เวชศึกษาสมัยใหม่ - Medical AI

เวชศึกษาสมัยใหม่ - Medical AI ช่องทางการติดต่อสำหรับคนไข้

09/05/2026

เพจเราเปิดรับสมาชิกห้องพื้นฐานแพทย์แผนไทยและกายวิภาคศาสตร์ (ย้ำว่าพื้นฐานเท่านั้น) ในราคาสมาชิกที่ถูกที่สุดเท่าที่เคยเปิดมา เรียนทุกวันเสาร์ (ตลอดชีพ) ติดต่อไลน์ Line ID : revthai

อาการ "มึนหัว ที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับอาการตึงกล้ามเนื้อคอและบ่า" - ที่หลาย ๆ คนอาจคิดว่าเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ไม่ใช่อาการร้...
09/05/2026

อาการ "มึนหัว ที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับอาการตึงกล้ามเนื้อคอและบ่า" - ที่หลาย ๆ คนอาจคิดว่าเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ไม่ใช่อาการร้ายแรง - ขอบอกเลยว่าให้ระวัง - ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปบอกคนไข้ว่า "นวดแล้วหาย" ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ตรวจคัดกรองอะไรเลย

บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.ภ เภวัชกรรมไทย

ขอบอกเลยว่า จะกระทำอะไรบนร่างกายมนุษย์ต้องระวัง ต้องตรวจเช็คเพื่อหาสาเหตุความผิดปรกติของร่างกายให้ละเอียดก่อนเสมอ เพื่อดูว่า จริง ๆ กำลังเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของคนไข้บ้าง และด้วยความรู้กับอำนาจในใบประกอบวิชาชีพของเรา "รักษาได้หรือไม่"

*** หลาย ๆ อาการที่ถูกมองว่าเป็นอาการ "พื้น ๆ" ไม่อันตราย แต่ในความเป็นจริงมันเป็นอาการแสดงความผิดปรกติร้ายแรงที่ควรระวังเป็นพิเศษ นวดไปแล้วอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตก็มี

*** อาการ "มึนหัว ที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับอาการตึงกล้ามเนื้อคอและบ่า" ก็เหมือนกัน ถูกมองว่าเป็นอาการพื้น ๆ ที่ใคร ๆ ก็เป็นได้ ซึ่งในความเป็นจริงมันไม่ใช่แบบนั้น เพราะจริง ๆ แล้วถ้าร่างกายมันเป็นปรกติ อาการแบบนี้มันไม่ควรเกิดขึ้นกับคนไข้เลยด้วยซ้ำ

********************************

หลาย ๆ คนอาจคิดว่าอาการ "มึนหัว ที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับอาการตึงกล้ามเนื้อคอและบ่า" เกิดจากความผิดปรกติของกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อตึงทำให้เลือดเดินขึ้นไปเลี้ยงสมองไม่ดี - ขอบอกเลยว่า ในความเป็นจริงมันไม่ใช่แบบนั้นเลย เพราะว่า

*** ไม่มีกล้ามเนื้อ คอและบ่า มัดไหนเลย ที่จะเกิดอาการเกร็งตึงแล้วไปเบียดเส้นเลือดได้ถึงขนาดจะรบกวนการไหลเวียนเลือดขึ้นศีรษะได้
ยกตัวอย่างเช่น เส้นอัษฎาศ - บริเวณเส้นนี้มีจุดสัญญาณนวดราชสำนักเกี่ยวข้องอยู่ 2 จุดใหญ่ ๆ นั่นคือ สัญญาณ 3-4 หัวไหล่ ซึ่งบริเวณนี้ไม่มีกล้ามเนื้อมัดไหนที่จะเบียดเส้นเลือดทำให้เกิดอาการ "มึนหัว ที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับอาการตึงกล้ามเนื้อคอและบ่า" ได้เลย แม้แต่ Sternocleidomasroid ก็ตาม

*** เส้นอัษฎากาศ เกิดป้ญหาทำให้เกิดอาการ มึนหัว ที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับอาการตึงกล้ามเนื้อคอและบ่า" เนื่องจากสาเหตุดังต่อไปนี้ (ตัวอย่าง)

1) วาตะผิดปรกติ (วาตะกำเริบ)

- การไหลเวียนของวาตะ (พลังลมหายใจ, ลมประสาท) ผิดปกติ ควบคุมสมอง หัวใจ การรับรู้ และความตื่นตัว / หากหลอดเลือดแคบหรือเลือดไปเลี้ยงสมองลดลง เคลื่อนไหวผิดปกติ เกิดอาการเวียนหัว บ้านหมุน มึนงง

********************************

2) ปิตตะผิดปรกติ (ปิตตะกำเริบ)

เหตุปัจจัยกระตุ้น ปิตตะ - อาหารเผ็ดจัด รสเปรี้ยว ของทอด ความเครียด โกรธจัด แสงแดดจัด พักผ่อนไม่พอ

