Siriraj Postgraduate Education - การศึกษาหลังปริญญา ศิริราช

Siriraj Postgraduate Education - การศึกษาหลังปริญญา ศิริราช Siriraj Postgraduate Education - การศึกษาหลังปริญญา ศิริราช

"คร้อก... ฟี้... คร้อกกกกก..." เสียงรถไถนาทะลุเพดานตอนตีสอง! 🚜คนกรนหลับปุ๋ยไม่เคยรู้ตัว แต่คนข้างๆ แทบอยากจะหยิบหมอนมาอุ...
28/03/2026

"คร้อก... ฟี้... คร้อกกกกก..." เสียงรถไถนาทะลุเพดานตอนตีสอง! 🚜
คนกรนหลับปุ๋ยไม่เคยรู้ตัว แต่คนข้างๆ แทบอยากจะหยิบหมอนมาอุดจมูกให้รู้แล้วรู้รอด! 😤

หลายคนชอบแซวว่า "โห วันนี้เหนื่อยมากสิท่า กรนซะดังเชียว หลับลึกเลยนะเนี่ย!"
ผิดถนัดครับ! วิทยาศาสตร์การแพทย์ขอเบรกความเชื่อนี้หัวทิ่ม เพราะเสียงกรนไม่ใช่สัญญาณของการพักผ่อนที่ดี แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยว่า "ทางเดินหายใจของคุณกำลังตีบตัน!" 🚨

กลไกการเกิดวงออร์เคสตราในลำคอ มีที่มาแบบนี้ครับ:

🛏️ 1. กล้ามเนื้อย้วยตามแรงโน้มถ่วง
เวลานอนหลับ กล้ามเนื้อทั่วร่างกายของเราจะเข้าสู่โหมดผ่อนคลาย (รวมถึงกล้ามเนื้อคอ เพดานอ่อน และลิ้น) พอคุณ "นอนหงาย" ปุ๊บ โคนลิ้นกับเพดานอ่อนก็จะทิ้งตัวตกลงมาบังหลอดลมตามแรงโน้มถ่วงครับ!

🌬️ 2. ท่อลมแคบ = เสียงหวีด (The Balloon Effect)
นึกภาพเวลาเราเป่าลูกโป่ง แล้วบีบปลายลูกโป่งปล่อยลมออกแคบๆ สิครับ เสียงมันจะแหลมและดังมาก! 🎈💥
คอเราก็เหมือนกัน! พอทางเดินหายใจแคบลง แต่อากาศต้องวิ่งผ่านเข้าออกเท่าเดิม ลมหายใจที่ถูกบีบอัดจะพุ่งไปเสียดสีกับเนื้อเยื่อในลำคอจนเกิดการ "สั่นสะเทือน" กลายเป็นเสียงกรนกระหึ่มนั่นเอง!

⚠️ 3. ระวัง! อันตรายกว่าที่คิด (Sleep Apnea)
ถ้าเนื้อเยื่อมันย้วยจนปิดทางเดินหายใจมิด ร่างกายจะขาดออกซิเจนชั่วขณะ นำไปสู่ "ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ" (OSA) ครับ! สมองต้องคอยกระชากปลุกให้คุณสะดุ้งเฮือกเพื่อฮุบอากาศ (แม้คุณจะไม่รู้ตัว) ผลคือตื่นเช้ามาจะปวดหัว อ่อนเพลีย เหมือนคนไม่ได้นอนทั้งคืน!

💡 วิธีแก้ขัดเบื้องต้น: จับคนกรนพลิกตัวให้นอนตะแคงครับ! แรงโน้มถ่วงจะได้ไม่ดึงลิ้นลงไปอุดหลอดลม เสียงรถไถนาจะเบาลงทันที!

สรุป: เสียงกรนคือเสียงของการดิ้นรนหาอากาศหายใจครับ ไม่ใช่เสียงของความสุขสมในการนอนแต่อย่างใด! คราวหน้าถ้าเพื่อนร่วมเตียงกรนดังผิดปกติ พาไปหาหมอตรวจสลิปเทสต์ (Sleep Test) ด่วนๆ เลยนะครับ! 🏥

สรีรวิทยาของการนอนหลับ คือกลไกสำคัญที่ชี้วัดสุขภาพตลอดชีวิตของคุณ
🎓 มาร่วมไขความลับของร่างกาย และต่อยอดความรู้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์อย่างลึกซึ้งไปกับ "การศึกษาหลังปริญญา ศิริราช"
เพราะความเข้าใจทางการแพทย์ จะช่วยคืนความสงบสุข (และคุณภาพการนอน) ให้กับคุณและคนที่คุณรักได้!

ใครเป็นเหยื่อทนฟังเสียงกรนคนข้างๆ ทุกคืนบ้าง? แท็กตัวการมาอ่านด่วนๆ ให้เขารู้ตัวซะที! 👇

#นอนกรน #หยุดหายใจขณะหลับ #สุขภาพ #มนุษย์ออฟฟิศ #วิทยาศาสตร์ #เกร็ดความรู้ #ศิริราช

📚 แหล่งอ้างอิง (References)
Pathophysiology of Snoring: Pevernagie, D., et al. (2010). "The acoustics of snoring." Sleep Medicine Reviews. (อธิบายกลไกทางฟิสิกส์และกายวิภาคศาสตร์ของการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อในทางเดินหายใจส่วนบนที่ทำให้เกิดเสียงกรน).

Obstructive Sleep Apnea (OSA): Dempsey, J. A., et al. (2010). "Pathophysiology of sleep apnea." Physiological Reviews. (งานวิจัยเจาะลึกความเชื่อมโยงระหว่างการนอนกรน ทางเดินหายใจที่แคบลง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ).

เคยไหมครับ? จอดรถติดแหงกอยู่ที่ด่านเก็บเงิน หรือต่อคิวจ่ายตังค์ในซูเปอร์มาร์เก็ต...ชะเง้อมองแถวข้างๆ ทำไมมันไหลลื่นปรู๊ด...
27/03/2026

เคยไหมครับ? จอดรถติดแหงกอยู่ที่ด่านเก็บเงิน หรือต่อคิวจ่ายตังค์ในซูเปอร์มาร์เก็ต...
ชะเง้อมองแถวข้างๆ ทำไมมันไหลลื่นปรู๊ดปร๊าดขนาดนั้น! พอทนไม่ไหว ตัดสินใจหักพวงมาลัยเปลี่ยนเลนปุ๊บ... อ้าวเฮ้ย! ทำไมเลนใหม่ดันหยุดกึก ส่วนเลนเก่าที่เราเพิ่งออกมาดันพุ่งฉิวซะงั้น!? 🤬🚙

นี่เราโดนเจ้ากรรมนายเวรแกล้ง หรือโลกนี้มันไม่มีความยุติธรรม!?
หยุดโทษเวรกรรมก่อนครับ! นักคณิตศาสตร์และนักจิตวิทยาบอกว่า เรื่องนี้อธิบายได้ด้วย "ตัวเลขและสมองที่ขี้โกงของเราเอง" ล้วนๆ!

📊 1. กฎแห่งความน่าจะเป็น (The Math of Queues)
คิดภาพตามง่ายๆ นะครับ สมมติมีช่องจ่ายเงิน 3 แถว ความน่าจะเป็นที่คุณจะเลือกได้ "แถวที่เร็วที่สุด" คือ 1 ใน 3 (33%)
แปลว่า... โอกาสที่คุณจะเจอแถวอื่นที่ "เร็วกว่าแถวของคุณ" มันมีสูงถึง 2 ใน 3 (66%) เลยนะครับ! แค่หลักสถิติง่ายๆ คุณก็แพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต่อแถวแล้ว! 📉

🧠 2. ภาพลวงตาในความทรงจำ (Illusory Correlation)
สมองมนุษย์ถูกออกแบบมาให้ "จดจำเรื่องร้ายๆ ได้แม่นกว่าเรื่องดีๆ" (Negativity Bias) ครับ
เวลาที่คุณได้อยู่แถวที่เร็วสุด สมองคุณจะไม่สนใจหรอก คุณก็แค่จ่ายตังค์แล้วเดินออกไปสวยๆ
แต่เวลาที่คุณซวย ติดอยู่หลังมนุษย์ป้าที่จ่ายด้วยเหรียญสลึง... ความหงุดหงิดจะพุ่งปรี๊ด! สมองจะสลักเหตุการณ์นี้ฝังรากลึกในความทรงจำ! ทำให้คุณหลอกตัวเองว่า "ทำไมฉันถึงซวยตลอดเวลาเลยวะ!" 🤯

⏳ 3. เวลาของคนรอ มักเดินช้าเสมอ
ตอนคุณหยุดนิ่ง คุณจะใช้เวลาไปกับการ "มอง" รถคันอื่นวิ่งแซงไป ทำให้คุณรู้สึกว่าแถวอื่นมันขยับตลอดเวลา แต่จริงๆ แล้วเวลารวมที่ใช้แทบไม่ต่างกันเลย!

สรุป: แถวข้างๆ ไม่ได้เร็วกว่าเสมอไปครับ แค่สถิติมันไม่เข้าข้าง และสมองคุณดันชอบจำแต่ตอนที่ตัวเองซวยเท่านั้นเอง! คราวหน้าสูดหายใจลึกๆ แล้วยืนรอแถวเดิมต่อไปเถอะครับ ย้ายไปก็ปวดหัวเปล่าๆ! 😂

พฤติกรรมมนุษย์และสถิติในชีวิตประจำวัน คือความตลกร้ายที่วิทยาศาสตร์สามารถอธิบายได้
🎓 มาร่วมไขปริศนาของจิตวิทยาสังคม และต่อยอดความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปกับ "การศึกษาหลังปริญญา ศิริราช"
เพราะคนที่เข้าใจตรรกะของโลก คือคนที่จะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข (และหัวร้อนน้อยลง)!

ใครคือตำนาน "เจ้าพ่อ/เจ้าแม่ แถวหยุดนิ่ง" ประจำกลุ่มบ้าง? สารภาพมาซะดีๆ ว่าเคยเปลี่ยนเลนแล้วซวยกว่าเดิม! 👇

#ความน่าจะเป็น #จิตวิทยา #พฤติกรรมมนุษย์ #มนุษย์เงินเดือน #เกร็ดความรู้ #ศิริราช

📚 แหล่งอ้างอิง (References)
Probability and Queuing Theory: (หลักการทางคณิตศาสตร์พื้นฐานที่อธิบายความเป็นไปได้ในการเลือกแถวที่เร็วที่สุดในระบบที่มีหลายคิว).

Illusory Correlation & Negativity Bias: Baumeister, R. F., et al. (2001). "Bad is stronger than good." Review of General Psychology. (อธิบายกลไกทางจิตวิทยาที่มนุษย์มักจะให้ความสำคัญและจดจำประสบการณ์เชิงลบ (เช่น การรอคิวที่น่าเบื่อ) ได้ลึกซึ้งกว่าประสบการณ์เชิงบวกหรือเรื่องปกติทั่วไป).

กินข้าวเที่ยงเสร็จ กลับมานั่งโต๊ะทำงานตอนบ่ายโมงครึ่ง...จู่ๆ หนังตาก็หนักอึ้งเหมือนมีเหล็กสิบตันมาถ่วง! 🏋️‍♂️วิญญาณแทบจะ...
26/03/2026

กินข้าวเที่ยงเสร็จ กลับมานั่งโต๊ะทำงานตอนบ่ายโมงครึ่ง...
จู่ๆ หนังตาก็หนักอึ้งเหมือนมีเหล็กสิบตันมาถ่วง! 🏋️‍♂️
วิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่างคาหน้าจอคอมพิวเตอร์ ต้องพยายามถลึงตา
สูดดมยาดม หรือซัดอเมริกาโน่แก้วที่สามเพื่อยื้อชีวิตไว้! ☕😵

หลายคน (โดยเฉพาะเจ้านาย) มักจะมองว่า อาการง่วงนอนตอนบ่ายคือความขี้เกียจ หรือกินแป้งเยอะไปจนหนังท้องตึงหนังตาหย่อน (Food Coma)
แต่ช้าก่อนครับ! นักวิทยาศาสตร์ด้านการนอนหลับขอค้านหัวชนฝา เพราะแท้จริงแล้ว... ร่างกายมนุษย์ถูกดีไซน์มาให้ "ต้องนอนกลางวัน" ครับ! 🧬✨

ปรากฏการณ์นี้อธิบายด้วยหลักชีววิทยาที่เจ็บจี๊ด:

📉 1. หลุมพรางของนาฬิกาชีวิต (The Circadian Dip)
ในรอบ 24 ชั่วโมง นาฬิกาชีวภาพของเราไม่ได้เดินเป็นเส้นตรงครับ แต่มันมีจังหวะ "ดิ่งวูบ" ตามธรรมชาติอยู่ 2 ช่วง คือตอนตี 2 (ที่เรารู้กันดี) และอีกช่วงคือ ระหว่างบ่ายโมงถึงบ่ายสามโมง! อุณหภูมิแกนกลางร่างกายจะลดลงเล็กน้อย สมองจะเริ่มหลั่งเมลาโทนินเบาๆ เป็นการส่งสัญญาณเตือนว่า "พักเครื่องเถอะเจ้านาย!" 🌡️⬇️

🧹 2. ล้างขยะในสมอง (Clearing Adenosine)
ตั้งแต่เช้าที่คุณตื่นมา สมองจะสะสมสารแห่งความเหนื่อยล้าที่ชื่อว่า "อะดีโนซีน" (Adenosine) ไว้เต็มไปหมด การได้งีบหลับ (Power Nap) แค่ 15-20 นาที จะเหมือนการกดปุ่ม Restart กวาดสารเคมีพวกนี้ทิ้งไป ทำให้สมองกลับมาแล่นปรู๊ดปร๊าด ความจำดีขึ้น และลดความผิดพลาดในการทำงานได้มหาศาล! (องค์การ NASA วิจัยมาแล้วว่านักบินที่ได้งีบ 26 นาที มีประสิทธิภาพการตื่นตัวเพิ่มขึ้นถึง 54%!) 🚀🧠

🧟‍♂️ 3. กฎเหล็ก: ห้ามงีบเกิน 30 นาที! (Sleep Inertia)
แต่ถ้าคุณเผลอหลับเพลินเกินครึ่งชั่วโมง ร่างกายจะถลำลึกเข้าสู่ภาวะ "หลับลึก" (Deep Sleep) ครับ! พอถูกปลุกขึ้นมากลางคัน สมองจะรวน คุณจะตื่นมาพร้อมกับความงัวเงีย ปวดหัว และรู้สึกพังกว่าเดิมไปทั้งบ่าย! (อาการนี้เรียกว่า Sleep Inertia)

สรุป: การงีบหลับ 15 นาทีตอนบ่าย ไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่เป็นสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์ที่ช่วยเพิ่ม Productivity ครับ! ใครมีห้องพักพนักงาน แอบไปงีบเถอะครับ มันดีต่อสมองจริงๆ! ✌️

ร่างกายมนุษย์มีจังหวะเวลาและการซ่อมแซมตัวเองที่อัจฉริยะ
การฝืนธรรมชาติมักจะนำไปสู่ความถดถอยเสมอ
🎓 มาร่วมไขความลับของสรีรวิทยา เจาะลึกวิทยาศาสตร์การนอนหลับ และต่อยอดความรู้ทางการแพทย์ไปกับ "การศึกษาหลังปริญญา ศิริราช"
เพราะความเข้าใจร่างกายตัวเองอย่างถ่องแท้ คือเคล็ดลับของการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ!

ออฟฟิศใครมีวัฒนธรรม "อนุญาตให้งีบตอนบ่ายได้" บ้างครับ? เอามาอวดให้อิจฉากันหน่อย! 👇

#งีบหลับ #นอนกลางวัน #นาฬิกาชีวิต #มนุษย์ออฟฟิศ #วิทยาศาสตร์ #เกร็ดความรู้ #ศิริราช

📚 แหล่งอ้างอิง (References)
The NASA Nap Study: Rosekind, M. R., et al. (1994). "Crew Factors in Flight Operations IX: Effects of Planned Cockpit Rest on Crew Performance and Alertness in Long-Haul Operations." NASA Technical Memorandum. (งานวิจัยระดับตำนานที่ยืนยันว่าการงีบหลับสั้นๆ ช่วยเพิ่มความตื่นตัวและประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมีนัยสำคัญ).

Circadian Rhythm Dip: Bes, F., et al. (2009). "The afternoon sleepiness decline: A circadian or homeostatic process?" Sleep. (เจาะลึกกลไกของความง่วงนอนช่วงบ่าย ที่เกิดจากสรีรวิทยาพื้นฐานของนาฬิกาชีวิตมนุษย์ ไม่ใช่แค่เรื่องของอาหาร).

"เผ็ด! เผ็ดเหมือนไฟไหม้ปาก!" 🔥🌶️รู้ไหมครับว่า... บนโลกนี้ไม่มี "รสเผ็ด" อยู่จริง!?ลิ้นของคนเรามีปุ่มรับรสแค่ หวาน, เค็ม,...
24/03/2026

"เผ็ด! เผ็ดเหมือนไฟไหม้ปาก!" 🔥🌶️
รู้ไหมครับว่า... บนโลกนี้ไม่มี "รสเผ็ด" อยู่จริง!?
ลิ้นของคนเรามีปุ่มรับรสแค่ หวาน, เค็ม, เปรี้ยว, ขม และอูมามิ เท่านั้น...
แล้วความรู้สึก "แสบร้อน" เวลาเคี้ยวพริกขี้หนู มันมาจากไหน?

คำตอบคือ: พริกมัน "แฮก" ระบบตรวจจับความร้อนของคุณครับ! 💻🌡️

🔑 กุญแจผี (Capsaicin)
ในพริกมีสารเคมีชื่อ "แคปไซซิน" (Capsaicin)
ซึ่งเจ้าสารนี้ ดันมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับ "ความร้อน" (อุณหภูมิที่สูงกว่า 43°C) เป๊ะๆ!

