IHRI - Institute of HIV Research and Innovation

IHRI - Institute of HIV Research and Innovation ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก IHRI - Institute of HIV Research and Innovation, 319 ถนน พญาไท, Bangkok.
(1)

IHRI is a leader in research and innovation concerning prevention of HIV and other health priorities, based on equity and community partnership, in order to advocate for the health-for-all policy changes.

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นายแพทย์จักรภัทร บุญเรือง ได้รับเกียรติเป็นวิทยากรบรรยายในการอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้ปฏิบัติ...
27/02/2026

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นายแพทย์จักรภัทร บุญเรือง ได้รับเกียรติเป็นวิทยากรบรรยายในการอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพเพศหลากหลาย ซึ่งจัดโดยสำนักงานโรคติดต่อทางสาธารณสุข สำนักอนามัย และได้บรรยายภายใต้หัวข้อ “การให้บริการสุขภาพคนข้ามเพศ ประเทศไทย และการให้บริการในคลินิกสุขภาพชุมชนแทนเจอรีน (Tangerine Clinic)”

ผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วย แพทย์ เภสัชกร พยาบาลวิชาชีพ จากศูนย์บริการสาธารณสุข จำนวน 84 คน จากกรุงเทพมหานคร

นายแพทย์จักรภัทรได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดูแลผู้รับบริการคนข้ามเพศ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ในด้านการใช้ฮอร์โมนเพื่อการข้ามเพศ การตรวจเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การดูแลสุขภาพจิต และบริการบูรณาการอื่นๆ เช่น การใช้เคมเซ็กส์ และภาวะบกพร่องทางเพศ

ทางมูลนิธิสถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี (IHRI) และคลินิกสุขภาพคนข้ามเพศแทนเจอรีน Tangerine Clinic มีความยินดีอย่างมากที่ได้มีโอกาสร่วมมือกับ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และ กรุงเทพมหานคร ในการเสริมสร้างศักยภาพผู้ให้บริการในการดูแลสุขภาพผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศให้เข้มแข็งขึ้น

อัตลักษณ์ทางเพศ ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยร่างกายIHRI ขอร่วมสนับสนุนแนวคิดจาก Tangerine Clinic ที่ชี้ให้เห็นว่า คำนำหน้าชื่อและอ...
27/02/2026

อัตลักษณ์ทางเพศ ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยร่างกาย

IHRI ขอร่วมสนับสนุนแนวคิดจาก Tangerine Clinic ที่ชี้ให้เห็นว่า คำนำหน้าชื่อและอัตลักษณ์ทางเพศเป็นสิ่งที่สังคมควรรับรองอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการ “ยอมให้มีอยู่”

การเคารพสิทธิของกลุ่มคนข้ามเพศและผู้มีความหลากหลายทางเพศ คือพื้นฐานของสังคมที่เท่าเทียม ซึ่งต้องอาศัยทั้งการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและทัศนคติของสังคมไปพร้อมกัน

IHRI ยืนหยัดสนับสนุนสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้มีความหลากหลายทางเพศทุกคน

อัตลักษณ์ทางเพศ ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยร่างกาย

ไม่ว่าจะเป็นองคชาติ ต่อมลูกหมาก ช่องคลอด มดลูก รังไข่ หรือหน้าอก
ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยเสื้อผ้า กระโปรง หรือกางเกงที่เราสวมใส่ และแน่นอนว่า ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยป้ายที่สังคมแปะให้

คำนำหน้าชื่อคือกรอบที่สังคมสร้างขึ้น อาจเพื่อความเป็นระเบียบ แต่ภายใต้กรอบนั้นยังมีผู้คนจำนวนมากที่ต้องพยายาม “เบียดตัวเอง” ให้พอดี ในสังคมที่ก้าวไปข้างหน้า เราควรมีพื้นที่และความละเอียดอ่อนมากพอที่จะขยายกรอบนี้ให้ครอบคลุม “ทุกคน” โดยไม่กดทับใครไว้ข้างล่าง คำนำหน้าชื่อก็เช่นกัน ที่สามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางเพศโดยไม่กดทับคนข้ามเพศและผู้มีความหลากหลายทางเพศ

ในวันที่คำนำหน้าชื่อไม่อาจรองรับความหลากหลายที่กำลังเบ่งบาน แทนเจอรีนคลินิกขอเป็นส่วนหนึ่งในการเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

