03/05/2025
ทำไม? เห็ดหลินจือแดงมี 2 ขวด
🍄GL. คือเห็ดหลินจือต้นอ่อน มีอายุ14 -18 วัน ( GANOCELIUM ) สกัดเย็น 100%
มีสรรพคุณ ช่วยเสริมภูมิต้านทานในร่างกาย ช่วยซ่อมแซมเซล บำรุงเซลสมอง สายตา เซลประสาท และเซลทั้งหมด รวมทั้งเซลในเม็ดเลือด ถ้าเซลเสื่อมก็จะเกิดโรคเรื้อรัง
เมื่อทาน GL เป็นประจำ สมองดี ความจำดี สุขภาพร่างกายดี สุขภาพจิตใจดี มีภูมิต้านทานดีก็จะไม่ป่วย
เด็กเรียนหนัก หรือผู้ใช้สมอง ใช้ความจำ ใช้สมาธิ ควรทาน GL ช่วยทำให้ความจำดี สมาธิดี อ่านหนังสือได้นาน สมองไม่เหนื่อย ไม่ล้า ไม่เครียด หลับลึก ตื่นสดชื่น ร่างกายแข็งแรง
🍄 RG. เห็ดหลินจือแดง ต้นโตเต็มวัย มีอายุระหว่าง 90-180วัน (REISHI GANO) สกัดเย็น 100%
มีสรรพคุณ ช่วยขับล้างสารพิษ ชำระสิ่งตกค้าง โลหะหนักต่างๆ ที่ร่างกายรับเข้าไปทางอาหาร น้ำ อากาศ แล้วร่างกายขจัดออกเองไม่ได้ จะไปตกค้างตามส่วนต่างๆของร่างกาย ตามหลอดเลือด กระดูก ข้อต่อ เนื้อเยื่อของอวัยวะทั่วร่างกาย เมื่อตกค้างนานๆ ปริมาณมากขึ้น เซลร่างกายอายุมากขึ้น ภูมิคุ้มกันก็จะลดลง จึงเป็นโรคเรื้อรัง ที่รักษาด้วยยาแผนปัจจุบันไม่หายขาด
RG จึงช่วยให้
-ร่างกายสะอาด ไม่มีสารพิษตกค้าง
-เลือดไหลเวียนดี ไม่หนืด ไม่ข้น
ทาน RG หากได้ทานร่วมกับ GL จะช่วยเสริมการทำงานได้ดีและรวดเร็วขึ้น
#ข้อมูลนี้คัดมาจากงานวิจัยของแพทย์
สารสกัดในเห็ดหลินจือ แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้
1. #กลุ่มสารไตรเทอร์ปินนอยด์ (Bitter Triterpenoids)
เป็นสารรสขม อยู่ที่ดอกและก้าน จัดเป็นโอสถสารกลุ่มใหญ่ที่สุดในเห็ดหลินจือ มีสารสำคัญอยู่ราว 100 ชนิด
-ใช้ในการรักษาโรคภูมิแพ้ ยับยั้งการหลั่งของสารฮิสตามีน ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปฎิกิริยาภูมิแพ้
-ช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมันอุดตันในเส้นเลือด ต้านทานสารพิษที่มีผลเสียต่อตับ และยังยั้งการเจริญเติบโตของเซลมะเร็งในตับ สารสำคัญในกลุ่มนี้ได้แก่ กรดกาโนเดอริค กรดลูซิเดนิค
-เห็ดหลินจือเป็นยาบำรุงตับ โดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็นโรคตับแข็ง ตับอักเสบ
2. #สเตอรอยด์ (Steroids)
ในเห็ดหลินจือจะมีสาร "สเตอรอยด์ธรรมชาติ" หรือ "สเตอรอยด์พันธุ์ดี"
-เออร์โกสเตอรอล หรือโปรวิตามินดี 2 ซึ่งร่างกายจะเก็บสะสมไว้ใต้ผิวหนัง เมื่อได้รับรังสีอุลตราไวโอเลตจากแสงแดดก็จะสังเคราะห์เป็นวิตามินดี ช่วยในการดูดซึมของแคลเซียมฟอสฟอรัสในลำไส้ เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน ช่วยป้องกันและรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูก ผู้ที่อยู่ในช่วงวัยทองได้เป็นอย่างดี
สเตอรอยด์ชนิดที่ตรวจพบในเห็ดหลินจือเท่านั้น คือ
- #กาโนสเตอโรน ช่วยลดสารพิษที่มีผลต่อตับ เป็นยาบำรุงตับในผู้ป่วยที่เป็นโรคตับแข็ง หรือตับอักเสบ
3. #กลุ่มสารนิวคลีโอไทด์ (Nucleotides) มีการค้นพบในเห็ดหลินจือ ซึ่งทำหน้าที่กักเก็บพลังงานจากการหายใจ ก่อให้เกิดพลังงานในระดับสูงเมื่อร่างกายต้องการ
- #สารอะดีโนไซน์ มีส่วนช่วยในการบรรเทาความเจ็บปวด มีฤทธิ์เช่นเดียว กับ กัวโนไซน์ (นิวคลีโอไทด์อีกชนิด) ในการยับยั้งการรวมกลุ่มของเกร็ดเลือด อันหมายถึงประสิทธิภาพในการป้องกันการอุดตันของลิ่มเลือดภายในเส้นเลือด บรรเทาการเกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต
- #สารอัลคาลอยด์ ที่มีฤทธิ์ในการกระตุ้น การไหลเวียนของเลือด ลดอัตราการใช้ก๊าซออกซิเจนกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้หัวใจมีภาวะความทนทานต่อการขาดออกซิเจนได้เป็นเวลานานๆ
และยังมีสารสำคัญ มีสรรพคุณยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสได้ดี
4. #สารประกอบเยอร์มาเนียม (Germanium, Gc contents) เราพบเยอร์มาเนียมได้ใน โสม และกระเทียม จะพบได้มากเป็นพิเศษ ในเห็ดหลินจือ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกัน โดยอัตราส่วนน้ำหนักต่อน้ำหนักแล้ว จะพบว่าภายในเห็ดหลินจือ มากกว่าโสม ราว 6 เท่า
#สรรพคุณของเยอร์มาเนียม
- สร้างระบบการทำงานของร่างกายให้ทำงานร่วมกันได้อย่างสอดคล้อง
- กำจัดสารพิษ และสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย
ปัจจุบัน การแพทย์ได้นำมาใช้ร่วมกันกับยาแผนปัจจุบัน เพื่อ
- กำจัดพิษ ทุเลาความเจ็บปวด ในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง
5. #กลุ่มสารโพลิแซ็กคาไรด์ (Polysaccharides) สารกลุ่มนี้มีหลายชนิดที่ให้สรรพคุณทางยา เช่น
- #โนเดอแรนส์ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยการเพิ่มปริมาณสารอินซูลิน ควบคุมปริมาณน้ำตาลให้เหมาะสม ช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน
- #เบต้าดีกลูแคน และ #พอลิแซ็กคาไรด์ (หลายชนิด) เพิ่มอัตราการสังเคราะห์โปรตีนในเลือด ไขกระดูก และตับ ลดภาวะการอักเสบ กระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิดบีเซล และทีเซล อันเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เห็ดหลินจือมีประสิทธิภาพในการเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค ลดภาวะแทรกซ้อนจากการทำเคมีบำบัด หรือรังสีบำบัดในผู้ป่วยโรคมะเร็งได้
นอกจากนี้ยังมีสารกึ่งเซลลูโลส ซึ่งเป็นอาหารประเภทมีกากที่ช่วยลดอันตรายจากการเกิดมะเร็ง และพอลิแซ็กคาไรด์บางชนิด ช่วยเพิ่มความแรงในการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ
นอกเหนือจากสารสำคัญ 5 กลุ่ม ดังที่กล่าว เห็ดหลินจือ ยังมีสารอื่นๆอีก
-สารที่มีฤทธิ์ต้านทานความพิการของทารกในครรภ์
-สารที่มีคุณสมบัติเป็นยาปฏิชีวนะทำหน้าที่ย่อยสลายเชื้อแบคทีเรีย
-สารที่ช่วยระงับอาการไอ ขับเสมหะ
-สารที่มีคุณสมบัติการชะลอความชรา
จะเห็นได้ว่าสรรพคุณทางยาของเห็ดหลินจือมีมากมายหลายประการ เปรียบได้ดั่ง #ยาครอบจักรวาล ทั้งในด้านการป้องกัน และบำบัดรักษา
สิ่งนี้เองคือเหตุผลสำคัญในการดำรงอยู่ของ เห็ดหลินจือ ในฐานะสมุนไพรสำคัญ ในประวัติศาสตร์การแพทย์แผนตะวันออก ที่สืบทอดกันมาเนิ่นนานนับพันปี
#หายป่วยด้วยเห็ดหลินจือ
โดย นายแพทย์บรรเจิด ตันติวิท แพทย์แผนปัจจุบัน ผู้เขียนหนังสือ "หลินจือกับข้าพเจ้า" เป็นผู้หนึ่งซึ่งตัดสินใจรับประทานเห็ดหลินจือ ภายหลังจากที่ได้ศึกษาค้นคว้าจนเกิดความมั่นใจในสรรพคุณทางยาและการปราศจากพิษ
เมื่อผมตัดสินใจทานหลินจือ ผมคิดเพียงว่าจะให้มันช่วยบำรุงสุขภาพเท่านั้น ไม่เคยคิดจะให้รักษาโรค หรืออาการของผมเลย โดยปกติแล้ว ยาบำรุงต่างๆ เมื่อทานเข้าไปผลที่ได้จะไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน อย่างน้อยก็ไม่รวดเร็วทันตาเหมือนยารักษาโรค
แต่สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจมากภายหลังการทานเห็ดหลินจือ คือ อาการหลายอย่างที่เป็นมานานหลายสิบปี
เช่น
1.มือสั่นหรือกัดปากตัวเองหายไป
2.ต่อมน้ำเหลืองหลังต้นคอด้านขวาที่เคยอักเสบหดเล็กลงจนเกือบคลำไม่พบ
นายแพทย์บรรเจิด แสดงทรรศนะในเรื่องดังกล่าวว่า
*อาการมือสั่นมีหลายชนิด เกิดจากสาเหตุต่างๆกัน ทั้งที่เป็นโรคและมิใช่โรค อีกทั้งยังมีสารบางชนิดที่ทำให้มือสั่นได้ อาทิ อดรีนาลีน (Adrenaline) เป็นต้น
อาการมือสั่นของนายแพทย์วัย 74 ปี เป็นชนิดที่เรียกว่า "Familial Tremor" ซึ่งนับเป็นโรคกรรมพันธุ์ น้องและลูกทั้ง 4 คน (จากทั้งหมด 5 คน) ก็มีอาการเช่นกัน อาการนี้จะเป็นมากเมื่อหิวหรือตื่นเต้น บางครั้งเป็นหนักถึงขั้นทำให้ผมเขิน เพราะขณะที่ยื่นมือไปตักแกง มือผมสั่นจนแกงหกต่อหน้าต่อตาแขกร่วมโต๊ะ
แต่ หลังจากเริ่มทานเห็ดหลินจือไประยะหนึ่ง อาการดังกล่าวก็หายไป
"อาการมือสั่นของผม คิดว่าคงเกี่ยวข้องกับ อดรีนาลีน Adrenaline สารชนิดนี้จะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของหัวใจและทำให้กล้ามเนื้อเกิดความตื่นตัวสูง ซึ่งร่างกายของผมอาจมีแนวโน้มในการผลิตสารนี้มากไป"
!!แล้วเห็ดหลินจือเข้าไปทำอะไร จนทำให้อาการมือสั่นหายไปได้
เป็นที่ยอมรับว่าเห็ดหลินจือ มีผลทางการระงับประสาท อาจเป็นสารชนิดเดียวกับที่พบใน ชาจีน คือ ธีแอนิน (Theanine)
รวมทั้งสรรพคุณเห็ดหลินจือ ด้านการควบคุมการทำงานของสมอง ประสาท และกล้ามเนื้อ
ทำให้อาการกัดปากตัวเองเป็นประจำของผมหายไป
โรคพาร์กินสัน ซึ่งเกิดจากการประสานงานของกล้ามเนื้อบกพร่อง "เห็ดหลินจือ จะช่วยรักษาได้"
ต่อมน้ำเหลืองหลังต้นคอด้านขวา ที่เคยอักเสบ หดเล็กลงจนเกือบคลำไม่พบ นายแพทย์บรรเจิด ไขข้อข้องใจดังนี้
"เป็นเรื่องน่ายินดีที่ต่อมน้ำเหลืองหลังต้นคอด้านขวา ซึ่งเป็นมาตั้งแต่ยังเรียนหนังสือ ได้หดเล็กลง ปกติแล้ว ต่อมน้ำเหลืองเมื่อเกิดการอักเสบ หลังจากหายจะมีเส้นใย "Fibrous Tissue" มาแทนที่ทำให้เกิดเป็นเต้าแข็ง เส้นใยนี้เมื่อมีขึ้นแล้วจะคงอยู่อย่างถาวร ยิ่งนานวันก็ยิ่งแข็ง"
"การที่เห็ดหลินจือทำให้ต่อมน้ำเหลืองของผม ซึ่งแต่เดิมเคยมีขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร หดเล็กลงจนเกือบคลำไม่พบได้นั้น น่าจะมีความหมายในทางการแพทย์ ซี่งผมได้ตั้งเป็นทฤษฎี (ความเห็น) ที่ชื่อ "ทฤษฎีใยแผลเป็น"
ทฤษฎีใยแผลเป็นของคุณหมอ กล่าวถึงการที่เนื้อเยื่อหรืออวัยวะใดๆ (ทั้งภายในและภายนอก) เมื่อถูกทำลายจากการบาดเจ็บ อักเสบ หรือสารพิษแล้ว หลังจากได้รับการบำบัดซ่อมแซมด้วยเส้นใยใหม่ (เป็นกรรมวิธีตามธรรมชาติของร่างกาย) จะก่อให้เกิดแผลเป็นขึ้นมา
"ใยแผลเป็น" นี้เองที่สร้างปัญหาในการทำงาน (เช่น ไปเหนี่ยวรั้ง ดึง เบียด ให้เนื้อเยื่อเสียรูปทรง)
#เห็ดหลินจือสามารถละลายเส้นใยให้กลายเป็นใยแผลที่อ่อนนิ่มและหดตัวเล็กลงได้
"ผมคิดว่าสารสเตอรอยด์ธรรมชาติในเห็ดหลินจือ มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดผลเช่นนี้ เช่นเดียวกับสเตอรอยด์สังเคราะห์ในยาแผนตะวันตก ที่ผมเคยใช้รักษาแผลเป็น (ที่โตผิดปกติ) บนผิวหนัง เมื่อฉีดสเตรอยด์สังเคราะห์เข้าไป แผลเป็นจะนิ่มลงและหดตัว สรรพคุณนี้ทำให้เห็ดหลินจือ มีคุณประโยชน์มาก โรคทั้งหลายที่มีใยแผลเป็นต้นเหตุ หรือต้องการหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดแผลเป็นมากเกินไป เห็ดหลินจือจะช่วยได้"
โรคอื่นๆ เห็ดหลินจือ ก็ช่วยรักษาได้
นอกจากผลลัพธ์ในการใช้เห็ดหลินจือ ซึ่งนายแพทย์บรรเจิด ตันติวิท ได้ประสบพบกับตนเองโดยตรงแล้ว ยังมีข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกหลายประการด้วยกัน อาทิ ทฤษฎี (ความเห็น) เกี่ยวกับกลไกการทำงานของเห็ดหลินจือ (นอกเหนือจากทฤษฎีใยแผลเป็น ยังมีทฤษฎีขับพิษ ทฤษฎีเกร็ดเลือด ทฤษฎีประหยัดออกซิเจน ฯลฯ หาอ่านเพิ่มเติมได้ ในหนังสือ "หลินจือ กับข้าพเจ้า" นอกจากนี้ยังมีกรณีศึกษาเกี่ยวกับโรคที่ใช้เห็นหลินจือบำบัด เห็นผลชัดเจนมากมาย
ดิฉันขอขอบคุณอาจารย์ และงานวิจัย
ที่ให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์นี้
สามารถสั่งซื้อ ได้ที่นี่ค่ะ..
เห็ดหลินจือแดง สกัด 100%
Tel & ID 0815428246