คลินิคหมอพงษ์ศักดิ์ โรคนิ่ว เชียงรายPongsak Uro Clinic

คลินิคหมอพงษ์ศักดิ์ โรคนิ่ว เชียงรายPongsak Uro Clinic Urologist at Chiangrai(Private hos:KSBR/BCR)

25/03/2026
25/03/2026
แข็งไหม
25/03/2026

แข็งไหม

นกเขาไม่ขัน เป็นโรคที่ดูไม่ร้ายแรง แค่เป็นปัญหาของเรื่องบนเตียงแต่รู้มั้ย นกเขาไม่ขัน ก็เป็นหนึ่งในสัญญาณเริ่มต้นของโรคหัวใจได้นะ

เพราะโรคหัวใจ และ ปัญหาการแข็งตัว มีจุดร่วมสำคัญเหมือนกันอยู่นั่นคือ “สุขภาพหลอดเลือด” เพราะหากระบบไหลเวียนเลือดแย่ลง เลือดก็จะไปเลี้ยงหัวใจได้น้อยลง และทำให้ไปเลี้ยงอวัยวะเพศได้น้อยลงเช่นกัน

โดยมักมีสาเหตุมาจาก “คราบไขมันในหลอดเลือด” (Vascular Plaque) ซึ่งทำให้หลอดเลือดที่เหมือนท่อนํ้าลำเลียงเลือดไปทั่วร่างกายแคบลง ซึ่งอวัยวะแรกๆที่จะได้รับผลกระทบ มักคือ “อวัยวะเพศชาย”

เนื่องจากหลอดเลือดในอวัยวะเพศ มีขนาดเล็กกว่าหัวใจ เมื่อมีสิ่งที่เข้าไปปิดกั้นเพียงเล็กน้อย ก็จะทำให้เกิดอาการ เช่น นกเขาไม่ขัน ได้ก่อนอวัยวะอื่นๆ ที่หลอดเลือดกว้างกว่า

ซึ่งจากสถิติแล้ว American Heart Association พบว่า คนที่มีอาการนกเขาไม่ขัน มักเกิดหัวใจวาย หรือ โรคหลอดเลือดสมอง ตามมาใน 3-5 ปี

ฉะนั้นหากใครวันดีคืนดี นกเขาไม่ขันขึ้นมา ก็แนะนำให้ตรวจสุขภาพหัวใจร่วมด้วยนะครับ เพราะปัญหาที่ดูเล็กๆ อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพร้ายแรงที่แฝงอยู่

อ้างอิง
https://shorturl.at/W6QVw
https://shorturl.at/mypXR

20/03/2026

คลินิก เปิดบริการบางส่วน

23-24 มีนาคม 2569
(งด รับคนไข้ใหม่)

18/03/2026

📍 การรักษา Helicobacter pylori infection
รีวิวล่าสุดจาก JAMA 18 มี.ค.2026 📚
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
▪️อ่านฉบับเต็ม ➡️ https://ja.ma/3PoTiG8
━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🦠 Helicobacter pylori เป็นแบคทีเรีย gram-negative ที่ติดอยู่ในกระเพาะอาหาร

เชื้อนี้ไม่ได้ทำให้แค่ gastritis ธรรมดาเท่านั้น
แต่ยังสัมพันธ์กับ

➡️ peptic ulcer disease 🩸
➡️ chronic gastritis 🔥
➡️ gastric cancer 🎯

ดังนั้น เป้าหมายของการรักษาจึงไม่ใช่แค่ “ให้อาการดีขึ้น”
▪️แต่คือการกำจัดเชื้อให้สำเร็จ ✅
เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนระยะยาวให้มากที่สุด

━━━━━━━━━━━━━━━━━━
1️⃣ ใครคือกลุ่มที่เนื้อหานี้เน้น 👥
━━━━━━━━━━━━━━━━━━

เนื้อหานี้เน้นผู้ใหญ่ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป 🧑🏻‍⚕️
และเป็นผู้ป่วยนอกที่ตรวจพบการติดเชื้อ H. pylori

ข้อมูลจำนวนมากอ้างอิงจากประชากรใน North America 🌎

จุดนี้สำคัญมาก ⚠️
เพราะเวลาเอาไปใช้จริงในแต่ละประเทศ ต้องไม่ลืมว่ารูปแบบการดื้อยาของเชื้ออาจไม่เหมือนกัน
โดยเฉพาะ clarithromycin resistance 💊
ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการเลือกสูตรยา

━━━━━━━━━━━━━━━━━━
2️⃣ ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ ❓
━━━━━━━━━━━━━━━━━━

การติดเชื้อ H. pylori เป็นเรื่องที่ต้องคิดไกลกว่าการปวดท้องหรือ dyspepsia 🤢

ถ้าเชื้ออยู่เรื้อรัง จะเกิดผลตามมาได้หลายอย่าง ได้แก่

➡️ เยื่อบุกระเพาะเกิด chronic inflammation 🔥
➡️ เกิดแผลในกระเพาะหรือ duodenum ได้ 🩸
➡️ เพิ่มความเสี่ยง gastric cancer ในระยะยาว 🎯

ยิ่งกำจัดเชื้อได้สำเร็จตั้งแต่แรก ✅
โอกาสต้องรักษาซ้ำหลายรอบก็ยิ่งลดลง 🔁
และโอกาสเกิดเชื้อดื้อยาก็ลดลงตามไปด้วย 🚫💊

━━━━━━━━━━━━━━━━━━
3️⃣ สูตรที่ควรนึกถึงก่อนเป็นอันดับแรก 💡
━━━━━━━━━━━━━━━━━━

สูตรที่ถูกวางเป็นแกนหลักของการรักษาคือ

✅ Bismuth quadruple therapy (BQT) นาน 14 วัน 🗓️

สูตรนี้มีน้ำหนักหลักฐานดีที่สุด 📚
และมีข้อดีสำคัญคือใช้ได้แม้ในคนที่แพ้ penicillin 💊⚠️

องค์ประกอบของ BQT ได้แก่

💊 PPI standard dose วันละ 2 ครั้ง
💊 bismuth subcitrate 120–300 mg หรือ bismuth subsalicylate 300 mg วันละ 4 ครั้ง
💊 tetracycline 500 mg วันละ 4 ครั้ง
💊 metronidazole 500 mg วันละ 3–4 ครั้ง
🗓️ นาน 14 วัน

จุดที่ต้องเน้นคือ ถ้าจะใช้ BQT ต้องใช้ให้ “ครบ” และ “แรงพอ” ✅
เพราะสูตรที่ให้ไม่เต็มมักให้ผลแย่ลงอย่างชัดเจน 📉

ตัวอย่างของสูตรที่ถือว่า suboptimal ได้แก่

⚠️ รักษาสั้นกว่า 10 วัน
⚠️ metronidazole ต่ำกว่า 1.5–2.0 g/day
⚠️ ใช้ doxycycline แทน tetracycline
⚠️ ใช้ PPI ต่ำกว่าขนาดมาตรฐาน

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าตัดยา ลดขนาดยา หรือให้สั้นเกินไป ✂️
ประสิทธิภาพการกำจัดเชื้อจะลดลง 📉

━━━━━━━━━━━━━━━━━━
4️⃣ แล้ว BQT ดีกว่าสูตรเดิมมากแค่ไหน 📊
━━━━━━━━━━━━━━━━━━

มี randomized trials หลายงานที่เปรียบเทียบ BQT กับ PPI triple therapy 🧪

เมื่อรวมข้อมูลจาก 68 RCTs ในผู้ป่วย 22,975 คน 👥
พบว่า

📊 eradication rate
✅ BQT = 81.3%
✅ PPI triple therapy = 75.7%

แปลว่าในภาพรวม BQT ทำได้ดีกว่า 🏆

แม้ adverse events เล็กน้อยจะพบได้บ่อย 😵
แต่หลายการศึกษาพบว่าอัตราการหยุดยาไม่ได้ต่างจากอีกสูตรมากนัก

ดังนั้นข้อกังวลว่า “สูตรนี้ยาหลายตัว คนไข้อาจกินไม่ไหว” 🤔
อาจไม่เด่นชัดอย่างที่กังวลกัน

━━━━━━━━━━━━━━━━━━
5️⃣ ถ้าใช้ BQT ไม่ได้ จะมีทางเลือกอะไร 🔄
━━━━━━━━━━━━━━━━━━

ถ้า BQT ไม่เหมาะหรือใช้ไม่ได้ ยังมีทางเลือกที่พอใช้ได้ ได้แก่

✅ rifabutin triple therapy
✅ PCAB dual therapy

แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า หลักฐานของทางเลือกเหล่านี้ยังไม่แน่นเท่า BQT 📚

สำหรับ rifabutin triple therapy มี RCT เพียง 1 งานที่ศึกษาเป็น first-line
และพบว่าเหนือกว่า amoxicillin-omeprazole dual therapy อย่างชัดเจน 📈

📊 eradication rate
✅ rifabutin triple therapy = 83.8%
✅ dual therapy = 57.7%

mean difference = 26.1%
95% CI = 18%–34.1%
P < .001

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มี RCT ที่เอา rifabutin triple therapy ไปเทียบตรง ๆ กับ BQT หรือ PPI triple therapy ใน first-line setting ⚠️

━━━━━━━━━━━━━━━━━━
6️⃣ บทบาทของ vonoprazan และกลุ่ม PCAB 💊
━━━━━━━━━━━━━━━━━━

อีกกลุ่มที่น่าสนใจมากคือ PCAB โดยเฉพาะ vonoprazan ✨
ซึ่งให้ acid suppression ที่แรงและสม่ำเสมอกว่า PPI ในหลายบริบท

มี RCT ขนาด 1046 คนใน US และ Europe 🌍
เปรียบเทียบ 3 กลุ่ม ได้แก่

🔹 PCAB dual therapy
🔹 PCAB triple therapy
🔹 PPI triple therapy

ผลพบว่า

✅ PCAB dual therapy ไม่ด้อยกว่า PCAB triple therapy

📊 eradication rate
PCAB dual = 78.5%
PCAB triple = 78.8%

mean difference = −0.3%
95% CI = −7.4% ถึง 6.8%
P = .007 for noninferiority

เมื่อดูลงไปใน subgroup analysis จะยิ่งเห็นภาพชัดขึ้น 🔍

ถ้าเชื้อไวต่อ clarithromycin
➡️ PCAB triple therapy ไม่ด้อยกว่า PPI triple therapy

แต่ถ้าเชื้อดื้อ clarithromycin 🚫💊
➡️ PCAB triple therapy เหนือกว่า PPI triple therapy อย่างชัดเจน 📈

📊 eradication rate
PCAB triple = 65.8%
PPI triple = 31.9%

mean difference = 33.9%
95% CI = 17.7%–48.1%
P < .001

ดังนั้น ถ้าจำเป็นต้องเลือกสูตรในกลุ่ม clarithromycin-containing regimen โดยที่ไม่รู้ susceptibility ของเชื้อ
และไม่มีตัวเลือกอื่นที่เหมาะกว่า
👉 PCAB triple จะดูสมเหตุสมผลกว่า PPI triple 💡

━━━━━━━━━━━━━━━━━━
7️⃣ สูตรที่มี clarithromycin ยังควรใช้แบบ empiric ไหม ❓
━━━━━━━━━━━━━━━━━━

คำตอบคือ
❌ ไม่ควรใช้ clarithromycin-containing regimen แบบ empiric เป็น routine ในผู้ป่วยที่ยังไม่เคยรักษา

เหตุผลหลักคืออัตราการดื้อ clarithromycin สูงขึ้นเรื่อย ๆ 📈
และเมื่อเชื้อดื้อ ผลของ PPI triple therapy จะตกลงอย่างมาก 📉

ดังนั้น สูตรที่มี clarithromycin ไม่ได้หายไปจากโลกของการรักษา H. pylori
แต่ไม่ควรถูกหยิบมาใช้แบบเดิม ๆ โดยไม่คิดเรื่อง resistance pattern ⚠️

━━━━━━━━━━━━━━━━━━
8️⃣ สิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาด คือ test of cure 🧪
━━━━━━━━━━━━━━━━━━

หนึ่งในหัวใจสำคัญของการรักษาคือ

✅ ผู้ป่วยทุกคนควรได้รับ test of cure

ควรทำอย่างน้อย 4 สัปดาห์หลังจบการรักษา 🗓️
โดยใช้วิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้

🧪 urea breath test
🧪 f***l antigen test
🧪 biopsy-based test

เหตุผลง่ายมาก
“กินยาครบ” 💊 ไม่ได้แปลว่า “เชื้อหายแล้ว” เสมอไป

ถ้าไม่ตรวจยืนยัน
เราอาจพลาด persistent infection ไปได้ง่ายมาก ⚠️

━━━━━━━━━━━━━━━━━━
9️⃣ ถ้ารักษาแล้วเชื้อยังไม่หาย ต้องคิดอย่างไรต่อ 🔁
━━━━━━━━━━━━━━━━━━

เวลาพบ persistent infection
หัวใจของการเลือกสูตรรอบถัดไปคือ

✅ ต้องย้อนดูว่า “ก่อนหน้านี้เคยได้อะไรมาแล้วบ้าง”

การเลือก salvage therapy แบบไม่ดูประวัติเดิม
เสี่ยงทำให้ย้ำรอยเดิม และเพิ่มโอกาสเจอเชื้อดื้อยา 🚫💊

ถ้ายัง ไม่เคยได้ BQT มาก่อน
👉 ให้ใช้ BQT เป็น salvage therapy

แต่ถ้า เคยได้ BQT มาแล้ว
👉 rifabutin triple therapy เป็นตัวเลือกที่ควรคิดถึง 💡

มี RCT เปรียบเทียบ rifabutin triple therapy กับ BQT ในผู้ป่วย 364 คน 👥
ที่ persistent infection หลังรักษามาแล้ว 2 คอร์ส พบว่า

📊 eradication rate
rifabutin triple = 89.0%
BQT = 89.6%

mean difference = −0.6%
95% CI = −7.1% ถึง 5.9%
P = .01 for noninferiority

แปลว่า rifabutin triple therapy ไม่ด้อยกว่า BQT ✅

และที่น่าสนใจกว่านั้นคือ

📉 total adverse events ต่ำกว่า
26.4% vs 54.4%
P < .001

📈 adherence ดีกว่า
96.2% vs 85.4%
P = .001

ดังนั้น ในคนที่เคยผ่าน BQT มาแล้ว rifabutin triple therapy ถือเป็น salvage option ที่มีน้ำหนักพอสมควร ทั้งเรื่อง efficacy และความทนต่อยา 👍

━━━━━━━━━━━━━━━━━━
🔟 แล้วข้อมูลของ BQT ใน salvage setting เป็นอย่างไรอีก 📚
━━━━━━━━━━━━━━━━━━

มี RCT ขนาดเล็กอีกงานหนึ่งในผู้ป่วย 48 คน
ที่ยังมีเชื้ออยู่หลังรักษา 1 คอร์ส เปรียบเทียบ BQT 14 วัน กับ PPI triple therapy

ผลพบว่า eradication rate ไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

📊 75% vs 71%
P = .78

แต่ต้องอ่านผลนี้อย่างระวัง ⚠️
เพราะในงานดังกล่าว BQT ใช้ metronidazole และ tetracycline ขนาดต่ำกว่าปกติ

ดังนั้น ผลลัพธ์นี้อาจไม่ได้สะท้อนประสิทธิภาพของ optimized BQT จริง ๆ

เพราะฉะนั้น ถ้าผู้ป่วยเคยได้รับ clarithromycin-containing regimen หรือ levofloxacin-containing regimen มาก่อน
👉 ควรใช้ BQT แบบ full-dose ของทุกองค์ประกอบ มากกว่า 💪

━━━━━━━━━━━━━━━━━━
1️⃣1️⃣ แล้วการตรวจ antibiotic susceptibility testing ควรทำไหม 🔬
━━━━━━━━━━━━━━━━━━

เรื่องนี้เป็นพื้นที่ที่น่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ 📈
โดยเฉพาะในยุคที่ clarithromycin resistance สูงขึ้น

แต่ในทางปฏิบัติยังไม่ได้กลายเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็น routine

เหตุผลสำคัญคือ

📚 evidence ที่สนับสนุนการทำ routine testing เทียบกับ empirical BQT ยังมีจำกัด
💸 ค่าใช้จ่ายสูง
🧩 logistics ซับซ้อน
🌍 การเข้าถึงยังไม่ทั่วถึง

ดังนั้น การตรวจ susceptibility testing จึงยังไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำในทุกคน

แต่สามารถ “พิจารณา” ได้ในกรณีที่

🔹 persistent infection หลังผ่านการรักษาหลายคอร์ส
🔹 หรือกำลังคิดจะใช้สูตรที่มี clarithromycin

━━━━━━━━━━━━━━━━━━
1️⃣2️⃣ เรื่องการเลือก PPI ต้องดูอะไรบ้าง 💊
━━━━━━━━━━━━━━━━━━

แม้จะไม่มี PPI ตัวไหนถูกชี้ว่าดีกว่าตัวอื่นอย่างชัดเจน
แต่การ metabolize ผ่าน CYP2C19 ก็มีผลต่อประสิทธิภาพของยาในบางคน 🧬
• omeprazole
• lansoprazole
• pantoprazole

เป็นยาที่ถูก metabolize ผ่าน CYP2C19 มากพอสมควร

ดังนั้นในคนที่เป็น rapid หรือ ultrarapid metabolizers
อาจพิจารณา

✅ esomeprazole
✅ rabeprazole
✅ หรือขยับไปใช้ PCAB

อย่างไรก็ตาม ยังไม่แนะนำให้ตรวจ CYP2C19 แบบ routine เพียงเพื่อเลือก PPI ⚠️

━━━━━━━━━━━━━━━━━━
1️⃣3️⃣ สูตรยาอื่นๆล่ะ มีอะไรบ้าง 📋
━━━━━━━━━━━━━━━━━━

นอกจาก BQT แล้ว ยังมีสูตรที่ควรรู้จัก ได้แก่

🔹 Rifabutin triple therapy
💊 omeprazole 40 mg
💊 amoxicillin 1000 mg
💊 rifabutin 50 mg
🕒 วันละ 3 ครั้ง
🗓️ 14 วัน

🔹 PCAB dual therapy
💊 vonoprazan 20 mg วันละ 2 ครั้ง
💊 amoxicillin 1000 mg วันละ 3 ครั้ง
🗓️ 14 วัน

🔹 PCAB triple therapy
💊 vonoprazan 20 mg
💊 clarithromycin 500 mg
💊 amoxicillin 1000 mg
🕒 วันละ 2 ครั้ง
🗓️ 14 วัน

🔹 PPI triple therapy
💊 PPI standard dose
💊 clarithromycin 500 mg
💊 amoxicillin 1000 mg
🕒 วันละ 2 ครั้ง
🗓️ 14 วัน

อีกสูตรที่มีการกล่าวถึงคือ Pylera 💡
ซึ่งเป็น combination product ของ
• bismuth subcitrate
• metronidazole
• tetracycline

แม้ตัวผลิตภัณฑ์จะถูกออกแบบเป็น 10-day regimen
แต่ถ้าจะ optimize ผลการรักษา การให้ครบ 14 วันยังดูได้เปรียบกว่า ✅

━━━━━━━━━━━━━━━━━━
1️⃣4️⃣ สรุปของการรักษา H. pylori 🧠
━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🦠 เมื่อพบ H. pylori infection
เป้าหมายคือ eradication ให้สำเร็จ ไม่ใช่แค่ลดอาการชั่วคราว

💊 สูตรหลักที่ควรนึกถึงก่อนคือ BQT 14 วัน
และควรใช้แบบ optimized regimen ให้ครบและแรงพอ ✅

⚠️ ไม่ควรหยิบ clarithromycin-containing regimen มาใช้แบบ empiric เป็น routine เหมือนในอดีต

🧪 ผู้ป่วยทุกคนควรได้รับ test of cure หลังรักษาอย่างน้อย 4 สัปดาห์

🔁 ถ้ายังมี persistent infection
ต้องย้อนดูว่าเคยได้สูตรอะไรมาก่อน

📌 ยังไม่เคยได้ BQT → ใช้ BQT
📌 เคยได้ BQT แล้ว → คิดถึง rifabutin triple therapy

⚠️ แต่อย่าลืมว่าเวลานำไปใช้จริง ต้องมอง local resistance pattern ร่วมด้วยเสมอ
เพราะข้อมูลจำนวนมากในรีวิวนี้ ”มาจาก North America เป็นหลัก“

━━━━━━━━━━━━━━━━━━




17/03/2026
14/03/2026
11/03/2026

Rezum After 2 Yr

ขึ้นเครื่อง อย่าร้องนานนะ
09/03/2026

ขึ้นเครื่อง อย่าร้องนานนะ

เดนมาร์กกำลังก้าวไปอีกขั้นสำคัญ

พวกเขากำลังจะยุติแนวคิดการเลี้ยงลูกแบบ “ปล่อยให้เด็กร้องไห้จนหยุดเอง” (Cry it out )

หลังจากมีการทบทวนทั่วประเทศ และ นักจิตวิทยากว่า 700 คน ออกมาแสดงความกังวลว่า
** วิธีนี้อาจส่งผลต่อพัฒนาการของสมองและความผูกพันทางอารมณ์ของเด็ก

- งานวิจัยพบว่า -
การปล่อยให้ทารกร้องไห้เป็นเวลานานโดยไม่มีการตอบสนอง อาจทำให้ ฮอร์โมนความเครียด (คอร์ติซอล) สูงขึ้น และอาจกระทบต่อพัฒนาการของสมองและความสัมพันธ์ระยะยาว

ความจริงคือ…

ทารกไม่ได้กำลังเอาแต่ใจ
ไม่ได้กำลังทดสอบพ่อแม่
และไม่ได้พยายามควบคุมใครตอนตีสอง

พวกเขากำลังส่งสัญญาณ

ระบบประสาทของทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์
เมื่อร้องไห้ ความเครียดจะเพิ่มขึ้น
แต่เมื่อได้รับการปลอบโยน ร่างกายและสมองจะค่อยๆ กลับสู่สมดุล

การตอบสนองต่อเด็กจึงไม่ใช่การตามใจ
แต่มันคือ กระบวนการพัฒนาของสมอง

การดูแลที่ตอบสนองต่อความต้องการของเด็ก
ช่วยสร้าง ความผูกพันที่มั่นคง (secure attachment)
ซึ่งเป็นรากฐานของการควบคุมอารมณ์ ความยืดหยุ่น และการเติบโตทางสติปัญญาในอนาคต

เรื่องนี้ไม่ใช่การตำหนิพ่อแม่
เพราะหลายคนก็ทำดีที่สุดจากข้อมูลที่เคยมี

แต่เมื่อวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า
วิธีการเลี้ยงลูกก็สามารถพัฒนาไปพร้อมกันได้

ความจริงคือ มีวิธีช่วยให้ลูกนอนหลับได้
โดยไม่ต้องปล่อยให้เขาร้องไห้อย่างโดดเดี่ยว

เพราะทารกไม่ได้เกิดมาเพื่อปลอบตัวเองลำพัง

พวกเขาเรียนรู้การควบคุมอารมณ์
ผ่านการที่มีใครสักคนคอยโอบอุ้มและปลอบโยน

เราไม่ได้กำลังสร้างเด็กที่ “พึ่งพา”
แต่กำลังสร้างเด็กที่ รู้สึกมั่นคงและปลอดภัย

และเด็กที่เติบโตมาพร้อมความมั่นคงแบบนี้
สุดท้ายจะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ ยืนด้วยตัวเองได้อย่างแข็งแรง

ดังนั้น…
ถ้าคุณลุกขึ้นปลอบลูกตอนตีสอง ทั้งที่เหนื่อยมาก

คุณไม่ได้กำลังสร้างนิสัยเสียให้เขา

คุณกำลังก่อร่างระบบประสาทในสมองของเขาอยู่ต่างหาก 🤍

Akira And Mom

ที่อยู่

Chiang Rai
57000

เวลาทำการ

จันทร์ 17:30 - 19:45
อังคาร 17:30 - 19:45
พุธ 17:30 - 19:45
พฤหัสบดี 17:30 - 19:45
ศุกร์ 17:30 - 19:45

เบอร์โทรศัพท์

+66850349388

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิคหมอพงษ์ศักดิ์ โรคนิ่ว เชียงรายPongsak Uro Clinicผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์