ผล - ปิตตะเพิ่มขึ้นในระบบโลหิต ทำให้เลือดร้อนจัด ทำให้ผนังหลอดเลือดแดง ถูกกระตุ้นด้วยความร้อนและการอักเสบ

*** นี่เป็นแค่ตัวอย่างของอาการบางส่วนเท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ถ้าร่างกายมันยังทำงานเป็นปรกติอยู่ อาการ "มึนหัว ที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับอาการตึงกล้ามเนื้อคอและบ่า" มันจะไม่เกิดขึ้นเลย

*** ถ้ามันเกิดขึ้น คุณต้องหาให้เจอก่อนที่จะลงมือทำอะไรลงไป หรือแม้กระทั่งก่อนจะลงมือนวดผ่อนคลายก็ตาม

เพราะอาการเหล่านี้มันมักจะเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงหลาย ๆ โรค เช่น ภาวะโรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปรกติของหลอดเลือด ซึ่งเป็นอาการที่ไม่ควรนวดเลยด้วยซ้ำ

*********************************

ข้อมูลที่เหลือ เดี๋ยวจะเอาไปอธิบายในห้อง พท. ในช่วงเวลา Live สด ท่านใดติดงานตามชมย้อนหลังได้เลย

ท่านใดต้องการสมัครห้อง พท. ติดต่อทางไลน์ได้เลย Line ID : revthai

อาการ "ปวดไหล่" ที่เป็นมาเกิน 6 เดือน ถึง 1 ปี เป็นต้นไป - ถ้านวดแล้ว 2 - 3 ครั้งแล้วอาการกลับมาเป็นเหมือนเดิม แนะนำว่าไ...
08/05/2026

อาการ "ปวดไหล่" ที่เป็นมาเกิน 6 เดือน ถึง 1 ปี เป็นต้นไป - ถ้านวดแล้ว 2 - 3 ครั้งแล้วอาการกลับมาเป็นเหมือนเดิม แนะนำว่าไม่ควรนวดแล้ว - ควรรักษาด้วยการรับประทานยา และฟื้นฟูด้วยวิธีอื่น - เตือนแล้วนะ ถ้าไม่อยากเจอสภาวะ "Tendon ขาด"

บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.ภ เภสัชกรรมไทย

หาก "อักเสบอยู่" ห้ามนวด นี่คือกฏเหล็กที่ไม่มีหมอคนไหนฝ่าฝืนได้ มันก็กฏธรรมชาติที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง - เพราะถ้าอักเสบอยู่แล้วไปนวด การอักเสบจะไม่หายและจะกลับมาอีก และสุดท้าย การอักเสบบริเวณนั้นจะไม่จบและเนื้อเยื่อบริเวณนั้นจะเสื่อม

*** อาการ "ปวดไหล่เรื้อรัง" คือหนึ่งในอาการแสดงว่า บริเวณไหล่ที่ปวดอาจมีอาการอักเสบอยู่ (ยกเว้นว่าจะเป็น Refer Pain) เพราะฉะนั้น หากเป็นอาการอักเสบแล้วยิ่งนวด อาการปวดไหล่จะไม่มีทางหาย

*********************************

เพราะฉะนั้น ถ้ามีอาการปวดไหล่มามากกว่า 6 เดือน ถึง 1 ปี สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่การวิ่งเข้าร้านนวด หรือตามหาว่าที่ไหนนวดแล้วจะหาย - แต่ควรพบแพทย์เพื่อตรวจให้รู้ก่อนว่าตกลงแล้ว "มันเกิดอะไรขึ้นกับไหล่" กันแน่ เพราะในความเป็นจริง ถ้าอาการปวดไหล่เกิดจากแค่กล้ามเนื้อตึง

*** นวดครั้งเดียวก็หาย หรือไม่ต้องนวด ยืดเหยียดกล้ามเนื้อก็หายแล้ว

อาการ "ปวดไหล่เรื้อรัง" ถ้าไม่ได้เกิดจาก Refer Pain หรือไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุกระทบกระแทก ก็มักจะเกิดจากการใช้งานซ้ำ ๆ อย่างหนักจนอักเสบ และหลังจากอาการอักเสบเกิดขึ้นแล้วก็ยังฝืนใช้อยู่ สุดท้ายอาการอักเสบก็ไม่หายสักทัก

*** เมื่ออาการอักเสบไม่หายสักที จะเกิดอะไรขึ้น

- Tendon ที่เสียหายจากการอักเสบจะไม่ถูกซ่อมแซม
- เส้นในกล้ามเนื้อที่เกิดอาการอักเสบจะไม่ถูกซ่อมแซม
- เนื้อเยื่อในบริเวณที่เกิดอาการอักเสบ จะเสื่อมลงเรื่อย ๆ

