Pause and feel เมื่อใจพูด ฉันฟัง

Pause and feel เมื่อใจพูด ฉันฟัง เหนื่อยใช่ไหม? ที่นี่คือพื้นที่ให้คุณได้หยุดพักและฟังเสียง…ของหัวใจตัวเองอีกครั้ง 💗✨

“Olympic Mindset”ท่ามกลางเสียงเชียร์ในโอลิมปิก สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้สถิติโลกคือภาพนักกีฬาที่เผชิญความกดดันมหาศาลแต่ยังคงน...
01/03/2026

“Olympic Mindset”

ท่ามกลางเสียงเชียร์ในโอลิมปิก
สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้สถิติโลก
คือภาพนักกีฬาที่เผชิญความกดดันมหาศาล
แต่ยังคงนิ่งและดึงโฟกัสกลับมาได้ทันที
ในวินาทีที่ทำพลาด



นักกีฬาเขาฝึก "ใจ" กันอย่างไรให้แข็งแกร่งขนาดนั้น?
เราไปศึกษาและค้นพบความลับของสมอง 3 ข้อ
มาแชร์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ

1. Neuroplasticity: สร้างถนนสายใหม่ในสมอง

สมองเรามีสิ่งที่เรียกว่า “Neuroplasticity” หรือคือความสามารถของสมองในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการทำงานตลอดช่วงชีวิต ผ่านการเรียนรู้และการฝึกฝน

เปรียบเทียบง่ายๆ
เหมือนเวลาที่เราเปลี่ยน "เส้นทางกลับบ้าน"
แรกๆ ที่เราลองเปลี่ยนทางใหม่
เราจะรู้สึกไม่มั่นใจ
และต้องเปิด Map ตลอดเวลา
แต่ถ้าเดินทางซ้ำๆ ทุกวัน
เราจะกลับบ้านได้เองโดยอัตโนมัติ

สองนักกีฬาที่เราประทับใจมากคือ Alysa Liu และ Eileen Gu

Alysa สอนเราเรื่อง Resilience หรือความยืดหยุ่นของจิตใจ
ในวันที่เจอมรสุมชีวิตเธอยังยิ้มได้
เพราะเธอฝึกสมองให้โฟกัสที่
“ความสนุก“ มากกว่า "ผลลัพธ์"
และพร้อมที่จะปล่อยวางความผิดพลาดในวินาทีนั้นทันที

Eileen สอนเราเรื่องการอยู่กับ "ความกลัว"
เธอไม่ได้วิ่งหนีมัน
แต่เธอใช้การ Visualization
จินตนาการถึงความรู้สึกตอนลมปะทะหน้า
หรือแม้แต่ความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น
เพื่อฝึกให้สมองคุ้นชิน
จนความกลัวเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นที่งดงาม



2. Amygdala: สมองส่วนเตือนภัย

ในหัวเรามี "ปุ่มสัญญาณกันขโมย"
ที่เรียกว่า อมิกดาลา
เวลาเราเครียด ปุ่มนี้จะสั่งให้ร่างกาย
"สู้หรือหนี" (หัวใจเตัวรัว มือสั่น สมองตื้อ)

นักกีฬาระดับโลกปราบปุ่มนี้ด้วย 2 วิธีง่ายๆ ที่เราทำตามได้ทันที:

- หายใจ 4-7-8:
เข้า 4, กลั้น 7, ออกยาว 8 วินาที เพื่อหลอกสมองว่า "เราปลอดภัยแล้ว"

- เปลี่ยนชื่ออารมณ์:
แทนที่จะบอกว่า "กลัว"
ให้บอกว่า "ตื่นเต้น"
เพราะจริง ๆ แล้ว
ร่างกายของเราส่งสัญญาณทั้ง 2 ความรู้สึกนี้เหมือนกันเลย
แต่เราสามารถเลือกที่จะ "นิยาม" มันใหม่ได้



3. Myelin: ปลอกหุ้มความแข็งแกร่ง

ทำไม Michael Phelps ถึงว่ายน้ำต่อได้จนชนะทั้งที่แว่นตาหลุด?
เพราะเขาฝึกซ้ำๆ นานนับปี
เพื่อสร้าง Myelin หรือปลอกหุ้มเส้นประสาทให้หนาขึ้น จนร่างกายขยับไปเองได้โดยไม่ต้องใช้สมองสั่ง (Muscle Memory)



มองย้อนกลับมาที่ชีวิตเรา...
ทุกครั้งที่เราพยายามฝึกอยู่กับลมหายใจ
ให้ใจสงบลง…เมื่อเจอเรื่องเครียด

หรือฝึกที่จะ "หยุด"
เพื่อฟังเสียงหัวใจตัวเองในวันที่วุ่นวาย

มันอาจดูเหมือนสิ่งเล็กน้อย
แต่เมื่อทำสิ่งเหล่านี้ซ้ำๆ
มันคือการที่เรากำลังสร้างความเข้มแข็งให้สมองอยู่ค่ะ

เพื่อที่วันหนึ่ง เมื่อถึงจังหวะที่…
ชีวิตต้องเจอกับบททดสอบที่หนักหนา
สมองและหัวใจที่เราฝึกมาอย่างดี
จะทำงานของมันเองอย่างเป็นธรรมชาติ

ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ของเราอาจไม่ใช่เหรียญทองโอลิมปิค

แต่อาจจะเป็น..
การที่เรายังสามารถประคองหัวใจ
ให้ยังคงเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคง
ท่ามกลางพายุของชีวิตจริง 💙

ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีของทุกท่านนะคะ🍀✨


#เมื่อใจพูดฉันฟัง

"Everything happens for a reason: ทุกจุดในชีวิตมีความหมาย"สวัสดีปีใหม่ค่ะ ท่านผู้อ่าน 😊 ผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้ว เป็นอย่า...
25/02/2026

"Everything happens for a reason: ทุกจุดในชีวิตมีความหมาย"

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ท่านผู้อ่าน 😊

ผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้ว เป็นอย่างไรกันบ้างคะ?
วันนี้อยากมาเล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นกับเราให้ฟังค่ะ

ปีนี้เป็นปีที่เรา "หมดไฟ" ในการทำงานหนักมาก
มากถึงขั้นที่ไม่มีแรงบันดาลใจจะเขียนเพจเลย

เราพยายามหาทางออก จนมีโอกาสได้คุยกับผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่ง เขาให้ความรู้ที่น่าสนใจว่า



จริงๆ แล้วคนเรามีทางเลือกในชีวิตหลายทางมาก แต่อย่างน้อยให้เราสร้างทางเลือกให้ตัวเองไว้ 3 ทางเสมอ:

- ทางเลือกที่ 1 (สำหรับเรา เรานิยามว่ามันคือสีดำ): ทางที่แย่ที่สุด หากเลือกแล้วจะกระทบต่อร่างกายและจิตใจ เช่น มีความเครียดและความเจ็บป่วย
- ทางเลือกที่ 2: ทางสายกลางๆ ที่พอประคองไปได้
- ทางเลือกที่ 3 (เรานิยามว่า ทางเลือกนี้คือสีชมพู): ทางที่ดีที่สุดที่เราปรารถนา

ผู้ถามชวนเราย้อนคิดว่า ในอดีตมีเหตุการณ์ไหนบ้างที่เราให้เป็นสีชมพู แล้วตัวเราในตอนนั้นเป็นแบบไหน

เรานึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ในอดีต ตัวเราในเวอร์ชั่นสีชมพู คือ ตัวเราในเวอร์ชั่นที่สดใส มั่นใจ เชื่อมั่นในความคิด กล้าออกจาก comfort zone เรียนรู้จากความล้มเหลว และได้รับการยอมรับจากสังคม

“ถ้าสมมติว่าเราอายุ 100 ปี แล้วมองย้อนกลับมา ชีวิตที่เราเลือกหลังจากนี้จะเป็นสีอะไร? เราจะยังเลือกสีดำอยู่ไหม หรือจะเป็นสีชมพู?” ผู้เชี่ยวชาญถามเรา



สิ่งที่เราได้เรียนรู้จาก session นี้คือ "เราเลือกชีวิตเองได้" หลายครั้งที่เราทุกข์ เพราะเราเผลอนึกว่าไม่มีทางเลือก ทั้งที่ความจริงเรากำหนดความสุขของตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้

เพื่อนรักที่เห็นว่าเรากำลังหมดไฟ ได้ส่งคลิปของ Steve Jobs มาให้ (จะแปะไว้ในคอมเมนต์นะคะ) มีประโยคหนึ่งที่จุดประกายเรามาก คือเรื่องการ "Connecting the dots" หรือการเชื่อมต่อจุดต่างๆ ในชีวิต

Jobs บอกว่า...

"คุณไม่สามารถเชื่อมต่อจุดต่างๆ โดยมองไปข้างหน้าได้ คุณจะเชื่อมต่อมันได้ก็ต่อเมื่อมองย้อนกลับไปเท่านั้น ดังนั้นคุณต้องเชื่อมั่นว่าจุดเหล่านั้นจะเชื่อมต่อกันเองในอนาคต"

คำว่า "จุด" ในที่นี้หมายถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น แม้ในวันที่มันเกิดขึ้น เราอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเจอเรื่องนี้ หรือมันจะพาเราไปทางไหน

แต่เมื่อวันหนึ่งที่เราประสบความสำเร็จ แล้วมองย้อนกลับมา เราจะเห็นเองว่าทุกอย่างถูกร้อยเรียงมาเพื่อส่งเรามาถึงจุดนี้

เราจึงกลับมาสะท้อนกับตัวเองว่า... หากวันนี้เรายังไม่สามารถเลือกทาง "สีชมพู" ได้ในทันที หรือกำลังอยู่ในช่วงที่ไฟมอดดับ ก็ขอให้เชื่อเถอะค่ะว่า Everything happens for a reason.

จุดที่เรากำลังยืนอยู่ตอนนี้ ไม่ว่ามันจะดูมืดมนแค่ไหน แต่มันกำลังมอบบทเรียน ความแข็งแกร่ง และสร้างต้นทุนบางอย่างให้เราอยู่ …

และวันหนึ่งในอนาคต เราจะสามารถเชื่อม "จุดแห่งความเหนื่อยล้า" ในวันนี้ เข้ากับ "จุดแห่งความสำเร็จ" ได้อย่างแน่นอน

ขอให้วันนี้ เป็นวันที่ดีของท่านผู้อ่านนะคะ 😊

#เมื่อใจพูดฉันฟัง

ช่วงนี้อากาศเริ่มหนาวขึ้นแล้ว …การได้ออกมาเดินรับลมเย็นๆ แสงแดดอุ่น ๆ ฟังเสียงนกร้อง …ก็ทำให้หัวใจของเราสงบและเป็นสุขได้...
22/11/2025

ช่วงนี้อากาศเริ่มหนาวขึ้นแล้ว …
การได้ออกมาเดินรับลมเย็นๆ
แสงแดดอุ่น ๆ
ฟังเสียงนกร้อง …
ก็ทำให้หัวใจของเราสงบและเป็นสุขได้อย่างประหลาด

นานแค่ไหนแล้วนะ…
ที่เราไม่ได้หยุดฟังเสียงของหัวใจตัวเองจริง ๆ

ได้ลองปล่อยให้ลมพัดผ่านกาย…
สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพาตัวเองกลับมา
บ้านของหัวใจอีกครั้ง

บ้านที่มีแค่ “ปัจจุบันขณะ”
ไม่ใช่อดีตที่ผูกเราไว้
หรืออนาคตที่พาให้ใจลอยไป

ขอให้วันนี้ เป็นวันที่อ่อนโยนและอบอุ่นสำหรับทุกท่านนะคะ 💙


#เมื่อใจพูดฉันฟัง

“เรากำลังถูกความคิดหลอก … อยู่หรือเปล่า?“เคยไหมคะ ที่เรากังวลเรื่องอนาคตไปไกล แต่พอถึงเวลาจริง มันกลับไม่แย่อย่างที่คิด ...
09/11/2025

“เรากำลังถูกความคิดหลอก … อยู่หรือเปล่า?“

เคยไหมคะ ที่เรากังวลเรื่องอนาคตไปไกล แต่พอถึงเวลาจริง มันกลับไม่แย่อย่างที่คิด …

สำหรับคนที่คิดเยอะ คิดมาก จนบางทีก็พาให้เครียด เราอยากชวนมาอ่านประสบการณ์จาก workshop หนึ่งที่เราเพิ่งไปมาค่ะ 😊



Workshop เริ่มต้นด้วยการให้ทุกคนหลับตาและแบมือวางลงบนตัก

หลังจากนั้น เราก็สัมผัสได้ว่า … มีของกินชิ้นหนึ่งถูกวางลงบนมือของเรา

เราสัมผัสวัตถุกลมเล็ก มีรูตรงกลาง พยายามทายว่าเป็นอะไร

เสียงคนรอบข้างเริ่มเดา …

บ้างก็บอกว่าเป็นช็อกโกแลต บ้างก็ว่าลูกอม ภาพเหล่านั้นก็ผุดขึ้นในหัวเราทันที

จากนั้นเมื่อผู้บรรยายให้ลองดม
เราได้กลิ่นเปรี้ยวคล้ายผลไม้ มีคนพูดขึ้นว่า “คอนเฟลกสีๆ ที่อยู่ในถุงซิปล็อก” ภาพนั้นก็ชัดขึ้นในหัวเรา

ผู้บรรยายให้ทุกคนชิม และเริ่มเดาอีกครั้ง…
คราวนี้ เสียงเริ่มไปตรงกัน … คอนเฟลค

เมื่อทุกคนลืมตา ปริศนาก็ถูกเฉลยในที่สุดว่า “มันคือคอนเฟลกจริงๆ”

กิจกรรมยังดำเนินต่อไป มีทั้งยาอม และขนมหมึกกรุบหม่าล่า บางคนที่ไม่เคยชิมมาก่อนก็เดาไม่ถูกว่ามันคืออะไร



“ความคิดของเราเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เลยใช่ไหมคะ เวลาคนพูดถึงอะไร ภาพเหล่านั้นก็ปรากฏขึ้นในหัวเรา… แล้วเรายังเชื่อความคิดตัวเองอยู่ไหม?”

คำถามของผู้บรรยาย ทำให้เรานิ่งไปครู่หนึ่ง…

ความคิดของเราเปลี่ยนไปตามสิ่งที่เห็น ได้ยิน หรือได้กลิ่นเสมอ แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าสิ่งที่เราคิดนั้น “จริง” เสมอไป

บางครั้งความคิดก็ช่วยเตือนเราให้ระวัง แต่บางครั้งมันก็ทำให้เรากังวลเกินไป

แน่นอนว่ามนุษย์เราคงหยุดความคิดไม่ได้…

แต่ว่าเราสามารถรู้เท่าทันมันได้
ไม่ได้จมอยู่กับมัน และหลงเชื่อมันไปทุกครั้ง



ไม่ได้กังวลกับอดีต อนาคต จนลืมที่จะอยู่กับปัจจุบันอย่างมีความสุข

ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีของทุกคนนะคะ 🌷

#เมื่อใจพูดฉันฟัง

“Live as your last day”“ใช้วันนี้ให้เหมือนวันสุดท้ายของชีวิต”เมื่อไม่นานนี้ เรามีโอกาสได้เข้าร่วม workshop หนึ่ง…เป็นช่ว...
06/10/2025

“Live as your last day”

“ใช้วันนี้ให้เหมือนวันสุดท้ายของชีวิต”

เมื่อไม่นานนี้ เรามีโอกาสได้เข้าร่วม workshop หนึ่ง…
เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เราเข้าใจ “ชีวิต” ได้ลึกซึ้งที่สุดครั้งหนึ่ง



กิจกรรมเริ่มจากกระดาษ 7 แผ่น

ผู้บรรยายให้เราเขียนชื่อคนที่เรารักลงไป แผ่นละ 1 ชื่อ

จากนั้นบอกว่า “ตอนนี้ทุกคนกำลังอยู่บนรถไฟขบวนเดียวกัน”

เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนก็จะค่อยๆ ลงจากรถไฟ เหมือนกับชีวิตจริง ที่มีทั้ง “การพบเจอ” และ “การจากลา”


ต่อมา เขาให้เราหยิบกระดาษออกทีละแผ่น

ตามเหตุการณ์สมมติ — อุบัติเหตุ ภัยพิบัติ หรือการจากไปตามกาลเวลา


การหยิบแต่ละครั้ง ช่างยากเหลือเกิน บางคนถึงกับน้ำตาคลอ เพราะไม่อาจเลือกได้ว่าจะ “ปล่อยใครไปก่อน”

มีบางคนเลือกที่จะพลิกกระดาษทั้งหมดกลับหลัง แล้วหยิบแบบไม่รู้ชื่อ

และเมื่อถึงตอนท้าย พี่เลี้ยงที่สมมติเป็น “ยมทูต” เดินมาเก็บกระดาษที่เหลือไป


เราทุกคนต่างนิ่ง — มองชื่อที่หายไปทีละคน ทีละคน

บางคนเหลือกระดาษเพียงแผ่นเดียว
บางคนไม่เหลือใครเลย

ตอนนั้นเอง เรารู้สึกได้ถึง “ความสูญเสีย” อย่างแท้จริง

แม้จะรู้ว่านี่เป็นเพียงกิจกรรมจำลอง แต่หัวใจกลับสั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก



มันทำให้เราเข้าใจเลยว่า…
ในชีวิตจริง เราไม่อาจรู้เลยว่า ใครจะ “ลงจากรถไฟ” ก่อนกัน

เราควบคุมไม่ได้เลยว่า “เมื่อไหร่” หรือ “ที่ไหน”

สิ่งเดียวที่เราทำได้ คือ “ใช้เวลาที่มีอยู่ให้ดีที่สุด”
อยู่กับคนที่เรารักให้เต็มหัวใจ

มีความสุขกับสิ่งเล็กๆ ง่ายๆ
ขอบคุณสิ่งที่ยังอยู่ตรงหน้า

และเตือนตัวเองเสมอว่า
ถ้าวันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิต
เราจะยังเลือกทำในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ไหม


เราจะยังแคร์สายตาของคนแปลกหน้าอยู่หรือเปล่า

หรือเราจะยังปล่อยให้เรื่องเล็กๆ มาทำลายความสุขในวันนี้ของเราไป

ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีของทุกท่านนะคะ 🍀

#เมื่อใจพูดฉันฟัง

“Believe in yourself”ช่วงนี้เรามักเห็นคนรอบตัว กำลังก้าวเดินบนเส้นทางของตัวเอง และค่อยๆ ประสบความสำเร็จทีละขั้นสิ่งหนึ่ง...
10/09/2025

“Believe in yourself”

ช่วงนี้เรามักเห็นคนรอบตัว กำลังก้าวเดินบนเส้นทางของตัวเอง และค่อยๆ ประสบความสำเร็จทีละขั้น

สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้จากคนที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางของตัวเองนั้น คือ การที่พวกเขารู้จักและเข้าใจตัวเอง

เมื่อเราเข้าใจว่าจริงๆ แล้วหัวใจต้องการอะไร และตั้งเป้าหมายชัดเจน และพยายามต่อไปได้ แม้จะยังไม่ประสบความสำเร็จในวันนี้


เราเองก็มีเป้าหมายที่กำลังเดินตามอยู่ แต่ระหว่างทางก็มักเจอบททดสอบ ทั้งความสงสัยในตัวเอง ความล้มเหลว และความผิดหวัง

วันนี้เลยอยากชวนมาแบ่งปัน 3 บทเรียนจากความล้มเหลว เผื่อจะเป็นกำลังใจให้กับใครที่กำลังท้ออยู่บนเส้นทางแห่งความฝันค่ะ 🌷



1. โอบรับความล้มเหลว และเรียนรู้จากมัน

ช่วงนี้เรากำลังอ่านหนังสือที่อยากแนะนำให้ทุกคนลองอ่านดูค่ะ

📖 “ฝึกสมองให้เรียกโชค” ของคุณหมอผิง พญ.ธิดากานต์

ในเล่มเล่าถึงมุมมองที่น่าสนใจมาก เช่น กรณีของ Post-it ของบริษัท 3M

ที่จริงแล้วมันเกิดจาก “ความล้มเหลว” ของการผลิตกาวของนักวิจัยบริษัท ที่กาวที่ผลิตออกมากลับไม่เหนียว อย่างที่ตั้งใจ

แต่แทนที่จะทิ้งไป นักวิจัยกลับเลือกที่จะโอบรับความล้มเหลวนั้น และนำไปเล่าให้เพื่อนร่วมงานฟัง จนเกิดเป็นไอเดียใหม่ และกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่โด่งดังไปทั่วโลก

บางครั้งความล้มเหลว ก็มอบบทเรียนที่ค่อยๆ หล่อหลอมให้เราแข็งแรงขึ้น หรืออาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิมก็ได้

ตราบใดที่เรายังเชื่อมั่นในตัวเอง วันของเราย่อมต้องมาถึง



2. สร้างทางเลือกให้ตัวเองอยู่เสมอ

วันก่อนเราได้ฟังคลิปของโค้ชหนุ่ม (Money Coach) ที่พูดไว้ว่า

“เกิดเป็นมนุษย์ ต้องสร้างทางเลือกให้กับตัวเองเสมอ และคนที่จะมีทางเลือกมาก ก็คือคนที่พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง … เมื่อเราเก่งขึ้น รู้มากขึ้น เชี่ยวชาญมากขึ้น เราก็จะเป็นผู้เลือกได้เช่นกัน”

คำพูดนี้ทำให้เราตระหนักว่า หากเรายังพัฒนาตัวเองต่อไป เราก็จะไม่ใช่แค่ผู้รอโอกาส แต่กลายเป็น ผู้เลือก ที่สามารถตัดสินใจเส้นทางของตัวเองได้



3. อย่าพยายามจนลืมความสุขระหว่างทาง

บางครั้งการโฟกัสกับเป้าหมายมากเกินไป อาจทำให้เราลืมสนุกกับสิ่งเล็กๆ ที่งดงามระหว่างทาง
หรือเราอาจกดดันตัวเองมากเกินไป จนทำให้สิ่งที่ทำอยู่ไม่ได้ออกมาดีอย่างที่ควร

สิ่งที่ทำได้คือ ทำให้ดีที่สุดในเหตุ และปล่อยวางในผล
เพราะสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การได้ตามเป้าในทันที แต่คือการได้ก้าวไปข้างหน้าอย่างเต็มที่ในทุกก้าว

และเหนือสิ่งอื่นใด…
✨ Believe in yourself — จงเชื่อในตัวเองเสมอ ✨
เชื่อว่าวันหนึ่ง…ดอกไม้ของเราก็จะผลิบานอย่างงดงาม



🌸 ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีของทุกคนค่ะ

#เมื่อใจพูดฉันฟัง

’Mindfulness‘สวัสดีท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านค่ะ ไม่ได้เจอกันนาน หวังว่าทุกคนจะสบายดีกันนะคะ 💛วันนี้อยากชวนคุยเรื่องคำส...
17/08/2025

’Mindfulness‘

สวัสดีท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านค่ะ ไม่ได้เจอกันนาน หวังว่าทุกคนจะสบายดีกันนะคะ 💛

วันนี้อยากชวนคุยเรื่องคำสั้นๆ ที่มีคุณค่ามากๆ และอยู่ใกล้ตัวเราตลอดเวลา นั่นคือ “สติ” หรือ “Mindfulness” ค่ะ

เรามักจะได้ยินบ่อยๆ ว่า “ใช้ชีวิตอย่างมีสติ” แต่พอเอาเข้าจริง การจะมีสติอยู่ตลอดเวลา มันทำได้อย่างไร?

สติ คือการรู้ตัวว่า ตอนนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ และอยู่กับโมเมนต์ตรงหน้าได้อย่างแท้จริง ไม่เผลอปล่อยใจลอยไปกับเรื่องอื่น


ไม่นานมานี้ เราได้บังเอิญเข้าร่วม workshop สั้นๆ เกี่ยวกับการฝึกสติ กิจกรรมเรียบง่ายมากค่ะ

ผู้จัดให้เรานั่งบนเสื่อปิกนิก ข้างหน้าเป็นแก้วกระดาษใส่น้ำส้มหนึ่งแก้ว จากนั้นขอให้เราหยิบแก้วขึ้นมา…

- ดมกลิ่น
- มองดูน้ำในแก้ว
- สัมผัสความเย็นที่ปลายนิ้ว
- ค่อยๆ จิบและรับรู้รสชาติ

ก่อนเข้ากิจกรรม ในหัวเราเต็มไปด้วยเรื่องสารพัด แต่หลังจากได้ใช้ประสาทสัมผัสอย่างตั้งใจ ทุกความคิดค่อยๆ เบาลง เหลือเพียงโมเมนต์ตรงหน้ากับความสงบที่เกิดขึ้นในใจ


ก่อนหน้านี้เรามักคิดว่า “ฝึกสติ” ต้องมาจากการนั่งสมาธิหรือดูลมหายใจเพียงอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้ว เราสามารถใช้ ประสาทสัมผัสทั้งห้า เพื่อกลับมาอยู่กับปัจจุบันได้เลย เช่น

- มองและรับรู้ธรรมชาติรอบตัว
- ดมกลิ่นและรับรู้กลิ่นฝนที่เพิ่งตก
- ฟังและรับรู้เสียงนกร้อง
- สัมผัสหญ้าที่เท้าแตะอยู่
- ลิ้มรสอาหารตรงหน้าอย่างช้าๆ

เมื่อเราได้กลับมาสัมผัสกับสิ่งรอบตัว ที่เกิดขึ้นกับเรา ณ ปัจจุบันขณะ เราอาจได้พบกับ …

Peace of mind ความสุขสงบในใจ
ที่ไม่ต้องออกไปหาที่ไหนไกล เพราะมันอยู่กับเราอยู่เสมอ … เพียงแต่บางครั้งเราอาจเผลอมองข้ามมันไป

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านนะคะ และขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ ขอให้วันนี้เป็นวันที่สุขสงบของคุณค่ะ 🤍🌈✨


#เมื่อใจพูดฉันฟัง

“Nature Healing”เราพึ่งไปเดินป่ามาค่ะ เป็นเส้นทางธรรมชาติที่ไม่ยาวนัก แต่เต็มไปด้วยความสงบและความสดชื่นเราได้สูดกลิ่นป่า...
23/07/2025

“Nature Healing”

เราพึ่งไปเดินป่ามาค่ะ เป็นเส้นทางธรรมชาติที่ไม่ยาวนัก แต่เต็มไปด้วยความสงบและความสดชื่น

เราได้สูดกลิ่นป่า ได้ฟังเสียงนก เสียงน้ำตก และสายลมที่พัดผ่านต้นไม้ ก็เหมือนได้ปลดปล่อยความวุ่นวายในใจออกไปทีละนิด

การได้สัมผัสกับต้นไม้ใหญ่ ที่อาจยืนหยัดอยู่มาหลายสิบ หลายร้อยปี เตือนให้เรารู้ว่าโลกนี้กว้างใหญ่และเราก็เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กๆ บนโลกใบนี้เท่านั้น …

ในช่วงเวลาที่ชีวิตเต็มไปด้วยความวุ่นวาย การได้ออกไปเชื่อมต่อกับธรรมชาติ เหมือนเป็นการเติมพลังบวกให้กับใจอย่างแท้จริง

ระหว่างที่เราเดินปีนขึ้นไปบนโขดหิน เพื่อพิชิตยอดน้ำตก เราก็ตกผลึกความคิดออกมาได้ 3 ข้อใหญ่ๆ



ข้อ 1 – ทุกย่างก้าวคือการฝึกสติ

เส้นทางบนภูเขาเต็มไปด้วยหินและดินลื่น ทุกย่างก้าวต้องมีสติ ถ้าเรามัวแต่คุยเล่น คิดฟุ้งซ่าน หรือเร่งรีบ ก็อาจพลาดและล้มได้ง่ายๆ

เราคิดว่ามันเหมือนกับชีวิตในแต่ละวันของเราเลยค่ะ ถ้าเราไม่อยู่กับปัจจุบัน ไม่เฝ้าระวังใจตัวเอง ก็อาจก้าวพลาด หรือตัดสินใจผิดได้เหมือนกัน



ข้อ 2 – ไม่มีทางไหนผิด มีแต่ “ทางของเรา”

ระหว่างทาง บางคนอาจเลือกทางลัด บางคนเลือกทางอ้อมเพื่อความปลอดภัย บางคนเผลอเลือกทางที่ยากกว่า แต่ก็ไม่มีทางไหนที่ผิด ทุกคนแค่กำลังเดินในเส้นทางของตัวเอง

บางครั้งเราก็ต้องหยุดคิด หยุดพักบ้าง และบางครั้งเราอาจได้พบมิตรภาพดีๆ ระหว่างทางด้วยค่ะ



ข้อ 3 – ความสวยงามที่สุด อาจไม่ใช่ปลายทาง

ตอนที่เราปีนขึ้นไปถึงยอดน้ำตก มันสวยจริงค่ะ แต่จุดนั้นกลับลงไปเล่นน้ำไม่ได้ เพราะมีรั้วกั้น

สิ่งที่เราประทับใจที่สุด กลับกลายเป็นช่วงที่เราแวะลงเล่นน้ำตกเล็กๆ ระหว่างทาง ความเย็นสดชื่นของน้ำ เสียงหัวเราะของเด็กๆ

ภาพธรรมชาติที่อยู่ใกล้ชิด ทำให้เราเข้าใจว่า…บางทีสิ่งที่มีค่าและน่าจดจำที่สุด ไม่ใช่จุดหมาย แต่คือเรื่องราวระหว่างทางต่างหาก



นี่คือเรื่องราวเล็กๆ ของการเดินป่าครั้งนี้ค่ะ

ธรรมชาติรอบนี้ได้มอบพลังดีๆ ให้เราเยอะมาก ทำให้เราได้กลับมาเชื่อมต่อกับตัวเองอีกครั้ง ทั้งกายและใจ

แล้วเพื่อนๆ ล่ะคะ ช่วงนี้มี “เรื่องราวระหว่างทาง” อะไรกันบ้าง มาแชร์กันได้นะคะ ☺️💕


#เมื่อใจพูดฉันฟัง

"เมื่อเสียงภายนอกดังเกินไป... ลองหันกลับมาฟังหัวใจของตัวเอง"สวัสดีผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านค่ะ วันนี้เรากลับมาพร้อมบทความใ...
14/07/2025

"เมื่อเสียงภายนอกดังเกินไป... ลองหันกลับมาฟังหัวใจของตัวเอง"

สวัสดีผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านค่ะ
วันนี้เรากลับมาพร้อมบทความใหม่
ว่าด้วยเรื่องที่เราทุกคนต่างต้องเจอ
นั่นก็คือ… การรับมือกับ feedback

ช่วงนี้เราอ่านหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง ชื่อว่า
“จิตวิทยาสบายใจ ใช้ชีวิตในแบบตัวเอง"
เป็นหนังสือแปลจากภาษาญี่ปุ่น เขียนโดย คุณฟุจิโนะ โทโมยะ

มีบทหนึ่งที่อ่านแล้วสะดุดใจมาก เลยอยากนำมาแบ่งปันกับทุกคนค่ะ



“อย่าคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพราะ การประเมินค่าจากคนอื่น
เพราะการกังวลกับ การประเมินค่าจากคนอื่น
เปรียบเสมือนการยอมให้คนอื่นมาตัดสินคุณค่าของตัวเอง”

“อย่ายอมให้ใครมาตัดสินคุณค่าของคุณสิ
เมื่อไหร่ที่คุณพยายามจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง
ขอให้ใช้มุมมองของตัวเองเป็นแกนหลัก แบบที่มาจากตัวเราจริง ๆ”

เพราะว่า...
เรานั้นต่างมีช่วงเวลาหลากหลาย
ช่วงที่เราสดใส และช่วงที่เราหม่นหมอง

ช่วงที่เราแสดงน้ำใจกับผู้อื่นได้และช่วงที่เราไม่อาจใจดีกับใครได้

มีทั้งช่วงเวลาที่เราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เปิดโอกาสให้แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่
และช่วงเวลาที่…อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำอย่างนั้นไม่ได้

เรามีทั้งช่วงเวลาที่สามารถทุ่มเทอย่างหนัก
และช่วงเวลาที่ิแค่ลุกขึ้นมาใช้ชีวิตให้ผ่านไปได้ ก็นับว่ากล้าหาญมากแล้ว



เราต่างมีช่วงเวลาและจังหวะชีวิตแบบนี้กันทั้งนั้นค่ะ
ดังนั้น ...
การประเมินจากผู้อื่น ก็เป็นเพียงการมองแค่ บางช่วงของชีวิตเราเท่านั้น
ซึ่งอาจไม่ได้สะท้อนตัวเราทั้งหมด
และอาจไม่ได้มีความหมายอะไรมากนักเลยก็ได้

ถ้าจะมีใครสักคนที่ควรกำหนดคุณค่าของเรา
ก็ขอให้เป็น “ตัวเราเอง” นั่นแหละ

และหากวันใดคุณอยากเปลี่ยนแปลง
ก็ขอให้เป็นเพราะ คุณรู้สึกอยากเปลี่ยนจริง ๆ
ในจังหวะที่คุณรู้สึกมั่นคง พร้อม และไม่ต้องฝืนตัวเอง

เพราะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการฟังเสียงภายใน
จะนำพาเราไปสู่การเติบโต
ในแบบที่เป็น “เรา” อย่างแท้จริง



ลองหรี่เสียงจากภายนอกลงสักนิด
แล้วหันกลับมาฟังเสียงของตัวเอง
ว่าเราต้องการอะไร รู้สึกอย่างไร และอยากเป็นใคร

ขอให้วันนี้เป็นวันที่คุณใจดีกับตัวเองได้
แม้เพียงเล็กน้อยก็เพียงพอแล้วค่ะ ☁️


#เมื่อใจพูดฉันฟัง

นี่เป็นครั้งแรกเลย ที่เราเขียนบทความที่แม้แต่ตัวเราเอง…ก็อาจจะยังไม่เข้าใจมันมากนัก‘Self-awareness’การรู้จักตัวเองหลายคร...
01/07/2025

นี่เป็นครั้งแรกเลย ที่เราเขียนบทความที่แม้แต่ตัวเราเอง…ก็อาจจะยังไม่เข้าใจมันมากนัก

‘Self-awareness’
การรู้จักตัวเอง

หลายครั้ง… เราละเลยความรู้สึกของตัวเอง
หลายครั้ง… เราไม่เข้าใจตัวเอง
หลายครั้ง… เราไม่ได้ฟังเสียงหัวใจเราจริงๆ

เราพยายามพิสูจน์ตัวเอง เพื่ออะไรบางอย่าง
จนลืมไปว่า..
เราไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรเลย

ทุกคนล้วนมีคุณค่า ในแบบของตัวเอง ..

ถ้าเรารู้จักตัวเองมากพอ ว่าเราคือใคร
เป้าหมายของเราคืออะไร
สิ่งไหนทำให้เราหมดแรง…
สิ่งไหนเติมพลังให้กับเรา

คนแบบไหนที่เราสบายใจที่ได้อยู่ด้วย
คนแบบไหนที่เราควรค่อยๆ เดินออกห่าง

เมื่อเราตั้งคำถาม และสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้
เราจะค่อยๆ เข้าใจและรู้จักตัวเองมากขึ้นค่ะ

และ “การรู้จักตัวเอง”
คือกุญแจสำคัญของการเป็นคนที่เรารักและภูมิใจ

เมื่อไม่นานนี้ เราได้ฟัง podcast หนึ่ง
และได้ลองทำกิจกรรมเล็กๆ ที่อยากชวนเพื่อนๆ ทำไปพร้อมกัน

ขอเรียกมันว่า…

“การเยียวยาหัวใจตัวเอง”

มีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ค่ะ
- List สิ่งที่เราทำแล้วมีความสุข
- List สิ่งที่เราทำแล้วไม่มีความสุข

เช่น เราชอบอยู่ใกล้ธรรมชาติ ชอบทำโยคะ ชอบดื่มมัทฉะ

เราไม่ชอบที่คนเยอะ เสียงดัง หรือที่ๆ เราต้องฝืนยิ้ม

การมีลิสต์พวกนี้ จะทำให้เราเลือกได้มากขึ้น
ทั้งการดูแลใจตัวเอง และการไม่ต้องฝืนไปในที่ที่ใจไม่อยากไป หรือไม่อยากทำ

แล้วเมื่อไหร่ก็ตาม ที่เราเจอเรื่องที่ทำให้เราหมดพลัง
ก็ลองออกไป…ทำตามลิสต์ของสิ่งที่ทำให้เราใจฟูดูค่ะ
มันจะช่วยเยียวยา และทำให้วันแย่ๆ ของเรา ดีขึ้นได้ค่ะ

เราอยากเชิญชวน ให้ผู้อ่านของเรา
ทำความรู้จักและการทำความเข้าใจตัวเอง ไปพร้อมๆ กับเรานะคะ

การที่เรารู้จักตัวเองดีพอ
จะทำให้เรา ได้เป็นตัวเอง
เป็นคนที่เรารักและภูมิใจ
เป็นคนที่ดีพอ ในแบบของเรา

และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น…เมื่อเราได้เดินตามเสียงของหัวใจ แล้วเราจะไม่หลงทาง

เราเชื่ออย่างนั้นค่ะ
ขอให้เป็นวันนี้เป็นวันที่ดี ของคุณผู้อ่านทุกท่านนะคะ 💙


#เมื่อใจพูดฉันฟัง

“แค่กลับมา อยู่กับลมหายใจ…”คุณผู้อ่านเคยมีวันแบบนี้ไหมคะ …วันที่อะไรๆ ก็ดูไม่เป็นใจสักอย่างวันที่คุณเหนื่อยล้า จนแทบอยาก...
23/06/2025

“แค่กลับมา อยู่กับลมหายใจ…”

คุณผู้อ่านเคยมีวันแบบนี้ไหมคะ …
วันที่อะไรๆ ก็ดูไม่เป็นใจสักอย่าง
วันที่คุณเหนื่อยล้า จนแทบอยากจะหายไป


แล้วคุณจัดการ กับวันเหล่านั้นยังไงคะ?

วันที่เหมือนโลกไม่เข้าข้าง
วันที่เราอาจจะเผลอ ก้าวขาผิดข้าง ตอนเดินออกจากบ้าน
หรือบางที … ดาวอาจจะโคจร ไม่เข้าทาง

ไม่ว่าเหตุผลคืออะไร
เราแค่อยากชวนคุณกลับมา
อยู่กับลมหายใจของตัวเอง…สักครู่

เรากำลังนั่งอยู่ในสวนสาธารณะ สูดอากาศเข้าไปในปอด

ด้วยสมองที่ว่างเปล่า … จริงๆ มันอาจจะแค่เหนื่อยมาก จนไม่สามารถบรรยายความรู้สึกออกมาได้

ปล่อยให้สายตาเราทอดยาว มองแอ่งน้ำที่ไหลเอื่อยเบื้องหน้า

หูฟังเสียงนก ที่บินจากต้นไม่ไกลๆ
ลมหายใจถูกพาเข้าไปในปอด…และผ่อนออกมายาวๆ

เรากลับมาอยู่กับ ปัจจุบัน …

บางครั้งการใช้สมองมากเกินไป ก็อาจจะทำให้เราหลงลืมอะไรบางอย่างไป…

หลงลืม … การฟังเสียงหัวใจของเราเอง

เราอาจพยายามหาคำตอบว่า “ทำไม?”
แต่บางคำตอบ อาจยังไม่ใช่สิ่งที่ต้องรีบรู้ตอนนี้

แต่บางครั้ง สิ่งที่เราอาจพอทำได้
อาจเป็นการสูดลมหายใจเข้าให้
และการปล่อยลมหายใจออกให้ยาว
เพื่อให้ใจเราได้พักจากโลกที่วุ่นวาย

และเมื่อใจสงบลง

บางที… คำตอบอาจค่อยๆ โผล่ขึ้นมา
หรือไม่เช่นนั้น…
เราอาจเลือก “ปล่อยมันไป” ก็ได้เหมือนกัน

ลองดูนะคะ แค่กลับมาอยู่กับ…ลมหายใจของเราเอง


#เมื่อใจพูดฉันฟัง

ที่อยู่

Bangkae
Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pause and feel เมื่อใจพูด ฉันฟังผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์