ดูแลดวงตากับเอเดอร์รี่

ดูแลดวงตากับเอเดอร์รี่ บำรุงทุกสายตา ดูแลสุขภาพตา ให้แข็ง?

จุดเริ่มต้นของการดูแลสายตา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ดวงตาของคุณกลับมาแข็งแรงอีกครั้งด้วยสูตรพิเศษสุด ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อผู้ที่มีปัญหาดวงตาโดยเฉพาะ คุณจะได้รับผลลัพธ์ในการมองเห็นที่ดีขึ้น และยังสามารถช่วยป้องกันโรคต่างๆเกี่ยวกับดวงตาได้อีกเช่น ป้องกันโรคต้อกระจก ต้อลม และต้อเนื้อ ป้องกันอาการแพ้แสง และตาแห้ง ป้องกันการเสื่อมของดวงตา และป้องกันโรคอื่นๆที่เกี่ยวกับดวงตาอีกมากมาย

👁 สินค้าดูแลดวงตา ลูกค้าที่รอสินค้า ตอนนี้มาแล้วค่ะ สินค้าพร้อมส่งค่ะ
02/04/2021

👁 สินค้าดูแลดวงตา ลูกค้าที่รอสินค้า ตอนนี้มาแล้วค่ะ สินค้าพร้อมส่งค่ะ

6 วิธีหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดอาการตาแห้ง1.พักสายตาหลังใช้สายตาอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือหรือทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร...
02/04/2021

6 วิธีหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดอาการตาแห้ง

1.พักสายตา

หลังใช้สายตาอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือหรือทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ การพักระยะก็มีความสำคัญ แม้แต่การจ้องอยู่หน้าจอก็ให้กระพริบตาบ่อยๆ และหยุดพักสายตาบ้าง

2.อย่าให้ดวงตาสัมผัสกับลม

อาการตาแห้งอาจไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ก็มีวิธีที่จะป้องกันที่จะช่วยคุณรักษาอาการนี้ได้ ซึ่งน้ำตาสามารถระเหยได้เหมือนกับของเหลวทั่วไป วิธีการรักษาความชุ่มชื้นให้กับดวงตาง่ายๆ คือ อย่าให้ดวงตาสัมผัสกับลมโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องทำความร้อนในรถ ไดร์เป่าผม ไอน้ำ และลมจากเครื่องปรับอากาศ

3.ใส่แว่นกันแดด

อาการตาแห้ง ควรใส่แว่นกันแดดเมื่อออกไปเจอกับแสงแดด หรืออาจจะหาซื้อแว่นแบบพิเศษจากจักษุแพทย์ ซึ่งแว่นแบบพิเศษจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นโดยการสร้างจุดเก็บความชื้นรอบๆ ดวงตาของคุณ

4.หลีกเลี่ยงการทำให้ดวงตาระคายเคือง

ผู้ที่มีอาการตาแห้งควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ซึ่งจะไปทำลายน้ำตาและก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอีกมากมาย ที่สำคัญคือควรหลีกเลี่ยงการขยี้ตา ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้แบคทีเรียจากนิ้วและเล็บมือกระจายเข้าสู่ดวงตาของคุณ

5.ตรวจสอบความพอดีของคอนแทคเลนส์

คนที่ใส่คอนแทคเลนส์อาจจะต้องเจอกับปัญหาตาแห้ง ลองตรวจสอบดูว่าขนาดและวัสดุที่นำมาทำคอนแทคเลนส์นั้นเหมาะสำหรับดวงตาแค่ไหน? คุณควรจะไปหาจักษุแพทย์เพื่อของความช่วยเหลือเกี่ยวกับการใส่และการเลือกคอนแทคเลนส์ให้เหมาะสม

6.เพิ่มความชุ่มชื่นให้ดวงตา

ใช้ยาหยอดตาก่อน แล้วเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ต้องใช้สายตาเพื่อป้องกันอาการตาแห้ง พยายามกระพริบตาให้บ่อยเพราะจะช่วยให้น้ำตาออกบ่อยขึ้น ซึ่งการใช้น้ำตาเทียมเหมือนยาหยอดตาก็เพื่อหล่อน้ำในตาของคุณให้ชุ่มชื้นเสมอ หากไม่ใช้น้ำตาเทียมก็สามารถใช้ยาป้ายตาซึ่งจะอยู่นานกว่ายาหยอดตา โดยอาจจะต้องการใช้เฉพาะตอนนอน

สายตาเพลีย ↪สาเหตุของสายตาเพลียมีปัจจัยสำคัญ 3 ประการ คือ        1. สภาวะแวดล้อม🔺              1.1 แสงสว่างและทิศทางของแ...
08/06/2019

สายตาเพลีย

↪สาเหตุของสายตาเพลีย

มีปัจจัยสำคัญ 3 ประการ คือ

1. สภาวะแวดล้อม🔺
1.1 แสงสว่างและทิศทางของแสงในขณะทำงาน ความเข้มของแสงที่ช่วยในการทำงาน ควรมีระดับที่พอเหมาะ ไม่สว่างจ้าจนระคายตาหรือสลัวจนมองไม่ชัด สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือทิศทางของแสงสว่าง หากผู้ทำงานถนัดขวา แสงควรส่องมาทางซ้ายมือ เพราะหากแสงเข้ามาทางด้านหน้าแล้วตกกระทบลงบนสิ่งที่เรามอง แสงจะสะท้อนเข้าตาเราจึงทำให้เกิดอาการตาพร่าได้
1.2 ลักษณะของงานที่ทำ หากเป็นสิ่งของที่มีขนาดเล็ก มีรายละเอียดมาก หรือใช้ตัวอักษรขนาดเล็กมาก ทำให้ต้องเพ่งมองใกล้กว่าปกติเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น จึงทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนักเพื่อปรับภาพให้ชัดเจนจึงเกิดอาการตาเพลียได้ง่าย
1.3 สีสันของสิ่งที่มองหรืออ่าน หากสีกลมกลืนกับพื้นหลังทำให้ตาต้องใช้ความพยายามในการจำแนกมากขึ้น
1.4 การเคลื่อนไหวในขณะที่มอง กล้ามเนื้อตาต้องทำงานมากเพื่อจับภาพ ทำให้อาการสายตาเพลียเกิดได้บ่อยเช่น การอ่านหนังสือบนรถที่กำลังวิ่งอยู่ เป็นต้น
1.5 การที่มีลมโกรกตา อาจเป็นพัดลมหรือลมจากเครื่องปรับอากาศก็ทำให้เกิดอาการตาแห้งได้ สร้างความรำคาญในการอ่านหนังสือและต้องเพ่งมองมากขึ้นจนมีอาการเพลียได้


2. ความผิดปกติของตา ที่มีส่วนให้กล้ามเนื้อตาต้องทำงานมากขึ้น ได้แก่ 🔺
2.1 สายตายาว ทำให้กล้ามเนื้อภายในตาต้องหดเกร็งเพื่อปรับความชัดของภาพตลอดเวลา ไม่ว่าจะดูในระยะไกลหรือใกล้
2.2 สายตาผู้สูงอายุ เกิดกับผู้มีอายุ 40 ปี ขึ้นไป ซึ่งมองใกล้ไม่ชัด ปวดตาง่าย เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อตาที่ทำหน้าที่ปรับความชัดของภาพจะมีความสามารถลดลงตามลำดับ ต้องอาศัยแว่นช่วยในการทำงานที่ระยะใกล้จึงจะเห็นชัดและสบายตา
2.3 สายตาสั้นและเอียง ทำให้ภาพไม่คมชัด สมองจะแปรผลของภาพที่ได้รับลำบาก จึงเกิดอาการมึนงงได้ และการมองเห็นไม่ชัดนี้ มักไปกระตุ้นให้กล้ามเนื้อตาหดตัว เพื่อพยายามปรับความคมให้ชัดแต่ก็ไร้ผล
2.4 ภาวะตาเหล่ซ่อนเร้น ทำให้กล้ามเนื้อที่ควบคุมการกลอกตาต้องเกร็งตัวดึงรั้งเพื่อปรับให้ตาทั้งสองข้างดูตรงอยู่ตลอดเวลา
2.5 ความไม่แข็งแรงของกล้ามเนื้อตาที่ทำหน้าที่ดึงลูกตาเข้าหากันเวลาดูในระยะใกล้
2.6 โรคตาบางชนิดที่อาจทำให้การมองเห็นไม่ปกติ เช่น โรคตาแห้ง ต้อหิน ต้อกระจก เป็นต้น


3. สาเหตุทางร่างกายและจิตใจ 🔺
การทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน ที่ต้องใช้สายตามากๆ หากพักผ่อนไม่เพียงพอก็จะทำให้ร่างกายอ่อนแอ หรือหากมีอาการเครียด ก็จะทำให้มีอาการปวดบริเวณรอบๆดวงตา หรือรู้สึกปวดร้าวไปที่ขมับและท้ายทอยได้ ทั้งนี้ อาการเหล่านี้จะดีขึ้น ถ้าได้นอนพักผ่อนหรือรับประทานยาแก้ปวด โดยสาเหตุของอาการเหล่านี้ จักษุแพทย์สามารถให้การวินิจฉัยและแนะนำการรักษาที่ถูกต้องได้ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้สายตาได้เป็นปกติ ดังนั้น จึงควรพบแพทย์เมื่อมีอาการสายตาเพลีย

อาการ
เมื่อผู้ป่วยมีสายตาเพลีย อาจมีการมองเห็นภาพหรือตัวอักษรพร่าลายเป็นพักๆ หรือบางครั้งเห็นภาพซ้อนได้ นอกจากนี้อาจเกิดอาการปวดเมื่อยตา หนังตาหนัก เคือง ระคายตา แสบตา น้ำตาไหล และบางครั้งมีอาการมึนศรีษะร่วมด้วยและมักมีอาการในช่วงบ่าย เพราะช่วงเช้าเป็นการเริ่มต้นทำงาน หลังจากได้พักผ่อนนอนหลับมาแล้ว กล้ามเนื้อทุกส่วนรวมทั้งสมองยังกระปรี้ประเปร่าเต็มที่ แต่พอช่วงบ่ายความล้าที่สะสมจากการใช้สายตาต่อเนื่องในช่วงเช้า ประกอบกับความเครียดและความเร่งรีบจากการทำงานและสภาพอากาศที่ร้อน ก็มีส่วนกระตุ้นให้เกิดอาการสายตาเพลียได้ง่ายขึ้น

วิธีการรักษา
1. ควรไปตรวจกับจักษุแพทย์เพื่อทราบว่ามีสาเหตุจากโรคตาอื่นหรือไม่
2. การใช้สายตาอ่านหนังสือ หรือทำงานมากๆ ไม่ก่อให้เกิดอันตราย หรือเกิดโรคตาใดๆ รวมทั้งมิได้ทำให้สายตาแย่ลงเพียงแต่ทำให้ไม่สบายตา รู้สึกหงุดหงิด ประสิทธิภาพการทำงานลดลง การรักษาที่ดีที่สุด คือ การป้องกันโดยการใช้แสงสว่างให้พอเหมาะและมีทิศทางที่ถูกต้อง สิ่งที่ดูควรมีระยะห่างจากตาประมาณ 35 เซนติเมตร และพักสายตาโดยการหลับตาหรือมองไกลประมาณ 20 ฟุต ทุก 20 นาที เป็นเวลา 20 วินาที ควรเปลี่ยนอิริยาบทเพื่อให้กล้ามเนื้อตาได้คลายตัวบ้าง การกระพริบตาบ่อยๆระหว่างทำงานก็จะช่วยให้ตาไม่แห้งและสามารถทำงานนานๆได้โดยไม่แสบตา

ปัจจุบันมีการใช้คอมพิวเตอร์กันแพร่หลาย ฉะนั้น ควรวางให้อยู่ในบริเวณที่ไม่มีแสงจากภายนอกสะท้อนเข้ามารบกวนตาขณะทำงาน ควรครอบหน้าจอด้วยแผ่นกรองแสงสะท้อนปรับความสว่างของจอให้มากกว่าความสว่างในห้องประมาณ 3 เท่า ปรับระดับความสูงและมุมการมองของจอ รวมทั้งความสูงของคีย์บอร์ดและเก้าอี้ ควรมีพนักพิงหลังที่ดีเพื่อลดการปวดหลังและควรได้สัดส่วนที่พอเหมาะให้ผู้ใช้งานอยู่ในอิริยาบถที่สบายที่สุด และตาควรอยู่ห่างจากจอประมาณ 30 - 35 เซนติเมตร และต้องพักสายตาเป็นระยะๆ

3. การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ รับประทานอาหารครบหมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอตลอดจนมีจิตใจแจ่มใส ย่อมเอื้ออำนวยให้สามารถใช้สายตาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ตากแดดกันเถอะ!! 9 ประโยชน์จากแสงแดดที่คุณนึกไม่ถึง ของดีหาง่ายและไม่เสียตังเชื่อว่าคนไทยเราต่างก็กลัวแสงแดดทั้งนั้น กลัว...
14/05/2019

ตากแดดกันเถอะ!! 9 ประโยชน์จากแสงแดดที่คุณนึกไม่ถึง ของดีหาง่ายและไม่เสียตัง

เชื่อว่าคนไทยเราต่างก็กลัวแสงแดดทั้งนั้น กลัวผิวคล้ำบ้างล่ะ กลัวเป็นมะเร็งบ้างล่ะ ทั้งๆที่เราไม่รู้กันเลยว่าครีมกันแดดที่เราใช้กันนั้นก็มีสารก่อมะเร็งอยู่ เช่นกัน แล้วตกลงเราจะไว้ใจใครดีล่ะ แดด หรือ ครีมกันแดด

เอาเป็นว่าทั้งสองอย่างนี้ต่างก็มีคุณและโทษของมันอยู่ในตัวแล้วกะนนะคะ สำหรับโลชั่นทากันแดดเราก็คงรู้อยู่แล้วว่ามีไว้ใช้กันแดด แต่เราเชื่อว่าหลายๆคนยังไม่รู้คุณประโยชน์ของแสงแดดอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น Girlsallaround.com ถึงได้เอามาแบ่งปันให้ได้ชมกัน ไปดูกันเลยค่ะ

1. แสงแดดป้องกันมะเร็ง

Drs. Frank และ Cedric Garland เปิดเผยว่าการหลีกเลี่ยงและขาดแคลนแสงแดดนี่แหล่ะที่ทำให้คน New York มีอัตราการเกิดโรคมะเร็งมากกว่าคนใน New Mexico นั่นเป็นเพราะแสงแดดนั้นจะช่วยในการสร้างวิตามิน D ซึ่งเจ้านี่คือวิตามินป้องกันมะเร็งเลยล่ะ

2. แสงแดดขจัดความผิดปกติต่างๆของร่างกาย

นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมชาวต่างชาติจึงมักมานอนอาบแดดที่บ้านเรานักหนา ก็เพราะเจ้าวิตามิน D นี่แหล่ะค่ะที่พวกเขาต้องการ ไม่ได้เสียเงินเสียทองแค่นอนอาบแดด และเป็นเพราะว่า วิตามิน D นั้นมันป้องกันได้สารพัดโลกเลยล่ะ เช่น โรคจิตเสื่อม ฟังผุ และยังเพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ร่างกายด้วยนะ

3. แสงแดดสลายความเศร้าสร้อยหดหู่

เมื่อแสงแดดเข้ามากระทบที่จอประสาทตาของเรา ก็จะมีการกระตุ้นให้เกิดการสร้างสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Serotonin ซึ่งสารดังกล่าวจะมีผลทำให้อารมณ์และความรู้สึกของเราดีขึ้นอีกด้วย รู้อย่างนี้ก็เลิกกินยาแก้เครียดและออกไปสูดบรรยากาศสายลมและแสงแดดบ้างจะดีกว่านะคะ

4. แสงแดดฆ่าแบคทีเรีย

จริงๆแล้วนี่เป็นสิ่งที่คู่คนไทยมานานแสนนานเพราะเมื่อเราต้องการทำความสะอาด หรือฆ่าเชื้อแบคทีเรียราก็จะนำสิ่งของนั้นๆไปตากแดดกันเป็นประจำ มากไปกว่านั้นจากผลงานที่รับรางวัลโนเบลในปี 1903 ของ Niels Finsen ยังยืนยันให้เราได้เห็นอีกว่าแสงแดดนั้นใช้รักษาโรคได้หลายโรคเลยดีเลยทีเดียวเชียว ดีกว่าความร้อนสูงๆอีกด้วยนะ

5. แสงแดดช่วยให้อายุยืนยาว

ใครจะไปเชื่อแต่มันก็เกิดขึ้นจริงๆและพิสูจน์มาแล้วโดยมหาวิทยาลัย Graz ใน Austria ที่ได้สำรวจอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจหลายพันคน พบว่ากลุ่มผู้ป่วยที่มีปริมาณวิตามิน D น้อยนั้น มักจะเสียชีวิตเร็วกว่า รู้อย่างนี้

โรคน้ำตาคลอ เคยเป็นกันมั้ย??มิได้หมายความถึง โรคขี้ร้องไห้ หรือขี้แยมิใช่โรคที่เกิดจากผงเข้าตา หรือเยื่อตาอักเสบ และก็ไม...
12/05/2019

โรคน้ำตาคลอ เคยเป็นกันมั้ย??

มิได้หมายความถึง โรคขี้ร้องไห้ หรือขี้แย
มิใช่โรคที่เกิดจากผงเข้าตา หรือเยื่อตาอักเสบ
และก็ไม่ใช่โรคที่เกิดจากขนตาเก ทิ่มเข้าไปด้านใน หรือเปลือกตาม้วนเข้าด้านในเช่นกัน หากแต่.....

โรคน้ำตาคลอ หมายถึง “โรคท่อน้ำตาตัน” เป็นโรคที่พบว่า ตาข้างหนึ่งข้างใดมีน้ำตาคลอ คอยแต่จะเอ่อท้นออกมาบริเวณหัวตา หรือเปลือกตาล่างตลอดเวลา น้อยคนที่จะเป็นพร้อมกันทั้งสองข้าง คนไข้จะบ่นกับแพทย์ผู้ตรวจว่าวัน ๆ เช็ดแต่น้ำตา ไม่รู้มันท้นมาจากไหนกัน? เช็ดหรือซับน้ำตาจนบางครั้งเปลือกตาแดงช้ำ และพลอยอักเสบส่งไปเลยก็มี

อะไรคือสาเหตุ?
ก่อนจะทราบว่าอะไรคือสาเหตุควรจะทราบคร่าว ๆ ว่า ลูกตาของคนเรามีระบบการสร้างและขับน้ำตาอย่างไรเสียก่อน

น้ำตาที่หล่อเลี้ยงลูกตาให้ชุ่มชื้นหรือมีแววเป็นประกายแลดูสดใส ตาสะอาด ไม่กระด้างและแห้งเหมือนตาคนตาย ก็เพราะมีน้ำตาคอยหล่อเลี้ยงนี่แหละครับ น้ำตาที่หล่อเลี้ยงลูกตาถูกสร้างมาจากต่อมน้ำตาที่มีนิวาสสถานอยู่ตรงบริเวณใต้เปลือกตาบนค่อนไปทางด้านหน้า แล้วยังซุกตัวเองอยู่ใต้เปลือกขอบกระดูกเบ้าตาอีกชั้นหนึ่งด้วย มีขนาดเท่า ๆ กับปลายนิ้วหัวมือ เป็นรูปยาวรี ไม่สามารถจะคลำได้ในภาวะปกติ นอกเสียจากเกิดการอักเสบบวม หรือเป็นมะเร็งที่ต่อม จะโตยื่นล้ำย้อยลงมาทางด้านล่าง พอจะคลำด้วยปลายนิ้วมือเราได้

ตัวต่อมน้ำตาจะมีท่อขับน้ำตาที่สร้างแล้วให้น้ำตาไหลซึมเพื่อหล่อเลี้ยงลูกตาด้านหน้าอยู่ประมาณ 10-12 ท่อเล็ก ๆ เมื่อน้ำตาถูกขับมาจากต่อม จะไหลลงมาเคลือบตาด้านหน้าดังกล่าวแล้ว จากนั้นด้วยกลไกการกะพริบตาของคนเรา ทำให้น้ำตาที่หล่ออยู่ถูกขับออกไป โดยจะไหลเข้าสู่รูเปิดของทางเดินน้ำตา ซึ่งมีอยู่บริเวณหัวตาทั้งบนและล่าง
ถ้าท่านส่องกระจกดูตาตัวเอง แล้วเอานิ้วชี้ดึงเปลือกตาล่างให้แบะลงโดยเฉพาะตรงบริเวณหัวตา จะมองเห็นมีรูเล็ก ๆ ตรงขอบตาหนึ่งรู รูนี้แหละที่จะเป็นทางให้น้ำตาที่ถูกขับไล่ด้วยการกะพริบตา หรือหลับตาแรง ๆ ไหลเข้าสู่ท่อใหญ่ซึ่งซุกอยู่ชิดกระดูกดั้งจมูกแล้วไหลลงล่างตามท่อส่งออกเข้าสู่โพรงจมูก เป็นอันสุดท้าย

ขอบเปลือกตาด้านบนจะมีรูเปิดเล็ก ๆ หนึ่งรูเช่นเดียวกับด้านล่างและอยู่ตรงกันพอดี ช่วยขับน้ำตาเข้าสู่ท่อใหญ่ไหลลงสู่โพรงจมูกเช่นเดียวกับรูที่เปลือกตาล่างส่วนตาอีกข้าง ก็จะมีลักษณะของการสร้างและขับน้ำตาเช่นเดียวกัน
เหตุที่ทำให้น้ำตาท้นเอ่อเข้าตาอยู่ตลอดเวลา ก็จะมีต้นตอมาจากภาวการณ์อุดตันของรูเปิดบริเวณหัวตาทั้งด้านล่างที่กล่าวนี้แหละครับ ทำให้น้ำตาไหลผ่านเข้าสู่ท่อใหญ่ใกล้ดั้งจมูกไมได้ หรืออาจจะเป็นเพราะมีการอุดตันบริเวณใดบริเวณหนึ่ง นับตั้งแต่รูเปิดบริเวณหัวตาเรื่อยไปจนกระทั่งรูที่เปิดออกสู่โพรงจมูกด้านล่างโน่นเลยก็ได้

ทำไมเด็กๆจึงสายตาสั้น...ปัญหาสายตาเป็นปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลกันมากกลัวว่าลูกจะสายตาสั้น ยิ่งเด็กสมัยนี้มักใช้สายต...
11/05/2019

ทำไมเด็กๆจึงสายตาสั้น...

ปัญหาสายตาเป็นปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลกันมากกลัวว่าลูกจะสายตาสั้น ยิ่งเด็กสมัยนี้มักใช้สายตามากตั้งแต่อายุยังน้อย
ปัญหาสายตาเป็นปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลกันมากกลัวว่าลูกจะสายตาสั้น ยิ่งเด็กสมัยนี้มักใช้สายตามากตั้งแต่อายุยังน้อย ทั้งดูโทรทัศน์ ใช้คอมพิวเตอร์ เล่นเกมส์ ใช้สมาร์ทโฟน จึงพบว่าเด็กๆ มีสายตาสั้นเร็วและใส่แว่นสายตากันตั้งแต่อายุยังน้อย นอกจากสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อสายตาเด็กแล้ว กรรมพันธุ์ ก็มีส่วนทำให้เด็กมีสายตาสั้น

พญ. มัญชิมา มะกรวัฒนะ ผู้อำนวยการศูนย์จักษุรักษ์ตา ไลฟ์เซ็นเตอร์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่สาเหตุของสายตาสั้นเกิดจากความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ บิดาหรือมารดาสายตาสั้นก็จะส่งผลให้ลูกอาจสายตาสั้น อีกทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเด็กในปัจจุบันที่ใช้สายตามากกว่าปกติทั้งการอ่านหนังสือ เล่นเกมส์ ดูโทรทัศน์ ใช้คอมพิวเตอร์ ใช้สายตาอยู่กับเทคโนโลยีมากๆ ก็เป็นอีกสาเหตุทำให้เด็กมีสายตาสั้นด้วย คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตพฤติกรรมของลูกว่าเริ่มมีสายตาสั้น ได้จากพฤติกรรมการอ่านหนังสือในระยะที่ใกล้มาก หรือต้องหรี่ตาดูโทรทัศน์ ซึ่งบางรายจะมีการกระพริบตา ขยี้ตา เอียงคอ เหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่เด็กอาจมีสายตาสั้น

นอกจากสายตาสั้นแล้ว มีโรคอีกโรคหนึ่งที่เราเรียกว่า โรคสายตาสั้นเทียม ซึ่งโรคนี้เกิดจากความผิดปกติของการใช้สายตาในการมองใกล้มากเกินไป ทำให้เกิดจากการหดตัวผิดปกติของกล้ามเนื้อเล็กๆ ในลูกตา เนื่องจากมีการใช้กล้ามเนื้อเล็กๆ ในชีวิตประจำวันมากเกินไป เช่น การใช้สายตากับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ซึ่งจะส่งผลให้กล้ามเนื้อที่ควบคุมการมองใกล้ทำงานมากเกินไป ส่งผลให้กล้ามเนื้อไม่คลายตัวแม้จะไม่ได้มองใกล้แล้วก็ตาม ซึ่งก็จะทำให้เกิดสายตาสั้นเทียม ถ้าตรวจดูแล้วว่าเป็นสายตาสั้นจริงๆ ก็อาจพิจารณาให้ใส่แว่น ซึ่งการใส่แว่นไม่ได้ทำให้สายตาสั้นขึ้นสายตาจะสั้นมากขึ้นเองตามธรรมชาติของคนสายตาสั้น ไม่ว่าสายตาสั้น เอียง หรือยาว ก็เช่นเดียวกันเป็นธรรมชาติของบุคคลนั้น ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ ไม่เกี่ยวกับแว่นตา

ส่วนเรื่องการไม่ได้ใส่แว่นประจำจะมีผลต่อค่าสายตา เป็นความเข้าใจผิดกันมานาน เด็กสายตาสั้นจำเป็นต้องใส่แว่นตาเพื่อมองกระดานในขณะเรียนหนังสือ หรือต้องการมองในระยะไกลเท่านั้น การอ่านหรือเขียนหนังสือ ไม่มีความจำเป็นต้องใส่แว่นแต่อย่างใด ข้อแนะนำถ้าไม่อยากให้ลูกมีสายตาสั้นเร็ว อย่าให้เด็กหมกมุ่นกับกิจกรรมที่ใช้สายตาระยะใกล้มากเกินไป เช่น การเล่นเกมส์ คอมพิวเตอร์ การดูโทรทัศน์ ควรหากิจกรรมที่ทำในที่โล่งแจ้ง เพื่อกระตุ้นการใช้สายตาระยะไกล ถ้ามีภาวะสายตาสั้นและมองไกลไม่ชัด ควรตัดแว่นให้เด็กใส่เพื่อคุณภาพในการมองเห็นที่ดียิ่งขึ้น

แฟชั่นกันแดดอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพดวงตา!!แฟชั่นแว่นกันแดดอาจส่งผลเสีย ต่อสุขภาพดวงตานอกจากกระเป๋าใบใหญ่ รองเท้าส้นสูงปรี๊...
11/05/2019

แฟชั่นกันแดดอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพดวงตา!!

แฟชั่นแว่นกันแดดอาจส่งผลเสีย ต่อสุขภาพดวงตา
นอกจากกระเป๋าใบใหญ่ รองเท้าส้นสูงปรี๊ด กางเกงยีนส์สุดฟิต ยังมีแฟชั่นอีกชิ้นที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างคาดไม่ถึง "แว่นกันแดด" กรอบสวยที่วางขายอยู่ทั่วไป คุณคิดว่าปลอดภัยต่อดวงตาคุณแล้วหรือไม่

ทุกวันนี้จุดประสงค์ของการสวมแว่นกันแดดเบี่ยงเบนไปกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ ประดับกายหรือให้เข้ากับแฟชั่นเสื้อผ้าเท่านั้น ซึ่ง แว่นที่ผลิตจากวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานจะไม่สามารถป้องกันรังสียูวีไม่ เพียงทำให้การมองภาพผิดเพี้ยน ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุขณะขับขี่รถ ทำให้กล้ามเนื้อตาหรือประสาทตาล้า เกิดอาการข้างเคียง วิงเวียนศีรษะตามมา ที่ สำคัญหากใส่เป็นเวลานานยังเสี่ยงเกิดโรคต้อเนื้อ ต้อลม หรือต้อกระจกได้ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าแว่นกันแดดที่ใช้ได้มาตรฐานหรือไม่

🔽 เช็คคุณภาพแว่น🔽

ก่อนซื้อทุกครั้งควรดูใบแจ้งคุณภาพว่าแว่นทำจากวัสดุชนิดใดผู้ที่มีความจำ เป็น ต้องเผชิญหน้ากับแสงแดดจ้า เช่น ขับรถในเวลากลางวัน เล่นกีฬาหรือทำงานกลางเปลวแดด ควรเลือกแว่นกันแดดชนิดโพลาลอยด์ ซึ่งมีส่วนประกอบของโพลาไรซ์เพลต มีคุณสมบัติป้องกันแสงที่สะท้อนผ่านเลนส์ ไม่ทำให้สายตาพร่ามัว ทั้งยังช่วยตัดแสงที่เข้ามากระทบกับดวงตาได้ดีอีกด้วย

ป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้หรือไม่ ดูจากค่า CE บนฉลากที่ทำกับแว่น ตามหลักฐานขององค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา กำหนดไว้ว่า แว่นกันแดดที่ได้มาตรฐานอย่างน้อยต้องสามารถป้องกัน UVA ได้ 95 เปอร์เซนต์ และ UVB 99 เปอร์เซ็นต์

🔽 กรองแสงได้กี่เปอร์เซ็นต์ 🔽

หากต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความสว่างมาก เช่น นักปีนเขาควรเลือกเลนส์ที่สามารถลดความเข้มแสงได้สูงถึง 97 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการใช้งานทั่วๆไป เช่น การเดินเล่นตามชายหาดหรือขับรถ เลือกเลนส์ที่ตัดแสงได้ 70-90 เปอร์เซ็นต์ ก็นับว่าเพียงพอแล้ว

เลนส์ต้องไม่ทำให้เกิดความบิดเบี้ยวหรือกระจายสีรุ้ง วิธี การตรวจสอบความบิดเบี้ยวทำได้ง่ายๆ โดยการจ้องมองเลนส์ข้างหนึ่งไปยังภาพวัตถุที่เป็นเส้น(เช่น แนวเส้นกระเบื้องปูพื้น) จากนั้นขยับแว่นช้าๆ เลนส์ที่ดีต้องไม่ทำให้เส้นตรงนั้นเปลี่ยนเป็นคดงอในขณะขยับแว่น

🔽เลือกสีเลนส์ให้เหมาะ🔽

เลนส์สีชา น้ำตาล หรือเทา ไม่ เพียงเหมาะสวมใส่ในสภาพแดดจ้า โดยเฉพาะแดดชายทะเลหรือบนภูเขา แว่นกันแดดที่มีกระจกเลนส์สีนี้จะช่วยให้มองเห็นโครงร่างต่างๆ ของวัตถุได้อย่างชัดเจน ในวันที่ท้องฟ้าขมุกขมัวมีหมอกจัด แว่นชนิดนี้ยังทำหน้าที่เสมือนไฟตัดหมอกของรถยนต์ช่วยให้ผู้สวมใส่มองเห็น ได้ชัดเจนขึ้น

↪ เลนส์สีเหลืองหรือทอง เหมาะกับการใช้ในภูมิประเทศที่มีหิมะ ไม่เหมาะใส่ขณะขับรถ เพราะอาจทำให้การมองสีไฟจราจรผิดเพี้ยนไป

↪ เลนส์ม่วงหรือสีกุหลาบ เหมาะกับใช้ในการเดินป่าล่าสัตว์หรือเล่นกีฬาทางน้ำ

↪ เลือกเลนส์คุณภาพดี อาจจ่ายแพงหน่อย แต่แลกกับสุขภาพตาคู่สวย ถือว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

ปัญหาสายตาสองข้างไม่เท่ากันปัญหาอย่างหนึ่งในเรื่องของสายตาที่ค่อน ข้างซับซ้อนก็คือ ปัญหาของการมีค่าสายตาสองข้างที่ต่างกั...
10/05/2019

ปัญหาสายตาสองข้างไม่เท่ากัน

ปัญหาอย่างหนึ่งในเรื่องของสายตาที่ค่อน ข้างซับซ้อนก็คือ ปัญหาของการมีค่าสายตาสองข้างที่ต่างกัน หรือทางคลินิกเราเรียกว่า Anisometropia โดยนิยามจะหมายถึงการที่ตาสองข้างมีค่าสายตาที่ต่างกันนั้นเอง โดยทั่วไปเราจะแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดด้วยกัน คือ

1. Anisometropia คือ มีค่าสายตาทั้งสองข้างที่ต่างกันแต่มีสายตาประเภทเดียวกัน เช่น สายตาสั้นหรือสายตายาวทั้งสองตาเหมือนกัน แต่มีค่าสายตาสองข้างที่ต่างกัน ตัวอย่างเช่น ข้างขวามีค่าสายตา -1.00 D และข้างซ้ายมีค่าสายตา -3.50 D หรือ ข้างขวามีค่าสายตา +0.50 D ข้างซ้ายมีค่าสายตา +2.50 D

2. Antimetropia คือ มีทั้งค่าสายตาและประเภทของสายตาทั้งสองข้างที่แตกต่างกัน โดยมีข้างหนึ่งเป็นสายตาสั้นแต่อีกข้างหนึ่งจะเป็นสายตายาว เช่น ข้างขวามีค่าสายตาสั้น -3.50 D ในขณะที่ข้างซ้ายมีค่าสายตายาว +1.00 D

อย่างไรก็ตามในทางคลินิกเราอาจจะเรียกทั้งสองประเภทนี้รวมๆ กันว่า Anisometropia

อาการและอาการแสดง

ใน คนที่เป็น Anisometropia อาการและอาการแสดงของแต่ละคนนั้น ส่วนใหญ่จะแตกต่างกันค่อนข้างมากและอาการอาจไม่สัมพันธ์โดยตรงกับระดับความ ต่างกันของค่าสายตาที่มีก็ได้ ในบางคนอาจไม่แสดงอาการเลยก็เป็นได้ จนกว่าจะได้รับการตรวจสายตาในครั้งแรกจึงจะพบว่า แต่หากในบางคนที่มีการแสดงอาการเราจะสามารถพยากรณ์ความรุนแรงหรือผลที่จะ เกิดขึ้นได้

โดยทั่วๆ อาการที่พบ คือ

- มีโอกาสพบการใช้สลับตาได้โดยเฉพาะที่มีตาข้างหนึ่งมองเห็นได้ปกติ
- ในเด็กที่เป็น Anisometropia และมีตาข้างหนึ่งมองเห็นปกติ มักจะละเลยความผิดปกติของตาอีกข้างที่มองเห็นด้อยกว่า
- มีอาการมองเห็นภาพซ้อนในรายที่มี Anisometropia ที่รุนแรง
- Anisometropia ที่มากกว่า 6.0 D และไม่ได้รับการแก้ไข มีโอกาสที่ตาข้างที่เห็นด้อยกว่าเกิดการตัดรับภาพ หรือ Suppression ได้และเกิดอาการตาเหล่ตาเขตามมาได้
- ในเด็กที่เป็นสายตายาวทั้งสองข้างมีโอกาสสูงที่จะเกิดปัญหาสายตาขี้เกียจ
- กว่าครึ่งหนึ่งในคนที่เป็น Anisometropia จะมีอาการตาเหล่ตาเขร่วม
- ในคนที่มีสายตาข้างหนึ่งเป็นสายตายาวอาจมีอาการล้าตาจากการทำงานหนักของระบบเพ่ง เพื่อให้ตาสองข้างเห็นได้ใกล้เคียงกัน
- ผลของ Image Difference จากการแก้ไขด้วยแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน
- ผลของ Prism Effect ที่เกิดบนเลนส์แว่นตา ทำให้เกิดการไม่สบายตา การเห็นภาพซ้อน โดยเฉพาะในเลนส์สอง ชั้นได้

โดยสรุปการแก้ไขค่าสายตาในคนที่เป็น Anisometropia ควรพิจารณาดังนี้

- ปัญหาค่าสายตาจากความยาวของกระบอกตาที่ผิดปกติ จะได้ประโยชน์จากการใช้แว่นสายตา
- การใช้คอนแทคเลนส์จะเหมาะสมในคนที่มีปัญหาสายตาผิดปกติที่ไม่ได้มาจากความยาวของกระบอกตาที่ผิดปกติ
- คนที่มีค่าสายตาสองข้างต่างกันไม่สูงมากนัก การใช้คอนแทคเลนส์เป็นทางเลือกที่ดี
- ในเด็กให้จ่ายเต็มค่าสายตาทั้งสองข้างเพื่อการป้องกันการเกิดปัญหาของ Suppression และ สายตาขี้เกียจในผู้ใหญ่อาจจะลดค่าสายตาในข้างที่เป็นตารองลงเพื่อลดอาการที่ มีอยู่ให้ลดลง
- Anisometropia จะใช้เวลาในการปรับตัวให้เข้ากับแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์นานกว่าปัญหาสายตาอื่นๆ

5 จากการใช้มือถือในที่มืดนานๆไม่ว่าจะวัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน หรือแม้กระทั่งวัยสูงอายุ ตอนนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนคงจะ...
09/05/2019

5 จากการใช้มือถือในที่มืดนานๆ

ไม่ว่าจะวัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน หรือแม้กระทั่งวัยสูงอายุ ตอนนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนคงจะมีสมาร์ทโฟนกันคนละอย่างน้อย 1 เครื่อง หรือใครอาจจะมีเป็นแท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คไปเลย แต่อาการเสพติดโลกออนไลน์ ทำให้เราใช้สมาร์ทโฟนไม่ใช่แค่เพียงพูดคุยผ่านเสียงกันอีกต่อไป

เมื่อเราต้องพิมพ์ ต้องจ้อง ต้องเลื่อนดูภาพไปมาตลอดเวลา แม้กระทั่งเวลาก่อนนอนบนเตียง ทำให้ภาพการเล่นมือถือในห้องนอนเป็นภาพที่คุ้นตา แต่หากเราขี้เกียจถึงขนาดปิดไฟแล้วก็ยังคงนอนเล่นมือถืออยู่ต่อไปอีกสักพัก นานเข้า บ่อยเข้า จะส่งผลเสียอะไรต่อสุขภาพตาของเราบ้าง

↪อันตรายจากการใช้มือถือในที่มืดนานๆ

1. เสี่ยงต่ออาการแสบตา ตาแห้ง น้ำตาไหล

2. ปวดกระบอกตา ปวดศีรษะ

3. สายตาไม่ชัด พร่ามัว หรือสายตาสั้นมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

4. มีโอกาสเป็นโรคต้อหิน

5. เส้นประสาทตาถูกทำลาย จนการมองเห็นพร่ามัวมากขึ้น

6. อาจมีความเสี่ยงที่จะตาบอดได้ด้วย (แต่ไม่ได้เป็นมะเร็งที่ตา)



🔊วิธีหลีกเลี่ยงจากอันตรายของการใช้สมาร์ทโฟนในที่มืด

1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมง

2. ดื่มน้ำบ่อยๆ เพิ่มความชุ่มชื่นในตา หรือหากท่านใดตาแห้งมากๆ หรือใส่คอนแทคเลนส์ ควรใช้น้ำตาเทียมเมื่อมีอาการตาแห้ง

3. ควรเปิดไฟในห้องให้มีความสว่างเพียงพอ

4. ไม่ควรนอนหงายเล่นสมาร์ทโฟน เพราะหน้าจอจะไม่ได้รับแสงสว่างจากโคมไฟบนเพดาน แม้กระทั่งนอนตะแคงก็อาจทำให้ดวงตาต้องเพ่งจ้องที่หน้าจอหนักกว่าปกติเหมือนกัน

5. ไม่ควรจ้องหน้าจอโทรศัพท์นานจนเกินไป ควรมีการพักสายตาบ้าง ทุกๆ 20-30 นาที

ดวงตาของเรามีแค่คู่เดียว อย่าใช้งานหนักจนลืมให้ความสำคัญกันนะคะ เพราะหากดวงตามีปัญหาขึ้นมา เราจะต้องมานั่งเสียใจว่าทำไมตอนนั้นถึงทำอย่างนี้ รู้งี้ไม่ทำดีกว่า ถึงตอนนั้น็อาจจะสายไปแล้วก็ได้ค่ะ

การรักษาตาบอดสีตาบอดสีที่เกิดจากกรรมพันธุ์ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แพทย์หรือจักษุแพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยสวมแว่นตาหรือค...
07/05/2019

การรักษาตาบอดสี

ตาบอดสีที่เกิดจากกรรมพันธุ์ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แพทย์หรือจักษุแพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยสวมแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ที่มีเลนส์กรองแสงบางสีออกไป ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยมองเห็นสีได้ชัดขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยมองเห็นสีได้เหมือนคนปกติ แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นตาบอดสีที่มีสาเหตุมาจากสภาวะหรือโรคประจำตัวอื่น ๆ อย่างโรคเบาหวานตา แพทย์จะรักษาจากสาเหตุหลักของโรค เพื่อช่วยให้อาการโดยรวมดีขึ้นและบรรเทาอาการแทรกซ้อนทางสายตาให้ดีขึ้นด้วย

นอกจากนี้แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยใช้เทคนิคการจดจำตำแหน่งหรือใช้ป้ายสัญลักษณ์แทนการใช้สีในบางกรณี เพื่อช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น เช่น การจำตำแหน่งของไฟจราจรตามลำดับจากบนลงล่าง หรือการใช้ป้ายเขียนบอกสีไว้ที่เสื้อผ้า จะทำให้ผู้ป่วยสามารถเลือกสีเสื้อผ้าได้ง่ายขึ้น สำหรับผู้ป่วยที่เป็นเด็ก ควรมีการแจ้งครูและโรงเรียนเกี่ยวกับปัญหาตาบอดสีของเด็ก เพื่อช่วยปรับสื่อการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับเด็กให้สามารถเรียนรู้ได้ใกล้เคียงกับเด็กที่มีสายตาปกติมากขึ้น รวมไปถึงบอกกับตัวเด็กและคนรอบข้างเองว่าเกิดภาวะตาบอดสีขึ้นและควรปรับตัวอย่างไร

วิธีป้องกันโรคตาแดง1.หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดอยู่เสมอ2.ไม่คลุกคลีใกล้ชิด หรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย3.ถ้ามีฝุ...
06/05/2019

วิธีป้องกันโรคตาแดง

1.หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดอยู่เสมอ

2.ไม่คลุกคลีใกล้ชิด หรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย

3.ถ้ามีฝุ่นละออง หรือน้ำสกปรกเข้าตา ควรล้างตาด้วยน้ำสะอาดทันที

4.อย่าปล่อยให้แมลงหวี่ หรือแมลงวันตอมตา

5.หมั่นดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ให้สะอาดอยู่เสมอ

6.ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า ปลอกหมอน เพื่อป้องกันการกระจายของโรค

7. หลีกเลี่ยงการใช้มือแคะ แกะ เกาหน้าตา

เทคนิค “ย้อนอายุสายตา” ด้วยตัวคุณเอง ▶แค่กระโดดอยู่กับที่  ดวงตาก็จะแข็งแรงขึ้น  ▶แก้อาการตาล้าด้วยการหายใจออกครั้งละ 6 ...
05/05/2019

เทคนิค “ย้อนอายุสายตา” ด้วยตัวคุณเอง

▶แค่กระโดดอยู่กับที่ ดวงตาก็จะแข็งแรงขึ้น
▶แก้อาการตาล้าด้วยการหายใจออกครั้งละ 6 วินาที
▶ป้องกันสายตาเสียด้วยการเลิกเดินหลังค่อม
▶นึกภาพสถานที่ท่องเที่ยวที่ชอบบ่อยๆ แล้วสายตาของคุณจะมองเห็นชัดขึ้น
▶ฝึกกล้ามเนื้อตาด้วยเทคนิค “วิดพื้นดวงตา”
▶นวดท้องอย่างสม่ำเสมอ แล้วสายตาจะค่อยๆ ดีขึ้น
▶ลดอายุสายตาด้วยการใช้ปลายนิ้วเคาะรอบๆ ดวงตา
▶เลิกออกกำลังกายในห้องแอร์ แล้วจะถนอมสายตาไว้ได้อย่างยาวนาน

➰➰เพียงใช้เทคนิคเหล่านี้วันละไม่ถึง 1 นาที สายตาดีๆ ก็จะอยู่กับคุณตลอดไป โดยที่คุณไม่ต้องหาหมอหรือง้อแว่นอีกเลย!

ที่อยู่

Chonburi

เบอร์โทรศัพท์

061-662-9923

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดูแลดวงตากับเอเดอร์รี่ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์