09/09/2025
การคลอดบุตร คือการ ‘ถอน’ ฮอร์โมนออกจากร่าง บางคนเลยมีภาวะอารมณ์แปรปรวนหลังคลอด (Maternal blue) ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้ (Postpartum depression: PPD)
🤰 ช่วงตั้งครรภ์ร่างของผู้หญิง จะอาบด้วยมวลมหาฮอร์โมน จนขนาดอวัยวะ/การทำงานของอวัยวะ/จิตใจ เพิ่มขึ้นชั่วคราว จะเรียกว่าเป็น Supersoldier เพื่อฟูมฟักลูกน้อยก็คงไม่ผิดนั้น
Estrogen (Estriol) และ Progesterone ที่สูงมาก ทั้งช่วยให้การตั้งครรภ์ดำเนินไปด้วยดี แถมยังช่วยสร้างสาร Allopregnanolone ช่วยทำให้สารสื่อประสาท GABA ยับยั้งสมองหลายจุดได้ดีขึ้น (โดยเฉพาะ BNST/Amygdala) ทำให้ควบคุมความกังวลได้ สงบ เพื่อให้ตัวเองดีที่สุดเพื่อลูกน้อย
ช่วงใกล้จะคลอด รกจะผลิตฮอร์โมน (CRH) เร่งแกนฮอร์โมนเครียดของแม่แบบรุนแรง ทำให้มี Cortisol สูงมากขึ้น แล้ว Cortisol ก็จะวนมาเพิ่ม CRH จากรกอีก วงจรนี้นี่แหละ ทำให้ต่อมหมวกไตได้รับการกระตุ้นจนสร้างสารตั้งต้น (DHEA) มาจำนวนมาก ซึ่งจะเปลี่ยนเป็น Estrogen สูงมาก ประสานงานให้กล้ามเนื้อมดลูกสามัคคีกัน (Gap junction) เพื่อรอรับฮอร์โมนสุดท้าย นามว่า Oxytocin มาสั่งการคลอด
🤱 และจากคลอดลูกน้อยออกไปแล้ว แม่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนมหาศาลค่ะ
1️⃣ เหล่าฮอร์โมนเพศ (Estrogen, progesterone) ดรอปฮวบๆ ทำให้เจ้า Allopregnanolone ที่คอยกดสมองให้สงบนั้นหายไป ทำให้ความคิดความกังวลต่างๆ ปะทุขึ้นมาตอนนั้น
2️⃣ ฮอร์โมน CRH จากรกที่กระตุ้นแม่รุนแรง หายไป… ทำให้ระบบแกนฮอร์โมน cortisol ของแม่ ‘รวน’ บางคนก็ต่ำไปเลย บางคนก็สูงลอย บางคนก็ขึ้นลงไม่เป็นไปตามจังหวะ (Circadian rhythm)
3️⃣ Estrogen ที่ต่ำ + Cortisol ที่มีจังหวะผิดปกติ ทำให้ ‘วิถีการสร้าง serotonin’ เปลี่ยนไป แทนที่สารตั้งต้นอย่าง Tryptophan จะสร้างจนได้ Serotonin กลับชิฟไปสร้างเป็น Quinolinic acid ซึ่งตัวนี้ จะเร่งการอักเสบของสมอง (กลไกนี้ไม่ได้รุนแรงมากใน maternal blue แต่จะแรงมากใน PPD)
🧠 ผลลัพธ์คือทำให้สมองหลายจุดทำงานผิดปกติ
1️⃣ สมองส่วน BNST/Amygdala ที่ประสานงานให้นำเรื่องไกลตัวมาคิด ทำงานรุนแรงเพราะขาด Allopregnanolone ที่คอยกดเอาไว้ ความกังวลเลยปะทุสารพัด ยิ่งลูกคนแรกนี่ยิ่งหนักเพราะขาด ‘ความทรงจำเชิงทักษะ’ ที่เคยเลี้ยงลูกมาช่วย ทำให้ทุกอย่างเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน กังวลสารพัด จึงทำให้อารมณ์แปรปรวนง่าย
2️⃣ การเชื่อมต่อระหว่าง pgACC/sgACC กับ reward system ทำงานลดลง ทำให้เริ่มทำอะไรก็ไม่ค่อยสุข อาการเกือบจะสิ้นยินดีในซึมเศร้าละค่ะ แต่ไม่รุนแรงเท่า แต่มันจะทำให้คาดหวังแล้วผิดหวังได้ง่าย แล้วเปิดโทนไปในทางเศร้าแทน
3️⃣ ไม่มีตัวเบรก Insula ซึ่งเจ้านี่นี่แหละค่ะ ที่ทำให้ ‘สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นในสมอง’ คิดอะไรเชิงลบ ก็ขุดขึ้นมาเสมอ ยิ่งเป็นเรื่องแนวๆ ลูก ยิ่งหวั่นไหว
💡 และทั้งหมดนี้เรียกว่า ภาวะอารมณ์แปรปรวนหลังคลอดบุตร (Maternity blues หรือ baby blues) - อารมณ์หวั่นไหวง่าย เศร้าง่าย กังวลหนักๆ มีปัญหาการนอน ซึ่งเป็นชั่วคราวประมาณ 3-10 วัน จนกว่าระบบสมองจะ ‘ชิน’ กับสภาพตอนไม่ตั้งครรภ์อีกครั้ง
ภาวะนี้พบได้เฉลี่ยคือ 39% เลยค่ะ (ตาม paper ต่างชาตินะคะ) แต่ความรุนแรงมากน้อยต่างกัน โดยคนที่มีประวัติมีอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) ในระดับรุนแรง (PMDD) จะยิ่งเสี่ยงสูง เพราะสมองมันไวต่อการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนมาตั้งแต่แรกแล้ว
⚠️ จุดสำคัญที่สุดคือ คนที่มีภาวะ Baby blues เพิ่มปัจจัยเสี่ยงที่จะพัฒนาไปเป็น Postpartum depression (PPD) ในอนาคต โดยเฉพาะมีปัจจัยเสี่ยงของ Depression อยู่แล้ว (พันธุกรรม/ประสบการณ์เลวร้ายวัยเด็ก/เครียดเรื้อรัง ช่วงก่อนตั้งครรภ์)
โดยภาวะซึมเศร้าหลังคลอด จะเกิดภายใน 4-12 สัปดาห์หลังคลอด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของสมองจะรุนแรงเท่าโรคซึมเศร้าเลยค่ะ คือมีการฝ่อหลายจุดในสมอง ทำให้เกิดอาการต่างๆ เต็มสตรีมคือ เศร้า สิ้นยินดี ปัญหาการนอน รู้สึกไร้ค่า อยากทำร้ายตัวเอง ฯลฯ
🌷 ดังนั้นหมั่นสังเกตตัวเองเสมอนะคะ ว่าเกิดอะไรขึ้นในจิตใจเรา ภาวะนี้สามารถหายไปเองได้ แต่ถ้าเกิน 2 สัปดาห์แล้วยังดูไม่หาย และเป็นรุนแรงขึ้น อาจจะเป็น PPD ไปแล้ว ควรพบจิตแพทย์นะคะ