PR มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา

PR มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา “เราให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาแพทย์ทั่วไทยที่เรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์ จำนวนหลายร้อยทุนต่อปี เพื่อสร้างแพทย์คุณภาพให้ประเทศไทย”

สงกรานต์ปีนี้... พี่หมอขอให้ทุกคนมีความสุข "แต่...ตัวเปียกแค่น้ำก็พอนะ"วันนี้เดินไปทางไหนก็เห็นแต่รอยยิ้มและการสาดน้ำดับ...
12/04/2026

สงกรานต์ปีนี้... พี่หมอขอให้ทุกคนมีความสุข "แต่...ตัวเปียกแค่น้ำก็พอนะ"

วันนี้เดินไปทางไหนก็เห็นแต่รอยยิ้มและการสาดน้ำดับร้อนกันสนุกสนานเลยนะครับ แต่ในฐานะที่พี่หมอใส่ชุดกาวน์มาหลายสิบปี ภาพที่เห็นจนชินตาแต่ไม่อยากให้เกิดเลย คือน้องๆ หรือญาติผู้ใหญ่ต้องมานั่งรอหน้าห้องฉุกเฉินในวันรวมญาติแบบนี้

ปี 2569 นี้ อากาศบ้านเราสวิงแรงมากครับ พี่หมออยากฝาก 3 เรื่องสั้นๆ ที่อยากให้ทำจริงๆ

ระวัง "น็อกความร้อน": เวลาตัวเรากำลังร้อนจัดๆ แล้วโดนน้ำเย็นจัดสาดเข้ามาทันที เส้นเลือดมันหดตัวเร็วมากครับ บางคนหน้ามืดหรือวูบได้เลย ถ้าจะเล่นน้ำ แนะนำให้ค่อยๆ ปรับตัว หรือดื่มน้ำเปล่าให้เยอะกว่าปกติเพื่อกัน Heatstroke นะครับ

รดน้ำดำหัวแบบ "ไม่นำโรค": สงกรานต์คือวันผู้สูงอายุ เรากลับไปกราบเท้าพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย เป็นเรื่องดีที่สุดครับ แต่อย่าลืมว่าท่านเปราะบางกว่าเรา ถ้าเราเพิ่งไปเล่นน้ำรวมตัวกับคนหมู่มากมา ล้างมือทำความสะอาดตัวก่อนเข้าไปกอดท่านสักนิด จะเป็นการรดน้ำที่นำความสุขมาให้ท่านจริงๆ

เมาไม่ขับ... ไม่ใช่แค่คำขวัญ: น้องๆ เชื่อไหมครับ แค่เสี้ยววินาทีที่สติเราหลุดเพราะแอลกอฮอล์ มันอาจเปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งไปตลอดกาล พี่หมออยากให้น้องๆ กลับบ้านไปทานข้าวกับครอบครัวครบทุกคนในตอนเย็นนะครับ

มูลนิธิทุนแพทย์ฯ ของเรามีน้องๆ นักเรียนทุนแพทย์หลายคนที่ปีนี้ไม่ได้กลับบ้าน เพราะต้องสแตนบายรอช่วยพวกเราอยู่ที่โรงพยาบาล มาช่วยกันลดภาระให้น้องๆ ว่าที่หมอเหล่านี้ ด้วยการดูแลตัวเองให้ดีที่สุด แต่จะให้ดีคือรักษาตัวให้ไม่ต้องเข้าใช้บริการจากน้อง ๆ ก็ดีนะครับ

สนุกให้เต็มที่ แต่ดูแลใจคนข้างหลังด้วยความปลอดภัย พี่หมอรอฟังข่าวดีว่าทุกคนมีความสุข เดินทางไปไหนใกล้ไกลก็ขอให้ปลอดภัยนะครับ

แบ่งปันรอยยิ้มและสุขภาพดีให้คนรอบข้าง ส่งต่อโพสต์นี้ให้คนที่คุณรักนะครับ

#สงกรานต์2569 #พี่หมอชวนรู้ #มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา #สุขภาพดีวันสงกรานต์

คู่มือรับมือ "โลกเดือด" ฉบับสมบูรณ์: กายต้องแกร่ง ใจต้องสงบ โดยพี่หมอ"เมื่อโลกข้างนอกวุ่นวาย เราต้องสร้าง 'โอเอซิส' ไว้ใ...
12/04/2026

คู่มือรับมือ "โลกเดือด" ฉบับสมบูรณ์: กายต้องแกร่ง ใจต้องสงบ โดยพี่หมอ

"เมื่อโลกข้างนอกวุ่นวาย เราต้องสร้าง 'โอเอซิส' ไว้ในใจ"

น้องครับ... เคยรู้สึกไหมว่าแค่ตื่นมาเห็นราคาน้ำมัน เห็นข่าวสงคราม หรือก้าวขาออกจากบ้านไปเจอแดดที่ร้อนจนแสบผิว ใจมันก็อยากจะ "ลาพักร้อน" จากโลกใบนี้ไปเลย? พี่หมอเข้าใจความรู้สึกนี้นะครับ วันนี้พี่หมอเลยรวบรวมวิธี "กู้ร่างและชุบใจ" แบบจัดเต็ม ทำตามได้จริง มีวิทยาศาสตร์รองรับ เพื่อให้เราอยู่รอดในยุคโลกเดือดนี้อย่างมีความสุขครับ