เราจะยังคงเรียกร้องต่อไปแม้จะถูกมองว่า “ได้คืบจะเอาศอก” หรือ “ขอมากเกินไป” เพราะสิทธิ์ที่เรามีอยู่ในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้นจากการรอให้ใครมอบให้ แต่เกิดจากการยืนหยัดและการเรียกร้องอย่างต่อเนื่อง

เราเชื่อว่าสังคมไทยจะก้าวไปไกลกว่าการ “ยอมให้มีอยู่” และไปสู่การ “ยอมรับอย่างแท้จริง”

และเราจะยังคงเรียกร้องต่อไปเพื่อสิทธิของพี่น้องคนข้ามเพศและผู้มีความหลากหลายทางเพศ

เสียงของเราจะดังขึ้น เพราะเราจะไม่หยุดส่งเสียง

#อัตลักษณ์ทางเพศ #คนข้ามเพศ #ความหลากหลายทางเพศ #สิทธิLGBTQ #แทนเจอรีนคลินิก​​​​​​​​​​​​​​​​ #คำนำหน้าชื่อ

พญ.นิตยา ภานุภาค ผู้อำนวยการ IHRI ให้สัมภาษณ์กรณีตัวเลข HIV ที่รายงานว่าสูงกว่าคาด 1.5 เท่า โดยย้ำว่า ต้องแยกให้ชัดระหว่...
26/02/2026

พญ.นิตยา ภานุภาค ผู้อำนวยการ IHRI ให้สัมภาษณ์กรณีตัวเลข HIV ที่รายงานว่าสูงกว่าคาด 1.5 เท่า โดยย้ำว่า ต้องแยกให้ชัดระหว่าง “ติดเชื้อใหม่” กับ “เพิ่งได้รับการวินิจฉัย” เพื่อไม่ให้การวิเคราะห์สถานการณ์และการกำหนดนโยบายคลาดเคลื่อน

“หากข่าวเพียงบอกว่าวัยรุ่นติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ไม่ชี้ว่าจะต้องปรับบริการอย่างไร หรือลงทุนตรงไหน ข่าวนั้นก็ไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่แท้จริง”

การสื่อสารข้อมูลจึงควรมาพร้อมการวิเคราะห์เชิงลึก และนำไปสู่การพัฒนาระบบบริการสุขภาพทางเพศที่ตอบโจทย์เยาวชนอย่างแท้จริง

ตัวเลข HIV สูงขึ้นเพราะอะไร? หลังสภาพัฒน์ ระบุ สูงกว่าที่ กรมควบคุมโรค คาดการณ์ถึง 1.5 เท่า

”พญ.นิตยา“ ชี้ปมคาดประมาณตัวเลขต้องแยก “ติดเชื้อใหม่” กับ “เพิ่งวินิจฉัย” ลดคลาดเคลื่อนเชิงนโยบาย เตือนการสื่อสารตัวเลขจาก “สภาพัฒนฯ” ต้องมีข้อมูลเชิงลึก ไม่สร้างความตื่นตระหนก มองระบบบริการสุขภาพทางเพศยังไม่เป็นมิตรต่อเยาวชนต้องออกแบบเฉพาะกลุ่ม ห่วงงบต่างประเทศลด ทำคนหลุดระบบป้องกัน 20–30%

จากกรณีรายงานภาวะสังคมของ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ที่ระบุว่า สถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ในประเทศไทยปี 2568 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นราว 13,000 คน สูงกว่าที่ กรมควบคุมโรค คาดการณ์ถึง 1.5 เท่า และ 1 ใน 3 เป็นกลุ่มอายุ 15–24 ปี เกือบทั้งหมดติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน สะท้อนความท้าทายด้านพฤติกรรมเสี่ยงและช่องว่างการเข้าถึงบริการสุขภาพทางเพศของเยาวชนในปัจจุบันนั้น

พญ.นิตยา ภานุภาค ผู้อำนวยการบริหาร สถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้าน HIV (IHRI) ให้ความเห็นต่อข้อมูลดังกล่าวกับ #เก็บตกจากวชิรวิทย์ ว่าแนวโน้มการติดเชื้อที่พบมากในกลุ่มเยาวชนไม่ใช่ปรากฏการณ์เฉพาะของไทย แต่สอดคล้องกับสถานการณ์ทั่วโลก เนื่องจากช่องทางการติดต่อหลักของ HIV ยังคงเป็นการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งสัมพันธ์กับช่วงวัยที่มีความถี่ของกิจกรรมทางเพศและเครือข่ายความสัมพันธ์ทางสังคมเพิ่มขึ้น

