Doctor Wellness Clinic

Doctor Wellness Clinic ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Doctor Wellness Clinic, Bangkok.

Weight management & Wellness clinic
หนังสืออนุมัติโฆษณา เลขที่ 2684/2568

A Scientific Metabolic Wellness Clinic delivering evidence-based weight and metabolic care, focused on fat loss, muscle preservation, and long-term health with measurable outcomes.

 #เพราะฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงน้ำหนักจึงเปลี่ยนไป !   #ฮอร์โมนหลายตัวที่ไม่สมดุล (Hormones Imbalance) ส่งผลต่อระบบเผาผลาญร่าง...
24/05/2026

#เพราะฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงน้ำหนักจึงเปลี่ยนไป ! #ฮอร์โมนหลายตัวที่ไม่สมดุล (Hormones Imbalance) ส่งผลต่อระบบเผาผลาญร่างกาย ทำให้เราอ้วนขึ้นง่ายและลดได้ยากขึ้น ส่วนใหญ่แล้วเราพบว่าภาวะฮอร์โมนที่ไม่สมดุลเหล่านี้ ได้แก่...

1️⃣ #ภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin Resistance)

2️⃣ #ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ (Hypothyroidism)

3️⃣ #ภาวะต่อมหมวกไตไม่สมดุล (Adrenal hormone Imbalance)

4️⃣ #ภาวะฮอร์โมนเพศหญิง/เพศชายไม่สมดุล : เอสโตรเจนเด่น (Estrogen Dominance), เทสโทสเทอโรนสูง (High Testosterone), PMOS (PCOS) เป็นต้น

5️⃣ #ภาวะวัยทอง (Menopause) : วัยใกล้หมดประจำเดือน และ วัยหมดประจำเดือน
#ปัญหาฮอร์โมนเหล่านี้เราทราบได้อย่างไร ?

1. ประวัติสุขภาพ (Medical History Taking)
2. การตรวจร่างกาย (Physical Examination)
3. การตรวจเช็คระดับของฮอร์โมนต่าง ๆ ที่สำคัญในร่างกายที่เกี่ยวกับระบบเผาผลาญ (Hormones & Metabolic Checkup)
How to start this program ?

เริ่มจากการปรึกษาแพทย์ (Weight Consultation) เพื่อสอบถามประวัติสุขภาพที่เกี่ยวกับน้ำหนักตัว ระบบการเผาผลาญร่างกาย และ อาการอื่น ๆ ตรวจร่างกาย (Physical Examination) และ ตรวจทางห้องปฏิบัติการณ์ (Blood test) ที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญของร่างกาย 23 รายการที่สำคัญ ที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการรักษา เช่น
▪️ ระดับน้ำตาล (FBG) & ระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c)
▪️ ระดับไขมันในเลือด (TC, TG, LDL-C & HDL-C)
▪️ ค่าดัชนีการดื้อต่ออินซูลินในร่างกาย (HOMA-IR index)
▪️ ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
▪️ ค่าการทำงานของ ตับ ไต และ ระดับกรดยูริกในเลือด
▪️ ระดับวิตามินดีในเลือด (Vitamin D Total)
▪️ ค่าบ่งชี้การอักเสบในร่างกาย (hs CRP)

▪️ #ฮอร์โมนที่สำคัญที่เราตรวจเช็ค ได้แก่

1. อินซูลิน (Insulin) : Fasting Insulin level
2. ต่อมหมวกไต (Adrenals hormones) - Cortisol & DHEAS
3. ไทรอยด์ (Thyroid Function Test) - TSH, FT3 & FT4
4. ฮอร์โมนเพศหญิง - Estradiol & Progesterone
5. ฮอร์โมนเพศชาย - Testosterone (Total) Form
6. SHBG - โปรตีนในเลือด ที่สัมพันธ์กับฮอร์โมนหลายตัว เป็นต้น
#โปรแกรมตรวจสุขภาพระบบเผาผลาญร่างกาย (Metabolic Health) และฮอร์โมนที่สำคัญในร่างกาย (Hormone Profile) : เพื่อการวางแผนดูแลสุขภาพเพื่อการมีสุขภาพที่ดีอย่างมีคุณภาพ และดูแลจัดการเรื่องน้ำหนักแบบองค์รวม : Metabolic Health & Hormones Checkup Program
#เราทราบอะไรจากการตรวจสุขภาพในโปรแกรมนี้บ้าง ?

1️⃣ รู้ปัญหาสุขภาพเชิงลึก ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาของระบบการเผาผลาญร่างกาย

2️⃣ รู้ปัญหาฮอร์โมนไม่สมดุลต่าง ๆ ที่มีผลต่อน้ำหนัก สุขภาพ และระบบเผาผลาญร่างกาย

3️⃣ ช่วยวางแผนลดน้ำหนักและฟื้นฟูระบบเผาผลาญ สมดุลฮอร์โมน และสุขภาพโดยรวม

4️⃣ มีแพทย์ให้คำปรึกษา ดูแล ติดตามอย่างใกล้ชิดเป็นประจำทุกเดือนในระยะยาว

5️⃣ ตรวจติดตามอาการและตรวจองค์ประกอบร่างกาย (BCA)​ เป็นประจำทุกเดือน

6️⃣ เรามุ่งเน้นการดูแลติดตามอาการและสุขภาพต่อเนื่องในระยะยาว


👨‍⚕️📝  #สรุปแบบเข้าใจง่าย : เมื่อร่างกายดื้อต่ออินซูลิน ตับอ่อนต้องหลั่งอินซูลินมากขึ้นเพื่อคุมน้ำตาล แต่อินซูลินที่สูงเ...
24/05/2026

👨‍⚕️📝 #สรุปแบบเข้าใจง่าย : เมื่อร่างกายดื้อต่ออินซูลิน ตับอ่อนต้องหลั่งอินซูลินมากขึ้นเพื่อคุมน้ำตาล แต่อินซูลินที่สูงเรื้อรังจะส่งสัญญาณให้ร่างกาย “เก็บพลังงานเป็นไขมันมากขึ้น” และ “ดึงไขมันสะสมออกมาใช้น้อยลง” จึงทำให้เซลล์ไขมันใหญ่ขึ้น ไขมันสะสมมากขึ้น และเกิดภาวะไขมันป่วยหรือ Sick Fat Disease ตามมาในที่สุด หมอหล่อคอเล่า Doctor Wellness Clinic

#ทำไมดื้ออินซูลินจึงทำให้เราหิวบ่อยและเผาผลาญน้อยลง? เรารู้กันดีแล้วว่า โรคอ้วน (Obesity) ไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของสุขภาพระบบการเผาผลาญ ฮอร์โมน และเนื้อเยื่อไขมัน โดยเฉพาะ "ภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin Resistance)" และ ภาวะอินซูลินสูงเรื้อรัง (Chronic Hyperinsulinemia) ซึ่งมีความสัมพันธ์กับโรคอ้วนแบบสองทาง (Bidirectional Relationship) กล่าวคือ การสะสมไขมันส่วนเกิน โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง สามารถทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินได้ ขณะเดียวกันภาวะอินซูลินสูงเรื้อรังก็ส่งเสริมการสะสมไขมันและทำให้โรคอ้วนรุนแรงมากขึ้นเช่นกัน
ปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดภาวะดังกล่าว ได้แก่ การรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตขัดสี น้ำตาลกลูโคส น้ำตาลฟรุกโตสในปริมาณมาก ขาดการเคลื่อนไหว ออกกำลังกายน้อย นอนหลับไม่เพียงพอ และความเครียดเรื้อรัง เป็นต้น
เมื่อเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ร่างกายจะต้องหลั่งอินซูลินเพิ่มมากขึ้น เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ภาวะอินซูลินสูงเรื้อรังนี้ จะกระตุ้นให้ร่างกายสะสมไขมันมากขึ้น และลดการสลายไขมันสะสม (Lipolysis) ส่งผลให้เซลล์ไขมัน (Adipocytes) มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ (มีกลไกลทางชีวิทยาละเอียดที่ช่องคอมเมนต์นะครับ)
เมื่อเซลล์ไขมันมีขนาดใหญ่ขึ้น จะมีการสร้าง "ฮอร์โมนเลปติน (Leptin)" เพิ่มขึ้น โดยปกติแล้วเลปตินมีหน้าที่ส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนไฮโปทาลามัส เพื่อบอกให้ร่างกายรู้สึกอิ่ม ลดความหิว และช่วยกระตุ้นการใช้พลังงานของร่างกาย
อย่างไรก็ตาม เมื่อระดับเลปตินสูงเป็นเวลานาน สมองอาจตอบสนองต่อเลปตินลดลง เกิดเป็นภาวะดื้อต่อเลปติน (Leptin Resistance) ทำให้ระบบควบคุมความหิวและความอิ่มทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ผู้ป่วยจึงมักมีอาการหิวบ่อย อิ่มยาก อยากอาหารมากขึ้น และมีแนวโน้มรับประทานอาหารมากกว่าที่ร่างกายต้องการ
นอกจากนี้ ภาวะดื้อต่อเลปตินยังส่งผลให้การใช้พลังงานและการเผาผลาญไขมันลดลง ทำให้ร่างกายเก็บสะสมพลังงานได้ง่ายขึ้น จึงเกิดเป็นวงจรของโรคอ้วนที่ทำให้การลดน้ำหนักทำได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
หรือเราอาจพูดได้ว่า ภาวะดื้อต่ออินซูลิน ไม่ได้ส่งผลเพียงต่อระดับน้ำตาลในเลือดเท่านั้น แต่ยังรบกวนระบบควบคุมความหิว ความอิ่ม และการเผาผลาญพลังงานผ่านภาวะดื้อต่อเลปติน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของ "Sick Fat Disease" หรือ ภาวะที่เนื้อเยื่อไขมันทำงานผิดปกติ และเป็นรากฐานของปัญหาสุขภาพระบบการเผาผลาญหลายชนิดในปัจจุบัน
ดังนั้น หากใครที่เริ่มมีอาการหิวบ่อย อิ่มยาก น้ำหนักเพิ่มขึ้นง่าย โดยเฉพาะร่วมกับมี ภาวะน้ำหนักเกิน รอบเอวเพิ่มขึ้น หรือ ผลตรวจสุขภาพล่าสุดของเรา เริ่มมีความผิดปกติของน้ำตาล ไขมัน หรือภาวะตับคั่งไขมัน (MASLD) การเข้ารับการประเมินสุขภาพระบบการเผาผลาญจากแพทย์ตั้งแต่ระยะแรก ๆ จะช่วยป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ ในอนาคตได้อย่างแน่นอนครับ




References :

Leptin and Obesity: Role and Clinical Implication. Front Endocrinol (Lausanne). 2021;12:585887.

Implications of crosstalk between leptin and insulin signaling during the development of diet-induced obesity. Biochim Biophys Acta. 2009;1792(5):409-416.

The role of leptin in leptin resistance and obesity. Physiol Behav. 2006;88(3):249-256.

Obesity, leptin resistance, and the effects of insulin reduction. Int J Obes. 2004;28:1344-1348.