โลกเราตอนนี้กำลังเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า "Polycrisis" หรือวิกฤตซ้อนวิกฤตครับ ทั้งสภาพอากาศที่ร้อนทำลายสถิติ ฝุ่นพิษที่ตามหลอกหลอน และเศรษฐกิจที่ตึงมือ ปัจจัยพวกนี้มันกระตุ้นระบบประสาทส่วน Sympathetic ของเราให้ทำงานหนักเกินไป เหมือนเรากำลังหนีเสืออยู่ตลอดเวลา จนร่างกายล้าและใจพัง

พี่หมอแบ่งวิธีรับมือออกเป็น 3 ด้านใหญ่ๆ ลองเลือกไปปรับใช้ตามความสะดวกนะ:

1. กู้ร่างจาก "ความร้อนและฝุ่น" (Physical Resilience)

Internal Cooling: ไม่ใช่แค่ดื่มน้ำเย็นนะครับ แต่พี่หมอแนะนำให้ทานอาหารที่มีฤทธิ์เย็นตามธรรมชาติ เช่น แตงกวา มะเขือเทศ หรือแตงโม ผลไม้พวกนี้มีน้ำเป็นส่วนประกอบสูงและมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดการอักเสบจากความร้อนภายใน

PM 2.5 Defense: ในวันที่ฝุ่นหนา การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือไม่ใช่เรื่องเสียเวลาครับ แต่มันคือการ "Clearance" ปอดและทางเดินหายใจเบื้องต้นที่ได้ผลที่สุด และอย่าลืมติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องนอน เพราะช่วงเวลาที่เราหลับคือช่วงที่ร่างกายเปราะบางต่อฝุ่นที่สุด

The 20-Minute Nap: ความร้อนทำให้เราเพลียง่าย พี่หมอแนะนำ "Power Nap" สั้นๆ ไม่เกิน 20 นาทีในช่วงบ่าย จะช่วยรีเซ็ตการทำงานของสมองและลดระดับ Cortisol ได้ดีกว่าการอัดกาแฟแก้วที่สามครับ

2. ชุบใจด้วย "ธรรมชาติและศิลปะบำบัด" (Nature & Art Therapy)

Nature Mandala (สมาธิจากการจัดวาง): วิธีนี้พี่หมอชอบมากครับ วันไหนที่ฟุ้งซ่านจนนั่งหลับตาไม่ได้ ให้ลองเดินลงไปที่สวนหรือพื้นที่สีเขียวใกล้บ้าน เก็บสิ่งที่ร่วงหล่นมาแล้ว เช่น ใบไม้แห้ง กลีบดอกไม้ ก้อนหิน หรือกิ่งไม้ แล้วนำมาจัดเรียงเป็นวงกลมจากจุดศูนย์กลางออกไปข้างนอก (Mandala)

ทำไมถึงได้ผล? การใช้มือสัมผัสผิวสัมผัสที่แตกต่างของธรรมชาติ และการใช้สายตาจดจ่ออยู่กับการจัดวางความสมมาตร จะช่วยดึงสติเรากลับมาอยู่กับ "ปัจจุบันขณะ" (Mindfulness) สมองจะหลั่ง Dopamine และ Serotonin ออกมา ทำให้เรารู้สึกสงบและภูมิใจในผลงานชิ้นเล็กๆ นั้น

Forest Bathing (Shinrin-yoku) แม้ในบ้าน: หากออกไปข้างนอกไม่ได้ ลองใช้กลิ่นบำบัดครับ กลิ่นน้ำมันหอมระเหยจำพวก Pine (สน) หรือ Cedarwood มีสาร Phytoncides ที่เลียนแบบการอยู่ในป่าจริง ช่วยลดระดับความดันโลหิตและเพิ่มเซลล์ภูมิคุ้มกัน (NK Cells) ได้ครับ

3. วางแผนรับมือ "ความเครียดทางเศรษฐกิจและสังคม" (Cognitive Shifting)

Media Diet (คุมอาหารสมอง): ข่าวสงครามและราคาน้ำมันรู้ไว้ให้พอรับมือ แต่อย่าเสพจนเหมือนเราไปอยู่ในสมรภูมิเองครับ กำหนดเวลาเช็กข่าวแค่วันละ 2 รอบก็พอ โดยเฉพาะ "กฎ 1 ชั่วโมงก่อนนอน" ห้ามดูข่าวเครียดเด็ดขาด เพื่อให้สมองส่วนลึกได้พักผ่อนจริงๆ

Financial Breathwork: เวลาเครียดเรื่องเงิน ร่างกายจะเกร็งโดยไม่รู้ตัว ให้ใช้วิธีหายใจแบบ "Box Breathing" (เข้า 4-กลั้น 4-ออก 4-กลั้น 4) เพื่อดึงสติให้กลับมาอยู่กับตัว ก่อนจะตัดสินใจเรื่องการเงินหรือการใช้จ่ายที่สำคัญ

