Chiang Rai Laboratory - เชียงรายแล็บ

Chiang Rai Laboratory - เชียงรายแล็บ ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจเลือดสมัครงาน ตรวจสารก่อภูมิแพ้ ตรวจสารบ่งบอกมะเร็ง

29/03/2026

ออกกำลังกายทั้งป้องกันความดันสูง และควบคุมความดันสูงได้ดีมาก ไม่ใช่ยิ่งทำให้ความดันสูงขึ้นแบบที่เข้าใจกัน


หลายคนกลัวว่าออกกำลังกายแล้วความดันจะยิ่งขึ้น
เพราะระหว่างออกแรงหัวใจเต้นเร็วและแรงดันเพิ่มขึ้นจริง

แต่สิ่งที่เกิด “หลังจากนั้น” ต่างหากที่สำคัญ
ร่างกายจะปรับตัวให้ระบบหลอดเลือดทำงานดีขึ้นในระยะยาว

นั่นเพราะโรคความดันสูง ไม่ได้หมายถึงความดันสูงช่วงเวลาสั้นๆ แต่หมายถึงความดันที่สูงต่อเนื่องตลอดเวลา แม้ตอนพัก ทำให้เกิดการทำลายหลอดเลือดและหัวใจ แบบเรื้อรัง ข้ามแรมปี

ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงความดันระหว่างการออกกำลังกาย โดยทั่วไปแล้วไม่ใช่ปัจจัยหลักของโรคในระยะยาว ยกเว้นในบางกรณี (อ่านท้ายบทความ)


อย่างที่ได้กล่าวไป โรคความดันสูงที่ทุกวันนี้คนเป็นกัน (Primary hypertension) ไม่ได้เกิดจากจุดเดียว สาเหตุเดียว หรือช่วงเวลาเดียว แต่เป็นความเสียสมดุลของทั้งระบบ แทบทุกจุดที่คุมความดันเลย

ผนังหลอดเลือดด้านในทำงานแย่ลง (Endothelial dysfunction) ทำให้หลอดเลือดหดตัวง่ายขึ้น คลื่นสะท้อนของแรงดัน (Wave reflection) กลับเร็วขึ้น เสริมฤทธิ์กันดีขึ้น ความดันจึงสูงขึ้น

ระบบประสาทฝั่งเครียดทำงานมากเกิน
(Sympathetic overactivity) ทำให้หัวใจเต้นเร็วและหลอดเลือดหด

และระบบฮอร์โมนควบคุมความดัน (Renin–angiotensin–aldosterone system: RAAS) ทำงานมากผิดปกติกระตุ้นให้ร่างกายกักเก็บน้ำและเพิ่มแรงต้านในหลอดเลือด

สุดท้ายคือแรงดันในระบบไหลเวียนสูงขึ้นเรื้อรัง

ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ระบบเหล่านี้ เสียสมดุลอย่างชัดเจน เกิดจากหลายปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น
- พันธุกรรม: ทำให้ระบบขับน้ำขับเกลือน้อยกว่าปกติ
- การกินโซเดียมเกินแบบเรื้อรัง
- ภาวะอ้วนและดื้ออินซูลิน สร้างสภาวะอักเสบเรื้อรัง ทำลายระบบหลอดเลือด
- บุหรี่ สุรา การสัมผัสเรื้อรัง ทำให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดเปลี่ยนแทบถาวร


การออกกำลังกายไม่ได้แก้แค่ปลายเหตุ
แต่เข้าไปปรับสมดุลตั้งแต่ต้นทาง

เมื่อร่างกายเคลื่อนไหว ผนังหลอดเลือดจะหลั่งสารขยายหลอดเลือด (Nitric oxide: NO) มากขึ้น ทำให้หลอดเลือดคลายตัวและยืดหยุ่นขึ้น

พร้อมกันนั้น ระบบประสาทจะลดสัญญาณเครียดลง และเพิ่มการควบคุมแบบผ่อนคลาย ส่งผลให้หัวใจเต้นช้าลงในระยะยาว แรงต้านในหลอดเลือดจึงลดลง

นอกจากนี้ยังช่วยกดการทำงานของระบบ RAAS ลดการหดตัวของหลอดเลือด ลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin resistance) และลดไขมันสะสมในร่างกาย

เมื่อทำต่อเนื่อง หลอดเลือดจะค่อย ๆ ปรับโครงสร้างให้ยืดหยุ่นขึ้น (Vascular remodeling) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงระยะยาวที่สำคัญมาก อันนี้แหละที่ต้องการกัน


สิ่งที่น่าสนใจคือ บางคนตัวเลขความดันอาจไม่ได้ลดลงอย่างชัดเจน

แต่โอกาสเสียชีวิตกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะการออกกำลังกายไม่ได้ช่วยแค่ความดัน แต่ช่วยทั้งหัวใจ ระบบเผาผลาญ และสมรรถภาพร่างกายโดยรวม (Cardiorespiratory fitness)


บางคนอาจจะกังวลว่า แล้วขณะออกล่ะ?
ความดันไม่สูงขึ้นเหรอ

ออกกำลังกายแบบแอโรบิก แม้ความดันตัวบนจะเพิ่มขึ้นระหว่างออกแรง แต่หลอดเลือดที่กล้ามเนื้อขยายตัวรับได้ดีมาก เหมือนเลือดที่ไหลแรงแต่ท่อมันใหญ่ไง
ดังนั้น ความดันเฉลี่ย (Mean arterial pressure) ไม่ได้เพิ่มมากเท่าที่คิด

ส่วนการออกกำลังกายแบบมีแรงต้านนั้น ถ้าไม่ออกรุนแรงเกินไป และไม่มีการกลั้นหายใจขณะเล่น (Valsalva maneuver) ก็สามารถทำได้ และช่วยลดและควบคุมความดันได้ดี

ดังนั้น
⚠️ ในคนปกติ แทบไม่มีข้อห้ามเลย สามารถออกรูปแบบไหนก็ได้ ขอให้ค่อยเป็นค่อยไป
⚠️ ในคนที่มีความดันสูงแล้ว แต่ไม่ถึง 180/110 mmHg สามารถออกได้ และควรออกด้วย แต่ต้องค่อยๆ เพิ่มความหนัก step ขึ้นไปเรื่อยๆ
⚠️ คนที่ยังคุมความดันไม่ได้ ความดันสูงมาก โดยทั่วไปหากความดันเกิน 180/110 mmHg ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักชั่วคราว ให้ปรับกลับมาเป็นเดิน-เดินไว


โดยสรุปก็คือ การออกกำลังกายไม่ใช่ตัวกระตุ้นให้ความดันแย่ลงในระยะยาว

แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ระบบหลอดเลือดกลับมาสมดุลมากขึ้น

แม้จะเริ่มจากเล็กน้อยก็ยังมีความหมาย เพราะทุกก้าวที่ขยับ คือการลดภาระของหัวใจและเพิ่มโอกาสของชีวิตที่แข็งแรงขึ้นค่ะ

28/03/2026

ออกกำลังกายครั้งแรกอย่าหักโหม

ชายวัย 32 ปี ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน เข้ายิมครั้งแรกโหมออกกำลังกายหนัก 90 นาที ติดต่อกัน 2 วัน แบบไม่พักและดื่มน้ำน้อย

หลังจากนั้นไม่นาน เริ่มมีอาการ ปวดกล้ามเนื้อทั่วตัว คลื่นไส้ อาเจียน และเมื่อเข้าห้องน้ำพบว่า ปัสสาวะมีสีน้ำตาลผิดปกติ จึงรีบไปโรงพยาบาล

ผลตรวจพบว่าเกิดภาวะ กล้ามเนื้อลายสลาย (Rhabdomyolysis) ทำให้สารจากกล้ามเนื้อไหลเข้าสู่กระแสเลือดและไปทำลายไต จนเกิด ภาวะไตวายเฉียบพลัน

แนะ❗️ควรออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น ไม่ควรหักโหมทันที และ ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจรุนแรงได้
#สสส #สื่อสารสุข #ออกกำลังกาย #ไตวาย #กล้ามเนื้อสลาย

27/03/2026

NEWS UPDATE: วิกฤตฝุ่นเชียงรายพุ่ง 3 อำเภอ ปภ.สั่งงดออกบ้านด่วน
เชียงราย,27 มีนาคม 2569 - กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยิงข้อความแจ้งเตือนด่วน วิกฤตฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายพุ่งสูงระดับอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอำเภอแม่สายทะลุ 182.9 มคก./ลบ.ม. คาดสภาพอากาศเลวร้ายต่อเนื่อง 1-2 วัน เตือนประชาชนงดกิจกรรมกลางแจ้งเด็ดขาด
สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในจังหวัดเชียงรายเข้าขั้นวิกฤต ข้อมูลแจ้งเตือนเชิงข้อมูล ณ วันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 12.00 น. ระบุว่า ค่าฝุ่น PM2.5 ในหลายพื้นที่พุ่งสูงจนมีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง โดยพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ อำเภอแม่สาย มีค่าฝุ่นพุ่งสูงถึง 182.9 มคก./ลบ.ม. รองลงมาคือ อำเภอเชียงของ 178.7 มคก./ลบ.ม. และ อำเภอเมืองเชียงราย 109.8 มคก./ลบ.ม.
ทาง ปภ. ประเมินว่าในช่วง 1-2 วันนี้ สภาพอากาศจะยังคงไม่ดีขึ้น ฝุ่นละอองจะยังคงสะสมตัวในปริมาณมาก จึงขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ควรดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด สวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นพิษทุกครั้ง และงดเว้นกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด ทั้งนี้ หากมีอาการผิดปกติทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งและรีบไปพบแพทย์ทันที
#ฝุ่นเชียงราย #ปภเตือนภัย
เครดิต ข้อมูล : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (DDPM)
เครดิต ภาพ : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (DDPM)
เครดิต ข่าว : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์
#นครเชียงรายนิวส์ #ข่าวเชียงราย

27/03/2026

📢 สาธารณสุข ออก 5 มาตรการ รับมือ "น้ำมันแพง"

1. พิ่ม Telemedicine 30%
2. ใช้ "หมอพร้อม Super App"
3. ส่งยาใกล้บ้าน ลดเดินทาง
4. ส่งยาทางไปรษณีย์เร่งเด่วน
5. ดึง รพ.สต. ถ่ายโอน ร่วม Telemedicine

26/03/2026
 #เมษานี้  #ปี๋ใหม่เมือง #ปิ๊กบ้านเฮา #มาตรวจสุขภาพกั๋น #ใครสายไม่เคยตรวจอะไรเลย... 🔥ปิ๊กเจียงฮาย มาตรวจสุขภาพกั๋น ราคาเ...
24/03/2026

#เมษานี้ #ปี๋ใหม่เมือง
#ปิ๊กบ้านเฮา
#มาตรวจสุขภาพกั๋น
#ใครสายไม่เคยตรวจอะไรเลย
... 🔥ปิ๊กเจียงฮาย มาตรวจสุขภาพกั๋น ราคาเดิม ที่เพิ่มเติมคือ ดูเเลกั๋นตลอดทั้งปี☀️...👫🧑‍🍼 โปรฮักครอบครัว ราคาเริ่มต้นที่ 399 บาท (สุขภาพทั่วไป 5 รายการ)( จากราคาปกติ 500 บาท)
...🩺📢โปรสุขภาพประจำปี (สามารถตรวจได้ทุกๆ 2-3 เดือน) ด้วยราคาสบายๆ เริ่มต้น 600 บาท (รายการตรวจ 9 อย่าง)(จากราคาปกติ 900 บาท)
...💞🔬 โปรสุขภาพชุดพิเศษ (สามารถตรวจได้ปีละครั้ง) ด้วยราคา คงเดิม 900 บาท (รายการตรวจ 12 อย่าง)(จากราคาปกติ 1,200 บาท)
.. 🌡️🤧โปรแกรมตรวจหาความจำเพาะต่อสารก่อภูมิเเพ้ จากราคาปกติ 3,300 บาท เฉพาะซัมเมอร์นี้ เพียง 2,999 บาท ( 40รายการ โดยตรวจจากเลือดเท่านั้น )🌟💥
..🎉🎉ตั้งเเต่วันนี้ ถึง 30 เมษายน2569🎉🎉
...🚨🚨พบกันที่ Chiang Rai Laboratory - เชียงรายแล็บ ถนนธนาลัย สวนตุงเเละโคมเชียงราย ถนนคนเดินเชียงราย🚨🚨
...🏥 🎊เปิดทำการ ทุกวัน 7.00-13.00 น.
... 📱📱โทรศัพท์ หรือเเอดไลน์สอบถามที่ เชียงรายเเล็บคลินิก โทรศัพท์ 053-740548, 099-2354114

22/03/2026

คาดว่ายาสามัญราว 50 ยี่ห้อ จะเข้าสู่ตลาดทันทีที่สิทธิบัตรของเซมากลูไทด์ในอินเดียหมดอายุเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 มี.ค.) สถานการณ์นี้จะพลิกโฉมวงการยาลดน้ำหนักได้อย่างไร อ่านต่อที่ https://bbc.in/4sr5zIU

 #เป็นหวัดบ่อย  #ติดเชื้อง่าย  #ผิวหนังอักเสบบ่อย #ภูมิคุ้มกันปกติไหมนะ???💥🥲 #อาการภูมิคุ้มกันต่ำหรือภูมิตก (Weakened Im...
21/03/2026

#เป็นหวัดบ่อย #ติดเชื้อง่าย #ผิวหนังอักเสบบ่อย
#ภูมิคุ้มกันปกติไหมนะ???

💥🥲 #อาการภูมิคุ้มกันต่ำหรือภูมิตก (Weakened Immune System) สังเกตได้จากการเจ็บป่วยบ่อย (หวัดเรื้อรัง, ติดเชื้อซ้ำ), อ่อนเพลียตลอดเวลาแม้นอนพอ, แผลหายช้า, ท้องเสียบ่อย, และมีผื่นแพ้/ผิวหนังอักเสบง่าย เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ทำให้ร่างกายติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสได้ง่ายกว่าคนปกติ

#สัญญาณเตือนและอาการ 🔥🔥
พบบ่อยของภูมิคุ้มกันต่ำ:
🚨เป็นหวัด/ติดเชื้อบ่อยและนาน: เป็นหวัด คัดจมูก ไอ จาม หรือเจ็บคอบ่อยผิดปกติ ติดเชื้อในทางเดินหายใจ หรือท้องเสียเรื้อรัง
🚨อ่อนเพลียเรื้อรัง: รู้สึกเหนื่อยล้า หมดแรง ตลอดเวลา แม้จะได้พักผ่อนอย่างเพียงพอแล้วก็ตาม
🚨แผลหายช้า: บาดแผล เล็กๆ น้อยๆ หรือรอยฟกช้ำใช้เวลานานกว่าจะสมานตัวหรือหายเป็นปกติ
🚨ปัญหาผิวหนัง: เกิดผื่นแพ้ ผิวหนังอักเสบ หรือติดเชื้อราง่าย (เช่น เริม งูสวัด)
🚨ระบบย่อยอาหารผิดปกติ: ท้องเสียบ่อย หรือมีปัญหาลำไส้แปรปรวน

📣📣สาเหตุที่ทำให้ภูมิคุ้มกันตก:
🔬ความเครียดสะสม: ส่งผลให้ร่างกายสร้าง🔬ฮอร์โมนที่ยับยั้งการทำงานของภูมิคุ้มกัน
🔬การพักผ่อนไม่เพียงพอ: การนอนไม่พอทำให้🔬🔬ร่างกายไม่สามารถซ่อมแซมระบบภูมิคุ้มกันได้
🔬การรับประทานอาหารไม่ถูกหลัก: ขาดสารอาหารที่จำเป็น
🔬การติดเชื้อ/โรคประจำตัว: เช่น HIV/AIDS หรือการได้รับเคมีบำบัด

🩺✅วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น: พักผ่อนให้เพียงพอ, ออกกำลังกายเบาๆ, ทานอาหารที่มีประโยชน์ (ผัก ผลไม้), ลดความเครียด และหมั่นล้างมือเพื่อป้องกันเชื้อโรค

#ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
📌แอดไลน์ : เชียงรายแล็บ
📌Inbox : Chiang Rai Laboratory - เชียงรายแล็บ
📱📱โทรศัพท์ 053-740548/099-2354114

21/03/2026

“ตับแข็งได้ยังไง”
ทำไมตับของเราที่เคยนุ่มๆเหมือนตับหวานในซอยจุ๊ มันกลายเป็นตับที่แข็งและขรุขระไปซะได้
มารู้จักกับตับกันก่อนครับ
“ตับ” คือโรงงานสารพัดประโยชน์ ให้นึกภาพว่าตับเราคือโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เปิดโอทีทำงาน 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด มีหน้าที่ทั้งฟอกของเสีย กำจัดสารพิษ ผลิตเชื้อเพลิงพวกน้ำตาลและพลังงานให้เรามีแรงไปไปทำงาน เป็นคลังเก็บเสบียงพวกวิตามิน และอื่นๆอีกมากมาย
ตับในสภาพปกติ จะมีพนักงานทำงานขยันขันแข็ง ผิวสัมผัสตับก็จะนุ่มนิ่มเด้งดึ๋งยืดหยุ่น เลือดไหลผ่านสบายเหมือนถนนโล่งๆ ไม่มีรถติด
แต่แล้วเราก็เริ่มใช้ชีวิตแบบท้าทายตับ
ดื่มหนัก ติดไวรัสตับอักเสบบีหรือซี กินหวานมันจนไขมันพอกตับ รวมถึงโรคภูมิต้านตนเองและพันธุกรรมต่างๆ
พอตับโดนทำรัายบ่อยๆมันก็เกิดการอักเสบระบมไปหมดครับ ตับก็แบบ…โอเค เดี๋ยวชั้นจัดการเอง
มันก็พยายามส่งช่างมาช่วยซ่อมแบบเร่งด่วน แต่ทีมช่างชุดนี้เหมือนช่างที่รีบๆทำ
แทนที่จะซ่อมให้เหมือนเดิม ดันเอาปูนมาโบกทับ
นึกภาพถ้านิ้วเราโดนมีดบาดครั้งเดียวแผลหายก็กลับมานุ่มเหมือนเดิมได้ แต่ถ้าขยันบาดซ้ำที่เดิมทุกวันๆ แผลมันจะกลายเป็นแผลเป็นที่ทั้งแข็งทั้งหนา
ในตับก็เหมือนกัน ตับก็ซ่อมตัวเองด้วยการสร้างแผลเป็นหนาหนาพอกไปเรื่อยเรื่อยจนเต็มโรงงานจนมองไม่เห็นเนื้อดีแล้ว กลายเป็น‘พังผืด’ซึ่งแข็งโป๊ก ไม่ยืดหยุ่น
สุดท้ายจะเข้าสู่ภาวะตับแข็ง พอแผลเป็นพังผืดมันเยอะขึ้นเรื่อยๆ เลือดก็ไหลเวียนไม่ได้ เครื่องจักรในโรงงานโดนพังผืดพันจนขยับไม่ได้ จากตับนุ่มนุ่มเด้งดึ๋งก็กลายเป็นก้อนตะปุ่มตะป่ำ ของเสียเริ่มค้างในโรงงานจน ‘ตัวเหลืองตาเหลือง’ เป็นดีซ่าน แถมน้ำเริ่มนองในโรงงานจนเกิดอาการท้องมาน นี่แหละครับคือตับแข็งของจริง
ตับแข็งไม่ได้เกิดขึ้นปุ๊บปั๊บในวันเดียว แต่มันคือการที่เราขยันซ้ำเติมตับตัวเองอย่างต่อเนื่องจนตับบอกว่าไม่ไหวแล้ว พอแล้ววว รวยแล้ว รวยไม่ไหวแล้ววว อันนี้ไม่เกี่ยวนะครับหยอกๆ
ในที่สุดตับก็ขอยื่นใบลาออกจากการเป็นตับ ด้วยการกลายเป็นก้อนหินซะเลย
วิธีป้องกันคือต้องเพลาการชนแก้วลงบ้าง ให้ตับได้มีเวลาพักหายใจหายคอ ลดหวานลดมันอย่ากินจนไขมันไปพอกตับ หมั่นออกกำลังกาย และที่สำคัญอย่าลืมไปตรวจเช็กไวรัส หรือตรวจสุขภาพนะคร้าบบบบ

ที่อยู่

ถนนธนาลัย
Chiang Rai
57000

เวลาทำการ

จันทร์ 07:00 - 13:00
อังคาร 07:00 - 13:00
พุธ 07:00 - 13:00
พฤหัสบดี 07:00 - 13:00
ศุกร์ 07:00 - 13:00
เสาร์ 07:00 - 13:00
อาทิตย์ 07:00 - 13:00

เบอร์โทรศัพท์

+6653740548

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Chiang Rai Laboratory - เชียงรายแล็บผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Chiang Rai Laboratory - เชียงรายแล็บ:

แชร์

ประเภท