คลินิกหมอณัฏฐา

คลินิกหมอณัฏฐา รักษาโรคเด็ก โรคทั่วไป
ฉีดวัคซีน

วันหยุดปีใหม่นะคะ 😊
25/12/2025

วันหยุดปีใหม่นะคะ 😊

Update 😎 #แพ็คเกจวัคซีนแรกเกิดถึง1ปี+ 🎉ราคารวมค่าแพทย์และค่าบริการแล้วนะคะ 😊💕 #วัคซีนไอพีดี ราคาเริ่มต้น เข็มละ 2,000 บา...
21/12/2025

Update 😎
#แพ็คเกจวัคซีนแรกเกิดถึง1ปี+ 🎉
ราคารวมค่าแพทย์และค่าบริการแล้วนะคะ 😊💕
#วัคซีนไอพีดี ราคาเริ่มต้น เข็มละ 2,000 บาท ค่ะ

11/11/2025

#วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ชนิด 9 สายพันธุ์ 🦠
ขยายเวลา ราคาพิเศษ ถึง สิ้นปีนี้ (30 ธค 68)
นะคะ 😊💉

ข้อมูลทางวิชาการ ของกรณี เด็กที่เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ค่ะ 😷
11/10/2025

ข้อมูลทางวิชาการ
ของกรณี เด็กที่เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ค่ะ 😷

💔 วิเคราะห์กรณีเด็ก 7 ขวบ เสียชีวิตจาก “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A”

ก่อนอื่น…
ผมขอแสดงความเสียใจอย่างมากกับคุณพ่อคุณแม่ของน้องที่จากไปนะครับ 🕊️
ไม่ว่าลูกจะอายุเท่าไหร่ การสูญเสียลูกย่อมเป็นความเจ็บปวดที่สุดในชีวิตของคนเป็นพ่อแม่เสมอ

เคสนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจและทำให้พ่อแม่หลายคนรู้สึกตกใจและหวาดกลัว
เพราะขณะนี้ ไข้หวัดใหญ่กำลังระบาดหนักทั่วประเทศ
และในกรณีนี้ น้องเป็นเด็กที่ปกติแข็งแรงดี
แต่กลับเสียชีวิตภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

วันนี้จึงขอใช้โอกาสนี้มาให้ความรู้ว่า…
👉 ไข้หวัดใหญ่สามารถทำให้หัวใจหยุดเต้นกะทันหันได้จากสาเหตุอะไรบ้าง?
และ
👉 พ่อแม่จะสังเกต “สัญญาณอันตราย” อะไรได้บ้าง ที่ควรรีบพาลูกไปโรงพยาบาลโดยไม่ลังเล



📌 จากข้อมูลในข่าว
• เด็กชายอายุ 7 ขวบ ไม่มีโรคประจำตัว เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A
• เริ่มมี ไข้สูง 1 วัน ก่อนเกิดอาการ ถ่ายเหลว + ชัก
• ไปโรงพยาบาลเอกชนช่วง 1 ทุ่ม
• ขอย้ายไปโรงพยาบาลไปรพ.รัฐบาล → และเกิดหัวใจหยุดเต้นในเวลาประมาณ 4 ทุ่มและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
• เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น



🧠 สิ่งที่พ่อแม่ควรรู้ คือ…

1️⃣ ตั้งสติ และอย่าเพิ่งตื่นตกใจจนเกินไปนะครับ

เคสแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อย
แต่เพราะช่วงนี้ประเทศไทยกำลังมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ที่รุนแรงมาก
เราจึงเห็นข่าวของเด็กที่อาการทรุดเร็วหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้บ้าง
💡 สิ่งสำคัญคือ เราไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควร “ตระหนักรู้” และเตรียมรับมือให้ทัน



2️⃣ หัวใจหยุดเต้นกะทันหัน เกิดขึ้นได้จากไข้หวัดใหญ่จริงไหม?

คำตอบคือ…ได้ครับ แม้บางครั้งเด็กจะยังดูรู้เรื่อง พูดคุยกับพ่อแม่ได้อยู่ที่บ้าน
แต่โรคสามารถพัฒนาไปสู่ภาวะรุนแรงได้ “ภายในไม่กี่ชั่วโมง”

สาเหตุที่เป็นไปได้ ตัวอย่างเช่น
❶ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากไข้หวัดใหญ่ (Influenza-associated Myocarditis) ❤️‍🔥
❷ สมองอักเสบจากไข้หวัดใหญ่ (Encephalitis) 🧠

📌 ทั้งสองภาวะนี้แม้จะพบไม่บ่อย แต่สามารถเกิดได้จริง โดยเฉพาะในช่วงระบาดหนักแบบตอนนี้



3️⃣ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากไข้หวัดใหญ่
(Influenza-associated Myocarditis)

เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สามารถเข้าไปทำลายเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง
→ ทำให้หัวใจบีบตัวอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ
→ เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ไม่เพียงพอ

📈 ช่วงแรก ร่างกายจะพยายาม “ปรับตัว” โดยการเร่งอัตราการเต้นของหัวใจให้เร็วขึ้น แต่เมื่อหัวใจทำงานหนักเกินไปเรื่อยๆ จนถึง “จุดที่ทนไม่ไหว”
🫀 หัวใจก็จะหมดแรงและหยุดเต้นในที่สุด

ลองนึกภาพว่า…
เหมือนเราถูกบังคับให้ “วิ่งรอบสนามเร็ว ๆ แบบไม่หยุด”
ตอนแรกอาจยังไหว แต่สุดท้ายร่างกายก็จะล้มลงเพราะหมดแรง



🚨 สัญญาณเตือน “กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ” ที่ควรรีบไปโรงพยาบาล
• 🤢 อาเจียนไม่หยุด / ปวดท้องบริเวณด้านขวาบน (บริเวณตับ)
→ เพราะเลือดไปเลี้ยงตับไม่พอ → ตับเริ่มขาดเลือด

• 🧠 ชักเกร็งกระตุก
→ อาจเกิดจากสมองขาดเลือด

• 😵‍💫 ซึมมาก แม้ไข้เริ่มลด
→ เด็กมักจะซึมเวลาไข้และพอกินยา ไข้ลงก็มักจะกลับมาร่าเริง
แต่ถ้าไข้เริ่มลงแล้ว ยังซึมตลอดเวลา ปลุกตื่นยาก = สัญญาณไม่ดี

• 💧 ปัสสาวะออกน้อยกว่าปกติ
→ แม้อาจเกิดจากกินน้ำน้อย
แต่ถ้าร่วมกับอาการข้างต้น ต้องระวังว่าอาจเกิดจาก ไตขาดเลือดจากหัวใจอ่อนแรง



4️⃣ สมองอักเสบจากไข้หวัดใหญ่ (Encephalitis)

หากการอักเสบของสมอง ลามไปโดนก้านสมอง
ก็อาจทำให้หัวใจหยุดเต้นกะทันหันได้เช่นกัน

เพราะก้านสมองเป็นศูนย์ควบคุมระบบประสาทอัตโนมัติของร่างกาย
เช่น…
• จังหวะการเต้นของหัวใจ ❤️
• การหายใจเข้าออกตามธรรมชาติ 🌬️

หากร่างกายของเด็กมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเชื้อไข้หวัดใหญ่รุนแรงเกินไป
จนเกิดภาวะอักเสบลุกลามจากระบบภูมิคุ้มกัน (immune-mediated inflammation) อาจทำให้ก้านสมองเกิดอาการบวมและอักเสบได้
→ หัวใจอาจจะหยุดเต้นทันที โดยแทบไม่มีเวลาเตือนล่วงหน้า

⚠️ สัญญาณเตือน “ก้านสมองอักเสบ” ที่ควรเฝ้าระวัง
• 🤒 ซึมผิดปกติ ไม่ค่อยตอบสนอง
• ⚡️ ชักร่วมกับอาการกระตุกเป็นระยะ (myoclonic jerk)
• 🫥 เหม่อลอย พูดช้าแปลกๆ ดูเหมือนสับสน



5️⃣ ความรุนแรงแบบนี้… “ป้องกันได้” ด้วยวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 💉

หลายคนอาจเคยได้ยินว่า…
“วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฉีดแล้วก็ยังติดอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?”

แต่ความจริงคือ…
✅ วัคซีนนี้ช่วยลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมาก
แม้จะติดเชื้อ แต่โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายจะลดลงอย่างชัดเจน เช่น…
– 🧠 สมองอักเสบ
– ❤️ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
– 🫁 ปอดอักเสบรุนแรงที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ

แม้ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้จะพบไม่บ่อย…
แต่ก็คงไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้เกิดขึ้นกับลูกของตัวเอง

ดังนั้น…
📆 การพาลูกไปฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี
ถือเป็นหนึ่งในวิธีง่ายๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงร้ายแรงเหล่านี้ได้จริงครับ 💉✨

 #วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก 🌈  ไร้เข็ม ไม่เจ็บตัว ไม่ต้องกลัวไข้หวัดใหญ่ 😎🎉สำหรับผู้ที่มีอายุ 2-49 ปี สอบถามข้อมูลเพิ...
08/10/2025

#วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก 🌈

ไร้เข็ม ไม่เจ็บตัว ไม่ต้องกลัวไข้หวัดใหญ่ 😎🎉

สำหรับผู้ที่มีอายุ 2-49 ปี
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทาง inbox ได้ค่ะ

16/09/2025

#ภูมิคุ้มกันสําเร็จรูปrsv ตอนนี้มีพร้อมฉีดนะคะ 😷💉

ตามนี้ค่าา ไขข้อข้องใจได้หลายข้อเลย ✅ Vs ❌
13/09/2025

ตามนี้ค่าา ไขข้อข้องใจได้หลายข้อเลย ✅ Vs ❌

✨ ป้องกันไม่ให้ RSV ลงปอดได้ไหม? ✨

ช่วงนี้คำถามยอดฮิตที่คุณพ่อคุณแม่มักถามบ่อยๆ คือ
“ถ้าลูกติดเชื้อ RSV แล้ว ทำยังไงไม่ให้เชื้อลงปอด?”

คำตอบสั้นๆเลยครับ 👉 ไม่มีวิธีป้องกัน 100%

เชื้อจะลงปอดหรือไม่ มันขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น
1️⃣ ปริมาณเชื้อที่ลูกได้รับเข้าไป
2️⃣ ความแข็งแรงของภูมิคุ้มกันเด็กแต่ละคน
3️⃣ โรคประจำตัวที่ลูกมี เช่น คลอดก่อนกำหนด โรคปอด โรคหัวใจ หรือโรคทางระบบประสาท

ดังนั้น มันมีสิ่งที่"เราควบคุมได้" และ สิ่งที่ "เราควบคุมไม่ได้"



✅ สิ่งที่เราควบคุมได้
คือช่วยให้ภูมิคุ้มกันของลูกแข็งแรงที่สุดเท่าที่ทำได้
• 🛌 นอนพักผ่อนเพียงพอ งดนอนดึก ลดกิจกรรมไม่จำเป็น
• 🍲 กินอาหารครบถ้วนและมีคุณภาพ
👉 ไม่จำเป็นต้องหาซื้ออาหารเสริมแพงๆ แค่กินอาหารหลัก 5 หมู่ครบก็พอครับ
• กินนมแม่ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันป้องกันโรคได้
• 💧 ดื่มน้ำ/นมให้เพียงพอ ตามปริมาณที่ลูกควรได้รับต่อวัน
• 🚫 หลีกเลี่ยงการไปในที่แออัด หรือโรงเรียนช่วงป่วย เพื่อไม่ให้ติดเชื้ออื่นซ้ำเติม
เพราะเด็กที่ติด RSV แล้ว ร่างกายต้องใช้ภูมิคุ้มกันต่อสู้เต็มที่อยู่แล้ว ช่วงนี้จะติดเชื้ออื่นเพิ่มได้ง่าย และถ้าไปรับเชื้อใหม่เพิ่ม เช่น ไข้หวัดใหญ่, อะดีโนไวรัส ฯลฯ อาการอาจจะหนักขึ้นได้

❌ สิ่งที่เรา “ควบคุมไม่ได้”
• ปริมาณเชื้อที่ลูกได้รับเข้าไป
จะมากหรือน้อย ขึ้นกับสิ่งแวดล้อมและจังหวะที่สัมผัสเชื้อ เราไม่สามารถกำหนดได้
• ปัจจัยเฉพาะตัวของลูก
เช่น คลอดก่อนกำหนด มีโรคปอด โรคหัวใจ โรคประสาทและกล้ามเนื้อ หรือภูมิคุ้มกันอ่อนแอจากโรคประจำตัว
• ธรรมชาติของเชื้อ RSV เอง
RSV เป็นไวรัสที่ทำให้เด็กบางคนแค่เหมือนเป็นหวัด แต่บางคนอาจลงหลอดลมหรือปอดได้ แม้ไม่มีปัจจัยเสี่ยงชัดเจน



🧘‍♀️ สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ
• ไม่ตื่นตระหนกเกินไป
➡️ เด็กส่วนใหญ่ติด RSV จะเหมือนเป็นหวัดธรรมดา มีเพียงประมาณ 1 ใน 3 เท่านั้นที่ลงหลอดลมหรือปอด
• ถ้ารู้สึกเครียด จิตตกมากจากการอ่านเคสในโซเชียล
➡️ แนะนำ social detox ปิดโซเชียล พักหน้าจอบ้าง แล้วโฟกัสที่อาการลูกของเราก็พอ
• เฝ้าสังเกตอาการลูก โดยเฉพาะช่วงวันที่ 3–5 ของโรค และรู้จักสัญญาณเตือนที่อาจบอกว่าเชื้อเริ่มลงปอด
(ลองดูคลิปเรื่องนี้ได้ในคอมเมนต์ครับ)
• ดูแลตามอาการ เช่น กินยาลดไข้เมื่อมีไข้สูงและไม่สบายตัว ดูแลการกินน้ำกินนมให้เพียงพอ เป็นต้น



❗สิ่งที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับเชื้อ RSV ลงปอด

1) “พาลูกไปนอนโรงพยาบาลตั้งแต่วันแรก จะกันไม่ให้ลงปอดได้”

➡️ ไม่จริงครับ

ความจริงคือ
• การที่เชื้อ RSV จะลงปอดหรือไม่ ขึ้นกับตัวโรคและร่างกายของเด็กคนนั้น ไม่ได้ขึ้นกับว่าไปนอนโรงพยาบาลเร็วแค่ไหนครับ
• RSV มักมีอาการหนักที่สุดในวันที่ 3–5 ของโรค ต่อให้เข้ารพ.ตั้งแต่วันแรก ถ้าเชื้อมีโอกาสลงปอด มันก็ยังสามารถลงได้

แล้วทำไมหมอถึงไม่รีบให้นอนรพ. ตั้งแต่วันแรก?
• เพราะโรงพยาบาลคือที่ที่มีเด็กป่วยจำนวนมาก แม้จะมีมาตรการป้องกันแต่ก็มีความเสี่ยงที่เด็กอาจไปรับเชื้อไวรัสอื่นเพิ่มได้
• วันแรกๆเด็กมักมีอาการไม่มาก การดูแลที่บ้านอย่างใกล้ชิด มักจะปลอดภัยกว่าครับ



2) "ไปพ่นยา ดูดเสมหะแล้วเชื้อจะไม่ลงปอด"

➡️ ไม่จริงครับ

ความจริงคือ
• การพ่นยาและการดูดเสมหะไม่ได้ป้องกัน ไม่ให้ RSV ลงปอด
• หมอมักใช้การพ่นยา ในบางกรณีเท่านั้น 👉 เช่น เด็กที่เริ่มมีอาการเชื้อลงปอดแล้ว เริ่มหอบ หรือเสมหะเหนียวข้นมาก
• จุดประสงค์คือเพื่อให้ เสมหะไม่เหนียวเกินไป และเด็กไอออกง่ายขึ้น → ช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น
• ส่วนการดูดเสมหะ มันเจ็บนะครับ ดังนั้นเราจะทำเฉพาะบางรายเท่านั้น เช่น เด็กที่เสมหะเยอะมาก จนหอบเหนื่อย จนหายใจลำบาก กินนมไม่ได้ นอนไม่ได้
ถ้าเด็กไม่มีอาการเหล่านี้ ก็ไม่จำเป็นต้องดูดเสมหะเขานะครับ

ทั้งการพ่นยาและดูดเสมหะ ไม่สามารถหยุดไม่ให้เชื้อลงปอดได้นะครับ!

สรุปสั้นๆ: การพ่นยา = ช่วย “บรรเทาอาการ” ไม่ใช่การ “ป้องกันลงปอด”



3) ล้างจมูกช่วยกันไม่ให้เชื้อลงปอด

➡️ ไม่จริงครับ

ความจริงคือ
• การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ไม่ได้ทำให้เชื้อ RSV หยุดอยู่แค่จมูก หรือป้องกันไม่ให้ลงปอด
• จุดประสงค์จริงๆ คือ ➡️ ช่วยให้จมูกโล่ง หายใจสะดวกขึ้น กินนม/อาหารได้ดีขึ้น และนอนหลับสบายขึ้น
• ไม่มีความจำเป็นต้องโหมล้างมากเกินไป เพียงเพื่อจะป้องกันการลงปอดนะครับ

สรุปสั้นๆ: ล้างจมูก = “ช่วยให้ลูกสบายขึ้น” แต่ ❌ ไม่ใช่ “การป้องกันเชื้อลงปอด”



4. กินยาปฏิชีวนะ(antibiotic) ตั้งแต่แรก จะไม่เป็นปอดอักเสบ

➡️ ไม่จริงครับ

ความจริงคือ
• เด็กที่ปอดอักเสบ ส่วนใหญ่เกิดจากตัวเชื้อไวรัส RSV เอง >> ❌ ไม่ใช่เพราะเชื้อแบคทีเรีย
• ยาปฏิชีวนะ คือยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ➡️ ไม่สามารถฆ่าไวรัส RSV ได้เลย
• หมอจะให้ยาปฏิชีวนะเฉพาะเมื่อมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบจากแบคทีเรียจริงๆ เท่านั้น

❌ ถ้าให้ยาปฏิชีวนะตั้งแต่ยังไม่จำเป็น จะเกิดผลเสียมากกว่าได้ประโยชน์

1️⃣ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียดีๆในลำไส้
ในลำไส้ลูกมี “แบคทีเรียดีๆเต็มไปหมด” ที่ช่วยย่อยอาหาร ดูดซึมสารอาหาร และสร้างภูมิคุ้มกัน
การกินยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นจะฆ่าเชื้อเหล่านี้ไปด้วย

2️⃣ เสี่ยงสร้างเชื้อดื้อยาในตัวลูกเอง
ทุกครั้งที่กินยาปฏิชีวนะเกินจำเป็น จะเหมือน “ฝึกเชื้อให้แข็งแรงขึ้น” จนกลายเป็นเชื้อดื้อยา
ถ้าวันหน้าลูกป่วยจากเชื้อจริงๆ ➡️ ยาเดิมอาจเอาไม่อยู่ ทำให้รักษายากขึ้น

3️⃣ ถ้าเจอแบคทีเรียดื้อยาจริงๆ การรักษาจะยากกว่าเดิม
สมมติวันแรก ให้ยาดักไว้ตั้งแต่ยังไม่มีแบคทีเรียเลย ➡️ วันที่ 4–5 ลูกปอดอักเสบจริงและซ้ำด้วยแบคทีเรีย
ถ้าแบคทีเรียตัวนั้น “ดื้อยา” ➡️ ยากินธรรมดาเอาไม่อยู่ อาจจะต้องนอนรพ.เพื่อใช้ยาฉีดแทน

4️⃣ เสี่ยงผลข้างเคียงไม่จำเป็น
ผื่นแพ้ยา คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร ➡️ ทำให้ร่างกายลูกยิ่งอ่อนเพลียทั้งที่ไม่ได้จำเป็นต้องใช้ยา



💡 ฝากถึงคุณพ่อคุณแม่

ในโซเชียลตอนนี้ มักเห็นแต่เคสที่อาการหนักถูกแชร์ออกมา
แต่จริงๆ แล้ว เด็กส่วนใหญ่ที่ติด RSV อาการไม่รุนแรง และหายได้เอง

ดังนั้น อย่าเสพโซเชียลจนทำให้จิตตกเกินไป
โฟกัสที่อาการของลูกเราเป็นหลัก เพราะเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ถ้าไม่แน่ใจ ให้พาลูกไปพบแพทย์ดีกว่าครับ

11/09/2025

RSV ไม่มียาต้านไวรัสนะคะ รักษาตามอาการ 😷🤒
มีภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป แนะนำในเด็กเล็กและกลุ่มเสี่ยง

30/08/2025

มีไข้เลือดออกอีกอย่างจ้า 🤒
ครึ่งเดือนมานี่ ป่วยกันเยอะเลยค่า 😷✌️✌️

 #สุขสันต์วันแม่นะคะ ขอให้คุณแม่ทุกคนมีความสุข ลูกๆเติบโตอย่างมีคุณภาพ 🤱💕จากการเป็นแม่ และหมอ(อันนี้เป็นมานานและ 😅)ทำให้...
12/08/2025

#สุขสันต์วันแม่นะคะ ขอให้คุณแม่ทุกคนมีความสุข ลูกๆเติบโตอย่างมีคุณภาพ 🤱💕

จากการเป็นแม่ และหมอ(อันนี้เป็นมานานและ 😅)
ทำให้เรียนรู้ว่า

#นมแม่ เป็นเรื่องของทุกคนในครอบครัว แม่เพียงคนเดียวไม่อาจทำให้สิ่งนี้สำเร็จได้ ✌️🥹

#ไม่ดูจอก่อนสองขวบ อันนี้องค์การอนามัยโลกเค้าแนะนำนะคะ 😎 คุยด้วย เล่นด้วย คุยไม่เก่งก็เล่านิทานกันไปค่ะ 📚

#เด็กส่วนใหญ่ไม่ได้กินง่าย มองภาพรวมการกินอาหารของลูกเป็นซัก 2-3 วัน 😂😋 อย่าทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารของเราไม่ดี ✌️

#เป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูก เป็นตัวอย่างที่ดีในการควบคุมอารมณ์ การกระทำสำคัญกว่าคำพูดนะคะ 😊

สุดท้าย เลี้ยงลูกให้มีความสุข ตามสภาพ แต่มีคุณภาพ สู้ๆค่า ✌️💕

 #ภูมิคุ้มกันสําเร็จรูปrsv  สัปดาห์นี้พร้อมฉีดอีกครั้งแล้วนะคะ หลังจากยาขาดมาเดือนกว่า 🥹 💉💉นัดหมายวันฉีดล่วงหน้าทาง inbo...
04/08/2025

#ภูมิคุ้มกันสําเร็จรูปrsv สัปดาห์นี้พร้อมฉีดอีกครั้งแล้วนะคะ หลังจากยาขาดมาเดือนกว่า 🥹 💉💉
นัดหมายวันฉีดล่วงหน้าทาง inbox ได้ค่ะ ☔️

มาละหรอ ฉั้นรอแกมานานละ!!!
อารมณ์ของหมอเด็ก
เยาวรุ่น 2 ขวบ 4 เดือน ไข้สูง ไอ อาเจียน กินน้อย
ไข้ไม่ลง กินยาทุก 4 ชม.

อาร์เอสวีไวรัส

1. ชอบติดเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี ยิ่งอายุน้อย ยิ่งอาการหนัก
และหนักในผู้สูงอายุ หรือ ผู้ใหญ่ที่มีโรคประจำตัว

2. อาการมี 2 แบบ
_ถ้าไม่รุนแรง เหมือนไข้หวัด ทางเดินหายใจส่วนบนอักเสบ
_ถ้ารุนแรง ทางเดินหายใจส่วนล่างอักเสบ ได้แก่ หลอดลม ปอดอักเสบ
อาการหนักในเด็กน้อยกว่า 2 ปี ยิ่งต่ำกว่า 1 ปี หรือ 6 เดือนยิ่งหนัก

3. อาการหลอดลมอักเสบ หลอดบมฝอยอักเสบ ปอดอักเสบ
ได้แก่ ไข้ ไอ หอบ หน้าอกบุ๋ม หายใจไว
ถ้ารุนแรง เขียว หายใจเองไม่ได้ต้องใส่ท่อช่วยหายใจหรือให้ออกซิเจน

4. วินิจฉัย ป้ายคอด้วยชุดตรวจแบบไว มีขายในร้านสะดวกซื้อ ร้านยา

5. ความร้ายคือ ไม่มียาต้านไวรัส รักษาตามอาการ
พ่นยา ดูดเสมหะ ให้สารน้ำ ออกซิเจน กว่าจะหาย 5-14 วัน

6. ไม่มีวัคซีนในเด็ก

7. มีภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (ไม่ใช่วัคซีน) ฉีดช่วงก่อนเข้าฤดูระบาดในเด็กประมาณ 2 ขวบปีแรก โดยเฉพาะ ขวบปีแรกของชีวิตที่คลอดมาในฤดูกาลแรกของการระบาด (ไทยจะระบาดเดือน มิถุนายน-พฤศจิกายน)

8.มีวัคซีนในคนท้องเพื่อภูมิคุ้มกันมาให้ลูกในท้อง อายุครรภ์ 28-36 สัปดาห์

9.มีวัคซีนในผู้ใหญ่ที่มีโรคประจำตัว เช่นหอบหืด ปอดอุดกลั้นเรื้อรัง โรคหัวใจ และผู้สูงอายุ

10. การป้องกัน แพร่ทางละอองฝอย ไอจามน้ำมูก ล้างมือ สวมหน้ากาก หลีกเลี่ยงคนป่วย

ด้วยความปรารถนาดี

Infectious ง่ายนิดเดียว
ที่จะไม่ญาติดีกับพวกละแวก

 #ไข้เลือดออก
25/07/2025

#ไข้เลือดออก

ไข้เลือดออก ... มา(อีก)แล้ว

เมื่อไม่กี่วันก่อนหลายคนคงได้ยินข่าวการเสียชีวิตของเด็กจากโรคไข้เลือดออก (พูดชื่อเต็ม ๆ ก็คือ โรคไข้เลือดออกเดงกี่; Dengue Hemorrhagic Fever) ใช่ครับ ไข้เลือดออกมาแล้ว เพราะฤดูฝนคือฤดูระบาดของไข้เลือดออกที่มีพาหะนำโรคคือ "ยุงลาย" ที่เมื่อฝนมา ไข่ของยุงลายก็จะได้รับน้ำและเจริญเติบโตออกมาเป็นยุง และเชื้อไวรัสที่ชื่อ Dengue Virus มีวงจรชีวิตอยู่ในสิ่งมีชีวิต 2 ชนิดก็คือ ยุง และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

ยุงกัด เชื้อไวรัสที่อยู่ในน้ำลายยุงเข้าสู่งร่างกายมนุษย์ ฟักตัวแล้วทำให้เกิดโรคได้ ... คงไม่รู้ว่ายุงตัวใดมีเชื้อหรือไม่ดี และคงระบุไม่ได้ว่าโดนกี่ตัวกัดแล้วจึงเกิดโรค ดังนั้นไม่โดนกัดจึงดีที่สุด

ทีนี้ถ้าเป็นแล้วควรรู้อะไรบ้าง

หนึ่ง ... อาการ ... แบ่งเป็น 3 ระยะคือ ระยะไข้ ระยะวิกฤต และระยะฟื้นตัว (หาย) ... ตอนเป็นไข้ ไข้มักสูงลอย ปวดเมื่อยตามตัวมาก ปวดกระบอกตา ปวดหัว คลื่นไส้อาเจียน ไข้มักสูงลอย ๆ 2-7 วัน จากนั้นเข้าสู่ระยะวิกฤต เกิดการอักเสบ การรั่วไหลของน้ำเหลืองออกจากหลอดเลือด เกล็ดเลือดต่ำ (ต่ำแค่ไหนแล้วแต่คน แล้วแต่ปัจจัยแวดล้อม) เลือดออกได้ตามที่ต่าง ๆ น้อย ๆ ก็คือ จุดเลือดที่ผิวหนัง มากหน่อยก็คือ อาเจียนเป็นเลือดได้ เลือดออกภายในอวัยวะต่าง ๆ ได้ บางคนถ่ายเป็นเลือดจนความดันเลือดตกได้ ... บางคนอาจเกิดการอักเสบขึ้นในระบบต่าง ๆ ของร่างกายจากการที่ภูมิคุ้มกันทำงานมากขึ้นในการต่อต้านการติดเชื้อ เกิดการอักเสบได้จากภูมิคุ้มกันของตนเอง เกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนได้ อาการอาจหนักถึงแก่ชีวิตได้ในระยะนี้ จากนั้นจะเข้าสู่ระยะฟื้นตัว หาย ไข้ลง ผื่นขึ้น กินได้

สอง ... ยาลดไข้ ... เลี่ยงกินยาลดไข้สูงในกลุ่ม NSAIDS หรือที่ตัวยาลงท้ายด้วย -เฟ่น เนื่องจากขัดขวางการทำงานของเกล็ดเลือด เลือดออกได้ง่ายขึ้นและมากขึ้นเพราะกระบวนการหยุดเลือดจากเกล็ดน้อยทำงานไม่ได้ (อันนี้สำคัญมาก) ยาในกลุ่มนี้ยังยับยั้งการผลิต Prostaglandins ทำให้การปกป้องตัวเองของกระเพาะอาหารต่อกรดและเอ็นไซม์ลดลง ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ ภาษาชาวบ้านเรียกอย่างไม่ค่อยถูกนักว่า "ยากัดกระเพาะ" เลือดออกในกระเพาะอาหารได้ ... และสุดท้ายคือ ยาชนิดนี้ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตลดลง ในยามที่ร่างกายขาดน้ำ หรือมีน้ำเหลืองซึมออกจากหลอดเลือด ไตอาจวายได้

อันตรายมาก อย่ากินดีที่สุดในช่วงไข้เลือดออกระบาด

สาม ... ติดได้ทั้งตำบล ... เนื่องจากมันระบาดผ่านยุงลายที่มีเชื้อไวรัสนี้ หมายความว่า รัศมี 100 เมตร รอบบ้านของคนที่ป่วยเป็นไข้เลือดออก ดังนั้น 100 เมตรรอบ ๆ เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ได้แน่นอน (ตัวเลขนี้คือ รัศมีการบินของยุงลายนั่นเอง) และมันจะค่อยๆ ขยายออกไปจนติดทั้งตำบลได้หากไม่มีมาตรการที่ดีเพียงพอ ... เป็นเหตุให้เวลามีเคสไข้เลือดออกทางการจะต้องมาพ่นหมอกควันและหยอดทรายอะเบทเพื่อฆ่าลูกน้ำยุงลายเสมอ

สี่ ... มาเร็วเกินไปก็ไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติมนะ เพราะเราจะให้นอน รพ. เฉพาะกรณีทีกำลังจะเข้าสู่ระยะวิกฤต หรือเป็นระยะไข้ที่กินไม่ได้จริง ๆ การนอน รพ. เร็วไม่ได้ช่วยให้โรคดีขึ้นเร็วแต่อย่างใด เพราะมันไม่มียารักษาเฉพาะ ให้เข้าใจตรงกัน และเมื่อแพทย์นัดมาตรวจเลือดทุกวัน ก็ขอให้จงมา เพราะเรากำลังมองหาจุดที่ต้องนอน รพ. ให้คนไข้นั่นเอง

ห้า ... กรุณาอย่าอ้วน ! ย้ำ อย่าอ้วน ! ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพราะโรคไข้เลือดออกที่รุนแรงมักพบในเด็กอ้วน ผู้ใหญ่อ้วน (รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว) เนื่องจากคนอ้วนนั้นการบริหารสารน้ำทำได้ไม่ง่ายเลย ต้องมาคำนวณกันว่าคิดน้ำหนักในการให้สารน้ำเท่าไร รั่วไปเท่าไร หากให้มากตาม นน. จริง น้ำก็เกิน ให้น้อยไป น้ำขาดไตวายอีก ไหนจะเกล็ดเลือดที่ต้องให้ ส่วนประกอบเลือดอีก ... บริหารไม่ง่ายเลยนะครับ ... ดังนั้น อย่าอ้วน อย่าอ้วนและอย่าอ้วน ... เวลาเจอเด็กอ้วนเป็นไข้เลือดออกทีไร หมอเด็กคือ ปาดเหงื่อแล้ว ยากแน่ และมีโอกาสแย่สูงด้วย

หก ... ไม่มียารักษาแต่มีวัคซีนที่ป้องกันและลดความรุนแรงได้ เริ่มรับได้หลัง 4 ขวบ อันนี้แนะนำให้ไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน เบื้องต้นคือ ฉีดครบตามคำแนะนำไม่ต้องกระตุ้นเพิ่ม

ด้วยความปรารถนาดี

#หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ

หนังสือ "เลี้ยงลูกให้กินง่าย แก้ไขเด็กกินยาก" ฉบับปรับปรุงใหม่สั่งซื้อที่
https://tamjaimorbooks.page365.net/products/79401750

หนังสือ The Parent's Guide to The First Year เคล็ด(ไม่)ลับ สำหรับพ่อแม่มือใหม่ สั่งได้ที่
https://tamjaimorbooks.page365.net/products/79401740

สั่งหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพเด็กและการเลี้ยงลูกของหมอวินทั้ง 5 เล่ม
รวมถึง นิทานชุด ‘เด็กชายช่างสงสัย’ ได้ที่

อินบอกซ์ http://m.me/tamjaimorbooks
และ https://tamjaimorbooks.page365.net/

A. เลี้ยงลูกให้กินง่าย แก้ไขเด็กกินยาก * NEW ฉบับปรับปรุง 2568
(ปลูกฝังพฤติกรรมการกินที่ดี แก้ปัญหากินยาก)
B. อย่าปล่อยให้พ่อแม่รังแกฉัน (การเลี้ยงลูกเชิงบวก)
C. The Parent's Guide to The First Year
เคล็ด(ไม่)ลับ สำหรับพ่อแม่มือใหม่ * NEW
D. สู่วิถีเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ฉบับชีวิตจริง * NEW
Survival Guide to Breastfeeding
E. เลี้ยงลูกให้ไกลโรค (ความรู้เรื่องสุขภาพ อาการ โรคและยาในเด็ก)
F. นิทานชุด มิน เด็กชายช่างสงสัย (3 เล่ม - เสียงอะไรน่ะ, แปรงฟัน แปรงฟัน, ก็ผมไม่อยากนอนนี่นา)

ที่อยู่

10/29 ถนนศรีโสธรตัดใหม่ ต. หน้าเมือง
Chachoengsao
24000

เวลาทำการ

จันทร์ 17:00 - 20:00
อังคาร 17:00 - 20:00
พุธ 17:00 - 20:00
พฤหัสบดี 17:00 - 20:00
ศุกร์ 17:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 12:00

เบอร์โทรศัพท์

+66816140304

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกหมอณัฏฐาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท