Weness Solutions จิตวิทยาการปรึกษา โดย ดร.อัญชลี วิจิตรพงศ์พันธ์ุ

Weness Solutions จิตวิทยาการปรึกษา โดย ดร.อัญชลี วิจิตรพงศ์พันธ์ุ รับฟังอย่างเข้าใจ ช่วยแก้ไขปัญหา ใ?

หลายคนใช้ dating app แล้วมีประสบการณ์ “ปัดจนเหนื่อย” หรือ “ยิ่งปัด ยิ่งเหงาใจ” นักจิตวิทยาเรียกสิ่งนี้ว่า ”Excessive Swi...
12/10/2025

หลายคนใช้ dating app แล้วมีประสบการณ์ “ปัดจนเหนื่อย” หรือ “ยิ่งปัด ยิ่งเหงาใจ”

นักจิตวิทยาเรียกสิ่งนี้ว่า ”Excessive Swiping“ มันคือการปัดแบบหมกมุ่น ควบคุมไม่ได้ จะหยุดก็ไม่ได้

การมีตัวเลือกเยอะเกินไป (choice overload) นี่แหละ ที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตมาก ๆ ซึ่งงานวิจัยพบว่า…

1) ยิ่งปัด คนยิ่งพอใจกับตัวเลือกน้อยลง

2) เครียด กังวลกับทางเลือก—อดสงสัยไม่ได้ว่า คนที่เลือกคุยด้วย ดีจริงรึเปล่า? แล้วคนที่ปัดทิ้งไปล่ะ? เราพลาดอะไรไปรึเปล่า? ส่งผลให้ยิ่งปัดเยอะขึ้น แล้วคิดมากต่อ วนลูป

3) เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น—insecure และไม่พอใจในตัวเอง เพราะทั้งรูป profile ทั้ง bio ของทุกคน มันดูเป๊ะไปหมด “แล้วเราดีพอรึเปล่า?” “สู้คนอื่นได้ไหม?”

4) เหนื่อยล้าจากการเลือก ปัดวน คุยวน แต่ก็ยังไม่เจอรักแท้เสียที ทำให้เสียความเชื่อมั่นที่จะเจอความรักที่ดี กลัวโสด และกลัวต้องอยู่คนเดียว

สรุปจำนวนแมตช์ไม่ได้การันตีว่าเราจะเจอความสัมพันธ์ที่ดี ซ้ำยังอาจทำให้เรารู้สึกว่างเปล่าหนักขึ้น
ถ้าคุณกำลังเผชิญปัญหานี้ ลองเริ่มจาก…

✅ ทบทวนตัวเอง คุยกับตัวเองให้ชัดว่าเรามีเป้าหมายความสัมพันธ์แบบไหน, ต้องการคนแบบไหน, เรา value อะไรในความสัมพันธ์

✅ slow down กับการปัด + ลดตัวเลือกคนคุยหรือคู่เดทให้น้อยลง + ให้เวลาศึกษาดูใจแต่ละคนนานขึ้นอีกหน่อย

✅ ถ้ารู้สึก burnout มาก ๆ อาจลบแอปชั่วคราวเพื่อพักใจ
#ความสัมพันธ์ #ความรัก #ความรักที่ดี #หาคู่ #จิตวิทยา

📚 อ้างอิง
D’Angelo, J. D., & Toma, C. L. (2017). There are plenty of fish in the sea: The effects of choice overload and reversibility on online daters’ satisfaction with selected partners. Media Psychology, 20(1), 1–27. https://doi.org/10.1080/15213269.2015.1121827

Marina, F. T., Binder, A., Stevic, A., & Matthes, J. (2023). 99 + matches but a spark ain’t one: Adverse psychological effects of excessive swiping on dating apps. Telematics and Informatics, 78, 101949. https://doi.org/10.1016/j.tele.2023.101949

Pronk, T. M., & Denissen, J. J. A. (2020). A rejection mind-set: Choice overload in online dating. Social Psychological and Personality Science, 11(3), 388–396. https://doi.org/10.1177/1948550619866189

03/09/2025

You need to breakdown to breakthrough.

พอดีช่วงนี้มีคนปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ค่อนข้างเยอะ และมักจะมีคำถามยอดฮิต… “เรารักกันจริง ๆ ใช่มั้ย?“ ”รักหรือหลง?“ ”รัก...
15/08/2025

พอดีช่วงนี้มีคนปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ค่อนข้างเยอะ และมักจะมีคำถามยอดฮิต… “เรารักกันจริง ๆ ใช่มั้ย?“ ”รักหรือหลง?“ ”รักจริงหรือแค่ผูกพัน?“ ลองดูโพสต์นี้เพื่อใช้เป็น guideline ไว้สำรวจตัวเองเบื้องต้นนะคะ
❤️ รักของคุณเป็นแบบไหน? 8 รูปแบบความรักในมุมมองจิตวิทยา

ตามทฤษฎีสามเหลี่ยมความรักของ Sternberg ความรักมี 3 ส่วน ได้แก่

1. ความหลงใหล (Passion) – แรงดึงดูด ตื่นเต้น ใจเต้นแรง
2. ความใกล้ชิด (Intimacy) – ความผูกพัน ลึกซึ้ง แคร์กัน
3. ความผูกมัด (Commitment) – ความตั้งใจจะอยู่กันไปยาว ๆ
ความรักที่มีความสุข มั่นคง และยั่งยืนควรจะมีองค์ประกอบครบทั้ง 3 ส่วน แต่ในชีวิตจริงความสัมพันธ์ของคนส่วนใหญ่ไม่ได้สมบูรณ์แบบขนาดนั้น มันเป็นเรื่องธรรมดามากที่ความรักอาจขาดบางอย่างไปและมีการผสมผสานในหลายรูปแบบ ทำให้รักจำแนกได้ 8 ประเภท

1. ไม่รัก (Non-love) คือ เจอกันเฉย ๆ อาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากันบ้าง แต่ไม่รู้สึกอะไร
องค์ประกอบของรัก: ไม่มี
ตัวอย่าง: เพื่อนร่วมงานที่แทบไม่ได้คุยกัน, ลูกค้าที่เราบรีฟงานให้

2. ชอบ (Liking) คือ รักแบบเพื่อน รู้สึกสนิท ผูกพัน มีความหวังดี ห่วงใย และคอยดูแลกัน
องค์ประกอบของรัก: Intimacy
ตัวอย่าง : เพื่อนเก่าที่ไม่ว่าห่างกันไปนานแค่ไหนก็ยังรู้สึกสนิทใจ, เพื่อนที่เราไว้ใจและรับฟังกันได้ทุกเรื่อง

3. หลง (Infatuated Love) คือ ตกหลุมรักทันที คิดถึงอีกฝ่ายอย่างเข้มข้น คิดถึงเกือบตลอดเวลา อยากเจอ อยากอยู่ใกล้ ๆ แม้จะรู้จักตัวตนกันน้อยมาก
องค์ประกอบของรัก: Passion
ตัวอย่าง: แอบชอบเพื่อนร่วมงานที่เพิ่งเจอครั้งแรก

4. รักที่ว่างเปล่า (Empty Love) คือ ไม่ได้รู้สึกหลงหรือสนิท แต่อยู่ด้วยกันเพราะ “หน้าที่” หรือความจำเป็น
องค์ประกอบของรัก: Commitment
ตัวอย่าง: คู่ที่อยู่ด้วยกันเพื่อลูก

5. รักโรแมนติก (Romantic Love) คือ รู้สึกทั้งหลง ทั้งสนิทด้วย แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรจะ commit หรือไม่
องค์ประกอบของรัก: Passion + Intimacy
ตัวอย่าง: คู่รักที่เพิ่งคบกันใหม่ ๆ

6. รักแบบคู่ชีวิต (Companionate Love) เป็นรักที่ดูแล เอาใจใส่ และพร้อมเติบโตไปด้วยกัน แม้จะไม่ได้ตื่นเต้นเหมือนเดิม
องค์ประกอบของรัก: Intimacy + Commitment
ตัวอย่าง: สามีภรรยาที่อยู่ด้วยกันมานาน ยังรักกันแม้จะไม่มีความสัมพันธ์ทางกายกันแล้ว