🔥 ตัวรับสัญญาณไฟไหม้ (TRPV1)
ที่ลิ้นของเรามีตัวรับความรู้สึกชื่อ TRPV1 เอาไว้เตือนภัยเวลาเรากินของร้อนจัดๆ (เช่น ซุปเดือดๆ) เพื่อไม่ให้ปากพอง
แต่พอเจอ แคปไซซิน เข้าไป... เจ้า TRPV1 ดันโง่ครับ! แยกไม่ออก!
มันเลยส่งสัญญาณไปฟ้องสมองทันทีว่า: "แย่แล้ว! ปากกำลังโดนไฟลวก! ร้อนจี๋เลย!" 🚨

ร่างกายเลยตกใจ รีบสั่งให้ "เหงื่อออก" (เพื่อระบายความร้อน), "หน้าแดง" (เลือดสูบฉีด), และ "น้ำมูกไหล" (ขับสารระคายเคือง) ออกมาเต็มที่!
ทั้งที่จริงๆ แล้ว... อุณหภูมิในปากคุณปกติมาก ไม่ได้ร้อนขึ้นสักองศาเดียว! โดนหลอกเต็มๆ! 😂

ความลับของร่างกายมนุษย์ยังมีเรื่องน่าทึ่งอีกเพียบ แม้แต่เรื่องใกล้ตัวอย่างการกิน
หากคุณอยากเจาะลึกกลไกชีวเคมีและสรีรวิทยาที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน

🎓 มาร่วมค้นหาคำตอบทางวิทยาศาสตร์ที่ "การศึกษาหลังปริญญา ศิริราช"
เพราะวิทยาศาสตร์ทำให้การกิน (และการใช้ชีวิต) สนุกขึ้นกว่าเดิม!

#กินเผ็ด #วิทยาศาสตร์การอาหาร #สรีรวิทยา #เกร็ดความรู้ #ศิริราช

📚 แหล่งอ้างอิง (References)
Nobel Prize: David Julius. (2021). "Nobel Prize in Physiology or Medicine." (ได้รับรางวัลโนเบลจากการค้นพบตัวรับ TRPV1 ที่ทำให้เราเข้าใจกลไกการรับรู้ความร้อนและความเจ็บปวดจากพริก).

The Molecule: Caterina, M. J., et al. (1997). "The capsaicin receptor: a heat-activated ion channel in the pain pathway." Nature. (งานวิจัยต้นฉบับที่ระบุว่า TRPV1 คือช่องทางที่แคปไซซินใช้กระตุ้นความรู้สึกแสบร้อน).

สถานการณ์ที่อึดอัดที่สุดในชีวิตประจำวัน... คือการก้าวเข้าไปในลิฟต์ที่อัดแน่นไปด้วยคนแปลกหน้า! 🛗😬ทันทีที่ประตูปิดลง... คว...
22/03/2026

สถานการณ์ที่อึดอัดที่สุดในชีวิตประจำวัน... คือการก้าวเข้าไปในลิฟต์ที่อัดแน่นไปด้วยคนแปลกหน้า! 🛗😬
ทันทีที่ประตูปิดลง... ความเงียบสงัดก็ครอบงำ
ทุกคนทำตัวไม่ถูก ยืนตัวเกร็ง บางคนแกล้งจ้องหน้าจอมือถือ 📱
บางคนก้มมองพื้น... แต่ที่ยอดฮิตที่สุดคือ "จ้องตัวเลขชั้นบนเพดาน" เหมือนมันมีอะไรน่าสนใจนักหนา! 🙄🔢

ทำไมเราถึงรู้สึก "เกร็ง" ขนาดนี้ ทั้งที่แค่อยู่ในลิฟต์แป๊บเดียว?
นักจิตวิทยาบอกว่า นี่คือ "สัญชาตญาณเอาตัวรอด" ของมนุษย์ครับ! 🦁🍖

💥 1. บุกรุกพื้นที่ส่วนตัว (Personal Space Violation)
มนุษย์มีระยะปลอดภัยรอบตัว (ประมาณ 1 แขน) พอก้าวเข้าลิฟต์ เราถูกบังคับให้ยืนเบียดกันจนพื้นที่นี้ถูกทำลาย สมองส่วนสัญชาตญาณ (Amygdala) เลยกรีดร้องว่า "ไม่ปลอดภัย! คนแปลกหน้าเข้าใกล้เกินไป!" ทำให้ร่างกายตึงเครียดอัตโนมัติ

🛡️ 2. การสบตาคือการท้าทาย (Eye Contact as Threat)
ในอาณาจักรสัตว์ การสบตาตรงๆ เป็นสัญญาณของการ "ท้าทาย" หรือ "ภัยคุกคาม"
ท่ามกลางความอึดอัด สมองเราเลยสั่งให้ "หลีกเลี่ยงการสบตา" โดยเด็ดขาด เพื่อบอกคนรอบข้างว่า "ฉันไม่ได้มาร้ายนะ อย่าทำอะไรฉันเลย"

🏢 3. ขาดช่องทางสื่อสาร (No Escape)
เราอยู่ในกล่องเหล็กปิดตายที่ไม่มีทางหนี ถ้าเผลอสบตาแล้วเกิดเรื่อง มันจะหนีไม่ได้ สมองเลยเลือกวิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ "ทำตัวล่องหน" จ้องมองที่อื่นแทนครับ

ดังนั้น ถ้าเห็นใครจ้องเพดานลิฟต์... ให้รู้เถอะว่าเขาแค่อึดอัดจนไม่รู้จะเอาตาไปวางไว้ตรงไหนแค่นั้นเอง! 😂

พฤติกรรมมนุษย์และสัญชาตญาณมีที่มาจากวิวัฒนาการที่น่าสนใจ
มาร่วมหาคำตอบเรื่องร่างกายมนุษย์และจิตวิทยาไปพร้อมกันได้ที่ การศึกษาหลังปริญญา ศิริราช

เคยเจอสถานการณ์พีคๆ ในลิฟต์ที่อึดอัดที่สุดไหม? เล่ามา! 👇

#อยู่ในลิฟต์ถึงเกร็ง #อึดอัด #สัญชาตญาณ #เกร็ดความรู้ #ศิริราช

📚 แหล่งอ้างอิง (References)
Proxemics: Edward T. Hall. (1966). The Hidden Dimension. (นักมานุษยวิทยาผู้บัญญัติศัพท์ "Proxemics" อธิบายเรื่องระยะห่างส่วนบุคคลและความอึดอัดเมื่อถูกละเมิด).

Evolutionary Non-verbal Communication: Pease, A., & Pease, B. (2004). The Definitive Book of Body Language. (หนังสือภาษากายที่อธิบายว่าทำไมการสบตาในลิฟต์ถึงถูกตีความว่าเป็นภัยคุกคามตามสัญชาตญาณ).

