09/03/2026
ขึ้นเครื่อง อย่าร้องนานนะ
เดนมาร์กกำลังก้าวไปอีกขั้นสำคัญ
พวกเขากำลังจะยุติแนวคิดการเลี้ยงลูกแบบ “ปล่อยให้เด็กร้องไห้จนหยุดเอง” (Cry it out )
หลังจากมีการทบทวนทั่วประเทศ และ นักจิตวิทยากว่า 700 คน ออกมาแสดงความกังวลว่า
** วิธีนี้อาจส่งผลต่อพัฒนาการของสมองและความผูกพันทางอารมณ์ของเด็ก
- งานวิจัยพบว่า -
การปล่อยให้ทารกร้องไห้เป็นเวลานานโดยไม่มีการตอบสนอง อาจทำให้ ฮอร์โมนความเครียด (คอร์ติซอล) สูงขึ้น และอาจกระทบต่อพัฒนาการของสมองและความสัมพันธ์ระยะยาว
ความจริงคือ…
ทารกไม่ได้กำลังเอาแต่ใจ
ไม่ได้กำลังทดสอบพ่อแม่
และไม่ได้พยายามควบคุมใครตอนตีสอง
พวกเขากำลังส่งสัญญาณ
ระบบประสาทของทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์
เมื่อร้องไห้ ความเครียดจะเพิ่มขึ้น
แต่เมื่อได้รับการปลอบโยน ร่างกายและสมองจะค่อยๆ กลับสู่สมดุล
การตอบสนองต่อเด็กจึงไม่ใช่การตามใจ
แต่มันคือ กระบวนการพัฒนาของสมอง
การดูแลที่ตอบสนองต่อความต้องการของเด็ก
ช่วยสร้าง ความผูกพันที่มั่นคง (secure attachment)
ซึ่งเป็นรากฐานของการควบคุมอารมณ์ ความยืดหยุ่น และการเติบโตทางสติปัญญาในอนาคต
เรื่องนี้ไม่ใช่การตำหนิพ่อแม่
เพราะหลายคนก็ทำดีที่สุดจากข้อมูลที่เคยมี
แต่เมื่อวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า
วิธีการเลี้ยงลูกก็สามารถพัฒนาไปพร้อมกันได้
ความจริงคือ มีวิธีช่วยให้ลูกนอนหลับได้
โดยไม่ต้องปล่อยให้เขาร้องไห้อย่างโดดเดี่ยว
เพราะทารกไม่ได้เกิดมาเพื่อปลอบตัวเองลำพัง
พวกเขาเรียนรู้การควบคุมอารมณ์
ผ่านการที่มีใครสักคนคอยโอบอุ้มและปลอบโยน
เราไม่ได้กำลังสร้างเด็กที่ “พึ่งพา”
แต่กำลังสร้างเด็กที่ รู้สึกมั่นคงและปลอดภัย
และเด็กที่เติบโตมาพร้อมความมั่นคงแบบนี้
สุดท้ายจะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ ยืนด้วยตัวเองได้อย่างแข็งแรง
ดังนั้น…
ถ้าคุณลุกขึ้นปลอบลูกตอนตีสอง ทั้งที่เหนื่อยมาก
คุณไม่ได้กำลังสร้างนิสัยเสียให้เขา
คุณกำลังก่อร่างระบบประสาทในสมองของเขาอยู่ต่างหาก 🤍
Akira And Mom