สุดท้ายนี้พี่หมออยากบอกว่า "เราไม่จำเป็นต้องเก่งตลอดเวลา" ครับ วันไหนที่เหนื่อยก็แค่ยอมรับว่าเหนื่อย แล้วพักผ่อนให้เต็มที่ เพราะสุขภาพที่แข็งแรงและใจที่สงบ คือทรัพย์สินที่ไม่มีใครขโมยไปจากเราได้ครับ

Research References:

Breathing & Autonomic Nervous System: NCBI - Yoga Breathing and the Vagus Nerve

Nature Mandala & Flow State: Psychology Today - The Healing Power of Mandalas (Search: Mandala Art Therapy)

Phytoncides & Immune System: Journal of Biological Regulators and Homeostatic Agents - Effect of Forest Bathing on Immune Function

Heat & Cognitive Function: Harvard Health - Heat stress and your heart

น้องๆ มีวิธีฮีลใจแบบไหนกันบ้าง? หรือใครลองไปทำ Nature Mandala มาแล้ว ถ่ายรูปมาอวดพี่หมอในคอมเมนต์บ้างนะ พี่หมอรอชมผลงานศิลปะบำบัดของทุกคนอยู่ครับ

#พี่หมอสอนน้อง #สุขภาพดีในโลกเดือด #ธรรมชาติบำบัด #สมาธิบำบัด #สู้ชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ #มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา

ชวนทุกท่านร่วมบริจาคทุนการศึกษาให้กับน้อง ๆ ผ่านการสนับสนุนสติกเกอร์ไลน์น่ารักๆ ของพี่หมอต่อ งานนี้มีสติกเกอร์ถึง 40 ดวง...
08/04/2026

ชวนทุกท่านร่วมบริจาคทุนการศึกษาให้กับน้อง ๆ ผ่านการสนับสนุนสติกเกอร์ไลน์น่ารักๆ ของพี่หมอต่อ งานนี้มีสติกเกอร์ถึง 40 ดวง เพียง 31 บาทครับ รายได้หลังหักภาษีแล้วทั้งหมดจะถูกนำมาสมทบรวมเป็นทุนการศึกษาและจัดติวเข้มให้กับน้อง ๆ ครับ
เข้าดูได้ที่ https://line.me/S/sticker/33503160

"จะดีแค่ไหน... ถ้าเช้าวันใหม่ของคุณ คือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ของใครอีกหลายคน"ตื่นเช้ามาวันนี้ พี่หมออยากชวนทุกคนมาลองหล...
06/04/2026

"จะดีแค่ไหน... ถ้าเช้าวันใหม่ของคุณ คือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ของใครอีกหลายคน"

ตื่นเช้ามาวันนี้ พี่หมออยากชวนทุกคนมาลองหลับตา แล้วนึกภาพวันข้างหน้าในอีก 5-10 ปีดูครับ

ในวันที่เราหรือคนที่เรารักอาจจะเจ็บป่วย สิ่งที่เราต้องการที่สุดในตอนนั้น ไม่ใช่แค่โรงพยาบาลที่สวยงาม แต่คือ 'มือ' ที่พร้อมจะประคอง และ 'ความรู้' ที่จะช่วยรักษาชีวิตเราไว้ ซึ่งมือคู่นั้น... อาจจะเป็นเด็กน้อยที่วันนี้กำลังนั่งอ่านหนังสือสอบอยู่ท่ามกลางความขาดแคลนก็ได้ครับ

เชื่อมั้ยครับว่า การที่เราช่วยกันส่งน้องๆ ที่ตั้งใจจริงให้เรียนต่อจนจบ ทั้งว่าที่คุณหมอและพยาบาล มันคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในโลกเลยนะ

เพราะพยาบาลหนึ่งท่าน ดูแลคนไข้ได้เป็นร้อยเป็นพันคนต่อปี
และคุณหมอหนึ่งคน ตลอดชีวิตการทำงานของเขา จะช่วยรักษาชีวิตคนได้เป็นหมื่นเป็นแสนคน

การให้ 'โอกาส' ในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเงินทุนครับ แต่มันคือการสร้าง 'ความอุ่นใจ' ให้กับสังคมไทย ว่าเราจะมีบุคลากรทางการแพทย์ที่เพียงพอและพร้อมจะดูแลพวกเราทุกคนไปอีกนานเท่านาน

มาเริ่มต้นวันดีๆ ด้วยการหยิบยื่นโอกาสนี้ให้น้องๆ ที่ขาดแคลนกันนะครับ ให้เขามีแรงสู้จนเรียนจบ เพื่อกลับมาเป็นที่พึ่งให้กับพวกเราทุกคน

เริ่มต้นยามเช้าด้วยการ "ให้" อาจจะไม่ใช่เงินก้อนใหญ่ แค่เพียงคุณให้ทีละเล็กทีละน้อย 10 บาท 50 บาท ทุกเช้า ก็สามารถรวมเป็นทุนก้อนใหญ่ให้กับน้อง ๆ ได้ครับ

ขอบคุณทุกน้ำใจที่เชื่อมั่นในความฝันของเด็กไทย และเห็นคุณค่าของทุกชีวิตครับ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ "สนับสนุนทุนการศึกษาให้นักศึกษาแพทย์และพยาบาล" ได้ที่: ลิงค์ร่วมบริจาค urlkub.co/qceHG5

มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา
องค์การสาธารณกุศล ลำดับที่ 801 ตามประกาศกระทรวงการคลัง

📞 โทรศัพท์: 099-002-3233
💬 LINE: https://line.me/ti/p/lXcvK1GiFY
🌐 เว็บไซต์: https://www.thunphaet.org/main/
📘 Facebook: https://www.facebook.com/share/1CAVXjroQT/?mibextid=wwXIfr

#มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา #เริ่มต้นวันดีด้วยการให้ #สร้างหมอสร้างพยาบาล #พลังแห่งการให้

เมื่อวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569 มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา ได้จัดพิธีมอบเงินบริจาคเพื่อสมทบทุนการก่อสร้างศูนย์การแพทย...
03/04/2026

เมื่อวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569 มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา ได้จัดพิธีมอบเงินบริจาคเพื่อสมทบทุนการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ชั้นเลิศ (Medical Hub) ณ ห้องประชุมหนองแวง ชั้น 6 โรงพยาบาลศรีนครินทร์

โดยได้รับเกียรติจาก ศ.สมศักดิ์ เทียมเก่า ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร์ พร้อมคณะผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ ให้การต้อนรับ

การมอบทุนในครั้งนี้ นำโดย ประธานมูลนิธิฯ ทุนแพทย์เพื่อปวงประชาและคณะทำงาน ซึ่งมี คุณพิเชฐ ลิขิตขจร ที่ปรึกษามูลนิธิ เป็นผู้มอบเงินจำนวน 2,000,000 บาท เพื่อสนับสนุนโครงการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ชั้นเลิศ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ขอขอบพระคุณ คุณพิเชฐ ลิขิตขจร เป็นอย่างสูง สำหรับการสนับสนุนในครั้งนี้

📌 ช่องทางการติดต่อสอบถาม
มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา
องค์การสาธารณกุศล ลำดับที่ 801 ตามประกาศกระทรวงการคลัง

ร่วมบริจาค urlkub.co/qceHG5

📞 โทรศัพท์: 099-002-3233
💬 LINE: https://line.me/ti/p/lXcvK1GiFY
🌐 เว็บไซต์: https://www.thunphaet.org/main/
📘 Facebook: https://www.facebook.com/share/1CAVXjroQT/?mibextid=wwXIfr

🔗 ลิงก์เพิ่มเติม:
https://www.facebook.com/share/1912wtdhhZ/
https://lin.ee/VOpUKcf
thunphaet.org/main/

แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ เพราะ มีหลายท่านยังไม่ทราบและเกิดความลังเลสงสัยครับตั้งแต่ 1 มกราคม การบริจาคเงินให้กับมูลนิธิฯ ใช...
02/04/2026

แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ เพราะ มีหลายท่านยังไม่ทราบและเกิดความลังเลสงสัยครับ

ตั้งแต่ 1 มกราคม การบริจาคเงินให้กับมูลนิธิฯ ใช้ระบบบริจาคผ่าน E-Donation ที่ควบคุมโดยกรมสรรพากร มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และบันทึกข้อมูลเพื่อนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ส่วนบุคคลได้อัตโนมัติ

การบริจาคจะใช้การสแกนโอนผ่าน QR Code ที่ออกมาเฉพาะการบริจาคเท่านั้น ไม่สามารถโอนตรงผ่านหมายเลขบัญชีได้นะครับ

หากท่านสแกน Qr Code ไม่ได้ สามารถกดที่ลิงค์นี้ urlkub.co/qceHG5 เพื่อโหลด Qr Code ได้เลยครับ

เคยรู้สึกไหมครับ? ยิ่งอ่านหนังสือเยอะเท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกว่าตัวเอง "ไม่รู้อะไรเลย" บางวันถึงขั้นนั่งมองตำราแล้วน้ำตาซึม เ...
31/03/2026

เคยรู้สึกไหมครับ? ยิ่งอ่านหนังสือเยอะเท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกว่าตัวเอง "ไม่รู้อะไรเลย" บางวันถึงขั้นนั่งมองตำราแล้วน้ำตาซึม เพราะรู้สึกว่าเราอาจจะเก่งไม่พอที่จะมายืนตรงนี้... พี่หมอจะบอกว่า นี่ไม่ใช่ความอ่อนแอครับ แต่มันคือกลไกของสมองที่กำลังเรียกร้องความช่วยเหลือ

สมัยพี่เรียนช่วงชั้นคลินิก มีคืนหนึ่งพี่นั่งอยู่หน้าเคสคนไข้ที่ซับซ้อนมาก ข้อมูลในหัวมันตีกันไปหมดจนพี่เริ่มสงสัยในตัวเองว่า " #เรามาเรียนหมอถูกทางหรือเปล่า?" ความรู้สึกนี้เขาเรียกว่า Imposter Syndrome ครับ มันคือสภาวะที่เราประเมินตัวเองต่ำกว่าความเป็นจริง ทั้งที่ความจริงเราพยายามหนักมาก แต่มองไปทางไหนก็เห็นเพื่อนรอบตัวดูเก่ง ดูจัดการทุกอย่างได้ดีไปหมด

พอพี่เริ่มศึกษาเรื่องกลไกการเรียนรู้ พี่ถึงเข้าใจว่าความเครียดที่เราเจอ มันไม่ได้เกิดจากเราไม่เก่ง แต่มันเกิดจาก Cognitive Overload หรือภาวะที่สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ของเราได้รับข้อมูลเกินขีดจำกัดครับ สมองคนเรามี " #ถังพักข้อมูล" ที่จำกัด ถ้าเรายัดเนื้อหาหนาๆ เข้าไปทีเดียวด้วยความเครียด สารคอร์ติซอล (Cortisol) จะพุ่งสูงขึ้น จนไปขัดขวางการทำงานของหน่วยความจำ (Working Memory) ผลคือ "จำไม่ได้ คิดไม่ออก" และจบลงที่ความท้อ

พี่เลยเปลี่ยนมาใช้ "3 อาวุธลับ" ที่มีงานวิจัยรองรับ และอยากให้พวกเราลองใช้ดูครับ

Active Recall ( #ดึงข้อมูลแทนการยัด): เชื่อไหมครับ การอ่านซ้ำ (Re-reading) เป็นวิธีที่สิ้นเปลืองเวลาที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะมันแค่ทำให้เรา "คุ้นตา" แต่ไม่ได้ "เข้าใจ" ลองใช้วิธีปิดหนังสือแล้วพูดสรุปให้ตัวเองฟัง หรือเขียน Mind Map จากความจำดูครับ งานวิจัยยืนยันว่าการที่สมองต้องใช้ความพยายามดึงข้อมูลออกมา (Retrieval Practice) จะทำให้เส้นใยประสาทแข็งแรงกว่าการอ่านซ้ำหลายเท่าตัวเลย

AI Study Buddy ( #คู่หูอัจฉริยะ): อย่ามองว่า AI เป็นแค่เครื่องมือลอกการบ้านครับ พี่อยากให้ลองใช้มันเป็น "ติวเตอร์ส่วนตัว" ลองเอาเคสยากๆ โยนเข้าไปแล้วบอกให้มัน "อธิบายกลไกโรคนี้ให้เหมือนสอนเด็ก 10 ขวบฟัง" หรือ "ช่วยสร้างโจทย์สถานการณ์จำลอง (Simulation) ให้หน่อย" การทำแบบนี้จะเปลี่ยนเราจากผู้รับสาร (Passive) มาเป็นผู้แก้ปัญหา (Active) ทันที

Interleaving & Spaced Repetition ( #จังหวะที่ถูกต้อง): แทนที่จะอ่านวิชาเดียว 10 ชั่วโมงรวด ลองสลับอ่าน 2-3 วิชาในวันเดียวดูครับ (Interleaving) วิธีนี้จะช่วยให้สมองฝึกแยกแยะบริบทได้ดีขึ้น และที่สำคัญคือต้องกลับมาทวนในจังหวะที่ "เกือบจะลืม" ตามทฤษฎี Forgetting Curve ของ Ebbinghaus เพื่อย้ายข้อมูลจากความจำชั่วคราวไปไว้ในความจำระยะยาวแบบถาวร

ความเก่งในสายตาพี่หมอ ไม่ใช่คนที่นั่งอ่านหนังสือจนไม่นอน แต่วันนี้ใครที่รู้วิธี "ดูแลสมอง" ของตัวเองให้ทำงานได้ดีที่สุดต่างหากคือคนที่จะเดินไปได้ไกลกว่า คืนนี้พักผ่อนให้เพียงพอนะครับ เพราะการนอนคือช่วงเวลาที่สมองกำลังจัดระเบียบความรู้ (Memory Consolidation) ที่ดีที่สุด พี่หมอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะ

ใครกำลังเจอหัวข้อไหนที่อ่านยังไงก็ไม่เข้าใจบ้าง? ลองพิมพ์ทิ้งไว้ครับ เดี๋ยวพี่หมอจะมาช่วยดูว่าเราจะย่อยมันด้วย AI หรือวิธีไหนให้ง่ายขึ้นดี

📚 Research & References (สำหรับอ้างอิง/อ่านเพิ่มเติม)

Imposter Syndrome: Clance, P. R., & Imes, S. A. (1978). The imposter phenomenon in high achieving women: Dynamics and therapeutic intervention. Psychotherapy: Theory, Research & Practice.

Cognitive Load Theory: Sweller, J. (1988). Cognitive load during problem solving: Effects on learning. Cognitive Science.

Active Recall (Retrieval Practice): Roediger, H. L., & Karpicke, J. D. (2006). The Power of Testing Memory. Psychological Science.

Spaced Repetition: Cepeda, N. J., et al. (2006). Distributed practice in verbal recall tasks: A review and quantitative synthesis. Psychological Bulletin.

Memory Consolidation & Sleep: Diekelmann, S., & Born, J. (2010). The memory function of sleep. Nature Reviews Neuroscience.