7. รักฉาบฉวย คือ ความรู้สึกดึงดูดกันทางกายแรงมาก มี passion เข้มข้น และตกลงปลงใจอยู่ด้วยกันอย่างรวดเร็ว
องค์ประกอบของรัก: Passion + Commitment
ตัวอย่าง: คู่ที่อินเลิฟกันเร็วมาก ตัดสินใจอยู่ด้วยกันเร็ว

8. ความรักที่สมบูรณ์ (Consummate Love) เป็นความรักแบบเดียวที่มีองค์ประกอบครบทั้ง 3 ด้าน คือ มีทั้งความหลงใหล ใกล้ชิด ผูกพัน และความตั้งใจที่จะรักกันไปนาน ๆ
ตัวอย่าง: คู่รักที่อยู่ด้วยกันมานาน แล้วยังมีความสุขทางเพศ ใกล้ชิด ดูแลกัน และอยากจะแก่เฒ่าไปด้วยกัน
ความรักไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์ครบทุกองค์ประกอบ และแม้จะมีไม่ครบ 3 ด้าน เราก็สามารถมีความสุขและมีความพันธ์ที่ healthy ได้ (เช่น รักแบบเพื่อน, รักแบบคู่ชีวิต) นอกจากนี้ความรักสามารถพัฒนาบางด้านให้ครบขึ้นมาเพื่อรู้สึกเติมเต็มมากขึ้นได้ เช่น คู่รักเลือกตัดสินใจที่จะ commit และไปต่อ แม้จะผ่านเรื่องที่ทำให้หัวใจสลายมาแล้ว หรือ คู่ที่เพิ่งเริ่มคบกัน ควรเติมความใส่ใจและใช้เวลาร่วมกันให้มากขึ้น เพื่อเสริม Intimacy ให้ผูกพันกันมากขึ้น เป็นต้น
ไม่ว่าคุณจะมีความรักแบบไหน สิ่งสำคัญ คือ การตระหนักรู้และเข้าใจตัวเองอยู่เสมอว่า "เราต้องการความสัมพันธ์แบบไหน?" "เราอยากเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์อย่างไร?" จากนั้นควรเปิดใจ พูดคุย สื่อสารกับคนรักเพื่อปรับจูนความต้องการให้ตรงกัน ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่อง... คุยกันอีกค่ะ คุยอย่างใจเย็นหลาย ๆ ครั้ง ถ้าไม่ได้จริง ๆ อาจพิจารณาเปลี่ยนรูปแบบความสัมพันธ์หรือตัดความสัมพันธ์ การพูดคุยกับนักจิตวิทยาก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ค้นหาตัวเองและตัดสินใจได้อย่างรอบคอบค่ะ

#ความรัก #ความสัมพันธ์ #จิตวิทยา
—————
📚 อ้างอิง
Sternberg, R. J. (1986). A triangular theory of love. Psychological Review, 93(2), 119–135. https://doi.org/10.1037/0033-295x.93.2.119

—————
หมายเหตุ: ช่วงนี้มีเขียนแนวความรัก-ความสัมพันธ์ลงอีกเพจนึงด้วย ถ้าบังเอิญเจอเนื้อหาคล้าย ๆ กัน ก็แมมเขียนเองค่ะ

ผ่านไปทีละวันนะคะ
24/02/2025

ผ่านไปทีละวันนะคะ

ขอส่งท้ายปีนี้ด้วยคำ “ขอบคุณ”ขอบคุณนะคะที่ไว้วางใจให้แมมได้รับฟังและร่วมแชร์ประสบการณ์ แมมเอาใจช่วยทุกคน ภูมิใจในทุก ๆ พ...
31/12/2024

ขอส่งท้ายปีนี้ด้วยคำ “ขอบคุณ”
ขอบคุณนะคะที่ไว้วางใจให้แมมได้รับฟังและร่วมแชร์ประสบการณ์ แมมเอาใจช่วยทุกคน ภูมิใจในทุก ๆ พัฒนาการ และยินดีสนับสนุนเสมอ ขอบคุณจากใจค่ะ

Happy Holidays!!??? จริงหรือ???ช่วงเทศกาลไม่ใช่เวลาแห่งความสุขสำหรับทุกคนเสมอไป ในทางตรงกันข้ามเราอาจเผชิญความเครียดสูงข...
01/12/2024

Happy Holidays!!??? จริงหรือ???
ช่วงเทศกาลไม่ใช่เวลาแห่งความสุขสำหรับทุกคนเสมอไป ในทางตรงกันข้ามเราอาจเผชิญความเครียดสูงขึ้นในช่วงเทศกาล ตัวอย่างในประเทศอเมริกาพบว่าคน 89% รู้สึกเครียดในช่วงคริสมาส-ปีใหม่ โดย 41% ของคนกลุ่มนี้รายงานว่ามีระดับความเครียดสูงขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเวลาอื่น ๆ ของปี นอกจากนี้ 64% ของคนที่มีปัญหาสุขภาพจิตอยู่แล้ว มีอาการย่ำแย่ลงในช่วง Holidays (*)
ภาวะความเครียดในช่วงส่งท้ายปี อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น

- อยู่คนเดียวแล้วเหงา
- เหนื่อยหรือเบื่อการสังสรรค์กับผู้คน
- เป็นช่วงที่งานยุ่งมาก
- ไม่มีเงินไปกิน เที่ยว ซื้อของขวัญ
- รู้สึกกดดันที่จะต้องมีความสุข สนุกสนาน
- เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ที่ดูมีความสุขมากกว่า
- ทบทวนช่วงปีที่ผ่านมา แล้วยังคิดว่ายังไม่บรรลุเป้าหมาย ชีวิตยังย่ำอยู่กับที่
- กังวลกับการวางแผนท่องเที่ยวมากเกินไป ฯลฯ
สำหรับแนวทางป้องกันแก้ไขเบื้องต้น มีดังนี้

1. รับรู้และยอมรับถึงความรู้สึกเครียด กังวลที่เราเผชิญอยู่ และเตือนตัวเองว่า ***เราไม่จำเป็นต้องฝืนที่จะมีความสุข***

2. เตรียมตัวเตรียมใจและหาทางรับมือไว้ล่วงหน้าว่าช่วงเวลานี้เราจะต้องเจออะไรบ้างที่เป็นตัวกระตุ้นความเครียด เขียนออกมาเป็น list จะช่วยให้เราเห็นความกังวลได้ขัดเจนขึ้น

3. จัดลำดับความสำคัญของผู้คนและกิจกรรมที่เราจะมีส่วนร่วม เลือกสังสรรค์กับคนที่เราสบายใจที่จะอยู่ด้วย หากจำเป็นต้องเข้าสังคม พยายามปรับตัวตามสถานการณ์ (เช่น ยิ้มแย้ม ทักทาย สวัสดีผู้คนตามมารยาท) โดยไม่ฝืนตัวเองมากเกินไป

4. เลือกที่จะไม่ฉลอง หรือเลือกที่ฉลองช่วงเทศกาลในแบบของเราเอง ควรระมัดระวังแรงกดดันที่จะทำตามคนอื่น

5. จัดการกับความเหงา โดยทักทาย พูดคุยสื่อสารกับคนใกล้ชิด (ช่องทางออนไลน์ โทรศัพท์ หรือออกไปเจอกัน) และวางแผนกิจกรรมที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เช่น อ่านหนังสือ ดูซีรี่ส์ ออกไปเดินเล่น เล่นเกมส์ ฯลฯ

6. หลีกเลี่ยงการกลบเกลื่อนหรือหลีกหนีความรู้สึก โดยเฉพาะการดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติดเพื่อลดความเครียดกังวล

7. ทบทวนเรื่องดี ๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา
- เราเรียนรู้อะไรบ้าง
- เราผ่านเรื่องแย่ ๆ มาได้อย่างไร
- เราได้ทำอะไรให้ตัวเองมีความสุขบ้าง
- เราได้ทำอะไรให้คนอื่นมีความสุขบ้าง
- เหตุการณ์อะไรที่เรารู้สึกมีความสุข ภูมิใจ สบายใจ ตื่นเต้น ปลดปล่อย ฯลฯ
- ขอบคุณตัวเอง 3 เรื่อง สำหรับช่วงปีที่ผ่านมา
สุดท้ายถ้าอาการเครียดย่ำแย่ลงควรพูดคุยระบายกับคนใกล้ชิดหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญค่ะ

—————
*ที่มา: https://www.mcleanhospital.org/essential/mcleans-guide-managing-mental-health-around-holidays #:~:text=The%20reasons%20given%20include%20lack,conditions%20worsened%20around%20the%20holidays.

