โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ - Songklanagarind Hospital

โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ - Songklanagarind Hospital โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ - Songklanagarind Hospital

22/05/2026

เราจะ ก้าวไป....

🌟 UHosNet 90th 🌟
🔬 การประชุมเครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 90
💡 "A vision for sustainable academic hospital"
🌿 วิสัยทัศน์สู่โรงพยาบาลวิชาการที่ยั่งยืน
🗓️ 25-26 มิถุนายน 2569
🏢 ณ ห้องปารีสแกรนด์บอลลูน ชั้น 2
📍 โรงแรมคริสตัล อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
#การประชุมเครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยครั้งที่90
#โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
#คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

🚶‍♂️ เดินแบบไหนเสี่ยงล้ม? เจาะลึกความต่างของท่าเดินในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และ ผู้สูงอายุทั่วไปพร้อมชี้เป้ากล้ามเนื้อท...
22/05/2026

🚶‍♂️ เดินแบบไหนเสี่ยงล้ม? เจาะลึกความต่างของท่าเดินในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และ ผู้สูงอายุทั่วไป
พร้อมชี้เป้ากล้ามเนื้อที่ต้องฝึกให้เดินได้ปลอดภัยกว่าเดิม 🎯
เคยสงสัยไหมทำไมผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ถึงเดินไม่มั่นคงและเสี่ยงล้มง่าย? 🤨🩺

🔬 งานวิจัยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เผยความลับที่ซ่อนอยู่ใน "กล้ามเนื้อขา" ซึ่งทีมวิจัยพบว่าหัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ขาข้างใดข้างหนึ่ง แต่คือ "การทำงานประสานกัน" ของกล้ามเนื้อขาทั้งสองข้าง 🧠✨ ซึ่งในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) มักจะมีการเหยียดขามากกว่าปกติ หรือเข่าติดขณะก้าวเดิน ทำให้เสียสมดุลได้ง่าย ⚡

📊 จากการวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือวัดสัญญาณไฟฟ้ากล้ามเนื้อ พบว่าการเดินที่สมบูรณ์แบบคือการประสานงานของกล้ามเนื้อเป็นอย่างดี ซึ่งในกลุ่มผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมักเกิดภาวะ "กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน" ระหว่างขาซ้ายและขาขวา 🦶🔄

🧠 ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง: มักมีปัญหาที่กล้ามเนื้อส่วนปลาย (น่องและข้อเท้า) ทำให้คุมทิศทางเท้าลำบาก และส่งผลกระทบไปถึงหัวเข่า เกิดการเหยียดขามากกว่าปกติตอนเดิน
🧓 ผู้สูงอายุทั่วไป: กล้ามเนื้อส่วนต้น (สะโพก/ต้นขา) มักเริ่มอ่อนแรงตามวัย ทำให้เดินไม่สมดุลเหมือนเดิม
💡 ทางแก้ที่ตรงจุด: การฝึกเดินไม่ควรฝึกแค่ขาข้างที่อ่อนแรง แต่ต้องฝึกทั้ง "กล้ามเนื้อส่วนปลาย" (น่อง/ข้อเท้า) เพื่อการทรงตัว และ "กล้ามเนื้อส่วนต้น" (สะโพก/ต้นขา) เพื่อช่วยรับน้ำหนัก จะทำให้กลับมาลงน้ำหนักและเดินได้มั่นคงอีกครั้ง! 💥

ท่าบริหารและยืดกล้ามเนื้อส่วนปลาย (น่องและข้อเท้า)
🧍 ยืนเขย่งปลายเท้า: ยืนตรง เขย่งส้นเท้าขึ้นจนสุด ค้างไว้ 2-3 วินาที แล้วลงช้าๆ ทำ 10-15 ครั้ง ช่วยเพิ่มความแข็งแรงน่อง
🧱 ท่ายืดน่องพิงกำแพง: ก้าวขาข้างหนึ่งไปด้านหลัง เหยียดตรง ส้นเท้าติดพื้น ดันกำแพง งอเข่าหน้าเล็กน้อยจนน่องตึง ค้างไว้ 20-30 วินาที
🛤️ เดินต่อเท้า: เดินต่อเท้ากันเป็นเส้นตรง 10-20 ก้าว เพื่อฝึกการทรงตัวและข้อเท้า
🔢 หมุนข้อเท้า: นั่งหรือนอน วาดปลายเท้าเป็นรูปตัวเลข 0-9 ในอากาศ เพื่อให้ข้อเท้าขยับทุกทิศทาง
(คำแนะนำ: ทำซ้ำท่าละ 5-10 ครั้งต่อข้าง และทำเป็นประจำ 2-3 รอบต่อวัน และหากปวดน่องหรือเป็นตะคริว ให้ใช้มือหรือผ้าขนหนูดึงปลายเท้าเข้าหาตัวในขณะที่เข่าตึง ค้างไว้ 15-30 วินาที)

ท่าบริหารและยืดกล้ามเนื้อส่วนต้น (สะโพก/ต้นขา)
🪑 ยืนกางขา: จับพนักเก้าอี้ ยืนตรง กางขาออกด้านข้างทีละข้างช้าๆ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงสะโพกด้านข้างและช่วยการทรงตัว
🧘‍♂️ ลุกนั่งจากเก้าอี้: นั่งบนเก้าอี้ที่มั่นคงแล้วลุกขึ้นยืนโดยไม่ใช้มือช่วย (ถ้าทำได้) ทำ 5-10 ครั้ง เพื่อสร้างกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า
📐 ย่อตัวพิงผนัง: ยืนพิงกำแพง เท้าห่างเล็กน้อย ย่อตัวลงช้าๆ เหมือนนั่งเก้าอี้ ช่วยบริหารต้นขาและสะโพก
🐎 เตะขาไปด้านหลัง: จับเก้าอี้ เหยียดขาตรงไปข้างหลังช้าๆ โดยไม่งอเข่า ช่วยบริหารสะโพกและบั้นท้าย
(ทำการยืดเหยียดหรืออุ่นเครื่อง 5-10 นาทีก่อนฝึก เริ่มจากน้อยๆ และค่อยๆ เพิ่มจำนวนครั้งเมื่อแข็งแรงขึ้น หากทรงตัวไม่ดี ควรหาเก้าอี้หรือที่พยุงที่มั่นคงขณะออกกำลังกาย และหากรู้สึกเจ็บข้อหรือปวดผิดปกติให้หยุดทันที ควรฝึกอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง และควบคู่กับการเดินหรือการออกกำลังกายแบบแอโรบิกเบาๆ)

🏡 ใครที่มีคุณพ่อคุณแม่หรือดูแลผู้ป่วยอยู่ ลองเช็กเรื่องการฝึกกล้ามเนื้อน่องและข้อเท้า จะช่วยให้ก้าวเดินมั่นใจขึ้น และการฝึกที่สมดุลระหว่างขา 2 ข้าง จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในทุกก้าวเดิน ❤️

#วิจัยคณะแพทย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ #สุขภาพ #ฟื้นฟูสโตรก #โรคหลอดเลือดสมอง #ป้องกันการล้ม #กายภาพบำบัด #ออกกำลังกายผู้สูงอายุ

22/05/2026

VDO บรรยากาศ คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. ผนึกกำลัง กรมควบคุมโรค ยกระดับระบบเฝ้าระวังโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม เขตสุขภาพที่ 12
วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 – คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) นำโดย ผศ.นพ.กิตติพงศ์ เรียบร้อย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ กรมควบคุมโรค เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนาระบบเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพที่เกิดจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าพัฒนาระบบเฝ้าระวังเชิงรุก เพื่อแจ้งเตือนผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 12 อย่างทันท่วงที
นอกจากการลงนามความร่วมมือที่สำคัญแล้ว ภายในวันเดียวกันยังได้มีการจัด "การประชุมพัฒนาศักยภาพสำหรับผู้รับผิดชอบงานโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม เขตสุขภาพที่ 12" เพื่อยกระดับความรู้ความสามารถของบุคลากรในพื้นที่ โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.นพ.ธรรมสินธ์ อิงวิยะ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลและนวัตกรรมดิจิทัล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นประธานเปิดการประชุม
การประชุมครั้งนี้มีการบรรยายและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในหัวข้อที่สำคัญจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย:
ทิศทาง แนวโน้ม นโยบาย และกระบวนการแจ้งการรายงานโรคฯ:
เจาะลึกแนวทางปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2562 โดย ดร.พญ.ฉันทนา ผดุงทศ ผู้อำนวยการกองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม และ นางสาวสุธาทิพย์ บูรณสถิตนนท์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ
วิธีการแจ้งรายงานโรคผ่านระบบ DDS:
การอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับขั้นตอนการรายงานโรคตาม พ.ร.บ.ฯ ผ่านระบบดิจิทัล (DDS) โดย นายอนิรุจน์ สมบูรณ์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ และ นางสาวสุรีรัตน์ บุญกอบแก้ว นักวิชาการสาธารณสุข จากโรงพยาบาลสงขลา
ผลกระทบต่อสุขภาพจากสารโลหะหนักและ VOCs:
ทำความเข้าใจแนวทางการเฝ้าระวังสุขภาพของผู้ประกอบอาชีพและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมี โดย ผศ.ดร.นพ.ธรรมสินธ์ อิงวิยะ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลและนวัตกรรมดิจิทัล คณะแพทยศาสตร์ ม.อ.
การตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านรังสีและนิวเคลียร์:
ปูพื้นฐานความรู้สำหรับการเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน โดย นายบรรเจิด อินแก้ว นักฟิสิกส์รังสีชำนาญการ จากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
ความร่วมมือและการจัดประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และกรมควบคุมโรค ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบสาธารณสุขไทย เพื่อปกป้องและดูแลสุขภาพของประชาชนวัยทำงานและชุมชนในเขตสุขภาพที่ 12 ให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามทางสุขภาพในทุกมิติอย่างยั่งยืน

#ระบบเฝ้าระวังโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม
#กรมควบคุมโรค
#คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. ผนึกกำลัง กรมควบคุมโรค ยกระดับระบบเฝ้าระวังโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม เขตสุขภาพที่ 12        ...
21/05/2026

คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. ผนึกกำลัง กรมควบคุมโรค ยกระดับระบบเฝ้าระวังโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม เขตสุขภาพที่ 12
วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 – คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) นำโดย ผศ.นพ.กิตติพงศ์ เรียบร้อย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ กรมควบคุมโรค เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนาระบบเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพที่เกิดจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าพัฒนาระบบเฝ้าระวังเชิงรุก เพื่อแจ้งเตือนผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 12 อย่างทันท่วงที
นอกจากการลงนามความร่วมมือที่สำคัญแล้ว ภายในวันเดียวกันยังได้มีการจัด "การประชุมพัฒนาศักยภาพสำหรับผู้รับผิดชอบงานโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม เขตสุขภาพที่ 12" เพื่อยกระดับความรู้ความสามารถของบุคลากรในพื้นที่ โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.นพ.ธรรมสินธ์ อิงวิยะ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลและนวัตกรรมดิจิทัล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นประธานเปิดการประชุม
การประชุมครั้งนี้มีการบรรยายและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในหัวข้อที่สำคัญจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย:
ทิศทาง แนวโน้ม นโยบาย และกระบวนการแจ้งการรายงานโรคฯ:
เจาะลึกแนวทางปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2562 โดย ดร.พญ.ฉันทนา ผดุงทศ ผู้อำนวยการกองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม และ นางสาวสุธาทิพย์ บูรณสถิตนนท์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ
วิธีการแจ้งรายงานโรคผ่านระบบ DDS:
การอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับขั้นตอนการรายงานโรคตาม พ.ร.บ.ฯ ผ่านระบบดิจิทัล (DDS) โดย นายอนิรุจน์ สมบูรณ์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ และ นางสาวสุรีรัตน์ บุญกอบแก้ว นักวิชาการสาธารณสุข จากโรงพยาบาลสงขลา
ผลกระทบต่อสุขภาพจากสารโลหะหนักและ VOCs:
ทำความเข้าใจแนวทางการเฝ้าระวังสุขภาพของผู้ประกอบอาชีพและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมี โดย ผศ.ดร.นพ.ธรรมสินธ์ อิงวิยะ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลและนวัตกรรมดิจิทัล คณะแพทยศาสตร์ ม.อ.
การตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านรังสีและนิวเคลียร์:
ปูพื้นฐานความรู้สำหรับการเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน โดย นายบรรเจิด อินแก้ว นักฟิสิกส์รังสีชำนาญการ จากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
ความร่วมมือและการจัดประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และกรมควบคุมโรค ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบสาธารณสุขไทย เพื่อปกป้องและดูแลสุขภาพของประชาชนวัยทำงานและชุมชนในเขตสุขภาพที่ 12 ให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามทางสุขภาพในทุกมิติอย่างยั่งยืน

ผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ...
21/05/2026

ผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.00 น. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์กิตติพงศ์ เรียบร้อย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และบุคลากรคณะแพทยศาสตร์ ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

#คณะแพทยศาสตร์เพื่อเพื่อนมนุษย์
#คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

20/05/2026

ขณะนี้ หน่วยคลังเลือด
โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
ขาดแคลนเลือดทุกกรุ๊ป ‼️🅰️🅱️🅾️🆎

ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคได้ที่ หน่วยคลังเลือดฯ ชั้น 2 ตึกพยาธิวิทยา โรงพยาบาลสงขลานครินทร์

วัยไหนก็สุขภาพดีได้!ขอเชิญร่วมงานวันกายภาพบำบัด "โครงการ สุขภาพสดใสทุกช่วงวัย ด้วยกายภาพบำบัด"โดยหน่วยกายภาพบำบัด โรงพยา...
19/05/2026

วัยไหนก็สุขภาพดีได้!
ขอเชิญร่วมงานวันกายภาพบำบัด "โครงการ สุขภาพสดใสทุกช่วงวัย ด้วยกายภาพบำบัด"
โดยหน่วยกายภาพบำบัด โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ 🏥✨

พบกับกิจกรรมตรวจสมรรถภาพร่างกายฟรี! พร้อมฟังบรรยายการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 🩺

🗓 11 มิ.ย. 2569 | ⏰ 09.00-13.00 น.

📍 ลานเวทีสุขภาพ รพ.สงขลานครินทร์

🎟 งานนี้เข้าร่วมฟรี!

📞 โทร. 074-451605 | FB: PT Psu Hatyai

#วันกายภาพบำบัด #โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
#คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

18/05/2026

CAR-T Cell
เติมพลังชีวิตใหม่ คนไข้เข้าใจกระบวนการ
รักษาโอกาส รักษาความหวัง ที่มากกว่ารักษาโรค

🧬
#คณะแพทยศาสตร์เพื่อเพื่อนมนุษย์ ❤️
#คณะเเพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

🚨 คนใต้ยังเสี่ยง! วิจัยเผย "ยังพบกลิ่นควันบุหรี่" แม้มีกฎหมายควบคุม ในสถานที่ห้ามสูบ📌 ผลการศึกษาล่าสุดในจังหวัดสงขลาชี้ใ...
18/05/2026

🚨 คนใต้ยังเสี่ยง! วิจัยเผย "ยังพบกลิ่นควันบุหรี่" แม้มีกฎหมายควบคุม ในสถานที่ห้ามสูบ
📌 ผลการศึกษาล่าสุดในจังหวัดสงขลาชี้ให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังต้องสูดดมควันบุหรี่มือสองในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะในตลาด สถานีขนส่ง และรถโดยสารสาธารณะ แม้จะมีกฎหมายควบคุมมาตั้งแต่ปี 2560

📝 สรุปประเด็นสำคัญจากงานวิจัย:
👃 จมูกไวกว่าตาเห็น: ผลวิจัยพบว่า เรา "ได้กลิ่นบุหรี่" บ่อยกว่า "การเห็นผู้สูบบุหรี่" ในที่สาธารณะ รวมถึงในรถโดยสารสาธารณะ สะท้อนว่ามีการแอบสูบในที่ห้ามสูบ

🧠 รู้ว่าอันตราย...แต่ไม่รู้กฎหมาย: ประชาชนมีความรู้เรื่องโรคที่มาจากควันบุหรี่มือสองในระดับ "ปานกลาง" (พอรู้ว่าทำให้ป่วย) แต่กลับมีความรู้เรื่องข้อบังคับและบทลงโทษตามกฎหมายในระดับ "ต่ำ" 📉

👵 ปัจจัยที่น่าสนใจ: กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความเข้าใจเรื่องผลกระทบจากบุหรี่ที่ไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญในการรณรงค์ให้ตรงจุด🎯

⚠️ อุปสรรคของเจ้าหน้าที่: ฝั่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเองก็ยอมรับว่า "งานล้นมือ" และ "ขาดงบประมาณ-อุปกรณ์" 💸 ทำให้การตรวจและบังคับใช้กฎหมายทำได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้ยังมีช่องว่างในการจัดการพื้นที่สาธารณะให้ปลอดบุหรี่ตามกฎหมายจากผู้รับผิดชอบ

☠️ อันตรายจาก "ควันบุหรี่มือสอง" แบ่งตามกลุ่มเสี่ยงดังนี้:
1. 👥 อันตรายต่อทุกคน (เฉียบพลัน & เรื้อรัง)
🫀 หัวใจและหลอดเลือด: ควันบุหรี่ทำให้เลือดหนืดและหลอดเลือดหดตัว เสี่ยงต่อโรคหัวใจวาย และ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เพิ่มขึ้นถึง 25-30%

🫁 ระบบทางเดินหายใจ: ระคายเคืองตา จมูก คอ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอด แม้เจ้าตัวจะไม่เคยสูบบุหรี่เลยก็ตาม

2. 👶 อันตรายต่อเด็ก (น่ากลัวกว่าที่คิด)
🧠 สมองและพัฒนาการ: ส่งผลต่อสติปัญญาและพฤติกรรม

😷 โรคเรื้อรัง: เสี่ยงต่อการเป็นหอบหืดรุนแรงขึ้น หลอดลมอักเสบ และปอดบวม

💔 ภัยเงียบ: เพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเฉียบพลันในทารก

3. 🤰 อันตรายต่อหญิงตั้งครรภ์
🚼 ส่งผลถึงลูกในท้อง: ทำให้ทารกได้รับออกซิเจนน้อยลง เสี่ยงต่อการแท้งลูก หรือคลอดก่อนกำหนด

⚖️ น้ำหนักตัวน้อย: เด็กที่เกิดมามักมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์และร่างกายไม่แข็งแรง

🧪 ควันบุหรี่มือสองมีสารพิษมากกว่า 4,000 ชนิด และสารก่อมะเร็งกว่า 60 ชนิด! การเดินหนีหรืออยู่ห่างจากคนสูบคือการรักษาชีวิตเราที่คุ้มค่าที่สุด 🏃‍♂️💨

งานวิจัยย้ำว่า การจะทำให้พื้นที่สาธารณะปลอดควันบุหรี่ได้จริง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย "พลังประชาชน" 🤝 ในการสอดส่องดูแล ควบคู่ไปกับการให้ความรู้เรื่องกฎหมายที่ชัดเจน เพื่อให้ทุกคนตระหนักว่าการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะไม่ใช่แค่เรื่องมารยาท แต่คือการละเมิดสิทธิ์และผิดกฎหมาย

#วิจัยคณะแพทย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ #ควันบุหรี่มือสอง
#สุขภาพคนใต้ #สงขลาปลอดบุหรี่ #กฎหมายควบคุมยาสูบ 🚭⚠️

🌟 UHosNet 90th 🌟🔬 การประชุมเครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 90💡 "A vision for sustainable a...
15/05/2026

🌟 UHosNet 90th 🌟
🔬 การประชุมเครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 90

💡 "A vision for sustainable academic hospital"
🌿 วิสัยทัศน์สู่โรงพยาบาลวิชาการที่ยั่งยืน

🗓️ 25-26 มิถุนายน 2569
🏢 ณ ห้องปารีสแกรนด์บอลลูน ชั้น 2
📍 โรงแรมคริสตัล อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

#การประชุมเครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยครั้งที่90
#โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
#คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

15/05/2026

🚨 ด่วนที่สุด: คลังเลือด ม.อ.
ขาดแคลนเลือดทุกกรุ๊ป!!🚨
ในคลังมีไม่เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วย

🆘 ขอเชิญทุกท่านร่วมบริจาคเลือดโดยเร่งด่วน 🆘

📍 สถานที่บริจาค หน่วยคลังเลือดฯ ชั้น 2 ตึกพยาธิวิทยา โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
⏰ เวลาทำการ ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.00 น.
สำหรับวันพุธ เปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 08.30 - 18.30 น.
📞 ติดต่อสอบถาม: 074-451574 ☎️
📞 ติดต่อสอบถามสถานที่จอดรถ: 074-451110 🚗🅿️

​ช่วยกันแชร์ต่อ เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยด้วยกันนะครับ 🙏❤️

ที่อยู่

โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ 15 ถ. กาญจนวณิชย์ ต. หาดใหญ่ อ. หาดใหญ่
Hat Yai
90110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6674455000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ - Songklanagarind Hospitalผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ - Songklanagarind Hospital:

แชร์

ประเภท