เมื่อคืนฝันว่ากำลังกู้โลกสุดมันส์! 🦸‍♂️💥ตื่นมาปุ๊บ รีบคว้ามือถือจะพิมพ์เล่าให้เพื่อนฟัง... แต่พอนิ้วแตะคีย์บอร์ดปั๊บ "เอ...
21/03/2026

เมื่อคืนฝันว่ากำลังกู้โลกสุดมันส์! 🦸‍♂️💥
ตื่นมาปุ๊บ รีบคว้ามือถือจะพิมพ์เล่าให้เพื่อนฟัง...
แต่พอนิ้วแตะคีย์บอร์ดปั๊บ "เอ๊ะ... เมื่อกี้ฉันฝันว่าอะไรนะ!?"
ลืมสนิท! หายวับไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น พยายามเค้นสมองเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก!

ไม่ต้องหงุดหงิดไปครับ สมองคุณไม่ได้เสื่อม แต่มันแค่ "ไม่ได้กดปุ่ม Save" ต่างหาก! 💾❌

🧠 ปิดสวิตช์เครื่องบันทึกความจำ
เวลาที่เราหลับสนิทและเข้าสู่ช่วงฝัน (REM Sleep)
สมองจะหลั่งสารเคมีที่ทำให้ภาพความฝันชัดเจนแจ่มแจ้ง
แต่ในขณะเดียวกัน มันดันไป "ปิดวาล์ว" สารสื่อประสาทที่ชื่อว่า นอร์อะดรีนาลีน (Noradrenaline) ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นสุดๆ ในการดึงข้อมูลความจำระยะสั้นไปเก็บถาวร
ผลก็คือ... สมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ที่ทำหน้าที่เซฟข้อมูล ดันหยุดทำงานชั่วคราว! ความฝันเลยไม่ได้ถูกเขียนลงฮาร์ดดิสก์ครับ

🧹 พนักงานทำความสะอาดสมอง (MCH Cells)
นอกจากจะไม่ได้เซฟแล้ว นักวิจัยยังพบว่าในสมองเรามีกลุ่มเซลล์ MCH ที่จะตื่นขึ้นมาทำงานตอนเราหลับ หน้าที่ของมันคือ "กวาดขยะและลบความจำที่ไม่จำเป็นทิ้ง" เพื่อไม่ให้สมองโหลดหนักเกินไป และป้องกันไม่ให้เราจำสับสนระหว่าง "ความฝัน" กับ "โลกความจริง" ครับ

💡 วิธีแก้เคล็ด: ถ้าอยากจำฝันให้ได้ ตื่นมาปุ๊บ "อย่าเพิ่งขยับตัวเด็ดขาด" ให้นอนนิ่งๆ ท่าเดิม แล้วรีบนึกทบทวนหรือจดลงสมุดข้างเตียงทันที ก่อนที่สารเคมีตอนตื่นจะเข้ามาลบมันทิ้ง!

ร่างกายมนุษย์มีระบบรักษาความปลอดภัยและการจัดการข้อมูลที่ล้ำลึกสุดๆ
มาร่วมหาคำตอบเรื่องร่างกายมนุษย์และกลไกสมองที่น่าทึ่งกันได้ที่ การศึกษาหลังปริญญา ศิริราช

ใครเคยฝันเห็นเลขเด็ด แล้วตื่นมาลืมบ้าง? เจ็บปวดแค่ไหน เล่ามา! 👇

#การนอนหลับ #ลืมความฝัน #สมอง #วิทยาศาสตร์ #เกร็ดความรู้ #ศิริราช

📚 แหล่งอ้างอิง (References)
Memory Consolidation in Sleep: Stickgold, R., & Walker, M. P. (2013). "Sleep-dependent memory triage: evolving generalization through processing." Nature Neuroscience.

MCH Neurons and Forgetting: Izawa, S., et al. (2019). "REM sleep–active MCH neurons are involved in forgetting hippocampus-dependent memories." Science. (งานวิจัยชิ้นสำคัญที่ค้นพบเซลล์ประสาทที่ทำหน้าที่ "ลบ" ความจำขณะที่เราฝัน).

📢 ขอเชิญส่งผลงานวิจัย (Abstract) เข้าร่วมนำเสนอในงานประชุมวิชาการนานาชาติ SICMPH 2026คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ขอเชิญชว...
20/03/2026

📢 ขอเชิญส่งผลงานวิจัย (Abstract) เข้าร่วมนำเสนอในงานประชุมวิชาการนานาชาติ SICMPH 2026
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ขอเชิญชวนนิสิต นักศึกษา บุคลากร และผู้สนใจทั้งในและต่างประเทศ ร่วมส่งบทคัดย่อภาษาอังกฤษด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อนำเสนอในรูปแบบ Oral Presentation และ E-Poster

เปิดรับผลงาน: ตั้งแต่วันนี้ – 10 พฤษภาคม 2569
วันจัดงานประชุม: 22 - 24 กรกฎาคม 2569
วันนำเสนอ Oral Presentation: 24 กรกฎาคม 2569

🏆 รางวัลและการสนับสนุน

1. การประกวด Oral Presentation Awards (แบ่งประเภท General และ Trainee)
🥇 รางวัลที่ 1: 5,000 บาท
🥈 รางวัลที่ 2: 3,000 บาท
🥉 รางวัลที่ 3: 2,000 บาท
(ผู้ที่ได้รับ Acceptance Letter จะได้สิทธิ์นำเสนอและลุ้นรางวัลในงาน)

2. Travel Grant สำหรับชาวต่างชาติ
สนับสนุนค่าเดินทาง ที่พัก และค่าลงทะเบียน รวมสูงสุด 30,000 บาท (ต่อ 1 ทุน)

🔗 ช่องทางการสมัคร
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเกณฑ์การรับสมัคร และลงทะเบียนส่งผลงานได้ที่:
👉 https://www2.si.mahidol.ac.th/sirirajconference/event/sm/content/3558/EN/34388
หรือสแกน QR Code ที่แนบมาพร้อมนี้

"ปวด! ปวดจนหน้าบวม!" 🦷💥ใครเคยผ่า "ฟันคุด" จะรู้ซึ้งถึงความทรมานระดับ 10!จ่ายเงินก็แพง เจ็บตัวก็เจ็บ... แล้วธรรมชาติจะสร้...
20/03/2026

"ปวด! ปวดจนหน้าบวม!" 🦷💥
ใครเคยผ่า "ฟันคุด" จะรู้ซึ้งถึงความทรมานระดับ 10!
จ่ายเงินก็แพง เจ็บตัวก็เจ็บ... แล้วธรรมชาติจะสร้างมันมาทำไมเนี่ย!?