#จิตวิทยา #จิตวิทยาการปรึกษา #สุขภาพจิต

01/10/2024

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย และขอเป็นกำลังใจให้ผู้บาดเจ็บและผู้รอดชีวิต ได้ฟื้นฟูกายใจอย่างเข้มแข็ง

สำหรับผู้รับสื่อช่วงนี้อาจรู้สึกเศร้า จิตตก สะเทือนใจ ฯลฯ หากรู้สึกท่วมท้น รับไม่ไหว ควรงดรับข่าวสารชั่วคราวค่ะ

12/08/2024
15/04/2024

การสูญเสียความสัมพันธ์หนึ่งไป ไม่ได้หมายความว่าเราสูญเสียความสามารถที่จะรัก และไม่ได้หมายความว่าเราสูญเสียคุณค่าที่จะถูกรัก

ข้อคิดนักจิตส่งท้ายปี 20231. “อย่ารีบเชื่อความคิด”ความคิด คือ ความคิดจากมุมมองของเราเอง เป็นคนละเรื่องกับข้อเท็จจริง ประ...
22/12/2023

ข้อคิดนักจิตส่งท้ายปี 2023
1. “อย่ารีบเชื่อความคิด”
ความคิด คือ ความคิดจากมุมมองของเราเอง เป็นคนละเรื่องกับข้อเท็จจริง ประสบการณ์ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับผู้คนและสิ่งรอบตัว ซึ่งอยู่นอกตัวเราและยากที่จะพิสูจน์ความจริงได้อย่างครบถ้วน สิ่งที่เราทำโดยอัตโนมัติ คือ ตีความ สันนิษฐาน และสร้างข้อสรุปให้กับประสบการณ์ต่าง ๆ จากมุมมองของเราเอง ผู้เขียนขอย้ำหนัก ๆ ว่าความคิดของเราอาจจะจริงหรือไม่ก็ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นความคิดเราอาจจะคลาดเคลื่อน มีอคติ และไม่สมเหตุสมผล ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเรา “เชื่อ” ความคิดเสมือนว่ามันจริง จึงทำให้เรารู้สึกไปกับความคิดนั้นจริง ๆ
สำหรับทางแก้กับดักความคิด ผู้เขียนเสนอว่าอย่ารีบเชื่อความคิด แต่ให้ถามตัวเองเยอะ ๆ ว่าต้นเหตุความคิดที่ทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจอยู่นั้น “มันจริงหรือ” “มันเป็นข้อเท็จจริงเลยหรือไม่” “มันมีความเป็นไปได้อื่นอยู่หรือไม่” “หากลองมองในมุมคนอื่น มีความเป็นไปได้อย่างไร” พยายามท้าทายความคิด ดีเบทกับตัวเอง และจินตนาการความน่าจะเป็นอื่น ๆ จะช่วยให้เรามีความคิดที่ยืดหยุ่นและสมเหตุสมผลมากขึ้น เมื่อหลุดจากการปักใจเชื่อความคิดตัวเองได้ ก็จะเปลี่ยนประสบการณ์ให้เราสามารถยอมรับสิ่งที่เคยไม่สบายใจและปรับเปลี่ยนความรู้สึกได้ดีขึ้น
2. “ความรู้สึกมาช้ากว่าความคิด”
เวลาเจอปัญหา เราคิดได้หมด หาเหตุผลดี ๆ ปลอบใจตัวเองได้หมด แต่ทำไมยังรู้สึกแย่อยู่ นั่นเพราะความรู้สึกมาช้ากว่าความคิด (มาช้ากว่าเป็นเดือนหรือหลายเดือน!) ขอให้ตั้งความคาดหวังใหม่ว่าการคิดได้ไม่เท่ากับเปลี่ยนแปลงความรู้สึกได้ในเร็ววัน หากเราคิดอย่างถี่ถ้วน สมเหตุสมผลแล้ว และมีความคิดที่ healthy ต่อการเยียวยาจิตใจแล้ว ขอให้อดทนคิดและย้ำมันต่อไป ในที่สุดความรู้สึกจะค่อยเบาลงและเริ่มสอดคล้องกับความคิดที่เรา “คิดได้” มากขึ้น
3. “ยอมรับความจริง อดทนกับตัวเอง”
การเยียวยาจิตใจ อาศัยการยอมรับความจริง ซึ่งมักจะเจ็บปวดมาก และในกระบวนการเยียวยาจะเต็มไปด้วยความคิด ความรู้สึกมากมายทั้งที่ make sense และ non sense ความว้าวุ่นเหล่านั้นทำให้เราต้องต่อสู้กับตัวเอง ขอให้ตั้งมั่นในความคิดที่สมเหตุสมผล (กลับไปที่ข้อ 1) เปิดรับความจริง และอดทนกับตัวเองที่ต้องสับสน เจ็บปวด อ่อนแอ ไม่เป็นตัวเอง ฯลฯ กระบวนการนี้ไม่มีทางลัด เราจำเป็นต้องเผชิญความเจ็บปวด จึงจะสามารถปล่อยวางได้ “let it hurt, then let it go.”
สุดท้ายนี้ขอให้กำลังใจทุกคนให้ผ่านพันปีนี้อย่างเข้มแข็งและขอให้ทุกวันเป็นวันแห่งการเรียนรู้และเติบโตไปสู่ตัวตนที่เราอยากจะเป็นค่ะ

#ข้อคิด #จิตวิทยา

อย่ามองข้าม "การฟัง":เห็นช่วงนี้กำลังมีกระแสถกเถียงเกี่ยวกับการใช้คำว่า "อย่าคิดมาก" ในการปลอบใจ โดยส่วนตัวคิดว่านอกเหนื...
16/11/2022

อย่ามองข้าม "การฟัง":
เห็นช่วงนี้กำลังมีกระแสถกเถียงเกี่ยวกับการใช้คำว่า "อย่าคิดมาก" ในการปลอบใจ โดยส่วนตัวคิดว่านอกเหนือจากการเลือกใช้คำพูดที่เหมาะสมแล้ว ยังมีอีกประเด็นที่เราอาจหลงลืมไป คือ "การรับฟัง" -- รับฟังอย่างตั้งใจ เข้าใจ และปราศจากอคติ
ฟังได้ดี ถึงจะตอบได้ดี:
ส่วนใหญ่คนที่กำลังรู้สึกแย่ ๆ แล้วมาคุยกับเรา เขาต้องการระบาย ต้องการคนเข้าใจ และต้องการ validation (รับรู้ว่าสิ่งที่คิดและรู้สึกอยู่นั้นมันสมเหตุสมผลแล้ว) ซึ่งการจะตอบโจทย์เหล่านั้นได้ ต้องเริ่มที่การฟัง เมื่อเราฟังได้ดี เราจะเข้าใจประสบการณ์ของอีกฝ่าย และในขณะเดียวกันรับรู้ถึงความรู้สึกของเราเองด้วย แล้วจึงค่อยนำไปสู่การตอบสนองที่จริงใจและลึกซึ้ง
Power ของการฟัง:
เวลามีคนมาปรับทุกข์กับเรา เราไม่ต้องตอบอะไรเลยก็ยังได้นะคะ เพราะการตั้งใจฟังและการมีความรู้สึกที่จริงใจ สำคัญกว่าคำพูดใด ๆ และมันเพียงพอที่จะสื่อกลับไปยังอีกฝ่ายว่า "ฉันอยู่ตรงนี้กับเธอ" "เธอสำคัญนะ" "ฉันอยากที่จะเข้าใจเธอ" สำหรับจุดนี้ลองเก็บไว้เตือนเตือนตัวเองว่าเวลาฟังเรื่องหนัก ๆ ของคนอื่น แล้วไม่รู้จะตอบอย่างไร ขอให้ตั้งใจฟังเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องพูดอะไร
อินแบบไหน สื่อออกไปแบบนั้น:
เมื่อเราตั้งใจฟังแล้ว เข้าใจอีกฝ่ายแล้ว และเกิดความรู้สึกร่วมกับเขาแล้ว มันสำคัญมาก ๆ ที่จะระบุให้ได้ว่าตัวเราเองกำลังรู้สึกอะไรและเราต้องการอะไร เพื่อจะนำไปสู่การปลอบอีกฝ่ายได้อย่างจริงใจ ถึงจุดนี้เราคงรู้แล้วว่าเรามีคำพูดอื่นที่ตรงใจและลึกซึ้ง นอกเหนือจากคำว่า "อย่าคิดมาก" หรือ "สู้ ๆ" ตัวอย่าง
สื่อถึงความห่วงใย / อยากอยู่เคียงข้าง:
- เราเป็นห่วงเธอนะ
- เราอยู่ข้างเธอนะ
- เราเป็นกำลังใจให้นะ
- มีอะไรหนักใจ ระบายกับเราได้นะ เราอยากฟัง
- ถ้าไม่ลำบากใจ ก็เล่าให้เราฟังได้นะ
- เล่าให้เราฟังได้นะ เราอยากเข้าใจ
- คุยกับเราได้ตลอดเลยนะ
- ให้เราอยู่เป็นเพื่อนมั้ย
สื่อถึงความเข้าใจในประสบการณ์และให้ validation:
- เรื่องที่เธอเจอมามันหนักมากเลยนะ
- ถ้าเศร้าอยากร้องไห้ก็ร้องเลยนะ เราจะอยู่เป็นเพื่อน
- เราเสียใจที่เธอเจอเหตุการณ์แย่ ๆ แบบนั้น
- ใช่ มันยากมาก
- เธอทำดีที่สุดแล้วนะ
- เธอคง...(ประสบการณ์ของเขา เช่น โดดเดี่ยว เหงา เจ็บปวด กังวล โกรธ สิ้นหวัง)... มากเลย ใช่มั้ย
สื่อถึงการ support
- ถ้าอยากออกไปข้างนอก บอกเรานะ เราจะไปเป็นเพื่อน
- ถ้าต้องการคนช่วย...(เสนอความช่วยเหลือ เช่น เก็บของ ไปซื้อของเข้าบ้าน ให้อาหารน้องแมว ฯลฯ)... บอกเราได้นะ
สื่อถึงความหนักอึ้ง จนเราไม่รู้จะตอบยังไง
- มันหนักมาก เราไม่รู้จะตอบยังไงเลย
- ความเจ็บปวดที่เธอเจอมันใหญ่มาก เราจินตนาการไม่ออกเลย
- เราทำได้ดีที่สุดตอนนี้คือรับฟังนะ เราไม่รู้จะตอบยังไงจริง ๆ ที่จะช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้น
สรุป:
จุดสำคัญของการปลอบใจคนอยู่ที่การรับฟัง พยายามเข้าใจอีกฝ่าย และตอบสนองอย่างจริงใจ ซึ่งยากนะคะ ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นที่ระบายให้กับคนอื่นได้ และไม่ใช่ว่าเราจะพร้อมรับฟังคนอื่นอยู่ตลอดเวลา จึงขอทิ้งท้ายว่าถ้าการปลอบใจใครสักคนนั้นมันหนักเกินไป ลองแนะนำให้เขาพบนักจิตวิทยาดูด้วยนะคะ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการได้รับ support และแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

---------
อ่านเทคนิคการฟังได้ที่ลิงค์
https://www.facebook.com/photo/?fbid=4726714164052571&set=pb.100064174145438.-2207520000.

#จิตวิทยาการปรึกษา #จิตวิทยา #นักจิตวิทยา

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Weness Solutions จิตวิทยาการปรึกษา โดย ดร.อัญชลี วิจิตรพงศ์พันธ์ุผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Weness Solutions จิตวิทยาการปรึกษา โดย ดร.อัญชลี วิจิตรพงศ์พันธ์ุ:

แชร์