#พี่หมอสอนน้อง #ทุนแพทย์เพื่อปวงประชา #กลไกสมอง #สู้ไปด้วยกัน

"เมื่อ AI กลายเป็นติวเตอร์ส่วนตัวของว่าที่หมอ"อ่าน Text เล่มหนาเป็นพันหน้าไม่ไหว ลองให้ AI ช่วยสรุปให้เห็นภาพใน 1 นาทีดู...
26/03/2026

"เมื่อ AI กลายเป็นติวเตอร์ส่วนตัวของว่าที่หมอ"

อ่าน Text เล่มหนาเป็นพันหน้าไม่ไหว ลองให้ AI ช่วยสรุปให้เห็นภาพใน 1 นาทีดูไหม?

เชื่อมั้ยครับน้อง สมัยพี่หมอเรียนหนังสือ เราต้องนั่งเฝ้าห้องสมุด พลิกตำรากันจนมือดำเพื่อหาคำตอบแค่ประโยคเดียว แต่เดี๋ยวนี้โลกเปลี่ยนไปแล้วครับ

วันก่อนพี่เห็นน้องนักเรียนทุนคนหนึ่งเขานั่งทำการบ้านเรื่อง ‘กลไกการเต้นของหัวใจที่ซับซ้อน’ แทนที่เขาจะมัวแต่เปิดหนังสือไล่หาทีละหน้า เขาใช้ AI อย่าง Gemini หรือ ChatGPT ช่วยสรุปใจความสำคัญจากไฟล์ PDF ตำราเรียน แล้วสั่งให้มันจำลองเป็น ‘เคสคนไข้สมมติ’ เพื่อฝึกวินิจฉัยในทันที

ถ้าใครยังไม่รู้จะเริ่มยังไง พี่หมอสรุปวิธีใช้ง่ายๆ มาให้ลองทำตามกันครับ:

โยนไฟล์ใส่เลย: เดี๋ยวนี้เราอัปโหลดไฟล์ PDF หรือรูปหน้าหนังสือเข้าไปใน AI ได้เลยครับ

สั่งให้สรุป: ลองพิมพ์บอกมันว่า "ช่วยสรุปเนื้อหาส่วนนี้ให้เข้าใจง่ายเหมือนเล่าให้เด็ก 10 ขวบฟังหน่อย" วิธีนี้จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมก่อนลงลึกครับ

สร้างควิซทดสอบ: พออ่านจบ ลองบอก AI ว่า "ช่วยตั้งคำถามปรนัย 5 ข้อจากเนื้อหานี้ให้หน่อย" เป็นการเช็กตัวเองว่าเราเข้าใจจริงๆ หรือแค่จำได้เฉยๆ

พี่หมอไม่ได้บอกให้ทิ้งตำราหลักนะครับ แต่เราต้องรู้จักใช้เครื่องมือพวกนี้เป็น ‘ทางลัด’ เพื่อทบทวนความเข้าใจ ยิ่งเราประหยัดเวลาเรียนรู้ได้มากเท่าไหร่ เรายิ่งมีเวลาเหลือไปดูแลคนไข้ด้วยหัวใจได้มากขึ้นเท่านั้นครับ

ใครลองใช้ตัวไหนอยู่ หรือมี Prompt เด็ดๆ ที่ใช้แล้วชีวิตดีขึ้น มาแชร์ให้พี่หมอกับเพื่อนๆ ฟังในคอมเมนต์หน่อยนะ พี่รอเก็บข้อมูลอยู่ครับ!

เพราะความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด เทคโนโลยีจึงเป็นสะพานสำคัญสู่การเป็นหมอที่เก่งและเท่าทันโลกครับ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการศึกษาแพทย์ที่ทันสมัยไปกับเรา สามารถบริจาคด้วยการโอนผ่านการสแกน Qr code ที่รูปได้เลย

#มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา ์ #เรียนหมอ #ติวสอบหมอ

"ถ้าวันหนึ่ง... AI เก่งกว่าหมอ แล้วน้องๆ นักเรียนทุนของเราจะเรียนไปเพื่ออะไร?"คำถามนี้พี่หมอโดนถามบ่อยมากครับ ในยุคที่ C...
24/03/2026

"ถ้าวันหนึ่ง... AI เก่งกว่าหมอ แล้วน้องๆ นักเรียนทุนของเราจะเรียนไปเพื่ออะไร?"

คำถามนี้พี่หมอโดนถามบ่อยมากครับ ในยุคที่ ChatGPT หรือ AI ทางการแพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้แม่นยำไม่แพ้ผู้เชี่ยวชาญ หลายคนเริ่มกังวลว่าอนาคตของอาชีพหมอจะเป็นยังไง แต่จากที่พี่หมอคลุกคลีกับน้องๆ นักเรียนทุนแพทย์มาตลอด พี่บอกได้เลยครับว่า "นี่คือยุคทองของการเรียนหมอ" ถ้าเราใช้เครื่องมือเป็น

ลองจินตนาการถึงน้องนักเรียนทุนคนหนึ่งที่บ้านอยู่ไกลความเจริญ ไม่มีเงินซื้อตำราแพทย์เล่มละหลายพันบาทหลายสิบเล่ม สมัยพี่หมอเรียน เราต้องใช้เวลาครึ่งค่อนวันในห้องสมุดเพื่อหาบทความวิจัยแค่เรื่องเดียว แต่ในวันนี้ AI ช่วยย่อโลกความรู้มาไว้ในมือถือน้องๆ ครับ

AI คือติวเตอร์ส่วนตัว 24 ชั่วโมง: น้องๆ สามารถใช้ AI ช่วยสรุปเนื้อหาจากวารสารทางการแพทย์ระดับโลกที่มีความยาวนับหมื่นหน้า ให้เหลือเพียงประเด็นสำคัญภายในไม่กี่วินาที ช่วยให้เด็กที่ต้องอ่านหนังสือหนักๆ มีเวลาพักผ่อนและทำกิจกรรมอื่นมากขึ้น

การฝึกฝนในโลกเสมือน (Medical Simulation): AI ช่วยจำลองอาการของคนไข้ให้น้องๆ ได้ฝึกวินิจฉัยโรคที่หาดูได้ยาก ช่วยให้เขาพร้อมรับมือกับเคสจริงในอนาคต ลดความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นกับคนไข้จริงๆ

วิเคราะห์ภาพถ่ายทางการแพทย์: เทคโนโลยี AI ในการตรวจจับความผิดปกติจากภาพ X-ray หรือ MRI ช่วยให้น้องๆ ฝึกสายตาให้แหลมคมเหมือนมีอาจารย์หมอคอยชี้แนะอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา

มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา เรามองเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่มันคือการ "ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ" ครับ น้องที่ไม่มีทุนทรัพย์ แต่ถ้าเขามีความมุ่งมั่นและมี AI เป็นเครื่องมือทุ่นแรง เขาก็สามารถเก่งระดับโลกได้ไม่ต่างจากใคร

แต่สิ่งที่พี่หมอย้ำกับน้องๆ เสมอคือ... ต่อให้ AI จะฉลาดแค่ไหน มันก็ไม่มี "หัวใจ" มันปลอบประโลมญาติที่กำลังร้องไห้ไม่ได้ มันกุมมือน้อยๆ ของเด็กที่กำลังกลัวเข็มไม่ได้ และนั่นคือเหตุผลที่มูลนิธิเรายังคงมุ่งมั่นสร้าง "หมอที่มีหัวใจ" โดยใช้เทคโนโลยีมาเป็นตัวช่วย เพื่อให้หมอมีเวลาสบตาและฟังเสียงหัวใจของคนไข้ได้นานขึ้นนั่นเองครับ

การสนับสนุนของทุกท่านในวันนี้ ไม่ใช่แค่การจ่ายค่าเทอม แต่มันคือการส่งมอบ 'เครื่องมือ' และ 'โอกาส' ให้น้องๆ ได้เติบโตไปเป็นหมอที่เก่งทั้งศาสตร์และศิลป์ในโลกอนาคต พี่หมอเชื่อมั่นว่าหมอไทยรุ่นใหม่ที่ใช้ AI เป็น จะดูแลคนไทยได้ดีกว่ายุคไหนๆ แน่นอนครับ

ร่วมลงทุนเพื่อสร้าง 'หมอที่มีหัวใจ' และเท่าทันเทคโนโลยีไปกับเราได้ด้วยการโอนเงินบริจาคผ่านการสแกน Qr Code ที่รูปได้เลยครับ

#ทุนแพทย์เพื่อปวงประชา #เรียนหมอ ์ #นวัตกรรมการแพทย์ #นักเรียนทุนแพทย์ #สร้างหมอสร้างอนาคต #อนาคตแพทย์ไทย

พลังของ "คำพูดเล็กๆ" ที่เปลี่ยนสมองคนฟัง (และคนพูด)รู้ไหมครับ... คำว่า "สู้ๆ นะ" หรือการรับฟังกันแค่ 5 นาที ไม่ได้ช่วยแค...
23/03/2026

พลังของ "คำพูดเล็กๆ" ที่เปลี่ยนสมองคนฟัง (และคนพูด)

รู้ไหมครับ... คำว่า "สู้ๆ นะ" หรือการรับฟังกันแค่ 5 นาที ไม่ได้ช่วยแค่ความรู้สึก แต่มันกำลังปรับ "สารเคมีในสมอง" ของเราให้กลับมามีพลังอีกครั้ง

พี่หมอนั่งคุยกับน้องนักเรียนแพทย์คนหนึ่ง น้องเล่าด้วยตาคลอๆ ว่าช่วงสอบไฟนอลที่ผ่านมามันหนักมากจนอยากจะถอดใจไปแล้ว แต่จุดเปลี่ยนคือมีอาจารย์ท่านนึงเดินมาตบไหล่แล้วบอกว่า "เก่งมากแล้วนะที่ผ่านมาถึงตรงนี้ได้ สู้นะ อย่ายอมแพ้" คำพูดแค่นั้นทำให้น้องเขามีแรงอ่านหนังสือต่อจนจบ

ในทางวิทยาศาสตร์ เรื่องนี้อธิบายได้ด้วยงานวิจัยของ Harvard Medical School และ University of California, Berkeley ครับ เมื่อเราได้รับกำลังใจหรือความเห็นใจ (Empathy) สมองจะหลั่งสาร Oxytocin ออกมา สารนี้ไม่ได้แค่ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจ แต่มันมีหน้าที่สำคัญในการไปลดระดับ Cortisol (ฮอร์โมนความเครียด) ให้ต่ำลง

