KMUTT Health Care Unit

KMUTT Health Care Unit ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก KMUTT Health Care Unit, ผู้ดูแลสุขภาพ, กลุ่มงานบริการสุขภาพและอนามัย สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, Bangkok.

https://hcu.kmutt.ac.th/
📍ช่วงเปิดภาคการศึกษา📍
เวลาทำการ : วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.30 - 18.00 น.
วันเสาร์ 08.30 - 16.30 น.
ยกเว้นวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
📍ช่วงปิดภาคการศึกษา📍
เวลาทำการ : วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.

10/05/2026

ตลอดการทำเพจจะมีคำถามเสมอว่า ซึมเศร้าหายขาดมั้ย
บทความนี้จะตอบทุกอย่าง ไล่ตั้งแต่เริ่มโรค ยันหาย


เท้าความก่อนว่าซึมเศร้าเริ่มมาจากไหน แบบสรุป

สมองที่เสี่ยง + trigger event
→ เซลล์ประสาทฝ่อ+เชื่อมต่อน้อยลง/มากขึ้นในจุดที่จำเพาะกับซึมเศร้า
→ ซึมเศร้า


▶️ สมองที่เสี่ยง: พันธุกรรม, Epigenetics (ที่เจอบ่อยคือประสบการณ์เลวร้ายวัยเด็ก), บุคลิกเสี่ยง (perfectionism, neuroticism), จุลินทรีย์ในลำไส้เสียสมดุล, เครียดเรื้อรัง (จนเกิดการดื้อ cortisol)

▶️ Trigger event: อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่ถ้ามีจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ถึงจุดเบรกของกลไกโรค คือมีการพุ่งของกลุ่ม stress hormone และการปรับตัวสู้ stress ในสมองแบบรุนแรง

⚠️ เกิดการเปลี่ยนแปลงในสมอง: ทั้งเม็ดเลือดขาวในสมอง (microglia) ย่อย + สร้างสารอักเสบให้เซลล์ประสาทเชื่อมต่อน้อยลง, เปิดโหมด stress ค้างไว้จนเกิดผลเสียทางกายภาพในสมอง

⚠️ ตำแหน่งของสมองที่โดนเป็น pattern ในซึมเศร้า: ส่วนอารมณ์โดน (Amygdala, sgACC, aHPC, vmPFC, Insula, …) ส่วนความคิดเชิง cognitive โดน (dlPFC, dACC), ส่วนการหลับตื่น (VLPO), ส่วนการอิ่มหิว, ส่วนการเคลื่อนไหว ฯลฯ

** ซึ่งพอเซลล์ประสาทที่โดนกระทบมันทำงานลดลง มันเลยสร้างสารสื่อประสาทลดลง นี่แหละคือที่มาที่ท่องๆ กันว่า สารสื่อประสาท/สารเคมีไม่สมดุล ซึ่งมันเป็นปลายเหตุสุดๆ เลย แถมมันก็ไม่ได้ลดลงทุกจุดด้วยไง บางจุดก็ปกติ (มันเลยมี paper วัดมาปกติไง)


ดังนั้นในช่วงที่เริ่มโรคครั้งแรก ก็จะเป็นแบบกราฟเลยค่ะ


1️⃣ ช่วงขาลงจนถึงจุดต่ำสุดของโรค: สารพัดอาการจะเข้ามาจนทนไม่ไหว ไม่ใช่แค่ดิ่ง (คนภายนอกจะคิดแค่จุดนี้) แต่มาด้วยสิ้นยินดี (anhedonia), อ่อนเพลีย/เชื่องช้า, นอนยาก/นอนมากขึ้น, ปัญหาความคิดความจำ (อันนี้โดนหนักมาก), การกิน (บางคนมาก บางคนน้อย) ฯลฯ

ณ จุดที่รุนแรงนี้ ถ้ามีการรักษาจะเข้าสู่ช่วงขาขึ้น
ซึ่งการรักษาหลัก เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องรับยา
1-2 สัปดาห์แรก โดนผลข้างเคียง ช่วงแห่งการปรับยา
2-6 สัปดาห์แรก ยาเริ่มออกฤทธิ์เพิ่มสารสื่อประสาท
ในจุดที่เสียหาย แต่นั่นไม่ใช่จุดหลัก ไม่งั้นต้องกินยาไปตลอดจริงมะ
6-12 เดือนแรก สารสื่อประสาทที่สูงนานพอ จะกระตุ้นให้สมองสร้าง BDNF สารฟื้นฟูเซลล์ประสาทให้กลับมา