**********************************

หากเป็นกรณี Tendon เกิดอาการอักเสบซ้ำ ๆ จะเกิดอะไรขึ้น

*** Tendon มีหน้าที่ยึดโยงกล้ามเนื้อกับกระดูก เพราะฉะนั้น มันจะถูกแรงดึงอยู่ทุก ๆ วินาทีที่คุณใช้งานกล้ามเนื้อมัดนั้น

ในกรณี Tendon กล้ามเนื้อไหล่ จะถูกแรงดึงเยอะกว่าส่วนอื่น เพราะมนุษย์เราใช้แขนทุกวันและทั้งวัน ถ้ามันถูกดึงทั้ง ๆ ที่ตัวมันเองก็เสื่อมลงเรื่อย ๆ ให้นึกถึงยางที่ถูกดึงยืดค้างและค่อย ๆ เสื่อม ซึ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากนั้นเลยคือ

*** Tendon มันจะขาด ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นกับทุกคน ถ้าปัจจัยพร้อม

เพราะฉะนั้น นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมคุณต้องตรวจให้รู้ก่อน ว่าตกลงแล้วอาการปวดที่เกิดขึ้นมันเกิดจากอะไร ไม่ใช่คิดอะไรไม่ออกก็สิ่งหาหมอนวด มันไม่ได้นะ เพราะการนวดไม่ได้ช่วยรักษาให้อาการเสื่อมของ Tendon กลับมาเชื่อมกันติดดีขึ้นได้

********************************

การนวดเป็นแค่แนวทางหนึ่งในการรักษาทางการแพทย์แผนไทย แต่ไม่ใช้ทั้งหมดในการแพทย์แผนไทย ส่วนจะใช้วิธีไหนในการรักษา อาการของคนไข้หลังจากตรวจโดยละเอียดแล้ว โดยแพทย์แผนไทยที่มีความรู้จริง ๆ และเป็นเจ้าของเคส จะเป็นตัวตัดสินว่าวิธีไหนดีที่สุด

*** แต่ถ้ายังดึงดันจะนวดอยู่ ถ้าอนาคตเกิดอาการ Tendon ขาด อย่าว่าแพทย์แผนไทยไม่เตือน เพราะว่าเตือนแล้ว

ข้อมูลที่เหลือ เดี๋ยวจะเอาไปอธิบายในห้อง พท. ในช่วงเวลา Live สด ท่านใดติดงานตามชมย้อนหลังได้เลย เดี๋ยวจะทำเอกสารเอกใน Database ของห้อง พท. ด้วย

ท่านใดต้องการสมัครห้อง พท. ติดต่อทางไลน์ได้เลย Line ID : revthai

Trigger Point คืออะไร - ที่หมอนวดคลำเจอมันคือ Trigger point หรือเปล่า - และที่สำคัญมันนวดขยี้แรง ๆ ได้หรือไม่ บทความโดย ...
06/05/2026

Trigger Point คืออะไร - ที่หมอนวดคลำเจอมันคือ Trigger point หรือเปล่า - และที่สำคัญมันนวดขยี้แรง ๆ ได้หรือไม่

บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.น นวดไทย

หมอนวดหลายคน คลำเจออะไรที่ไม่เรียบ เป็นเม็ด ๆ ที่ผิวหนังของคนไข้ มักจะบอกว่านั้นคือ Trigger Point - และก็ชอบบอกกับคนไข้ว่า มันนวดได้ ต้องขยี้ให้แตกบ้างแหละ ต้องนวดแรง ๆ เพื่อให้มันสลายบ้างแหละ - ในความเป็นจริงมันคือ Trigger point หรือเปล่า

*** และถ้าเป็น Trigger point จริง ๆ มันนนวดขยี้แรง ๆ ได้หรือไม่

************************************

ที่ผิวหนัง เมื่อเราคลำผิวหนังหรือกล้ามเนื้อ แล้วรู้สึกถึง “เม็ด” หรือ “ก้อนเล็ก ๆ” (nodule/lump) — สิ่งนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็น Trigger Point เสมอไป ครับ เพราะในชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังและกล้ามเนื้อ มีโครงสร้างที่หลากหลายมาก เช่น

1) Fascia และ Myofascial adhesion / การยึดติดของพังผืด (fibrotic band) อาจคล้ายก้อน

2) Lipoma (ไขมันใต้ผิวหนัง) มักนิ่ม เคลื่อนไหวได้

3) Fibrosis / Scar tissue เนื้อเยื่อหนาแน่นจากการอักเสบเรื้อรัง

4) Lymph node อยู่ลึกกว่าเล็กน้อย มักกลม เคลื่อนไหวน้อย

5) Sebaceous cyst มักอยู่ตื้นมาก กดเจ็บเฉพาะจุด

6) Myofascial Trigger Point เกิดจากการหดเกร็งเฉพาะจุดของเส้นใยกล้ามเนื้อ (sarcomere contracture)

*** ดังนั้น Trigger Point เป็นเพียง หนึ่งในหลายความเป็นไปได้ อย่านวดแรง ๆ แบบมั่ว ๆ โดยไม่ได้เช็คก่อน

***********************************

*** แล้วถ้าเป็น Trigger Point ละ

Trigger point คือบริเวณที่เส้นใยกล้ามเนื้อ (sarcomere) เกิดการหดเกร็งค้างจากภาวะ local ischemia และ energy crisis

- เส้นเลือดฝอยถูกบีบ ขาดออกซิเจน เกิดการคั่งของสารสื่อปวด (substance P, bradykinin, CGRP) / ระบบประสาทรับความรู้สึกเจ็บ (nociceptor) ถูกกระตุ้นตลอดเวลา

*** ดังนั้น หากนวด “แรงเกินไป” จะ

- เพิ่มการบีบเส้นเลือดฝอย ขาดเลือดมากขึ้น
- ทำให้ปลายประสาทรับความเจ็บระคายเคือง ปวดมากกว่าเดิม
- เพิ่มความตึงของ fascia และกระตุ้น protective muscle spasm

**********************************

ข้อมูลที่เหลือ เดี๋ยวจะเอาไปอธิบายในห้อง พท. ในช่วงเวลา Live สด ท่านใดติดงานตามชมย้อนหลังได้เลย เดี๋ยวจะทำเอกสารเอกใน Database ของห้อง พท. ด้วย

ท่านใดต้องการสมัครห้อง พท. ติดต่อทางไลน์ได้เลย Line ID : revthai

04/05/2026

คำถามชิงรางวัล มี 2 คำถาม - ใครตอบแล้ว "ใช่" จะดึงเข้าห้องเรียน พท. ให้ฟรีทุกห้อง - คำถามแรก - การนวดเปิดประตูลม นวดเพื่ออะไร - และทำไมถึงต้องนวด

เรื่องของ "การนวดหนัก ๆ นวดขยี้แรง ๆ" - ผลที่เกิดขึ้นตามมามักไม่ใช่ผลดีเสมอไป เพราะในความเป็นจริงกล้ามเนื้อของมนุษย์ไม่ไ...
04/05/2026

เรื่องของ "การนวดหนัก ๆ นวดขยี้แรง ๆ" - ผลที่เกิดขึ้นตามมามักไม่ใช่ผลดีเสมอไป เพราะในความเป็นจริงกล้ามเนื้อของมนุษย์ไม่ได้เกร็งตัวอยู่ตลอด (ถ้าไม่ได้เกิดความผิดปรกติ) - การการทำให้กล้ามเนื้อคลาย ก็ทำได้ง่าย ๆ ถ้าไม่ได้บังเอิญเกิดความผิดปรกติอยู่เหมือนกัน

บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.ภ เภสัชกรรมไทย

เรื่องของการนวดหนัก ๆ บางทีจะไปโทษหมอนวดตามร้านทั่วไปอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะบางทีลูกค้าเข้ามาขอนวดหนัก ๆ นวดไม่หนักก็ทำเป็นไม่พอใจซะอีก - เพราะฉะนั้น ลุกค้าที่จะมานวดควรต้องหาความรู้ที่ถูกต้องเอาไว้บ้าง ไม่ใช่ว่าจะเสพติดการนวดหนักอย่างเดียวบนความเชื่อของตนเอง โดยไม่ใส่ใจข้อมูลทางการแพทย์เลย

*** เพราะฉะนั้น ถ้าหมอนวดเตือนแล้ว ลูกค้ายังไม่ฟัง ความผิดไม่ได้อยู่ที่หมอนวดคนเดียวแล้ว ลุกค้าต้องรับไปด้วย

********************************

รูปด้านล้างของภาพตัวอย่างเส้นใยกล้ามเนื้อ ที่สร้างจาก AI ที่เพจเวชศึกษาสมัยใหม่ซุ่มพัฒนาอยู่เรื่อย ๆ จะเห็นว่าเส้นใยกล้ามเนื้อมันก็มีอยู่เท่านี้จริง ๆ ไม่ได้มีอะไรในก่อไผ่ไปมากกว่านี้เลย

*** เส้นใยเหล่านี้เป็นเส้นใยที่ยืดหยุ่น ที่จะสามารถยืดและหดตามการสั่งการของระบบประสาทได้เป็นปรกติอยู่แล้ว มันจะไม่ตึงค้างโดยไม่รู้สี่รู้แปด

*** ซึ่งโดยปรกติจะเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้ ยกตัวอยางเช่น

1) Ischemia / Hypoxia รุนแรง ภาวะขาดเลือด เช่น MI, compartment syndrome / ทำให้ ATP ลดลงเร็วมาก / เกิด muscle contracture เฉียบพลัน /

2) Rigor Mortis (ภายหลังตาย) / ซลล์หยุดสร้าง ATP / Ca²⁺ รั่วออก → cross-bridge เกิดต่อเนื่อง / ไม่มี ATP → ปล่อยไม่ได้

*** และอื่น ๆ อีกหลาย ๆ สาเหตุ ไม่ได้มีแค่นี้ มีเยอะกว่านี้เยอะมาก

*********************************

เพราะฉะนั้น โดยธรรมชาติของกล้ามเนื้อ มันจะไม่เกร็งค้างหรอก ถ้ามันเกร็งค้างจนคลำได้ชัดเจนจากบริเวณผิว ที่เจอบ่อย ๆ จริง ๆ ก็เกิดจาก

