14/01/2026
Polynucleotides in regenerative dentistry: mechanisms and advanced clinical applications
ดร.นพ.ชลธวัช สุวรรณปิยะศิริ
รองประธานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานและวิจัย
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข มหาวิทยาลัยรังสิต
Regenerative dentistry ปัจจุบันมีแนวโน้มใช้ biological substance มากขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในสารชีวภาพที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากคือ polydeoxyribonucleotide (PDRN) และ polynucleotides (PN) ซึ่งเป็น biostimulator ซึ่งเป็น fragment ของ DNA strand ทั้งคู่ เพียงแต่ molecular weight ต่างกัน
PN ทำหน้าที่ผ่านกลไกหลักดังนี้
1. การกระตุ้นผ่าน adenosine A2A receptors (A2A receptor) ซึ่งเป็นกลไกหลักของ PN โดยเมื่อเข้าสู่เนื้อเยื่อ PN จะถูกย่อยสลายโดยเอนไซม์ nuclease ได้เป็น nucleotides และ nucleosides (adenosine) และเข้าจับกับ A2A receptors บนผิวเซลล์ เกิดการกระตุ้น downstream signaling pathways เพิ่มระดับ intracellular cAMP ส่งผลให้เกิดการลดลงของ pro-inflammatory cytokines เช่น TNF-α, IL-6 และเพิ่ม anti-inflammatory cytokine เช่น IL-10 ช่วยลดการอักเสบอย่างมีนัยสำคัญ
2. ทำงานผ่าน salvage pathway ซึ่งเปรียบเสมือนทางลัดในการสังเคราะห์ DNA เพราะในภาวะที่เนื้อเยื่อบาดเจ็บหรือขาดเลือด เซลล์ต้องการพลังงานสูงในการซ่อมแซมตัวเอง การสังเคราะห์ DNA แบบ de novo synthesis ต้องใช้พลังงานมากและช้าเกินไป แต่ PN ช่วยเพิ่มจำนวน purine และ pyrimidine bases ให้กับเซลล์เพื่อนำไปใช้ใน salvage pathway ช่วยให้ fibroblasts, osteoblasts และ chondrocytes สามารถสังเคราะห์ DNA และแบ่งตัวได้เร็วขึ้นโดยใช้พลังงานน้อยลง
3. Angiogenesis โดย PN กระตุ้นการหลั่ง vascular endothelial growth factor (VEGF) ช่วยสร้างเส้นเลือดใหม่ เพิ่มการไหลเวียนเลือดสู่บริเวณแผลผ่าตัดหรือบริเวณที่มีการปลูกถ่ายกระดูก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการที่ graft จะติดดี
4. การกระตุ้น fibroblasts และการสร้าง extracellular matrix (ECM) ตัว PN กระตุ้นการทำงานของ fbroblast ให้สร้าง collagen type I และ fibronectin รวมถึงเพิ่มระดับ fibroblast growth factor (FGF) จึงเพิ่มความหนาตัวและความยืดหยุ่นของ gingival tissue และเร่งกระบวนการ re-epithelialization
Clinical applications in dentistry :
การใช้ PN ในทางทันตกรรมสามารถนำมาใช้เดี่ยวๆ หรือใช้ร่วมกับหัตถการอื่นๆได้ดังนี้
1. งานศัลยกรรมปริทันต์และรากเทียม (periodontal surgery and implantology)
การฉีด PN เข้าไปในบริเวณเหงือก (submucosal injection) ก่อนหรือระหว่างการทำ implant surgery ช่วยทำให้เหงือกหนาแน่นขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะเหงือกร่นในอนาคต
ในรายที่มีการอักเสบรอบรากเทียม การใช้ PN ร่วมกับ debridement ช่วยลดค่า bleeding on probing (BOP) และลดการอักเสบได้ดีกว่า debridement เพียงอย่างเดียว เนื่องจากฤทธิ์ anti-inflammatory และ angiogenesis ของ PN
การใส่ PN รูปแบบ gel หรือ liquid ร่วมกับ bone graft ลงใน socket หลังถอนฟัน ช่วยเร่ง soft tissue closure และลด bone resorption ในระยะแรก
2. การรักษาเหงือกร่น (gingival recession treatment)
ใน coronally advanced flap (CAF) หรือ tunnel technique การใช้ PN ร่วมด้วยจะช่วยเพิ่ม vascularization ให้กับ flap หรือ graft ทำให้โอกาสเกิด flap necrosis ลดลง และเพิ่มโอกาสของ root coverage
3. การเติมเต็ม black triangles (papilla reconstruction)
การฉีด PN เข้าไปในฐานของ papilla สามารถกระตุ้นการสร้าง collagen และเพิ่ม volume ของเนื้อเยื่อได้ระดับหนึ่ง แม้อาจจะไม่ใช่ permanent filler แต่ช่วยในเรื่อง trophic effect ของเนื้อเยื่อ
4. แผลในช่องปากและรอยโรคเยื่อบุช่องปาก (oral ulcers and mucosal lesions)
สำหรับรอยโรคเรื้อรัง เช่น oral lichen planus (OLP) หรือ recurrent aphthous stomatitis การใช้ PN gel ทาหรือ local injection ช่วยลดความเจ็บปวดและเร่งระยะเวลาการหายของแผล (re-epithelialization time) ผ่านกลไกการลดการอักเสบ
ดังนั้นการนำ PN มาประยุกต์ใช้ในการรักษาโรคปริทันต์และรากเทียมจึงไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่ม success rate ทางคลินิก แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยผ่านการลดความเจ็บปวดและลดระยะเวลาพักฟื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
References :
https://www.mdpi.com/2076-3417/15/21/11655
https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2212426825000843
https://www.nature.com/articles/s41598-023-43213-8
https://boris-portal.unibe.ch/server/api/core/bitstreams/b3bfb531-0bf6-4daa-a4ce-71e7851c0965/content