2️⃣ ช่วงขาขึ้นจนถึงระดับปกติ มีโอกาสที่จะโดน trigger กลับมาเป็นซ้ำได้ หรือแม้กระทั่งกลับสู่ระดับปกติแล้วเช่นกัน (Relapse)

คำถามคือทำไม
ก็เพราะ = สมองยังฟื้นไม่สมบูรณ์ + โหมดเครียดยังเปิดค้างไว้อยู่ + สมองยังเสี่ยงอยู่ ซึ่งขึ้นกับว่าเราเสี่ยงจากปัจจัยไหน

เลยเป็นที่มาในเฟสนี้ ที่สำคัญมาก
ต้องลุกขึ้นมาทำอย่างอื่นมากกว่ากินยา
✅ ออกกำลังกาย: เริ่มด้วยอะไรก็ได้ ขอให้เป็นนิสัยก่อน แล้วเพิ่มความหนักจนถึงระดับ moderate intensity ในระดับที่ออกแล้วเหนื่อย (เดินอย่างเดียวไม่พอ แต่เริ่มต้นด้วยเดินได้)
✅ ทำจิตบำบัด: อาจจะเริ่มตั้งแต่ เริ่มรักษาเลยก็ได้ ซึ่งถ้าได้ therapist คลิกๆ เราก็จะได้วิธีการสร้างเกราะทางจิตวิทยามา cope กับ stress ได้ในอนาคต เราจะมีวิธีคิดที่ดีขึ้น (แต่ตอนพีคๆ ของโรค สมองมันจะดื้อหน่อย)
✅ ปรับการนอน อันนี้สำคัญมาก ช่วงแรกทำไม่ได้ ก็ต้องพึ่งยานอนหลับไปก่อน (จิตแพทย์สั่งมาอยู่แล้ว) ยิ่งนอนคุณภาพดี สมองยิ่งฟื้นฟู
✅ ถ้าน้ำหนักเกิน ลดน้ำหนักปรับ %fat กลับมาปกติ ช่วยได้มาก เพราะช่วยตั้งแต่กลไกโรค, ปรับจุลินทรีย์ในลำไส้, การนอนดีขึ้น
✅ ปรับการกิน เพิ่มไฟเบอร์ ลดการกินพลังงานเยอะๆ อัดๆ กัน เพราะจุลินทรีย์ในไส้มันเปลี่ยน species และ connect กับสมองเลย (brian-gut axis) แต่การกินขนมหวานน้ำหวานนิดๆ เพื่อปรับ mood ไม่ได้ผิดอะไร แต่อย่าถี่
✅ Social intervention: การพูดคุยกับคนที่ไว้ใจ ช่วยได้มาก

ช่วงนี้เป็นช่วงวัดใจเลย
ท่องไว้ว่า อยากเปลี่ยนแปลงต้องลงทุน
แต่เข้าใจได้ ชีวิตแต่ละคนมันทุนไม่เท่ากัน
แวดล้อมบางคนก็แย่ชิหาย


3️⃣ เฟสสุดท้ายคือ หายจากซึมเศร้ามานานแล้ว จุดนี้มักจะไม่ต้องกินยาแล้ว หมอออฟยาแล้ว

เอาล่ะ คำถามคือกลับมาเป็นซ้ำได้มั้ย

กลับขึ้นไปเช็คสมการการเกิดข้างบนค่ะ
มันเหลืออะไร? ใช่ค่ะ มันเหลือ ‘สมองที่เสี่ยง’
ซึ่งแต่ละคนมีไม่เท่ากัน

ปัจจุบันยังไม่มีการตรวจพันธุกรรมในทางคลินิก มีแต่ประวัติครอบครัว และอดีตที่เลวร้ายมันก็เปลี่ยนไม่ได้ แต่ร่องรอยที่ฝากมากับ DNA อาจเปลี่ยนได้ (งานวิจัยยังไม่มีบอกแน่ชัดว่านานเท่าไหน)

ดังนั้นมันสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ (Recurrence) แต่ยากกว่าเดิม ยากกว่าตอนหายใหม่ๆ

ณ จุดนี้ ต้องเปลี่ยนบางสิ่งที่เปลี่ยนได้
และเปลี่ยนอย่างถาวร
ออกกำลังกายต่อ ปรับการกินต่อ
และถ้ามีแรงแล้ว ต้องหาวิธีปรับเปลี่ยนแวดล้อมให้ได้

จากประสบการณ์เคสที่หายขาด
มักจะไปสายออกกำลังกาย/สายสุขภาพ และสามารถ move on จากแวดล้อมได้ สู่แวดล้อมใหม่ๆ ที่แม้จะมี stress แต่มันก็ไม่ใช่ภาพเดิมๆ


สรุปซึมเศร้าหายขาดได้มั้ย

ได้แน่นอน
แต่กลับมาเป็นซ้ำได้มั้ย
ขึ้นกับสารตั้งต้นที่มีและพฤติกรรมที่เราเปลี่ยน

และยังไม่นับตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้
อย่างแวดล้อมที่เลี่ยงไม่ได้
ซึ่งจุดนี้จะพอช่วยได้จากกลไกป้องกันทางจิต
ที่อาจจะฝึกเอง หรือได้จากจิตบำบัดค่ะ


ขอให้ทุกท่านหลุดจากวังวนนรกนี้


** ภาพจาก Neurotorium ที่ดัดแปลงจากกราฟ MDD progression โดยใส่ management & prevention แต่ละจุดเข้าไป ซึ่งเขียนได้ดีมากค่ะ เดี๋ยวใส่เว็บที่มาให้นะคะ

10/05/2026

ผลสำรวจน่าตกใจ คนไทย Burn Out หมดไฟกันเพียบ !!

Burn Out หรือภาวะหมดไฟ มักเกิดขึ้นกับคนทำงานที่เจอปัญหาต่าง ๆ ทั้งการทำงานที่มากไป ความเครียดสะสม บรรยากาศการทำงานที่ไม่ดี การถูกเลือกปฏิบัติ ความรู้สึกแปลกแยก การท้อใจจนทำงานได้แย่ลง และหมดใจที่จะทำงานต่อ

จากผลสำรวจพบว่า มีวัยทำงานในกรุงเทพฯ ถึง 69% มีภาวะหมดไฟกันแล้ว (เยอะนะ!!) ด้วยสาเหตุต่าง ๆ กัน แตกต่างกันไปในแต่ละสายอาชีพ และพบว่ารวม ๆ แล้ว คนทำงานกว่า 3.7 ล้านคน กำลังมีภาวะความเครียดสูง (ใครรู้สึกแบบนั้น ยกมือขึ้น !!)

ลองสำรวจตัวเองดูว่า ถ้ารู้สึกเครียด เหนื่อยล้า ไม่มีความกระตือรือร้น ท้อแท้ สิ้นหวัง รู้สึกไม่พอใจในงานที่ทำ เริ่มมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อเพื่อนร่วมงาน และคนรอบข้าง เริ่มห่างเหิน ชอบอยู่คนเดียว ไม่มีสมาธิในการทำงาน ... นี่อาจเป็นสัญญาณบอกว่าคุณเริ่มหมดไฟในการทำงานแล้ว

การหมดไฟไม่ได้แค่ส่งผลต่อการทำงานนะครับ แต่มันไปกระตุ้นความเสี่ยงของโรคได้หลายชนิด ทั้งความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ เบาหวาน โรคอ้วน ภาวะซึมเศร้า ซึ่งถือว่าอันตรายแทบทั้งนั้นเลย

ดังนั้น ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่ากำลังหมดไฟกับการทำงาน หรือมีความเครียดสูง อาจจะลองหาเวลาพักผ่อน ทบทวน ใคร่ครวญ เพื่อหาความเหมาะสมระหว่างชีวิต และการทำงานให้ลงตัว

เพราะงานคือสิ่งที่ช่วยเกื้อหนุนชีวิต แต่ชีวิตของคุณก็สำคัญไม่แพ้กันนะครับ ดูแลมันให้ดีด้วยล่ะ

อ้างอิง
https://shorturl.asia/frlP3
https://shorturl.asia/MuV7z
https://shorturl.asia/thbm4
https://shorturl.asia/6WsEP
https://shorturl.asia/nQUfC
https://shorturl.asia/jSUzt
https://shorturl.asia/crpof
https://shorturl.asia/W3LUv

08/05/2026

เครียดเรื้อรัง ไม่ใช่แค่สารตั้งต้นของซึมเศร้า
แต่ทำให้สมองหลายจุดพังไปเยอะแล้วค่ะ


“สุขภาพจิตเป็นสิ่งสำคัญ”
ได้ยินเต็ม social media ก็ขอยืนยันอีกว่า
โคตรสำคัญ มันแทบเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีชีวิตเราเลย


เครียด = สภาวะที่ร่างกาย set ขึ้นมาให้เตรียมพร้อมกับภัยที่เข้ามา เป็นโหมดที่ดีนะคะ มันมาชั่วคราว ทำให้สมองจริงจัง โฟกัส ร่างกายเตรียมพร้อม แล้วกลับสู่ปกติได้ แม้ปัญหาจะยังมีอยู่บ้าง

