27/01/2026
𝐂𝐚𝐭𝐚𝐬𝐭𝐫𝐨𝐩𝐡𝐢𝐳𝐢𝐧𝐠 🌪
Catastrophizing หรือ ‘การคิดฟุ้งซ่านในแง่ร้าย’ คือการคิดว่าสิ่งเลวร้ายที่สุดจะเกิดขึ้น แม้จะแทบไม่มีหลักฐานทางความคิดนั้นเลย
ซึ่งสามารถนำไปสู่ความเครียด ความวิตกกังวล และความซึมเศร้า โดยมันอาจเริ่มจากความคิดเล็กๆ แล้วลุกลามอย่างรวดเร็ว เช่น
งาน 💼 : หากเจ้านายเรียกพบ เราอาจคิดว่า "โอ้ย! ต้องโดนไล่ออกแน่ ๆ แล้วฉันก็จะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน จนต้องกลายเป็นคนเร่ร่อน"
--
ความสัมพันธ์ 💌 : หากแฟนไม่รับโทรศัพท์ เราอาจคิดว่า "เขาต้องบล็อคฉันไปแล้วแน่ ๆ เพราะฉันโทรหาเขาช้าไป ฮือ ๆ"
--
สุขภาพ 💊 : ปวดหัวนิดหน่อยแต่คิดไปว่า "โอมายก้อด! ฉันต้องเป็นเนื้องอกในสมองแน่ ๆ"
ความคิดเหล่านี้หากดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ แล้วล่ะก็ มันสามารถนำไปสู่การเกิดอาการตื่นตระหนก (Panic attack) หรือการตอบสนองต่อความเครียดและความวิตกกังวลอื่น ๆ ได้
เราอาจไม่เชื่อว่าคุณสมควรได้รับสิ่ง ๆ หรือสิ่งดี ๆ สามารถเกิดขึ้นกับเราได้ อาจเริ่มมองหาเหตุผลว่าทำไมบางอย่างถึงจะไม่สำเร็จ ซึ่งบางครั้งอาจนำไปสู่การสร้างความเป็นจริงที่เรากลัวขึ้นมาเอง (Self-fulfilling prophecy)
แต่ถึงแม้ว่ามันจะถูกจัดอยู่ในหมวดของ ‘ความบิดเบือนทางความคิด’ (Cognitive Distrotion) ก็ตาม แต่มันไม่ใช่โรคทางจิตเวชนะ! มันพัฒนามาจากสภาวะทางจิตใจของเราที่อาจไม่มั่นคง ณ ขณะนั้น ประกอบกับการที่เราอาจมีประสบการณ์ไม่ดีกับเหตุการณ์นั้น หรืออาจจะเป็นที่สารสื่อประสาทในสมองก็ได้!
🔎 รู้ไว้…ใช่แว่ เรามาลองดูกันเถอะว่ามีสัญญาณใดจากร่างกายเราบ้างที่ควรสังเกตอย่างใกล้ชิด
* มีความรู้สึกซึมเศร้า วิตกกังวล หรือมองโลกในแง่ร้ายโดยทั่วไป
--
* มีความคิดฟุ้งซ่านรวดเร็ว (Racing thoughts)
--
* รู้สึกหมกมุ่นอยู่แต่ในหัวของตัวเอง
--
* ความโกรธหรือความกลัวเริ่มรู้สึกว่าท่วมท้นจนคุมไม่อยู่
--
* พูดคุยกับตัวเองในเชิงลบ (Negative self-talking)
--
* ค้นหาทางแก้ปัญหาในเน็ตมากเกินพอดี แบบมาก ๆ ๆ ๆ สำหรับปัญหาที่กำลังเจอ
--
* พบว่าตัวเองคิดมากเกินไป (Overthinking) เกี่ยวกับสถานการณ์ การตัดสินใจ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ
--
แต่เอ…ถ้าสาเหตุมันสามารถมาจากหลายปัจจัย แล้วเราจะรับมือกับมันยังไงดีล่ะ?
เรื่องนี้ง่ายมากเลย เราอาจจะไม่สามารถแก้ไขสิ่งที่เคยเกิดขึ้นหรือไม่สามารถแก้ไขปัญหาในปัจจุบันได้ แต่เราสามารถสู้ความคิดของเราด้วย ‘ความคิด’ 💭 ได้!
* 𝘑𝘰𝘶𝘳𝘯𝘢𝘭𝘪𝘯𝘨 - ฝึกการจดบันทึกสิ่งที่คิด เพื่อให้เราสามารถจำแนกความคิดออกมาเป็นระบบ ไม่ฟุ้งซ่าน และสามารถตระหนักถึงสภาวะปัจจุบันของเราได้
--
* 𝘘𝘶𝘦𝘴𝘵𝘪𝘰𝘯𝘪𝘯𝘨 - งานนี้เจ้าหนูจำไมอาจจะต้องเข้า! เมื่อคิดมากลองถามความคิดนั้นดูซิว่า ‘จริงไหม?’ ‘อะไรที่มาซัพพอร์ตความคิดนี้บ้าง?’ ‘อะไรที่ค้านความคิดมากนี้ได้บ้าง?’ เป็นต้น
--
* 𝘔𝘪𝘯𝘥𝘧𝘶𝘭𝘯𝘦𝘴𝘴 การฝึกสติ - ถ้าเราสู้ความคิดด้วยการแยกแยะ หรือโต้แย้งมันไม่ไหว ลองนั่งลงในท่าที่สบาย ๆ และหายใจเข้า-ออกเป็นจังหวะอย่างช้า ๆ ลองสนใจเพียงแค่ลมหายใจของเราดูนะ นอกจากจะช่วยให้เราสงบลงแล้ว ยังช่วยให้เราเบี่ยงเบนจากความคิดลบ ๆ พวกนั้นได้ด้วย!
--
* ระบายหรือปรึกษาคนที่เราไว้ใจ โดยเฉพาะกับคนที่เป็นคนใกล้ชิด
เป็นต้น
🫀 นอกเหนือจากนี้การดูแลสุขภาพกายก็มีผลดีต่อเราด้วยเหมือนกันนะ เช่น ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และแบ่ง Quality time ให้แก่ตนเอง 🌱 เป็นต้น
ท้ายที่สุดแล้ว Catastrophizing สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ว่าจะสุขภาพจิตโอเคหรือไม่โอเค เพียงแต่ว่าหากเราสามารถสังเกตมันได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ‘ความคิด’ นี้ มันก็จะไม่พัฒนาไปสู่ความเจ็บป่วยทางจิตเวชต่อนั่นเอง 🌟
Reference:
- Fletcher J., (2022). What Is Catastrophizing?. https://psychcentral.com/lib/what-is-catastrophizing