Veterinary CMU Mind Friend

Veterinary CMU Mind Friend ส่งเสริมภาวะใจที่ดี บรรเทาใจที่เหนื่อยล้า
ด้วยกระบวนการปรึกษาทางจิตวิทยา
เรื่องของใจ ไม่มีเรื่องไหนไร้สาระ

𝐂𝐚𝐭𝐚𝐬𝐭𝐫𝐨𝐩𝐡𝐢𝐳𝐢𝐧𝐠 🌪Catastrophizing หรือ ‘การคิดฟุ้งซ่านในแง่ร้าย’ คือการคิดว่าสิ่งเลวร้ายที่สุดจะเกิดขึ้น แม้จะแทบไม่มีหลั...
27/01/2026

𝐂𝐚𝐭𝐚𝐬𝐭𝐫𝐨𝐩𝐡𝐢𝐳𝐢𝐧𝐠 🌪
Catastrophizing หรือ ‘การคิดฟุ้งซ่านในแง่ร้าย’ คือการคิดว่าสิ่งเลวร้ายที่สุดจะเกิดขึ้น แม้จะแทบไม่มีหลักฐานทางความคิดนั้นเลย
ซึ่งสามารถนำไปสู่ความเครียด ความวิตกกังวล และความซึมเศร้า โดยมันอาจเริ่มจากความคิดเล็กๆ แล้วลุกลามอย่างรวดเร็ว เช่น
งาน 💼 : หากเจ้านายเรียกพบ เราอาจคิดว่า "โอ้ย! ต้องโดนไล่ออกแน่ ๆ แล้วฉันก็จะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน จนต้องกลายเป็นคนเร่ร่อน"
--
ความสัมพันธ์ 💌 : หากแฟนไม่รับโทรศัพท์ เราอาจคิดว่า "เขาต้องบล็อคฉันไปแล้วแน่ ๆ เพราะฉันโทรหาเขาช้าไป ฮือ ๆ"
--
สุขภาพ 💊 : ปวดหัวนิดหน่อยแต่คิดไปว่า "โอมายก้อด! ฉันต้องเป็นเนื้องอกในสมองแน่ ๆ"
ความคิดเหล่านี้หากดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ แล้วล่ะก็ มันสามารถนำไปสู่การเกิดอาการตื่นตระหนก (Panic attack) หรือการตอบสนองต่อความเครียดและความวิตกกังวลอื่น ๆ ได้
เราอาจไม่เชื่อว่าคุณสมควรได้รับสิ่ง ๆ หรือสิ่งดี ๆ สามารถเกิดขึ้นกับเราได้ อาจเริ่มมองหาเหตุผลว่าทำไมบางอย่างถึงจะไม่สำเร็จ ซึ่งบางครั้งอาจนำไปสู่การสร้างความเป็นจริงที่เรากลัวขึ้นมาเอง (Self-fulfilling prophecy)
แต่ถึงแม้ว่ามันจะถูกจัดอยู่ในหมวดของ ‘ความบิดเบือนทางความคิด’ (Cognitive Distrotion) ก็ตาม แต่มันไม่ใช่โรคทางจิตเวชนะ! มันพัฒนามาจากสภาวะทางจิตใจของเราที่อาจไม่มั่นคง ณ ขณะนั้น ประกอบกับการที่เราอาจมีประสบการณ์ไม่ดีกับเหตุการณ์นั้น หรืออาจจะเป็นที่สารสื่อประสาทในสมองก็ได้!
🔎 รู้ไว้…ใช่แว่ เรามาลองดูกันเถอะว่ามีสัญญาณใดจากร่างกายเราบ้างที่ควรสังเกตอย่างใกล้ชิด
* มีความรู้สึกซึมเศร้า วิตกกังวล หรือมองโลกในแง่ร้ายโดยทั่วไป
--
* มีความคิดฟุ้งซ่านรวดเร็ว (Racing thoughts)
--
* รู้สึกหมกมุ่นอยู่แต่ในหัวของตัวเอง
--
* ความโกรธหรือความกลัวเริ่มรู้สึกว่าท่วมท้นจนคุมไม่อยู่
--
* พูดคุยกับตัวเองในเชิงลบ (Negative self-talking)
--
* ค้นหาทางแก้ปัญหาในเน็ตมากเกินพอดี แบบมาก ๆ ๆ ๆ สำหรับปัญหาที่กำลังเจอ
--
* พบว่าตัวเองคิดมากเกินไป (Overthinking) เกี่ยวกับสถานการณ์ การตัดสินใจ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ
--
แต่เอ…ถ้าสาเหตุมันสามารถมาจากหลายปัจจัย แล้วเราจะรับมือกับมันยังไงดีล่ะ?
เรื่องนี้ง่ายมากเลย เราอาจจะไม่สามารถแก้ไขสิ่งที่เคยเกิดขึ้นหรือไม่สามารถแก้ไขปัญหาในปัจจุบันได้ แต่เราสามารถสู้ความคิดของเราด้วย ‘ความคิด’ 💭 ได้!
* 𝘑𝘰𝘶𝘳𝘯𝘢𝘭𝘪𝘯𝘨 - ฝึกการจดบันทึกสิ่งที่คิด เพื่อให้เราสามารถจำแนกความคิดออกมาเป็นระบบ ไม่ฟุ้งซ่าน และสามารถตระหนักถึงสภาวะปัจจุบันของเราได้
--
* 𝘘𝘶𝘦𝘴𝘵𝘪𝘰𝘯𝘪𝘯𝘨 - งานนี้เจ้าหนูจำไมอาจจะต้องเข้า! เมื่อคิดมากลองถามความคิดนั้นดูซิว่า ‘จริงไหม?’ ‘อะไรที่มาซัพพอร์ตความคิดนี้บ้าง?’ ‘อะไรที่ค้านความคิดมากนี้ได้บ้าง?’ เป็นต้น
--
* 𝘔𝘪𝘯𝘥𝘧𝘶𝘭𝘯𝘦𝘴𝘴 การฝึกสติ - ถ้าเราสู้ความคิดด้วยการแยกแยะ หรือโต้แย้งมันไม่ไหว ลองนั่งลงในท่าที่สบาย ๆ และหายใจเข้า-ออกเป็นจังหวะอย่างช้า ๆ ลองสนใจเพียงแค่ลมหายใจของเราดูนะ นอกจากจะช่วยให้เราสงบลงแล้ว ยังช่วยให้เราเบี่ยงเบนจากความคิดลบ ๆ พวกนั้นได้ด้วย!
--
* ระบายหรือปรึกษาคนที่เราไว้ใจ โดยเฉพาะกับคนที่เป็นคนใกล้ชิด
เป็นต้น
🫀 นอกเหนือจากนี้การดูแลสุขภาพกายก็มีผลดีต่อเราด้วยเหมือนกันนะ เช่น ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และแบ่ง Quality time ให้แก่ตนเอง 🌱 เป็นต้น
ท้ายที่สุดแล้ว Catastrophizing สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ว่าจะสุขภาพจิตโอเคหรือไม่โอเค เพียงแต่ว่าหากเราสามารถสังเกตมันได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ‘ความคิด’ นี้ มันก็จะไม่พัฒนาไปสู่ความเจ็บป่วยทางจิตเวชต่อนั่นเอง 🌟
Reference:
- Fletcher J., (2022). What Is Catastrophizing?. https://psychcentral.com/lib/what-is-catastrophizing