คำตอบคือ: มันคือ "มรดกตกทอด" ที่บรรพบุรุษเราลืมทิ้งไว้ครับ! 🦴📦

🥩 ยุคหิน: กรามใหญ่ ไว้บดขยี้
สมัยก่อน บรรพบุรุษเรากิน "ของดิบ" (เนื้อเหนียวๆ รากไม้เปลือกแข็ง)
กรามเลยต้องใหญ่และแข็งแรงมาก เพื่อรองรับฟันทั้ง 32 ซี่ (รวมฟันกรามซี่ที่ 3 หรือฟันคุด) ได้สบายๆ

🔥 ยุคไฟ: กรามเล็ก แต่ฟันเท่าเดิม
พอมนุษย์เริ่มรู้จัก "ใช้ไฟ" ทำอาหารให้นิ่มลง... เราเคี้ยวง่ายขึ้น กรามเลยค่อยๆ "หดเล็กลง" ตามวิวัฒนาการ (หน้าเรียวขึ้น)
แต่ปัญหาคือ... "จำนวนฟันมันดันไม่ลดตาม!"
ฟัน 32 ซี่ พยายามจะเบียดกันอยู่ในกรามขนาดเล็กจิ๋ว... ฟันซี่สุดท้ายที่มาช้าสุด (Wisdom Tooth) เลยไม่มีที่ยืน!
ต้องแทรกตัวขึ้นมาแบบเอียงๆ นอนตะแคง หรือดันเพื่อนข้างๆ จนอักเสบนั่นเองครับ!

สรุป: ฟันคุดคือหลักฐานว่าเราวิวัฒนาการมาไกล... ไกลจนกรามไม่พอใส่ฟันแล้วครับ! 😂

ร่างกายมนุษย์เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต
หากคุณสนใจเรื่องวิวัฒนาการ กายวิภาคศาสตร์ และกลไกทางชีววิทยา

🎓 มาร่วมไขความลับแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ที่ "การศึกษาหลังปริญญา ศิริราช"
พื้นที่การเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด เพื่อความเข้าใจในชีวิตและสุขภาพ

#ฟันคุด #วิวัฒนาการ #ผ่าฟันคุด #เกร็ดความรู้ #ศิริราช

📚 แหล่งอ้างอิง (References)
Evolutionary Mismatch: Lieberman, D. E. (2011). "The Evolution of the Human Head." (หนังสือที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกะโหลกและขากรรไกรของมนุษย์ตามอาหารการกิน).

Jaw Reduction: Larsen, C. S. (1995). "Biological changes in human populations with agriculture." Annual Review of Anthropology. (งานวิจัยที่เชื่อมโยงการทำเกษตรกรรมและอาหารนิ่มๆ กับขนาดกรามที่เล็กลง).

เคยรู้สึกไหมครับว่า คนตรงหน้าที่กำลังยิ้มแฉ่งให้เรา... จริงๆ แล้วเขา "แกล้งยิ้ม" ตามมารยาท? 🤔📸ในโลกสังคมที่ต้องใส่หน้ากา...
19/03/2026

เคยรู้สึกไหมครับว่า คนตรงหน้าที่กำลังยิ้มแฉ่งให้เรา... จริงๆ แล้วเขา "แกล้งยิ้ม" ตามมารยาท? 🤔📸
ในโลกสังคมที่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน บางทีเราก็แยกไม่ออกว่าใครจริงใจ ใครเสแสร้ง

แต่วิทยาศาสตร์บอกว่า "ปาก" นั้นหลอกกันได้... แต่ "ดวงตา" หลอกไม่ได้ครับ! 👀✨

🧠 รหัสลับของความสุข (Duchenne Smile)
ยิ้มที่มาจากความสุขจริงๆ จิตวิทยาเรียกมันว่า "ยิ้มแบบดูเชน" (Duchenne Smile)
มันไม่ได้เกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อรอบปากเพียงอย่างเดียว
แต่สมองส่วนอารมณ์จะสั่งให้กล้ามเนื้อ "รอบดวงตา" (Orbicularis oculi) หดตัวโดยอัตโนมัติ!

ผลก็คือ: แก้มจะถูกยกสูงขึ้นจนไปเบียดดวงตาทำให้ตาหยีลง และมี "รอยตีนกา" (Crow's feet) ปรากฏขึ้นที่หางตาอย่างเป็นธรรมชาติ! ซึ่งกล้ามเนื้อมัดนี้เราบังคับเองไม่ค่อยได้ครับ

🚧 ยิ้มปลอม (Polite Smile)
แต่การแกล้งยิ้มตามมารยาท เราแค่ฉีกปากกว้างๆ สมองส่วนสั่งการทำงานแค่กล้ามเนื้อรอบปาก
ผลก็คือ: ปากยิ้ม แต่ "ตาไม่ยิ้ม" ดวงตาจะยังเบิกกว้าง ดูแข็งทื่อ และไม่มีรอยย่นที่หางตาเลย! (เหมือนหุ่นยนต์)

คราวหน้าถ้าอยากรู้ว่าใครยิ้มให้เราด้วยใจจริง... อย่ามองแค่ปากครับ ให้ "จ้องที่หางตา" เขาดู! 😉

ร่างกายมนุษย์มีกลไกการแสดงออกทางอารมณ์ที่ซับซ้อนและน่าทึ่ง
มาร่วมหาคำตอบเรื่องร่างกายมนุษย์และภาษากายไปพร้อมกันได้ที่ การศึกษาหลังปริญญา ศิริราช

คุณมีเพื่อนที่แกล้งยิ้มเก่งๆ จนดูไม่ออกไหม? (ลองเอารูปมายืนยันหน่อย!) 👇

#ภาษากาย #ยิ้มจริง #ยิ้มปลอม #จิตวิทยา #เกร็ดความรู้ #ศิริราช

📚 แหล่งอ้างอิง (References)
The Origin: Ekman, P., & Friesen, W. V. (1982). "Felt, false, and miserable smiles." Journal of Nonverbal Behavior. (งานวิจัยระดับตำนานที่นิยาม Duchenne smile และความแตกต่างของรอยย่นที่ตา).

Muscle Control: Guillaume-Benjamin Duchenne. (1862). The Mechanism of Human Facial Expression. (แพทย์ผู้ค้นพบว่ากล้ามเนื้อรอบตาคือคีย์หลักของยิ้มจริงที่ควบคุมไม่ได้).

เดินสะดุดพื้นทีนึง... รู้สึกเหมือนคนทั้งห้างหันมามอง! 😱เสื้อเปื้อนกาแฟจุดเดียว... รู้สึกเหมือนมีป้ายไฟชี้มาที่ตัวเราว่า ...
18/03/2026

เดินสะดุดพื้นทีนึง... รู้สึกเหมือนคนทั้งห้างหันมามอง! 😱
เสื้อเปื้อนกาแฟจุดเดียว... รู้สึกเหมือนมีป้ายไฟชี้มาที่ตัวเราว่า "ซุ่มซ่าม!"

ความอับอายระดับ 10 ริกเตอร์นี้... จริงๆ แล้วเกิดขึ้นแค่ "ในหัวคุณ" คนเดียวครับ!
นักจิตวิทยาเรียกอาการนี้ว่า "Spotlight Effect" (ปรากฏการณ์สปอตไลท์) 🔦

🎬 เราคือพระเอกในหนังของตัวเอง (Egocentric Bias)
สมองมนุษย์ถูกออกแบบมาให้มองโลกโดยมี "ตัวเราเป็นศูนย์กลาง" เสมอ
เราเลยเผลอคิดไปเองว่า คนอื่นคงจะจับจ้องทุกการกระทำของเรา เหมือนเราอยู่ท่ามกลางแสงไฟบนเวที

🤷‍♂️ ความจริงที่น่าโล่งใจ
แต่ในความเป็นจริง... คนรอบข้างเขาก็มี "สปอตไลท์ส่วนตัว" ของเขาเหมือนกันครับ!
เขากำลังกังวลเรื่องทรงผมตัวเอง, เรื่องงาน, หรือเรื่องมื้อเย็น จนไม่มีเวลามาสนใจรอยเปื้อนบนเสื้อของคุณหรอกครับ
(ลองนึกดูสิครับ เมื่อวานเพื่อนคุณใส่เสื้อสีอะไร? คุณจำไม่ได้ด้วยซ้ำ ใช่ไหมล่ะ? 😆)

ดังนั้น ถ้าวันไหนหน้าแตก... ให้เชิดหน้าไว้ครับ!
เพราะผู้ชมในโรงละครชีวิตนี้ มีแค่คุณคนเดียวที่นั่งจับผิดตัวเองอยู่!

จิตใจมนุษย์มีความซับซ้อนและลูกเล่นแพรวพราวที่คอยหลอกเราอยู่เสมอ
หากคุณหลงใหลในการทำความเข้าใจพฤติกรรม ความคิด และกลไกของมนุษย์

🎓 มาร่วมค้นหาคำตอบของร่างกายและจิตใจได้ที่ "การศึกษาหลังปริญญา ศิริราช"
เพราะความรู้ที่ลึกซึ้ง จะช่วยให้เราเข้าใจตัวเองและผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น

#หน้าแตก #อาย #จิตวิทยา #เกร็ดความรู้ #ศิริราช

📚 แหล่งอ้างอิง (References)
The Experiment: Gilovich, T., Medvec, V. H., & Savitsky, K. (2000). "The spotlight effect in social judgment: An egocentric bias in estimates of the salience of one's own actions and appearance." Journal of Personality and Social Psychology. (การทดลองในตำนานที่ให้นักศึกษาใส่เสื้อยืดลายเห่ยๆ เดินเข้าห้องเรียน แล้วให้ทายว่ามีคนสังเกตเห็นกี่คน ผลคือเจ้าตัวทายสูงเวอร์กว่าความจริงมาก).

Social Anxiety: (ทฤษฎีที่เชื่อมโยงว่า Spotlight Effect เป็นพื้นฐานของความวิตกกังวลทางสังคม หรือ Social Anxiety Disorder).

นอนอยู่ดีๆ คนข้างๆ ก็พึมพำอะไรออกมาไม่รู้... 😴💬จังหวะนี้แหละ โอกาสทอง! ลองกระซิบถามดูดีกว่าว่า "แอบซ่อนเงินไว้ไหน?" หรือ...
17/03/2026

นอนอยู่ดีๆ คนข้างๆ ก็พึมพำอะไรออกมาไม่รู้... 😴💬
จังหวะนี้แหละ โอกาสทอง! ลองกระซิบถามดูดีกว่าว่า
"แอบซ่อนเงินไว้ไหน?" หรือ "แอบคุยกับใครอยู่หรือเปล่า!?"
เผื่อตอนหลับ สติสัมปชัญญะลดลง แล้วจะเผลอคายความลับออกมา! 🕵️‍♀️✨

หยุดก่อนครับนักสืบ! เก็บเครื่องอัดเสียงลงไปได้เลย
เพราะทางการแพทย์บอกชัดเจนว่า สิ่งที่คนละเมอพูดออกมา
"เอามาเป็นหลักฐานไม่ได้เด็ดขาด!" ❌

อาการพูดละเมอ หรือ Somniloquy
มักเกิดในช่วงที่เราหลับไม่สนิท หรือกำลังเปลี่ยนผ่านระหว่างรอบการนอนครับ

🔌 สมองส่วนตรรกะ "ปิดทำการ"
เวลาเราหลับ สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ที่ทำหน้าที่คิดวิเคราะห์ ใช้เหตุผล และควบคุมความจริง จะ "ปิดสวิตช์" พักผ่อนไปแล้วครับ
ดังนั้น คำพูดที่หลุดออกมา จึงไม่ใช่ความจริงที่ถูกเก็บซ่อนไว้ แต่เป็นแค่ "ขยะข้อมูล" ที่สมองกำลังสุ่มจัดเรียง!

