06/02/2023
ขอบคุณสาระดีๆจากเพจ Sahavate
ทำไม? #นักฟุตบอล ควร #แช่ขาในน้ำเย็น (Cold-Water Immersion) ขณะ #พักครึ่งการแข่งขัน
#งานวิจัย งานหนึ่งได้ทำการศึกษาผลของการแช่ขาระดับเข่าในน้ำเย็น (Cold-water immersion) นาน 5 นาที ขณะพักครึ่งการแข่งขันฟุตบอลที่มีต่อความสามารถในการฟื้นสภาพร่างกาย ( ) ของนักฟุตบอลชายทีมมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีอายุระหว่าง 18-22 ปี จำนวน 11 คน ในสภาพอากาศร้อน ซึ่งมีอุณหภูมิขณะแข่งขันประมาณ 34-36 องศาเซลเซียส
งานวิจัยนี้จะให้นักฟุตบอลได้ทำการ #แข่งขันฟุตบอล ตามสถานการณ์จริงจนครบ 45 นาที แล้วพักครึ่ง 15 นาที โดยขณะพักครึ่งจะให้นักฟุตบอลทำการแช่ขาระดับเข่าในน้ำเย็นที่อุณหภูมิ 10-14 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5 นาที หลังจากนั้นก็จะให้ทำการแข่งขันในครึ่งเวลาหลังจนครบ 90 นาที
#ผลการวิจัย ทำให้ทราบว่า ปริมาณความเข้มข้นของแลคเตทในเลือด ระดับความรู้สึกเหนื่อย และอัตราการเต้นของหัวใจหลังแช่ขาระดับเข่าในน้ำเย็น 5 นาที มีความแตกต่างกันกับขณะพักครึ่งเวลาก่อนแช่ขาในน้ำเย็น และหลังการแข่งขัน
#สรุป ได้ว่า การแช่ขาระดับเข่าในน้ำเย็นเป็นเวลา 5 นาที ที่อุณหภูมิ 10-14 องศาเซลเซียส ในขณะพักครึ่งการแข่งขัน ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว มีประโยชน์กับนักฟุตบอล ดังนี้
1. ช่วยฟื้นสภาพร่างกาย (Recovery) ขณะแข่งขันได้เป็นอย่างดี
2. ช่วยให้หายเหนื่อยได้เร็วขึ้น
3. ช่วยให้รู้สึกสบาย และไม่มีความวิตกกังวลท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว
4. ช่วยให้มีความมั่นใจ และไม่มีอาการเมื่อยล้า เมื่อทำการแข่งขันในครึ่งเวลาหลังจนครบ 90 นาที
แฟนเพจ สามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฟื้นสภาพร่างกาย (Recovery) ได้จาก #คอร์สสอนสดออนไลน์ ในหัวข้อ “ #การป้องกันการบาดเจ็บ” โดยมีรายละเอียดดังนี้
- รายละเอียด: https://bit.ly/3VQ3sx0
- เนื้อหา: https://bit.ly/3zafHvU
- ใบสมัคร: https://forms.gle/vzbBSBetZjDmhn2u8
- สอบถามเพิ่มเติม: m.me/Sahavate
กายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การกีฬาโดย Sahavate
Facebook group: กายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การกีฬา โดยเพจ Sahavate
Line OpenChat: Sahavate (https://bit.ly/3jQG5Eb)
Blockdit: sahavate (www.blockdit.com/sahavate)
ที่มา: Treeraj A, Pochanasomburana P. STUDY OF A 5-MINUTES COLD-WATER IMMERSION AT KNEE LEVEL DURING HALF TIME OFFICIAL MATCH ON RECOVERY PERFORMANCE OF FOOTBALL PLAYERS IN THE HOT WEATHER. Journal of Sports Science and Technology 2018;18(1):37-48.