05/03/2026
#โรคหลอดเลือดสมอง หรือ เป็นเรื่องที่น่ากังวลแต่เชื่อไหมครับว่า 80% ของเคสทั้งหมดสามารถป้องกันได้ หากเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแต่เนิ่นๆ
นี่คือสรุปแนวทางการป้องกันที่แบ่งเป็นหมวดหมู่ให้เข้าใจง่ายค่ะ
1. ปรับพฤติกรรมการกิน (Diet)
ลดเค็ม (โซเดียม): การกินเค็มจัดทำให้ความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของสโตรก ควรเลี่ยงอาหารแปรรูปและผงชูรส
เน้นกากใย: ทานผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด
เลี่ยงไขมันทรานส์: ลดของทอด ขนมเบเกอรี่ และไขมันสัตว์ที่ทำให้เกิดคราบไขมันอุดตันในเส้นเลือด
2. ขยับร่างกายและควบคุมน้ำหนัก
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ (เช่น เดินเร็วหรือว่ายน้ำ ครั้งละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์)
คุมดัชนีมวลกาย (BMI): พยายามให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพราะความอ้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและความดัน
3. เลิกพฤติกรรมเสี่ยงทำลายหลอดเลือด
งดสูบบุหรี่: บุหรี่ทำให้เลือดข้นและหลอดเลือดแข็งตัวเร็วขึ้นอย่างมาก
จำกัดแอลกอฮอล์: การดื่มหนักเกินไปส่งผลโดยตรงต่อความดันโลหิต
4. ตรวจสุขภาพและควบคุมโรคประจำตัว
หากคุณมีโรคเหล่านี้ ต้องดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษครับ:
ความดันโลหิตสูง: ควรคุมให้ต่ำกว่า 140/90 mmHg (หรือตามที่หมอสั่ง)
เบาหวาน: น้ำตาลในเลือดสูงจะทำลายผนังหลอดเลือดให้เปราะบาง
ไขมันในเลือดสูง: ป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอลไปพอกเป็นพลัค (Plaque) ขวางทางเดินเลือด
💡 จำให้ขึ้นใจ: สัญญาณเตือน B.E. F.A.S.T.
หากมีอาการเหล่านี้แม้เพียงนิดเดียว ให้รีบไปโรงพยาบาลทันทีค่ะ
B (Balance): ทรงตัวไม่อยู่ เวียนหัวกะทันหัน
E (Eyes): ตาพร่ามัว มองไม่เห็นข้างเดียว
F (Face): หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว ยิ้มไม่สุด
A (Arm): แขนขาอ่อนแรงยกไม่ขึ้น
S (Speech): พูดไม่ชัด พูดติดขัด นึกคำไม่ออก
T (Time): รีบไปหาหมอภายใน 4.5 ชั่วโมง เพื่อลดโอกาสพิการหรือเสียชีวิต
ข้อควรระวัง: อย่าพยายามให้ผู้ป่วยทานน้ำหรืออาหารหากมีอาการปากเบี้ยว เพราะอาจสำลักเข้าปอดได้ค่ะ
อุปกรณ์ help therapy 3 in 1 มีส่วนช่วยฟื้นฟูดูแลสุขภาพป้องกันการเป็นสโตรก
#ความดัน
#ไขมัน
#เบาหวาน
#ปวดคอตึงบ่าไหล่
#ปวดหัวเวียนหัวบ้านหมุน
#ปวดหลังปวดเอวสะบักจม
#ยกแขนไม่สุด
#ปวดขาปวดเข่าเข่าเสื่อมเข่าดังก๊อบแก๊บ
#รองช้ำปวดเก๊าท์รูมาตอยด์
#แขนขาอ่อนแรง
#ฟื้นฟู
สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
เครื่อง dt 2 หรือสั่งซืัอ
หรือจองทดลองนั่งฟรีโทร 096-896-4639 กบบุญร่วม