*** Fibrosis ที่เกิดจากการอักเสบซ้ำ ๆ เรื้อรัง

เพราะฉะนั้น การนวดแรง ๆ มีสิทธิ์อาจจะทำให้เกิดอาการอักเสบซ้ำขึ้นมาได้อีก และเดี๋ยว Fibrosis จะหนาขึ้นอีก เพราะฉะนั้น การนวดแรง ๆ ไม่ใช่ผลดีต่อร่างกายเสมอไป

ข้อมูลที่เหลือ เดี๋ยวจะเอาไปอธิบายในห้อง พท. ในช่วงเวลา Live สด ท่านใดติดงานตามชมย้อนหลังได้เลย เดี๋ยวจะทำเอกสารเอกใน Database ของห้อง พท. ด้วย

ท่านใดต้องการสมัครห้อง พท. ติดต่อทางไลน์ได้เลย Line ID : revthai

อาการ "ปวดบริเวณเอวและสะโพก" กับความสมเหตุผลในการนวดรักษา - การประเมินอาการก่อนนวดอย่างละเอียดถือเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่ว...
04/05/2026

อาการ "ปวดบริเวณเอวและสะโพก" กับความสมเหตุผลในการนวดรักษา - การประเมินอาการก่อนนวดอย่างละเอียดถือเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่ว่าคนไข้มีอาการเข้ามาหา จะนวดเลยโดยไม่ได้ตรวจไม่ได้ - อย่ามัวคิดแต่ว่าจะนวดยัง จะนวดท่าไหน - วินิจฉัยสำคัญกว่าท่านวด

บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.น นวดไทย

ขอบอกเลยว่า การวินิจฉัยสำคัญกว่าท่านวด ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนไทยหรือหมอนวดตามร้าน ก่อนที่คุณจะทำอะไรลงบนร่างกายมนุษย์ คุณจะต้องรู้ก่อนว่าสภาวะร่างกายของคนที่คุณจะนวด พร้อมให้คุณนวดหรือเปล่า - และวิธีที่จะทำให้รู้ได้คือ การตรวจวินิจฉัยก่อน เท่านั้น

*** จะเอาแค่ว่า คนไข้เดินเข้ามาแล้วบอกว่าอยากนวด คนไข้บอกว่าสบายดี ไม่มีโรคประจำตัวที่ต้องห้าม แค่นี้ไม่ได้ เพราะคนไข้บางคนอาจไม่รู้จริง ๆ ว่าตัวเองกำลังเป็นอะไร บางคนจงใจปกปิดประวัติก็มี

*** เชื่อว่าหมอนวดหลาย ๆ ท่าน มีความชำนาญในการนวดอยู่แล้ว แต่ความชำนาญในการนวดมันคนละเรื่องกับการวินิจฉัย เพราะถ้าคุณไม่วินิจฉัยก่อนนวด ท่านวดที่คุณนวดจนชำนาญจากที่มันจะเป็นโยชน์ต่อคนไข้ มันจะกลายเป็นโทษต่อคนไข้ทันที เพราะท่านวดไม่เหมาะสมที่จะใช้กับอาการในลักษณะนั้น

บริเวณสะโพกและเอว ถือเป็นบริเวณที่อันตรายจุดหนึ่งบนร่างกาย - การนวดใด ๆ ลงบริเวณนี้ หากคนไข้มีลักษณะอาการต้องห้ามอยู่แล้ว อาจกระทบกระเทือนถึงชีวิตคนไข้ได้

*****************************
กล้ามเนื้อบริเวณสะโพกและเอว ส่วนใหญ่จะเป็นกล้ามเนื้อในกลุ่ม Slow oxidative เพราะฉะนั้นด้วยลักษณะกล้ามเนื้อ จะเกิดอาการปวดเมื่อยที่กล้ามเนื้อบริเวณนี้ได้ค่อนข้างยาก ถ้าไม่ใช่อาการกลุ่ม "ยอก" ที่เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อเฉียบพลัน และความเสื่อมตามอายุ แทบจะไม่มีอาการปวดเกิดขึ้นเลย

ยกตัวอย่างกล้ามเนื้อที่อาจเกี่ยวข้อง บางส่วน เช่น
- Iliopsoas (ประกอบด้วย psoas major, iliacus)
- Gluteus maximus
- Gluteus medius และ minimus
- และอื่น ๆ อีกหลาย ๆ มัด ไม่ได้มีแค่นี้

*** เพราะฉะนั้น หากเกิดอาการในลักษณะ อาการ "ปวดบริเวณเอวและสะโพก" ถ้าคิดว่าเกิดจากความผิดปรกติของกล้ามเนื้อจริง ๆ ก็ต้องซักประวัติหาสาเหตุให้เจอก่อน เพราะถ้าหาแล้วไม่เจอว่าเกิดจากกล้ามเนื้อ ส่วนใหญ่อาการก็จะเกิดจากความผิดปรกติของระบบประสาท และกระดูก

*****************************

ยกตัวอย่างบางโรค ที่อาจทำให้เกิดอาการในลักษณะนี้ได้ เช่น

1) อาการ "ลำบองข้อสะโพก" พยาธิสภาพที่อาจเกิดขึ้น (บางส่วน) ที่ทำให้เกิดอาการในลักษณะ อาการ "ปวดบริเวณเอวและสะโพก" เช่น

- เมื่อลมวาตะเกิน (เช่น จากความแห้ง, อายุที่มากขึ้น, การใช้ร่างกายมากเกินไป, ความเครียด, อดนอน หรือโรคเรื้อรัง)

- จะทำให้การไหลเวียนของเลือด (rakta) ในบริเวณข้อสะโพกลดลง / เกิดการขาดเลือด ไปเลี้ยงกระดูก นำไปสู่การเสื่อมของเนื้อเยื่อกระดูก / กระดูกตาย (Osteonecrosis)

- Kapha ควบคุมโครงสร้างและไขข้อ (shleshaka kapha) เมื่อลดลง / โครงสร้างกระดูกไม่มีความมั่นคง / กระดูกยุบตัวได้ง่าย ในขณะเดียวกัน Vata ยังเกินอยู่ / เกิดอาการปวด ร้าว เคลื่อนไหวยาก (อาการเด่นของ Vata roga)

****************************

อาการในลักษณะนี้ถือเป็นอาการที่น่ากลัว เพราะการนวดหนัก ๆ กับอาการในลักษณะนี้ อาจส่งผลทำให้ข้อสะโพกหักได้

ข้อมูลที่เหลือเดี๋ยวจะเอาไปอธิบายในห้อง พท. ในช่วงเวลา Live สด ท่านใดติดงานตามชมย้อนหลังได้เลย เดี๋ยวจะทำเอกสารเอกใน Database ของห้อง พท. ด้วย

ท่านใดต้องการสมัครห้อง พท. ติดต่อทางไลน์ได้เลย Line ID : revthai

จุดนวดอันตราย "ตอนที่ 5" - สัญญาณ 5 หัวไหล่ อย่าได้ลงมือนวดจนกว่าจะได้เช็คความผิดปรกติที่จุดสัญญาณนั้น โดยเฉพาะถ้าบังเอิ...
04/05/2026

จุดนวดอันตราย "ตอนที่ 5" - สัญญาณ 5 หัวไหล่ อย่าได้ลงมือนวดจนกว่าจะได้เช็คความผิดปรกติที่จุดสัญญาณนั้น โดยเฉพาะถ้าบังเอิญคนไข้ดันปวดที่จุดสัญญาณ 5 หัวไหล่พอดี ถ้าไม่เช็คแล้วนวดไปคนไข้เกิดเส้นเลือดอักเสบหรือ AVT จะบอกว่าไม่รู้ไม่ได้

บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
(แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.น นวดไทย)

หากคุณบอกว่า คุณไม่ได้เรียนมาจากสถาบันที่คุณจบมา นั่นไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่ถ้าคุณจะเป็น "หมอ" แล้วไม่ขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม นั่นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น "หมอ" สาขาไหนก็ตาม เพราะฉะนั้นถ้าคิดจะเป็นหมอจริง ๆ เลิกอ้างได้แล้ว แพทย์แผนไทยแย่มากพอแล้ว

*** สัญญาณ 5 หัวไหล่ เป็นจุดที่ถูกนวดมากที่สุด ในกรณีที่คนไข้มีอาการที่แขนหรือไหล่ แต่เห็นบางคนกดนวดแรงมาก บางคนเอานิ้วโป้งขยี้ที่สัญญาณ 5 หัวไหล่ โดยที่แทบไม่ได้เช็คอะไรก่อนเลย

*** บางคนอ้างตำรา ตำราบอกว่าสัญญาณ 5 หัวไหล่ บังคับเลือดและความร้อนเข้าหัวไหล่และกระดูกข้อต่อหัวไหล่ เลยนวดขยี้ซะแรงเลยเพื่อจะให้เลือดไปเลี้ยงไหล่

********************************

ขอกบอกเลยว่า สัญญาณ 5 หัวไหล่ ไม่ต้องนวดเลือดก็ไปเลี้ยงหัวไหล่และกระดูกข้อต่อหัวไหล่อยู่แล้ว ถ้าใครจะยึดถือแต่ตำราโดยที่ไม่อัพเดทความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบัน คุณควรไปประกอบอาชีพอื่น

*** บริเวณสัญญาณ 5 หัวไหล่ มีกล้ามเนื้ออยู่ไม่กี่มัด แต่ก็ไม่ได้มีแค่กล้ามเนื้อเท่านั้นที่เกี่ยวข้อง ยกตัวอย่างกล้ามเนื้อ เส้นเลือด เส้นประสาท ที่อาจได้รับผลกระทบจากการนวดเช่น

- Coracobrachialis Muscle
- Pectoralis Minor Muscle
- Axillary Artery
- Axillary Lymph Vessels
- และอื่น ๆ อีกหลายตัว ไม่ได้มีแค่นี้

เพราะฉะนั้น จะนวดสัญญาณ 5 หัวไหล่ จะนึกแต่กล้ามเนื้ออย่างเดียวไม่ได้ และที่ควรระวังมากที่สุด คือ กรณีคนไข้มีอาการปวดตรงสัญญาณ 5 หัวไหล่พอดี แบบนี้ต้องวินิจฉัยซักประวัติเพิ่มเติมอีกเยอะ เพราะมันอาจจะไม่ใช่ "ลมปลายปัตฆาต" ก็ได้

***********************************

อาการปวดที่เกิดขึ้น ที่สัญญาณ 5 หัวไหล่ ไม่ได้มีแค่อาการโรคเดียวทั้งในทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์แผนไทย ยกตัวอย่างอาการโรคบางส่วนที่เจอได้บ่อย ๆ เช่น

- Axillary Artery Vasculitis
- Axillary Artery Occlusion
- ลมราชยักษ์ไหล่
- และอื่น ๆ อีกหลายโรค

ซึ่งขอบอกว่า ไม่ว่าจะเป็นอาการทางกล้ามเนื้อ เส้นเลือด หรือเส้นประสาท ถ้าดูแบบผ่าน ๆ อาการจะคล้าย ๆ กัน ยกตัวอย่างลักษณะอาการที่อาจเจอกับคนไข้ได้บ่อย ๆ เช่น ปวดหรือชาในแขน แขนอ่อนแรง ผิวซีดหรือคล้ำบริเวณปลายแขน การไหลเวียนเลือดผิดปกติ (มือเย็นหรือชีพจรบริเวณแขนอ่อนแรง)

*** แต่ถ้าตรวจเช็คดี ๆ บอกเลยว่า ยังก็จะเห็นความแตกต่างระหว่างอาการทางกล้ามเนื้อ และความผิดปรกติของเส้นเลือด กับเส้นประสาทแน่นอน

***********************************

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม สัญญาณ 5 หัวไหล่ ไม่ใช่จุดสัญญาณที่จะกดหนัก ๆ หรือแรง ๆ ได้เลย เพราะถ้าเป็นกรณีเส้นเลือด หากก่อนหน้านี้คนไข้ไม่เคยมีอาการอักเสบของหลอดเลือด แต่ท่านไปนวดขยี้จนเส้นเลือดของคนไข้เกิดอาการอักเสบ ให้รู้ไว้เลยนี้คืออาการของคนไข้ที่อาจเกิดขึ้น

- Arm Pain รู้สึกปวดเฉียบพลันหรือปวดตื้อบริเวณแขนหรือรักแร้
- แขนหรือมือซีด เนื่องจากเลือดไหลเวียนไม่เพียงพอ
- มือหรือแขนบริเวณปลายสุดเย็น เนื่องจากเลือดไหลเวียนไม่ถึง
- และอื่น ๆ อีกหลายอาการ

*** นี่แค่อาการของหลอดเลือดเท่านั้น ยังไม่นับรวมอาการทางระบบประสาทและน้ำเหลืองเลย

ข้อมูลที่เหลือเดี๋ยวจะเอาไปอธิบายในห้อง พท. ในช่วงเวลา Live สด ท่านใดติดงานตามชมย้อนหลังได้เลย เดี๋ยวจะทำเอกสารเอกใน Database ของห้อง พท. ด้วย

ท่านใดต้องการสมัครห้อง พท. ติดต่อทางไลน์ได้เลย Line ID : revthai

รู้หรือไม่ ว่าทำไมเบาหวานถึงห้ามนวด - สิ่งที่คนไข้หลาย ๆ คนไม่สน แถมยังอ้างว่าก็นวดอยู่บ่อย ๆ ไม่เห็นเป็นอะไรเลย - หมอนว...
03/05/2026

รู้หรือไม่ ว่าทำไมเบาหวานถึงห้ามนวด - สิ่งที่คนไข้หลาย ๆ คนไม่สน แถมยังอ้างว่าก็นวดอยู่บ่อย ๆ ไม่เห็นเป็นอะไรเลย - หมอนวดบางคนก็ทำเป็นไม่เห็นว่าคนไข้เป็นเบาหวาน

บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.น นวดไทย

บอกก่อนเลยว่า "เบาหวานคือโรคห้ามนวด" อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีคนไข้บางคนดื้อ อ้างว่าก็นวดอยู่ประจำไม่เห็นเป็นอะไร - หมอนวดบางคนก็ทำเป็นไม่เห็นว่าคนไข้เป็นแบาหวาน ทั้ง ๆ ที่ก็รู้อยู่แล้วว่าคนไข้หรือลูกค้าของตนเองเป็นเบาหวาน เพราะอ้างอยู่ใสใจว่า ถ้าไม่นวดแล้วจะเอาอะไรกิน

*** เบาหวานที่เขาไม่ให้นวดมันมีเหตุผลนะครับ และเหตุผลเยอะด้วย ใครที่ไม่สนใจเหตุผลก็แล้วแต่คุณนะครับ แต่ถ้าฝืนทำไปแล้วเกิดอาการผิดปรกติขึ้นมา จะอ้างว่าศาสตร์แพทย์แผนไทยไม่ได้ไม่ได้นะ มันเกิดจากคนล้วน ๆ ไม่ใช่ศาสตร์การแพทย์แผนไทยไม่ดี

*********************************

ยกตัวอย่างอาการบางส่วนเช่น - อาการ "ปวดหลัง ร้าวลงขาทั้งสองข้าง พร้อมอาการชาตามปลายเท้า เป็นมา 3 เดือน" หมอนวดหลาย ๆ คนเห็นคนไข้หรือลูกค้าเป็นแบบนี้ แทบจะไม่ซักประวัติ แทบจะไม่ถามอะไรเลย ขอบอกเลยว่าอันตรายนะครับ เพราะอาการในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อเสมอไป

แต่อาจจะเป็นผลจาก "โรคเบาหวาน" ก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นผลจากโรคเบาหวานจริง ๆ ยิ่งนวดก็จะยิ่งอันตราย

*** ลักษณะอาการป่วยจากการซักประวัติ

- เริ่มมีอาการชาปลายเท้า ทั้งสองข้าง ก่อนนานเป็นปี
- 3 เดือนก่อนเริ่มมี ปวดหลังตื้อ ๆ
- และรู้สึก ร้าว/ชาเป็น ๆ หาย ๆ ลงไปที่น่องและปลายเท้า
- อาการชาจะเป็นมากตอนกลางคืนและเวลายืนนาน
- ผู้ป่วยบอกว่าบางครั้ง รู้สึกเหมือนเดินบนสำลี/เท้าไม่มีแรงกด
- ไม่มีอาการปวดแปลบตามแนวเส้นประสาทแบบเฉียบพลัน
- ไม่มีประวัติอุบัติเหตุหลัง

*********************************

อาการในลักษณะนี้ ถ้าไม่ซักประวัติโดยละเอียดเชิงการแพทย์ หรือถ้าไม่ได้ถามโรคประจำตัวของคนไข้ก่อน จะไม่รู้เลยว่าเกิดจาก "เบาหวาน" และต่อให้รู้ว่าคนไข้เป็นเบาหวาน หมอนวดบางคนก็ไม่สนอีกอยู่ดี เพราะเชื่อมโยงไม่ได้ ว่าเบาหวานทำให้เกิดอาการแบบนี้ได้อย่างไร
ยกตัวอย่างพยาธิสภาพ (แค่บางส่วน) เช่น

*** การเสื่อมของเส้นประสาทส่วนปลาย (Peripheral Neuropathy)

- เบาหวานทำให้เกิด น้ำตาลสะสมในเส้นประสาท (glucose / sorbitol), เกิด oxidative stress, และ หลอดเลือดเล็ก (vasa nervorum) ที่มาเลี้ยงเส้นประสาทเสื่อม

- ส่งผลให้เส้นประสาทส่วนปลาย โดยเฉพาะที่ ยาวที่สุด (ขา–เท้า) เสื่อมก่อน เกิดอาการชา/ปวดปลายเท้า แบบ “ใส่ถุงเท้า” (stocking pattern)

- รู้สึกไฟช็อต แสบ ๆ ร้อน ๆ → เรียกว่า neuropathic pain / ถ้าเส้นประสาทรับความรู้สึกเสื่อมมากขึ้น รู้สึกชา ร้าวเหมือนเส้นตึงไปทั้งขา

********************************

ประเด็น คือ มันนวดไม่ได้ เพราะถ้าฟื้นนวดสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น (ยกตัวอย่างแค่บางส่วน) คือ

*** ผลเสียต่อกล้ามเนื้อ

1) กล้ามเนื้ออ่อนแรงและลีบ (Muscle wasting/atrophy) - เพราะเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อ (motor nerve) ถูกทำลาย กล้ามเนื้อไม่ได้รับสัญญาณ ค่อย ๆ ฝ่อลีบ / มักเริ่มที่กล้ามเนื้อเท้า เดินไม่มั่นคง

2) เสียการทรงตัวและการเคลื่อนไหว - จากทั้งกล้ามเนื้ออ่อนแรง เสีย proprioception (การรับรู้ตำแหน่งของร่างกาย) / ง่ายต่อการสะดุดหกล้ม

ข้อมูลที่เหลือ เดี๋ยวจะเอาไปอธิบายในห้อง พท. ในช่วงเวลา Live สด

แจ้งสมาชิกห้อง พท. ขณะนี้ Application ใหม่ของเวชศึกษาสมัยใหม่ พร้อมใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะพี่น้อง - สมาชิกห้อง พท. ...
03/05/2026

แจ้งสมาชิกห้อง พท. ขณะนี้ Application ใหม่ของเวชศึกษาสมัยใหม่ พร้อมใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะพี่น้อง - สมาชิกห้อง พท. ติดต่อขอเข้าใช้งานได้เลย

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66917056938

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เวชศึกษาสมัยใหม่ - Medical AIผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์