เภไทย พื้นที่ประชาสัมพันธ์ และแลกเปลี่ยนข่าวสารงานด้านเภสัชกรรมเพื่อประชาชน

เภไทย เป็นพื้นที่การประชาสัมพันธ์ข่าวสาร กิจกรรม และการรณรงค์งานด้านเภสัชกรรม และสุขภาพเพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และพี่น้องสหวิชาชีพทางสุขภาพในการร่วมกันทำเพื่อประชาชน และประเทศชาติ

สวัสดีปีใหม่"อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ"ขอให้คนทำความดีจงได้ดีมีชียมากมิตรมีความสุข รวยๆ สนับสนุนคนทำดีกันด้...
31/12/2025

สวัสดีปีใหม่

"อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ"

ขอให้คนทำความดีจงได้ดีมีชียมากมิตรมีความสุข รวยๆ สนับสนุนคนทำดีกันด้วยน๊า

* [แนะนำ] ต้นฉบับ MV เพลงชาติไทยแรกในรัชกาลที่ 10 (ดนตรีล้วน ตัดเสียงร้อง พร้อมเนื้อใช้ฝึกร้อง) โดยรัฐบาล (4K) : https://www.y...

เหนื่อยhttps://www.facebook.com/share/p/1QqTizvEBo/
29/12/2025

เหนื่อย

https://www.facebook.com/share/p/1QqTizvEBo/

แจ้งหน่วยบริการนวัตกรรม

สปสช. ปรับระบบใหม่! เพื่อประสิทธิภาพการเบิกจ่าย "30 บาทรักษาทุกที่" สำหรับหน่วยบริการนวัตกรรมตามแนวทางใหม่

1. สิ่งที่หน่วยบริการต้องทำ
o อัปเดตข้อมูล (Activate): ผ่านระบบ e-Portal (www.ossregister.nhso.go.th)
o ยืนยันข้อมูล: ชื่อ, พิกัด (Lat/Long), เบอร์โทร, อีเมล
o ลงทะเบียนบุคลากร: แพทย์/ผู้ประกอบโรคศิลปะทุกคน (เลขบัตรประชาชน + เลขวิชาชีพ)
o หมายเหตุ: ต้องทำโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย (เช่น เจ้าของคลินิก หรือผู้ได้รับมอบอำนาจ) โดยผู้มีอำนาจต้องลงทะเบียนในระบบ ThaiD ให้เรียบร้อย

2. รูปแบบการให้บริการใหม่
o ✅ ยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า
o ✅ มีระบบโควตา (Quota) การให้บริการ ต้องลง
o ✅ ต้องลงทะเบียนผ่าน Line OA สปสช. Line ID (เลือกเมนูใช้บริการนวัตกรรม >เลือกหน่วยบริการนวัตกรรม)

📅 เริ่มอัปเดตข้อมูล (Activate): ตั้งแต่ 30 ธ.ค. 2568 เป็นต้นไป (ทำแล้วมีผลในวันรุ่งขึ้น)
🚀 ดีเดย์เริ่มระบบใหม่: วันจันทร์ที่ 12 ม.ค. 2569

คำเตือน "หากไม่อัปเดตข้อมูล จะไม่สามารถให้บริการได้" (เนื่องจากเชื่อมต่อระบบสแกนใบหน้า และโควตาไม่ได้)

