21/02/2026
หมอได้รู้ข่าวของ ‘พั้นช์คุง’ เจ้าลิงตัวน้อยอายุ 7 เดือน ที่สวนสัตว์แห่งหนึ่งในญี่ปุ่น แม่ของพั้นช์คุงตกเลือดตอนคลอด เกิดความเครียดสูง ทำให้ปฏิเสธการเลี้ยงลูก
พั้นช์คุงจึงถูกเลี้ยงโดยเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ หลังจากที่แข็งแรงพอจึงถูกปล่อยเข้าฝูงลิง แต่เพราะฝูงลิงไม่คุ้นกับพั้นช์คุง ทำให้พั้นช์คุงถูกลิงตัวอื่นปฏิเสธ และถูกกันออกจากกลุ่ม
สิ่งเดียวที่ปลอบใจพั้นช์คุงได้ก็คือ ‘ตุ๊กตาอุรังอุตังตัวใหญ่’ ที่เจ้าหน้าที่ให้ไว้เพื่อทำให้พั้นช์คุงสบายใจขึ้น ทุกครั้งที่ถูกไล่จากฝูง พั้นช์คุงจะเข้าไปกอดตุ๊กตาลิงจนรู้สึกดีขึ้น แล้วค่อยๆ เดินกลับไปที่ฝูงอีกครั้ง
เรื่องของพั้นช์คุงทำให้หมอคิดถึงบทความเกี่ยวกับ Transitional Object ที่เคยเขียนหลายปีก่อน เลยอยากนำมาแบ่งปันให้ทุกคนเรียนรู้ร่วมกันอีกครั้ง
สิ่งนั้นอาจเป็นตุ๊กตา หมอน ผ้าห่ม ฯลฯ ที่มีคุณค่าทางใจ ที่ทำให้เด็กคนหนึ่งเปลี่ยนผ่านจากความเป็นเด็กเล็กที่ต้องพึ่งพาพ่อแม่ สู่ความสามารถในการพึ่งพาตัวเองได้ (Dependence to Independence)
สำหรับหมอตอนเด็กๆ จำได้ว่ามีผ้าห่มอยู่ผืนหนึ่ง หมอเรียกว่า ‘ผ้าห่มสีฟ้า’ มันอาจไม่ค่อยสะอาดในความคิดของผู้ใหญ่ แต่ก็ทำให้หมอรู้สึกดีทุกครั้งเวลานอนกอด มันมีกลิ่นเฉพาะที่คนอื่นอาจบอกว่ามันเริ่มเหม็นแล้วนะ แต่หมอไม่ชอบเวลาที่มีใครเอาไปซัก เพราะหมอชอบกลิ่นนั้น ดมแล้วมันอบอุ่นใจ
ถ้าใครเคยดูการ์ตูนเรื่อง Peanuts ที่มีตัวละครอย่าง Snoopy หรือ Charlie Brown คงเคยเห็นเด็กคนหนึ่งชื่อ Linus เด็กที่ถือผ้าห่มของเขาไปไหนมาไหนในแทบทุกฉากของการ์ตูน นั่นคือ Transitional object
สิ่งของเหล่านี้แม้จะเน่า สกปรก ฉีกขาด หรือมีกลิ่น มีร่องรอยต่างๆ แต่มันมีความหมายกับเด็กๆ เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยให้เขารู้สึกดีและสบายใจ และช่วยให้เด็กเรียนรู้การจัดการกับความวิตกกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องห่างจากผู้ดูแล เช่น เมื่อแม่ต้องกลับไปทำงาน เป็นต้น
มันเปรียบเสมือนตัวแทนของแม่ในช่วงเวลาที่แม่ไม่อยู่กับเด็ก บางทีผู้ปกครองอาจรู้สึกว่ามันสกปรกและคิดว่าควรเอาไปทิ้ง แต่ตรงนั้นอาจสร้างความกระทบกระเทือนทางจิตใจให้เด็กพอสมควร เขาอาจร้องไห้งอแงอย่างมาก เพราะมันเปรียบเสมือนกับแม่ถูกพลัดพรากไปจากเขา
ในวัยเด็กเล็ก เช่น วัยเตาะแตะประมาณ 1–3 ขวบ เด็กกำลังเปิดโลกจากพื้นที่เล็กๆ ที่มีแค่ตัวเองและผู้ดูแล ไปสู่โลกกว้างภายนอกที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
เพราะทุกอย่างใหม่สำหรับเขา เด็กจึงอาจมีความวิตกกังวลกับหลายสิ่ง โดยเฉพาะความรู้สึกว่า บางครั้งแม่หรือผู้ดูแลใกล้ชิดก็ไม่ได้อยู่ในสายตาเสมอ แม่อาจไปทำงาน ไปทำครัว ไปอาบน้ำ หรือเด็กบางคนต้องไปอยู่สถานรับเลี้ยงเด็ก
การมีวัตถุเหล่านี้จึงช่วยในการเปลี่ยนผ่าน ให้เด็กค่อยๆ เรียนรู้ว่า ถึงแม้แม่จะไม่อยู่ตรงนี้ แต่เดี๋ยวแม่ก็จะกลับมา
บางครั้งเด็กต้องการสิ่งของเหล่านี้มากขึ้นในช่วงที่เผชิญความเปลี่ยนแปลง เช่น ไปโรงเรียนครั้งแรก หรือเวลาไม่สบาย
เด็กในวัยนี้อาจมีพฤติกรรมปลอบตัวเอง เช่น การดูดนิ้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่พบได้ในเด็กเล็ก โดยพ่อแม่ไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไป แต่หากพฤติกรรมเหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ก็อาจต้องสังเกตว่ามีความเครียดอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ โดยทั่วไปพฤติกรรมหรือความต้องการวัตถุเหล่านี้จะลดลงในช่วงอายุ 4 ขวบ
หากพ่อแม่ไม่เข้าใจและบังคับให้เด็กหยุดพฤติกรรมหรือเลิกติดวัตถุเหล่านี้เร็วเกินไป อาจยิ่งทำให้เด็กปรับตัวยากและมีความเครียดเพิ่มขึ้น
เด็กบางคนอาจไม่มีของเน่าที่ติดเลย ก็ไม่ได้แปลว่าผิดปกติ อาจเป็นเพราะเขาปรับตัวได้ง่าย หรือมีผู้ดูแลที่ใกล้ชิดและมีอารมณ์สม่ำเสมอมากพอจนไม่จำเป็นต้องมีสิ่งของทดแทน
ในกรณีที่เป็นวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ที่ยังมีของเน่าและเลิกไม่ได้ งานวิจัยบางส่วนพบว่าอาจเกี่ยวข้องกับภาวะทางจิตใจ เช่น ความกังวลหรือซึมเศร้า แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป การประเมินควรดูภาพรวมของการใช้ชีวิต ทั้งการเรียน การทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน และความสัมพันธ์กับคนรอบข้างด้วย
บางทีเรื่องของพั้นช์คุงอาจไม่ได้เป็นแค่เรื่องของลูกลิงน่ารักน่าสงสารตัวหนึ่ง แต่เป็นภาพสะท้อนของเด็กหลายคนที่กำลังเติบโตไปในโลกกว้าง
โลกที่บางวันก็อ่อนโยน แต่บางวันกลับทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวได้เหมือนกัน
ของชิ้นเล็กๆ ที่เด็กกอดไว้ไม่ได้หมายความว่าเขาอ่อนแอ แต่อาจเป็นพลังเล็กๆ ที่ช่วยให้เขากล้าพอจะเดินต่อไปข้างหน้าในจังหวะของตัวเอง
ในฐานะพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่อยู่ข้างๆ เด็ก เราอาจไม่จำเป็นต้องรีบทำให้เขาปล่อยหรือทิ้งของชิ้นนั้นเร็วเกินไป วันหนึ่งเมื่อใจของเด็กเข้มแข็งพอ เขาจะค่อยๆ วางมันลง หรือเอามันไปเก็บไว้ในที่หนึ่งอย่างเป็นธรรมชาติ
สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าเด็กคนหนึ่งจะมีหรือไม่มี Transitional object แต่คือการที่เขารู้สึกว่ามีใครบางคนคอยเป็นที่พักใจให้เขาได้เสมอ
เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าตุ๊กตา ผ้าห่ม หรือหมอนเน่าจะอยู่กับเด็กนานแค่ไหน สิ่งที่ช่วยให้เขามีจิตใจที่เข้มแข็ง คือความสัมพันธ์ที่มั่นคง อ้อมกอดที่อยู่ตรงนั้นในวันที่ต้องการ และการมีใครสักคนที่พร้อมยอมรับเขาในแบบที่เขาเป็น
เป็นธรรมดาที่ระหว่างทางของการเติบโต ทุกคนต้องการที่พักใจ ที่ทำให้อบอุ่นปลอดภัย ก่อนจะมีความกล้าเพียงพอที่จะก้าวออกไปเผชิญโลกกว้างด้วยตัวเอง
#หมอมินบานเย็น