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ "คนให้" ก็ได้ด้วยนะ! เวลาเรามอบกำลังใจให้คนอื่น สมองจะเกิดปรากฏการณ์ "Helper’s High" หลั่ง Dopamine และ Endorphins ออกมา ทำให้เรารู้สึกมีความสุขและมองโลกในแง่บวกมากขึ้นตามไปด้วย

มูลนิธิฯ ของเราเชื่อเสมอว่า การที่พี่ ๆ มอบทุนให้น้องๆ มันไม่ใช่แค่ตัวเลขในบัญชี แต่มันคือการส่ง "กำลังใจ" ชุดใหญ่ที่ไปเปลี่ยนโครงสร้างความคิดของเด็กคนหนึ่ง ให้เขากล้าฝันต่อเพื่อกลับมาดูแลพวกเราในอนาคต

วันนี้ลองหันไปบอกคนข้างๆ หรือบอกตัวเองในกระจกดูนะครับว่า "เก่งมากแล้ว" แค่ประโยคเดียว แต่อาจจะเป็นยาใจขนานเอกที่วิทยาศาสตร์รับรองผลเลยล่ะครับ

ร่วมส่งกำลังใจ (และทุนการศึกษา) ให้ว่าที่คุณหมอตัวน้อยได้มีแรงสู้ต่อ บริจาคด้วยการสแกนโอนเงินผ่าน QR Code E-Donation บนรูปได้เลย

ข้อมูลอ้างอิง (Reference):

Post, S. G. (2005). Altruism, happiness, and health: It’s good to be good. International Journal of Behavioral Medicine.

Greater Good Science Center, UC Berkeley: The Neurobiology of Empathy and Hope.

#กำลังใจสร้างได้ #ทุนแพทย์เพื่อปวงประชา #พี่หมออยากเล่า

“หัวใจไม่ใช่เครื่องจักร... ไม่ต้องรอให้พังถล่มลงมา ถึงค่อยหาทางซ่อม” #ข่าวเศร้าของน้องนักศึกษาพยาบาลที่ต้องจากไปเพราะควา...
21/03/2026

“หัวใจไม่ใช่เครื่องจักร... ไม่ต้องรอให้พังถล่มลงมา ถึงค่อยหาทางซ่อม”

#ข่าวเศร้าของน้องนักศึกษาพยาบาลที่ต้องจากไปเพราะความเครียด มันสะท้อนความจริงอย่างหนึ่งในสายอาชีพเราครับ ว่าหลายครั้งเราดูแลคนอื่นจนลืมดูแล ‘ใจ’ ของตัวเอง

พี่หมอเคยเห็นน้องๆ หลายคนแบกความคาดหวังเอาไว้จนไหล่ทรุด แบกตำราเป็นกอง แบกความรับผิดชอบจากการฝึกงานที่ต้องเป๊ะทุกระเบียบนิ้ว จนลืมไปว่าเราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีสิทธิ์จะเหนื่อย มีสิทธิ์จะท้อ และมีสิทธิ์ที่จะร้องไห้

มีคนชอบถามพี่หมอว่า "เครียดแค่นี้ ต้องหาหมอเลยเหรอ?" พี่หมอจะตอบเสมอว่า การไปพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา ไม่ได้แปลว่าเรา 'บ้า' หรือ 'ป่วยหนัก' แต่มันคือการ ' #เช็กระยะ' ให้หัวใจครับ เหมือนเราเจ็บขาเรายังไปหาหมอกระดูก #แล้วถ้าใจเรามันล้าจนเดินไม่ไหวทำไมเราจะไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญไม่ได้?

การเดินเข้าไปพูดคุยกับใครสักคนที่รับฟังเราอย่างเข้าใจ คือความกล้าหาญอย่างหนึ่งนะครับ #อย่าปล่อยให้ความเครียดมันกัดกินเราจนข้างในว่างเปล่า ถ้าวันนี้น้องรู้สึกว่ามันเริ่มหนักเกินไป วางของที่แบกลงก่อนเถอะครับ แล้วเดินไปบอกใครสักคนว่า "ตอนนี้หนูไม่ไหว พี่ช่วยฟังหนูหน่อยได้ไหม"

พี่หมอฮูกและมูลนิธิฯ ขอเป็นกำลังใจให้นักเรียนสายสาธารณสุขทุกคน เราอยากเห็นน้องๆ เติบโตไปเป็นบุคลากรที่เก่ง และที่สำคัญที่สุดคือต้องเป็นบุคลากรที่มีความสุขด้วยครับ

กอดแน่นๆ นะครับน้องทุกคน พี่หมออยู่ตรงนี้เสมอ

ถ้ารู้สึกเครียดสะสม โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือทักมาคุยกับพี่หมอได้นะครับ เราจะผ่านมันไปด้วยกัน

#สุขภาพจิต #นักศึกษาพยาบาล #พี่หมอให้กำลังใจ #มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา

ที่อยู่

10 ซอยงามวงศ์วาน 18 แยก 6. ต. บางเขน อ. เมืองนนท์ โทร. 099 002 3233
Bangkok
11000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PR มูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์