11/11/2025
EP 19. 📌เจาะลึกเทคนิค "Chest Vibration" ที่นักกายภาพบำบัดไทยใช้ในงานประจำ: ความถี่ แรง และรูปแบบการสั่นปอด
👋 มาครับมา มาอ่านสรุปงานวิจัย กันครับ
งานนนี้เราได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับเทคนิคพื้นฐานแต่ทรงพลัง นั่นคือ
"การสั่นทรวงอกด้วยมือ (Manual Chest Wall Vibration หรือ MV)"
ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในการช่วยระบายเสมหะในผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ
งานวิจัยนี้ (APST-29-03-14) ได้สำรวจ MV จากนักกายภาพบำบัด 41 ท่าน บนปอดเทียมผู้ใหญ่ เพื่อหาคำตอบว่า
"เราทำ MV กันอย่างไร และวิเคราะห์ถึงปัจจัยภายในของเทรนิคที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการขจัดเสมหะ?"
---
🔬 3 สิ่งที่เราค้นพบเกี่ยวกับ Manual Vibration (MV):
1. ความถี่ของการสั่น: ส่วนใหญ่ทำได้สอดคล้องกับทฤษฎี
🫳นักกายภาพบำบัดส่วนใหญ่ทำการสั่นทรวงอกด้วยความถี่เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ **10 Hz (เฮิร์ตซ์)** ซึ่งถือว่าสอดคล้องกับความถี่ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของขนปอด (Cilia) ซึ่งมีรายงานว่าความถี่ราว 10-20 Hz ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเสมหะ (Mucociliary Clearance)
2. แรงกดที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
🫳MV สองมือ (Two-hand MV): ให้แรงกดเฉลี่ยประมาณ 4.5 กิโลกรัมซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือน (Force Oscillation Amplitude, COA) ได้สูงกว่า และส่งผลให้เกิดการแปรผันของกระแสการไหลของอากาศ (FOA) ที่ดีกว่า
🫳MV มือเดียว (One-hand MV): ให้แรงกดเฉลี่ยประมาณ 3.3 กิโลกรัม
💡 หมายเหตุสำคัญ
แรงกดที่แรงกว่ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มความสามารถในการเร่งการไหลของอากาศขณะหายใจออก (Expiratory Flow Rate) ซึ่งช่วย "ผลัก" เสมหะออกไปตามกลไก Airflow Dependent Clearance (ADC)
3. รูปแบบการทำ MV (MV Pattern) ที่หลากหลาย
จากการวิเคราะห์ พบว่านักกายภาพฯ มีรูปแบบการทำ MV 4 รูปแบบหลักๆ เมื่อพิจารณาจากช่วงเวลาที่ออกแรงกด (Compression) และช่วงเวลาที่เริ่มทำการสั่น (Oscillation)
👉1. การกดและการสั่นพร้อมกัน (Simultaneous: 58%): เริ่มกดและเริ่มสั่นไปพร้อมกันทันที
👉2. การกดแบบค่อยเป็นค่อยไปตามด้วยการสั่น (Gradual Compression followed by Oscillation: 8%): ค่อยๆ เพิ่มแรงกดก่อนจะเริ่มสั่น
👉3. การกดแรงนำตามด้วยการสั่น (Forceful Compression with Oscillation: 23%): ใช้แรงกดที่รุนแรงก่อนเริ่มสั่น
👉4. การสั่นอย่างเดียวโดยไม่มีแรงกด (Oscillation without Compression: 13%): เน้นการสั่นเพียงอย่างเดียว
**🎯 ประเด็นที่น่าคิด:**
รูปแบบเหล่านี้มีความคล้ายคลึงกับการใช้เทคนิคการหายใจออกแรง (FET) ในระดับปอดต่างๆ (สูง กลาง ต่ำ) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักกายภาพบำบัดกำลังพยายามปรับรูปแบบการทำ MV เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะปอดของผู้ป่วยและตำแหน่งเสมหะที่ต้องการระบาย
---
✅ ข้อมูลที่นำไปใช้ประโยชน์/ข้อเสนอแนะสำหรับการปฏิบัติ:
ในฐานะนักกายภาพบำบัด เรามีจุดเด่นเหนือกว่าอุปกรณ์ นั่นคือ
**ความยืดหยุ่นและการปรับเปลี่ยน (Adjustability)**
👍1. รู้จักปรับแรง (Compression Force):
เมื่อต้องการเพิ่มอัตราการไหลของอากาศขณะหายใจออก เพื่อให้เกิดแรง “ผลัก” เสมหะใน Airflow Dependent Clearance (ADC) ให้พิจารณาใช้เทคนิค MV สองมือ ซึ่งสร้างแรงกดได้สูงกว่าและมีประสิทธิภาพในการเพิ่ม Flow Oscillation Amplitude (FOA)
👍2. ใส่ใจจังหวะการทำ (Starting Volume & Pattern):
รูปแบบ MV ที่หลากหลายของเราบ่งชี้ว่า เราสามารถเลือกใช้แรงกดและจังหวะการสั่นที่สัมพันธ์กับปริมาตรปอดขณะนั้น (Starting Volume) เพื่อกำหนดว่าเราต้องการเพิ่มการไหลของอากาศในทางเดินหายใจส่วนใด (ใหญ่ กลาง หรือเล็ก)
😊หากทำ MV ร่วมกับการหายใจลึก (คล้าย Huffing/FET ระดับสูง): อาจเน้นการระบายเสมหะในหลอดลมขนาดใหญ่
😊หากทำ MV ร่วมกับการหายใจออกปกติหรือต่ำ (คล้าย Huffing/FET ระดับกลาง-ต่ำ):** อาจช่วยระบายเสมหะที่อยู่ส่วนปลายได้ดีขึ้น
👍3. จัดการความเมื่อยล้า (Fatigue):
แม้ว่าคะแนนความเมื่อยล้าของร่างกายส่วนบนจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหลังทำ MV 5 ครั้งติดกัน แต่ก็ยังอยู่ในระดับ **"เมื่อยล้าเล็กน้อย"** การสลับไปมาระหว่าง Two-hand MV และ One-hand MV และการหยุดพักระยะสั้นๆ ในการปฏิบัติงานจริง ก็เป็นแนวทางที่ช่วยควบคุมคุณภาพของการสั่นในระยะยาวได้
**👉 สรุป:** งานวิจัยนี้ย้ำเตือนว่า การทำ MV ไม่ใช่แค่การ "สั่น" แต่เป็นการใช้ความถี่ แรงกด และจังหวะเวลา (Pattern) ที่แม่นยำ เพื่อให้เกิดการสั่นพ้องและการเพิ่ม Flow Rate ที่เหมาะสมกับสภาวะของผู้ป่วยแต่ละรายครับ!
Audsavachulamanee, B., Aueyingsak, S., Ubolsakka-Jones , C., Bansri, A., Chaiyasang, J., Srilasalai, S., Taowalanon, P., Banyong, S., Kosura, N., & phimphasak, C. . (2024). Physiotherapist performance during manual chest vibration in simulated adult lung: frequency, force and pattern. Asia-Pacific Journal of Science and Technology, 29(03), APST–29. https://doi.org/10.14456/apst.2024.48
#กายภาพบำบัด_ระบบหายใจ