*** วันที่ 30 ธ.ค. 68 สปสช. ประชุมชี้แจงหน่วยบริการ ขอให้หน่วยบริการเตรียมข้อมูลให้พร้อมสำหรับการสอนทำ Activate

สอบถามเพิ่มเติม สายด่วน สปสช. 1330

25/12/2025

คนไม่มีเงินจริงๆ คือ เขาไม่มีจริงๆ กลุ่มนี้ควรได้รับการรักษาฟรี และอาจอุดหนุนการเดินทางโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป้วยเดินทางลำบาก แต่คนที่ยังพอมีควรที่จะได้รับการรักษาฟรีบางอย่างที่จำเป็น และต้องใช้ระบบร่วมจ่าย หรือใช้ระบบประกันเหมาจ่ายอะไรก็ได้ในบางกลุ่มโรค บางกรณี เพื่อที่จะทำให้ประชาชนได้รับการรักษาด้วยยาที่ครบถ้วน และระบบสาธารณสุขของไทยจะได้ไม่วิกฤติ
คนไทยเราเข้าถึงการรักษาได้ง่ายมาก ถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก แถมยังฟรีด้วยโครงการบัตรทองซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่....คนส่วนหนึ่งอาจจะส่วนใหญ่เลยปล่อยตัวไม่ดูแลรักษาสุขภาพตัวเอง เพราะมันเข้าถึงยา เข้าถึงการรักษาง่ายเกินไป จำนวนคนไข้จึงล้น รพ. ต้องมีการถัวเฉลี่ยค่าใช้จ่าย ทำให้บางครั้งยาบางตัวจึงให้ได้ไม่ยาวพอ เช่น ยาที่ต้องใช้รักษาต่อเนื่อง อาจจะได้แค่ระยะสั้น บางกลุ่มคนไข้ต้องนัดมารับยาทุก 28 วัน เพราะเงินที่มีในระบบที่เขาวางมามันทำให้จ่ายยาได้เท่านั้น และแน่นอนว่าหลาย รพ. ติดหนี้ จะโทษว่าบริหารไม่ดีก็ไม่ได้ เพราะด้วยหลายๆ ปัจจัยในระบบราชการ และในพื้นที่ เขาหารายได้ ได้เท่านั้น บางแห่งโชคดีมีเงินต่างๆ มาอุดหนุน แต่มันจะโชคดีไปตลอดหรือไม่ ในเมื่อโครงการต่างๆ ที่มาจากการเมืองให้ ฟรี ฟรี มันงอกขึ้นเรื่อยๆ แต่เงินในระบบไม่ได้งอกเพิ่มขึ้น จนเกิดปัญหาที่เราพบเห็นมาตลอด
การร่วมจ่าย ไม่จำเป็นต้องจ่ายจำนวนเยอะแบบในต่างประเทศ อาจจะร่วมจ่ายหลักร้อยต่อปี แต่รวมๆ กันทั้งประเทศมันก็เพียงพอในการดูแลสุขภาพของคนไทย ส่วนใครที่จนจริงๆ ไม่มีเงินจริงๆ ก็น่าจะใช้ระบบแบบอดีต ที่หลายคนสมัยนี้อาจฟังว่าเหยียด คือ ผู้ป่วยอนาถา ก็เปลี่ยนมาเป็นผู้ป่วยรัฐอุปถัมภ์อะไรก็ว่าไปแทนดีกว่าไหม ใครจะได้รับการรักษาฟรีเพราะจนจริงๆ ก็ให้อำนาจหน้าที่ฝ่ายปกครองกับสาธาฯ และ รพ. ในพื้นที่ออกบัตรให้

นอกจากนี้แล้วควรเพิ่มสิทธิพิเศษให้กับผู้เข้าระบบฐานภาษี ผู้จ่ายภาษีด้วยก็น่าจะดี เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เข้าระบบภาษีแบบกรณีโครงการคนละครึ่งพลัสล่าสุด

ส่วน สปสช. ควรปฏิรูป อันนี้จำเป็นจริงๆ ทั้งระบบ ระเบียบ ทั้งตัวบุคคล โดยเฉพาะ กรรมการ และผู้บริหาร

https://www.facebook.com/share/p/172EaMWT18/
23/12/2025

https://www.facebook.com/share/p/172EaMWT18/

😭 เรื่องเล่าจากกู้ชีพ | นาทีชีวิต ชนแล้วหนี ทิ้งชายชรา 80 ปีนอนเจ็บข้างทาง แต่เขายังกอดถุงยาไว้แน่น… เพราะนั่นคือชีวิตของยาย

รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนจักรยานยนต์และหลบหนี
“ผู้สูงอายุถูกรถเฉี่ยวชน รถคู่กรณีหลบหนี”

ทีมไปถึงที่เกิดเหตุชายชรา 1 ราย นอนเจ็บอยู่ข้างถนน
รถจักรยานยนต์ล้มคว่ำ แขนบิดผิดรูปชัดเจน—แขนหัก

แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งทีมชะงักไม่ใช่ภาพบาดเจ็บ
คือคำพูดแรกที่คุณตาพูดออกมา

“ขอเอายานี่ไปให้ยายก่อน… ยายรออยู่บ้าน”

คุณตาอายุ 80 ปี เจ็บจนแทบขยับไม่ได้ แต่สองมือยังกอด ถุงยา เอาไว้แน่น เหมือนกลัวว่าถ้าหลุดมือ…ใครอีกคนจะอยู่ไม่ได้

เราบอกให้คุณตานอนนิ่ง ๆ บอกว่าอาการหนัก ต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ แต่คุณตาส่ายหน้า น้ำตาคลอ

“ยายไม่มีใครดูแล… ถ้าไม่เอายาไป ยายจะทำยังไง”

วินาทีนั้น ไม่มีใครในทีมพูดอะไร เพราะเราไม่ได้กำลังช่วย “ผู้บาดเจ็บ” แต่กำลังยืนอยู่ต่อหน้า สามีคนหนึ่ง ที่ยอมเจ็บแทนโลกทั้งใบได้ แต่ไม่ยอมให้คนที่รักขาดยา

รถคันที่ชน… หนีไปแล้ว ทิ้งชายชราคนนี้นอนอยู่ข้างถนน โดยไม่รู้เลยว่า เขาคือเสาหลักของใครอีกคน

ทีมกู้ชีพต้องค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ ขอ ค่อย ๆ กล่อม
ให้คุณตายอมไปรักษาตัว
เพราะถ้าฝืน… แขนข้างนี้อาจใช้ไม่ได้อีกตลอดชีวิต

ก่อนขึ้นรถ คุณตายังถามเสียงสั่น

“ยายจะได้ไปหาหมอไหม”

และคืนนั้น…ผมเลือก ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พาคุณยายมาหาหมอ เพราะเรารู้ดีว่า ถ้าเราช่วยแค่คนเดียว อีกคนหนึ่งอาจไม่มีวันรอด

⸻————————————

💔 ฝากถึงคนที่ชนแล้วหนี
คุณอาจหนีความผิดได้
แต่คุณหนีความจริงไม่ได้ว่า
คนที่คุณทิ้งไว้
อาจกำลังแบกชีวิตของใครอีกคนอยู่

📌 อ่านแล้วจุก
📌 คอมเมนต์ถ้าคุณน้ำตาซึม
📌 แชร์ไว้เตือนสติสังคม

เพราะหนึ่งการไม่รับผิดชอบ
อาจเกือบพรากไปมากกว่าหนึ่งชีวิต

ภาพเป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น

#ร่วมด้วยช่วยกันอาสากู้ชีพเชียงใหม่
#สนับสนุนช่วยเหลือที่เกิดเหตุ
#ชนแล้วหนี
#เรื่องเล่ากู้ชีพ
#ความรักของคนแก่
#อ่านแล้วจุกอก
#อย่าทิ้งใครไว้ข้างถนน

19/12/2025

สปสช.เขต แห่งหนึ่ง แจ้งเครือข่ายร้านยาผ่านทางไลน์กลุ่ม เมื่อกลางเดือนธันวาคม มีเนื้อหาสรุปได้ว่า

--> เรื่องการดำเนินการ Face recognition คือการ scan หน้าก่อนรับบริการ จะ inplement ใช้กับหน่วยนวัตกรรม ในทุกบริการ รวมถึง model1-3
--> สปสช. ส่วนกลางจะทำการชี้แจงอีกครั้งในช่วงปลายเดือนธันวาคม
--> เริ่มใช้วันที่ 5 มกราคม โดยเบื้องต้นคือต้องให้ผู้ป่วยเป็นผู้มารับบริการด้วยตนเอง
--> เดือนนี้หากญาติมารับบริการแทน รบกวนร้านยาแจ้งญาติ ให้พาผู้ป่วยมาด้วยตั้งแต่เดือนมกกราคม 2569 เป็นต้นไป
--> กรณีที่ไม่สามารถ scan ใบหน้าได้ หรือ ผป.ไม่สามารถมาได้จริงๆ ทาง สปสช. กำลังพัฒนาช่องทางอื่นแทนการ scan ใบหน้า คาดว่าจะแล้วเสร็จก่อน 5 มค. 69 ซึ่งวิธีการนั้นต้องรอทาง สปสช ชี้แจงอีกครั้ง
--> หากผู้ป่วยมาไม่ได้จริงๆอาจต้องให้ส่งกลับ รพ.

---------------------------------------

สิ่งที่กังวลใจคือ
1. การประกาศกฎเกณฑ์ นโยบาย ใหม่ของ สปสช. หลายครั้งเป็น แบบ กระทันหัน อย่างเคสนี้ นับจากไลน์ที่ได้ รวมถึงวันที่ 5 ม.ค. ระยะเวลาไม่ถึงเดือน
2. สิ่งที่จะให้ทำ "ยัง" ต้องรอประกาศล่าสุด ยังไม่สรุป!!!!
3. สิ่งที่จะให้ทำ "ยัง" ไม่มีแผนการปฏิบัติอย่างชัดเจน รอชี้แจงปลายเดือน ธ.ค.
4. สิ่งที่จะให้ทำในส่วนที่ต้องแก้ไข "ยัง" ไม่สมบูรณ์ก่อนประกาศ ต้องรอประกาศต่อไปอีก ปัญหาที่ทราบอยุ่แล้วว่าจะมี ยังไม่มีแผน หรือ ยังไม่ได้พัฒนาเครื่องมือรองรับ
5. ร้านยาต้องศึกษา ดำเนินการ ปฏิบัติเองตามคำแนะนำ? และต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์ด้วยตนเอง (หาเอง) อย่างเครื่องสแกนบัตรประชาชนสำหรับการปิดสิทธิ ที่มีร้านยาจำนวนมากในเขตหนึ่งไม่ได้ปิดสิทธิ เพราะไม่ได้รับจดหมายจาก สปสช. (ไปรษณีย์ไม่นำส่ง?) ทำให้ต้องอุทธรณ์ค่าปฏิบัติงานตั้งแต่เดือน ต.ค. 2567 - ก.พ. 2568 จนถึงตอนนี้ เป็นต้น
6. ยังไม่รู้ขั้นตอนการปฏิบัติงานว่าต้องสแกนอย่างไร ใช้เครื่องมือใด

อย่างกรณีล่าสุดนี้
- ร้านยาส่วนใหญ่รับทราบผ่านไลน์ 12 ธ.ค.
- รายละเอียดให้รอ สปสช.กลาง แจ้ง ปลาย ธ.ค.
- จะเริ่มใช้ระบบนี้ 5 ม.ค.
- ส่วนปัญหาการสแกนหน้าไม่ได้ ให้รอการพัฒนาระบบต่อไป
- ตอนนี้ถ้าสแกนไม่ได้ให้คนไข้กลับ รพ.

เมื่อเย็นเริ่มแจ้งคนไข้ไปบ้าง คนไข้รายหนึ่งแจ้งว่า "ค่าเหมารถพาคนไข้ไป รพ. ครั้งหนึ่งหลายบาท เพราะคนไข้ขึ้นรถโดยสารไม่ได้" อีกรายแจ้งว่า "ต้องหาเงินจ้างรถฉุกเฉินพาไป เพราะรถรับจ้างไม่ค่อยรับ เพราะผู้ป่วยควบคุมตัวเองไม่ได้, มันต้องไปทุกเดือนเลยไหม?" ส่วนอีกรายแจ้งว่า "แก่แล้วไปลำบาก มีแค่สองตายาย หยุดกินยาได้ไหม" เภจึงขอหยุดแจ้งไว้แค่นี้ เพราะเภเองก็ไม่รู้จะช่วยยังไง ขอทำใจแล้วแจ้งรายต่อไปในวันหลังให้ครบ

* สิ่งที่โพสต์คือเสียงสะท้อนของผู้ทำงานร่วมกับ สปสช. อย่ามองว่าเราเป็นลูกจ้างที่มาขอร่วมเป็นคู่สัญญา อย่าพูดว่า เราได้รายได้เยอะจาก สปสช.นะ เพราะเวลาได้ยินเจ้าหน้าที่บางรายพูดแล้วมันสะอึก เพราะตอนแรกที่หลายร้านยาทำ เพราะคำชวนให้เชื่อมั่นว่า มันเป็นโครงการที่ได้ช่วยเหลือประชาชน (สสจ.รายนึงพูดว่าร้านยาที่ขายไม่ดีก็เลยมาทำ อันนี้ก็สะอึกไปอีกรอบ อืม น่าจะจริง เขามองเราแบบนี้กันจริงๆ) แต่พอเราบ่น เราหงุดหงิดอะไรออกไปในไลน์ สิ่งที่เจอคือ ถูก สปสช. เขตท่านหนึ่ง ไล่ออกจากไลน์กลุ่ม แล้วบอกว่า "พร้อมเมื่อไหร่ ก็ค่อยกลับมา"

เราคงไม่พร้อมจริงๆ แม้จะยังไม่ได้ไปไหน แต่ก็ถามตัวเองเสมอว่า จะไปต่อ หรือ พอแค่นี้ เหมือนพี่น้องร้านยาจำนวนมาก ที่ say good? bye

*เสียงสะท้อนนี้ไม่ใช่การโจมตี แต่อยากบอกความในใจ ว่าเราอึดอัดมากนะ กับสิ่งที่เธอทำ อยากให้เธอแก้ไข เพื่อการสาธารณสุขไทย เพื่อประเทศชาติ และประชาชนไทยจริงๆ

18/12/2025

เวลาเราชวนคุยเรื่องการพัฒนา การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับวิชาชีพ มักจะมีคนที่พูดเหมือนเดิมๆ ตลอด เช่น ทำตัวเราให้ดีก่อน, จัดการร้านแขวนป้ายก่อน, จัดการเรื่องร้านชำขายยาอันตรายก่อน ฯลฯ

พูดแต่แบบนี้ วน ๆ อยู่นั่นแหละ สุดท้ายก็เลยรอ ๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสักที เรื่องร้านยาต้องมีเภสัชกร ปรับ ขย.2 ให้เป็น ขย.1 นี่พูดกันมานานมาก อย่างน้อยปี 2540 ก็เริ่มมีโครงการลูกร้านขายยาให้มีโควต้าไปเรียนต่อเภสัชกันละ จนป่านนี้ผ่านมา 28 ปี ขย.2 ก็ยังเต็ม พวกสารเลวแขวนป้ายก็ยังมีอยู่เต็มไปหมด ตอนนั้นเขาบอกเภสัชกรไม่พอ ตอนนี้มีจนจะล้นละ แต่พวกชั่วแขวนใบก็ยังมีอยู่ แถมก็ยังมีบางคนให้ ส.ส. รายหนึ่งไปพูดในสภาผู้แทนฯ ปีก่อนอ้างว่า ขย.2 หาเภสัชกรไม่ได้เพราะเภสัชกรน้อย จ้า น้อยมาก 24,000 คน นี่น้อย ฝุดๆ ส่วนบทลงโทษคนทำผิดก็น้อยนิด ปรับเงินเท่าหอยมด ลงโทษเท่าฝอยขัดหม้อที่หลุดลุ่ย ส่วนคนทำดีจะแจ้งเหตุคนทำผิด ก็กลัวว่าข้อมูลจะหลุด เพราะมันมีเหตุให้เห็น ณ จังหวัดใหญ่แห่งหนึ่งเมื่อปีก่อน ที่คนแจ้งถูกเปิดเผยว่าเป็นใคร เลยวุ่นวายไปหมด แจ้งสภาก็ต้องกรอกรายละเอียดบอกตัวตน อ้างกฎหมาย แถมเขาบอกว่าเป็นความลับ แต่ลับยังไงทำไมจึงเกิดเคสเปิดเผยข้อมูลคนแจ้งแบบนั้นขึ้นมาได้ แล้วใครเขาจะกล้าไว้ใจล่ะ

แจ้ง อย.ไปก็เงียบ แจ้ง สสจ.ไป ก็จะไว้ใจได้ไหม ขนาดสุ่มตรวจร้าน บางร้านยังรู้ล่วงหน้า พูดคุยไปมา สสจ.บอกว่า อ้อ ร้านนั้นก็น้องสนิท กะจะบอกว่าเขาทำผิดสักหน่อย ไอ้เราถึงขั้นหุบปากเลยทีเดียว

อยู่ในแวดวงเภสัชกรรมมาตั้งแต่เรียนจนทำงานผ่านมา 3 ทศวรรษ ก็ยังเหมือนเดิม แถม GPP ให้ทำหลายขั้นตอน แต่ละจังหวัดก็ยังให้ทำไม่เหมือนกัน เน้นต่างกันจนงง ต้องดูจังหวัดใครจังหวัดมัน และที่สำคัญขาดการควบคุมดูแลอย่างจริงจังและจริงใจ จนบางที เราสงสัยว่าทำ GPP ไปเพราะอะไร หลายปีก่อนร้านยาแห่งหนึ่งไม่มีเภสัชกรไม่มีแม้กระทั่งใบแขวน แต่ก็ยังขายยาอยู่ได้นาน จนกลายเป็นข่าวดังออกทีวี ฝ่ายปกครองสนธิกำลัง สสจ.เข้าจับกุม มันแสดงให้เห็นว่า ระบบการตรวจสอบ และการควบคุมคุณภาพของเราหย่อนยานเกินไป แถมตรรกะของคนจำนวนมากก็ยังบิดเบี้ยว ดูได้จากการแสดงความคิดเห็นที่ยกตัวอย่างในขั้างตน
บางรายเวลาถูกตำหนิก็มักจะบอกว่าคนนั้นก็ทำ คนนี้ก็ทำ บางทีก็คิดนะ ไอ้ดีๆ ทำไมไม่ทำตามเขา ไม่อ้างเขาบ้าง ทำตามและอ้างแต่สิ่งเลวๆ

ถ้าพูดถึงตลาดร้านยาการแข่งขันสูงขึ้นมาก เปิดร้านยารวยไหม ถ้าเอาโดยรวม ตอบเลยว่า "รวย แต่เมื่อ 30 ปีก่อน" ร้านยาในหลายพื้นที่ล้นตลาด ดูในโซเชียลออนไลน์พบร้านยาประกาศเซ๊ง ประกาศปิดจำนวนมาก ร้านใหม่ตัดราคาร้านเก่า สู้กันไปสู้กันมา แต่ไม่นานก็จะสู้ "หมอตู้" ไม่ได้ ยิ่งถ้ากฎหมายการขนส่งยาไปถึงคนไข้ได้โดยไม่เห็นหัวเภสัชถูกตราผ่าน เทเลฟาร์มาซีที่หวังดีก็จะกลายเป็นเครื่องมือของปลาใหญ่ สุดท้ายคนยุคใหม่รักสบายจะหันไปพบหมอตู้ คุยกับ Ai แทน อย่าคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้น๊า เจน z เดี๋ยวนี้ แทบจะไม่คุยกันละ แม้แต่เจน x, y เดี๋ยวนี้จะถามอะไรก็ถาม Ai สบายกว่า ขนาดถามหวยยังถาม Ai เลย เทเลฟาร์มาซีที่ทำเหมือนพัฒนาเทคโนโลยี ดูเหมือนไทยนี่กว้างมาก แก้ไปแก้มา เภสัชกรอาจะเหลือแค่หน้าที่ลงนาม สุดท้ายร้านยาเดี่ยวก็จะตายตามๆ กัน คราวนี้แหละตัดราคาไปมาก็ไม่ไหว เพราะปลาใหญ่ถูกกว่า แล้วจะกลับมาแพงเมื่อไร้คู่แข่ง

สภาเภสัชกรรม ก็ยังเหมือนเดิม มีผลงานนั้นนี่นั่นงอกเงยมาบ้าง แต่ก็ยังเน้นแต่คุณภาพของระบบเอกสารอ้างอิงวิชาการ ขาดการดูแลจิตใจ จิตวิญญาณ และความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์เภไทย "ถามความรู้สึกพี่น้องสมาชิกกันบ้าง"

ระเบียบระบบราชการมันเกาะรั้งจนแน่น คนทำผิดยังลอยนวล คนแจ้งเหตุคนทำผิดกลับต้องระวังระแวง สุดท้ายก็พากันนิ่งเฉย ปล่อยไปตามชะตากรรม ขนาดแอดมินเอง ก็ยังไม่กล้าสู้อะไรละ เพราะโดนคดีความครั้งก่อน อยากสบถว่า "แม่งโคตรเดียวดาย" สภาฯ ตอนนั้น เหมือนควันที่ทำให้แสบตา แล้วก็จางหายไป โชคยังเข้าข้างที่ท่านอัยการไม่รับฟ้อง และโชคดีที่ได้ความกรุณาจะท่านทนายที่มีความเมตา ส่วนสภาฯ ช่างเสียเวลาที่คาดหวัง

คนทำผิด ยังโคตรรวย และรวยต่อไป คนทำถูกต้อง ก็ยังกับ "หมอย" ที่ค่อยๆ ร่วงไปตามวัย "มี" ก็ดูรก แสดงความคิดเห็นห่วงใยวิชาชีพ และสังคม เขาก็รำคาญ รักวิชาชีพก็เท่านั้น บางครั้งยังไม่ทันร่วงก็โดนโกนเสียแล้ว

ปล. วันก่อนคุยกับเพื่อนร่วมวิชาชีพทางการแพทย์ ถามว่าเขารู้จัก GPP ของร้านยาไหม เขาก็บอกไม่รู้ แต่ที่น่าตลกกว่า เขาไม่รู้จัก "ร้านยาคุณภาพ" ทั้งที่เขาก็ทำงานในโรงพยาบาลนะ อย่าว่าแต่ประชาชนเลย ขนาดเพื่อนร่วมสายการแพทย์จำนวนไม่น้อยยังไม่รู้เลยว่า ร้านยาคุณภาพคืออะไร แถมบางคนก็ยังเหยียดความสามารถของเภสัชกรไทย ก็ไปดูๆ ได้ในข้อความแสดงความคิดเห็นในกระทู้ต่างๆ ละกัน

ขอยืมวลีเด็ด "ฮึ ดูคอมเมนท์ก่อน" ......

เป็นหนึ่งพึงจำจน "ทำ" ใจ "อาจจะยังน๊า"

ปล.อย่าฟ้องฉันนะ เพราะตอนนี้โคตรจนตรอก

15/12/2025

เลื่อนติ๊กต๊อกเจอพี่น้องเภสัชทำคลิปน่ารักๆ เยอะเลย มีบ้างที่เปิดเผยยอดขายร้านยาว่าได้น้อย บางคนขายดี บางคนเก่งภาษา บางคนเล่นกีตาร์ บางคนกินโชว์ แต่ที่ไม่น่ารักคือคนที่ทำผิดกฎหมาย หยิบสินค้ากลุ่ม วิตามิน อาหารเสริม หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มีสรรพคุณบำบัดรักษาขึ้นมา แม้จะไม่ได้พูดโต้งๆ ยี่ห้อท่าท่าเบลอ แต่อ่านออก ไม่พูดสรรพคุณแต่ตัวอักษรหน้าจอหรา หรือมีข้อความติด # ก็ตาม แต่มันก็ผิดกฎหมาย บางรายดังมากมีคนติดตามเยอะ เข้าใจดีว่าปรับทีนึงมันก็ยังไม่ได้เศษเสี้ยวกำไรที่คุณได้ เลยกล้าทำบ่อยๆ บางทีอยากให้สภาฯถอนใบประกอบไปเลย แล้วให้พวกเขาไปเป็นคนขายของเต็มตัวน่าจะเหมาะสมกว่า รู้ว่าเงินมันคือแก้วสารพัดนึก แต่ก็อย่าทำในสิ่งที่เขาห้ามกฎหมายไม่ให้ทำกันเลยนะเหล่าติ๊กต๊อกเกอร์อินฟลูทั้งหลาย บางรายสวมกาวน์ แจ้งตัวว่าเป็นใครไม่กลัวอะไรเลย

สนับสนุนการตรวจสอบ สปสช โดยเฉพาะบอร์ดhttps://www.facebook.com/share/16gL5xrUPc/
15/12/2025

สนับสนุนการตรวจสอบ สปสช โดยเฉพาะบอร์ด
https://www.facebook.com/share/16gL5xrUPc/

หัวหน้าพรรคไทยภักดี ชูแก้วิกฤตระบบสาธารณสุข ตรวจสอบงบฯ สปสช. ปรับสัดส่วนบอร์ด
.....................................

“หมอวรงค์” หัวหน้าพรรคไทยภักดี ชูหนึ่งในนโยบายสาธารณสุข ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ สปสช. ชูแนวคิดหารือร่วมกันทั้งฝ่ายซื้อและฝ่ายให้บริการอย่างแท้จริง และปรับสัดส่วนกรรมการบอร์ดให้เป็นธรรม ไม่หมุนเวียน

อ่านต่อในคอมเมนต์

#เลือกตั้ง69 #นโยบายสาธารณสุข #พรรคไทยภักดี #สปสช

ที่อยู่

คณะเภสัชศาตร์ทุกสถาบัน และสภาเภสัชกรรม
Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เภไทยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram