27/11/2025
👶🏻⛑ น้ำท่วมใหญ่ ไม่มีไฟฟ้า ต้มน้ำไม่ได้…
แล้วลูกจะ “กินนมอะไร?”
คำถามนี้…
ในสถานการณ์จริง
มัน “อันตรายถึงชีวิต” ได้เลยครับ
ต้องยอมรับว่า…
ผมเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์ตรง
ในการดูแลเด็กเล็กที่ติดอยู่ในสถานการณ์ลำบากแบบนี้
แต่เพราะมีหลายคนถามเข้ามา
ก่อนจะตอบ ผมจึงใช้เวลาหาข้อมูล
จนไปเจอกับแนวทางจากองค์กรระดับโลก
ที่เคยทำงานในพื้นที่สงคราม น้ำท่วม ภัยพิบัติ
ที่ไม่มีแม้แต่น้ำสะอาดให้ชงนม
📚 แนวทางนี้ชื่อว่า
“Infant Feeding in Emergencies”
โดย WHO, UNICEF, UNHCR, WFP ฯลฯ
ซึ่งมีคำแนะนำที่ “ใช้ได้จริง” ในสถานการณ์ที่แทบไม่มีอะไรเหลือ
โพสต์นี้…
ผมขอสรุปให้เข้าใจง่ายที่สุดว่า
ถ้าวันนี้คุณไม่มีไฟฟ้า
ต้มน้ำไม่ได้
แต่มี “ลูกเล็กที่ยังต้องกินนม” อยู่ตรงหน้า
🎯 คุณจะทำยังไง… เพื่อให้ลูกปลอดภัย?
ผมสรุปออกมาเป็น “10 ข้อสำคัญ”
ที่อยากให้ทุกครอบครัวได้อ่านครับ
(แนวทางฉบับเต็ม ผมแปะลิงก์ไว้ในคอมเมนต์ให้แล้วนะครับ)
================
1️⃣ ห้ามใช้น้ำท่วมหรือน้ำขังมาชงนมหรือให้ลูกกินเด็ดขาด
💀 น้ำท่วม = ศูนย์รวมเชื้อโรค
เพราะในน้ำนั้นเต็มไปด้วย…
• เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้ท้องเสีย เช่น E.coli, Shigella, Salmonella
• เชื้ออหิวาตกโรค (Cholera)
• ไวรัสจากอุจจาระของคนและสัตว์
แม้เอาน้ำพวกนี้ไปชงนม “แค่ครั้งเดียว”
เด็กเล็กก็อาจท้องเสียรุนแรงได้เลย
❗ และถ้าเด็กท้องเสีย + ไปโรงพยาบาลไม่ได้
→ เด็กอาจเสียชีวิตได้ในไม่กี่ชั่วโมง
💡 ถ้าไม่มีน้ำสะอาดจริงๆ
การรองน้ำฝนไว้กิน ยัง “ปลอดภัยกว่า” มากครับ
================
2️⃣ ถ้าลูกอยู่กับแม่… นมที่ดีที่สุด
และปลอดภัยที่สุด ก็คือ “นมแม่”
นมแม่ = ถุงยังชีพที่ดีที่สุดของลูกในสถานการณ์ฉุกเฉินครับ 💝
✔️ ไม่ต้องใช้น้ำ
✔️ ไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า
✔️ อุณหภูมิเหมาะสมเสมอ
✔️ มีภูมิคุ้มกันจากแม่
✔️ และที่สำคัญคือ… ปลอดเชื้อ 100%
ไม่ว่าสถานการณ์จะยากแค่ไหน
แค่แม่กับลูกได้อยู่ด้วยกัน
ร่างกายของแม่ก็ “ผลิตน้ำนม” ออกมาได้เสมอ
เพื่อให้ลูกปลอดภัยและมีพลังต่อชีวิต
================
3️⃣ ถ้าแม่แทบไม่มีข้าวกินแล้ว… ยังให้นมลูกได้ไหม?
แล้วน้ำนมจะมีคุณภาพพอหรือเปล่า?
คำถามนี้เจอบ่อยครับในสถานการณ์ที่ขาดแคลน
หลายคนกังวลว่า ถ้าแม่กินได้น้อย นมที่ให้ลูกจะพอไหม?
ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่า…
✅ ถ้าแม่มีภาวะขาดสารอาหาร “เล็กน้อยถึงปานกลาง”
จะไม่ค่อยส่งผลต่อปริมาณหรือคุณภาพของน้ำนม
เพราะร่างกายของแม่จะดึงสารอาหารที่สะสมไว้
มาใช้สร้างน้ำนมให้ลูกได้ต่อเนื่อง
❗ยกเว้นเฉพาะในกรณีที่แม่ขาดสารอาหารอย่างรุนแรงมาก (severely malnourished)
แบบที่ร่างกายอ่อนแรงมาก กินอะไรไม่ได้ต่อเนื่อง
ถึงจะทำให้น้ำนมลดลงจริงๆ และคุณภาพเริ่มลดลง
สรุปคือ…
🍼 ถ้ายังกินได้บ้าง ยังพอมีแรง ยังให้นมได้
การให้นมแม่ยังคงเป็นทางเลือกที่ “ปลอดภัยที่สุด” สำหรับลูกในภาวะฉุกเฉินครับ
================
4️⃣ ถ้าแม่เครียดมาก… น้ำนมยังจะไหลไหม? ให้นมลูกได้อยู่หรือเปล่า?
หลายคนเข้าใจว่า
“แม่เครียด = น้ำนมหาย”
แต่ความจริงไม่ใช่ครับ!
✅ ร่างกายของแม่ยังสร้างน้ำนมได้ตามปกติ
เพราะ “ฮอร์โมนสร้างน้ำนม” ชื่อว่า Prolactin
มันจะยังทำงานต่อเนื่อง ตราบใดที่ลูกยังดูดนม
❗แต่ปัญหาที่เจอบ่อยคือ…
“น้ำนมไม่ไหลออกมา” ต่างหาก
เพราะเวลาที่แม่เครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียด
ซึ่งไปรบกวน Oxytocin
(ฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ “บีบน้ำนมออกจากเต้า”)
ผลก็คือ…
📦 น้ำนมยังอยู่เต็มเต้า
แต่ไม่ยอมไหลออกมา
→ แม่เลยเข้าใจผิดว่า “ไม่มีน้ำนม”
💡 วิธีแก้ไข
✅ ให้ลูกดูดบ่อยๆ
✅ นวดเต้านมเบาๆ ก่อนให้นม
✅ สัมผัสลูก ใกล้ชิดกันมากขึ้น
✅ ให้คนรอบข้างช่วยลดภาระ ลดความเครียดให้แม่
ถ้าแม่ผ่อนคลายมากขึ้น
Oxytocin ก็จะกลับมาทำงาน
แล้วน้ำนมก็จะ “ไหลออกมาได้ตามปกติ” ครับ
================
5️⃣ ถ้าให้ลูกดูดเต้าไม่ได้ แต่แม่ยังมีน้ำนม… ควรทำยังไงดี?
บางครั้งแม่อาจให้นมจากเต้าไม่ได้จริงๆ
เช่น…
❌ เด็กไม่ยอมดูดเต้า
❌ หัวนมแม่เจ็บมาก แตกเป็นแผล
❌ ลูกป่วย ดูดไม่ไหว
แต่ถ้ายังมีน้ำนมอยู่…
🎯 “อย่าหยุดให้นม”
แนะนำให้บีบนมแม่ออกใส่ถ้วย แล้วป้อนให้ลูกกินแทน
สิ่งนี้เรียกว่า cup feeding ครับ
และที่สำคัญที่สุด…
❗ห้ามใช้ขวดนมและจุกนมเด็ดขาด
ฟังไม่ผิดครับ เค้าแนะนำแบบนั้นจริงๆ
เพราะ…
⚠️ ขวดนมมีซอกเล็กซอกน้อย
⚠️ ทำความสะอาดยาก
⚠️ มีโอกาสสะสมเชื้อโรคสูง
⚠️ เสี่ยงทำให้เด็กท้องเสียมากในสถานการณ์แบบนี้
🥛 “ถ้วย” จึงเป็นอุปกรณ์ที่ปลอดภัยกว่า ล้างง่ายกว่า
และใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดเลย
วิธีป้อนนมด้วยถ้วย
1. ประคองหลังและคอให้ลูกนั่งตัวตรง
2. เอาขอบถ้วยแตะเบาๆ ที่ริมฝีปากล่าง
3. เอียงถ้วยให้นมแตะที่ปาก
4. เด็กจะใช้ลิ้นเลียหรือดูดน้ำนมขึ้นมาเอง
🚫 ห้ามเทกรอกนมเข้าปากเด็กเด็ดขาด
เพราะจะทำให้ “สำลัก” ได้ครับ
================
6️⃣ 🛠️ ถ้าแม่หยุดให้นมไปนานแล้ว… จะทำยังไง?
บางคนหยุดให้นมไปแล้วเป็นอาทิตย์
บางคนหยุดไปเป็นเดือน
ยังจะให้นมลูกได้ไหม?
คำตอบคือ 👉 “ยังมีโอกาสครับ!”
สิ่งนี้เรียกว่า การกู้น้ำนม หรือ Relactation
📌 วิธีการคือ “กระตุ้นบ่อยๆ”
💧 ยิ่งกระตุ้นมากเท่าไร ร่างกายก็จะเริ่มผลิตน้ำนมอีกครั้ง
เทคนิคที่แนะนำคือ
🍼 ให้ลูกดูดจากเต้าบ่อยๆ
✋ บีบนมด้วยมือบ่อยๆ
🕐 พยายามให้ลูกดูดวันละ 8-12 ครั้ง
⏳ อาจต้องใช้เวลาเป็นวันหรือเป็นสัปดาห์
แต่แม่หลายคนก็ “กู้น้ำนมกลับมาได้สำเร็จ”
แม้เคยคิดว่าไม่มีหวังแล้วก็ตามครับ
================
7️⃣ ถ้าไม่มีนมแม่เลย… “จะให้ลูกกินนมผงได้ไหม?”
คำตอบคือ… “ต้องระวังให้มาก” ครับ
เพราะนมผงที่เปิดแล้ว รวมถึงอุปกรณ์ชงนม
อาจมีการปนเปื้อนเชื้อโรคจากสิ่งแวดล้อมได้ง่ายมาก
(โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์น้ำท่วมหนักแบบนี้)
เชื้อที่น่ากลัว เช่น
🦠 Cronobacter sakazakii
🦠 Salmonella
ซึ่งเป็นอันตรายกับเด็กเล็กอย่างรุนแรง
✅ วิธีชงนมผงที่ “ปลอดภัยที่สุด” คือ…
ต้มน้ำให้เดือดแล้ว
ปล่อยให้เย็นลงเหลือ ~70°C ก่อนใส่นมผง
📏 ตัวเลขนี้อ้างอิงจาก WHO
เพื่อให้มั่นใจว่าเชื้อโรคในนมผง “ถูกฆ่าหมดจริงๆ”
📛 แต่ในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้…
• ไม่มีไฟฟ้า
• แก๊สหมด
• หาน้ำสะอาดลำบาก
❌ การต้มน้ำให้ถึงอุณหภูมิ 70°C ทำไม่ได้
การชงนมผงจึง “ไม่ปลอดภัย” อย่างยิ่ง
📌 สรุปคือ…
ถ้าคุณต้มน้ำได้และเชื้อเพลิงพอ → ใช้ได้
แต่ถ้าทำไม่ได้ → อย่าเสี่ยงครับ
🔎 ส่วนวิตามินหรือแร่ธาตุที่อาจสูญเสียจากน้ำร้อน
แม้จะเสียไปบ้างจริง
แต่ในสถานการณ์แบบนี้ ถือว่า “เล็กน้อยมาก”
เมื่อเทียบกับความเสี่ยงจากการติดเชื้อในเด็ก
(ในสถานการณ์ปกติ พ่อแม่สามารถใช้น้ำต้มสุกที่ปล่อยให้เย็นลงได้ครับ)
================
8️⃣ แล้วถ้ามีน้ำขวดสะอาดแน่ๆ… ใช้ชงนมผงได้ไหมล่ะ?
หลายคนอาจคิดว่า
“ถ้ามีน้ำดื่มบรรจุขวด สะอาดแน่ๆ แล้วจะชงนมผงได้ไหม?”
คำตอบคือ…
“น้ำอาจสะอาดก็จริง แต่… นมผงอาจไม่สะอาดครับ” ❗
😰 เพราะภายในผงนม
อาจมีแบคทีเรียแฝงอยู่ได้
เช่น Cronobacter sakazakii หรือ Salmonella
ซึ่งอันตรายมากในเด็กเล็ก
การฆ่าเชื้อในนมผง…
🧪 จึงจำเป็นต้องใช้น้ำร้อน “ประมาณ 70°C”
เพื่อมั่นใจว่าเชื้อโรคจะถูกทำลายจนหมด
📌 สรุปคือ
แม้น้ำจะสะอาดแค่ไหน
แต่ถ้าใช้น้ำเย็นหรืออุณหภูมิต่ำเกินไป
ก็ไม่สามารถฆ่าเชื้อในนมผงได้
จึงไม่แนะนำให้ชงนมด้วยน้ำขวด
แม้จะดูสะอาดก็ตามครับ 🙅♂️
================
9️⃣ นมกล่อง UHT สูตรเจือจางแบบพิเศษ
ใช้เมื่อ "ไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ"
ในสถานการณ์ที่ลำบากที่สุด
❌ ไม่มีน้ำนมแม่
❌ ไม่มีนมผงที่ชงได้อย่างปลอดภัย
❌ ไม่มีไฟฟ้า ต้มน้ำไม่ได้
แต่ยังไงก็ต้อง “หาทางให้ลูกได้กินอะไรสักอย่าง”
📌 ในกรณีนี้
สามารถใช้ “นมกล่อง UHT”
โดยผสมตามสูตรฉุกเฉินต่อไปนี้
(สูตร 2:1 เพิ่มน้ำตาลเล็กน้อย)
🔹 นมกล่อง UHT 100 ml
🔹 ผสม น้ำสะอาด 50 ml
🔹 เติม น้ำตาลทราย 10 กรัม
🧠 ทำไมต้องเติม “น้ำสะอาด”?
เพราะนม UHT ถูกออกแบบมาสำหรับเด็กโต
👉 โปรตีน โซเดียม โพแทสเซียมสูง
แต่ไตทารกยังทำงานไม่เต็มที่ จะรับไม่ไหว
→ เสี่ยง “ขาดน้ำ-โซเดียมเกิน-ไตพัง”
📌 การเติมน้ำ = ลดความเข้มข้นของสารเหล่านี้
ให้ปลอดภัยกับไตทารกมากขึ้น
🧃 แล้วทำไมต้องเติม “น้ำตาล”?
พอเติมน้ำเจือจาง
→ คาร์โบไฮเดรตในนมจะลดลงมากเกินไป
เด็กอาจได้รับพลังงานไม่พอ
📌 น้ำตาลทราย 10 กรัมที่เพิ่มขึ้น
ทำให้ใกล้เคียงกับนมสูตรทารกมากที่สุด
⚠️ ย้ำอีกครั้งครับ
นี่ไม่ใช่สูตรทั่วไป
แต่คือ “สูตรฉุกเฉิน”
ใช้ได้แค่ชั่วคราวในสถานการณ์จำเป็นจริงๆ เท่านั้น
และควรรีบหาทางกลับมาใช้นมแม่ หรือนมสูตรที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุดครับ
(ผมลองคำนวณเทียบนม UHT สูตรเจือจางแบบนี้กับนมผงเด็กให้ดูจริงๆด้วยนะครับ
สามารถดูรายละเอียดในคอมเมนท์เลย)
================
🔟 ห้ามให้เด็กเล็ก < 1 ขวบ กิน “นมกล่อง UHT” ตรงๆ เด็ดขาด ❌
แม้จะหาง่าย ดูสะดวกในช่วงวิกฤต
แต่นมกล่อง UHT
ไม่เหมาะกับไตของทารกเล็กเลยครับ
เพราะ…
🔺 โปรตีนในนมกล่อง “สูงกว่านมผง 2-3 เท่า”
🔺 โซเดียมและโพแทสเซียมก็ “สูงกว่าชัดเจน”
ซึ่งสารเหล่านี้
ต้องขับออกทางไต
📛 แต่ในเด็กเล็ก
ไตยังพัฒนาไม่สมบูรณ์
→ ขับของเสียไม่ทัน
→ ปัสสาวะเยอะเกิน
→ เสี่ยง “ขาดน้ำ” อย่างรวดเร็ว
⛔ และถ้าโซเดียมในเลือดสูงเกิน
เด็กอาจมีอาการ “ชัก”
หรือร้ายแรงกว่านั้นคือ “ไตวายเฉียบพลัน” ได้
================
✅ สรุปชัดๆ สำหรับพ่อแม่ในสถานการณ์น้ำท่วมฉุกเฉิน
ถ้าคุณไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำร้อน
แต่ต้อง “ให้อาหารลูกเล็กที่ยังกินแต่นม”
จำลำดับนี้ไว้ครับ ⬇️
1️⃣ นมแม่จากเต้า 👑
→ ปลอดภัยสุด ไม่ต้องใช้อะไรเลย
2️⃣ นมแม่บีบใส่ถ้วย
→ ใช้ถ้วยป้อน ห้ามใช้ขวดนม
3️⃣ กู้น้ำนมแม่ให้กลับมา (Relactation)
→ ทำได้ แม้จะหยุดไปนาน
4️⃣ นมผงชงน้ำร้อน 70°C
→ ใช้ได้ กรณีมีแก๊ส/ไฟ ต้มน้ำได้
5️⃣ นมกล่อง UHT 100ml + น้ำสะอาด 50ml + น้ำตาล 10g
→ ใช้เฉพาะ “ยามจำเป็นสุดๆ” เท่านั้น
6️⃣ ❌ ห้ามให้นมกล่อง UHT กับเด็ก