คลินิกรักษ์สมอง หมออดิศักดิ์

คลินิกรักษ์สมอง หมออดิศักดิ์ ตรวจรักษาโรคสมอง ปวดหัว ไมเกรน อัมพฤกษ์ อัลไซเมอร์ สมองเสื่อม อัมพฤกษ์ สั่น พาร์กินสัน

ตรวจรักษาโรคอัมพฤกษ์, อัมพาต, อัลไซเมอร์, ภาวะสมองเสื่อม, ปวดศีรษะ, เวียนศีรษะ, ไมเกรน, ลมชัก, พาร์กินสัน, อาการชา, อ่อนแรง,โรคสมองและระบบประสาท โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา

🚑 มาให้ทันนะ...บางครั้งคนที่กำลังจะเป็นอัมพาต อาจกลับมาเดินได้อีกครั้งหลายคนยังคิดว่า"โรคหลอดเลือดสมองเป็นแล้วก็ต้องอัมพ...
30/05/2026

🚑 มาให้ทันนะ...บางครั้งคนที่กำลังจะเป็นอัมพาต อาจกลับมาเดินได้อีกครั้ง

หลายคนยังคิดว่า

"โรคหลอดเลือดสมองเป็นแล้วก็ต้องอัมพาต"

หรือ

"เป็นแล้วรักษาอะไรไม่ได้"

แต่ความจริงคือ...

โรคหลอดเลือดสมองชนิดหลอดเลือดตีบจำนวนมาก สามารถรักษาได้ หากมาถึงโรงพยาบาลทันเวลา

และบางครั้ง...

การตัดสินใจมาโรงพยาบาลเร็วขึ้นเพียงไม่กี่นาที

อาจเปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งไปตลอดกาล

🧠 เมื่อหลอดเลือดสมองเกิดการอุดตัน

สมองจะขาดเลือดและออกซิเจนทันที

สิ่งที่น่ากลัวคือ

เซลล์สมองไม่สามารถรอได้

มีการประเมินว่า

**ทุก 1 นาทีที่โรคหลอดเลือดสมองไม่ได้รับการรักษา เซลล์สมองจะสูญเสียไปประมาณ 2 ล้านเซลล์**

นั่นคือเหตุผลที่แพทย์ทั่วโลกใช้คำว่า

**"Time is Brain"**

เวลา คือ สมอง

ยิ่งช้า สมองยิ่งสูญเสียมากขึ้น

💉 ปัจจุบันเรามียาละลายลิ่มเลือด ซึ่งสามารถช่วยเปิดหลอดเลือดที่อุดตันและทำให้เลือดกลับไปเลี้ยงสมองได้อีกครั้ง

ผู้ป่วยบางรายที่มาถึงเร็ว

จากที่แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด

สามารถกลับมาเดิน กลับมาพูด และกลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

หลายคนเคยได้ยินว่า

"ต้องมาให้ทันภายใน 4.5 ชั่วโมง"

ซึ่งเป็นกรอบเวลาสำคัญสำหรับการพิจารณาให้ยาละลายลิ่มเลือด

แต่ในความเป็นจริง

**เราไม่อยากให้คุณมาถึงในชั่วโมงที่ 4**

เราอยากให้คุณมาถึงใน "นาทีแรกที่สงสัย"

เพราะทุกนาทีที่ผ่านไป

เซลล์สมองอีกกว่า 2 ล้านเซลล์กำลังสูญหายอย่างถาวร

⚠️ หากพบอาการต่อไปนี้แบบเฉียบพลัน

✓ หน้าเบี้ยว

✓ แขนหรือขาอ่อนแรงครึ่งซีก

✓ พูดไม่ชัด พูดไม่ได้

✓ มองเห็นผิดปกติอย่างเฉียบพลัน

✓ เดินเซ หรือเวียนศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน

อย่ารอดูอาการ

อย่ารอให้หายเอง

อย่ารอให้ลูกหลานกลับมาถึงบ้านก่อน

📞 รีบโทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน 1669 ทันที

เพราะในโรคหลอดเลือดสมอง

สิ่งที่น่าเสียดายที่สุด

ไม่ใช่การรักษาที่ล้มเหลว

แต่คือผู้ป่วยที่มีโอกาสรักษาได้

แต่เดินทางมาถึงหลังจากโอกาสนั้นผ่านไปแล้ว

บางครั้ง

สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตคนไข้ไม่ได้อยู่ที่ยาที่ดีที่สุด

แต่อยู่ที่การตัดสินใจเพียงครั้งเดียว

ว่าจะรีบมาโรงพยาบาล...หรือรอดูอาการต่อไป

🧠 เพราะสำหรับสมอง

ทุกนาทีมีความหมาย

และบางครั้ง

คนที่กำลังจะเป็นอัมพาต

อาจกลับมาเดินได้อีกครั้ง...

เพียงเพราะมาถึงทันเวลา

นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
อายุรแพทย์สาขาประสาทวิทยา

“ดูแลโรคสมองอย่างเข้าใจ โดยอาจารย์แพทย์เฉพาะทาง” 🧠✨

นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสมองและระบบประสาท

✅ผู้ป่วยใหม่กรุณาจองคิวตรวจล่วงหน้า

☎️จองคิวเพื่อรับบริการทาง inbox หรือ โทร 093-2244626

📍 สถานที่: Healthy Clinic นิมมาน ซอย 6(ทางเข้าตะวันแดง) อ.เมือง จ.เชียงใหม่
🚗 https://goo.gl/maps/G1tf2yyvFUd3xUZ46

😊😊มาง่าย เดินทางสะดวกทุกช่องทาง มีที่จอดรถ🚗ในโครงการ

#หมออดิศักดิ์รักษ์สมอง
#โรคสมองไว้ใจให้เราดูแล
#อยากให้คุณสุขภาพดีและมีความสุข
#โรคสมอง #คลินิก #หมอสมอง
#โรคหลอดเลือดสมอง

