หมอเฉพาะทางบาทเดียว

หมอเฉพาะทางบาทเดียว แนะนำ และ ตอบคำถาม เกี่ยวกับสุขภาพ โดยแพทย์เฉพาะทาง
(1)

จาก ค้างคาวแม่ไก่ไปหมู จากหมูไปคน และ จากคนสู่คน หรือ จากอาหารสู่คน
23/01/2026

จาก ค้างคาวแม่ไก่ไปหมู จากหมูไปคน และ จากคนสู่คน หรือ จากอาหารสู่คน

เรียงร้อยเรื่องราว โดยการนำภาพกว่า 400 ภาพจาก 1000 ภาพใน Fb walk for Peace จากจุดเริ่มต้น ศูนย์ ปฏิบัติ วิปัสสนา ฮวงดาว ...
15/01/2026

เรียงร้อยเรื่องราว โดยการนำภาพกว่า 400 ภาพจาก 1000 ภาพใน Fb walk for Peace จากจุดเริ่มต้น ศูนย์ ปฏิบัติ วิปัสสนา ฮวงดาว รัฐ Texas

Walk for Peace ✌ นำภาพกว่า 400 ภาพใน FB มาร้อยเรียงเรื่องราว การเดินทางอันแสนทรหด

ในไม่ช้า ...แพทย์บางสาขา อาจหมดไปhttps://www.facebook.com/share/p/17xY6pPJgj/
08/01/2026

ในไม่ช้า ...แพทย์บางสาขา อาจหมดไป
https://www.facebook.com/share/p/17xY6pPJgj/

กลายเป็นบิ๊กมูฟที่น่าจับตามองในวงการ HealthTech เมื่อ OpenAI ประกาศเปิดตัว ChatGPT Health ฟีเจอร์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นพื้นที่สำหรับพูดคุยและปรึกษาเรื่องสุขภาพโดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ใช้งานที่ปัจจุบันมีการถามคำถามด้านสุขภาพบนแพลตฟอร์มสูงถึง 230 ล้านคนต่อสัปดาห์
เหตุผลที่ OpenAI ตัดสินใจแยก ChatGPT Health ออกมาเป็นสัดส่วน แทนที่จะรวมอยู่ในหน้าแชทปกติ มีประเด็นสำคัญอยู่ที่ ความเป็นส่วนตัวและบริบทของข้อมูล
เพราะก่อนหน้านี้ผู้คนใช้ ChatGPT หลาย ๆ เรื่องปนกัน ทั้งเรื่องงาน สูตรอาหาร หรือแผนการเที่ยว แต่สำหรับเรื่องสุขภาพ OpenAI ต้องการสร้างสิ่งที่คล้ายกับห้องนิรภัย เพื่อให้ข้อมูลที่อ่อนไหวมาก ๆ อย่างประวัติการรักษาหรืออาการเจ็บป่วยถูกเก็บแยกออกมาอย่างชัดเจน ไม่ไปปะปนกับบทสนทนาทั่วไป วิธีนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ข้อมูลสุขภาพของคุณหลุดไปเป็นบริบทในการคุยเรื่องอื่นโดยไม่ตั้งใจ
นอกจากนี้ ระบบยังมีตัวช่วยอัจฉริยะที่คอยสังเกตพฤติกรรมเรา ถ้าหากเราเผลอไปพิมพ์ถามเรื่องโรคภัยไข้เจ็บในหน้าแชทปกติ AI จะทำหน้าที่เหมือนเจ้าหน้าที่คอยเตือนว่า "เรื่องนี้ควรไปคุยในห้อง Health นะ" เพื่อให้เราได้รับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลที่สูงสุดตามที่เขาออกแบบไว้
ที่น่าสนใจที่สุดคือการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้รอยต่อ แม้จะแยกห้องคุย แต่ ChatGPT Health สามารถดึงข้อมูลพื้นฐานจากแอปฯ สุขภาพชั้นนำอย่าง Apple Health หรือ MyFitnessPal มาประกอบการวิเคราะห์ได้ ทำให้ AI ไม่ได้ตอบแบบเหวี่ยงแห แต่จะตอบโดยมีพื้นฐานข้อมูลว่าคุณเป็นใคร เช่น ถ้าคุณถามเรื่องอาการปวดขา AI จะรู้ทันทีว่าคุณเป็นนักวิ่งที่เพิ่งซ้อมมาราธอนมา (จากแผนซ้อมในแอปฯ) ทำให้คำแนะนำนั้นจำเพาะเจาะจงและตรงจุดมากกว่าการเดาสุ่ม
อ่านต่อได้ที่ลิงก์ใต้คอมเมนต์👇

01/01/2026
Drama-addict ขอบคุณ จ่าพิชิต มากๆ ครับที่ช่วยแนะนำหนังสือ " เคสนี้ไม่มีสอนในตำรา เรื่องลึกลับทางการแพทย์ " ...ที่บ้านผม ...
28/12/2025

Drama-addict ขอบคุณ จ่าพิชิต มากๆ ครับที่ช่วยแนะนำหนังสือ " เคสนี้ไม่มีสอนในตำรา เรื่องลึกลับทางการแพทย์ " ...ที่บ้านผม ถึงกับ กรี๊ดร้อง ด้วยความดีใจ ที่จ่าแนะนำหนังสือ 🤣

เคยมีคนถามว่า ตอนทำงานใน รพ เคยเจอผีมั้ย
ส่วนตัวไม่เคยเจอเลยนะ แต่เห็นหมอหลายๆคนก็เคยเล่าว่า
เจออะไรที่คล้ายๆกัน หรือเจอเรื่องแปลกๆที่ไม่รู้จะอธิบายยังไง

หนังสือเล่มนี้ เคสนี้ไม่มีสอนในตำรา เรื่องลึกลับทางการแพทย์ เรื่องจริงหรือแค่คิดไปเอง เขียนโดยคุณหมอแอดมินเพจ หมอเฉพาะทางบาทเดียว

เขาเอาเคสที่เคยเจอเรื่องแปลกๆ ตั้งแต่สมัยเรียนเป็นนักศึกษาแพทย์
จนถึงตอนไปทำงานใน รพ มาเล่าให้ฟัง ซึ่งบางเรื่อง ก็มีคำอธิบายทางการแพทย์ บางเรื่อง ก็ไม่ชัวร์ว่าคำอธิบายทางการแพทย์จะอธิบายเหตุการณ์นั้นได้มั้ย

เช่น สมัยเรียน เขาเจอ อาจารย์ท่านนึง มาสอนเรื่องกายวิภาคให้ แต่อาจารย์คนนั้นมักจะปรากฏตัวตอนหัวค่ำ และนักศึกษาแพทย์ก็รู้สึกคุ้นๆหน้าว่าเป็นอาจารย์ในมหาลัยนี่แหละ เลยไปให้อาจารย์ช่วยติว ต่อมาคนเขียน ก็ไปเจออาจารย์ท่านนั้น ท่านยืนอยู่ในตึกกรอส เป็นอาจารย์แพทย์ที่เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว และอุทิศร่างให้นักศึกษาได้เรียนกายวิภาคกัน โดยโครงกระดูกของอาจารย์ท่านนี้ก็ยังคงอยู่ในตึกกรอสให้นักศึกษาได้ร่ำเรียนกัน

ตอนแรกคนเขียนก็ตกใจนึกว่านี่เราเรียนกับอาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้วรึ แต่พอไปหาข้อมูลเพิ่ม อ่อ อาจารย์ที่มาสอน เป็นลูกชายของอาจารย์ที่อยู่ในตึกกรอส พ่อลูกกัน เป็นหมอเหมือนกัน หน้าเหมือนกันเด๊ะ ว่าซั่น ถถถถถ

หรือเคสน่าสนใจ ที่หมอเขาตอนหนุ่มๆ ไปเจอเคสเด็กผู้หญิงคนนึง ที่อยู่ๆก็หลับไป ปลุกยังไงก็ไม่ตื่น ตรวจสอบว่ามีความผิดปรกติในสมอง หรือในเลือดมั้ย ก็ไม่เจออะไร แต่จู่ๆคนไข้ก็ตื่นขึ้นมา เหมือนนอนหลับไป แล้วต่อมาก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป โวยวายบอกว่าเป็นวิญญาณสาวที่ตายท้องกลมมาสิงเด็กคนนั้น บลาๆ

เรื่องนี้จะจบยังไง จะมีคำอธิบายทางการแพทย์หรือไม่ หรือจะเป็นเรื่องวิญญาณเฮี้ยนกันแน่

ลองไปสอยมาอ่านกันได้ในนี้คนับ

https://s.shopee.co.th/4q8wllLZpx
https://s.shopee.co.th/1BFeP1smhO

Ep ที่ 1 : รวมรวบและกลั่นกรองจากบทสัมภาษณ์ ผู้ระลึกชาติกว่า 50 คน
17/12/2025

Ep ที่ 1 : รวมรวบและกลั่นกรองจากบทสัมภาษณ์ ผู้ระลึกชาติกว่า 50 คน

วิธีกลับมาเกิดใหม่แบบดีๆ โดย วิเคราะห์จากบทสัมภาษณ์ ผู้ระลึกชาติกว่า 50 ท่าน

ขอบคุณ FC ทุกท่านที่สนับสนุนหนังสือ " เคสนี้ไม่มีสอนในตำรา เรื่องลึกลับทางการแพทย์ " นะครับ 🤣
09/12/2025

ขอบคุณ FC ทุกท่านที่สนับสนุนหนังสือ " เคสนี้ไม่มีสอนในตำรา เรื่องลึกลับทางการแพทย์ " นะครับ 🤣

แนะนำวิธีดูแลหัวใจในวัย 40 ปี+ อย่างปลอดภัย เพื่อลดอายุหัวใจไป 20 ปี ???
04/12/2025

แนะนำวิธีดูแลหัวใจในวัย 40 ปี+ อย่างปลอดภัย เพื่อลดอายุหัวใจไป 20 ปี ???

ทำแบบนี้ สามารถลดอายุหัวใจไป 20 ปี !!!การออกกำลังกายแบบ Norwegian 4x4 คือการฝึกแบบอินเทอร์วัลความเข้มข้นสูง (HIIT) ที่ประ....

อดกี่วันถึงเริ่มเสี่ยง Refeeding Syndrome? ...จากงานวิจัยและแนวทาง NICE (UK), ASPEN (US) — ความเสี่ยงไม่ได้เกิดเฉพาะคนอด...
28/11/2025

อดกี่วันถึงเริ่มเสี่ยง Refeeding Syndrome? ...
จากงานวิจัยและแนวทาง NICE (UK), ASPEN (US) — ความเสี่ยงไม่ได้เกิดเฉพาะคนอดอาหารเป็นสัปดาห์ แต่ขึ้นกับ “ภาวะโภชนาการรวม” และ “การลดน้ำหนัก” ก่อนหน้านั้นด้วย

ระดับความเสี่ยงแบบเข้าใจง่าย
ระยะเวลาที่อดอาหาร ระดับความเสี่ยง หมายเหตุ
>3–5 วัน เสี่ยงเล็กน้อย
ถ้าคนปกติ BMI ปกติ มวลกล้ามดี → ความเสี่ยงต่ำ แต่ “เกิดได้”
>7 วัน เสี่ยงปานกลาง
ฟอสเฟตเริ่มลด, กลูโคสต่ำ, กล้ามเนื้อสลายมากขึ้น
>10–14 วัน เสี่ยงสูง
เข้าข่ายตามเกณฑ์ NICE: “จำกัดอาหารอย่างมีนัยสำคัญ ≥5–10 days”
>14 วันขึ้นไป เสี่ยงสูงมาก
มาตรฐานถือว่าเป็นกลุ่ม critical ต้องมี protocol refeeding...
ดังนั้น ถ้าไม่ได้ทานอะไรเลยจริงๆ ( Absolute ) เกิน 7 วันค่อยระมัดระวัง นอกนั้นถ้าหิว ก็ทานได้ตามปกติ

นักฟิสิกส์จาก Australian National University ได้พัฒนาเทคโนโลยีวินิจฉัยโรคมะเร็งด้วยควอนตัม (quantum diagnostic) ที่สามาร...
27/11/2025

นักฟิสิกส์จาก Australian National University ได้พัฒนาเทคโนโลยีวินิจฉัยโรคมะเร็งด้วยควอนตัม (quantum diagnostic) ที่สามารถตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระดับ “การกลายพันธุ์ของเซลล์เพียงเซลล์เดียว”
ซึ่งเร็วกว่าอาการจะปรากฏ ประมาณ 5–7 ปี และก่อนที่ก้อนเนื้อจะใหญ่พอให้เห็นใน CT/MRI แบบเดิม

เทคโนโลยีนี้ใช้เซนเซอร์ควอนตัมตรวจจับการเปลี่ยนแปลงทางไฟฟ้าแม่เหล็กที่ละเอียดระดับนาโน ซึ่งเกิดขึ้นทันทีเมื่อเซลล์เริ่มกลายเป็นมะเร็ง โดยมีความแม่นยำ 94% ในการทดสอบกับผู้เข้าร่วมกว่า 18,000 คน ครอบคลุมมะเร็ง 11 ชนิด

โดยเฉพาะ มะเร็งเต้านม ตับอ่อน และปอด โดยการอ่านการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนและรูปแบบเซลล์ผิดปกติในกระแสเลือด นักวิจัยยอมรับว่า ความแม่นยำของผลลัพธ์ “เหนือความคาดหมาย” และเชื่อว่าการตรวจพบเร็วระดับนี้อาจช่วยชีวิตผู้คนได้หลายล้านคน พร้อมลดความจำเป็นของการตรวจหรือการรักษาที่รุกรานร่างกาย เครื่องมือนี้ยังทำงานรวดเร็ว ไม่เจ็บตัว และสามารถระบุสัญญาณเตือนในช่วงที่การรักษายังง่าย ราคาถูก และประสิทธิภาพสูงมาก

ผู้ป่วยเพียงแค่นอนในเครื่องสแกนควอนตัม 15 นาที ลักษณะคล้าย MRI แต่ไม่มีรังสี ค่าใช้จ่ายการตรวจอยู่ที่ 850 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และแนะนำให้ตรวจทุก 2 ปีสำหรับคนอายุ 40 ปีขึ้นไป
อ่านเพิ่มเติมที่
https://systems.anu.edu.au/news/2024/02/01/computers-to-fight-disease-by-predicting-quantum-chemistry/

Canada พัฒนาชุดตรวจอัลไซเมอร์จากน้ำลาย ( Salivary Biomarkers for Alzheimer’s Disease) สามารถรู้ ล่วงหน้า 15 ปี แม่นยำ 98...
26/11/2025

Canada พัฒนาชุดตรวจอัลไซเมอร์จากน้ำลาย ( Salivary Biomarkers for Alzheimer’s Disease) สามารถรู้ ล่วงหน้า 15 ปี แม่นยำ 98% — แต่ US FDA ยังไม่อนุมัติ

วันนี้มีข้อมูลที่อยากให้ทุกคนรู้ไว้ เพราะมัน “เปลี่ยนเกม” ในการดูแลสมองของเราไปเลยครับ
นักประสาทวิทยาที่แคนาดาเพิ่งพัฒนา “การตรวจอัลไซเมอร์จากน้ำลาย” ที่เรียบง่ายมากๆ แค่บ้วนน้ำลายใส่หลอด 1 มล. แต่ความแม่นยำสูงถึง 98% และที่สำคัญที่สุดคือ มันตรวจเจอความเสี่ยงล่วงหน้า 10–15 ปี ก่อนมีอาการแรก
พูดง่ายๆ คือ ก่อนที่เราจะเริ่มหลง ลืม คิดช้า หรือก่อนสมองถูกทำลายไปแบบที่ย้อนกลับไม่ได้ — การทดสอบนี้มองเห็นหมดครับ

สิ่งที่มันตรวจหา คือโปรตีนก่อโรคสองตัวที่เรารู้จักกันดี
Amyloid-beta
Tau

สองตัวนี้จะสะสมในสมองแบบเงียบๆ เป็นสิบปี แล้วค่อยเริ่มทำลายเซลล์ประสาท สิ่งที่นักวิจัยค้นพบคือ…ปริมาณเล็กน้อยของโปรตีนนั้น “รั่ว” มาในน้ำลายตั้งแต่ระยะที่สมองยังปกติดีอยู่
เทคโนโลยีที่ใช้เป็น ultra-sensitive immunoassay ตรวจจับได้ละเอียดมากระดับนาโน

หมอว่ามันเหมือน เครื่องตรวจควันที่ส่งเสียงเตือนล่วงหน้า 15 ปี ก่อนบ้านจะไฟไหม้
รู้ก่อน = ป้องกันได้
รู้หลัง = เกือบทุกอย่างสายไปแล้ว
แคนาดาอนุมัติใช้ตั้งแต่ปี 2023 แต่ในสหรัฐฯ สถานการณ์กลับตรงข้ามครับ
US FDA จัดให้การตรวจนี้เป็น “การวินิจฉัยแบบใหม่” (novel diagnostic) ต้องการงานวิจัยและข้อมูลประกอบเพิ่ม ทำให้กระบวนการยื้อไปถึง ปี 2027–2028 โน่นเลย
ตอนนี้หมออเมริกันจึง “ไม่มีสิทธิ์” สั่งตรวจ คนไข้จะตรวจต้องบินไปแคนาดาอย่างเดียว ( ไม่รู้ว่า มีบริษัท ยานำเข้ามาใช้ในไทย หรือยัง )

เหตุผลของ US FDA คือความกังวลด้านจิตใจ ถ้าคนที่ยังไม่แสดงอาการรู้ผลเร็วเกินไป…อาจมีผลต่อการดำรงชีวิต รวมถึงการทำประกันสุขภาพ และ ที่สำคัญ ยังไม่มียารักษา Alzheimer อย่างเด็ดขาด
แต่หมออยากให้ทุกคนจำไว้อย่างหนึ่งครับความรู้นำหน้าโรค 15 ปี = โอกาสทองในการป้องกันไม่ว่าจะเป็นการดูแลอาหาร นอนให้เป็นเวลา ออกกำลังกาย หรือเข้าร่วมการทดลองยาใหม่ๆ

ตรงกันข้าม ถ้ายิ่งรู้ช้า อย่างถ้าวันนี้เพิ่งรู้ตัวว่าเป็นอัลไซเมอร์ “เมื่อสมองเสียหายไปแล้วจำนวนมาก” ซึ่งการรักษาเมื่อแสดงอาการไปแล้ว ก็ยิ่งยากหรือแค่บรรเทาอาการเท่านั้น

แคนาดา: รู้ล่วงหน้า 15 ปี + เริ่มป้องกันทันเวลา
ไทย: รู้ตอนโรคเริ่มแสดงอาการ + สมองเสียหายแล้ว

คำถามสุดท้ายที่หมออยากให้คิดคือ…
ถ้ามีการตรวจน้ำลายง่ายๆ ที่เตือนได้ก่อนอัลไซเมอร์อีก 15 ปี — คุณอยากรู้ไหม?

ข้อมูลจาก: Alzheimer’s & Dementia, 2024 : Salivary Biomarkers for Alzheimer’s Disease: A Systematic Review with Meta-Analysis

คลิปนี้ มีประโยชน์ สามารถ เข้าไปหาข้อมูล + load app ตรวจสอบ คัดกรองสมอง ว่า เป็น Alzheimer หรือ Parkinson ตามมาตรฐาน รพ....
24/11/2025

คลิปนี้ มีประโยชน์ สามารถ เข้าไปหาข้อมูล + load app ตรวจสอบ คัดกรองสมอง ว่า เป็น Alzheimer หรือ Parkinson ตามมาตรฐาน รพ. จุฬา ได้นะครับ / รู้ไว ดูแลตัวเองไว 🙏

วิธีการตรวจ Screening โรค Alzheimer และ Pakinson ( 2 โรคในคนเดียว )

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หมอเฉพาะทางบาทเดียวผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์