เครียดเรื้อรัง = เปิดโหมดสู้ stress ตลอดเวลา มักเจอช่วงมรสุมชีวิต, เหตุการณ์กระทบจิตใจรุนแรง หรือปัญหาเรื้อรังที่รู้ว่าแก้ไม่ได้แน่ๆ


เหตุที่เครียดเรื้อรังอันตราย เพราะมีโอกาสสูงที่ฮอร์โมนความเครียดอย่าง adrenaline และ cortisol จะรัน cycle ผิดปกติ สูงนานเกินไป

โดยเฉพาะ cortisol ถ้าสูงนาน บางทีมันปิดระบบ negative feedback ที่คอยหยุดการหลั่ง ทำให้ยิ่งหลั่งต่อไปอีก


ผลสำคัญที่ตามมาคือ
▪️เซลล์ประสาทหลายจุดฝ่อลง เชื่อมต่อน้อยลง
▪️วงจรที่เกี่ยวกับ stress เชื่อมแน่นขึ้น
▪️หากรุนแรงพอ microglia ในสมองจะหลั่งสารอักเสบช่วยทำลายด้วย


ดังนั้นเครียดเรื้อรัง = สมองโดนทำร้าย นี่เรื่องจริง
สรุปให้ฟังค่ะว่า จุดไหนโดนบ้าง


1️⃣ Hippocampus

ส่วนหน้า (aHPC): ประสานความเครียด เปิดระบบเตือนภัย
ส่วนหลัง (dHPC): สร้างความจำระยะยาว

ผลเครียดเรื้อรัง:
หน้าทำงานมาก → กังวลง่าย สลัดความคิดไม่ออก
หลังทำงานน้อย → จำอะไรไม่ค่อยได้ เรียนไม่ค่อยเข้า


2️⃣ dorsolateral PFC (dlPFC)

หน้าที่: วางแผน ตัดสินใจ สร้างความจำชั่วคราว

ผลเครียดเรื้อรัง:
วางแผนยาก ตัดสินใจช้าลง จำอะไรสั้นๆ แล้วลืมง่ายมาก


3️⃣ ventromedial PFC (vmPFC)

หน้าที่: ควบคุมอารมณ์ ยับยั้ง amygdala

ผลเครียดเรื้อรัง:
คุมอารมณ์ยาก เจอสิ่งลบแล้วอารมณ์ลบขึ้นง่าย ทั้งโกรธและเศร้า


4️⃣ anterior cingulate cortex (ACC)

หน้าที่: ตรวจจับความขัดแย้ง (Conflict monitoring)

ผลเครียดเรื้อรัง:
ตรวจจับแต่สิ่งลบ เปิดโหมดแก้ปัญหาตลอด จนสมองจริงจังเกินพัก


5️⃣ Amygdala

หน้าที่: ประมวลผลสิ่งเชิงลบ โดยเฉพาะความกลัว

ผลเครียดเรื้อรัง:
สร้างอารมณ์ลบง่าย กลัวผลลัพธ์ กลัวอนาคต จนไม่กล้าเริ่มอะไร


6️⃣ Anterior insula

หน้าที่: รับรู้ความรู้สึกภายในร่างกาย

ผลเครียดเรื้อรัง:
รับรู้หัวใจเต้น การหายใจ มากเกินจำเป็น บางคนกลายเป็นแพนิกได้เลย


7️⃣ Reward system (VTA - NAcc)

หน้าที่: สร้างแรงจูงใจและความพอใจ

ผลเครียดเรื้อรัง:
ทำสิ่งที่ชอบแล้วพอใจน้อยลง แรงจูงใจก็น้อยลง


ถึงแม้จะดูโดนหลายจุด แต่ส่วนใหญ่ความรุนแรงไม่ได้มาก และหลายลักษณะก็ทับซ้อนกับซึมเศร้า/วิตกกังวล แบบเวอร์ชันเบาๆ


ดังนั้นหาวิธีลดระดับความเครียดลงเสมอ
ในแบบฉบับของตัวเอง

✅ หายใจช้าและลึก ช่วยเพิ่ม parasympathetic มาเบรกภาวะตื่นตัว
✅ เดินธรรมดา 10-15 นาที บางครั้งความคิดมันค่อยๆ เรียงตัวเอง
✅ ลุกไปออกกำลังกาย ถ้าทำได้ช่วยเยอะ เพราะมี endocannabinoid ช่วย
✅ เขียนสิ่งที่กังวลลงไป ช่วยให้ PFC กลับมาจัดระบบความคิด
✅ คุยกับคนที่เป็น safezone ของเรา
✅ ปิด social media ถ้าตรงนั้นคือจุด trigger
✅ ฟังเพลงช่วยได้ แต่หลีกเลี่ยงเพลงที่ trigger


แต่ใครเล่าจะตัดสินใจว่านี่คือเครียดเรื้อรัง
หรือเป็นโรคจิตเวชไปแล้ว

ดังนั้นถ้าไม่ไหวจริงๆ พบจิตแพทย์ประเมินเถอะจ้า

ข่าวดีสำหรับนักศึกษา มจธ.! ป้องกันไว้ก่อน ช่วงสอบจะได้ไม่ป่วย 💉✨กลุ่มงานบริการสุขภาพและอนามัย (HCU) เปิดให้บริการฉีดวัคซ...
07/05/2026

ข่าวดีสำหรับนักศึกษา มจธ.! ป้องกันไว้ก่อน ช่วงสอบจะได้ไม่ป่วย 💉✨

กลุ่มงานบริการสุขภาพและอนามัย (HCU) เปิดให้บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ประจำปี 2569 (ชนิด 3 สายพันธุ์)
สำหรับนักศึกษาที่สนใจดูแลสุขภาพตัวเองในราคาที่เข้าถึงง่าย
💸 ราคาพิเศษเพียง: 220 บาท/เข็ม

⏰ ช่วงเวลาให้บริการ
นักศึกษาสามารถเข้ามารับบริการได้ตามวันและสถานที่ด้านล่าง
ในช่วงเวลา 12.00 - 13.30 น.

🏥 กำหนดการและสถานที่
📍มจธ. บางมด (อาคาร N20 ชั้น 1)
วันที่ 11–12, 14–16 และ 18 พ.ค. 69

📍มจธ. บางขุนเทียน (อาคารคณะทรัพยฯ ชั้น 1)
วันที่ 22 พ.ค. 69

มาบูสต์ภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมลุยทุกกิจกรรมและการเรียนกันนะ! 💪
📞 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: HCU โทร. 02-470-8446

#วัคซีนไข้หวัดใหญ่2569 #วัยรุ่นเทสดีต้องมีภูมิคุ้มกัน #นักศึกษามจธ

07/05/2026

รวมตัวตึงระดับประเทศ! มาเติมไฟให้ใจฟูที่งาน Mind Month ❤️‍🔥
ชวนทุกคนมาร่วมค้นหาและร่วมสร้างปรากฏการณ์ของสังคมที่ใส่ใจสุขภาพจิตในเดือนแห่งสุขภาพใจ Mind Month "Mental Health is Now สุขภาพใจ...เริ่มได้ทันที
เจาะลึกหลากหลายมิติของสุขภาพจิตผ่าน 6 หัวข้อเสวนา
🟢 Session 1
Mental Health is Global Language
มาร่วมฟังมุมมองด้านสุขภาพจิตจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกและระดับประเทศ
🟢 Session 2
Mental Health is Online Safety
สร้างพื้นที่ปลอดภัยในโลกออนไลน์
🟢 Session 3
Mental Health is Happy Workplace
การสร้างความสุขในที่ทำงาน เพราะใจที่ดีย่อมส่งผลต่อผลงานที่ดี
🟢 Session 4
Mental Health is Mind and Soul
เมื่อใจและจิตวิญญาณต้องไปด้วยกัน เพื่อความสมดุลของชีวิต
🟢 Session 5
Mental Health is Creation
พลังแห่งการสร้างสรรค์
🟢 Session 6
Mental Health is Inspiration
ส่งต่อแรงบันดาลใจเพื่อหัวใจที่แข็งแกร่ง

สุขภาพใจไม่ใช่เรื่องไกลตัวเปิดพื้นที่ให้ตัวเองได้เรียนรู้ เข้าใจ ไปพร้อมกับแนวคิดใหม่ ๆ ที่ช่วยดูแลหัวใจให้เข้มแข็งขึ้น และนี่คือเวทีจากหลากหลายวงการที่อยากเข้าใจตัวเอง เข้าใจชีวิต และเข้าใจโลกที่เปลี่ยนไป Mental Health is Now สุขภาพใจ...เริ่มได้ทันที
🗓️ วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569 | 13:00 - 19:00 น.
📍 ที่ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ชั้น 4
📌สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานเพื่อสำรองที่นั่งได้ทาง
https://forms.gle/uqwoTUfh49bt3txq5
(สงวนสิทธิ์ 100 ท่านเท่านั้น )
พร้อมรับของที่ระลึกพิเศษได้ที่หน้างาน
📌 ดูรายละเอียดงานเพิ่มเติมได้ที่
www.thaimindmonth.com



#เดือนแห่งสุขภาพใจ
#สุขภาพใจเริ่มได้ทันที

06/05/2026
06/05/2026

วัดสกิลรู้จริงเรื่องบริจาคเลือด ใครในนี้บริจาคเลือดไม่ได้ มาลองทายกัน

เม้นตอบไว้ แล้วรอดูเฉลยพรุ่งนี้กัน !