30/05/2026
ปวดหัวแล้วกินกาแฟสรุปช่วย…หรือยิ่งแย่กว่าเดิม? ☕️คำตอบคือ“ได้ทั้งสองอย่าง” ขึ้นอยู่กับปริมาณและลักษณะการดื่มครับในทางการ...
12/05/2026

ปวดหัวแล้วกินกาแฟ
สรุปช่วย…หรือยิ่งแย่กว่าเดิม? ☕️

คำตอบคือ
“ได้ทั้งสองอย่าง” ขึ้นอยู่กับปริมาณและลักษณะการดื่มครับ

ในทางการแพทย์
คาเฟอีนไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มกระตุ้นความตื่นตัวเท่านั้น
แต่ยังถูกใช้เป็นส่วนประกอบในยาแก้ปวดหลายชนิด 💊

เนื่องจากคาเฟอีนมีฤทธิ์:
• ช่วยให้หลอดเลือดสมองหดตัว
• เพิ่มประสิทธิภาพของยาแก้ปวดบางประเภท
• และอาจช่วยลดอาการปวดศีรษะในผู้ป่วยไมเกรนบางราย

จึงไม่แปลกที่หลายคนรู้สึกว่า
“ดื่มกาแฟแล้วอาการดีขึ้น”

โดยเฉพาะในคนที่:
• อดกาแฟเป็นประจำ
• นอนน้อย
• หรือมีไมเกรนบางชนิด

อย่างไรก็ตาม
คาเฟอีนก็อาจกลายเป็น “ตัวกระตุ้น” อาการปวดหัวได้เช่นกัน ⚠️

โดยเฉพาะเมื่อ:
• ดื่มมากเกินไป
• ดื่มไม่สม่ำเสมอ
• นอนพักผ่อนไม่พอ
• หรือหยุดกาแฟกะทันหัน

มีงานวิจัยพบว่า
การได้รับคาเฟอีนต่อเนื่องในปริมาณสูง แล้วหยุดทันที
สามารถทำให้เกิด “caffeine withdrawal headache” ได้จริง

ตามเกณฑ์ International Classification of Headache Disorders (ICHD-3)
อาการปวดศีรษะจากการขาดคาเฟอีน
มักเกิดภายใน 24 ชั่วโมงหลังหยุดหรือเลื่อนกาแฟในคนที่ดื่มเป็นประจำ ☕️

ขณะเดียวกัน
American Migraine Foundation แนะนำว่า
ผู้ป่วยไมเกรนควรจำกัดคาเฟอีนประมาณไม่เกิน 200 mg/day
หรือประมาณกาแฟ 1–2 แก้วต่อวัน และควรดื่มให้ “สม่ำเสมอ” มากกว่าดื่มมากบ้างน้อยบ้าง

สิ่งที่น่าสนใจคือ
หลายคนกำลังอยู่ในวงจรนี้โดยไม่รู้ตัว

ปวดหัว → ดื่มกาแฟ → ดีขึ้น → ปวดอีก → ต้องดื่มเพิ่ม

สุดท้ายจึงแยกได้ยากว่า
“ปวดหัวเพราะโรคเดิม”
หรือ “ปวดจากการพึ่งคาเฟอีน”

ดังนั้นคำถามอาจไม่ใช่ว่า
กาแฟ “ดี” หรือ “ไม่ดี”

แต่คือ
🧠 “สมองกำลังส่งสัญญาณอะไรอยู่ต่างหาก”

หากเริ่มมีอาการเหล่านี้:
• ปวดหัวถี่ขึ้น
• ต้องพึ่งกาแฟทุกวัน
• ตื่นเช้ามาปวดหัว
• หรือกินยาแก้ปวดบ่อยขึ้นเรื่อยๆ

อาจไม่ใช่เรื่องของกาแฟเพียงอย่างเดียวแล้วครับ

เพราะบางครั้ง
อาการปวดหัวเรื้อรัง
อาจเป็นสัญญาณว่า
เป็นการปวดที่อันตรายควรรีบหาสาเหตุเพิ่มเติม ก่อนจะสายไป

“ดูแลโรคสมองอย่างเข้าใจ โดยอาจารย์แพทย์เฉพาะทาง” 🧠✨

นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสมองและระบบประสาท

✅ผู้ป่วยใหม่กรุณาจองคิวตรวจล่วงหน้า

☎️จองคิวเพื่อรับบริการทาง inbox หรือ โทร 093-2244626

📍 สถานที่: Healthy Clinic นิมมาน ซอย 6(ทางเข้าตะวันแดง) อ.เมือง จ.เชียงใหม่

🚗 https://goo.gl/maps/G1tf2yyvFUd3xUZ46

😊😊มาง่าย เดินทางสะดวกทุกช่องทาง มีที่จอดรถ🚗ในโครงการ

#หมออดิศักดิ์รักษ์สมอง
#โรคสมองไว้ใจให้เราดูแล
#อยากให้คุณสุขภาพดีและมีความสุข
#โรคสมอง #คลินิก #หมอสมอง
#ปวดหัว #ไมเกรน #คาเฟอีน

“Anti-CGRP ทางเลือกใหม่ในการรักษาไมเกรน” 🧠ที่ผ่านมา ไมเกรนสามารถควบคุมได้ด้วยยาป้องกันในผู้ป่วยจำนวนมาก และช่วยให้คุณภาพ...
11/05/2026

“Anti-CGRP ทางเลือกใหม่ในการรักษาไมเกรน” 🧠

ที่ผ่านมา ไมเกรนสามารถควบคุมได้ด้วยยาป้องกันในผู้ป่วยจำนวนมาก และช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างชัดเจน ✨ หลายคนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ ด้วยการรักษาที่เหมาะสม

แต่ในความเป็นจริง ยังมีผู้ป่วยบางกลุ่มที่แม้จะได้รับยาป้องกันอย่างถูกต้องแล้ว อาการยังคงเกิดซ้ำ หรือควบคุมได้ไม่ดีเท่าที่ควร

ปัจจุบัน การรักษาได้พัฒนาไปอีกขั้น ด้วยยากลุ่มใหม่ “Anti-CGRP” 💉 ซึ่งออกฤทธิ์ตรงต่อกลไกของไมเกรนโดยเฉพาะ แตกต่างจากยารุ่นเดิมที่ใช้กันมา

จากงานวิจัยจำนวนมากพบว่า ยากลุ่มนี้สามารถลดจำนวนวันปวดไมเกรนต่อเดือน (monthly migraine days) ได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการรักษาแบบเดิม 📉

ในผู้ป่วยจริง พบว่า
🔹 มากกว่า 50–60% ของผู้ป่วย มีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน (ลดวันปวดลง ≥50%)
🔹 บางรายสามารถลดอาการได้มากกว่า 75% หรือแทบไม่มีอาการเลย

และมีข้อมูลเปรียบเทียบพบว่า ยากลุ่มนี้สามารถลดวันปวดได้มากกว่าวิธีเดิมบางชนิดอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลในผู้ป่วยที่รักษายากว่า ยากลุ่มนี้สามารถช่วยลดอาการได้ต่อเนื่องในระยะยาว และช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างชัดเจน 🌿

ยากลุ่ม Anti-CGRP มีทั้งรูปแบบ “ยาฉีด” และ “ยารับประทาน” และถือเป็นการรักษาที่ “ตรงจุด” มากขึ้นกว่ายาเดิม

อย่างไรก็ตาม การรักษานี้ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน และมักเหมาะกับผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่ควบคุมอาการไม่ได้จากยาป้องกันเดิม อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า

การเลือกใช้จึงควรอยู่ภายใต้การประเมินโดยแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด 👨‍⚕️

เพราะการรักษาไมเกรนที่ดี
ไม่ใช่แค่ “ยาที่ใหม่กว่า”
แต่คือ “การเลือกวิธีที่เหมาะกับคุณมากที่สุด”

“ดูแลโรคสมองอย่างเข้าใจ โดยอาจารย์แพทย์เฉพาะทาง” 🧠✨

นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสมองและระบบประสาท

✅ผู้ป่วยใหม่กรุณาจองคิวตรวจล่วงหน้า

☎️จองคิวเพื่อรับบริการทาง inbox หรือ โทร 093-2244626

📍 สถานที่: Healthy Clinic นิมมาน ซอย 6(ทางเข้าตะวันแดง) อ.เมือง จ.เชียงใหม่

🚗 https://goo.gl/maps/G1tf2yyvFUd3xUZ46

😊😊มาง่าย เดินทางสะดวกทุกช่องทาง มีที่จอดรถ🚗ในโครงการ

#หมออดิศักดิ์รักษ์สมอง
#โรคสมองไว้ใจให้เราดูแล
#อยากให้คุณสุขภาพดีและมีความสุข
#โรคสมอง #คลินิก #หมอสมอง
#ไมเกรน #ปวดหัว

08/05/2026

คลินิกปิด 9 พ.ค 69
เปิด อังคาร พฤหัสบดี เสาร์
inboxจองคิวตรวจได้เลย

25/04/2026

ผู้สูงอายุมึนศีรษ ส่วนใหญ่เกิดจากอะไร? 🌀

เป็นคำถามที่คนไข้และญาติถามบ่อยมาก และเป็นคำถามที่ตอบสั้น ๆ ยากเหมือนกันครับ เพราะจริง ๆ แล้ว “มึนศีรษะ” ไม่ใช่โรค แต่เป็นอาการอย่างหนึ่ง และอาการเดียวกันนี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ บางคนมึนเหมือนจะเป็นลม บางคนบ้านหมุน บางคนโคลงเหมือนพื้นไม่นิ่ง บางคนเดินแล้วไม่มั่นใจ ทั้งหมดนี้คนไข้มักเรียกรวม ๆ ว่า “เวียนหัว”

สิ่งสำคัญคือ ถ้าถามว่า “ส่วนใหญ่มาจากอะไร” คำตอบนั้นไม่ได้แปลว่าอาการของเราจะเป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะของแต่ละคนอาจต่างกัน และในผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อย สาเหตุก็ไม่ได้มีอย่างเดียว แต่อาจมีหลายอย่างประกอบกัน

มีงานศึกษาพบว่าอาการมึนศีรษะในผู้สูงอายุมักเกิดจากกลุ่มปัญหาหลัก ๆ อยู่ไม่กี่กลุ่ม เช่น ความผิดปกติของหูชั้นใน ความดันตกเวลาเปลี่ยนท่า ผลข้างเคียงจากยา ระบบการทรงตัวเสื่อมตามวัย รวมถึงบางส่วนเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งหลายครั้งไม่ได้เกิดเดี่ยว ๆ แต่อาจมาพร้อมกัน เช่น คนไข้คนหนึ่งอาจมีตะกอนหูหลุดร่วมกับกินยาหลายตัวและดื่มน้ำน้อย อาการจึงออกมาเป็น “เวียนหัวเรื้อรัง”

ถ้าจะเล่าให้เข้าใจง่าย ผมมักแบ่งสาเหตุที่พบบ่อย ๆ ไว้แบบนี้ครับ

1️⃣ ปัญหาจากหูชั้นใน

โดยเฉพาะ Benign Paroxysmal Positional Vertigo (BPPV) หรือที่หลายคนเรียกกันว่าตะกอนหูหลุด

ลักษณะเด่นคือเวลาเปลี่ยนท่า เช่น พลิกตัวบนเตียง ลุกนอน หรือเงยหน้า จะรู้สึกเหมือนโลกหมุนวูบขึ้นมา มักเป็นไม่นาน หลักวินาทีถึงนาทีแล้วทุเลา

สาเหตุเกิดจากผลึกเล็ก ๆ ในหูชั้นในหลุดไปกวนระบบรับการทรงตัว ทำให้สมองรับสัญญาณสับสน

อันนี้น่าสนใจตรงที่หลายคนคิดว่าต้องกินยาแก้เวียนหัวไปเรื่อย ๆ แต่จริง ๆ หลายรายรักษาได้ด้วยท่าจัดตะกอนให้กลับที่เดิม (canalith repositioning maneuver) ซึ่งได้ผลค่อนข้างดี

---

2️⃣ ความดันตกเวลาเปลี่ยนท่า
(Orthostatic Hypotension)

อันนี้มักไม่ใช่อาการหมุน แต่เป็นโหวง หน้ามืด มึนเหมือนจะวูบ โดยเฉพาะเวลาลุกเร็ว

บางคนเกิดจากระบบควบคุมความดันตอบสนองช้าลงตามวัย บางคนเกี่ยวกับยาความดัน ยาขับปัสสาวะ หรือแค่ดื่มน้ำน้อย

เรื่องนี้หลายคนแก้ได้ด้วยวิธีง่าย ๆ เช่น ลุกช้าลง นั่งห้อยขาสักครู่ก่อนยืน และดื่มน้ำให้พอ ประมาณ 1.5–2 ลิตรต่อวัน 💧 ถ้าไม่ได้มีโรคที่แพทย์จำกัดน้ำ

ฟังดูง่าย แต่ช่วยได้จริง

---

3️⃣ ผลข้างเคียงจากยา

ในผู้สูงอายุที่กินยาหลายชนิด บางครั้งตัวปัญหาไม่ใช่โรคใหม่ แต่เป็น Medication-related dizziness

ยานอนหลับ ยาคลายกังวล ยาความดันบางชนิด แม้แต่บางยารักษาอาการอื่น ๆ อาจทำให้มึน โคลง ง่วง หรือเสียการทรงตัวได้

ถ้ามึนเริ่มหลังมียาใหม่ หรือเหมือนหนักขึ้นหลังปรับยา ควรนึกถึงเรื่องนี้เสมอ

ไม่ใช่หยุดยาเองนะครับ แต่ควรให้แพทย์ช่วยทบทวนยา

---

4️⃣ ระบบการทรงตัวเสื่อมตามวัย

Presbyvestibulopathy (age-related vestibular hypofunction)

อันนี้ต่างจากบ้านหมุน เพราะมักเป็นความรู้สึก “โคลง ๆ เดินไม่มั่นใจ” มากกว่า

คนไข้มักบอกว่าเดินพื้นเรียบยังพอได้ แต่เดินในที่มืด หรือพื้นขรุขระแล้วไม่มั่นใจ

จริง ๆ ไม่ได้มาจากหูอย่างเดียว แต่มาจากหลายระบบเสื่อมพร้อมกัน ทั้งหูชั้นใน สายตา ระบบรับความรู้สึกจากเท้า และกำลังกล้ามเนื้อ

ข่าวดีคือหลายรายดีขึ้นจากการฝึก เช่น balance training หรือ vestibular rehabilitation 🚶

---

5️⃣ โรคหัวใจ

เช่นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) หรือเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอชั่วคราว

ถ้ามึนร่วมกับใจสั่น เหนื่อย หรือเกือบหมดสติ อันนี้ควรคิดถึงด้วย

---

6️⃣ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

รวมถึง Vertebrobasilar Insufficiency (VBI)

โดยทั่วไปเวียนศีรษะอย่างเดียวโดยไม่มีอาการอื่น มักไม่ใช่รูปแบบที่พบบ่อยของ stroke

แต่ถ้ามี

เดินเซเฉียบพลัน

พูดไม่ชัด

เห็นภาพซ้อน

กลืนลำบาก

แขนขาอ่อนแรง

หรือเวียนศีรษะต่อเนื่องไม่หยุด ร่วมกับอาการทางระบบประสาท

โดยเฉพาะถ้าเวียนร่วมกับเดินไม่ได้หรือทรงตัวเสียชัดเจน ต้องระวังมาก

🚨 แบบนี้อย่ารอดูอาการ ควรไปโรงพยาบาลทันที

---

และยังมีสาเหตุพื้นฐานอีกหลายอย่างที่คนชอบลืมนึกถึง เช่น ขาดน้ำ (Dehydration) โลหิตจาง (Anemia) น้ำตาลผิดปกติ นอนน้อย หรือความเครียด ซึ่งบางทีแก้เรื่องพื้นฐานเหล่านี้ อาการก็ดีขึ้น

---

อย่าถามว่าเวียนศีรษะในผู้สูงอายุส่วนใหญ่เกิดจากอะไร

แต่ควรถามว่า
เวียนศีรษะแบบของเราน่าจะเกิดจากอะไร 🎯

เพราะคำตอบสองคำถามนี้ไม่เหมือนกันเลย และอาจเปลี่ยนวิธีรักษาไปทั้งหมด

#เวียนศีรษะผู้สูงอายุ #มึนศีรษะ #โรคหลอดเลือดสมอง #หมออดิศักดิ์รักษ์สมอง

🧠 Semaglutideยาที่เคยเป็นความหวังในการรักษาอัลไซเมอร์ ตอนนี้ผลการศึกษาออกมาเหมือน “ไม่ได้ผล” ก็อาจรู้สึกผิดหวังแต่อยากชว...
23/04/2026

🧠 Semaglutideยาที่เคยเป็นความหวังในการรักษาอัลไซเมอร์
ตอนนี้ผลการศึกษาออกมาเหมือน “ไม่ได้ผล” ก็อาจรู้สึกผิดหวัง

แต่อยากชวนเข้าใจแบบง่าย ๆ ว่า มันไม่ได้หมายความว่ายานี้ล้มเหลวทั้งหมด เพียงแต่ตอนนี้ ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าสามารถช่วยรักษาคนที่เป็นอัลไซเมอร์แล้วให้ดีขึ้น หรือชะลออาการได้ชัดเจน

📖 มีการศึกษาขนาดใหญ่ติดตามผู้ป่วยนานเกือบ 2 ปี พบว่าอาการด้านความจำ การใช้ชีวิตประจำวัน และการดำเนินของโรค ไม่ได้ต่างจากยาหลอกอย่างชัดเจน
ดังนั้นตอนนี้ semaglutide ยังไม่ใช่ยารักษาอัลไซเมอร์

แต่…เรื่องไม่ได้จบแค่นั้นครับ

สิ่งที่นักวิจัยยังสนใจอยู่ คือยานี้อาจมีผลต่อ “กลไกเบื้องหลังโรค” บางอย่าง เช่น
🔹 ลดการอักเสบในสมอง
🔹 อาจช่วยปกป้องเซลล์ประสาท
🔹 และอาจมีบทบาทในระยะก่อนโรคจะแสดงอาการ

พูดง่าย ๆ
🚫 ตอนนี้ยังไม่ใช่ยาที่ช่วยรักษาคนที่เป็นโรคแล้วได้ชัดเจน
🤔 แต่ยังอาจมีความหวังในแง่ “การป้องกัน” หรือชะลอกระบวนการก่อนเกิดโรคในอนาคต

ซึ่งเป็นคนละคำถามกัน

รักษาคนที่เป็นแล้ว ได้ไหม? — ตอนนี้ยังไม่ชัด

ป้องกันหรือชะลอก่อนเป็นได้ไหม? — ยังมีงานวิจัยติดตามอยู่

❤️ สำหรับผู้ดูแลและครอบครัว อยากบอกว่าอย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะวงการอัลไซเมอร์กำลังมีการพัฒนายาหลายแนวทางมากขึ้นเรื่อย ๆ และ semaglutide ก็ยังเป็นหนึ่งในแนวทางที่นักวิทยาศาสตร์จับตาอยู่

และที่สำคัญ แม้เรายังรอยาใหม่ ๆ
สิ่งที่ช่วยผู้ป่วยได้จริงวันนี้ยังมีมาก เช่น
👨‍👩‍👧 การดูแลอย่างสม่ำเสมอ
🧩 การกระตุ้นสมองและกิจกรรม
🚶 การเคลื่อนไหว ออกกำลังตามเหมาะสม
😌 บรรยากาศที่สงบ อารมณ์ดี
🩺 คุมโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน หลอดเลือด

สิ่งเหล่านี้ช่วยคุณภาพชีวิตผู้ป่วยได้จริง ไม่แพ้ยาเลย

Semaglutide ตอนนี้ “ยังไม่ใช่ยารักษาอัลไซเมอร์”
แต่ก็ “ยังไม่ใช่เรื่องหมดหวัง” เพราะบทบาทด้านการป้องกันยังมีเหตุผลให้ศึกษาต่อครับ 🌱

นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสมองและระบบประสาท

#สมองเสื่อม #อัลไซเมอร์
#หมออดิศักดิ์

แม้มีฝุ่นpm2.5 แต่เราก็ออกกำลังกายกันได้อยู่นะ 🥰🌿💙 ช่วงนี้หลายคนเลือกอยู่บ้านมากขึ้นเพราะอากาศไม่ค่อยดีซึ่งเป็นเรื่องที่...
22/04/2026

แม้มีฝุ่นpm2.5 แต่เราก็ออกกำลังกายกันได้อยู่นะ 🥰

🌿💙 ช่วงนี้หลายคนเลือกอยู่บ้านมากขึ้นเพราะอากาศไม่ค่อยดี
ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ครับ แต่สิ่งที่หมออยากชวนคิดต่อคือ
“เราหลีกเลี่ยงฝุ่นได้…แต่ไม่ควรหยุดขยับร่างกายไปพร้อมกัน” 🚶‍♂️

ในคนไข้ที่หมอดูแล ช่วงที่ไม่ได้ออกกำลังกายเพียงไม่กี่สัปดาห์
มักเริ่มมีอาการที่สังเกตได้ชัด เช่น ลุกยากขึ้น เดินช้าลง โรคเดิมที่เคยเป็นก็แย่ลงได้ เช่น ปวดศีรษะไมเกรน เวียนศีรษะสมองเสื่อม 😔

ความจริงคือ ร่างกายเราจะค่อย ๆ ลงถ้าไม่ได้ใช้งาน
แต่ในทางกลับกัน ถ้าเริ่มขยับใหม่ แค่วันละเล็กน้อย
ร่างกายก็สามารถฟื้นกลับมาได้เช่นกัน 💪

การออกกำลังกายไม่ได้มีแค่การเดินหรือการวิ่งนะครับ หมออยากชวนให้เริ่มจากสิ่งง่าย ๆ ที่ทำได้ในบ้าน 🏡
ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ไม่ต้องทำครบทุกข้อ
แค่เลือกบางอย่างที่ “เราทำได้จริง” แล้วทำต่อเนื่อง

1️⃣ 🚶‍♂️ เดินในบ้าน
เริ่มจากง่ายที่สุดก่อนครับ เดินไป-กลับในพื้นที่ที่คุ้นเคย
วันละประมาณ 10 นาที
ถ้ายังพูดคุยเป็นประโยคได้โดยไม่เหนื่อยเกินไป แสดงว่าระดับกำลังเหมาะสม

2️⃣ 🪑 นั่งยกขา
ถ้ายังไม่มั่นใจในการเดิน ลองนั่งบนเก้าอี้แล้วขยับขา
ยกขาสลับซ้ายขวาช้า ๆ ครั้งละ 10–15 ครั้ง
แค่นี้ก็ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อได้แล้ว

3️⃣ 🟡 ดึงยางยืด
สำหรับคนที่อยากเพิ่มความแข็งแรง
จับยางระดับอก แล้วดึงออกช้า ๆ ควบคุมจังหวะ
ทำประมาณ 10 ครั้งต่อรอบ

4️⃣ 🧘‍♂️ ฝึกทรงตัว
ลองยืนจับพนักเก้าอี้ แล้วลองยืนขาข้างเดียว
ค้างไว้ 5–10 วินาที แล้วสลับข้าง
ช่วยให้เดินมั่นคงและลดความเสี่ยงการล้ม

5️⃣ 🚴‍♀️ ปั่นจักรยานอยู่กับที่
ถ้าที่บ้านมี สามารถเริ่มปั่นเบา ๆ วันละ 10 นาที
แล้วค่อยเพิ่มเวลา เหมาะมากสำหรับคนที่มีปัญหาเข่า

6️⃣ 💃 ขยับตามเพลง
ลองเปิดเพลงที่ชอบ แล้วขยับร่างกายตามจังหวะเบา ๆ
ไม่ต้องถูกท่าก็ได้ ขอแค่ได้ขยับอย่างต่อเนื่อง

7️⃣ 🔄 ลุก–นั่งจากเก้าอี้
นั่งลงแล้วลุกขึ้น ทำช้า ๆ ประมาณ 8–10 ครั้ง
ถ้าทำได้โดยไม่ใช้มือช่วย จะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นมาก
และเป็นท่าที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน

ทั้งหมดนี้ไม่จำเป็นต้องทำครบในวันเดียว
เลือกสัก 2–3 อย่างที่รู้สึกว่าเหมาะกับตัวเอง ใช้เวลาเพียงวันละ 10–20 นาที ก็เพียงพอแล้ว

สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าทำได้มากแค่ไหน
แต่คือ “ทำได้ต่อเนื่องแค่ไหน” 🎊

หมออยากให้มองการออกกำลังกาย
ไม่ใช่เรื่องของความเก่งหรือการทำได้เยอะ แต่เป็นการดูแลตัวเองให้ช่วยเหลือตัวเองได้ เดินได้ และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ

เริ่มวันนี้ ด้วยก้าวเล็ก ๆ 🌱
ร่างกายจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามนั้นครับ 💙
มาออกกำลังกายกัน
แล้วท่องกันด้วยนะครับ

" ไม่เหนื่อยไม่นับ ยิ่งเหนื่อยยิ่งแข็งแรง "

“ดูแลโรคสมองอย่างเข้าใจ โดยอาจารย์แพทย์เฉพาะทาง” 🧠✨

นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสมองและระบบประสาท

✅ผู้ป่วยใหม่กรุณาจองคิวตรวจล่วงหน้า

☎️จองคิวเพื่อรับบริการทาง inbox หรือ โทร 093-2244626

📍 สถานที่: Healthy Clinic นิมมาน ซอย 6(ทางเข้าตะวันแดง) อ.เมือง จ.เชียงใหม่

🚗 https://goo.gl/maps/G1tf2yyvFUd3xUZ46

😊😊มาง่าย เดินทางสะดวกทุกช่องทาง มีที่จอดรถ🚗ในโครงการ

#หมออดิศักดิ์รักษ์สมอง
#โรคสมองไว้ใจให้เราดูแล
#อยากให้คุณสุขภาพดีและมีความสุข
#โรคสมอง #คลินิก #หมอสมอง

หลายคนที่เพิ่งเผชิญกับ “อัมพฤกษ์ อัมพาต” มักมีคำถามเดียวกันในใจว่า“เราจะหายไหม…จะกลับมาเหมือนเดิมได้หรือเปล่า” 🤔หมอ อยาก...
21/04/2026

หลายคนที่เพิ่งเผชิญกับ “อัมพฤกษ์ อัมพาต” มักมีคำถามเดียวกันในใจว่า
“เราจะหายไหม…จะกลับมาเหมือนเดิมได้หรือเปล่า” 🤔

หมอ อยากตอบคำถามนี้อย่างตรงไปตรงมา คำตอบคือ บางคนกลับมาได้ดีมาก บางคนกลับมาได้บางส่วน และบางคนอาจมีอาการบางอย่างคงอยู่ แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากให้คนไข้รู้คือ สมองของเรามีความสามารถในการฟื้นตัวมากกว่าที่หลายคนคิด 🧠✨

ในทางการแพทย์มีคำหนึ่งที่สำคัญมากคือ “Neuroplasticity” หรือความยืดหยุ่นของสมอง พูดง่ายๆ คือ สมองสามารถเรียนรู้ใหม่และสร้างเส้นทางใหม่เพื่อทดแทนส่วนที่เสียไปได้ 🔄 เมื่อสมองบางส่วนได้รับความเสียหายจากโรคหลอดเลือดสมอง เซลล์สมองบริเวณใกล้เคียงหรือแม้แต่สมองอีกฝั่งหนึ่งสามารถค่อยๆ ปรับตัวเพื่อมาทำหน้าที่แทนได้ แต่กระบวนการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองทั้งหมด มันต้องอาศัยการกระตุ้นและการฝึกซ้ำ
ทุกครั้งที่คนไข้พยายามขยับแขน ขา หรือฝึกพูด แม้มันจะยังไม่ดีอย่างที่หวัง คนไข้กำลังส่งสัญญาณไปบอกสมองว่า “นี่คือสิ่งที่เราต้องการกลับมา” 💬 การฝึกซ้ำๆ จะช่วยให้สมองค่อยๆ สร้างวงจรใหม่ เหมือนการเดินซ้ำๆ ในป่าจนกลายเป็นทางเดินชัดเจนขึ้น 🌱🌿 นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเริ่มฟื้นฟูเร็วและทำอย่างสม่ำเสมอจึงสำคัญมาก ⏳

อย่างไรก็ตาม มีเรื่องหนึ่งที่หมออยากเน้นให้ชัดเจน เพราะเป็นหัวใจของการรักษาที่แท้จริง นั่นคือ เป้าหมายหลักของการดูแลผู้ป่วยอัมพฤกษ์ไม่ได้มีเพียงการฟื้นตัวเท่านั้น แต่คือ การป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

⚠️ เพราะถ้าเกิดซ้ำ ความเสียหายมักรุนแรงขึ้น และโอกาสในการฟื้นตัวจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ดังนั้น การรักษาที่ดีที่สุดจึงต้องเดินไปพร้อมกันสองทาง ทางหนึ่งคือการฟื้นฟู เพื่อดึงศักยภาพของสมองกลับมาให้มากที่สุด 💪 อีกทางหนึ่งคือการป้องกัน ซึ่งอาจดูเหมือนไม่เห็นผลทันที แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งในระยะยาว เช่น การควบคุมความดันโลหิต เบาหวาน ไขมัน การรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ 💊 การหยุดสูบบุหรี่ 🚭 หรือการตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ❤️ สิ่งเหล่านี้คือการปกป้องสมองส่วนที่ยังดีอยู่ไม่ให้ถูกทำร้ายซ้ำอีก 🛡️

จากประสบการณ์ที่หมอดูแลคนไข้จำนวนมาก หมอพบว่าคนไข้ที่มีผลลัพธ์ดีที่สุด ไม่ใช่แค่คนที่โรคไม่รุนแรง แต่คือคนที่ “ทำต่อเนื่อง” ทั้งในเรื่องของการฟื้นฟูและการดูแลตัวเอง 📈 หลายครั้งความเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นแบบก้าวกระโดด แต่เกิดจากการพัฒนาเล็กๆที่ดีขึ้นค่อยๆสะสมไปเรื่อยๆ

หมอเข้าใจดีว่ามันไม่ง่ายเลย วันที่พยายามแล้วขยับไม่ได้ วันที่รู้สึกว่าตัวเองไม่เหมือนเดิม หรือวันที่รู้สึกท้อ 😔 แต่หมออยากให้คนไข้รู้ว่า ทุกความพยายามไม่ได้สูญเปล่า 🤍 แม้จะเป็นเพียงการขยับเล็กน้อย หรือการออกเสียงคำสั้นๆ สิ่งเหล่านี้คือการที่สมองกำลังเรียนรู้ใหม่ และในขณะเดียวกัน ทุกวันที่คนไข้กินยาและดูแลตัวเอง คนไข้กำลังปกป้องสมองไม่ให้ต้องเผชิญกับความเสียหายซ้ำอีกครั้ง

คนไข้บางคนอาจไม่กลับมาเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่คนไข้สามารถดีขึ้นจากจุดที่เป็นอยู่ได้เสมอ 🌈 และนั่นคือเป้าหมายที่มีความหมายมาก
สุดท้ายนี้ หมออยากให้คนไข้ลองเปลี่ยนคำถามจาก “จะหายไหม” เป็น
“วันนี้เราจะดีขึ้นอีกนิด และดูแลตัวเองให้ไม่แย่ลงได้อย่างไร” 🌅
ถ้าเราทำวันนี้ให้ดีที่สุด ผลลผลลัพธ์ย่อมดีที่สุด จริงมั้ยครับ 🌟

มาเริ่มทำกันตั้งแต่วันนี้อย่างเต็มที่ 💪✨
เพราะการฟื้นตัวของสมองไม่ได้เกิดจากการทำเยอะเพียงวันเดียว แต่เกิดจากกทรเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่ทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง 🚶‍♂️ และทุกก้าวนั้นมีความหมายเสมอ ✨

“ดูแลโรคสมองอย่างเข้าใจ โดยอาจารย์แพทย์เฉพาะทาง” 🧠💙

นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสมองและระบบประสาท

✅ผู้ป่วยใหม่กรุณาจองคิวตรวจล่วงหน้า

☎️จองคิวเพื่อรับบริการทาง inbox หรือ โทร 093-2244626

📍 สถานที่: Healthy Clinic นิมมาน ซอย 6(ทางเข้าตะวันแดง) อ.เมือง จ.เชียงใหม่

🚗 https://goo.gl/maps/G1tf2yyvFUd3xUZ46

😊😊มาง่าย เดินทางสะดวกทุกช่องทาง มีที่จอดรถ🚗ในโครงการ

#หมออดิศักดิ์รักษ์สมอง
#โรคสมองไว้ใจให้เราดูแล
#อยากให้คุณสุขภาพดีและมีความสุข
#โรคสมอง #คลินิก #หมอสมอง
#อัมพฤกษ์

“สมองเสื่อม…อาจไม่ใช่แค่อัลไซเมอร์”ผมได้ตรวจค้นไข้ผู้หญิงอายุ 52 ปี มาพบแพทย์ด้วยอาการหลงลืม ทำอะไรช้าลงอย่างเห็นได้ชัดใ...
21/04/2026

“สมองเสื่อม…อาจไม่ใช่แค่อัลไซเมอร์”

ผมได้ตรวจค้นไข้ผู้หญิงอายุ 52 ปี มาพบแพทย์ด้วยอาการหลงลืม ทำอะไรช้าลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงเพียง 2 เดือน ครอบครัวเริ่มสังเกตว่าเธอเปลี่ยนไปจากเดิม อีกทั้งยังมีพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น ไม่ยอมไปเข้าห้องน้ำ ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
หลายคนอาจคิดว่า “คงเริ่มสมองเสื่อมตามวัย”
แต่ในความเป็นจริง อาการลักษณะนี้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นรวดเร็วภายในไม่กี่เดือน ไม่ใช่รูปแบบปกติของโรคสมองเสื่อมทั่วไป
จากการตรวจเพิ่มเติม รวมถึงภาพถ่ายสมองด้วย MRI พบก้อนเนื้องอกขนาดใหญ่กดทับสมอง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม ความคิด และการใช้ชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน
นี่คือสิ่งที่สำคัญมาก

คำว่า “สมองเสื่อม” ไม่ใช่ชื่อโรคเดียว
แต่เป็น “อาการ” ที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ

บางโรคค่อยเป็นค่อยไป
แต่บางโรคเกิดเร็ว และอาจ “รักษาได้” หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก
อาการอย่างเช่น
หลงลืมมากขึ้นผิดปกติ
ทำอะไรช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไป
ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็ก หรือปล่อยให้เวลาผ่านไป
เพราะในบางกรณี
สิ่งที่ดูเหมือน “สมองเสื่อม”
อาจเป็นโรคที่สามารถรักษาและแก้ไขได้

การวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น
จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการรักษาที่แท้จริง
และอาจเป็นสิ่งที่เปลี่ยน
จาก “การปล่อยให้แย่ลง”
เป็น “โอกาสในการกลับมาดีขึ้น”

“ดูแลโรคสมองอย่างเข้าใจ โดยอาจารย์แพทย์เฉพาะทาง”

นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสมองและระบบประสาท

✅ผู้ป่วยใหม่กรุณาจองคิวตรวจล่วงหน้า
☎️จองคิวเพื่อรับบริการทาง inbox หรือ โทร 093-2244626
📍 สถานที่: Healthy Clinic นิมมาน ซอย 6(ทางเข้าตะวันแดง) อ.เมือง จ.เชียงใหม่
🚗 https://goo.gl/maps/G1tf2yyvFUd3xUZ46
😊😊มาง่าย เดินทางสะดวกทุกช่องทาง มีที่จอดรถ🚗ในโครงการ

#สมองเสื่อม #อัลไซเมอร์ #หมออดิศักดิ์รักษ์สมอง

“ไมเกรนรักษาได้จริงหรือแค่ต้องทนไปตลอดชีวิต?” 🤔  หลายคนเข้าใจว่าไมเกรนเป็นโรคที่ต้องอยู่กับมันไปตลอด ปวดก็ทน กินยาก็เพีย...
16/04/2026

“ไมเกรนรักษาได้จริงหรือแค่ต้องทนไปตลอดชีวิต?” 🤔

หลายคนเข้าใจว่าไมเกรนเป็นโรคที่ต้องอยู่กับมันไปตลอด ปวดก็ทน กินยาก็เพียงแค่บรรเทา…แล้วก็กลับมาเป็นซ้ำอีก 😣 แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไมเกรนไม่ใช่โรคที่ควรถูกปล่อยให้เป็นแบบนั้น

หมออยากให้คุณเข้าใจว่า ไมเกรนเป็นโรคที่ “รักษาและควบคุมได้” 🧠 หากเราเข้าใจมันอย่างถูกต้อง การปวดซ้ำๆ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มักมีปัจจัยกระตุ้นและกลไกเฉพาะของแต่ละคน หากวินิจฉัยได้ตรงจุด เราสามารถลดความถี่ ความรุนแรง และทำให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

สิ่งสำคัญคือ ไม่ใช่ทุกอาการปวดหัวจะเป็นไมเกรน และไม่ใช่ไมเกรนทุกแบบจะรักษาเหมือนกัน ⚠️ บางคนอาจต้องใช้ยาเฉพาะทาง บางคนต้องปรับพฤติกรรม หรือบางรายอาจมีโรคอื่นซ่อนอยู่ที่ต้องได้รับการดูแลร่วมกัน

ลองถามตัวเองดูว่า…คุณกำลัง “ทน” อยู่กับอาการที่ควรได้รับการรักษาหรือไม่ ❓

เพราะการปล่อยให้ปวดซ้ำๆ ไม่เพียงกระทบคุณภาพชีวิต แต่ยังส่งผลต่อการทำงาน การนอน และสุขภาพในระยะยาว
ไมเกรนไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องต้องอดทนอย่างเดียวเสมอไป

แต่เป็นโรคที่เราสามารถเข้าใจ วางแผน และดูแลได้อย่างเหมาะสม
และบางครั้ง…จุดเริ่มต้นของการหาย
ไม่ใช่การเปลี่ยนยา 💊
แต่คือการได้รับการวินิจฉัยและวางแผนที่ถูกต้องตั้งแต่แรก

“ดูแลโรคสมองอย่างเข้าใจ โดยอาจารย์แพทย์เฉพาะทาง”

นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสมองและระบบประสาท

✅ผู้ป่วยใหม่กรุณาจองคิวตรวจล่วงหน้า

☎️จองคิวเพื่อรับบริการทาง inbox หรือ โทร 093-2244626

📍 สถานที่: Healthy Clinic นิมมาน ซอย 6(ทางเข้าตะวันแดง) อ.เมือง จ.เชียงใหม่ https://goo.gl/maps/G1tf2yyvFUd3xUZ46⁠�

😊😊มาง่าย เดินทางสะดวกทุกช่องทาง มีที่จอดรถ🚗ในโครงการ

#ไมเกรนรักษาได้ #ปวดหัว #หมออดิศักดิ์รักษ์สมอง

ที่อยู่

30 ถ. นิมมานเหมินทร์ ซอย6 ต. สุเทพ อ. เมือง
Chiang Mai
50200

เวลาทำการ

อังคาร 17:00 - 19:30
พฤหัสบดี 17:00 - 19:30
เสาร์ 09:00 - 12:00

เบอร์โทรศัพท์

+66932244626

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกรักษ์สมอง หมออดิศักดิ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง คลินิกรักษ์สมอง หมออดิศักดิ์:

แนะนำ

แชร์