Siam Dermatology ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Siam Dermatology, การแพทย์และสุขภาพ, 420/141 ถนนเทพารักษ์ ต. เทพารักษ์ อ. เมือง, Changwat Samut Prakan.

Siam dermatology Clinic (ฆสพ.สป. 135/2569)
ชื่อเดิม คลินิกหมอภัทร
ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น สยาม เดอร์มาโทโลจี คลินิกเวชกรรมเฉพาะทางสาขาตจวิทยา (สาขาผิวหนัง)
ตรวจรักษาโรคผิวหนัง โรคผม โรคเล็บ ในเด็กและผู้ใหญ่ โดยทีมแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง
โทร 0614487000

สิว (Acne)📍เรื่องสิวเนี่ย... บอกเลยว่าเป็นปัญหาระดับโลก! เพราะวัยรุ่นกว่า 85% (รวมถึงผู้ใหญ่อย่างเราๆ) ต้องเคยเจอกันทั้ง...
28/05/2026

สิว (Acne)

📍เรื่องสิวเนี่ย... บอกเลยว่าเป็นปัญหาระดับโลก! เพราะวัยรุ่นกว่า 85% (รวมถึงผู้ใหญ่อย่างเราๆ) ต้องเคยเจอกันทั้งนั้น นอกจากจะกวนใจบนหน้าแล้ว ยังกวนความมั่นใจเราอีกด้วย

📌 มาทำความเข้าใจ "เรื่องสิวอุดตัน" กันดีกว่านะคะ!

💡 สิวเกิดจากอะไร?
👉 สรุปง่ายๆ คือ รูขุมขนอุดตัน (น้ำมัน + เซลล์ผิวตาย) + แบคทีเรียตัวแสบ (C-acnes) = กลายเป็นสิว!
👉 มักจะชอบขึ้นตาม หน้า คอ หน้าอก และหลัง ซึ่งเป็นจุดที่ต่อมไขมันทำงานดี๊ดี

🔍 เช็กด่วน! สิวของเราเป็นแบบไหน?
สิวแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
📌 สิวที่ไม่อักเสบ (สิวอุดตัน)
👉 สิวหัวปิด (หัวขาว) ตุ่มนูนสีขาว เม็ดเล็กๆ เพราะผิวปิดอยู่
👉 สิวหัวเปิด (หัวดำ) สิ่งอุดตันเจออากาศ เลยเปลี่ยนเป็นจุดสีดำ
📌 สิวอักเสบ
👉 สิวตุ่มแดงๆ เจ็บๆ ยังไม่มีหนอง
👉 สิวหัวหนอง มีหนองสีขาวหรือเหลืองโผล่มาให้เห็น
👉 สิวก้อนลึก เป็นก้อนแข็งๆ ใหญ่ๆ ใต้ผิวหนัง เจ็บระบม
👉 สิวซีสต์ เป็นถุงน้ำขนาดใหญ่ใต้ผิว ตัวแม่เรื่องการทิ้งรอยแผลเป็น!

⚠️ ตัวการกระตุ้นสิว
นอกจากเรื่องหน้ามัน ผิวอุดตัน และแบคทีเรียแล้ว ยังมีปัจจัยรอบตัวที่ทำให้สิวบุกได้ง่ายขึ้น เช่น
✅ ฮอร์โมนพุ่ง (ช่วงวัยรุ่น หรือตอนมีประจำเดือน)
✅ ความเครียด + นอนน้อย
✅ เครื่องสำอางที่อุดตันผิว
✅ อาหารรสหวานจัด และผลิตภัณฑ์จากนมวัว

🛠️ วิธีรับมือและรักษาอย่างถูกต้อง
👉 เน้นทายา สำหรับคนที่ยังเป็นไม่มาก มีสิวอุดตันนิดหน่อย นานๆ ขึ้นที
👉 แนะนำพบหมอ ในเคสที่สิวอุดตันเยอะ อักเสบบ่อย และมีสิวขึ้นเป็นประจำ คุณหมออาจจ่ายยาปฏิชีวนะแบบกิน, ยาปรับฮอร์โมน หรือยาคุม (ในผู้หญิง) หรือยา Isotretinoin รวมถึงการทำหัตถการ เช่น การลอกผิว เลเซอร์ หรือฉีดสิวให้ยุบไว

🚨 สิวแบบไหน... ควรกดบัตรคิวไปหาหมอผิวหนัง?
👉 ถ้ามีอาการเหล่านี้ แนะนำว่าอย่ารักษาเองเลยนะคะ ควรรีบไปหาคุณหมอจะดีที่สุด
1. รักษาเองมา 2-3 เดือนแล้วหน้ายังไม่ดีขึ้น
2. สิวขึ้นเป็นก้อนใหญ่ๆ เจ็บระบม หรือเป็นสิวซีสต์
3. สิวหายปุ๊บ ทิ้งหลุมสิวหรือแผลเป็นปั๊บ
4. สิวบุกพร้อมกับอาการผมร่วงหรือขนดกผิดปกติ (สัญญาณเตือนว่าฮอร์โมนภายในอาจมีปัญหา)

#คลินิกโรคผิวหนัง

#โรคผิวหนังสยาม

ผื่นรอบปาก... ที่คนชอบทักว่าเป็น "สิว" (Perioral Dermatitis) 👄เคยเป็นไหม? มีตุ่มแดงๆ ขึ้นรอบปาก แสบๆ คันๆ ทายาสิวเท่าไหร...
26/05/2026

ผื่นรอบปาก... ที่คนชอบทักว่าเป็น "สิว" (Perioral Dermatitis) 👄

เคยเป็นไหม? มีตุ่มแดงๆ ขึ้นรอบปาก แสบๆ คันๆ ทายาสิวเท่าไหร่ก็ไม่หาย... จริงๆ แล้วคุณอาจกำลังเป็น Perioral Dermatitis (POD) หรือโรคผื่นผิวหนังอักเสบรอบปากอยู่ก็ได้!
โรคนี้ฮิตมากในสาวๆ วัย 20–45 ปี และมักโดนเข้าใจผิดว่าเป็นสิวอักเสบหรือเซ็บเดิร์ม จนซื้อยามาทาผิดๆ ถูกๆ แล้วยิ่งพังกว่าเดิม

📌 จุดสังเกต : สิว หรือ ผื่นรอบปาก?
เป็นตุ่มแดงหรือตุ่มหนองเม็ดเล็กๆ รอบปาก ข้างจมูก หรือรอบตา รู้สึกแสบ คัน หรือผิวตึงเปรี้ยะ
จุดสังเกต : ผื่นจะเว้นช่องว่างห่างจากขอบริมฝีปากประมาณ 3–5 มิลลิเมตร (จะไม่ขึ้นชิดขอบปากเด็ดขาด) และชอบเป็นๆ หายๆ แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

⚠️ สาเหตุตัวร้ายที่ทำให้เกิดผื่น
สาเหตุอันดับหนึ่งคือ "การใช้ครีมสเตียรอยด์บนใบหน้านานเกินไป" (บางคนใช้ครีมหน้าขาวที่แอบผสมสเตียรอยด์โดยไม่รู้ตัว) และปัจจัยร่วมอื่นๆ เช่น
👉 ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์สูง
👉 สกินแคร์หรือมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อข้นเหนียวอุดตันผิว
👉 รองพื้นหรือกันแดดเนื้อครีมหนักๆ
👉 ยาพ่นภูมิแพ้/หอบหืดที่มีสเตียรอยด์

🚨 ระวังติดลูป Steroid Rebound!
พอทาสเตียรอยด์แล้วผื่นยุบดี แต่พอหยุดทา ผื่นกลับเห่อหนักกว่าเดิม! ทำให้ต้องกลับไปทาซ้ำๆ วนไปจนผิวบาง เส้นเลือดฝอยขยาย และผื่นลามหนักขึ้นเรื่อยๆ ห้ามหาซื้อมาทาเองเด็ดขาดนะคะ

✅ วิธีรักษาฉบับ "Zero Therapy" คือการหยุดสาเหตุทั้งหมดก่อน คือ
❌ หยุด สเตียรอยด์ทุกชนิดที่ทาหน้าทันที
👉 เปลี่ยน ยาสีฟันเป็นสูตรที่ไม่มีฟลูออไรด์ (สูตรสมุนไพรหรือสูตรเด็ก)
❌ งด ครีมบำรุงและเครื่องสำอางเนื้อหนักๆ ทุกสิ่งอย่าง
(หลังจากนั้นถ้าไปพบคุณหมอผิวหนัง คุณหมอจะจ่ายยาทาเฉพาะที่ และยากินให้ ซึ่งต้องใจเย็นๆ นะคะ เพราะใช้เวลารักษาประมาณ 6–12 สัปดาห์จึงจะเห็นผลชัดเจน)

🩺 เมื่อไหร่ควรไปหาหมอผิวหนัง?
ถ้าลองปรับพฤติกรรมแล้ว 2 สัปดาห์ แต่ผื่นยังไม่ดีขึ้น แสบผิวรุนแรง หรือผื่นลามกระจายตัว ควรรีบไปหาคุณหมอผิวหนังเลยดีกว่านะคะ เพราะโรคนี้หน้าตาคล้ายโรคอื่นมาก รักษาถูกจุดตั้งแต่แรก หน้าจะได้กลับมาใสไวๆ ไม่ทิ้งรอย!

#คลินิกโรคผิวหนัง

#โรคผิวหนังสยาม

📌 Intertrigo (ผื่นผิวหนังอักเสบในบริเวณรอยพับ) 📌เป็นภาวะผิวหนังอักเสบที่เกิดจาก ความร้อน ความชื้น และการเสียดสี ของผิวหน...
23/05/2026

📌 Intertrigo (ผื่นผิวหนังอักเสบในบริเวณรอยพับ) 📌
เป็นภาวะผิวหนังอักเสบที่เกิดจาก ความร้อน ความชื้น และการเสียดสี ของผิวหนังบริเวณที่พับชนกัน พบได้บ่อยในประเทศเมืองร้อนชื้นอย่างประเทศไทย

👥 กลุ่มผู้ป่วยที่อาจเป็นโรคนี้ คือ
👉 ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก (มีรอยพับผิวหนังเยอะ)
👉 กลุ่มผู้สูงอายุ
👉 ผู้ป่วยโรคเบาหวาน

📌 บริเวณที่พบการเกิดผื่นได้บ่อยๆ
👉 รักแร้ จะพบได้บ่อยที่สุด เพราะเหงื่อออกง่ายและมีการเสียดสีตลอดเวลา
👉 ขาหนีบ โดยเฉพาะในคนที่ชอบใส่กางเกงรัดรูป
👉 รอยพับหน้าท้อง พบบ่อยในคนที่มีพุง

💊 การดูแลและวิธีรักษา
✅ เลี่ยงการอับชื้นและสวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบาย ซับผิวให้แห้งสนิทหลังอาบน้ำ และใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
✅ เคลือบปกป้องผิว ด้วยการทาบำรุงผิวเป็นประจำ เพื่อลดการเสียดสีและกันความชื้น (แนะนำให้เลี่ยงบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำหอม เพื่อเลี่ยงการระคายเคือง)
✅ ทายาลดการอักเสบ เป็นการรักษาโดยใช้ครีมสเตียรอยด์ฤทธิ์อ่อน
✅ ฆ่าเชื้อราแทรกซ้อน หากมีเชื้อรา Candida ร่วมกับการอักเสบ ให้ใช้ครีมฆ่าเชื้อราในการรักษาร่วมกัน

#คลินิกโรคผิวหนัง

#โรคผิวหนังสยาม

📌 ทำความรู้จักกับ Mycosis Fungoides (MF) หรือมะเร็งผิวหนังที่วินิจฉัยยากที่สุด 📌 Mycosis Fungoides (MF) คือมะเร็งต่อมน้ำ...
21/05/2026

📌 ทำความรู้จักกับ Mycosis Fungoides (MF) หรือมะเร็งผิวหนังที่วินิจฉัยยากที่สุด

📌 Mycosis Fungoides (MF) คือมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด T-cell ที่พบได้บ่อยที่สุดบนผิวหนัง มีลักษณะเด่นคือ โตช้ามากและวินิจฉัยยาก ในระยะแรกผื่นจะไม่ชัดเจนและอาจใช้เวลานานนับสิบปีกว่าโรคจะแสดงอาการเต็มที่ แพทย์ผิวหนังจึงมีบทบาทสำคัญที่สุดในการตรวจพบในระยะเริ่มต้น

📌 Mycosis Fungoides จะแบ่งเป็น 4 ระยะคือ
👉 Stage IA-IB (ระยะปื้นหนา) ระยะนี้จะมีอาการเป็นผื่นแดงหรือปื้นนูน คล้ายสะเก็ดเงินและมีอาการคัน และมักเป็นเรื้อรังนานกว่า 10 ปีก่อนจะได้รับการวินิจฉัย
👉 Stage IIB (ระยะก้อนเนื้อ) เป็นระยะที่เริ่มพัฒนาเป็นก้อนเนื้อนูนหนา ซึ่งขนาดจะใหญ่กว่า 1 เซนติเมตร
👉 Stage III (ระยะตัวแดงทั่วตัว) คือระยะที่ผิวหนังจะมีผื่นแดงลุกลามมากกว่า 90% ของร่างกาย
👉 Stage IV (ระยะลุกลาม) ระยะนี้เซลล์มะเร็งจะเริ่มกระจายเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะภายใน

📌 โดยจะมีขั้นตอนการวินิจฉัย คือ
👉 Skin Biopsy (ตัดชิ้นเนื้อตรวจ) เพื่อส่องกล้องหาเซลล์ตัวอ่อนที่ผิดปกติ (Atypical lymphocytes) และกลุ่มเซลล์มะเร็งจำเพาะ (Pautrier microabscesses)
👉 Immunohistochemistry (ย้อมสีพิเศษ) ตรวจเช็กอัตราส่วนของเซลล์
👉 T-cell Receptor (TCR) Gene Rearrangement ตรวจสารพันธุกรรมเพื่อยืนยันว่าเป็นมะเร็งอย่างแน่นอน

📌 แนวทางการรักษา
✅ ระยะแรก (เน้นรักษาเฉพาะที่ผิวหนัง) โดยใช้ยาทาสเตียรอยด์ หรือใช้วิธีฉายแสงบำบัด หรือฉายรังสีอิเล็กตรอนทั่วตัว
✅ ระยะกลาง-ลุกลาม (รักษาทั่วระบบร่างกาย) โดยใช้ยากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ (Retinoids), ยาปรับภูมิคุ้มกัน (Interferon) หรือยาเคมีบำบัด (Methotrexate)

#คลินิกโรคผิวหนัง

#โรคผิวหนังสยาม

📌 (Epidermolysis Bullosa) 📌โรคตุ่มน้ำพองใสEB คือโรคทางพันธุกรรมที่พบได้ยากมากค่ะ เกิดจากโปรตีนยึดผิวหนังทำงานผิดปกติ ทำใ...
19/05/2026

📌 (Epidermolysis Bullosa) 📌
โรคตุ่มน้ำพองใส

EB คือโรคทางพันธุกรรมที่พบได้ยากมากค่ะ เกิดจากโปรตีนยึดผิวหนังทำงานผิดปกติ ทำให้ผิวหนังและเยื่อบุบอบบางมากเหมือนปีกผีเสื้อ แค่โดนเสียดสี กระแทก หรือสะกิดเบาๆ เพียงนิดหน่อย ก็จะพุพองและเป็นแผลรุนแรงทันที

📌 4 ชนิดหลักของโรค EB จะแบ่งตามความลึกของแผล แบ่งเป็น
👉 EB Simplex (ชนิดตื้น) : พบบ่อยที่สุด แผลเกิดที่ผิวชั้นนอกสุด (Epidermis)
👉 Junctional EB (ชนิดรอยต่อ) : แผลเกิดตรงรอยต่อผิวชั้นนอกกับชั้นใน
👉 Dystrophic EB (ชนิดแผลลึก) : แผลเกิดลึกใต้ชั้นหนังแท้ เมื่อหายมักเกิดพังผืดยึดนิ้วมือ-นิ้วเท้าติดกัน และเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนังสูง
👉 Kindler EB (ชนิดผสม) : ชนิดที่เพิ่งค้นพบใหม่ แผลพุพองเกิดขึ้นได้ในผิวหลายชั้นผสมกัน

📌 การดูแลรักษา 📌
(ปัจจุบันยังไม่หายขาด)
✅ เป้าหมายหลักคือบรรเทาอาการและป้องกันแผลใหม่ โดยมีแนวทางดังนี้ค่ะ
👉 ทำแผลเฉพาะทาง : ต้องใช้วัสดุแต่งแผลชนิดพิเศษที่ไม่ติดผิวหนัง (Non-adherent dressings) เพื่อไม่ให้ผิวหลุดลอกตอนแกะ
👉 ยาทาแผลนวัตกรรม : มีการใช้ยาสารสกัดจากเปลือกไม้เบิร์ช (Filsuvez) ในต่างประเทศ ช่วยให้แผลแห้งและหายไวขึ้น
👉 การบำบัดด้วยยีน (Gene Therapy) : อยู่ในขั้นวิจัยเพื่อเข้าไปแก้ไขยีนที่ผิดปกติ เป็นความหวังในอนาคต
👉 ดูแลรอบด้านโดยแพทย์เฉพาะทาง : ต้องดูแลร่วมกันทั้งระบบทางเดินอาหาร (เช่น แผลในปากทำให้กลืนลำบาก) ดวงตา โภชนาการ และจิตใจของครอบครัวควบคู่กันไปค่ะ

#คลินิกโรคผิวหนัง

#โรคผิวหนังสยาม

📌 โรคสวีต (Sweet Syndrome) 📌ผื่นผิวหนังอักเสบเฉียบพลันที่ไม่ได้หวานตามชื่อ หลายคนพอได้ยินชื่อโรคนี้อาจจะนึกว่าเป็นโรคที่...
17/05/2026

📌 โรคสวีต (Sweet Syndrome) 📌
ผื่นผิวหนังอักเสบเฉียบพลันที่ไม่ได้หวานตามชื่อ หลายคนพอได้ยินชื่อโรคนี้อาจจะนึกว่าเป็นโรคที่ไม่รุนแรง หรือเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกินของหวาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว Sweet Syndrome หรือชื่อทางการแพทย์คือ "Acute Febrile Neutrophilic Dermatosis" เป็นโรคผิวหนังอักเสบเฉียบพลันชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างรุนแรง ชื่อ "สวีต" นั้นมาจากชื่อของคุณหมอ Robert Douglas Sweet ผู้ค้นพบโรคนี้เป็นคนแรก สิ่งที่หมอผิวหนังให้ความสำคัญมากที่สุดกับโรคนี้ ไม่ใช่แค่รอยผื่นที่ปรากฏภายนอก แต่คือการที่มันมักจะทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังมีโรคร้ายแรงอื่นซ่อนอยู่ภายใน

📌 1. อาการหลักที่ต้องสังเกต (มักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน) หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกัน ควรรีบเข้าพบแพทย์ผิวหนังเพื่อตรวจวินิจฉัยทันที
👉 ผื่นแดงนูนและมีอาการเจ็บมาก ผื่นจะมีลักษณะเป็นตุ่มหรือปื้นแดงสด ขอบชัดเจน มักจะขึ้นบริเวณใบหน้า คอ แขน หรือลำตัวส่วนบน จุดสังเกตที่สำคัญคือผื่นชนิดนี้จะมีอาการเจ็บอย่างชัดเจน ไม่ใช่อาการคันเหมือนผื่นแพ้ทั่วไป
👉 ไข้สูง คนไข้อมักจะมีไข้ขึ้นสูงพร้อม ๆ กับช่วงที่ผื่นเริ่มปรากฏขึ้นมา
👉 ภาวะผิวหนังตอบสนองไวผิดปกติ (Pathergy) หากผิวหนังบริเวณอื่นที่ไม่เป็นผื่นได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เช่น รอยข่วน รอยถลอก หรือแม้กระทั่งรอยเข็มเจาะเลือด เพียงไม่นานบริเวณรอยแผลนั้นก็สามารถกลายเป็นผื่นอักเสบชนิดนี้ขึ้นมาใหม่ได้
👉 ผลเลือดผิดปกติ เมื่อเจาะเลือดตรวจจะพบว่าเซลล์เม็ดเลือดขาว โดยเฉพาะชนิดที่เรียกว่า Neutrophil พุ่งสูงขึ้นกว่าปกติมาก

📌 2. สาเหตุและความเกี่ยวพันกับโรคอื่นที่ต้องสืบค้น เวลาที่แพทย์ผิวหนังเจอคนไข้ที่เป็นโรคสวีต สิ่งสำคัญคือการสืบค้นหาโรคที่ซ่อนอยู่ภายใน โดยทั่วไปจะแบ่งกลุ่มผู้ป่วยตามสาเหตุและความเกี่ยวพันออกเป็น 5 กลุ่มหลัก
👉 1. กลุ่มที่ไม่ทราบสาเหตุชัดเจน (Idiopathic) เป็นกลุ่มที่ไม่พบความผิดปกติอื่นร่วมด้วย มักพบในผู้หญิงวัยกลางคนเป็นหลัก
👉 2. กลุ่มที่เกิดขึ้นตามหลังการติดเชื้อ (Infection-associated) มักเกิดหลังจากที่ร่างกายเพิ่งผ่านการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ หรือระบบทางเดินอาหารมาไม่นาน
👉 3. กลุ่มที่สัมพันธ์กับโรคมะเร็ง (Malignancy-associated) ข้อนี้เป็นจุดที่หมอเน้นย้ำที่สุด เพราะโรคสวีตสามารถเป็นอาการแสดงล่วงหน้าของมะเร็งระบบเลือด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน (AML) หรือภาวะไขกระดูกเสื่อม (MDS) การสังเกตเห็นผื่นนี้จึงช่วยให้ตรวจเจอและรักษาโรคภายในได้เร็วขึ้น
👉 4. กลุ่มที่เกิดจากการแพ้ยา (Drug-induced) เป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาในกลุ่มที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว (G-CSF) หรือยารักษามะเร็งบางตัว
👉 5. กลุ่มที่สัมพันธ์กับการตั้งครรภ์ (Pregnancy-associated) พบได้บ่อยในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์

📌 3. แนวทางการรักษา การรักษาโรคสวีตจำเป็นต้องใช้การรักษาเชิงระบบควบคู่ไปกับการหาสาเหตุ
✅ ยาสเตียรอยด์แบบรับประทานหรือแบบฉีด (Systemic Corticosteroids) นี่คือยารักษาหลักที่ได้ผลดีและรวดเร็วมาก เมื่อคนไข้ได้รับยา ผื่นและไข้มักจะยุบลงอย่างเห็นได้ชัด จนบางครั้งแพทย์ใช้การตอบสนองต่อยานี้เป็นตัวช่วยยืนยันการวินิจฉัยโรค
✅ ยาทางเลือกอื่นๆ ในกรณีที่คนไข้มีข้อจำกัดในการใช้ยาสเตียรอยด์ หรือใช้แล้วไม่ได้ผล แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาตัวอื่น เช่น โพแทสเซียมไอโอไดด์ (Potassium iodide), โคลชิซิน (Colchicine) หรือ แดปโซน (Dapsone)
✅ การรักษาโรคต้นเหตุ ยาสเตียรอยด์ช่วยระงับอาการอักเสบภายนอกได้ดี แต่หากตรวจพบว่าโรคสวีตนี้มีต้นตอมาจากมะเร็งหรือการติดเชื้อภายใน การรักษาโรคต้นเหตุเหล่านั้นให้หายขาด คือวิธีเดียวที่จะป้องกันไม่ให้โรคผิวหนังนี้กลับมาเป็นซ้ำ

📌คำแนะนำจากแพทย์ผิวหนัง📌
"โรคสวีต มีลักษณะเด่นคือ ผื่นแดงนูน เจ็บ และมีไข้สูงอย่างเฉียบพลัน แม้จะรักษาให้อาการทางผิวหนังดีขึ้นได้ด้วยยาสเตียรอยด์ แต่สิ่งที่ห้ามละเลยคือการตรวจเช็กภายในร่างกายอย่างละเอียด เพราะอาจมีโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งระบบเลือดซ่อนอยู่ หากคุณมีผื่นที่มีลักษณะเจ็บร่วมกับมีไข้ หมอแนะนำว่าไม่ควรซื้อยาทาหรือยาปฏิชีวนะมารับประทานเอง เนื่องจากโรคผิวหนังอักเสบในลักษณะนี้จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างแม่นยำ บางกรณีอาจต้องมีการเจาะเลือด ตรวจปัสสาวะ หรือตัดชิ้นเนื้อผิวหนังส่งตรวจทางพยาธิวิทยา (Skin Biopsy) เพื่อความถูกต้องและปลอดภัย หากไม่มั่นใจในอาการหรือต้องการตรวจเช็กอย่างละเอียด สามารถนัดหมายเข้ามาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่คลินิกของเราได้ครับ เรามีทีมแพทย์และเครื่องมือที่พร้อมดูแลตรวจวินิจฉัยแยกโรคอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อการรักษาที่ตรงจุดและปลอดภัยที่สุดครับ

#คลินิกโรคผิวหนัง

#โรคผิวหนังสยาม

ที่อยู่

420/141 ถนนเทพารักษ์ ต. เทพารักษ์ อ. เมือง
Changwat Samut Prakan
10270

เวลาทำการ

จันทร์ 17:00 - 20:00
อังคาร 17:00 - 20:00
พุธ 17:00 - 20:00
ศุกร์ 17:00 - 20:00
เสาร์ 08:00 - 13:00
อาทิตย์ 08:00 - 13:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Siam Dermatologyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์