะอยู่นิ่ง แต่จะให้ผู้รับบริการลอง “เกร็งคอ” หรือ “ก้มหน้า” เพื่อดูว่า:
• รอยพับเกิดจากผิวหนังชั�

28/03/2026

เทคนิคดูแลหลุมสิว แผลเป็น รูขุมขนกว้าง ด้วย Fractional non ablative 1470 nm Laser: Program LaserME

Program LASER Me คืออะไร

คือโปรแกรมเลเซอร์แบบ Non-ablative fractional laser มีความยาวคลื่นที่ 1470 นาโนเมตร ส่งผลให้ผิวหนังมีความอ่อนเยาว์ กระชับขึ้น และกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใหม่
ช่วยให้
* ลดเลือนรอยแผลเป็น หลุมสิว รอยสิว
* ลดเลือนริ้วรอย
* ผลัดเซลล์ผิวเก่า
* ฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง
* ดูแลฝ้ากระจุดด่างดำปัญหาเม็ดสี
* ช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผม
* ดูแลรักษาแผลเป็น

ปัญหาหลุมสิว (Atrophic Scars) และรูขุมขนกว้าง (Enlarged Pores) จัดเป็นรอยโรคทางผิวหนังที่เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนและเนื้อเยื่อในชั้นผิวแท้ (Dermis) การรักษาที่มีประสิทธิภาพจึงจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีที่สามารถลงลึกถึงชั้นผิวเพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมตัวเองโดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง

กลไกการทำงานของ Program LaserMe

Program LaserMe ใช้หลักการทำงานแบบ Fractional Photothermolysis โดยการส่งผ่านพลังงานเลเซอร์ลงไปในผิวหนังเป็นจุดเล็กๆ จำนวนมาก (Microthermal Treatment Zones) เพื่อสร้างแผลขนาดเล็กในระดับไมโครที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าในชั้นผิว

1. Stimulation of Neocollagenesis: พลังงานความร้อนที่ส่งลงไปจะไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้เร่งผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ เพื่อเติมเต็มส่วนที่เป็นแอ่งหลุมและกระชับผนังรูขุมขน
2. Fractional Technology: เนื่องจากเป็นการปล่อยพลังงานแบบแบ่งส่วน (Fractional) ทำให้มีเนื้อเยื่อผิวปกติรอบข้างเหลืออยู่เพียงพอ ซึ่งช่วยให้กระบวนการเคลื่อนที่ของเซลล์ผิวใหม่ (Re-epithelialization) เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
3. Precision Control: ระบบของ Program LaserMe ถูกออกแบบมาให้ควบคุมความลึกและปริมาณพลังงานได้อย่างแม่นยำ ลดการสะสมความร้อนส่วนเกินที่ผิวชั้นบน (Epidermis)

จุดเด่นเชิงเทคนิคที่ส่งผลต่อระยะเวลาการพักฟื้น (Downtime) หัวใจสำคัญของ Program LaserMe คือการสร้างความสมดุลระหว่าง "ประสิทธิภาพการรักษา" และ "ผลการกรอผิวชั้นนอก"
• Minimal Thermal Damage: พลังงานที่ส่งลงไปมีความเสถียรสูง ทำให้เกิดการอักเสบของผิวชั้นบนที่ต่ำกว่าเลเซอร์รุ่นเก่า ส่งผลให้ระยะเวลาที่ผิวมีอาการแดง (Erythema) สั้นลงอย่างมาก
• Rapid Recovery: ผู้เข้ารับการรักษาจึงไม่จำเป็นต้องพักฟื้นยาวนาน สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติภายในระยะเวลาอันสั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การดูแลแต่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา

ข้อพิจารณาในการรักษา
การรักษาด้วย Program LaserMe เพื่อผลลัพธ์สูงสุดควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์เพื่อประเมินประเภทของหลุมสิว (เช่น Ice Pick, Boxcar หรือ Rolling Scar) เนื่องจากความลึกและลักษณะของเนื้อเยื่อพังผืดที่ยึดเกาะใต้ผิวในแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน ซึ่งแพทย์จะสามารถคำนวณจำนวน Shot และระดับพลังงานที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ

งานวิจัยการรักษาหลุมสิวด้วย Program LaserME ครับ
อ้างอิง Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology 2025:18 543–551
• งานวิจัยแบบ prospective, open-label ในผู้หญิง 40 คน มีแผลเป็นสิวที่ใบหน้า รักษาด้วย เลเซอร์ 1470 nm non-ablative fractional จำนวน 3 ครั้ง ห่างกัน 2 สัปดาห์
• ผลติดตามถึง Day 130: ความยืดหยุ่นผิวเพิ่ม ~14%, ความลึกรอยแผลเป็นลด ~63%, และ ความกว้างรอยแผลเป็นลด ~62% (มีนัยสำคัญ)
• รายงานว่า ไม่พบ adverse events และสรุปว่าเป็นวิธีที่ ได้ผลและปลอดภัย สำหรับ acne scarring ใบหน้า

ความถี่และจำนวนครั้งในการเข้ารับบริการ Program LaserMe เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
เพื่อให้เกิดกระบวนการฟื้นฟูโครงสร้างผิว (Skin Rejuvenation) และการสังเคราะห์คอลลาเจนใหม่ (Collagen Remodeling) อย่างสมบูรณ์ การกำหนดจำนวนครั้งในการทำ Program LaserMe จะถูกพิจารณาตามพยาธิสภาพของผิวและระดับความรุนแรงของปัญหา
1. การปรับปรุงสภาพผิวและลดเลือนริ้วรอย (Surface Texture & Rejuvenation)
• แนวทางการรักษา: แนะนำให้เข้ารับบริการต่อเนื่องประมาณ 4-6 ครั้ง โดยจำนวนครั้งดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ (Dermal Remodeling) อย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งเพียงพอสำหรับการแก้ไขปัญหาภาวะผิวเสื่อมสภาพจากแสงแดด (Photoaging) ริ้วรอยแรกเริ่ม (Fine Lines) และความไม่สม่ำเสมอของเม็ดสีผิว ผลลัพธ์ที่ได้จะส่งผลให้ดัชนีความยืดหยุ่นของผิว (Skin Elasticity) ดีขึ้น รูขุมขนกระชับ และอุ้มน้ำได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

#รักษาหลุมสิว #เลเซอร์รักษาหลุม #รักษาหลุมสิวLaserMe #เลเซอร์รักษาหลุมสิวal1470nmlaser

27/03/2026

ถ้าเคยรักษาหลุมสิวมานานและทำมาหลายครั้งแล้ว ยังดีขึ้นได้อีกไหม?
After many acne scar treatments, is further improvement still possible?

1. ความเป็นจริงเกี่ยวกับหลุมสิวและอายุ
* หลุมสิวไม่หายเอง: เพราะคอลลาเจนที่เสื่อมสลายไปจนเกิดพังผืด ไม่สามารถฟื้นฟูได้เองตามธรรมชาติ
* อายุมีผลต่อหลุมสิว: เมื่ออายุมากขึ้นคอลลาเจนจะลดลงปีละ 1% ทำให้ผิวหย่อนคล้อยและหลุมสิวดูตื้นน้อยลงหรือดูกว้างขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

2. ทำไมรักษามานานแล้วถึงเริ่ม “นิ่ง”
* ในช่วงแรกของการรักษา ร่างกายจะตอบสนองต่อการกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีมาก โดยเฉพาะในคนอายุน้อย
* เมื่อรักษาไปหลายครั้ง เซลล์ผิว (Fibroblast) อาจเริ่มตอบสนองน้อยลง ทำให้ผลการรักษาเริ่มคงตัว ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนเหมือนช่วงแรก

3. เทคนิคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับคนที่รักษามาเยอะแล้ว หมอจะใช้
•การเพิ่มพลังงาน แต่จะมีข้อจำกัดด้วยระยะเวลาการพักฟื้น downtime และโอกาสเกิดรอยแดงรอยดำหลังการท

ถ้าเคยรักษาหลุมสิวมานานและทำมาหลายครั้งแล้ว ยังดีขึ้นได้อีกไหม?After many acne scar treatments, is further improvement s...
27/03/2026

ถ้าเคยรักษาหลุมสิวมานานและทำมาหลายครั้งแล้ว ยังดีขึ้นได้อีกไหม?
After many acne scar treatments, is further improvement still possible?

1. ความเป็นจริงเกี่ยวกับหลุมสิวและอายุ
* หลุมสิวไม่หายเอง: เพราะคอลลาเจนที่เสื่อมสลายไปจนเกิดพังผืด ไม่สามารถฟื้นฟูได้เองตามธรรมชาติ
* อายุมีผลต่อหลุมสิว: เมื่ออายุมากขึ้นคอลลาเจนจะลดลงปีละ 1% ทำให้ผิวหย่อนคล้อยและหลุมสิวดูตื้นน้อยลงหรือดูกว้างขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

2. ทำไมรักษามานานแล้วถึงเริ่ม "นิ่ง"
* ในช่วงแรกของการรักษา ร่างกายจะตอบสนองต่อการกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีมาก โดยเฉพาะในคนอายุน้อย
* เมื่อรักษาไปหลายครั้ง เซลล์ผิว (Fibroblast) อาจเริ่มตอบสนองน้อยลง ทำให้ผลการรักษาเริ่มคงตัว ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนเหมือนช่วงแรก

3. เทคนิคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับคนที่รักษามาเยอะแล้ว หมอจะใช้
•การเพิ่มพลังงาน แต่จะมีข้อจำกัดด้วยระยะเวลาการพักฟื้น downtime และโอกาสเกิดรอยแดงรอยดำหลังการทำเลเซอร์และหัตถการได้ครับ
•สลับพลังงาน (Energy Swap): หากเคยทำแต่เลเซอร์ (เช่น Pico หรือ CO2) อาาจะเปลี่ยนมาใช้คลื่นวิทยุ (RF) หรือสลับประเภทเลเซอร์เพื่อกระตุ้นผิวในกลไกลที่ต่างออกไป
• การใช้เทคนิคที่จำเพาะกับชนิดหลุมสิว จัดการพังผืดและขอบหลุม: ใช้การตัดพังผืด (Subcision) สำหรับหลุมแอ่งกว้างที่มีพังผืดดึงรั้ง Rolling scar หรือการแต้มกรด (TCA Cross ) หรือ UltraDeep Pico Technique สำหรับหลุมสิวแบบจิกลึก Ice pick acne scar และเทคนิคการเกลี่ยขอบหลุม Deep Focused ablative laser สำหรับหลุมที่ขอบชัด Boxcar acne scar เป็นต้นครับ
•การรักษาแบบผสมผสาน (Combination Therapy): ใช้เครื่องมือหลายชนิดร่วมกัน เช่น RF ร่วมกับ Fractional Laser เพื่อให้เกิดการซ่อมแซมผิวที่สมบูรณ์ขึ้น
•ใช้สารกลุ่ม Bio-Stimulator: เช่น PLLA, PDLLA, Polynucleotide, โปรแกรมExosome เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายใน เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผิวบางหรือขาดการตอบสนอง
• การยกกระชับผิว (Skin Laxity): หากผิวหย่อนคล้อย การใช้ HIFU หรือ RF Microneedle จะช่วยยกกระชับผิว ซึ่งส่งผลให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นโดยรวม

สรุปคำแนะนำ
การรักษาหลุมสิวที่ทำมานานแล้ว "ยังสามารถดีขึ้นได้อีก" แต่ต้องอาศัยการประเมินสภาพผิวใหม่ และอาจต้องใช้เทคนิคที่ซับซ้อนขึ้นหรือผสมผสานหลายวิธีตามลักษณะหลุมสิวและช่วงอายุในปัจจุบันครับ

ผลการรักษาขึ้นอยู่กับ เทคนิคการรักษาและ การตอบสนองของแต่ละบุคคล ด้วยนะครับ

If you’ve had multiple acne scar treatments over time, can your skin still improve?

1. The reality of acne scars and aging
• Acne scars do not resolve spontaneously:
They result from collagen loss and fibrotic tethering, which cannot naturally regenerate on their own.
• Aging impacts scar appearance:
Collagen decreases by approximately 1% per year, leading to skin laxity. Over time, scars may appear wider or more noticeable due to reduced dermal support.

2. Why results may plateau after repeated treatments
• Early treatments show stronger responses:
Initially, collagen stimulation is more effective, especially in younger patients.
• Diminished cellular response over time:
With repeated treatments, fibroblast activity may decline, leading to a plateau where further visible improvement becomes limited.

3. Strategies to enhance outcomes in previously treated patients
• Energy escalation:
Increasing treatment intensity may improve outcomes but comes with trade-offs such as longer downtime and higher risk of post-inflammatory erythema or hyperpigmentation.
• Energy switching (Energy-based device diversification):
Alternating modalities—for example, shifting from lasers (e.g., picosecond or CO₂) to radiofrequency (RF), or using different laser types—can stimulate the skin via distinct mechanisms.
• Scar-specific techniques targeting fibrosis and edges:
• Subcision for rolling scars with fibrotic tethering
• TCA CROSS or ultra-deep picosecond techniques for ice pick scars
• Deep focused ablative laser resurfacing for well-defined boxcar scars
• Combination therapy:
Utilizing multiple modalities (e.g., RF combined with fractional lasers) enhances overall tissue remodeling and synergistic effects.
• Biostimulatory agents:
Agents such as PLLA, PDLLA, polynucleotides, and exosome-based therapies can enhance collagen regeneration, particularly in patients with poor responsiveness or thin skin.
• Addressing skin laxity:
Treatments like HIFU or RF microneedling can improve skin tightening, indirectly making scars appear shallower.

Conclusion

Yes—acne scars can still improve, even after multiple prior treatments.
However, this requires re-evaluation of the skin condition and often a more advanced, individualized, and combination-based approach, tailored to scar type and patient age.

Treatment outcomes ultimately depend on both technique selection and individual biological response.

#หลุมสิว #รักษาหลุมสิว #ตัดพังผืดหลุมสิว #เลเซอร์หลุมสิว

ถ้าเคยรักษาหลุมสิวมานานและทำมาหลายครั้งแล้ว ยังดีขึ้นได้อีกไหม?After many acne scar treatments, is further improvement still possible?1. ความเป็นจริงเ.....

เทคนิคดูแลหลุมสิว แผลเป็น รูขุมขนกว้าง ด้วย Fractional non ablative 1470 nm Laser: Program LaserMEProgram LASER Me คืออะ...
27/03/2026

เทคนิคดูแลหลุมสิว แผลเป็น รูขุมขนกว้าง ด้วย Fractional non ablative 1470 nm Laser: Program LaserME

Program LASER Me คืออะไร

คือโปรแกรมเลเซอร์แบบ Non-ablative fractional laser มีความยาวคลื่นที่ 1470 นาโนเมตร ส่งผลให้ผิวหนังมีความอ่อนเยาว์ กระชับขึ้น และกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใหม่
ช่วยให้
* ลดเลือนรอยแผลเป็น หลุมสิว รอยสิว
* ลดเลือนริ้วรอย
* ผลัดเซลล์ผิวเก่า
* ฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง
* ดูแลฝ้ากระจุดด่างดำปัญหาเม็ดสี
* ช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผม
* ดูแลรักษาแผลเป็น

ปัญหาหลุมสิว (Atrophic Scars) และรูขุมขนกว้าง (Enlarged Pores) จัดเป็นรอยโรคทางผิวหนังที่เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนและเนื้อเยื่อในชั้นผิวแท้ (Dermis) การรักษาที่มีประสิทธิภาพจึงจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีที่สามารถลงลึกถึงชั้นผิวเพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมตัวเองโดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง

กลไกการทำงานของ Program LaserMe

Program LaserMe ใช้หลักการทำงานแบบ Fractional Photothermolysis โดยการส่งผ่านพลังงานเลเซอร์ลงไปในผิวหนังเป็นจุดเล็กๆ จำนวนมาก (Microthermal Treatment Zones) เพื่อสร้างแผลขนาดเล็กในระดับไมโครที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าในชั้นผิว

1. Stimulation of Neocollagenesis: พลังงานความร้อนที่ส่งลงไปจะไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้เร่งผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ เพื่อเติมเต็มส่วนที่เป็นแอ่งหลุมและกระชับผนังรูขุมขน
2. Fractional Technology: เนื่องจากเป็นการปล่อยพลังงานแบบแบ่งส่วน (Fractional) ทำให้มีเนื้อเยื่อผิวปกติรอบข้างเหลืออยู่เพียงพอ ซึ่งช่วยให้กระบวนการเคลื่อนที่ของเซลล์ผิวใหม่ (Re-epithelialization) เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
3. Precision Control: ระบบของ Program LaserMe ถูกออกแบบมาให้ควบคุมความลึกและปริมาณพลังงานได้อย่างแม่นยำ ลดการสะสมความร้อนส่วนเกินที่ผิวชั้นบน (Epidermis)

จุดเด่นเชิงเทคนิคที่ส่งผลต่อระยะเวลาการพักฟื้น (Downtime) หัวใจสำคัญของ Program LaserMe คือการสร้างความสมดุลระหว่าง "ประสิทธิภาพการรักษา" และ "ผลการกรอผิวชั้นนอก"
• Minimal Thermal Damage: พลังงานที่ส่งลงไปมีความเสถียรสูง ทำให้เกิดการอักเสบของผิวชั้นบนที่ต่ำกว่าเลเซอร์รุ่นเก่า ส่งผลให้ระยะเวลาที่ผิวมีอาการแดง (Erythema) สั้นลงอย่างมาก
• Rapid Recovery: ผู้เข้ารับการรักษาจึงไม่จำเป็นต้องพักฟื้นยาวนาน สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติภายในระยะเวลาอันสั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การดูแลแต่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา

ข้อพิจารณาในการรักษา
การรักษาด้วย Program LaserMe เพื่อผลลัพธ์สูงสุดควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์เพื่อประเมินประเภทของหลุมสิว (เช่น Ice Pick, Boxcar หรือ Rolling Scar) เนื่องจากความลึกและลักษณะของเนื้อเยื่อพังผืดที่ยึดเกาะใต้ผิวในแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน ซึ่งแพทย์จะสามารถคำนวณจำนวน Shot และระดับพลังงานที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ

งานวิจัยการรักษาหลุมสิวด้วย Program LaserME ครับ
อ้างอิง Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology 2025:18 543–551
• งานวิจัยแบบ prospective, open-label ในผู้หญิง 40 คน มีแผลเป็นสิวที่ใบหน้า รักษาด้วย เลเซอร์ 1470 nm non-ablative fractional จำนวน 3 ครั้ง ห่างกัน 2 สัปดาห์
• ผลติดตามถึง Day 130: ความยืดหยุ่นผิวเพิ่ม ~14%, ความลึกรอยแผลเป็นลด ~63%, และ ความกว้างรอยแผลเป็นลด ~62% (มีนัยสำคัญ)
• รายงานว่า ไม่พบ adverse events และสรุปว่าเป็นวิธีที่ ได้ผลและปลอดภัย สำหรับ acne scarring ใบหน้า

ความถี่และจำนวนครั้งในการเข้ารับบริการ Program LaserMe เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
เพื่อให้เกิดกระบวนการฟื้นฟูโครงสร้างผิว (Skin Rejuvenation) และการสังเคราะห์คอลลาเจนใหม่ (Collagen Remodeling) อย่างสมบูรณ์ การกำหนดจำนวนครั้งในการทำ Program LaserMe จะถูกพิจารณาตามพยาธิสภาพของผิวและระดับความรุนแรงของปัญหา
1. การปรับปรุงสภาพผิวและลดเลือนริ้วรอย (Surface Texture & Rejuvenation)
• แนวทางการรักษา: แนะนำให้เข้ารับบริการต่อเนื่องประมาณ 4-6 ครั้ง โดยจำนวนครั้งดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ (Dermal Remodeling) อย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งเพียงพอสำหรับการแก้ไขปัญหาภาวะผิวเสื่อมสภาพจากแสงแดด (Photoaging) ริ้วรอยแรกเริ่ม (Fine Lines) และความไม่สม่ำเสมอของเม็ดสีผิว ผลลัพธ์ที่ได้จะส่งผลให้ดัชนีความยืดหยุ่นของผิว (Skin Elasticity) ดีขึ้น รูขุมขนกระชับ และอุ้มน้ำได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
2. การรักษาพังผืดแผลเป็นและรอยแตกลาย (Atrophic Scars & Striae Distensae)
• แนวทางการรักษา: แนะนำให้เข้ารับบริการต่อเนื่องประมาณ 10 ครั้ง เนื่องจากรอยโรคประเภทหลุมสิวและรอยแตกลายมีความซับซ้อนของพังผืด (Fibrotic Tissue) ที่ยึดเกาะในชั้นผิวลึก การรักษาจึงจำเป็นต้องอาศัยการสะสมพลังงานความร้อนในระดับที่เหมาะสมซ้ำหลายรอบ (Cumulative Effect) เพื่อทำลายพังผืดเดิมและกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ (Tissue Regeneration) ขึ้นมาทดแทน การรักษาอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้แอ่งหลุมสิวตื้นขึ้นและรอยแตกลายดูจางลงผ่านกระบวนการซ่อมแซมแผลตามธรรมชาติ

หมายเหตุ: จำนวนครั้งที่แน่นอนอาจมีการปรับเปลี่ยนตามการตอบสนองของเซลล์ผิว (Biological Response) ในแต่ละบุคคล ซึ่งควรอยู่ภายใต้การประเมินและดูแลโดยแพทย์

Techniques for managing acne scars, textural scarring, and enlarged pores with a Fractional Non-Ablative 1470-nm Laser: LaserME Program

What is the LASER Me Program?

LASER Me is a non-ablative fractional laser program with a 1470-nm wavelength. It helps promote a more youthful, firmer appearance by stimulating new collagen production.

It can help to:
• Fade the appearance of scars, atrophic acne scars, and post-acne marks
• Reduce the look of fine lines and wrinkles
• Promote gentle exfoliation of aged surface cells
• Strengthen and restore the skin barrier
• Address melasma, freckles, dark spots, and other pigmentary concerns
• Support hair growth stimulation
• Improve the appearance of various scars

Why do atrophic acne scars and enlarged pores occur?

Atrophic scars and enlarged pores are skin conditions primarily caused by the loss of collagen and dermal tissue. Effective treatment requires technology that can deliver energy into the deeper skin layers to trigger tissue repair and remodeling without causing significant adverse effects.

Mechanism of action of the LaserMe Program

LaserMe is based on fractional photothermolysis, delivering laser energy into the skin in numerous tiny points—known as Microthermal Treatment Zones (MTZs)—creating microscopic, clinically controlled thermal injuries that are not visible to the naked eye.
1. Stimulation of neocollagenesis: The delivered heat activates fibroblasts to accelerate the production of new collagen and elastin, helping to lift depressed scars and tighten the pore walls.
2. Fractional technology: Because energy is delivered fractionally, sufficient surrounding normal tissue remains intact, enabling faster re-epithelialization and recovery.
3. Precision control: The LaserMe system is designed to precisely control treatment depth and energy output, minimizing excessive heat accumulation in the epidermis.

Technical advantages that influence downtime

A key strength of LaserMe is the balance between treatment efficacy and surface disruption.
• Minimal thermal damage: Stable energy delivery reduces superficial inflammation compared with older-generation lasers, resulting in a significantly shorter duration of erythema.
• Rapid recovery: Most patients can return to normal daily activities within a short period, making it suitable for individuals with limited downtime.

Treatment considerations

For optimal outcomes, LaserMe should be performed after consultation with a physician to evaluate acne scar subtypes (eg, ice-pick, boxcar, or rolling scars). Scar depth and the degree of underlying fibrotic tethering vary among individuals; therefore, the physician can tailor the number of shots and energy settings for each facial area with precision.

Clinical evidence supporting LaserME for acne scars

Reference: Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology. 2025;18:543–551
• A prospective, open-label study in 40 women with facial acne scarring treated with a 1470-nm non-ablative fractional laser for 3 sessions at 2-week intervals.
• Follow-up to Day 130 showed approximately +14% improvement in skin elasticity, ~63% reduction in scar depth, and ~62% reduction in scar width (statistically significant).
• No adverse events were reported; the authors concluded the treatment is effective and safe for facial acne scarring.

Recommended treatment frequency and number of sessions for best results

To achieve complete skin rejuvenation and collagen remodeling, the number of LaserMe sessions should be individualized based on skin pathology and severity.
1. Surface texture improvement & rejuvenation

• Suggested course: Approximately 4–6 sessions
• Rationale: Designed to support gradual dermal collagen remodeling, suitable for photoaging, early fine lines, and uneven tone. Expected benefits include improved skin elasticity, tighter pores, and better hydration retention.

2. Atrophic scars & striae distensae

• Suggested course: Approximately 10 sessions
• Rationale: Atrophic scars and striae involve complex fibrotic tethering in deeper layers, often requiring repeated treatments to build a cumulative effect that helps break down fibrotic tissue and stimulate tissue regeneration, leading to shallower scars and less visible stretch marks.

Note: The exact number of sessions may vary based on individual biological response and should be determined and supervised by physicians.

#รักษาหลุมสิว #เลเซอร์รักษาหลุมสิว โปรแกรม

เทคนิคดูแลปัญหาหลุมสิว แผลเป็น รูขุมขนกว้าง ด้วย Fractional non ablative 1470 nm Laser: Program LaserMEProgram LASER Me คืออะไร คือโปรแกรมเลเซอร์แบบ Non-abl...

27/03/2026

เทคนิคดูแลฝ้าด้วยเลเซอร์พิโค Picosecond Laser for Melasma Treatment เทคนิค Picosecond Laser สำหรับฝ้าใช้เรียกว่า “Pico Toning” ซึ่งต่างจากการยิงหลุมสิว:
•End Point (จุดสิ้นสุดการรักษา): ผิวต้องแค่ “ชมพูระเรื่อ” เท่านั้น ไม่ใช่แดงก่ำหรือมีเลือดออกซิบๆ
•ความยาวคลื่น (Wavelength): * ใช้ 755 nm หรือ 1064 nm เพื่อทำลายเม็ดสีในชั้นลึก
•ใช้หัวพิเศษ 585 nm หรือ 595 nm เพื่อเก็บรายละเอียด “ฝ้าเลือด” เพราะความยาวคลื่นนี้จะจับกับฮีโมโกลบินในเส้นเลือดได้ดี
•โดยใช้กลไก Photo-acoustic: Picosecond Laser จะส่งพลังงานเร็วมากจนเกิดแรงกระแทกให้เม็ดสีแตกละเอียดเป็นฝุ่น (Dust-like) ทำให้ร่างกายกำจัดออกได้ง่ายกว่าเลเซอร์รุ่นเก่า •ผลการรักษาขึ้นอยู่กับการตอบสนองของแต่ละบุคคลด้วยนะครับ #ฝ้า #รักษาฝ้ากระจุดด่างดำ #เลเซอร์ฝ้า

25/03/2026

รักษาหลุมสิว แต่ไม่สะดวกมารับการรักษาทุกเดือน จะรักษาได้ผลหรือไม่ ?
Can Acne Scars Be Effectively Treated Without Monthly Sessions?

1. ความจำเป็นและความถี่ในการรักษา
* เทคโนโลยีสมัยใหม่: ปัจจุบันนวัตกรรมการรักษาหลุมสิวมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทำให้ไม่จำเป็นต้องรักษาถี่ทุกเดือนเหมือนในอดีต โดยทั่วไปหมอจะนัดห่างกันประมาณ 6 สัปดาห์ ถึง 2 เดือน เพื่อให้ผิวมีเวลาฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนได้อย่างเต็มที่
*ผลการรักษาขึ้นอยู่กับเทคนิคการรักษาและการตอบสนองของแต่ละบุคคลด้วยครับ*
* ผลลัพธ์ในระยะยาว: การรักษาสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ดำเนินต่อไปได้ยาวนานถึง 6 เดือน ดังนั้นแม้จะเป็นผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศที่สะดวกมาเพียงทุก 3-6 เดือน หรือปีละครั้ง ก็ยังสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงและผลการรักษาได้
* การรักษาดีกว่าการปล่อยไว้: หลุมสิวไม่สามารถหายเองได้ตามธรรมชาติ และเมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนในผิวจะลดลงตามวัย ส่งผลให้รอยหลุมสิวดูชัดเจนและแย่ลงกว่าเดิม การรักษาแม้จะไม่ต่อเนื่องจึงยังให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการไม่รักษาเลย

2. กลยุทธ์การรักษาแบบใช้หลายเทคนิคเสริมประสิทธิภาพกัน (Combination Therapy)
สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกมาบ่อย แพทย์จะใช้วิธีผสมผสานหลายเทคนิคในการรักษา เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและครอบคลุมปัญหาทุกมิติของหลุมสิว เช่น
* การตัดพังผืด (Subcision): ใช้ในกรณีที่หลุมสิวมีพังผืดดึงรั้งหนาตัว เพื่อปลดปล่อยเนื้อเยื่อให้หลุมฟื้นตัวได้ง่ายขึ้น
* พลังงานเลเซอร์และคลื่นวิทยุ: เช่น การใช้ Fractional Picosecond Laser ร่วมกับ RF Microneedle เพื่อกระตุ้นผิวชั้นบนและชั้นลึกไปพร้อมกัน
* สารกระตุ้นการสร้างผิว (Biosimulators & Exosome) #หลุมสิว #รักษาหลุมสิว #ตัดพังผืดหลุมสิว #เลเซอร์หลุมสิว

รักษาหลุมสิว แต่ไม่สะดวกมารับการรักษาทุกเดือน จะรักษาได้ผลหรือไม่ ?Can Acne Scars Be Effectively Treated Without Monthly...
25/03/2026

รักษาหลุมสิว แต่ไม่สะดวกมารับการรักษาทุกเดือน จะรักษาได้ผลหรือไม่ ?
Can Acne Scars Be Effectively Treated Without Monthly Sessions?

1. ความจำเป็นและความถี่ในการรักษา
* เทคโนโลยีสมัยใหม่: ปัจจุบันนวัตกรรมการรักษาหลุมสิวมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทำให้ไม่จำเป็นต้องรักษาถี่ทุกเดือนเหมือนในอดีต โดยทั่วไปหมอจะนัดห่างกันประมาณ 6 สัปดาห์ ถึง 2 เดือน เพื่อให้ผิวมีเวลาฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนได้อย่างเต็มที่
*ผลการรักษาขึ้นอยู่กับเทคนิคการรักษาและการตอบสนองของแต่ละบุคคลด้วยครับ*
* ผลลัพธ์ในระยะยาว: การรักษาสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ดำเนินต่อไปได้ยาวนานถึง 6 เดือน ดังนั้นแม้จะเป็นผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศที่สะดวกมาเพียงทุก 3-6 เดือน หรือปีละครั้ง ก็ยังสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงและผลการรักษาได้
* การรักษาดีกว่าการปล่อยไว้: หลุมสิวไม่สามารถหายเองได้ตามธรรมชาติ และเมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนในผิวจะลดลงตามวัย ส่งผลให้รอยหลุมสิวดูชัดเจนและแย่ลงกว่าเดิม การรักษาแม้จะไม่ต่อเนื่องจึงยังให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการไม่รักษาเลย

2. กลยุทธ์การรักษาแบบใช้หลายเทคนิคเสริมประสิทธิภาพกัน (Combination Therapy)
สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกมาบ่อย แพทย์จะใช้วิธีผสมผสานหลายเทคนิคในการรักษา เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและครอบคลุมปัญหาทุกมิติของหลุมสิว เช่น
* การตัดพังผืด (Subcision): ใช้ในกรณีที่หลุมสิวมีพังผืดดึงรั้งหนาตัว เพื่อปลดปล่อยเนื้อเยื่อให้หลุมฟื้นตัวได้ง่ายขึ้น
* พลังงานเลเซอร์และคลื่นวิทยุ: เช่น การใช้ Fractional Picosecond Laser ร่วมกับ RF Microneedle เพื่อกระตุ้นผิวชั้นบนและชั้นลึกไปพร้อมกัน
* สารกระตุ้นการสร้างผิว (Biosimulators & Exosome): การใช้กลุ่ม Polynucleotide หรือโปรแกรม Exosome เพื่อช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวและเสริมการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
* การเก็บรายละเอียด: อาจมีการใช้หัวเลเซอร์เฉพาะจุดเพื่อเกลี่ยขอบหลุมสิวตามลักษณะของหลุมแต่ละประเภท

3. การดูแลตัวเองระหว่างช่วงที่ไม่ได้มาพบแพทย์
* การป้องกัน: ต้องทาครีมกันแดดเป็นประจำเพื่อป้องกันการทำลายคอลลาเจนจากแสงแดด
* การกระตุ้นผิวด้วยยาทา: แนะนำให้ใช้ยากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ (Retinoids) เช่น Adapalene หรือ Retinoic Acid ซึ่งมีผลงานวิจัยรองรับว่าช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นได้ในระยะยาว
* การควบคุมสิวใหม่: สิ่งสำคัญที่สุดคือต้อง "หยุดการเกิดสิวใหม่" โดยการทายารักษาสิว (เช่น BPO) และห้ามบีบหรือแกะสิวเด็ดขาด เพราะแม้แต่สิวอุดตันธรรมดาหรือการอักเสบเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำลายเนื้อเยื่อจนกลายเป็นหลุมสิวใหม่ได้

บทสรุป
ถึงแม้การรักษาอย่างต่อเนื่องจะให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและชัดเจนที่สุด แต่สำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดด้านเวลาหรือการเดินทาง การมาพบแพทย์นานๆ ครั้งควบคู่ไปกับการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีที่บ้าน ก็ยังถือเป็นแนวทางที่ได้ผลและช่วยให้สภาพผิวดีขึ้นได้ครับ
*ผลการรักษาขึ้นอยู่กับเทคนิคการรักษาและการตอบสนองของแต่ละบุคคลด้วยครับ*

Can Acne Scars Be Effectively Treated Without Monthly Sessions?

1. Necessity and Treatment Frequency
• Advances in technology:
Modern acne scar treatments have become significantly more effective, making monthly sessions no longer mandatory as in the past. Typically, treatments are scheduled every 6–8 weeks to allow sufficient time for collagen remodeling and skin recovery.
Outcomes depend on both treatment techniques and individual response.
• Long-term effects:
Many procedures stimulate collagen production that continues for up to 6 months. Therefore, even patients who can only attend every 3–6 months or once per year (e.g., those living abroad) can still achieve noticeable improvement.
• Treatment vs. no treatment:
Acne scars do not resolve spontaneously. With aging, collagen declines, often making scars more prominent. Even intermittent treatment is more beneficial than no treatment at all.



2. Combination Therapy for Enhanced Outcomes

For patients with limited availability, a multimodal approach is often recommended to maximize efficacy:
• Subcision:
Releases fibrotic tethering in depressed scars, allowing elevation of the scar base.
• Energy-based devices:
Combination of technologies such as fractional picosecond laser and RF microneedling to target both superficial and deeper dermal layers.
• Biostimulators & exosomes:
Agents such as polynucleotides or exosome-based therapies help accelerate tissue repair and enhance collagen synthesis.
• Targeted refinement:
Focal laser techniques may be used to smooth scar edges based on individual scar morphology.



3. At-Home Care Between Sessions
• Photoprotection:
Daily sunscreen use is essential to prevent collagen degradation.
• Topical stimulation:
Retinoids (e.g., adapalene, tretinoin) are recommended to support collagen remodeling and gradual scar improvement.
• Acne control:
Preventing new acne is critical. Use appropriate acne treatments (e.g., benzoyl peroxide) and avoid picking or squeezing lesions, as even mild inflammation can lead to new scars.



Conclusion

While regular treatment provides the fastest and most visible results, patients with time or travel limitations can still achieve meaningful improvement through less frequent clinical visits combined with proper home care.

Treatment outcomes vary depending on techniques and individual biological response.

#หลุมสิว #รักษาหลุมสิว #ตัดพังผืดหลุมสิว #เลเซอร์หลุมสิว

รักษาหลุมสิว แต่ไม่สะดวกมารับการรักษาทุกเดือน จะรักษาได้ผลหรือไม่ ?Can Acne Scars Be Effectively Treated Without Monthly Sessions?1. ความจำเป็นและ.....

ที่อยู่

Bangkok
10500

เบอร์โทรศัพท์

+66639594392

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หมอรุจชวนคุย Dr. Suparuj ผม ผิว หลุมสิว แผลเป็น เลเซอร์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง หมอรุจชวนคุย Dr. Suparuj ผม ผิว หลุมสิว แผลเป็น เลเซอร์:

แชร์