◤ ชี้ “ตัวเลขติดเชื้อใหม่” ต้องแยกจาก “เพิ่งวินิจฉัย”

พญ.นิตยา ระบุว่า การรายงานตัวเลข “ผู้ติดเชื้อรายใหม่” จำเป็นต้องมีความชัดเจนว่าเป็นการติดเชื้อใหม่จริงในปีนั้น หรือเป็นผู้ที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัย เนื่องจากผู้ติดเชื้อบางรายอาจรับเชื้อมาหลายปีแล้วแต่เพิ่งตรวจพบ ซึ่งหากไม่แยกข้อมูลดังกล่าว จะทำให้การวิเคราะห์สถานการณ์และการกำหนดมาตรการเชิงนโยบายคลาดเคลื่อน

ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาการคาดประมาณสถานการณ์ HIV ของไทยเป็นประเด็นเรื้อรัง เนื่องจากประเทศยังไม่มีระบบที่สามารถระบุจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่จริงได้อย่างแม่นยำ จึงต้องใช้แบบจำลองการคาดการณ์ ซึ่งอาจต่ำกว่าความเป็นจริงและทำให้ตัวเลขที่ประกาศออกมาดู “พุ่งเกินคาด” ได้

“หากจะบอกว่าตัวเลขเพิ่มขึ้นเกินคาด 1.5 เท่า ต้องตอบให้ได้ว่าคาดการณ์จากฐานข้อมูลอะไร และตัวเลขที่พบเป็นการติดเชื้อใหม่จริง หรือเพียงผู้ที่เพิ่งรู้ผลตรวจในปีนี้” พญ.นิตยากล่าว

◤ เตือนสื่อสารข้อมูลต้องชี้เป้าปัญหา ไม่ใช่สร้างความตื่นตระหนก

พญ.นิตยาเห็นว่า การเผยแพร่ตัวเลขโดยไม่มีการวิเคราะห์เชิงลึก อาจนำไปสู่การสื่อสารที่ตื้นและไม่ก่อให้เกิดแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม เช่น การรณรงค์แบบเหมารวมให้ “งดเพศสัมพันธ์” หรือ “ใช้ถุงยางทุกครั้ง” โดยไม่ชี้ว่ากลุ่มเสี่ยงอยู่ในพื้นที่ใด มีพฤติกรรมแบบใด และควรออกแบบมาตรการเฉพาะกลุ่มอย่างไร

เธอเสนอว่า หากข้อมูลชี้ว่าเยาวชนติดเชื้อเพิ่มขึ้นจริง ควรระบุให้ชัดเจนถึงลักษณะของกลุ่มเสี่ยง เช่น เยาวชนในพื้นที่ใด กลุ่มพฤติกรรมใด หรือเป็นผู้ที่ไม่เคยเข้าถึงการตรวจ HIV มาก่อน เพื่อให้มาตรการป้องกันมีความแม่นยำและตอบโจทย์ปัญหาจริง

◤ ระบบบริการสุขภาพทางเพศ “ยังไม่เอื้อต่อเยาวชน”

ในมิติระบบบริการ พญ.นิตยาระบุว่า แม้จะทราบมานานกว่า 10 ปีว่าเยาวชนเป็นกลุ่มเสี่ยงหลัก แต่ระบบบริการสุขภาพทางเพศของรัฐยังไม่เอื้อต่อการเข้าถึงของเยาวชนอย่างแท้จริง เนื่องจากยังไม่ได้ออกแบบบริการให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของแต่ละกลุ่ม

เธออธิบายว่า เยาวชนไม่ใช่กลุ่มเดียวกันทั้งหมด แต่มีความหลากหลายทั้งด้านเพศสภาพ เพศวิถี และบริบทชีวิต เช่น เยาวชนหญิงอาจต้องการบริการคุมกำเนิดที่เป็นมิตร เยาวชนชายอาจต้องการการให้คำปรึกษาเรื่องพฤติกรรมเสี่ยง ขณะที่เยาวชนเพศหลากหลายหรือข้ามเพศอาจต้องการบริการเฉพาะด้าน เช่น การให้คำปรึกษาเรื่องฮอร์โมนหรือการยืนยันเพศสภาพ ซึ่งระบบบริการต้องออกแบบอย่างจำเพาะ ไม่ใช่ใช้รูปแบบเดียวกับผู้ใหญ่

◤ ภาคประชาสังคมชี้บริการที่เป็นมิตร ทำให้เยาวชนเข้าถึงมากขึ้น

จากประสบการณ์ของคลินิกภาคประชาสังคม พบว่าผู้ใช้บริการด้านสุขภาพทางเพศอายุต่ำกว่า 25 ปีมีสัดส่วนมากกว่าครึ่ง สะท้อนว่าหากบริการถูกออกแบบโดยรับฟังเสียงของเยาวชน มีความเป็นส่วนตัว ไม่ตัดสิน และตอบสนองความต้องการจริง เยาวชนจะกล้าเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า การทำให้บริการ “เป็นมิตรกับเยาวชน” ไม่ใช่เพียงตกแต่งสถานที่ให้ดูน่ารักหรือทันสมัย แต่ต้องครอบคลุมทั้งรูปแบบการสื่อสาร การให้คำปรึกษา และบริการที่สอดคล้องกับชีวิตจริงของเยาวชน รวมถึงการทำงานร่วมกับผู้ปกครองในบางกรณี เพื่อสร้างความเข้าใจและลดอุปสรรคในการเข้าถึงบริการ

◤ ห่วงผลกระทบงบประมาณลด ทำคนหายจากระบบป้องกัน HIV

อีกประเด็นสำคัญคือข้อจำกัดด้านงบประมาณ โดยเฉพาะการลดลงของเงินสนับสนุนจากต่างประเทศในโครงการด้าน HIV หรือ USAID ส่งผลให้องค์กรภาคประชาสังคมต้องเผชิญความยากลำบากในการดำเนินงาน ขณะที่ภาครัฐยังไม่มีมาตรการสนับสนุนอย่างเป็นระบบ

พญ.นิตยาระบุว่า ในบางบริการเฉพาะกลุ่ม เช่น บริการสำหรับเยาวชนเพศหลากหลายที่ต้องใช้ทรัพยากรเฉพาะ เมื่อแหล่งทุนลดลง เฉพาะที่ พริบตา แทนเจอรีน สหคลินิก ซึ่งอยู่ภายใต้ สถาบัน IHRI จำนวนผู้มารับบริการลดลงราว 20–30% ซึ่งหมายถึงคนกลุ่มหนึ่งหายไปจากระบบตรวจคัดกรองและป้องกัน HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

เธอเสนอว่ารัฐควรพิจารณาจัดตั้งกองทุนหรือกลไกสนับสนุนเพื่ออุดช่องว่างงบประมาณ และเชื่อมโยงการทำงานกับองค์กรภาคประชาสังคมที่มีความเชี่ยวชาญด้านบริการสุขภาพทางเพศสำหรับเยาวชน เพื่อให้การป้องกัน HIV มีความต่อเนื่องและครอบคลุมมากขึ้น

◤ ย้ำต้องใช้ข้อมูลเชิงลึก ขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุก

ผู้เชี่ยวชาญสรุปว่า การรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อในกลุ่มเยาวชนควรมาพร้อมข้อมูลเชิงลึกและข้อเสนอเชิงนโยบายที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงการเผยแพร่ตัวเลขเพื่อสร้างความตระหนัก แต่ต้องนำไปสู่การปรับระบบบริการสุขภาพทางเพศให้ยึดผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง เปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมออกแบบบริการ และเชื่อมโยงการทำงานระหว่างรัฐกับภาคประชาสังคมอย่างจริงจัง

“หากข่าวเพียงบอกว่าวัยรุ่นติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ไม่ชี้ว่าจะต้องปรับบริการอย่างไร หรือควรลงทุนตรงไหน ข่าวนั้นก็ไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่แท้จริง” พญ.นิตยากล่าว

พร้อมย้ำว่าการรับมือ HIV ในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่แม่นยำ บริการที่เข้าใจเยาวชน และความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ.

#นักข่าวสาธารณสุข #เก็บตกจากวชิรวิทย์

ขับเคลื่อน Community-led Harm Reduction Services ในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากสำ...
26/02/2026

ขับเคลื่อน Community-led Harm Reduction Services ในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปลี่ยนจากเป้าหมายสังคมปลอดยาเสพติด ไปสู่เป้าหมายสังคม "ปลอดภัย" จากยาเสพติด

24 กุมภาพันธ์ 2569 พญ.นิตยา ภานุภาค ผู้อำนวยการบริหาร IHRI ได้เข้าร่วมคณะกับ มูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลาย - FAIR และภาคีเครือข่ายองค์กรสุขภาวะนำโดยชุมชนที่ขับเคลื่อนบริการลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติดแบบครบรอบด้าน เข้าพบและหารือกับ พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พร้อมคณะผู้บริหาร

การหารือครั้งนี้สะท้อนทิศทางเชิงนโยบายที่เปิดกว้างมากขึ้น และเป็นสัญญาณสำคัญของการขับเคลื่อนแนวทางด้านสาธารณสุขควบคู่กับการมีส่วนร่วมของชุมชน

IHRI รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการประชุมสัมมนาระดับโลก “Counting and Caring for Transgender and Gender...
25/02/2026

IHRI รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการประชุมสัมมนาระดับโลก “Counting and Caring for Transgender and Gender-Diverse Individuals” ในงาน ณ เมืองเดนเวอร์ มลรัฐโคโลราโดสหรัฐอเมริกา

ศาสตราจารย์ Stefan Baral จากมหาวิทยาลัย Johns Hopkins ได้นำเสนอข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่าการตีตรา การกีดกันทางสังคม และความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความไม่เท่าเทียมด้านเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในชุมชนคนข้ามเพศทั่วโลก ขณะที่ ดร. Asa Radix จากศูนย์สุขภาพชุมชน Callen-Lorde ในมหานครนิวยอร์ก เน้นย้ำว่าการให้ฮอร์โมนเพื่อการยืนยันอัตลักษณ์ทางเพศเป็นองค์ประกอบสำคัญของการดูแลรักษาเอชไอวีอย่างครบวงจรและมีหลักฐานทางวิชาการรองรับ

ในนามของ IHRI คุณรีน่า จันทร์อำนวยสุข ได้นำเสนอข้อมูลจากคลินิกแทนเจอรีน ที่แสดงให้เห็นว่าการดูแลสุขภาพเพื่อการยืนยันเพศสภาพช่วยเพิ่มการเข้าถึงการตรวจเอชไอวี การใช้ PrEP และการคงอยู่ในระบบการรักษา เมื่อเกิดการยุติการสนับสนุนงบประมาณจากผู้ให้ทุนต่างประเทศในปี 2025 การลดลงของบริการที่เกิดขึ้นทันทีสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการดูแลสุขภาพเพื่อการยืนยันเพศสภาพเป็น “ปัจจัยเชิงโครงสร้าง” ที่สำคัญ ไม่ใช่ความหรูหราหรือทางเลือกเสริมข้อมูลที่สร้างโดยชุมชนในประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเชิงนโยบาย จนนำไปสู่การบรรจุบริการการดูแลสุขภาพเพื่อการยืนยันเพศสภาพเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า การตอบสนองต่อเอชไอวีอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องบูรณาการสุขภาพคนข้ามเพศเข้าสู่ระบบสุขภาพแห่งชาติ

—————————————————————————————

IHRI was honored to contribute to the symposium “Counting and Caring for Transgender and Gender-Diverse Individuals” at in Denver, Colorado, USA.

Professor Stefan Baral from the Johns Hopkins School of Public Health highlighted how stigma, social exclusion, and structural inequities continue to drive HIV and STI disparities among transgender communities globally. Dr. Asa Radix from the Callen-Lorde Community Health Center emphasized that gender-affirming hormone therapy is a core component of comprehensive, evidence-based HIV care.

Representing IHRI, Ms. Rena Janamnuaysook shared evidence from Tangerine Clinic demonstrating that gender-affirming care strengthens HIV testing, PrEP uptake, and retention. When donor funding was withdrawn in 2025, immediate declines in services confirmed that gender-affirming care is a structural enabler, not a luxury.

Community-generated evidence from Thailand helped inform national policy, leading to the inclusion of gender-affirming care under Thailand’s Universal Health Coverage scheme.
Sustainable HIV responses require integrating transgender health into national systems.

วันที่ 24 ก.พ. 2569 นพ.จักรภัทร บุญเรือง และ พญ.มณีพรรณราย จิวจินดา จาก อุ่นไอคลินิก Oon-I Clinic ได้เข้าร่วมงานประชุม 5...
25/02/2026

วันที่ 24 ก.พ. 2569 นพ.จักรภัทร บุญเรือง และ พญ.มณีพรรณราย จิวจินดา จาก อุ่นไอคลินิก Oon-I Clinic ได้เข้าร่วมงานประชุม 5th International Congress on Women’s Health and Unsafe Abortion (IWAC 2026) ณ โรงแรมอโนมาแกรนด์ กรุงเทพฯ เพื่อแชร์ความรู้และประสบการณ์ในการให้บริการยุติการตั้งครรภ์ในคลินิกอุ่นไอ รวมถึงเรียนรู้ความรู้ใหม่ๆ เพื่อพัฒนาให้งานบริการมีประสิทธิภาพและสามารถเข้าถึงผู้รับบริการได้มากขึ้น

—————————————————————————————

Dr. Jakkrapatara Boonruang and Dr. Maneepannarai Jiwjinda are proud to be part of the 5th International Congress on Women’s Health and Unsafe Abortion (IWAC 2026) at the Arnoma Grand Hotel in Bangkok, Thailand. At this important international conference, they are sharing lessons and real-world experiences from Oon-I Clinic while further strengthening their knowledge of abortion care to improve the quality of services at Oon-I Clinic.

ถึงเวลาออกแบบนโยบาย “ด้วยเสียงของเราเอง”ขอชวนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของอีกก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ กับการเปิดตัว “ธรรมนูญสุขภา...
20/02/2026

ถึงเวลาออกแบบนโยบาย “ด้วยเสียงของเราเอง”

ขอชวนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของอีกก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ กับการเปิดตัว “ธรรมนูญสุขภาพคนข้ามเพศ” ที่มุ่งผลักดันให้สุขภาพ สิทธิ และศักดิ์ศรีของคนข้ามเพศ เป็นเรื่องของทุกคน

สุขภาวะของคนข้ามเพศ ไม่ได้หมายถึงเพียงสุขภาพกาย แต่รวมถึงการเข้าถึงบริการที่เข้าใจความหลากหลาย สิทธิในการใช้ชีวิต โอกาสทางสังคม และการมีชีวิตอย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี

🗣 ภายใต้หลักการสำคัญ: Nothing About Us Without Us
นโยบายที่ส่งผลต่อชีวิต ต้องมีผู้มีประสบการณ์จริงร่วมออกแบบ

31 มีนาคม 2569 | 08.30 – 16.30 น.
📍 โรงแรม ควีนส์แลนด์ พญาไท กรุงเทพฯ

#ธรรมนูญสุขภาพคนข้ามเพศ #สิทธิมนุษยชน

🏳️‍⚧️ ถึงเวลาออกแบบนโยบายด้วยเสียงของเราเอง: ร่วมเปิดหน้าประวัติศาสตร์ “ธรรมนูญสุขภาวะคนข้ามเพศ” ✨งานที่รวมพลังเครือข่าย LGBTQ+ มาสร้างประวัติศาสตร์ด้านสุขภาพ และสิทธิให้เป็นเรื่องของทุกคน

สำหรับคนข้ามเพศ "สุขภาวะ" ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของสุขภาพกาย แต่ครอบคลุมไปถึงสิทธิในการใช้คำนำหน้านาม การเข้าถึงบริการสุขภาพที่เข้าใจความหลากหลาย โอกาสในการทำงาน และการมีชีวิตอยู่ในสังคมอย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี
ด้วยเหตุนี้ "ธรรมนูญสุขภาวะคนข้ามเพศ" จึงถูกร่างขึ้นมาเพื่อเป็น 'เข็มทิศ' และ 'มาตรฐานใหม่' ของสังคมไทย โดยยึดหลักการสำคัญที่ว่า นโยบายที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตเรา ต้องมีเราเป็นผู้ออกแบบ (Nothing About Us Without Us)

งานนี้มีอะไรบ้าง? 👀
✅ Moment ประวัติศาสตร์: ร่วมเป็นพยานการประกาศใช้ธรรมนูญฯ เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของคนข้ามเพศ
✅ Talk สุดจึ้ง: ถกประเด็น "นโยบายสุขภาวะ" ต้องนำโดยคนข้ามเพศจริงไหม? พร้อมแนวทางปฏิบัติจริง
✅ Show สุดปัง: เตรียมกรี๊ดกับศิลปินควียร์ และ Drag Show จาก Drag Race Thai Fan 💃✨
✅ Networking: ทำความรู้จักเพื่อนใหม่จากกว่า 40 องค์กรภาคี

📍 ปักหมุดไว้เลย!
🗓 31 มีนาคม 2569 (08.30 - 16.30 น.)
🏢 โรงแรม ควีนส์แลนด์ พญาไท กรุงเทพฯ แผนที่การเดินทาง https://maps.app.goo.gl/Mk6KEVnXGQ2rjhfn7?g_st=il

🔗 ลงทะเบียนด่วน! สแกน QR Code ในรูปได้เลย (ฟรีตลอดงาน!) https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSeDLOQZjy1UDQvndYWxC7Z1AwL9qUOaMBz9VEV09XGzhcFxOQ/viewform

เพราะนี่คือ "ธรรมนูญของพวกเรา" ที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง... มาเจอกันนะ! 💖🌈
#ธรรมนูญสุขภาวะคนข้ามเพศ #สิทธิคนข้ามเพศ #ความเท่าเทียมทางเพศ #สุขภาพเพื่อทุกคน

วันที่ 19–20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ทีเค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น -  IHRI ร่วมกับ FAIR และ REFORM Thailand Partnership จัดการปร...
20/02/2026

วันที่ 19–20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ทีเค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น - IHRI ร่วมกับ FAIR และ REFORM Thailand Partnership จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “Bridging Justice & Health: จากหลักฐานเชิงประจักษ์สู่การขับเคลื่อนนโยบายการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด”

การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีนี้ที่ต่อยอดจากการหารือระหว่างหน่วยงานยุติธรรมและสุขภาพ เพื่อผลักดันการปรับกระบวนทัศน์จาก “การลงโทษ” สู่ “การลดอันตราย (Harm Reduction)” บนฐานสิทธิมนุษยชน ซึ่งหัวใจสำคัญคือการนำเสียงสะท้อนของผู้ใช้สารเสพติดและครอบครัว รวมทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งผู้บังคับใช้กฎหมาย และผู้ให้บริการ ซึ่งเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ มาใช้พัฒนานโยบายยาเสพติดไทยในแนวทาง “สุขภาพนำหน้า (Health-led Approach)”

4 ประเด็นสำคัญที่นำเสนอคือ
1️⃣ การยกเลิกโทษทางอาญาสำหรับการใช้และครอบครองเพื่อเสพ (Decriminalization)
2️⃣ การกำหนดให้การลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด (Harm Reduction) เป็นวาระหลักของชาติ
3️⃣ การขยายและรับรองระบบบริการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติดที่นำโดยชุมชน (Community-led Harm Reduction Services)
4️⃣ การลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติต่อผู้ใช้สารในทุกมิติของสังคม

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเริ่มต้นความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม จึงได้มีการหารือแผนดำเนินงาน Sandbox กรุงเทพฯ ปี 2569 ร่วมกันระหว่าง 10 หน่วยงาน ได้แก่
- ภาครัฐ: บช.น., ป.ป.ส., สบยช., กทม., สปสช.
- ภาคประชาสังคม: IHRI, FAIR, RSAT, SWING และ MPlus

Are you a clinician working in Asia and the Pacific?Are you interested in becoming a specialist in HIV?This is your last...
19/02/2026

Are you a clinician working in Asia and the Pacific?

Are you interested in becoming a specialist in HIV?

This is your last chance to apply for the Mark Wainberg Fellowship Programme Asia and the Pacific: Experts in HIV service delivery. The deadline for applications is Monday, 23 February 2026, at 23:59 CET.

ขอเชิญร่วมงานสัมมนา Bridging Justice & Health เรียนรู้แนวทาง Harm Reduction ที่เคารพสิทธิมนุษยชนและลดอันตรายจากนโยบายยาเ...
16/02/2026

ขอเชิญร่วมงานสัมมนา Bridging Justice & Health เรียนรู้แนวทาง Harm Reduction ที่เคารพสิทธิมนุษยชนและลดอันตรายจากนโยบายยาเสพติด

📅 19-20 ก.พ. 2569📍 โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

ลงทะเบียนผ่าน QR Code ในภาพ

ขอเชิญเข้าร่วมเวิร์กช็อป “CHEMSEX: Driving Experiences with Potential Harms“ThaiPATH สมาคมเพื่อพัฒนาบริการสุขภาพคนข้ามเพ...
13/02/2026

ขอเชิญเข้าร่วมเวิร์กช็อป “CHEMSEX: Driving Experiences with Potential Harms“

ThaiPATH สมาคมเพื่อพัฒนาบริการสุขภาพคนข้ามเพศและเพศหลากหลาย ขอเชิญบุคลากรทางการแพทย์และผู้สนใจ เข้าร่วมรับฟังการบรรยายวิชาการในหัวข้อการทำความเข้าใจประสบการณ์ chemsex และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ภายใต้แนวทาง non-judgmental care

📅 วันที่ 23 มีนาคม 2569
⏰ เวลา 10.30-11.15 น.
📍 ห้องประชุมสยามมนุราภูมิ ชั้น 3 อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี

*หัวข้อนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประชุมวิชาการของสมาคมฯ ระหว่างวันที่ 23-24 มีนาคม 2569

🔍 CHEMSEX: ความเข้าใจที่ลึกขึ้น เพื่อการดูแลที่ปลอดภัยมากขึ้น

สมาคม
ขอเชิญบุคลากรทางการแพทย์และผู้สนใจ
ร่วมรับฟังการบรรยายวิชาการในหัวข้อ

“CHEMSEX: Driving Experiences with Potential Harms”

Chemsex เป็นประเด็นซับซ้อน
ที่เชื่อมโยงหลายมิติ การทำความเข้าใจ “ประสบการณ์ของผู้ใช้”ควบคู่กับ “ความเสี่ยงและอันตรายที่อาจเกิดขึ้น”
จะช่วย🔍 CHEMSEX: ความเข้าใจที่ลึกขึ้น เพื่อการดูแลที่ปลอดภัยมากขึ้น

สมาคม ThaiPATH
ขอเชิญบุคลากรทางการแพทย์และผู้สนใจ
ร่วมรับฟังการบรรยายวิชาการในหัวข้อ

“CHEMSEX: Driving Experiences with Potential Harms”

Chemsex เป็นประเด็นซับซ้อน
ที่เชื่อมโยงหลายมิติ การทำความเข้าใจ “ประสบการณ์ของผู้ใช้”ควบคู่กับ “ความเสี่ยงและอันตรายที่อาจเกิดขึ้น”
จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์
สามารถดูแล ป้องกัน และสื่อสารได้อย่างเหมาะสม โดยตั้งอยู่บนหลักฐานทางวิชาการและความไม่ตีตรา (non-judgmental care)

📅 วันที่ 23 มีนาคม 2569
⏰ เวลา 10.30–11.15 น.
📍 ห้องประชุมสยามมนุราษฎร์ ชั้น 3 อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี

✨หัวข้อนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประชุมวิชาการของสมาคมฯ ระหว่างวันที่ 23-24 มีค 2569

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังหัวข้อที่น่าสนใจเกี่ยวกับสุขภาพคนข้ามเพศอย่างครบถ้วน โดยสามารถแสกน QR code ในคอมเมนต์

The Adolescent, SRHR & HIV Workshop is coming to Bangkok! 🇹🇭Are you passionate about adolescent health? Working in HIV, ...
13/02/2026

The Adolescent, SRHR & HIV Workshop is coming to Bangkok! 🇹🇭

Are you passionate about adolescent health? Working in HIV, SRHR, or youth-focused research, advocacy, or clinical care? This is your chance to share your work and connect with global experts.

The 10th International Workshop on Adolescence, SRHR & HIV 2026 is now accepting research abstract submissions.

Deadline: 5 June 2026

Learn more and submit your abstract 👉🏼 https://tinyurl.com/fs4836rn

ที่อยู่

319 ถนน พญาไท
Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6621605371

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ IHRI - Institute of HIV Research and Innovationผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง IHRI - Institute of HIV Research and Innovation:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram