Zity Clinic ซิตี้คลินิก คลินิกเวชกรรม
ใบอนุญาตเลขที่ 10101059962
เริ่มเปิดบริการ 16 พฤษภาคม 2562
022755647

02/10/2021

: เลบรอน เจมส์ เผยเลือกฉีดวัคซีนต้าน COVID-19 เพื่อคนในครอบครัว แม้อาจส่งผลกระทบต่อร่างกาย

หนึ่งในปัญหาของวงการกีฬาฝั่งโลกตะวันตกปัจจุบัน คือการปฏิเสธฉีดวัคซีนต้าน COVID-19 เพราะหลายคนกลัวว่าวัคซีนจะสร้างผลกระทบให้กับสภาพร่างกายของตัวเอง และเล่นกีฬาได้ไม่เหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในนักกีฬาชื่อดังที่ได้ออกมาเปิดเผยว่า เขาทำการฉีดวัคซีนเป็นที่เรียบร้อยแล้วคือ เลบรอน เจมส์ นักบาสเกตบอลชื่อดังชาวสหรัฐอเมริกา

เลบรอนกล่าวว่า เขาได้ทำการนั่งค้นคว้าหาข้อมูลเรื่องวัคซีนอย่างละเอียดด้วยตัวเอง และถึงไม่รู้ว่าวัคซีนจะผลเสียต่อร่างกายของเขาไหม แต่เขาก็มั่นใจว่าการฉีคซีนจะช่วยตัวเขาในการป้องกันไวรัส COVID-19 ได้เป็นอย่างดี

เลบรอนบอกว่า เขาต้องคิดถึงครอบครัวของเขา และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาเลือกฉีดวัคซีน เพื่อจะได้สร้างความสบายใจให้กับคนรอบกาย และเขาก็ผลักดันให้คนในครอบครัวเลือกฉีดวัคซีนด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เลบรอนเผยว่าเขาจะไม่ร่วมกิจกรรมโปรโมตให้คนมาฉีดวัคซีนแต่อย่างใด เพราะเขาเชื่อว่าแต่ละคนก็มีความคิดเป็นของตัวเอง และเขาเคารพความคิดของทุกคน

ขณะเดียวกันทางทีม ลอสแองเจลิส เลเกอร์ส ต้นสังกัดของ เลบรอน เจมส์ ได้ออกมาเปิดเผยว่า นักบาสในสังกัดได้ทำการฉีดวัคซีนครบเรียบร้อยหมดทุกคนแล้ว พร้อมกับเผยว่า ทางทีมได้มอบข้อมูลที่เชื่อถือได้ ให้กับนักกีฬาทุกคนเป็นอย่างดี จนพวกเขายอมฉีดวัคซีนในท้ายที่สุด

ปัจจุบัน NBA ได้รายงานว่า มีนักกีฬาในลีกกว่า 90 เปอร์เซนต์ที่ฉีดวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 อย่างน้อยแล้ว 1 เข็ม อย่างไรก็ตามในภาพรวมทีมที่ฉีดวัคซีนทั้งทีมมีน้อยมาก ซึ่งเป็นปัญหาที่ทางลีกกำลังเผชิญอยู่

ที่มา : https://www.cbsnews.com/news/lebron-james-covid-vaccine-lakers-nba/



และคุณยังสามารถติดตามข่าวสาร รวมถึงเรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ https://mainstand.co.th/home

พฤศจิกายนนี้เราจะได้ วัคซีน โมเดอน่า 6.8 ล้านโดส
01/10/2021

พฤศจิกายนนี้
เราจะได้ วัคซีน โมเดอน่า 6.8 ล้านโดส

01/10/2021

ด้านภูมิคุ้มกันวิทยาเป็นห่วงฉีด “ไฟเซอร์” ในเด็ก หวั่นหากสะสมในร่างกายเป็นเวลานานอาจเกิดอาการไม่พึงประ...

30/09/2021

2 บริษัทยาชั้นนำ ทดสอบยาเม็ด รักษา โควิด-19 พบมีประสิทธิภาพจริง

เมื่อ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา บริษัทเมอร์ค แอนด์ โค ซึ่งเป็นบริษัทยารายใหญ่ของสหรัฐ เผยผลการทดลองพบ โมลนูพิราเวียร์ (molnupiravir) ซึ่งเป็นยาเม็ดสำหรับรักษาโรคโควิด-19 มีประสิทธิภาพในการต้านไวรัสโควิด-19 ได้หลายสายพันธุ์ ซึ่งรวมถึงสายพันธุ์เดลตา

ล่าสุด บริษัท Pfizer ได้แถลงความคืบหน้า ยาต่อต้านไวรัส (Antiviral Drug : PZ 07321332 ) ซึ่งได้เริ่มทดลองในมนุษย์เฟส 1 มาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 และได้ผลดี ซึ่งขณะนี้ได้เดินหน้าเข้าสู่ เฟส 2/3 แล้ว โดยเป็นการดูประสิทธิผลในการรักษาจริง

โดยยาดังกล่าวออกฤทธิ์ในการ ยับยั้งเอนไซม์ที่ไวรัสใช้ในการเพิ่มจำนวนในร่างกายมนุษย์ ( Protease inhibitor )

ด้าน น.พ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ (หมอเฉลิมชัย) รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ได้โพสต์ระบุถึงผลดีของยาเม็ดรักษาอาการโควิด-19 คือ จะใช้กับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่นอยู่ในครอบครัวที่มีผู้ติดเชื้อ หรือในกรณีที่ตรวจด้วยชุดทดสอบตนเองที่บ้าน (ATK) แล้วพบว่าติดเชื้อ แต่ยังไม่แสดงอาการ ซึ่งปกติคนเหล่านี้จะได้รับยาฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง ต่อเมื่อนอนโรงพยาบาลแล้ว แต่ถ้าเป็นยารับประทานชนิดเม็ด ก็จะสามารถเริ่มให้ยาได้ตั้งแต่มีผลตรวจเป็นบวก

"ถ้ายาทั้งสองชนิด ของบริษัท Merck และ Pfizer ประสบความสำเร็จ และได้นำออกมาใช้จริง จะทำให้สถานการณ์โควิดดีขึ้นมาก เพราะจะร่วมกับวัคซีนในการควบคุมการระบาดครั้งนี้"

#ไฟเซอร์ #โควิด19 #ยาเม็ดรักษาโควิด #ฐานเศรษฐกิจ

- ติดตามข่าวได้ตามช่องทางอื่นๆ ทีนี่

website: https://www.thansettakij.com
facebook : https://www.facebook.com/thansettakij
twitter : https://twitter.com/Thansettakij
Line : https://lin.ee/AFtZiwI
Youtube Official : https://www.youtube.com/channel/UCcTiVmhW5zC6mn71vYbDvpQ
Instagram : https://www.instagram.com/thansettakij_official/
TIKTOK : https://www.tiktok.com/
blockdit : https://www.blockdit.com/thansettakij

ติดต่อโฆษณาได้ที่ 02-338-3751
thansettakij.nm@gmail.com

27/09/2021
อย่างน้อยการฉีดวัคซีน ก็สามารถลดอาการหนักลงได้ ถึงแม้จะกันการระบาดไม่ได้
25/09/2021

อย่างน้อยการฉีดวัคซีน ก็สามารถลดอาการหนักลงได้ ถึงแม้จะกันการระบาดไม่ได้

23/09/2021

อาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหลังการฉีดวัคซีน mRNA
(22 ก.ย.64) พล.อ.ท.นพ.อนุตตร จิตตินันทน์ ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศ ไทย กล่าวถึงการรายงานของ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) สหรัฐอเมริกา ใน Facebook ส่วนตัว เกี่ยวกับภาวะอาการกล้ามเนื้อหัวใจ หรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ หลังฉีดวัคซีน mRNA
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Centers for Disease Control and Prevention – CDC) ของสหรัฐฯ รายงานอัตราการเกิดผลข้างเคียง ที่พบหลังจากการฉีดวัคซีน mRNA COVID-19 (Pfizer-BioNTech Moderna) พบผู้ฉีดวัคซีน mRNA มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ หลังการฉีดวัคซีนดังกล่าว
จากระบบการรายงานผลแพ้ข้างเคียงวัคซีน (VAERS) รายงานผลข้างเคียงการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 12 - 39 ปี และในกลุ่มของเด็กอายุ 12 - 15 ปี มีโอกาสเกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบสูงกว่ากลุ่มอื่นถึง 4 เท่า โดยมีอัตราการเกิดผลข้างเคียง ประมาณ 16 รายใน 1 ล้านโดสของการฉีด ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่เกิดหลังได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 มากกว่าเข็มที่ 1 ส่วนใหญ่พบในผู้ป่วยเพศชาย โดยจะมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจถี่ หายใจลำบาก หรือรู้สึกถึงการเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะ โดยจะพบมีคลื่นหัวใจผิดปกติ ระดับเอนไซม์ของหัวใจ (Troponin-T) เพิ่มขึ้น การวินิจฉัยกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบทำได้ด้วยการตรวจสนามแม่เหล็กไฟฟ้าหัวใจ (MRI) และควรเฝ้าระวังภายใน 1 สัปดาห์หลังการฉีดวัคซีน หากอาการไม่ดีขึ้นควรรีบพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเร็วที่สุด
สาเหตุที่ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากวัคซีนโควิด 19 ชนิด mRNA ยังไม่มีข้อบ่งชี้ที่แน่ชัด วัคซีนชนิด mRNA อาจจะกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกัน ที่ผิดปกติที่มีอยู่ก่อนแล้วในบุคคลบางกลุ่ม และเมื่อผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ชายน่าจะเกี่ยวข้องกับความแตกต่างของฮอร์โมนเพศกับการตอบสนอง ต่อภูมิคุ้มกัน
โดยทั่วไปผู้ป่วยที่มีอาการข้างเคียงดังกล่าว อาการจะดีขึ้นหลังจากการได้รับการรักษาและพักผ่อนอย่างเต็มที่ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ได้ตามปกติ
แม้ว่าจะมีอาการกล้ามเนื้อหัวใจ หรือ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ อาจเกิดขึ้นได้หลังฉีดวัคซีน mRNA แต่เป็นผลข้างเคียงที่พบได้ไม่บ่อย ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ยังคงแนะนำให้ผู้ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป ได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรค COVID-19 เพราะประโยชน์ที่ได้จากการฉีดวัคซีน มีมากกว่าอาการข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยรุนแรง และการเสียชีวิตหากติดเชื้อ นอกจากนี้ผู้ที่ได้รับวัคซีน mRNA แล้วเข็มแรก ควรรับเข็มที่ 2 ให้ครบโดส เว้นแต่ว่าแพทย์แนะนำให้ไม่ฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ต่อ

23/09/2021

ข่าวดี ! วัคซีนโควิดชนิดเชื้อตาย ฝีมือคนไทย ยับยั้งโควิดได้

เมื่อช่วงเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ร่วมกับคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล ได้เริ่มการทดสอบทางคลินิกวัคซีนโควิด-19 ชนิดเชื้อตาย (Inactivated) ชื่อ "NDV-HXP-S" ที่ไทยพัฒนาเอง

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โพสต์ข้อความว่า “วัคซีนชนิดนี้เป็นไวรัสนิวคาสเซิลที่เพิ่มปริมาณได้ดีในไข่ไก่ฟัก และไวรัสชนิดนี้ผ่านการปรับพันธุกรรมให้มีโปรตีนหนามของไวรัสโควิด-19 บนผิวอนุภาค"

“โดยไวรัสจะถูกทำให้เสียสภาพไม่สามารถติดเข้าสู่เซลล์ได้อีก แต่โปรตีนหนามจะถูกสกัดออกมาทำเป็นวัคซีน ข้อดีอย่างหนึ่งของวัคซีนชนิดนี้คือ โปรตีนหนามที่ออกแบบให้มีความเสถียรภาพสูงกว่าโปรตีนที่พบในไวรัสตามธรรมชาติ ดังนั้น จึงเชื่อว่าโปรตีนหนามของวัคซีนรูปแบบนี้จะสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีกว่า โปรตีนหนามที่สกัดมาจากไวรัสจากธรรมชาติอย่างซิโนแวคหรือซิโนฟาร์ม”

ล่าสุดมีการเผยแพร่ก่อนตีพิมพ์อย่างเป็นทางการ ผลการทดสอบทางคลินิกระยะที่ 1/2 ของวัคซีนโควิด-19 NDV-HXP-S ออกมาแล้ว การทดสอบนี้ดำเนินการที่ศูนย์ทดลองวัคซีน ม.มหิดล กลุ่มอาสาสมัครที่เข้ารับวัคซีนประกอบด้วย ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีอายุ 18-59 ปี ผู้ที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ และผู้ที่ไม่มีแอนติบอดีต่อ SARS-CoV-2 ซึ่งก่อโรคโควิด-19 รวมอาสาสมัครจำนวน 210 คน

อาสาสมัครจะถูกแบ่งเป็น 6 กลุ่ม ๆ ละ 35 คน ดังนี้

กลุ่ม 1 ได้รับวัคซีน 2 เข็มห่างกัน 28 วัน ปริมาณ 1 ไมโครกรัม

กลุ่ม 2 ได้รับวัคซีน 2 เข็มห่างกัน 28 วัน ปริมาณ 1 ไมโครกรัม บวกสารกระตุ้นภูมิ CpG1018

กลุ่ม 3 ได้รับวัคซีน 2 เข็มห่างกัน 28 วัน ปริมาณ 3 ไมโครกรัม

กลุ่ม 4 ได้รับวัคซีน 2 เข็มห่างกัน 28 วัน ปริมาณ 3 ไมโครกรัม บวกสารกระตุ้นภูมิ CpG1018

กลุ่ม 5 ได้รับวัคซีน 2 เข็มห่างกัน 28 วัน ปริมาณ 10 ไมโครกรัม

กลุ่ม 6 ได้รับยาหลอก

การทดสอบนี้เป้าหมายหลักคือเพื่อศึกษาผลไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นในช่วง 7 วันและ 28 วันหลังจากฉีดวัคซีน เป้าหมายรองคือการวัดระดับภูมิคุ้มกันชนิด anti-S IgG และชนิด Neutralizing Antibody เพื่อดูว่าจะใช้วัคซีนในปริมาณเท่าใดในการทดสอบทางคลินิกเฟส 2 ต่อไป

ผลข้างเคียงที่พบมากที่สุดคือ ปวดบริเวณที่ฉีด (

23/09/2021

KEY MESSAGES: รู้จัก MIS-C ภาวะที่พบในเด็กหลังจากหายป่วยเป็นโควิด
จากข่าวเด็กชาย อายุ 13 ปี จ.กระบี่ มีอาการแน่นหน้าอก และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2564 โดยมีประวัติเคยติดเชื้อโควิดแบบไม่มีอาการเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และแยกกักรักษาจนครบกำหนดแล้ว นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระบี่ ชี้แจงว่า แพทย์ผู้รักษาสันนิษฐานว่าเป็น ‘มิสซี’ (MIS-C) ซึ่งเป็นภาวะที่พบในเด็กหลังจากหายป่วยเป็นโควิด
MIS-C ย่อมาจาก Multisystem Inflammatory Syndrome in Children หรือ ‘กลุ่มอาการอักเสบหลายระบบในเด็ก’ เป็นภาวะที่มีการอักเสบของอวัยวะหลายระบบในร่างกาย เช่น หัวใจ ปอด ไต สมอง ผิวหนัง ตา หรือทางเดินอาหาร ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน แต่มีความสัมพันธ์กับโควิด ภาวะนี้อาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต แต่เด็กส่วนใหญ่มีอาการดีขึ้นหลังจากได้รับการรักษา
นิยามภาวะ MIS-C ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค สหรัฐอเมริกา (CDC) คือ
▪ ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 21 ปี
▪ ไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส นานเกิน 24 ชั่วโมง
▪ ได้รับการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบการอักเสบ
▪ มีอาการรุนแรงจนต้องรักษาในโรงพยาบาลมากกว่า 2 ระบบ ได้แก่ ระบบหัวใจ ไต ทางเดินหายใจ เลือด ทางเดินอาหาร ผิวหนัง หรือระบบประสาท
▪ ไม่มีการวินิจฉัยอื่นที่เป็นไปได้
▪ และติดเชื้อ หรือสัมผัสกับผู้ติดเชื้อโควิด ภายในระยะเวลา 4 สัปดาห์ก่อนมีอาการ
โดยอาการที่พบส่วนใหญ่มักมีไข้นานเกิน 3-5 วัน ปวดท้อง อาเจียน ถ่ายเหลว ผื่น เยื่อบุตาอักเสบ ปากหรือลิ้นบวมแดง ปวดศีรษะ ซึม ชัก สับสน หายใจเร็ว อาการอื่นๆ เช่น เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ มือเท้าบวม ต่อมน้ำเหลืองโต ซึ่งเป็นภาวะที่มีอาการคล้ายกับโรคคาวาซากิ (Kawasaki Disease) ซึ่งคาดว่าเกิดจากการตอบสนองของภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ แต่โรคคาวาซากิมักพบในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี
เป็นภาวะแทรกซ้อนหลังจากการติดเชื้อโควิดที่พบน้อยกว่า 1% แต่เมื่อมีเด็กติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น ย่อมมีรายงานจำนวนผู้ที่มีภาวะ MIS-C มากขึ้น รายงานฉบับหนึ่งในนิวยอร์กพบว่า ในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 21 ปี ซึ่งมีอัตราติดเชื้อ 322 รายต่อ 1 แสนคน พบภาวะ MIS-C 2 รายต่อ 1 แสนคน ส่วนในประเทศไทย จากการเก็บข้อมูลของกลุ่มแพทย์ที่ติดตามภาวะนี้ พบประมาณ 20-25 ราย
การรักษาในปัจจุบันเป็นการรักษาแบบประคับประคองหรือตามระบบที่มีการอักเสบ เช่น การให้น้ำเกลือ ยากระตุ้นความดันโลหิต การช่วยหายใจ เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลของการรักษาแบบต่างๆ ส่วนยาต้านการอักเสบที่ใช้คือการให้อิมมูโนโกลบูลินทางหลอดเลือดดำ (IVIG) ยาสเตียรอยด์ รวมถึงยาแอสไพริน เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนของหลอดเลือดหัวใจ
สำหรับผู้ปกครอง หากเด็กที่เคยติดเชื้อโควิดมีไข้สูง ร่วมกับอาการปวดท้อง อาเจียน ถ่ายเหลว แน่นหน้าอก ปวดศีรษะ ตาแดง ปากหรือลิ้นแดง หรือผื่นตามตัว ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม พร้อมแจ้งประวัติว่าเคยติดเชื้อมาก่อน นอกจากนี้ ในผู้ใหญ่ที่เคยติดเชื้อโควิดอาจเกิดภาวะ MIS-A (A ย่อมาจาก Adults) ซึ่งมีอาการที่ต้องสังเกตเหมือนกัน แต่มีรายงานการพบน้อยมาก
อ้างอิง:
Information for Healthcare Providers about Multisystem Inflammatory Syndrome in Children (MIS-C) https://www.cdc.gov/mis/mis-c/hcp/index.html
COVID-19: Multisystem inflammatory syndrome in children (MIS-C) clinical features, evaluation, and diagnosis https://www.uptodate.com/contents/covid-19-multisystem-inflammatory-syndrome-in-children-mis-c-clinical-features-evaluation-and-diagnosis
The Multisystem Inflammatory Syndrome in Adults With SARS-CoV-2 Infection—Another Piece of an Expanding Puzzle https://jamanetwork.com/journals/jamanetworkopen/fullarticle/2779960
รพ.กระบี่ชี้แจงเด็ก 13 ปีเสียชีวิต อาจเกิดจากอาการ "มิสซี" https://news.thaipbs.or.th/content/308066
Multisystem Inflammatory Syndrome in Children and COVID-19https://www.thaipediatrics.org/Media/media-20200630151922.pdf
เด็กติดโควิด: MIS-C อาการอักเสบหลายระบบและอาการอื่น ๆ ที่กุมารแพทย์พบจากการรักษาผู้ป่วยโควิดเด็กในไทย https://www.bbc.com/thai/thailand-58613572
อ่านข่าวอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://thestandard.co/
#โควิด19 #โควิด19วันนี้ #วัคซีนโควิด19

21/09/2021
19/09/2021

"ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐ" เผย วัคซีนโมเดอร์นา ป้องกันผู้ติดโควิดป่วยรุนแรงเข้าโรงพยาบาลได้สูงสุด รองลงมาเป็นไฟเซอร์ และ J&J พร้อมเปิดประสิทธิภาพวัคซีนโควิดของแต่ละชนิด
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐ เปิดเผยผลการศึกษาใหม่ ระบุว่า วัคซีนโควิด-19 ของบริษัทโมเดอร์นามีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันไม่ให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
ขณะที่วัคซีนของไฟเซอร์ และของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) มีประสิทธิภาพรองลงมาตามลำดับในการป้องกันไม่ให้ผู้ติดเชื้อโควิดต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
CDC ระบุว่า ประสิทธิภาพดังกล่าวของวัคซีนโมเดอร์นาอยู่ที่ระดับ 93%, ของไฟเซอร์/ไบออนเทคอยู่ที่ 88% และของ J&J อยู่ที่ 71%
"แม้ข้อมูลจากการศึกษาบ่งชี้ว่า วัคซีนมีระดับการป้องกันที่แตกต่างกัน แต่วัคซีนทั้งหมดก็สามารถป้องกันไม่ให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล" รายงานของ CDC ระบุ
การศึกษาดังกล่าวรวบรวมข้อมูลจากผู้ใหญ่ 3,600 คนที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลราว 20 รัฐของสหรัฐระหว่างเดือนมี.ค. - ส.ค.ปีนี้
นักวิจัยระบุว่า ประสิทธิภาพวัคซีนโควิดของไฟเซอร์ จะเริ่มลดลงในอัตราที่มากกว่าของโมเดอร์นา และเริ่มลดลงนับตั้งแต่เดือนที่ 4 หลังจากฉีดวัคซีนโดสที่ 2 แล้ว โดยอยู่ที่ระดับ 77%
CDC อธิบายว่า สาเหตุของประสิทธิภาพวัคซีนโควิด-19 ที่ลดลงมากกว่านั้นอาจจะมาจากระยะเวลาระหว่างการฉีดเข็มแรกกับเข็มที่สอง โดยของโมเดอร์นาใช้เวลาห่างกัน 4 สัปดาห์ และไฟเซอร์ใช้เวลาห่างกัน 3 สัปดาห์ ซึ่งอาจทำให้ระดับภูมิคุ้มกันจากวัคซีนโมเดอร์นาสูงกว่าของไฟเซอร์
วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของไฟเซอร์และโมเดอร์นาใช้เทคโนโลยีใหม่ที่สังเคราะห์สารพันธุกรรมเอ็มอาร์เอ็นเอ (messenger RNA: mRNA) ที่เฉพาะเจาะจงกับเชื้อไวรัส
ส่วนวัคซีนโควิดของ J&J พัฒนาจากไวรัสที่สามารถตัดแต่งพันธุกรรม เช่น ไวรัสอะดีโน (Adenovirus) นำมาดัดแปลงพันธุกรรมไม่ให้สามารถแบ่งตัวได้ และใส่สารพันธุกรรมของไวรัสโรคโควิด-19 เข้าไปด้วย
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
-------------------------------
ติดตาม "กรุงเทพธุรกิจ" ผ่านช่องทางต่างๆ ได้ที่
Line: https://line.me/R/ti/p/%40rvb8351i
Twitter: https://twitter.com/ktnewsonline
Website: http://www.bangkokbiznews.com
Youtube: https://www.youtube.com/user/KrungthepTurakij
Blockdit: https://www.blockdit.com/bangkokbiznews
Instagram: https://www.instagram.com/bangkokbiznews
Tiktok: https://www.tiktok.com/
Soundcloud: https://soundcloud.com/bangkokbiznews
Spotify: https://qrgo.page.link/CHpWR

ที่อยู่

205/18 Ratchadaphisek Road, Din Daeng
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 22:00
อังคาร 10:00 - 22:00
พุธ 10:00 - 22:00
พฤหัสบดี 10:00 - 22:00
ศุกร์ 10:00 - 22:00
เสาร์ 08:00 - 20:00
อาทิตย์ 08:00 - 20:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Zity Clinicผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Zity Clinic

เปิดให้บริการแล้วทั้ง 2 สาขา สาขา The Nine พระราม 9

Google map : https://maps.app.goo.gl/2XsioFseKvCjNQa29 นัดแพทย์โทร : 02-056-7833 ใบอนุญาตเลขที่ 10101065662

สาขา 101 True Digital Park ชั้น 3 (ปุณณวิถี)

Google map : https://g.page/TrueDigitalPark?share นัดแพทย์โทร : 02-117-3966 เปิดทำการ จันทร์ - อาทิตย์ 10:00 - 22.00 น.