𝐌𝐢𝐧𝐝𝐟𝐮𝐥 𝐞𝐚𝐭𝐢𝐧𝐠 🎼    แม้ว่าในปัจจุบันเราจะได้สัมผัสการตื่นขึ้นของ Gen Alpha ที่เสพสื่อหรือความบันเทิงแสนปวดหัว ซึ่ง Over-...
23/01/2026

𝐌𝐢𝐧𝐝𝐟𝐮𝐥 𝐞𝐚𝐭𝐢𝐧𝐠
🎼 แม้ว่าในปัจจุบันเราจะได้สัมผัสการตื่นขึ้นของ Gen Alpha ที่เสพสื่อหรือความบันเทิงแสนปวดหัว ซึ่ง Over-stimulate เสียเหลือเกิน แต่กระนั้นมวลมนุษยชาติก็ยังไม่ลืมเกี่ยวกับ ‘การมีสติ’ 🔔
😇 เทรนด์ของโลกเราหากมองในช่วงวัยละอ่อนน้อยก็คงหนีไม่พ้นสิ่งที่เรียกว่า Brain Rot เป็นแน่ 🧌 แต่หากเราเงยหน้าขึ้นไปสู่ช่วงวัยที่โตขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวัยผู้ใหญ่หรือวัยกลางคน เราจะเห็นได้เลยว่าคนในกลุ่มนี้มักจะใส่ใจในเรื่องของการรักษาสุขภาพทั้งทางกายและทางใจเป็นที่สุด ความเสี่ยงด้านสุขภาพหลากหลายมิติจึงตกลงมาเป็นของเด็กน้อยและวัยรุ่นแทน
แล้ว Mindful Eating หรือ ‘การกินอย่างมีสติ’ คืออะไรกันนะ?
🥣 Mindfulness Eating มันก็คือการที่เรากินโดยตระหนักรู้ในปัจจุบันขณะ และใช้ผัสสะทั้ง 5 อย่างเต็มที่ในการลิ้มรสชาติหรือตั้งใจจดจ่อกับการกินอาหารตรงหน้า!
--> 🤷‍♀️ สิ่งที่วัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้นกำลังเผชิญอยู่ก็คือการกินแบบอัตโนมัติ หรือการกินไปพร้อมกับสิ่งรบกวน (Mindless or distracted eating) เช่น ตาของเรามองจอที่ฉายสื่อตลกโปกฮา แต่มือและปากของเราตักข้าวไปเคี้ยวอัตโนมัติ บางคนแทบไม่ได้เคี้ยวและกลืนลงไปเลยด้วยซ้ำ (บางทีอาจหัวเราะจนสำลักก็มีนะ ระวังเด้อ)
ว่าแต่ว่า แอบสงสัยกันไหมว่าแล้วการที่เรากินข้าวและพูดคุยกับคนร่วมโต๊ะอาหารนั้น ถือว่าเป็น Distracted eating ด้วยไหม? แอ่ดแอ่ด 🙅❌ ไม่นับนะคร้าบ การมีสติไม่ใช่การนั่งสมาธิแล้วกินข้าว แต่เป็นการที่เรามีสติอยู่กับปัจจุบัน ดังนั้นการพูดคุยกับคนร่วมโต๊ะและทานข้าวไปด้วยกันจึงยังไม่เข้าข่ายอันตราย แต่การกินไปด้วยและคุยโทรศัพท์ไปด้วยที่อาจจะต้องแยกโสตประสาททั้งหูฟัง 👂 หัวคิด 🧠 ตามองอย่างอื่นในห้อง 👀 และปากต้องทั้งพูดทั้งเคี้ยวนั้นทำให้แทบไม่ได้จดจ่อสิ่งตรงหน้าได้เต็มที่เลย สิ่งนี้แหละที่ไม่ดี!
--> ดังนั้นการฝึกสติหรือการที่เรามี Mindful Eating จะช่วยให้เรากินอาหารได้อย่างมีสติมากขึ้น ช่วยเพิ่มความซาบซึ้งต่ออาหาร และส่งเสริมการเลือกกินอาหารที่ทั้งอิ่มใจและมีคุณค่าทางโภชนาการ 🥦
ประโยชน์อื่น ๆ ก็ยังมีนะ!
→ ช่วยลดการกินตามอารมณ์และการกินแบบควบคุมไม่ได้ (binge eating)
→ ช่วยให้รับรู้ความหิว-อิ่มได้ดีขึ้น ไม่ได้กินมากหรือน้อยจนเกินไป มีสติรู้ตัวต่อสถานะของตนเองเสมอ
→ ช่วยให้เรารู้ตัวในสภาวะที่อาจถูกอารมณ์ควบคุมจนเกินไป เช่น กินเพราะคลายเครียด
→ ช่วยให้เราตัดสินใจเลือกทานอาหารที่เราต้องการในปริมาณที่จำเป็นมากขึ้น
→ ช่วยให้มีความสุขในการกินอย่างแท้จริง
🧵 หลักการรับประทานอาหารอย่างมีสติ (Mindful Eating)
1. ฝึกรับประทานอาหารให้เป็นเวลาตามสัญญาณความหิว ความอิ่ม โดยใช้ Hunger scale หรือมาตรวัดระดับความหิว ความอิ่ม ⚖
--
2. ตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่า เราหิวหรือเราอยาก ❓
--
→ หากหิว ให้ใช้หลักการ Hunger scale วัดระดับความหิวความอิ่มของร่างกาย
→ หากอยาก ให้ตั้งคำถามต่อว่า อยากรับประทานจริง ๆ หรืออยากรับประทานเพราะสิ่งแวดล้อม
→ หากอยากรับประทานจริง ๆ จากความต้องการภายในสามารถรับประทานได้ ให้สนใจกับอาหารตรงหน้า รับประทานอาหารอย่างช้า ๆ โดยตัดสิ่งแวดล้อมรบกวนออก รับประทานอาหารจนรู้สึกเติมเต็ม แล้วให้หยุดรับประทาน
--
3. รับประทานอาหารตามแบบจานอาหารเพื่อสุขภาพ (Plate model) ผัก 2 ส่วน ข้าว/แป้ง 1 ส่วน เนื้อสัตว์ 1 ส่วน 🍱
--
4. วางแผนการรับประทานอาหารล่วงหน้า (Meal Plan) ว่าแต่ละมื้อจะรับประทานอะไร หรือเตรียมอะไรมาเพิ่มคุณค่าให้มื้ออาหารได้บ้าง 🗺
--
5. ตักอาหารหรือซื้ออาหารพอดีที่จะรับประทาน 👍
--
6. ไม่ซื้ออาหารตุนไว้เกินความจำเป็นหรือไม่นำอาหารไว้ใกล้ตัว โดยเฉพาะโต๊ะทำงาน เพราะหยิบรับประทานได้ง่ายเกินไป แต่ควรมีน้ำเปล่าติดไว้เสมอ 💻
--
7. ไม่ตัดสินอาหารว่าดีหรือไม่ดี หากอยากรับประทานให้รับประทานได้ โดยรับประทานให้พอดีและสมดุล ⚖
--
8. เลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้อยากรับประทานอาหาร โดยไม่รู้สึกหิว เช่น เดินอ้อมร้านขนม ไม่เปิดหาสิทธิพิเศษหรือส่วนลดร้านอาหาร หรือเลี่ยงการทำกิจกรรมอื่นขณะรับประทานอาหาร 🚶‍♀
--
9. ออกกำลังเป็นประจำหรือหากิจกรรมเพิ่มการขยับตัว อย่าลืมว่า “แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย” 🚶
--
10. หากวันนี้รับประทานแบบขาดสติแล้วไม่ต้องรู้สึกแย่ พรุ่งนี้เรายังสามารถเริ่มใหม่ได้ ไม่ต้องเครียด ขอเพียงแค่พยายามสร้างพฤติกรรมสุขภาพให้สม่ำเสมอที่สุดเท่าที่จะทำได้ 🏋
😪 *yawn* พออ่านแล้วดูแอบน่าเบื่อหรือดูมีหลายขั้นตอนจังเลยเนอะ จริง ๆ แล้วจะไม่ทำให้ครบทุกข้อก็ได้นะ ขอแค่ในขณะที่เรากินข้าวเราลดสิ่งรบกวนลงและเพิ่มความสนใจให้แก่อาหารตรงหน้ามากขึ้นก้พอ แล้วเดี๋ยวค่อยเพิ่มขั้นตอนไปก็ได้ พี่เชื่อว่าทุกคนทำได้!
🐿️ เรามาเริ่มฝึกตัวเองกันเถอะ เพื่อสุขภาพกายและจิตของเรา และเพื่อความสุขของน้องอาหารที่จะได้รับความสนใจแบบเต็มร้อยจากเราเสียที
Reference:
ขอขอบคุณรูปประกอบข้อมูลจากเพจ "ติดตามข่าวสารจากนักกำหนดอาหาร"
- Harward T.H. CHAN. (2020). Mindful Eating. https://nutritionsource.hsph.harvard.edu/mindful-eating/?fbclid=IwY2xjawPepJ1leHRuA2FlbQIxMABicmlkETFEdnRhTnkxejFlVThmVjV4c3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHsRfa33mKo_REdDMekRilWIRQwjH6PngZDUkRXsH4BqDpXfw3PX6mq_1ggFm_aem_12A3rhJurbIG0R9mHTs1CQ
- โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์. (2024). กินอย่างมีสติกับ Mindful eating. https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/mindful-eating

อ่อนโยน ไม่ได้แปลว่า อ่อนแอ
16/01/2026

อ่อนโยน ไม่ได้แปลว่า อ่อนแอ

เรามักตัดสินคนอื่น จากจุดเล็กๆ ที่เราเห็น
โดยลืมไปว่า มันเป็นเพียง ‘เศษเสี้ยว’
ของชีวิตทั้งวงกลมที่เขาแบกอยู่ในทุกวัน

จุดเล็กๆ นั้นอาจเป็นเพียงคำพูดไม่กี่ประโยค
ท่าทีบางอย่าง
หรือช่วงเวลาสั้นๆ ที่เขาแสดงออกมาให้เราเห็น

แต่ชีวิตของใครสักคน ไม่ได้ถูกสร้างจากชั่วขณะเดียว
มันเต็มไปด้วยเรื่องราวที่เราไม่เคยรับรู้
ความเหนื่อย ความหวัง ความสูญเสีย
และสิ่งที่เขาต้องรับมือในแบบของเขาเอง

บางทีการเลือกใจดีกับใครสักคน
อาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเข้าใจทุกอย่าง
แค่ยอมรับว่าเรารู้ไม่ทั้งหมดก็เพียงพอแล้ว

เพราะในโลกที่ทุกคนต่างแบกเรื่องราวของตัวเองไว้
‘ความอ่อนโยน’ อาจเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุด
ที่เรามอบให้กันได้ในแต่ละวัน

16/01/2026

(English version below)

เส้นทางสู่ความสำเร็จนั้นเต็มไปด้วยความท้าทายและการเรียนรู้ ความสำเร็จในอุดมคติกับความเป็นจริงจึงแตกต่างกัน ในอุดมคติหรือตามความต้องการของใครหลายคน ปรารถนาให้เส้นทางสู่ความสำเร็จเป็นเส้นตรง จากการตั้งเป้าหมายถึงความสำเร็จ เช่น อ่านหนังสือแล้วเข้าใจเนื้อหา ฝึกเล่นกีฬาหรือเล่นดนตรีแล้วเล่นได้ ทำโปรเจคแล้วงานเสร็จ หรือออกกำลังกายแล้วผอม ฯลฯ

แต่ความเป็นจริง ความสำเร็จต้องผ่านเส้นทางที่คดเคี้ยว วกวน มีทั้งการเริ่มต้น การเรียนรู้ ความสงสัย การล้มเหลว การฝึกฝน บางครั้งรู้สึกเหมือนหลงทาง หรือบางครั้งก็ได้รับความสำเร็จบางสิ่งบางอย่างระหว่างทาง หรือแม้กระทั่งได้พบเจอกับการต้องดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด ก่อนจะถึงเป้าหมายที่ต้องการ

ความสำเร็จในชีวิตจริงต้องผ่านอุปสรรคและประสบการณ์ที่หลากหลาย ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเสมอไป หากใครที่กำลังรู้สึกล้มเหลวหรือรู้สึกเหมือนหลงทาง นั่นอาจแปลว่า เราเองก็กำลังอยู่ในเส้นทางของความสำเร็จได้เหมือนกัน 💪

ขอบคุณภาพจาก mounika.studio📸

****

The path to success is filled with challenges and learning experiences. Ideal success often looks very different from reality. Ideally, or according to many people’s wishes, the journey to success would be a straight line—from setting a goal to achieving it. For example, reading a book and fully understanding it, practicing a sport or a musical instrument and becoming proficient, completing a project with ease, or exercising and instantly getting fit.

In reality, however, success often requires navigating a winding and complicated road. It involves beginnings, learning, curiosity, failure, and continuous practice. Sometimes it may feel like you are lost, or you might achieve small successes along the way. There are also times when you have to struggle just to keep going before you can finally reach your goal.

True success in life requires overcoming various obstacles and gathering a wealth of experiences. It isn’t always easy. So, if you’re feeling like you’ve failed or lost your way, it may actually mean you’re on your own path to success. 💪

30/12/2025
ประกาศหยุดพักเคลียร์ใจ ก่อนไปต่อปี 2569😍🍀🌼💐🌈
30/12/2025

ประกาศหยุดพักเคลียร์ใจ ก่อนไปต่อปี 2569😍🍀🌼💐🌈

ปู๊นๆๆๆ ฉึกฉักๆๆๆ 🦌🎄กิจกรรมเริ่มต้นขึ้นแล้วน้าทุกคน! ตอนนี้บอร์ดสคส.กับจุดเช็คพ้อยต์พร้อมให้ทุกคน แชะ แชะ แชะ 📸 ลุ้นรางว...
24/12/2025

ปู๊นๆๆๆ ฉึกฉักๆๆๆ 🦌🎄
กิจกรรมเริ่มต้นขึ้นแล้วน้าทุกคน! ตอนนี้บอร์ดสคส.กับจุดเช็คพ้อยต์พร้อมให้ทุกคน แชะ แชะ แชะ 📸 ลุ้นรางวัลแล้วจ้า 🎁💝
มาร่วมสนุกกันเยอะ ๆ น้า บางทีของรางวัลอาจจะเป็นสิ่งที่เราอยากได้ก็ได้ 🙈
ปล.สามารถร่วมตกแต่งบอร์ดได้เต็มที่เลยนะคะ ใครเอาของมาประดับถ่ายรูปมาอวดกันด้วยน้า (กิจกรรมจบแล้วเอากลับได้จ้า)


วันแรกของเดือนสุดท้ายแด่หัวใจทุกดวงที่ยังยืนอยู่บนดาวใบเดิมสวัสดีธันวาคม—เดือนที่เหมือนประตูบานสุดท้ายของปีประตูที่ไม่ได...
01/12/2025

วันแรกของเดือนสุดท้าย
แด่หัวใจทุกดวงที่ยังยืนอยู่บนดาวใบเดิม

สวัสดีธันวาคม—เดือนที่เหมือนประตูบานสุดท้ายของปี
ประตูที่ไม่ได้ถามเราว่า “ปีนี้ดีไหม”
แต่ถามเบา ๆ ว่า
“ปีนี้…เธอเหนื่อยไหม”

ในความเงียบของเดือนสุดท้าย มนุษย์บนโลกใบเดียวกันต่างมีเรื่องราวของตัวเอง
บางคนภูมิใจกับสิ่งที่ทำได้
บางคนยังรู้สึกว่าตัวเองยังทำดีไม่พอ
บางคนแค่ดีใจที่ยังยืนอยู่ตรงนี้
และบางคนเพียงต้องการแค่ใครสักคนบอกว่า
“พอแล้วนะ เธอทำดีที่สุดในแบบของเธอแล้ว”

ธันวาคมจึงไม่ใช่เดือนของการตัดสินตัวเอง
แต่เป็นเดือนที่ชวนให้เรากลับมาฟังเสียงหัวใจอย่างซื่อสัตย์

เพราะตลอดปีที่ผ่านมา
เธอพยายามมากกว่าที่ใครจะรู้
เธอแบกความคาดหวังไว้บนบ่ามากกว่าที่เธอจะยอมรับ
และเธอก็ผ่านมาทุกวัน แม้ว่าบางวันจะทำได้แค่ “หายใจให้ครบ”

บางครั้งความสำเร็จไม่มาในรูปของรางวัล
แต่มาในรูปของการไม่ยอมแพ้
การตื่นขึ้นในวันที่ใจไม่สู้
หรือการวางภาระลงชั่วคราวเพื่อรักษาตัวเอง
นั่นก็ถือเป็น “ชัยชนะของมนุษย์คนหนึ่ง” เหมือนกัน

ธันวาคมจึงกระซิบว่า —
“ลองหยุดพักเถอะ ไม่ใช่เพราะอ่อนแอ แต่เพราะเธอเป็นมนุษย์”

เดือนนี้อาจไม่ใช่เวลาของความยิ่งใหญ่
แต่อาจเป็นเวลาของความอ่อนโยน
อ่อนโยนต่อตัวเอง
และอ่อนโยนกับความจริงที่ว่าชีวิตไม่ได้ตรงไปเสมอ

เมื่อใจได้คลาย
เมื่อความเหนื่อยถูกยอมรับ
ความหวังก็จะหาเส้นทางกลับเข้ามาเอง
อย่างเงียบ ๆ แต่มั่นคง
เหมือนพระจันทร์ที่เคลื่อนตัวทีละน้อย
จนทำให้เรารู้สึกว่าดวงดาวกำลังขยับตาม

“เราสามารถเริ่มใหม่ได้เสมอ
ไม่ใช่เพราะเราล้มเหลว
แต่เพราะมนุษย์มีสิทธิ์เลือกที่จะเติบโต”

ขอต้อนรับธันวาคม—เดือนที่เชิญให้เราปล่อยวาง
เดือนที่ชวนให้เรานั่งลง หายใจลึก ๆ
และบอกตัวเองว่า
“ปีนี้ผ่านมาลำบากก็ไม่เป็นไร ปีหน้า…ค่อยว่ากันใหม่”

ขอให้เดือนสุดท้ายไม่ใช่บทสรุป
แต่เป็นบทพักใจ
ก่อนที่เรื่องราวบทใหม่จะค่อย ๆ เริ่มขึ้นอีกครั้งอย่างอ่อนโยน

#ขอส่งพลังใจให้VETCMU
#ธันวาคม2025

27/11/2025
ช่วงนี้ข่าวน้ำท่วมขึ้นเต็มฟีด จนเหมือนเราได้เกาะติดสถานการณ์ตลอดเวลาหลายคนเริ่ม "รู้สึกว่าทำไมเราช่วยอะไรเค้าไม่ได้เลย" ...
26/11/2025

ช่วงนี้ข่าวน้ำท่วมขึ้นเต็มฟีด จนเหมือนเราได้เกาะติดสถานการณ์ตลอดเวลา
หลายคนเริ่ม "รู้สึกว่าทำไมเราช่วยอะไรเค้าไม่ได้เลย"

#ดูแลใจยังไงเมื่อรู้สึกอารมณ์ท่วมท้นแล้ว
#ดูแลใจยังไงเมื่อเสพข่าวน้ำท่วม
#ร่วมส่งพลังใจให้คนหน้างานและผู้ได้รับผลกระทบกับเหตุการณ์น้ำท่วม

คุณไม่จำเป็นต้องรับทุกอย่างไว้
ดูแลในส่วนที่คุณทำไหวก็ถือว่าเพียงพอแล้วค่ะ



#ดูแลใจ
#น้ําท่วม

ใจห่วงใต้... เราทำอะไรได้บ้างในวันที่น้ำท่วม 🌊 (English version in comment)

ช่วงนี้น้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้ หาดใหญ่เดือดร้อน หลายแสนคนกำลังลำบาก หลายคนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ก็คงรู้สึกตะกุกตะกักใจ เจอข่าวแล้วรู้สึกผิดหรือใจหดหู่ ทั้งที่ตัวเองยังปลอดภัยดี

ความรู้สึกแบบนี้มีชื่อเรียกนะคะ เขาเรียกว่า "Survivor’s Guilt" หรือ "ความรู้สึกผิดที่ตัวเองรอดมาได้"

จริงๆ แล้ว ความรู้สึกนี้ไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ แต่เป็นเพราะเรามีใจที่รู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

บางทีแค่เห็นภาพผ่านจอ ก็เหมือนใจเราไหลไปอยู่ตรงนั้นด้วยแล้ว

🤍 งานวิจัยบอกไว้ว่าคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริงๆ ก็รู้สึกผิดแบบนี้เหมือนกัน เสียงในใจที่ว่า “ทำไมเราสบาย ในขณะที่คนอื่นเดือดร้อน?” เป็นเรื่องปกติค่ะ

ทว่าความรู้สึกผิดไม่ได้ช่วยให้น้ำลดหรือช่วยใครได้ แต่การลงมือทำเล็กๆของเราต่างหาก จะเปลี่ยนพลังใจนี้ไปช่วยเหลือคนอื่นได้จริงๆ
💞เราทำอะไรได้บ้าง?

1️⃣ รับรู้และเท่าทันความรู้สึกของตัวเอง ยอมรับว่า “เรากำลังเศร้า กำลังรู้สึกผิด” เพียงเท่านี้ความรู้สึกที่ท่วมท้นอยู่ก็จะก็เบาลงได้ 20 – 30% เลยค่ะ เปลี่ยนความรู้สึกเหล่านี้เป็นความเข้าใจและเมตตา อย่าไปโทษตัวเองนะคะ

2️⃣ ให้ความช่วยเหลือเท่าที่ตัวเราพอทำได้

- แชร์ข้อมูลที่ถูกต้อง ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนเผยแพร่ เช่น ช่องทางติดต่อหน่วยงานรัฐและองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือ

- โพสต์ให้กำลังใจ ระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็น หลีกเลี่ยงถ้อยคำ ตำหนิ เสียดสี หรือล้อเลียนเหตุการณ์

- รับฟัง ให้พื้นที่กับคนที่เดือดร้อน หลีกเลี่ยงการซักหรือเปรียบเทียบความเสียหาย

- ร่วมบริจาคเงิน ของ เครื่องใช้ เท่าที่ตัวเราพอไหว อย่าลืมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของหน่วยงานที่รับบริจาคด้วยนะคะ

3️⃣ หากใจล้า สามารถอนุญาตให้ตัวเองพักจากข่าวได้บ้าง ไม่ต้องฝืนดูจนใจเรียนหรือทำงานไม่ไหว

🔗 สำหรับชาวมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ใครอยากช่วยเหลือเพื่อนๆ ที่ประสบภัยน้ำท่วม สามารถดูรายละเอียดหรือร่วมบริจาคได้ที่

- SD One Stop Service "ตี้เดียวฮู้เรื่อง" อาคารพลศึกษา โรงยิมกลาง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (รับบริจาคถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ก่อนเวลา 12.00 น) : https://www.facebook.com/photo?fbid=818675237647239&set=a.124067650441338&locale=th_TH

- มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ : https://www.facebook.com/photo?fbid=1303638494900393&set=a.776538617610386&locale=th_TH


ขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่าน และทุกคนที่กำลังรู้สึกหนักหน่วงจากเหตุการณ์นี้

เราจะผ่านไปด้วยกัน 🤍
อ้างอิง

- คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา. ถ้าดูข่าวแล้วใจหดหู่ เจ็บเหมือนตัวเองทำผิด – นี่คือคำอธิบายที่อาจช่วยท่านได้ : https://www.facebook.com/D2JED?locale=th_TH

- Clinical Psychology Siriraj :: จิตวิทยาคลินิกศิริราช. สิ่งที่ประชาชนสามารถช่วยเหลือได้ในสถานการณ์น้ำท่วม : https://www.facebook.com/siclinpsy/posts/pfbid02R4imTiScRHbaR6S5V3Cc5H212SRfW4xeGewsaUiZKu1jw4VbBrB7JhVP645z55FSl?rdid=51KOlLLbqZFXDNaa #

Living with '𝐃𝐢𝐯𝐞𝐫𝐬𝐢𝐭𝐲' rather than Discriminate.— ในช่วงการรับน้องขึ้นดอยที่ผ่านมา หลาย ๆ คนคงจะได้พบกับผู้คนมากมายใช่ไ...
25/11/2025

Living with '𝐃𝐢𝐯𝐞𝐫𝐬𝐢𝐭𝐲' rather than Discriminate.
— ในช่วงการรับน้องขึ้นดอยที่ผ่านมา หลาย ๆ คนคงจะได้พบกับผู้คนมากมายใช่ไหม? ซึ่งว่ากันตามตรง ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมาเราก็ต้องเจอกับผู้คนมากหน้าหลายตาและหลากนิสัยกันอยู่แล้ว และในบางครั้งเราก็อาจจะพบกับ 'เพื่อน' ที่เรามองว่าเขา 'แตกต่าง' ไปจากนอร์มคนทั่วไป
— ก่อนอื่นอาจจะต้องขอเกริ่นในส่วนของ 'ผู้ที่มีภาวะออทิซึ่ม' เสียก่อน ซึ่งคนในสังคมส่วนใหญ่อาจจะคุ้นชินกับคำว่า 'เด็กออทิสติค' มากกว่า อ้าว! แล้วถ้าโตแล้วก็จะยังจะเรียกเขาว่าเด็กออทิสติคเหรอ ใจร้ายจังเลยนะ! ฮ่าๆๆๆๆ ล้อเล่น ในชีวิตจริงไม่เห็นจะต้องคิดเยอะเลยนี่นา ถ้าเรามีเพื่อนที่มีภาวะนี้อยู่ เราก็แค่เรียกชื่อเขาไปเฉยๆ ก็ได้ใช่ไหมล่า 😇
▶︎ ปัจจุบัน Autism Disorder เปลี่ยนเป็น 𝐀𝐮𝐭𝐢𝐬𝐦 𝐒𝐩𝐞𝐜𝐭𝐫𝐮𝐦 𝐃𝐢𝐬𝐨𝐫𝐝𝐞𝐫 (ASD) เรียบร้อยแล้ว
▶︎ ซึ่งในกลุ่มคนเหล่านี้ก็มีระดับการแสดงออกของอาการที่ต่างระดับกัน ดังนั้นจึงเรียกได้ว่าเป็น '𝐒𝐩𝐞𝐜𝐭𝐫𝐮𝐦' นั่นเอง
— เรื่องที่น่าสนุกก็คือ ความแตกต่างนั้นพบได้ทั่วไปมาก ไม่ว่าจะเป็นกับญาติพี่น้อง หรือแม้แต่คนในครอบครัว ขึ้นอยู่กับว่าในแต่ละด้านเราแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน เพราะแบบนี้เลยมีทฤษฎีสมคบคิดหนึ่งเกิดว่ามาว่า 'ทุกคน' เป็น ASD เพียงแค่อยู่ต่างสเปคตรัมกัน
— แม้ว่าจะเป็นทฤษฎีที่ไม่น่าเชื่อถือ แต่ก็ทำให้เราเปิดมุมมองใหม่ ๆ ได้ไม่มากก็น้อยเลยล่ะ หากเราทดเรื่องความแตกต่างไว้ในใจ และเปิดใจต้อนรับคนจากอีกสเปคตรัม ไม่แน่นะ บางทีชีวิตของเราอาจจะมีสีสันมากขึ้นก็ได้
— แต่เราไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าไปคบหาเพราะสงสารหรอกนะ แค่พูดคุยกับพวกเขาเหมือนที่เราปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัวเรา นั่นก็เพียงพอแล้ว เพราะอย่างที่บอกเราเป็นเพียงคนที่อยู่คนละสเปคตรัม ไม่ใช่ใครอื่น (We are all still Human at the end of the day)
🖼 ถ้าใครต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับ ASD เพิ่มเติมคอมเม้นถามได้เลอ ถ้าสนใจเยอะจะเขียนแบบย่อยง่ายที่สุดในชีวิตให้อ่านเลย! 🧐
#ร่วมสร้างวัฒนธรรมแห่งความเข้าใจอกเข้าใจในสังคม

18/11/2025

🤠เปิดเทอมใหม่ เริ่มต้นยังไงให้ปัง🍞🎉 (English version in comments)

ผลสอบออกแล้ว เป็นยังไงกันบ้าง? บางคนคงดีใจ บางคนอาจรู้สึกผิดหวัง แต่ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร จำไว้ว่าทุกคนยังมีโอกาสเริ่มต้นใหม่เสมอ วันนี้พี่นักจิตจะมาแนะนำแนวทางง่าย ๆ ให้การเริ่มต้นเทอมใหม่ของนักศึกษาเต็มไปด้วยความมั่นใจ พร้อมพัฒนาตัวเองทั้งด้านการเรียนและการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย
1. การทบทวนตัวเอง 👍

การทบทวนตัวเองในภาคเรียนที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่การจำว่าเราเรียนรู้อะไร แต่เป็นการทำความเข้าใจตัวเองเพื่อรู้จักจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนาของตัวเอง สิ่งนี้ช่วยให้นักศึกษาสามารถตั้งเป้าหมายและวางแผนการเรียนได้อย่างเหมาะสมและตรงจุด แนวทางการทบทวนตัวเอง ได้แก่ การจดบันทึกความสำเร็จ และสิ่งที่ได้เรียนรู้จากภาคเรียนที่ผ่านมา เช่น วิธีการ/รูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะกับตัวเอง สิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน เป็นต้น

2. การตั้งเป้าหมายและการเตรียมความพร้อมด้านวิชาการ ✍️

การตั้งเป้าหมายช่วยให้นักศึกษามีทิศทางที่ชัดเจนสำหรับภาคเรียนใหม่ และยังเป็นพื้นฐานสำคัญของความสำเร็จในมหาวิทยาลัย การตั้งเป้าหมายต้องมีความชัดเจน ทำได้จริง และสอดคล้องกับจุดแข็งหรือจุดที่ต้องพัฒนา เช่น หากเทอมที่ผ่านมาอ่านหนังสือไม่ทันต้องจัดการเวลาได้ดีขึ้น เป็นต้น

3. การวางแผนการจัดการชีวิต📝

ชีวิตมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยหลายหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงานที่ได้รับมอบหมาย การเข้าร่วมกิจกรรมสังคม บางคนอาจทำงานเสริมร่วมด้วย ซึ่งหากไม่มีการจัดการเวลาที่ดีอาจก่อให้เกิดความเครียดและกระทบกับการเรียนได้ในท้ายที่สุด ตัวอย่างแนวทางการจัดการชีวิต ได้แก่ การจัดลำดับความสำคัญ การจัดตารางกิจกรรม/สิ่งที่ต้องทำ หรือการวางแผนด้านการเงิน เป็นต้น

4. การดูแลสุขภาวะ 💪

สุขภาพจิต อารมณ์ และร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้านักศึกษาละเลยการดูแลตัวเอง อาจส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ หมดไฟ หรือขาดแรงจูงใจในการเรียน ตัวอย่างการดูแลตัวเอง เช่น การนอนหลับอย่างเพียงพอ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย รวมถึงการขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการปรึกษาเพื่อน ครอบครัว หรือผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา

5. การมีส่วนร่วมทางสังคม 👩‍🎤

การเข้าร่วมชมรม ทำกิจกรรมอาสาสมัคร หรือเข้าร่วมกลุ่มทางสังคมเพื่อทำกิจกรรมใหม่ ๆ นอกจากจะช่วยให้เราได้เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ แล้วยังช่วยส่งเสริมการเรียนของเราได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น การทำงานกลุ่มช่วยฝึกทักษะการสื่อสาร การจัดการเวลา และความคิดสร้างสรรค์ เป็นต้น

6. การใช้ทรัพยากรของมหาวิทยาลัยอย่างเต็มประสิทธิภาพ 🤳

นอกจากสถานที่และเครื่องมือที่ส่งเสริมการเรียนรู้ เช่น หอสมุด Co-Working Space หรือ AI ที่สนับสนุนการเรียนการสอนอย่าง Matthew CMU นักศึกษายังสามารถใช้บริการและทรัพยากรต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย เช่น การเข้าพบอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อขอคำแนะนำทางด้านการเรียน หรือ การใช้บริการให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยาที่จะช่วยให้นักศึกษาเข้าใจตัวเอง และส่งเสริมการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนและการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย

ที่อยู่

คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยChiang Mai
Chiang Mai

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Veterinary CMU Mind Friendผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram