Chiang Rai Laboratory - เชียงรายแล็บ

Chiang Rai Laboratory - เชียงรายแล็บ ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจเลือดสมัครงาน ตรวจสารก่อภูมิแพ้ ตรวจสารบ่งบอกมะเร็ง

 #สุขภาพตับ  #สำคัญยังไง  #ทำไมเราต้องดูแลตับ #ถ้าเกิดความเสียหายกับตับ #ควรตรวจอะไรดี #มีวิธีดูแลตับไหม..ตับเป็นสิ่งสำค...
02/02/2026

#สุขภาพตับ #สำคัญยังไง
#ทำไมเราต้องดูแลตับ
#ถ้าเกิดความเสียหายกับตับ
#ควรตรวจอะไรดี
#มีวิธีดูแลตับไหม..ตับเป็นสิ่งสำคัญใน
✅การขับสารพิษ
✅เผาผลาญพลังงาน

💞🩸เคล็ดลับดูแลสุขภาพตับ💉
💯หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์: เป็นสาเหตุหลักของตับอักเสบและตับแข็ง
💯ควบคุมอาหารและน้ำหนัก: ลดอาหารมัน น้ำตาลสูง เพื่อป้องกันโรคไขมันพอกตับ
💯ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: ช่วยเผาผลาญไขมันสะสมในตับ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
💯หลีกเลี่ยงยา/สมุนไพรพร่ำเพรื่อ: ยาบางชนิดส่งผลกระทบต่อตับ
💯ตรวจเช็คไวรัสตับอักเสบ: ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ A และ B
💯อาหารที่ช่วยบำรุงตับ: เน้นผักใบเขียว ข้าวไม่ขัดสี และดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ

😥😭อาการที่บ่งบอกว่าตับเริ่มมีปัญหา🩸😪
🔥อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
🔥ผิวหนังและตาขาวมีสีเหลือง (ดีซ่าน)
🔥ปัสสาวะสีน้ำตาลเข้ม
🔥ท้องอืด ท้องบวม
🔥ปวดชายโครงด้านขวา

#การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อย เช่น การนอนหลับพักผ่อนเพียงพอและลดอาหารแปรรูป จะช่วยให้ตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคตับในระยะยาว

#สนใจ โปรแกรมตรวจเรื่องตับ ไวรัสตับ เเละการดูแลตับระยะสั้น-ระยะยาว 🩸🤎
#ปรึกษาได้ที่ Chiang Rai Laboratory - เชียงรายแล็บ ถนนธนาลัย ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย สวนตุงเเละโคมเชียงราย 💜🩵

🏥📱Add line official : เชียงรายแล็บ ได้เลยนะคะ

02/02/2026

เพจ Tensia แชร์เรื่องราว ชายวัย 58 ปี อยากลดน้ำหนัก❗️เลือกดื่มน้ำผลไม้แทนอาหาร เพราะเชื่อว่า “ดีต่อสุขภาพ”
แต่❗️ดื่มวันละประมาณ 15 ลิตร ติดต่อกัน 1 เดือนเต็ม
ผลที่ได้คือ
❗️น้ำตาลในเลือดพุ่ง 572 mg/dL
❗️ไตรกลีเซอไรด์สูงมากจนเลือดข้น เหมือน “ชานม” ในหลอดตรวจ
เสี่ยงตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน และพบภาวะเบาหวานชนิดที่ 2 รวมถึงไขมันพอกตับ
เพจ Tensia อธิบายว่า น้ำผลไม้มีฟรุกโตสเข้มข้น
ตับจะเปลี่ยนเป็นไขมันได้รวดเร็ว ส่งผลให้น้ำตาลและไขมันในเลือดพุ่งโดยไม่รู้ตัว
ต่างจากการกินผลไม้เป็นลูก ที่ยังมีกากใยและสารอาหารอื่นช่วยชะลอการดูดซึม
ผลไม้เป็นของดี แต่น้ำผลไม้ไม่ควรดื่มแบบสุดโต่ง
แนะดื่มให้พอเหมาะ เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดหวาน มัน เค็ม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ขอบคุณภาพจากเพจ Tensia
#สสส #สื่อสารสุข #สุขภาพดีแล้วได้อะไร #ลดเสี่ยงลดโรค

01/02/2026

⚠️ อย่าชะล่าใจ! ฝีดาษวานรยังไม่ระบาดเป็นวงกว้าง แต่ยังพบผู้ป่วยต่อเนื่อง
ติดต่อจากการสัมผัสใกล้ชิด โดยเฉพาะการสัมผัสผิวหนังบริเวณรอยโรค ผื่น ตุ่มหนอง การมีเพศสัมพันธ์ หรือการใช้ของส่วนตัวร่วมกัน
⚠️ การใช้ถุงยางอนามัยเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด
🛡️ วิธีป้องกัน
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีผื่น ตุ่ม หรือแผลผิดปกติ
- ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า เครื่องใช้ส่วนตัว
- ล้างมือบ่อย ๆ รักษาความสะอาด
- #เซฟเซ็กส์ มีเซ็กส์ปลอดภัย เลี่ยงความเสี่ยง

🚨 หากมีอาการต้องสงสัย เช่น มีไข้ ผื่น ตุ่มหนอง ร่วมกับมีประวัติเสี่ยง
➡️ รีบพบแพทย์ทันที
➡️ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น
➡️ พบแพทย์ทันที
#สสส #สื่อสารสุข #ลดเสี่ยงลดโรค

31/01/2026

ค้นพบครั้งแรกของโลก เนื้อเยื่อใจหัวใจซ่อมตัวเองได้ หลังเกิดภาวะหัวใจวาย
อ่านต่อในคอมเมนต์
#เนื้อเยื่อ #เนื้อเยื่อหัวใจ #ภาวะหัวใจวาย

30/01/2026

ลูกเพจสอบถามประเด็นน่าสนใจกรณีคุณนุ่นมาว่า
คนที่เคยมีประวัติมดลูกแตกมาก่อนจะสามารถตั้งท้องได้อีกหรือไม่

ตอบว่า ได้

สามารถตั้งท้องและคลอดด้วยการผ่าตัดคลอดได้
แต่ จะถือว่าเป็นครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูงมากและต้องมีการประเมินอย่างใกล้ชิด

โดยสถิติพบว่ามีโอกาสมดลูกแตกซ้ำอยู่ที่ประมาณ 8-40% และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะมดลูกแตกซ้ำ แพทย์จะแนะนำให้ผ่าคลอดตอนอายุครรภ์ประมาณ 36 ถึง 37 สัปดาห์ซึ่งเร็วกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้มดลูกแตกครับ

หรือถ้าประเมินแล้วความเสี่ยงสูงก็อาจจะใช้วิธีแม่อุ้มบุญก็ได้ซึ่งเมืองไทยก็สามารถที่จะทำแม่อุ้มบุญได้อย่างถูกต้องตามกฏหมายแต่ต้องเป็นเครือญาติกันครับ

https://www.contemporaryobgyn.net/view/low-recurrence-found-after-uterine-rupture-in-pregnancy

29/01/2026

วัย 40+ คือช่วงเปลี่ยนผ่านของร่างกายครับ ระบบเผาผลาญเริ่มช้าลง ฮอร์โมนเริ่มเปลี่ยน กล้ามเนื้อลด ไขมันสะสมง่าย ภูมิคุ้มกันเริ่มแกว่ง แต่ส่วนใหญ่ยัง “ไม่มีอาการชัด” เลยทำให้หลายคนคิดว่ายังไม่จำเป็นต้องตรวจอะไรจริงจัง ทั้งที่ความจริงโรคเรื้อรังส่วนใหญ่เริ่มก่อตัวในช่วงวัยนี้แบบเงียบ ๆ ถ้าเริ่มตรวจตั้งแต่ 40+ จะยังอยู่ในจุดที่ “ป้องกันได้จริง” ไม่ใช่รอให้กลายเป็นโรคก่อนแล้วค่อยรักษา

1️⃣ โรคหัวใจและหลอดเลือด
วัย 40+ หลอดเลือดยังไม่ตีบชัด แต่เริ่มแข็ง เริ่มอักเสบ เริ่มมีไขมันเกาะผนังหลอดเลือดแบบเงียบ ๆ หลายคนยังไม่มีอาการ แต่ระบบไหลเวียนเริ่มเสื่อม การตรวจในวัยนี้คือการหาความเสี่ยง ไม่ใช่หาความรุนแรง เช่น ตรวจไขมัน ความดัน น้ำตาล การไหลเวียนเลือด และพฤติกรรมเสี่ยง เพื่อหยุดกระบวนการเสื่อมตั้งแต่ต้นน้ำครับ
2️⃣ ภาวะน้ำตาลสูงแฝง / ดื้ออินซูลิน
วัย 40+ คือช่วงที่ร่างกายเริ่มเผาผลาญน้ำตาลช้าลง กินเท่าเดิม แต่น้ำหนักขึ้นง่าย ง่วงหลังอาหาร หิวบ่อย เหนื่อยง่าย ทั้งที่ยังไม่เป็นเบาหวาน ถ้าไม่ตรวจ HbA1c และโครงสร้างน้ำตาลในเลือด จะไม่รู้เลยว่าระบบเผาผลาญเริ่มพังแล้ว ซึ่งถ้าปล่อยยาว จะกลายเป็นเบาหวานก่อนวัยได้นะครับ
3️⃣ โรคไตเรื้อรัง
วัย 40+ ไตเริ่มรับภาระจากความดัน น้ำตาล ไขมัน ยา และพฤติกรรมชีวิตสะสมมานาน แม้จะยังไม่มีอาการ แต่การกรองเริ่มลดลงแบบช้า ๆ การตรวจไตในวัยนี้คือการ “ชะลอ” ไม่ใช่การรักษา ถ้ารู้เร็ว จะชะลอไตเสื่อมได้อีกหลายสิบปีเลยครับ การตรวจ BUN, Creatinine, ปัสสาวะ และการทำงานของไตอย่างสม่ำเสมอสำคัญมาก เพราะไตคืออวัยวะที่ “พังแล้วไม่ฟื้น” การรู้เร็ว = ชะลอได้ แต่ถ้ารู้ช้า = เสื่อมถาวร
4️⃣ มะเร็งที่พบบ่อยในวัย 40+ และวิธีคัดกรอง
วัยนี้เป็นช่วงเสี่ยงมะเร็งสูงขึ้นชัดเจน และมะเร็งส่วนใหญ่ “ไม่มีอาการในระยะแรก” ต้องตรวจคัดกรองเท่านั้นถึงจะเจอเร็วครับ
• มะเร็งลำไส้ → ตรวจอุจจาระหาเลือดแฝง(FIT Test) + ส่องกล้องลำไส้
• มะเร็งตับ → อัลตราซาวด์ช่องท้อง + ตรวจเอนไซม์ตับ + AFP
• มะเร็งปอด → เอกซเรย์ปอด / CT scan ในกลุ่มเสี่ยง
• มะเร็งเต้านม → แมมโมแกรม + อัลตราซาวด์เต้านม
• มะเร็งต่อมลูกหมาก → ตรวจ PSA + ตรวจต่อมลูกหมาก
มะเร็งไม่ได้เริ่มจากก้อนใหญ่ แต่เริ่มจากเซลล์ผิดปกติเล็ก ๆ ถ้าคัดกรองเร็ว = รักษาหายได้สูง แต่ถ้ารออาการ = มักลุกลามแล้ว
5️⃣ กล้ามเนื้อเสื่อม ไขมันพอกตับ และกระดูกเริ่มบาง
วัย 40+ เป็นช่วงเริ่มต้นของมวลกล้ามเนื้อลด เผาผลาญตก ไขมันสะสมในตับง่าย ระบบเผาผลาญพลังงานจะเริ่มเปลี่ยนจาก “เผาผลาญ” เป็น “สะสม” ถ้าไม่ฟื้นกล้ามเนื้อ ไม่คุมอาหาร ไม่ขยับตัว และไม่เสริมโปรตีนให้เพียงพอ ไขมันจะพอกตับเร็วขึ้น น้ำตาลจะพุ่งง่าย ฮอร์โมนจะรวน และร่างกายจะเข้าสู่โหมดเสื่อมเร็วในวัย 40+ วัยนี้จึงเป็นช่วง “สร้างทุนสุขภาพ” ไม่ใช่รอซ่อมสุขภาพครับ
✅ ดูแลตัวเองได้ง่าย ๆ แม้ไม่เจอโรค
1) เลือกกินดี งดหวาน-มัน-เค็ม
2) ขยับทุกวัน ไม่ต้องหนักแค่วันละ 30 นาที
3) นอนให้พอ 7-8 ชม. ไม่ใช่ปั่นงาน-ดูซีรีส์จนดึก
4) จัดการความเครียด ฝึกลมหายใจวันละ 5 นาที

วัย 40+ ไม่ใช่วัยของการ “รอโรค” แต่คือวัยของการ “ตัดวงจรโรค” โรคส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดทันที แต่สะสมมาทั้งชีวิต ถ้าเริ่มตรวจจริงจังวันนี้ จะยังมีโอกาสป้องกัน ชะลอ และฟื้นฟูได้ แต่ถ้ารอให้มีอาการก่อน ส่วนใหญ่มักสายเกินไป สุขภาพวัยนี้ต้องเปลี่ยนจากการรักษา → เป็นการป้องกันเชิงระบบ ตรวจให้รู้ก่อน ดูแลให้ทันก่อน และวางระบบชีวิตให้ร่างกายไม่พังในระยะยาว เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่อายุยืน แต่ต้อง “แข็งแรงไปพร้อมอายุ” ครับ

28/01/2026
27/01/2026

🦵 ข้อเข่าเสื่อม ไม่ใช่ “ห้ามใช้” แต่คือ ต้องใช้ ต้องออกกำลังกายให้ถูกวิธี อาการยิ่งดี และ ชะลอโรคได้ดีมาก คนที่ยังไม่เป็นก็ลดความเสี่ยงโรคไปด้วย มาออกกำลังกายกันเถอะ


หลายคนพอได้ยินคำว่า “ข้อเข่าเสื่อม” สิ่งแรกที่คิดคือ
👉 อย่าใช้
👉 อย่าเดิน
👉 อย่าออกกำลังกาย
👉 เดี๋ยวมันจะพังเพิ่ม

ซึ่งความเชื่อนี้ เป็นหนึ่งในเหตุผลหลัก
ที่ทำให้ข้อเข่าเสื่อม แย่ลงเร็วขึ้น โดยไม่รู้ตัวค่ะ

วันนี้อยากชวนเปลี่ยนมุมมองใหม่
แบบอิงกลไกจริง ไม่ใช่ความรู้สึก

ข้อเสื่อมมัน ❌ ไม่ได้คิดตรงๆ ง่ายๆ แบบ
‘ใช้มากเลยเสื่อม’ ค่ะ



🧩 แล้วข้อเข่าเสื่อมมันมีที่มาที่ไปยังไง

ข้อเข่าเสื่อมไม่ได้เกิดจากจุดเดียว
แต่เป็น “โรคทั้งระบบของข้อ” นั้นๆ เลย

ปัจจัยที่เร่งวงจรนี้ การเสื่อมมีเยอะเลยค่ะ
▪️ น้ำหนักเกิน (จากไขมันส่วนเกิน) เพราะมันสร้าง load ลงข้อต่อเนื่องตลอดเวลา
▪️ ภาวะดื้ออินซูลิน จากการกินมาก ไม่ออกกำลัง: ทำน้ำตาลสูงลอย อักเสบเรื้อรัง สร้างความเสียหายผิวข้อจริงๆ
▪️ กล้ามเนื้อต้นขาและจุดอื่นๆ อ่อนแรง ไม่เพียงพอที่จะสร้างระบบ chain ที่พยุงให้ข้อมันเสถียร ส่งผลให้ข้อโดนกดตรงๆ เป็นตัวเร่งข้อเสื่อมไวขึ้น
▪️ ไม่ขยับ ไม่ออกกำลังกายเป็นเวลานาน
▪️ พันธุกรรม ส่งผลเยอะค่ะ แต่ไปเปลี่ยนอะไรไม่ได้

ผลทั้งหมดเลยทำให้
✔️ กระดูกอ่อนที่ฉาบผิวข้อ เสื่อมและบางลง
✔️ โครงสร้างพยุงข้อเสียสมดุล ทำให้ load กระจายไม่ดี ผิวข้อเริ่มแคบลง
✔️ เซลล์กระดูกอ่อนที่โดนรุนแรง “เปิดสวิตซ์ปลิดชีพตัวเอง” (apoptosis)
✔️ เกิดการอักเสบระดับต่ำ แต่เรื้อรัง วนไปวนมาในข้อ (แต่ไม่มีการอักเสบออกมาชัดเจนนะคะ)
✔️ กล้ามเนื้อรอบเข่าอ่อนแรง → แรงกระแทกตกที่ข้อโดยตรง ซ้ำแล้วซ้ำอีก

สรุปง่ายๆ
👉 ข้อเสื่อม ไม่ได้พังเพราะ “ใช้” แต่พังเพราะ ใช้ไม่สมดุล + ไม่มีกล้ามเนื้อช่วยรับแรง



🏃‍♀️ แล้วทำไม “การออกกำลังกาย” ถึงช่วยข้อเข่าเสื่อมได้

การออกกำลังกายที่เหมาะสม ไม่ใช่ศัตรูของข้อ แต่คือ สัญญาณซ่อมแซม

กลไกที่เกิดขึ้นจริงคือ

✔️ แรงกดที่ “พอดี”
→ กระตุ้นให้เซลล์กระดูกอ่อนอยู่รอด เพราะเซลล์พวกนี้มีเซนเซอร์รับแรงค่ะ กระตุ้นดีๆ ทำให้มันชีวิตดีขึ้น
→ ลดการเปิดสวิตซ์ปลิดชีพตัวเอง

✔️ กล้ามเนื้อรอบข้อแข็งแรง อันนี้โคตรสำคัญ
→ ทำตัวเป็นตัวแทนรับแรงแทนข้อ, พยุงกระดูกส่วนบนขึ้น
→ ลดแรงตกที่ผิวกระดูกอ่อนของข้อ

✔️ ลดสารก่ออักเสบในข้อ ซึ่งเป็นผลมาจากการออกกำลังกายทำให้เกิดภาวะต้านอักเสบทั้งโดยตรง (IL-6) และการลดตัวก่ออักเสบ (เนื้อเยื่อไขมัน)
→ ลดวงจรปวด–บวม–เสื่อม

✔️ การเคลื่อนไหวข้อ
→ ช่วยกระจายน้ำไขข้อ
→ หล่อเลี้ยงกระดูกอ่อนให้ยังมีคุณภาพชีวิตดี อยู่รอดมากขึ้น

ผลลัพธ์คือ
👉 อาการปวดดีขึ้น ยิ่งสม่ำเสมอ ยิ่งเห็นผล
👉 เดินได้ดีขึ้น ไม่งั้นจะท่าเดินจะเป็น ท่ากะเผลกเจ็บ (Antalgic gait) ตลอด
👉 ข้อเสื่อมช้าลง

ที่สำคัญการออกกำลังกาย + คุมอาหาร ยังช่วยทำให้ลดไขมันส่วนเกินลง ช่วยลด load ที่ส่งลงบนข้อเข่าโดยตรง ในคนที่มีภาวะอ้วนอยู่ การลดความอ้วนจะช่วยได้มากเลยค่ะ



⚠️ แล้วออกกำลังกาย “แบบไหน” ถึงดี และแบบไหนควรเลี่ยง
[ในคนที่เป็นแล้วนะคะ]

1️⃣ แอโรบิกแบบที่มีแรงกระแทกต่ำ (Low impact exercise)

เช่น
✔️ เดินพื้นราบ
✔️ ปั่นจักรยาน
✔️ ว่ายน้ำ / เดินในน้ำ

2️⃣ ออกกำลังกายแบบเสริมแรง กล้ามเนื้อรอบเข่าและสะโพก
(หัวใจของการรักษาเลย)

กล้ามเนื้อที่ต้องเน้น
▪️ กล้ามเนื้อต้นขาหน้า (quadriceps)
▪️ กล้ามเนื้อต้นขาหลัง
▪️ กล้ามเนื้อสะโพก

ตัวอย่าง
✔️ ลุก–นั่งจากเก้าอี้
✔️ Squat ตื้น ๆ
✔️ Step-up ระดับต่ำ
✔️ บริหารกล้ามเนื้อสะโพก

เหตุผลสำคัญมาก
👉 กล้ามเนื้อแข็งแรง = ข้อรอด

แต่อยากให้ศึกษาท่าทางให้ดีๆ เลยค่ะ ตรงนี้เป็นเนื้อเรื่องใหญ่เลย

3️⃣ แนวยืดเหยียดและเคลื่อนไหวข้อ (ROM)

✔️ ลดข้อฝืด
✔️ ลดความกลัวการขยับ
✔️ ทำให้ใช้เข่าได้ต่อเนื่อง

⚠️ แบบที่ควรเลี่ยงในช่วงที่ยังปวด
หรือข้อไม่มั่นคง

❌ กระโดด
❌ Squat ลึกมาก
❌ บิดเข่าเร็ว ๆ เช่น มีการหมุนตัวโดยที่เท้าอยู่นิ่ง แบบไวๆ

เพราะสิ่งเหล่านี้
→ เพิ่มแรงเฉือน แรงอัด


[ ส่วนคนที่ยังไม่เป็น ]

มันไม่ได้มีข้อห้ามอะไรเลยค่ะ เพราะถ้าเข้าใจว่าข้อเข่าเสื่อม มันเกิดจากหลายปัจจัยมากๆ ดังนั้นออกกำลังกายแบบไหนก็ได้เลยค่ะ โดยที่จะชะลอได้ตรงๆ เลยคือการทำให้กล้ามเนื้อขาแข็งแรงขึ้นค่ะ

ขออย่างเดียว ท่วงท่าให้ถูกต้อง ที่อันตรายคือที่ผิด จนผิด anatomy มากๆ ค่ะ โดยเฉพาะกลุ่ม strength exercise แนะนำให้ติดตามเพจผู้เชี่ยวชาญ ดูเป็นรายท่าเลย



🧠 สรุป

ข้อเข่าเสื่อมกระบวนการเกิดมีหลายปัจจัยมาก
❌ ไม่ใช่โรคที่ต้องหยุดใช้เข่า
❌ ไม่ใช่โรคของการ “พักอย่างเดียว”

แต่คือโรคที่ต้อง
✔️ ใช้เข่าอย่างถูกวิธี
✔️ มีกล้ามเนื้อช่วยรับแรง
✔️ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่โหด

ยิ่งทำถูก
👉 ยิ่งปวดน้อย
👉 ยิ่งเดินได้นาน
👉 ยิ่งชะลอการเสื่อมได้จริง



การเดินได้เอง
คืออิสรภาพที่หลายคนเพิ่งเห็นค่า
ตอนที่มันเริ่มหายไปแล้ว

ข้อเข่าเสื่อม ไม่ใช่คำสั่งให้หยุดใช้ชีวิต แบบนิ่งเลย ยิ่งนิ่ง พอกลับมาใช้ก็ยิ่งเป็น
แต่ต้องบริหารและใช้ให้ถูกค่ะ

สำหรับคนที่ยังไม่เป็น ลุกมาออกกำลังกายเถอะค่ะ
แอโรบิกจนคล่องแล้ว อย่าลืมฝึกแบบเสริมความแข็งแรงด้วยนะคะ

 #ตรวจสุขภาพในวัยรุ่น  #วัยทำงาน (อายุ 13-25 ปี) มีความสำคัญอย่างยิ่งในการ ✅ตรวจหาความเสี่ยงและโรคแฝงที่ยังไม่แสดงอาการ ...
26/01/2026

#ตรวจสุขภาพในวัยรุ่น #วัยทำงาน (อายุ 13-25 ปี) มีความสำคัญอย่างยิ่งในการ

✅ตรวจหาความเสี่ยงและโรคแฝงที่ยังไม่แสดงอาการ โดยเฉพาะโรคจากความเครียด พฤติกรรมเสี่ยง (เช่น ออฟฟิศซินโดรม, ไขมันสูง, เบาหวาน) และมลภาวะ
✅ช่วยให้ป้องกันหรือรักษาโรคได้ทันท่วงที ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลระยะยาว และเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน
..🚨🚨ความสำคัญและข้อดีของการตรวจสุขภาพวัยทำงาน
❤️‍🩹❤️‍🩹ตรวจเจอโรคระยะแรกเริ่ม: ช่วยให้พบความผิดปกติที่ยังไม่แสดงอาการ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ หรือโรคไต ทำให้รักษาได้ทันท่วงทีและมีโอกาสหายขาดสูง
🔥🔥ป้องกันโรคร้ายแรง: การทราบผลเลือดหรือความดันที่ผิดปกติ ทำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต (อาหาร, ออกกำลังกาย) ได้ทัน ก่อนพัฒนาเป็นโรคร้ายแรง
💟💟รับมือกับพฤติกรรมเสี่ยง: วัยทำงานมักเครียดสะสม พักผ่อนน้อย และใช้ร่างกายหนัก การตรวจช่วยประเมินความเสี่ยงและป้องกันโรคที่เกิดจากพฤติกรรม
💙🩵ลดค่าใช้จ่ายระยะยาว: การป้องกันและตรวจพบโรคเร็วช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคเรื้อรังที่รุนแรง

📢📢ความปลอดภัยในงาน: สำหรับงานเสี่ยงอันตราย การตรวจร่างกายทำให้มั่นใจว่าสุขภาพพร้อมทำงาน ลดอุบัติเหตุและป้องกันโรคจากการทำงาน (Occupational Diseases)

👓💉รายการตรวจสุขภาพพื้นฐานสำหรับ #วัยรุ่น #วัยทำงาน
ตรวจร่างกายทั่วไป:
🤍🧡ชุดพื้นฐาน : แพ็คเกจ ชุดเล็ก 399-600 บาท..✅ตรวจร่างกายทั่วไป: วัดความดันโลหิต ..✅ตรวจเลือด: ดูระดับน้ำตาล (คัดกรองเบาหวาน), ไขมันในเลือด (คอเลสเตอรอล, ไตรกลีเซอไรด์)..✅ตรวจการทำงานของตับและไต: เพื่อประเมินความสมบูรณ์ของอวัยวะภายใน..✅ตรวจปัสสาวะ: เพื่อดูการทำงานของไตและทางเดินปัสสาวะ

🩵💙ชุดพิเศษ : สุขภาพประจำปี เพิ่มกลุ่มโรคติดต่อไวรัส..✅ตรวจร่างกายทั่วไป: วัดความดันโลหิต ..✅ตรวจเลือด: ดูระดับน้ำตาล (คัดกรองเบาหวาน), ไขมันในเลือด (คอเลสเตอรอล, ไตรกลีเซอไรด์)..✅ตรวจการทำงานของตับและไต: เพื่อประเมินความสมบูรณ์ของอวัยวะภายใน..✅ตรวจปัสสาวะ: เพื่อดูการทำงานของไตและทางเดินปัสสาวะ..🩸🩸 เพิ่มกลุ่มโรคติดต่อไวรัสตับอักเสบ บีเเละ ซี
เเละเชื้อ HIV

🩷💜ชุดพรีเมี่ยม : เน้นภาวะขาดวิตามิน ปัจจัยพื้นฐานของวัยทำงาน ภาวะต่อมหมวกไตล้า เครียดสะสม..✅ตรวจร่างกายทั่วไป: วัดความดันโลหิต ..✅ตรวจเลือด: ดูระดับน้ำตาล (คัดกรองเบาหวาน), ไขมันในเลือด (คอเลสเตอรอล, ไตรกลีเซอไรด์)..✅ตรวจการทำงานของตับและไต: เพื่อประเมินความสมบูรณ์ของอวัยวะภายใน..✅ตรวจปัสสาวะ: เพื่อดูการทำงานของไตและทางเดินปัสสาวะ..💞💞 เพิ่มกลุ่ม วิตามินที่สำคัญต่อการเจริญเติบโต พัฒนาการสมอง เเละอารมณ์ ภาวะต่อมหมวกไตล้า

#วัยทำงานควรตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเลือกแพ็กเกจให้เหมาะสมกับอายุและความเสี่ยงของแต่ละคน

#สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทรศัพท์ 053-740548/ 099-2354114🏥🙏

📢📢Chiang Rai Laboratory - เชียงรายแล็บ สี่แยกศาล ถนนธนาลัย ถนนคนเดิน สวนตุงเเละโคมเชียงราย

26/01/2026

คนไทยป่วย #โรคหลอดเลือดสมอง เพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะวัยทำงานอายุ 30–50 ปี ปัจจัยเสี่ยงจากโรคอ้วน-สูบบุหรี่-ความดันสูง
ปัจจุบันแม้ยังไม่มีสถิติใหม่ของโรคหลอดเลือดสมองที่ชัดเจน แต่ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ปี 2568 ระบุว่าโรคหลอดเลือดสมองยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตลำดับต้น ๆ ของประเทศไทยและพบผู้ป่วยใหม่จำนวนมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานอายุ 30–50 ปี ซึ่งมักมีปัจจัยเสี่ยงจากความดันโลหิตสูง เบาหวาน และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
ขณะที่จากข้อมูลล่าสุดที่มีในปี 2566 และต้นปี 2567 อัตราตายจากโรคหลอดเลือดในสมองแตกอยู่ที่ประมาณ 21.13% ในปี 2566 และสูงถึง 20.77% ในช่วงต้นปี 2567 ซึ่งยังอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูล
“โรคหลอดเลือดสมอง” เป็นภาวะสมองขาดเลือดที่เกิดจากหลอดเลือดสมองตีบ/อุดตันหรือมีเลือดออกในสมอง หรืออาการเส้นเลือดในสมองตีบ ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงสมองได้ ทำให้เซลล์สมองขาดออกซิเจน ส่งผลให้สมองตาย ผู้ป่วยจำเป็นต้องพบแพทย์ทันที การรักษาอย่างรีบด่วนเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะช่วยลดความรุนแรงจากภาวะสมองตาย และรวมถึงลดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ และยังป้องกันความพิการและทุพพลภาพที่จะเกิดขึ้น
โดยปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ สูบบุหรี่ อ้วนลงพุง ขาดการออกกำลังกาย ซึ่งคนส่วนใหญ่ยังขาดความตระหนักถึงความเสี่ยง เพราะคิดว่าเป็นโรคของผู้สูงอายุเท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริง วัยกลางคนก็มีโอกาสเป็นได้มาก
พญ.อาภากร ชิงถาวร แพทย์อายุรกรรมระบบประสาทและสมอง ศูนย์โรคระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลสินแพทย์ อธิบายว่าโรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่ความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองจะเพิ่มขึ้นโดยเท่าตัว ถ้าอายุมากกว่า 45 ปีและมากกว่า 70% ของโรคหลอดเลือดสมองทั้งหมด มักจะพบในกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 65 ปี แต่จากประสบการณ์ของหมอ พบว่าเจอคนไข้ที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ ที่เริ่มเป็น โรคหลอดเลือดสมองครั้งแรก
โดยคำว่าอายุน้อยในที่นี้ หมายถึง อายุน้อยกว่า 50 หรือ 55 ปี เพราะฉะนั้น เราคงพูดไม่ได้เต็มปากว่า โรคหลอดเลือดสมอง เป็นโรคของคนสูงอายุเสมอไป
จากการศึกษา พบว่ากลุ่มช่วงอายุตั้งแต่ 18-55 ปี เป็นโรคหลอดเลือดสมองกันมากขึ้น ซึ่ง มีปัจจัยเลี่ยงดังต่อไปนี้เป็น 4 ลำดับแรกๆ ที่ทำให้คนอายุน้อยๆ ก็สามารถเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้มากกว่าคนทั่วไป
1. ภาวะอ้วนลงพุง (Abdominal Obesity)
2. การสูบบุหรี่
3. การไม่ออกกำลังกายเป็นประจำ
4. ความดันโลหิตสูง
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/health/well-being/1218050
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจHealth

 #โรคและการรักษา #แพ้ภูมิตัวเอง (SLE)  #โรคร้ายจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ .... 😷🤕🤒 #โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) คืออะไรโรคแพ้ภูมิต...
25/01/2026

#โรคและการรักษา
#แพ้ภูมิตัวเอง (SLE)
#โรคร้ายจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ

.... 😷🤕🤒 #โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) คืออะไร
โรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือ SLE (Systemic Lupus Erythematosus) คือ โรคเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โดยภูมิคุ้มกันของคน ๆ นั้นทำลายอวัยวะและเนื้อเยื่อของร่างกายตนเอง เช่น ผิวหนัง ข้อ ไต ปอด หัวใจ สมอง

#ปัจจัยเสี่ยงโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) คืออะไร

✅กรรมพันธุ์
✅ฮอร์โมน (โดยเฉพาะในเพศหญิง)
✅สิ่งกระตุ้นที่ทำให้โรคกำเริบมากขึ้น เช่น การติดเชื้อ แสงแดด ความเครียด การใช้ยาบางชนิด ฯลฯ
✅ขาดวิตามินดี

#โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) อาการเป็นอย่างไร

🚨ผื่นแพ้แสง ผื่นรูปผีเสื้อบริเวณใบหน้า โดยจะพบ🚨ผื่นแดงบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้างและสันจมูก 🚨ลักษณะคล้ายปีกผีเสื้อ (Malar Rash)
🚨ปวดข้อหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะข้อเล็ก ๆ เช่น ข้อมือ ข้อนิ้วมือ อาจมีอาการปวด บวม
🚨เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียเรื้อรัง
🚨ไข้ต่ำเรื้อรังหลายวันโดยไม่ทราบสาเหตุ
🚨ผมร่วงผิดปกติ ผมร่วงเป็นหย่อม ๆ พบผมหลุดร่วงมากผิดปกติ
🚨ปัสสาวะผิดปกติหรือมีอาการบวมน้ำจากไตอักเสบ ผู้ป่วยอาจสังเกตว่าปัสสาวะมีลักษณะเป็นฟองมากผิดปกติหรือมีอาการบวมที่ใบหน้า

#ตรวจวินิจฉัยโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) อย่างไร
การตรวจวินิจฉัยโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือ SLE ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์ที่ทำการรักษาเป็นสำคัญ...🔥🩸💉 ส่วนใหญ่แพทย์จะตรวจวินิจฉัยจากประวัติของผู้ป่วย การตรวจร่างกาย ร่วมกับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจเลือด ปัสสาวะ การตรวจเอกซเรย์หัวใจและปอด เป็นต้น
..💙🩵หากสงสัยอาการ หรือการเข้าข่ายของโรค SLE สามารสอบถามรายละเอียด เเละเข้ามาตรวจเลือกประเมืนความเสี่ยงเบื้องต้นได้ที่💟
Chiang Rai Laboratory - เชียงรายแล็บ ถนนธนาลัย ถนนคนเดิน สวนตุงเเละโคม

📱🙏 #โทรศัพท์ 053-740548, 099-2354114
🏥💯 #เวลาทำการ เปิดทุกวัน 7.00-13.00 น.ค่ะ

 #วาเลนไทน์นี้ไม่เหงา #ใครไม่บอกรัก #มารักตัวเราเองสิค่ะ❤️‍🩹..🩷🤍ตรวจสุขภาพ ต้อนรับเดือนแห่งความรัก คุณพ่อ คุณแม่ พี่ น้อ...
24/01/2026

#วาเลนไทน์นี้ไม่เหงา
#ใครไม่บอกรัก
#มารักตัวเราเองสิค่ะ❤️‍🩹
..🩷🤍ตรวจสุขภาพ ต้อนรับเดือนแห่งความรัก
คุณพ่อ คุณแม่ พี่ น้อง คุณตา คุณยาย คุณปู่ คุณย่า
..💉📢โปรแกรม "ฮักครอบครัว"🩷🤍
ราคาเริ่มต้นที่ 399 บาท ครบวงจร 5 โรคยอดนิยม
..❤️🧡โปรแกรมสุขภาพประจำปี ราคาเริ่มต้น 600 บาท🧡❤️
..💛🧡โปรแกรมสุขภาพวีไอพี ราคาเริ่มต้น 900 บาท🧡💛
..🩵💙โปรแกรมสุขภาพวัยทำงาน ราคาเริ่มต้น 1,000 บาท💙🩵
..🎊❤️พิเศษ โปรแกรมตรวจก่อนแต่งงาน/มีบุตร ราคาเริ่มต้นพียง 500 บาท ( 7 รายการ )💜🩷
..💞💟พบกันที่ Chiang Rai Laboratory - เชียงรายแล็บ #สี่แยกศาล #ถนนธนาลัย #สวนตุงและโคม #ถนนคนเดินเชียงราย💟
..🏥💯เปิดทำการทุกวัน เวลา 7.00-13.00 น.
..📱🙏โทรศัพท์ 053-740548, 099-2354114

ที่อยู่

ถนนธนาลัย
Chiang Rai
57000

เวลาทำการ

จันทร์ 07:00 - 13:00
อังคาร 07:00 - 13:00
พุธ 07:00 - 13:00
พฤหัสบดี 07:00 - 13:00
ศุกร์ 07:00 - 13:00
เสาร์ 07:00 - 13:00
อาทิตย์ 07:00 - 13:00

เบอร์โทรศัพท์

+6653740548

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Chiang Rai Laboratory - เชียงรายแล็บผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Chiang Rai Laboratory - เชียงรายแล็บ:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram

ประเภท