06/05/2026

💡อยากมีโปรเจกต์ด้านความยั่งยืน…ที่ได้ “งบทำจริง”? เริ่มจากมาฟังให้เห็นโจทย์จริงของ มจธ. ก่อน

🌎พบกับกิจกรรม “ประเด็นท้าทายที่มจธ. ต้องการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง”
วันที่ 11 พ.ค. 2569
เวลา 13.30 - 16.00 น.
ณ ห้องประชุมชั้น 1 บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการเเละนวัตกรรม (N19)

เชิญชวนร่วมฟัง
🔎 ทิศทางที่ มจธ. จะขับเคลื่อนความยั่งยืน
🔎 ฟัง insight จากคนทำงานจริง
🔎เห็นโจทย์ที่มหาวิทยาลัยอยากสร้างการเปลี่ยนแปลง
🔎 ไอเดียแบบไหนมีโอกาสได้ไปต่อ แล้วค่อยต่อยอดเป็น Proposal
🔎เพื่อคว้าโอกาสรับงบสนับสนุน และลงมือทำจริงกับหน่วยงาน

🚨🚨อยากสมัคร กด link ใน comment

💡นักศึกษาเข้าร่วมฟัง ได้รับชั่วโมงกิจกรรม 3 ชั่วโมง หรือ กิจกรรมปัจฉิมนิเทศ
💡นักศึกษาที่ส่ง Proposal เเละผ่านการคัดเลือกรับชั่วโมงกิจกรรมกว่า 30 ชั่วโมง/เทียบรายวิชา GEN325 ในปีการศึกษา 2569 /เทียบประสบการณ์การเรียนรู้ Micro-Credential ด้าน Sustainability ได้อีกด้วย

📌 ก้าวแรกของคนที่อยากเปลี่ยนไอเดียที่ทำได้
ให้กลายเป็น impact จริง กับโครงการ Innovation for KMUTT Sustainability 2026 : From Action to Impact

06/05/2026

เคยมีคำถามเกี่ยวกับ “การไปพบนักจิต” ไหม
แต่ก็ยังไม่กล้าถามใคร…
มาร่วมหาคำตอบของหลาย ๆ คำถามร่วมกัน
กับ "เรื่องที่อยากรู้ (แต่ไม่กล้าถาม) ก่อนเจอนักจิตฯ ✨"
เนื่องในเดือนเดือนแห่งสุขภาพใจ (Mind Month) 💚 สมาคมนักจิตวิทยาคลินิกไทย ขอชวนทุกคนมาร่วมพูดคุยและคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับการพบนักจิตวิทยา ไม่ว่าจะเป็น
👉 ไปครั้งแรกต้องเตรียมตัวยังไง
👉 จะเจออะไรบ้างในห้องบำบัด
👉 ถ้าไม่โอเค เปลี่ยนได้ไหม
👉 หรือสิทธิของเราในฐานะผู้รับบริการมีอะไรบ้าง
💬 พูดคุยโดยนักจิตวิทยาคลินิกจากหลากหลายบริบท
ที่จะช่วยทำให้ “การพบนักจิต” เป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย และใกล้ตัวมากขึ้น
📅 วันที่ 8 พฤษภาคม 2569
⏰ เวลา 19.00 – 20.30 น.
📍 ผ่าน Zoom Meeting (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
🔔 ลงทะเบียนได้ที่: https://tcpa.i-regist.com/index.php?r=register&project=2026-014
หากมีคำถามที่อยากถาม ร่วมส่งคำถามได้ที่ 💭
🔗 https://forms.gle/y2g5MApiDjwQrWR5A
#เดือนแห่งสุขภาพใจ

05/05/2026

วิจัยพบ รูปแบบการนอนแย่ 5 แบบ คุณเป็นแบบไหนอยู่ ? แล้วมันส่งผลต่อสุขภาพจิตยังไงได้บ้าง ?

เรื่องของการนอนหลับ ปกติเรามักจะดูแค่ว่านอนนานแค่ไหน และหลับได้ดีไหม ? แค่นั้น...แต่งานวิจัยนี้เขาอยากรู้ว่า รูปแบบการนอนที่ต่างกันส่งผลต่อการทำงานของสมอง และสุขภาพจิตอย่างไร

เขาเลยศึกษาจากคน 770 คน และทำให้พบการนอนแย่ถึง 5 รูปแบบ ดังนี้ครับ

1. กลุ่มหลับยาก - ต้องใช้เวลานานกว่าจะหลับได้ จึงไม่สดชื่นและเพลียในช่วงกลางวัน มักมีอารมณ์ด้านลบ เช่น โกรธ เครียด วิตก และเสี่ยงภาวะซึมเศร้าเพิ่มขึ้น

2. กลุ่มที่หลับได้ แต่ก็ยังเพลีย - ไม่มีปัญหาในการหลับช่วงกลางคืน แต่พบว่ายังมีอาการง่วง เหนื่อย และเพลียในช่วงกลางวัน โดยกลุ่มนี้จะมีปัญหาเรื่องสมาธิสั้น และความรอบคอบที่ลดลง

3. กลุ่มที่ใช้ตัวช่วย - ต้องใช้ยานอนหลับ ซึ่งทำให้การฟื้นฟูร่างกายจากการหลับอาจไม่ดีนัก อาจมีปัญหาด้านการรับรู้อารมณ์และความจำที่ลดลง แต่พบว่าเป็นกลุ่มที่พึงพอใจในความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดี (น่าจะเพราะได้หลับ เลยแสดงออกได้ดีน่ะแหละ)

4. กลุ่มนอนน้อยเกินไป - นอนต่ำกว่า 6-7 ชม. พบได้มากในกลุ่มที่ทำงานหนักหรืออยู่หน้าจอนาน ส่งผลให้ตอบสนองช้า การรับรู้และความเห็นใจลดลง มีพฤติกรรมก้าวร้าวขึ้น

5. กลุ่มนอนขาดช่วง - ตื่นกลางดึกบ่อย หลับได้ไม่ดี มีปัญหากับระบบการหายใจ มักพบในคนที่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า หรือเครียดหนัก ส่งผลให้การรับรู้แย่ลง หงุดหงิดง่าย มีภาวะวิตก และเก็บกดเพิ่มขึ้น

ผลวิจัยนี้จึงพบว่า การนอนไม่ได้มีแค่ดี กับแย่นะครับ เพราะแย่ยังมีรูปแบบที่แตกต่างกันไปอีก และบางคนอาจมีหลาย ๆ รูปแบบเกิดขึ้นกับตัวเองได้ด้วย

ดังนั้น การรักษาเรื่องการนอนหลับจึงต้องแยกไปตามอาการของแต่ละคนด้วยครับ ซึ่งถ้าใครพบว่าตัวเองมีปัญหาเรื่องการนอนแย่แบบนี้ หรือรู้สึกว่าตัวเองนอนได้ไม่ดีเกิน 1 เดือน แบบนี้ต้องไปพบแพทย์แล้วนะครับ เป็นห่วงจ้า

อ้างอิง
https://journals.plos.org/plosbiology/article?id=10.1371/journal.pbio.3003399

05/05/2026

“ฉันเป็นใครกันแน่?”
-------------------
หลายครั้งที่คำถามนี้เกิดขึ้นในใจ อาจไม่ใช่เพราะยังหาตัวเองไม่เจอ แต่อาจเป็นเพราะเราไม่แน่ใจว่า จากบทบาททั้งหมดในชีวิต เราควรเลือกเป็นแบบไหนกันแน่
ในที่ทำงานเราอาจเป็นหัวหน้า จึงคิดว่าต้องนิ่ง ต้องเข้ม ต้องดูพร้อมเสมอ ทั้งที่ความจริงเป็นคนที่เป็นกันเองและอ่อนโยนมาก หรืออาจเป็นลูกน้องที่เหมือนต้องเก่งตลอดเวลา ทั้งที่ลึกๆ ก็ยังเหนื่อยและต้องการกำลังใจ
พอกลับบ้าน เราอาจกลายเป็นลูก เป็นพี่น้อง เป็นคนรักที่อยากได้รับการดูแลบ้าง จากคนที่ทั้งวันคอยดูแลคนอื่น จนบางครั้งหลายบทบาทที่สลับกันไปมา ทำให้เราเผลอสงสัยว่า สุดท้ายแล้วตัวตนที่แท้จริงของเราคือเวอร์ชันไหนกันแน่
ในทางจิตวิทยา ความรู้สึกนี้อาจไม่ใช่ความสับสนเลย แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่า ‘ธรรมชาติของมนุษย์’
นักจิตวิทยา แพทริเซีย ลินวิลล์ (Patricia Linville) อธิบายแนวคิดเรื่อง ‘Self-complexity’ หรือ ‘ความซับซ้อนของตัวตน’ ไว้ว่า คนเรามีหลายบทบาท หลายแง่มุมอยู่ภายใน เช่น ด้านการงาน ด้านความสัมพันธ์ ด้านความฝัน ด้านความเป็นลูก เป็นเพื่อน หรือเป็นคนที่ยังอยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆ และคนที่มองเห็นตัวเองได้หลายด้าน มักรับมือกับความเครียดได้ดีกว่า
เพราะเมื่อชีวิตด้านหนึ่งสะดุด เขาจะไม่รู้สึกว่าทุกอย่างพังลงไปพร้อมกัน
หากเรานิยามตัวเองด้วยงานเพียงอย่างเดียว วันที่งานผิดพลาด เราอาจรู้สึกเหมือนตัวเองล้มเหลวทั้งหมด แต่ถ้าเรารู้ว่าตัวเองยังเป็นคนสำคัญของครอบครัว ยังเป็นเพื่อนที่ดี ยังเป็นคนมีความสามารถด้านอื่น ความผิดหวังครั้งเดียวจะไม่สามารถนิยามเราทั้งชีวิตได้
นอกจากนี้ นักสังคมวิทยา เพ็กกี ธอยต์ส (Peggy Thoits) ยังพบว่า การมีหลายอัตลักษณ์ทางสังคมสัมพันธ์กับความทุกข์ทางใจที่ลดลง เพราะแต่ละบทบาทจะช่วยมอบความหมาย ความสัมพันธ์ และความรู้สึกว่าเรายังมีที่ยืนอยู่บนโลกนี้
แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนเหนื่อย คือสังคมมักทำให้เรารู้สึกว่าต้องเลือกเพียงด้านเดียว ต้องชัดเจน ต้องเป็นอะไรสักอย่างให้แน่นอน จนหลายคนซ่อนบางส่วนของตัวเองไว้ คนเก่งซ่อนความอ่อนล้า คนเข้มแข็งซ่อนความเปราะบาง คนจริงจังซ่อนความฝันอีกด้านหนึ่ง
ทั้งที่ความจริงแล้ว คนเราไม่ได้มีเพียงด้านเดียว และไม่จำเป็นต้องเลือกด้านใดด้านหนึ่งเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ
นักจิตวิทยายุคใหม่เรียกสิ่งนี้ว่า ‘Psychological Flexibility’ หรือ ‘ความยืดหยุ่นทางจิตใจ’ คือความสามารถในการปรับตัวไปตามช่วงเวลาของชีวิต โดยไม่สูญเสียคุณค่าภายใน คนที่ยืดหยุ่นเช่นนี้มักมีสุขภาวะทางใจที่ดีกว่า เพราะเขาอนุญาตให้ตัวเองเปลี่ยนแปลง เติบโต อ่อนแอได้ในบางวัน และเข้มแข็งได้เมื่อจำเป็น
บางที ความสงบใจอาจไม่ได้มาจากการตอบให้ได้ว่า ‘ฉันคือใคร’ แต่อาจมาจากการยอมรับว่า เราเป็นได้หลายอย่างพร้อมกัน เป็นคนเก่งและยังเหนื่อยได้ เป็นคนรักอิสระและยังต้องการใครสักคนได้ เป็นคนกล้าเดินหน้า และยังมีวันที่อยากหยุดพักได้
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะสวมหมวกกี่ใบ คนที่อยู่ใต้หมวกทุกใบก็คือตัวเราเอง
-------------------
หากวันนี้ทุกคนกำลังสับสนในตัวตน MOODY อยากบอกว่า คุณอาจไม่ได้กำลังหลงทาง คุณแค่กำลังเติบโตขึ้นจนเกินกว่าจะอธิบายตัวตนที่เป็นด้วยคำเพียงคำเดียว เท่านั้นเอง


ที่อยู่

กลุ่มงานบริการสุขภาพและอนามัย สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
Bangkok
10140

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 18:00
อังคาร 08:30 - 18:00
พุธ 08:30 - 18:00
พฤหัสบดี 08:30 - 18:00
ศุกร์ 08:30 - 18:00
เสาร์ 08:30 - 04:30

เบอร์โทรศัพท์

+6624708446

เว็บไซต์

https://www.facebook.com/HCU.KMUTT

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ KMUTT Health Care Unitผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง KMUTT Health Care Unit:

แชร์