🎲 ดีดสายกีตาร์มั่วๆ
บางครั้งมันเกิดจากกระแสประสาทสั่งการเคลื่อนไหว (Motor Neurons) ดันเผลอไปกระตุกโดนเส้นเสียงตอนที่เรากำลังหลับ ทำให้หลุดออกมาเป็นคำพูดที่ไม่ได้ตั้งใจ (เหมือนคนเดินไปเตะสายกีตาร์แล้วเกิดเสียง)
สิ่งที่ละเมอพูด มักจะเป็นเรื่องจิปาถะที่เจอมาตอนกลางวัน, บทสนทนาในความฝันสุดกาว, หรือแค่เสียงพึมพำที่ไม่มีความหมายเลย

ดังนั้น ถ้าแฟนคุณละเมอชื่อคนอื่นตอนหลับ... อย่าเพิ่งลุกมาหยุมหัวเขานะครับ! สมองเขาแค่อาจจะรันข้อมูลละครที่เพิ่งดูจบไปมั่วๆ แค่นั้นเอง 😂

ความลึกลับของการนอนหลับและกลไกสมอง ยังมีอะไรให้เราตกตะลึงอีกเยอะ
มาร่วมหาคำตอบเรื่องร่างกายมนุษย์ไปพร้อมกันได้ที่ การศึกษาหลังปริญญา ศิริราช

ประโยคละเมอที่พีคที่สุด ที่คุณเคยได้ยินจากคนข้างๆ คือคำว่าอะไรครับ? แชร์มาให้ขำหน่อย! 👇

#นอนละเมอ #ละเมอพูด #การนอนหลับ #เกร็ดความรู้ #ศิริราช

📚 แหล่งอ้างอิง (References)
Sleep Talking Characteristics: Bjorvatn, B., et al. (2010). "Prevalence of different parasomnias in the general population." Sleep Medicine.

Lack of Conscious Control: American Academy of Sleep Medicine. "Sleep Talking." (ยืนยันทางการแพทย์ว่าเนื้อหาของการพูดละเมอ ไม่สามารถสะท้อนความจริง อดีต หรือความลับที่ซ่อนอยู่ได้ เนื่องจากขาดกระบวนการคิดแบบมีสติ).

"เอ้ย! ดาราคนนั้นชื่ออะไรนะ? ที่เล่นเรื่องนั้นน่ะ... หน้าหล่อๆ" 🤔"ชื่อมันติดอยู่ที่ปากเนี่ย! ขึ้นต้นด้วย ก.ไก่... โอ๊ยยย...
16/03/2026

"เอ้ย! ดาราคนนั้นชื่ออะไรนะ? ที่เล่นเรื่องนั้นน่ะ... หน้าหล่อๆ" 🤔
"ชื่อมันติดอยู่ที่ปากเนี่ย! ขึ้นต้นด้วย ก.ไก่... โอ๊ยยย นึกไม่ออก!"

อาการ "ติดอยู่ที่ปาก" (Tip of the Tongue) นี่มันน่าหงุดหงิดจนอยากจะทุบโต๊ะ!
หลายคนกลัวว่าตัวเองจะเริ่มเป็นอัลไซเมอร์หรือเปล่า?
ไม่ต้องห่วงครับ... สมองคุณปกติดี แค่ระบบ "คลังข้อมูล" มันรวนนิดหน่อย! 🗄️

🧠 แยกไฟล์ภาพ กับ ไฟล์เสียง
สมองเราเก็บข้อมูลคำศัพท์เป็น 2 ส่วนแยกกันครับ:

ความหมาย/ภาพ (Semantics): คุณรู้ว่าเขาคือใคร หน้าตาเป็นยังไง เล่นหนังเรื่องอะไร (อันนี้ดึงข้อมูลมาได้แล้ว ✅)

เสียงเรียกชื่อ (Phonology): วิธีการออกเสียงชื่อเขา (อันนี้หาไม่เจอ! ❌)

🚧 ทางตันชั่วคราว (Blocking Hypothesis)
สาเหตุที่นึกไม่ออก มักเกิดจากมี "คำอื่นที่ใกล้เคียงกัน" เข้ามาขวางทางอยู่!
เช่น คุณจะนึกคำว่า "กรรชัย" แต่สมองดันส่งคำว่า "กรรณิการ์" หรือ "กรรไกร" มาขวางหน้าประตู
ทำให้สมองสับสนและบล็อกทางออกของคำที่ถูกต้องไว้ชั่วคราวครับ

💡 วิธีแก้: ยิ่งพยายามนึก ยิ่งบล็อกครับ! ให้ "เลิกนึกแล้วไปทำอย่างอื่น"
พอเราเลิกกดดัน... สมองจะแอบไปค้นข้อมูลใน Background mode ให้เอง
แล้วจู่ๆ ชื่อนั้นก็จะ "ปิ๊ง!" ขึ้นมาตอนที่คุณกำลังอาบน้ำหรือกินข้าวเฉยเลย! 🚿✨

สมองมนุษย์มีการทำงานที่ซับซ้อนและน่ามหัศจรรย์ในทุกเสี้ยววินาที
หากคุณสนใจที่จะไขความลับของระบบประสาท ความจำ และกลไกของร่างกาย

🎓 มาร่วมหาคำตอบด้วยกันที่ "งานหลังปริญญา ศิริราช"
พื้นที่แห่งการเรียนรู้และวิจัย เพื่อเข้าใจมนุษย์ในทุกมิติ

#ติดอยู่ที่ปาก #ความจำ #สมอง #เกร็ดความรู้ #ศิริราช

📚 แหล่งอ้างอิง (References)
The Phenomenon: Brown, R., & McNeill, D. (1966). "The 'tip of the tongue' phenomenon." Journal of Verbal Learning and Verbal Behavior. (งานวิจัยคลาสสิกที่บัญญัติศัพท์ TOT และอธิบายว่าเรารู้พยางค์แรกหรือจำนวนพยางค์ แต่พูดคำเต็มไม่ออก).

Blocking Hypothesis: Jones, G. V. (1989). "Back to Woodworth: Role of interlopers in the tip-of-the-tongue phenomenon." (ทฤษฎีที่อธิบายว่าคำศัพท์อื่นที่คล้ายกัน เข้ามารบกวนการดึงข้อมูลคำที่ถูกต้อง).

ที่อยู่

Post Graduate Education Division, Faculty Of Medicine Siriraj Hospital, 6th Floor, Adulyadejvikrom Building. 2 Prannok Road, Siriraj, Bangkoknoi
Bangkok
10700

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6624196406

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Siriraj Postgraduate Education - การศึกษาหลังปริญญา ศิริราชผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Siriraj Postgraduate Education - การศึกษาหลังปริญญา ศิริราช:

แชร์