24/05/2026

ทำไมต้อง 10% Weight Loss สำหรับผู้ที่มีปัญหาโรคอ้วน + โรค NCDs? 🙋🏻‍♀️🙋🏻‍♂️📝

หมอหล่อคอเล่า From 2019 to 2026 🙋🏻‍♂️💙🤍 เป็นตัวเราให้เวอร์ชั่นที่ดีและมีสุขยิ่งขึ้นใช้วิชา Weight Management ที่ตัวเองเร...
23/05/2026

หมอหล่อคอเล่า From 2019 to 2026 🙋🏻‍♂️💙🤍 เป็นตัวเราให้เวอร์ชั่นที่ดีและมีสุขยิ่งขึ้น
ใช้วิชา Weight Management ที่ตัวเองเรียนรู้ ตัวเองแนะนำคนไข้ คนที่เข้ามาหา มาปรึกษา ลงมือทำเอง แบบค่อยเป็นค่อยไป สม่ำเสมอ เรียนรู้ไประหว่างทางอย่างมีความสุข เพราะหมอเชื่อว่า "Leading By Example" คือ สิ่งคำแนะนำที่ทรงพลังมากที่สุดจากตัวเรา นั่นเอง 🏆🏅🤝✨✨

หมอหล่อคอเล่า From 2019 to 2026 🙋🏻‍♂️💙🤍 เป็นตัวเราให้เวอร์ชั่นที่ดีและมีสุขยิ่งขึ้น
ใช้วิชา Weight Management ที่ตัวเองเรียนรู้ ตัวเองแนะนำคนไข้ คนที่เข้ามาหา มาปรึกษา ลงมือทำเอง แบบค่อยเป็นค่อยไป สม่ำเสมอ เรียนรู้ไประหว่างทางอย่างมีความสุข เพราะหมอเชื่อว่า "Leading By Example" คือ สิ่งคำแนะนำที่ทรงพลังมากที่สุดจากตัวเรา นั่นเอง 🏆🏅

 #โปรแกรมตรวจสุขภาพเพื่อวางแผนลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน : Weight Management Program : วางแผนดูแลสุขภาพและดูแลจัดการปัญหาน้ำห...
23/05/2026

#โปรแกรมตรวจสุขภาพเพื่อวางแผนลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน : Weight Management Program : วางแผนดูแลสุขภาพและดูแลจัดการปัญหาน้ำหนัก
ครอบคลุมการตรวจเลือดสำคัญที่เราควรรู้ เช่น ระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด กรดยูริก ค่าการทำงานของไต ของตับ เม็ดเลือด + ตรวจเช็คคฮอร์โมนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญร่างกาย : ฮอร์โมนอินซูลิน ไทรอยด์ ต่อมหมวกไต (คอร์ติซอล และ ดีเอชอีเอ ซัลเฟต) ฮอร์โมนเพศหญิง และ ฮอร์โมนเพศชาย + ระดับการอักเสบในร่างกาย และ วิตามินดีในเลือด
#ทราบอะไรจากการตรวจสุขภาพในโปรแกรมนี้บ้าง ?

1️⃣ ปัญหาสุขภาพเชิงลึกที่เกี่ยวข้องกับปัญหาระบบการเผาผลาญร่างกายที่ส่งผลต่อน้ำหนัก

2️⃣ ปัญหาฮอร์โมนไม่สมดุลต่าง ๆ ที่มีผลต่อน้ำหนักห สุขภาพและระบบเผาผลาญร่างกาย

3️⃣ ช่วยวางแผนลดน้ำหนักและฟื้นฟูระบบเผาผลาญ สมดุลฮอร์โมนอย่างตรงจุด : แนะนำแนวทางการกินที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล การออกกำลังกาย และไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ รวมถึง ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการรักษาเพื่อสมดุลฮอร์โมน รวมถึง การใช้ยาลดน้ำหนัก ตามข้อบ่งชี้

4️⃣ มีแพทย์ให้คำปรึกษา ดูแล ติดตามอย่างใกล้ชิดเป็นประจำทุกเดือนในระยะยาว

5️⃣ ตรวจติดตามอาการและตรวจองค์ประกอบร่างกาย (BCA)​ เป็นประจำทุกเดือน
#เราวางแผนติดตามอาการอย่างไร?

เรานัดติดตามอาการเป็นประจำทุกเดือน

ในแต่ละครั้งที่เข้ามาติดตามอาการ จะตรวจวัดองค์ประกอบร่างกาย (BCA)

รวมถึงการพูดคุย ปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินผลในการรักษา การปรับแนวทางไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ให้ได้ผลดียิ่งขึ้น และประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักและดูแลสุขภาพในระยะยาวอย่างยั่งยืน
#การเข้ามาปรึกษาแพทย์และตรวจสุขภาพต้องเตรียมตัวอย่างไร?

ท่านที่สนใจ สามารถแจ้งทำนัด ในวันและเวลาที่สะดวกในการเข้ามาตรวจ แนะนำการตรวจในช่วงเช้า ก่อนเวลา 10.00 น. เพื่อผลการตรวจที่แม่นยำ ก่อนเข้ารับการตรวจ สามารถดื่มน้ำเปล่าได้ตามปกติ เลี่ยงชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล หรือ ที่ให้พลังงาน

#สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :
Call : 02-1172915 (อังคาร-อาทิตย์ 9.00-16.00 น.)
Line Official :
Location ของคลินิก : Habito mall Floor 3rd, Sukhumvit 77



23/05/2026

“BMI ปกติ” ไม่เท่ากับ ”ไม่อ้วน“ เพราะคนที่อ้วนแฝง ลงพุง แต่ BMI ยังไม่เกินเกณฑ์* ก็เสี่ยงโรคเรื้อรังสูงได้ เรียกว่า “Normal BMI Obesity”

23/05/2026

#ตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย : Body Composition Analysis (BCA) : กับสิ่งที่ทุกคนต้องรู้ และ ดูเป็น ! มาครับคลิปนี้ หมอมาอัปเดทให้ฟังเกี่ยวกับการตรวจ BCA พร้อมแล้ว ลุย ! หมอหล่อคอเล่า

👨‍⚕️📝 ปัจจุบันปัญหา  #ระบบเผาผลาญร่างกายที่ไม่สมดุล (Metabolic inflexibility) ทำให้เราอ้วนขึ้นง่าย และ ลดได้ยากขึ้น ส่วน...
23/05/2026

👨‍⚕️📝 ปัจจุบันปัญหา #ระบบเผาผลาญร่างกายที่ไม่สมดุล (Metabolic inflexibility) ทำให้เราอ้วนขึ้นง่าย และ ลดได้ยากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากภาวะที่ #ฮอร์โมนหลายตัวที่ไม่สมดุล (Hormones Imbalance) ที่พบบ่อย ได้แก่

1️⃣ #ภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin Resistance)

2️⃣ #ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ (Hypothyroidism)

3️⃣ #ภาวะต่อมหมวกไตไม่สมดุล (Adrenal hormone Imbalance)

4️⃣ #ภาวะฮอร์โมนเพศหญิง/เพศชายไม่สมดุล : เอสโตรเจนเด่น (Estrogen Dominance), เทสโทสเทอโรนสูง (High Testosterone), PMOS (PCOS) เป็นต้น

5️⃣ #ภาวะวัยทอง (Menopause) : วัยใกล้หมดประจำเดือน และ วัยหมดประจำเดือน
🙋🏻‍♂️🙋🏻‍♀️ ปัญหาฮอร์โมนไม่สมดุลเหล่านี้ เราทราบได้จากอะไรบ้าง ?

1.ประวัติสุขภาพ
2. การตรวจร่างกาย
3. การตรวจเช็คระดับของฮอร์โมนต่าง ๆ ที่สำคัญในร่างกายที่เกี่ยวกับระบบเผาผลาญ
#โปรแกรมตรวจสุขภาพระบบเผาผลาญ (Metabolic Health) และฮอร์โมนที่สำคัญในร่างกาย (Hormone Profile) : เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพและดูแลจัดการปัญหาน้ำหนัก โรคอ้วน แบบยั่งยืน : Advance Metabolic Health & Hormones Checkup Program
ครอบคลุมการตรวจเลือดสำคัญที่เราควรรู้ เช่น ระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด กรดยูริก ค่าการทำงานของไต ของตับ เม็ดเลือด + ตรวจเช็คคฮอร์โมนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญร่างกาย : ฮอร์โมนอินซูลิน ไทรอยด์ ต่อมหมวกไต (คอร์ติซอล และ ดีเอชอีเอ ซัลเฟต) ฮอร์โมนเพศหญิง และ ฮอร์โมนเพศชาย + ระดับการอักเสบในร่างกาย และ วิตามินดีในเลือด

👨‍⚕️📝 ขั้นตอนในการดูแลรักษาและติดตามอาการ : DR. Wellness Clinic

#สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :
Call : 02-1172915 (อังคาร-อาทิตย์ 9.00-16.00 น.)
Line Official :
Location ของคลินิก : Habito mall Floor 3rd, Sukhumvit 77

23/05/2026

ในแนวทางของการดูแลรักษาโรคอ้วนในปัจจุบัน ยากลุ่มนี้ต้องพิจารณาเลือกใช้ในคนไข้ในถูกต้องและเหมาะสมครับ เพราะการใช้ยาลดน้ำหนัก การรักษาโรคอ้วน คือ การดูแลระยะยาว เพราะโรคอ้วนถือเป็นโรคเรื้อรัง เหมือนโรคเบาหวาน ไขมัน โรคหัวใจ การใช้เพียงไม่กี่เดือนแล้วหยุด มักจะเจอปัญหาโยโย่ หรือ weight regain ตามมา นอกจากนี้ ผลดีต่าง ๆ ก็เคยได้ เคยปรากฏก็ค่อย ๆ หายไปด้วยเช่นกัน หากไม่ได้ปรับไลฟ์สไตล์เราให้ดีขึ้น
การพิจารณาระยะเวลาใช้ ควรปรับให้เหมาะสมกับแต่ละคน อาการข้างเคียงในระบบทางเดินอาหาร คือ สิ่งที่เจอได้บ่อยมากอยู่แล้วในยากลุ่มนี้
ดังนั้น แพทย์ที่ดูแลรักษาต้องแนะนำการปรับเปลี่ยนแนวทางการกิน การออกกำลังกาย ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ การใช้ยา และการใช้ชีวิตให้เหมาะกับแต่ละคน
โดยสรุปแล้ว ยากลุ่ม GLP-1 based therapy เป็นยาที่ช่วยลดน้ำหนัก เมื่อใช้ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของเรา เป็นยามีประโยชน์มากในการรักษาคนไข้ที่มีโรคเรื้อรังต่าง ๆ ผ่านการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบมาแล้วมากมาย และการรักษาด้วยยากลุ่มนี้ ควรอยู่ภายใต้การดูแลรักษากับแพทย์ที่เชี่ยวชาญ และมีความรู้ มีประสบการณ์ครับ

23/05/2026

“We're not actually buying long-term health ; we're "just renting" weight loss.” : “เราไม่ได้กำลังซื้อสุขภาพที่ดีในระยะยาว แต่เรากำลัง "เช่า" น้ำหนักที่ลดลงอยู่”
เป็นประโยคที่สะท้อนความจริงของการรักษาโรคอ้วนในยุคปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจ เพราะการลดน้ำหนักด้วยยาเพียงอย่างเดียว แม้จะช่วยให้น้ำหนักลดลงได้มาก แต่ไม่ได้หมายความว่าสุขภาพจะดีขึ้นอย่างยั่งยืนเสมอไป หากขาดการดูแลด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย การนอนหลับ และการปรับพฤติกรรมในระยะยาว น้ำหนักและความเสี่ยงทางสุขภาพต่าง ๆ ก็อาจกลับมาได้อีก ในมุมมองของเวชศาสตร์โรคอ้วน (Obesity Medicine) เป้าหมายที่แท้จริงจึงไม่ใช่แค่ “น้ำหนักลด” แต่คือการสร้าง “สุขภาพระบบการเผาผลาญที่ดี” ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง เพิ่มคุณภาพชีวิต และมีสุขภาพที่แข็งแรงในระยะยาว ซึ่งต้องอาศัยทั้งยาและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมควบคู่กันไปเสมอ
Reference : JAMA Network, JAMA Summit on Obesity 2026 Commentary & Discussion on Long-Term Obesity Treatment and Health Outcomes.

ในยุคของยาลดน้ำหนัก GLP-1 RAs Therapy : การใช้ยาทำให้คนที่มีปัญหาน้ำหนัก มีโรคอ้วนลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น และได้ตามเป้าหมาย...
23/05/2026

ในยุคของยาลดน้ำหนัก GLP-1 RAs Therapy : การใช้ยาทำให้คนที่มีปัญหาน้ำหนัก มีโรคอ้วนลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น และได้ตามเป้าหมายที่ต้องการมากขึ้น แต่ Lifestyle Modification (Intensive) ก็ยังสำคัญมากเช่นเดียวกัน เพราะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยคนไข้ทั้งช่วงที่ใช้ยาอยู่ให้ลดน้ำหนักได้ดีขึ้น ลดอาการข้างเคียง ลดปัญหาจากยาที่ใช้ และช่วงที่หยุดยาไปแล้ว...เพราะการได้ร่างใหม่ รูปร่างใหม่ น้ำหนักใหม่ ที่มาจากการปรับไลฟ์สไตล์เราให้ดีในช่วงที่ผ่านมา จะเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีกำลังใจ มีแรงผลักดันให้ใช้ชีวิตใน NEW HEALTHY LIFESTYLE นั้นต่อไปได้ นั่นเอง 👨‍⚕️📝🚩 หมอหล่อคอเล่า Doctor Wellness Clinic

▪️เมื่อ “ยาใหม่ลดความอยากอาหาร” ทำให้บทบาทของ Lifestyle ต้องถูกมองใหม่ 🧬

🔑 บทความนี้มาจาก JAMA Insights
หัวข้อ 📍 Lifestyle Modification and Incretin-Based Therapy for Obesity 📚

เผยแพร่ online วันที่ 20 พฤษภาคม 2026 🗓️
▪️อ่านต้นฉบับ ➡️ https://ja.ma/4ftW1cj

———————————————————————-
1️⃣ Incretin-based therapy เปลี่ยนภาพการรักษาโรคอ้วนอย่างไร? 🧠
———————————————————————-

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ยากลุ่ม incretin-based therapies ได้เข้ามาเปลี่ยน landscape ของการรักษาโรคอ้วนอย่างชัดเจน 🧬

จากเดิมที่การลดน้ำหนักพึ่งพา
การคุมอาหาร 🍽️
การนับแคลอรี 🔢
การออกกำลังกาย 🏃‍♂️
และการปรับพฤติกรรมเป็นหลัก 🧭

ปัจจุบันมียาที่สามารถลด appetite ได้อย่างมีนัยสำคัญ
จนทำให้การรักษาโรคอ้วนก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างแท้จริง 💉

โดยเฉพาะยา 2 กลุ่มสำคัญ ได้แก่

🔹 Semaglutide 2.4 mg
เป็นยาแบบฉีดใต้ผิวหนังสัปดาห์ละครั้ง 💉
ออกฤทธิ์เป็น GLP-1 receptor agonist 🧬

🔹 Tirzepatide 10–15 mg
เป็นยาแบบฉีดใต้ผิวหนังสัปดาห์ละครั้ง 💉
ออกฤทธิ์ทั้ง GLP-1 receptor agonist และ GIP receptor agonist 🧠

ผลสำคัญของยากลุ่มนี้คือ
ช่วยลดความอยากอาหาร 🍽️
ลดปริมาณพลังงานที่รับประทาน 🔥
ลด craving 🍰
ลด food noise 🧠
และทำให้น้ำหนักลดได้มากกว่าวิธีเดิมอย่างชัดเจน ⚖️

โดยประมาณแล้ว
🔸 Semaglutide ลดน้ำหนักได้ประมาณ 15% 📉
🔸 Tirzepatide ลดน้ำหนักได้ประมาณ 20% 📉

ในขณะที่การปรับพฤติกรรมแบบดั้งเดิม
เช่น คุมแคลอรี 🍱
นับแคลอรี 🔢
ออกกำลังกาย 🏃‍♀️
และปรับพฤติกรรม 🧭

แม้ทำแบบ intensive lifestyle intervention
ก็มักลดน้ำหนักได้ประมาณ 5–8% เท่านั้น ⚖️

———————————————————————-
2️⃣ จุดเปลี่ยนสำคัญ: ยาช่วยให้ลดน้ำหนัก “ใช้แรงพยายามน้อยลง” 🧩
———————————————————————-

แนวคิดเดิมของการรักษาโรคอ้วนคือ

“Lifestyle modification เป็นแกนหลัก
ส่วนยาเป็นตัวเสริม” 🧱

▪️แต่เมื่อมียากลุ่ม incretin-based therapies
ที่ลด appetite ได้อย่างมีนัยสำคัญ 🍽️

น้ำหนักจึงลดลงได้
โดยที่ผู้ป่วยอาจไม่ต้องพยายามฝืนความหิวเท่าเดิม 🧠

➡️ นี่จึงทำให้เกิดคำถามใหม่ว่า
ถ้าใช้ยาใหม่เหล่านี้แล้ว
เรายังจำเป็นต้องทำ lifestyle intervention
แบบเข้มข้นและถี่เท่าเดิมหรือไม่? 🤔

ปัจจุบันยังไม่มี randomized clinical trial ที่ตอบชัดเจนว่า
อาหารแบบใด 🥗
หรือการออกกำลังกายแบบใด 🏋️‍♂️
เหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่ได้รับ semaglutide หรือ tirzepatide

ดังนั้น บทความนี้จึงสรุปจากข้อมูลของ phase 3 trials 📊
ที่นำไปสู่การอนุมัติยาโดย FDA
รวมถึงข้อแนะนำแบบ practical best practice
ด้านอาหาร 🥗
การออกกำลังกาย 🏃‍♂️
และ behavioral modification 🧭

———————————————————————-
3️⃣ Lifestyle intervention ในยุคของยากลุ่ม incretin 🏃‍♂️
———————————————————————-

ตามแนวทางของ FDA สำหรับการพัฒนายารักษาโรคอ้วน
phase 3 clinical trials ต้องมี standard of care
ด้านอาหารและกิจกรรมทางกายร่วมด้วย 📋

โดยทั่วไปจะมีการให้คำแนะนำผู้ป่วยเป็นระยะ
เช่น ทุกเดือนถึงทุก 3 เดือน 🗓️

เพื่อให้ผู้ป่วย
🔹 รับประทานอาหารแบบลดพลังงาน 🍱
ประมาณลดลง 500 kcal/day จากพฤติกรรมเดิม 🔥
🔹 เพิ่ม physical activity 🚶‍♂️
อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น การเดิน 🚶‍♀️

ในอดีต เมื่อใช้ยาลดน้ำหนักรุ่นก่อน
เช่น orlistat หรือ naltrexone-bupropion 💊

พบว่ายิ่งให้ lifestyle counseling ถี่และเข้มข้น
น้ำหนักยิ่งลดได้มากขึ้น 📉

ตัวอย่างเช่น
28 sessions ใน 56 สัปดาห์ 🗓️
มักได้ผลดีกว่า
5 sessions ใน 56 สัปดาห์

แต่คำถามคือ
หลักการ “ยิ่ง lifestyle เข้ม น้ำหนักยิ่งลด”
ยังใช้ได้เหมือนเดิมหรือไม่
เมื่อยาที่ใช้เป็น semaglutide หรือ tirzepatide? 🤔

———————————————————————-
4️⃣ ข้อมูลจาก STEP trials และ trial เปรียบเทียบ semaglutide vs tirzepatide 📊
———————————————————————-

ใน STEP 1 trial 📚
semaglutide ร่วมกับ lifestyle visits แบบ brief จำนวน 18 ครั้ง
ในระยะเวลา 68 สัปดาห์ 🗓️
➡️ ลดน้ำหนักจาก baseline ได้ 14.9% 📉

ขณะที่ placebo ร่วมกับ lifestyle visits
▪️ลดได้เพียง 2.4%

ใน STEP 3 trial 📚
semaglutide ร่วมกับ lifestyle visits ที่เข้มข้นกว่า
จำนวน 30 ครั้ง ใน 68 สัปดาห์
➡️ ลดน้ำหนักได้ 16.0% 📉

▪️ขณะที่ placebo ลดได้ 5.7%

สิ่งที่น่าสนใจคือ
แม้ STEP 3 จะให้ lifestyle visits มากกว่า STEP 1
แต่ผลลดน้ำหนักของ semaglutide
ไม่ได้มากกว่าอย่างชัดเจนแบบก้าวกระโดด 🧩

อีก trial หนึ่งเป็น open-label randomized clinical trial เปรียบเทียบ semaglutide 1.7–2.4 mg
กับ tirzepatide 10–15 mg
- โดยผู้เข้าร่วมทุกคนได้รับ lifestyle visits เพียง 9 ครั้ง ตลอด 72 สัปดาห์ 🗓️
ผลคือ
🔹 Semaglutide ลดน้ำหนักได้ 13.7% 📉
🔹 Tirzepatide ลดน้ำหนักได้ 20.2% 📉

ข้อมูลเหล่านี้บอกว่า
incretin-based therapies สามารถลดน้ำหนักได้มาก
แม้ใช้ร่วมกับ lifestyle counseling แบบ low-intensity 🧬

แต่ยังไม่ชัดเจนว่า lifestyle counseling
ช่วยเพิ่มประโยชน์ด้านอื่นนอกเหนือจากน้ำหนัก
เช่น cardiovascular health ❤️
หรือ metabolic health 🧪
ได้มากแค่ไหน

———————————————————————-
5️⃣ Lifestyle ยังสำคัญ แม้ยาได้ผลดีมาก 🩺
———————————————————————-

แม้ยาจะช่วยลดน้ำหนักได้มาก 💉
แต่ lifestyle modification ยังมีบทบาทสำคัญมาก
โดยเฉพาะใน 5 เป้าหมายหลัก 🎯

🔸 ลด adverse effects จากยา
เช่น nausea 🤢 vomiting 🤮 diarrhea 🚽

🔸 รักษา muscle mass 💪
เพื่อลดความเสี่ยง sarcopenia

🔸 รักษา bone density 🦴
ลดผลเสียต่อกระดูกในระยะยาว

🔸 ป้องกัน nutritional deficiencies 🧪
เช่น calcium
vitamin D
potassium
iron

🔸 ช่วยควบคุมโรคร่วม 🩺
เช่น type 2 diabetes 🍬
และ hypertension ❤️

ดังนั้น lifestyle ไม่ได้หายไป
แต่บทบาทของมันอาจเปลี่ยนจาก

“ตัวหลักของการลดน้ำหนัก” ⚖️

มาเป็น

“ตัวเสริมเพื่อความปลอดภัย ความยั่งยืน และสุขภาพโดยรวม” 🧭

———————————————————————-
📍Diet
———————————————————————-

การกินในคนไข้ที่ใช้ Semaglutide หรือ Tirzepatide 🥗

———————————————————————-
6️⃣ ยากลุ่มนี้ทำให้พฤติกรรมการกินเปลี่ยนอย่างไร? 🍽️
———————————————————————-

Semaglutide และ tirzepatide มักทำให้ผู้ป่วยมีอาการดังนี้
🔹 หิวน้อยลง 🍽️
🔹 อิ่มเร็วขึ้น 🧠
🔹 craving ลดลง 🍰
🔹 food noise ลดลง 🌀

คำว่า food noise หมายถึง
ความคิดเกี่ยวกับอาหารที่วนอยู่ในหัวอย่างต่อเนื่อง 🧠
เช่น คิดถึงของกินตลอดเวลา
แม้ไม่ได้หิวจริง 🍩

ดังนั้น การประเมินด้านอาหาร
ไม่ควรถามแค่ว่า “กินกี่แคลอรี” 🔢

แต่ควรถามให้ครอบคลุมชีวิตจริงของผู้ป่วยมากขึ้น 🧭

ควรถามเรื่อง
🔸 หนึ่งวันกินอะไรบ้าง 🍱
🔸 ความอยากอาหารเป็นอย่างไร 🍽️
🔸 กินเป็นมื้อสม่ำเสมอหรือไม่ 🕘
🔸 แต่ละมื้อมีอะไร 🥗
🔸 มี snack หรือไม่ บ่อยแค่ไหน 🍪
🔸 ได้ protein เพียงพอหรือไม่ 🥩
🔸 ได้ fiber เพียงพอหรือไม่ 🥦
🔸 ดื่มน้ำพอหรือไม่ 💧
🔸 มีอาหารที่กินแล้วไม่สบายท้องหรือไม่ 🤢
🔸 มี nausea, vomiting, diarrhea หรือ oral intake ลดลงหรือไม่ 🚽

ในบางกลุ่มควรประเมิน micronutrient deficiency เพิ่มเติม 🧪
เช่น calcium
vitamin D
potassium
iron
โดยเฉพาะผู้สูงอายุ 👵
ผู้ป่วยเรื้อรัง 🩺
หรือผู้ที่น้ำหนักลดมากเกินไป ⚖️

———————————————————————-
7️⃣ หลักการกินที่ควรเน้น 🥩
———————————————————————-

คำแนะนำด้านอาหารในผู้ที่ใช้ incretin-based medications
ควรเน้น 3 เรื่องใหญ่ 🎯
1. รูปแบบการกินที่ทำได้ยั่งยืน 🧭
2. ได้อาหาร nutrient-dense เพียงพอ 🥗
3. ลด gastrointestinal adverse effects จากยา 🤢

อาหารที่ควรส่งเสริม เช่น
🔹 Whole grains 🌾
🔹 Berries 🫐
🔹 Lean meats 🥩
🔹 Fish 🐟
🔹 Eggs 🥚
🔹 Low-fat dairy 🥛
🔹 Legumes 🫘
🔹 Soy 🌱

Protein มีบทบาทสำคัญมาก 💪
เพราะช่วยรักษา muscle mass
ในช่วงที่มี caloric restriction 🔥

ปริมาณ protein ที่บทความแนะนำคือ
🔸 อย่างน้อย 60–75 g/day 🥩
🔸 หรืออาจสูงถึง 1.2–1.5 g/kg/day 📏

ประเด็นนี้สำคัญมากในกลุ่มเสี่ยง sarcopenia
เช่น ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป 👵

———————————————————————-
8️⃣ อาหารแบบไหนควรระวัง เพราะทำให้คลื่นไส้มากขึ้น? 🤢
———————————————————————-

อาการ nausea เป็น adverse effect ที่พบบ่อย
และเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนไข้หยุดยา 💊

อาหารที่อาจกระตุ้นอาการทาง GI ได้แก่
🔸 อาหารมัน 🍟
🔸 อาหารทอด 🍗
🔸 อาหารเผ็ด 🌶️
🔸 อาหารหวานจัด 🍰
🔸 แอลกอฮอล์ 🍺
🔸 เครื่องดื่มอัดลม 🥤

กลยุทธ์ที่ช่วยลด GI adverse effects ได้แก่
🔹 กินมื้อเล็กลง 🍽️
🔹 อาจเพิ่มความถี่ของมื้ออาหาร 🕘
🔹 กินช้าลง 🧘‍♂️
🔹 หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นอาการ 🚫
🔹 ดื่มน้ำให้เพียงพอ 💧

ดังนั้น dietary counseling ไม่ใช่แค่เรื่องลดน้ำหนัก ⚖️
แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คนไข้ทนยาได้ดีขึ้น
และใช้ยาได้ต่อเนื่องมากขึ้น 💉

———————————————————————-
🔑 Physical Activity
———————————————————————-

การออกกำลังกายในยุค GLP-1RA และ Tirzepatide 🏋️‍♂️

———————————————————————-
9️⃣ ทำไมยังต้องออกกำลังกาย ทั้งที่ยาลดน้ำหนักได้ดี? 🚶‍♂️
———————————————————————-

Physical activity ยังสำคัญมาก 🏃‍♂️
เพราะไม่ได้มีประโยชน์แค่น้ำหนัก ⚖️

แต่ช่วยในด้าน
🔹 Cardiometabolic health ❤️
🔹 Functional mobility 🚶‍♀️
🔹 Muscle strength 💪
🔹 Quality of life 🌿
🔹 Weight maintenance ⚖️
🔹 Preservation of lean mass 🧬

แพทย์ควรถามทุก visit ว่า
🔸 ในแต่ละวันขยับตัวแค่ไหน 🚶‍♂️
🔸 sedentary time มากหรือไม่ 🪑
🔸 เดินหรือออกกำลังกายกี่นาที ⏱️
🔸 มีกล้ามเนื้ออ่อนแรงลงหรือไม่ 💪
🔸 ทำกิจวัตรเดิมได้น้อยลงหรือไม่ 🏠

———————————————————————-
🔟 เป้าหมายการออกกำลังกายที่แนะนำ 🎯
———————————————————————-

ตาม Physical Activity Guidelines for Americans
แนะนำว่า
🔹 Moderate-intensity aerobic activity 🏃‍♂️
อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ⏱️
ร่วมกับ
🔹 Resistance training 🏋️‍♂️
อย่างน้อย 2 sessions ต่อสัปดาห์

โดยควรเน้น major muscle groups 💪
เช่น quadriceps และ hamstring muscles

ตัวอย่าง resistance training ที่ทำที่บ้านได้ เช่น

🔸 Elastic bands 🧵
🔸 Hand weights 🏋️‍♀️
🔸 Planks 🧘‍♂️
🔸 Bodyweight exercises 🏠

บางกลุ่ม เช่น ผู้สูงอายุ 👵
อาจได้ประโยชน์จาก physical therapist
หรือ exercise specialist 🧑‍⚕️

เพื่อช่วยดูแล weight training
ให้ปลอดภัยและรักษามวลกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น 💪

———————————————————————-
1️⃣1️⃣ Evidence เรื่อง exercise ร่วมกับ GLP-1RA 🧪
———————————————————————-

มีข้อมูลว่า
การใช้ liraglutide 3.0 mg 💉
ร่วมกับ supervised vigorous-intensity exercise 🏃‍♂️
ครั้งละ 45 นาที ⏱️
และ circuit training สัปดาห์ละ 2 ครั้ง 🏋️‍♂️
เป็นเวลา 46 สัปดาห์ 🗓️

ช่วยให้ cardiorespiratory fitness ❤️
และ cardiometabolic health ดีขึ้น 🧪
มากกว่าการใช้ยาอย่างเดียว 💊

แต่สำหรับ semaglutide และ tirzepatide
ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม 📚
เพื่อยืนยันผลด้านนี้โดยตรง

———————————————————————-
1️⃣2️⃣ ใช้ SMART goals เพื่อให้คนไข้ทำได้จริง 🧭
———————————————————————-

การแนะนำ exercise ควรใช้หลัก SMART goals 🎯

🔹 Specific
ชัดเจนว่าต้องทำอะไร 📝

🔹 Measurable
วัดผลได้ เช่น นาทีต่อสัปดาห์ หรือจำนวนครั้ง ⏱️

🔹 Achievable
เหมาะกับสภาพจริงของผู้ป่วย 🧍‍♂️

🔹 Relevant
สอดคล้องกับเป้าหมายและคุณค่าของผู้ป่วย 🌿

🔹 Timely
มีกรอบเวลาชัดเจน 🗓️

ควรเพิ่ม duration และ intensity อย่างค่อยเป็นค่อยไป 📈 เพื่อลดความเสี่ยงบาดเจ็บ ⚠️

ถ้าผู้ป่วยมี nausea หรือ vomiting
ขณะใช้ incretin-based therapy 🤢

ควรระวังการออกกำลังกายหนัก
เพราะอาจเสี่ยง dehydration 💧
หรือ caloric depletion ได้ 🔥

———————————————————————-
1️⃣3️⃣ ถ้าหยุดยา น้ำหนักอาจกลับมา ต้องวางแผนต่อเนื่อง 🔁
———————————————————————-

บทความระบุว่า
ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยโรคอ้วน
หยุด GLP-1RA therapy ภายใน 1 ปี 📉

ดังนั้นคนไข้ที่หยุดยา
ควรได้รับคำแนะนำเรื่องแผนดูแลต่อเนื่อง 🧭

เพื่อช่วยลดโอกาสน้ำหนักกลับขึ้น ⚖️

แผนที่ควรเน้น ได้แก่

🔹 Structured reduced-calorie dietary plan 🍱
🔹 กินอาหารเป็นมื้อสม่ำเสมอ 🕘
🔹 ได้ protein เพียงพอ 🥩
🔹 ได้ fiber เพียงพอ 🥦
🔹 ทำ moderate-intensity physical activity สม่ำเสมอ 🚶‍♂️
🔹 มี intensive lifestyle intervention 🧭
🔹 self-monitoring food intake 📝

———————————————————————-
📍บทสรุปสำคัญจากบทความนี้ 🧠
———————————————————————-

ในอดีต เรามักมองว่า
“ยาเป็นตัวเสริมของ lifestyle modification” 💊

แต่ในยุคของ incretin-based therapies
โดยเฉพาะ semaglutide และ tirzepatide 💉
ที่ลดน้ำหนักได้มากกว่าการปรับพฤติกรรมแบบเดิมอย่างชัดเจน 📉

มุมมองอาจต้องเปลี่ยนเป็น
“Lifestyle modification เป็นตัวเสริมของยารักษาโรคอ้วนรุ่นใหม่” 🧬

แต่คำว่า “ตัวเสริม”
ไม่ได้แปลว่าไม่สำคัญ ⚠️

เพราะ lifestyle modification ยังจำเป็นมากในการ
🔸 ทำให้ผู้ป่วยใช้ยาได้ต่อเนื่อง 💉
🔸 ลด gastrointestinal adverse effects 🤢
🔸 รักษา muscle mass 💪
🔸 รักษา bone health 🦴
🔸 ป้องกัน nutritional deficiencies 🧪
🔸 ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพในระยะยาว 🌿
🔸 ช่วย weight maintenance หลังหยุดยา ⚖️

สรุปคือ
ยากลุ่ม incretin-based therapies
ช่วยลดน้ำหนักได้มาก
และเปลี่ยน paradigm การรักษาโรคอ้วน 🧬

แต่การกินที่ดี 🥗
การออกกำลังกายที่เหมาะสม 🏃‍♂️
และ behavioral support 🧭

ยังเป็นรากฐานสำคัญของการดูแลผู้ป่วย
อย่างปลอดภัย ยั่งยืน
และมองสุขภาพแบบองค์รวม 🩺
:::

ที่อยู่

Bangkok
10110

เวลาทำการ

อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 09:00 - 18:00
อาทิตย์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+6621172915

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Doctor Wellness Clinicผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Doctor Wellness Clinic: