Emergency Room Phon Hospital

Emergency Room Phon Hospital อุบัติเหตุฉุกเฉินและนิติเวช โรงพยาบาล อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น

ความสวยให้ 5 ความมั่นหน้าให้ 10 #วาเลนไทน์ปีนี้มีพยาบาลเฒ่าๆดูแลยังคะ #ยินดีรักษาใจทุกท่านค่ะ 🌹  🌹🌹
14/02/2026

ความสวยให้ 5
ความมั่นหน้าให้ 10
#วาเลนไทน์ปีนี้มีพยาบาลเฒ่าๆดูแลยังคะ
#ยินดีรักษาใจทุกท่านค่ะ 🌹
🌹🌹

20/01/2026

🩺 ทำไมมา ER แล้ว “รอนานจัง ?” เคสแดงไม่กี่เคส ทำไมตรวจนาน หรือหมอไม่เก่ง ?!

หลายคนเคยสงสัยว่า
- ทำไมเรามาก่อน แต่ได้เข้าทีหลัง ?
- คนที่มาทีหลัง ทำไมได้เข้าเลย ? หรือหมอเลือกคนไข้ ?

คำตอบคือ…
เพราะ ER ไม่ได้เรียงคิวตามเวลาก่อน-หลัง แต่เรียงตาม "ความเร่งด่วน" ของชีวิต ใครเสี่ยงกว่า ใกล้ตายกว่า ได้คิวก่อน !!

🔴 เคสแดง
คือเคสที่ทุกวินาทีมีค่า
หัวใจหยุด หายใจล้มเหลว ช็อก เลือดออกไม่หยุด หมดสติ
→ ใช้ทีมแพทย์หลายคน
→ ใช้พยาบาลหลายชีวิต
→ ใช้อุปกรณ์จำนวนมาก
→ ใช้ยากู้ชีพหลายตัว
→ ใช้ทรัพยากร ER ที่มีทั้งหมด
→ และที่สำคัญคือ ต้องใช้ “เวลา” ซึ่งรอไม่ได้ !!

🟡🟢⚪ แล้วเคสเหลือง-เขียว-ขาวล่ะ ?
- ไม่ได้ถูกลืม ไม่ได้ไม่สำคัญ
- แต่ความเสี่ยงต่อชีวิตต่ำกว่า
** ระบบเลยต้องให้ความสำคัญกับ “คนที่กำลังจะตายก่อน” ให้ได้รับการช่วยเหลือก่อน

⏳ แล้วทำไมต้องนาน ? หมอ-พยาบาลมีตั้งเยอะ !!
- เพราะเมื่อมีเคสแดงเข้า ทรัพยากรทั้ง ER จะถูกดึงไปที่เคสนั้นก่อนทันที
- หมอที่คุณเห็นว่า “หายไป” อาจกำลังปั๊มหัวใจใครบางคนอยู่
- พยาบาลที่ไม่ได้มาเรียกชื่อคุณ อาจกำลังแข่งกับเวลาเพื่อช่วยคนไข้หายใจล้มเหลว
- เตียงที่ยังว่างแต่เรียกคุณเข้าไปไม่ได้ เพราะอาจกำลังรอรับเคสที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่นาที

😴 ภาพที่คุณเห็นคือ คนไข้นั่งรอ มองนาฬิกา เริ่มง่วง เริ่มหงุดหงิด
- แต่ภาพที่คุณไม่เห็นคือ อีกห้องหนึ่งที่ทีม ER กำลังทำทุกอย่าง เพื่อให้ใครบางคน “ยังมีโอกาสกลับไปหาครอบครัว”

🧠 สรุป
การรอนาน ≠ ถูกลืม
การรอนาน ≠ ไม่สำคัญ
การรอนาน = คุณยังปลอดภัยพอที่จะรอได้ และนั่นเป็นข่าวดี

🙏 ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจระบบ
ขอบคุณที่อดทน
และขอบคุณที่ให้ ER ได้ทำหน้าที่ช่วยชีวิตคนที่รอไม่ได้ก่อน

ด้วยความปรารถนาดี
ทีม ER ร่าเริง 🌈

่าเริง

📣 ทำความเข้าใจปัญหาโลกแตกหน้า ER "ทำไมคนมาหลังได้ตรวจก่อน" คนมาก่อนต้องนั่งรอเข้าทีหลัง ?! คำตอบคือ…- ห้องฉุกเฉินไม่ใช่ร...
19/01/2026

📣 ทำความเข้าใจปัญหาโลกแตกหน้า ER "ทำไมคนมาหลังได้ตรวจก่อน" คนมาก่อนต้องนั่งรอเข้าทีหลัง ?!

คำตอบคือ…
- ห้องฉุกเฉินไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อ เราไม่ได้รักษาตามคิวก่อน-หลัง แต่คัดกรองตามความรุนแรง และความเสี่ยงต่อชีวิต
- เพราะทรัพยากรใน ER มีจำกัด – แพทย์ พยาบาล เตียง เครื่องมือ – ต้องถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชีวิต

ระบบคัดกรองนี้เรียกว่า "MOPH ED Triage" แบ่งผู้ป่วยออกเป็น 5 ระดับ

🟥 ระดับ 1 : วิกฤต (Resuscitation)
- กลุ่มที่ทุกวินาทีมีค่าเท่าชีวิต ถ้าช้าอาจเท่ากับเสียชีวิตทันที
- ทีม ER จะทิ้งทุกอย่างแล้วพุ่งไปช่วยก่อน ไม่มีคำว่ารอ !!
→ หยุดหายใจ
→ หัวใจหยุดเต้น
→ หมดสติ ไม่รู้สึกตัว
→ ช็อกรุนแรง ความดันตก
→ ชักต่อเนื่องไม่หยุด

🟧 ระดับ 2 : ฉุกเฉินมาก (Emergency)
- แม้ไม่ถึงขั้นหัวใจหยุดเต้น แต่เสี่ยงจะกลายเป็นระดับ 1 ได้ทุกวินาที
- กลุ่มนี้รอได้ "ไม่นาน” เพราะถ้ารอผิดจังหวะจาก “รักษาได้” จะกลายเป็น “สายเกินไป” ทันที
→ เจ็บหน้าอกรุนแรง สงสัยหัวใจขาดเลือด
→ หอบเหนื่อยมาก พูดไม่เป็นประโยค
→ เลือดออกมาก
→ แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน สงสัย Stroke

🟨 ระดับ 3 : ฉุกเฉินปานกลาง (Urgency)
- อาการยังคงที่ แต่ถ้าปล่อยไว้นานอาจแย่ลง
- ยังพอรอได้จึงมักถูก "เลื่อนคิว" เมื่อมีระดับ 1-2 เข้ามาแทรก !!
→ ปวดท้องมาก
→ ไข้สูง
→ แผลฉีกขาดต้องเย็บ
→ อาเจียนหรือถ่ายเหลวมากจนเริ่มอ่อนเพลีย

🟩 ระดับ 4 : เจ็บป่วยทั่วไป (Semi-urgency)
- อาการไม่รุนแรง ไม่อันตรายต่อชีวิต
- ไม่ได้ถูก “เมิน” แต่ถูกจัดลำดับให้รอ เพื่อนำทรัพยากรไปช่วยคนที่เสี่ยงตายก่อน
→ เจ็บคอ มีน้ำมูก
→ ไอเล็กน้อย
→ ผื่น
→ ปวดกล้ามเนื้อ

⬜️ ระดับ 5 : ไม่ฉุกเฉิน (Non-urgency)
- กลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องมา ER
- แต่ ER ยังดูให้และจะเป็น "ลำดับสุดท้าย" แนะนำไป OPD ในเวลาราชการแทน !!
→ มารับยาเดิม
→ มาตามนัด
→ ขอใบรับรองแพทย์
→ อาการเรื้อรังที่ไม่เปลี่ยนแปลง

❤️ สิ่งที่อยากให้เข้าใจมากที่สุด

ถ้าวันหนึ่งคุณมาห้องฉุกเฉินแล้วต้องนั่งรอ…
ไม่ได้แปลว่า
❌ หมอไม่สนใจ หรือ
❌ พยาบาลไม่เห็นค่า
แต่แปลว่าวันนี้อาการคุณ “ยังปลอดภัยพอที่จะรอได้” ซึ่งเป็นเรื่องดี

ขณะที่ข้างใน ER อาจมีใครบางคนกำลังหยุดหายใจ หัวใจหยุดเต้น หรือกำลังแข่งกับเวลาเพื่อรอดชีวิต

ระบบนี้จึงไม่ได้มีไว้เพื่อเลือกว่าใคร “ได้ก่อน-ได้หลัง”
แต่เพื่อเลือกคนที่เสี่ยงตายที่สุด ให้ได้รับการช่วยเหลือเร็วที่สุด

ขอบคุณทุกความเข้าใจ ทุกความอดทน
และทุกกำลังใจที่มอบให้ทีม ER

สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดที่สุด สำหรับงานอย่างเราขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต ด้วยนะคะเหตุเครนทับรถไฟ เจ้าหน้าที่เร่ง...
14/01/2026

สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดที่สุด สำหรับงานอย่างเรา
ขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต ด้วยนะคะ
เหตุเครนทับรถไฟ เจ้าหน้าที่เร่งกู้ร่างผู้เสียชีวิต
ที่ติดค้างในโบกี้
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569
เวลาประมาณ 09.30 น. ได้เกิดเหตุรถไฟ
ขบวนด่วนพิเศษ ขบวน 21
กรุงเทพฯ – อุบลราชธานี ประสบเหตุ
เครนที่ใช้ก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงตกทับโบกี้รถไฟ จุดเกิดเหตุบริเวณช่วงกม.รถไฟที่ 220 หลัก 9 หมู่ที่ 11 บ้านถนนคต ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว
จังหวัดนครราชสีมา
ส่งผลให้โบกี้รถไฟตกราง จำนวน 1 โบกี้ และเกิดไฟไหม้ จำนวน 1 โบกี้ ในเบื้องต้นส่งผลให้มีได้รับบาดเจ็บ และ เสียชีวิตหลายราย
การให้ความช่วยเหลือ อำเภอสิคิ้ว การรถไฟแห่งประเทศไทย ทีมกู้ชีพกู้ภัย องค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ มูลนิธิกู้ภัยพรหมธรรม สีคิ้ว และหน่วยงานในพื้นที่ ได้นำผู้ได้รับเจ็บส่งโรงพยาบาล
สาเหตุอยู่ระหว่างตรวจสอบ
รายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บ เพื่อความสะดวกในการตามหาญาติ ลองอ่านดูค่ะ

รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ทีมอุบัติเหตุฉุกเฉินรับภารกิจ หน่วยปฐมพยาบาลเคลื่อนที่ ติดตามขบวนเดินทางไปเคารพพระบรมศพ  ที่กรุงเทพมหานคร วันที่ 13-14 ม...
13/01/2026

ทีมอุบัติเหตุฉุกเฉินรับภารกิจ หน่วยปฐมพยาบาลเคลื่อนที่ ติดตามขบวนเดินทางไปเคารพพระบรมศพ ที่กรุงเทพมหานคร วันที่ 13-14 ม.ค 69 ประชาชนประมาณ 700 คน

04/01/2026

🔥เมื่อเราเริ่มคิดเป็นระบบ>>> พบผู้ป่วย เข้ามาในแผนก แล้วเราแยกได้ว่า Cardiac Arrest ต้องมีความรู้. Algorithms นี้เป็นอย่างดีครับ เพราะบางทีเปิดตำราไม่ทันอยู่แล้วครับ. ต้องเป็นสัญชาตญาณที่ผ่านความเข้าใจ และฝึกฝนมาก่อนครับ

🫀ACLS 2025 UPDATE เป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่คุณต้องรู้. ผมย่อยมาให้เข้าใจง่ายสำหรับการปฏิบัติงาน เมื่อพบ คนไข้หัวใจหยุดเต้น น่ะครับ

​🔑 ลำดับความสำคัญที่เน้นย้ำหลัก (Core Priorities) ​การรับรู้เหตุและการแจ้งเหตุโดยเร็ว (Early recognition & activation: ยิ่งเริ่มระบบกู้ชีพเร็ว โอกาสรอดชีวิตยิ่งสูง
⚡️​การทำ CPR คุณภาพสูง: เน้นการกดหน้าอกเพื่อให้เลือดไปเลี้ยงสมองและหัวใจ (Coronary perfusion pressure) ต่อเนื่อง
​การทำ CPR คุณภาพสูง (อัตราเร็ว, ความลึก, การคืนตัวของทรวงอก, และมีการหยุดCPRให้น้อยที่สุด)

⚡️​การช็อกไฟฟ้าหัวใจโดยเร็ว (Early defibrillation) เป็นวิธีเดียวที่รักษาภาวะ VF/pVT ได้ผลที่สุดและสำคัญมมากๆครับ
​การช็อกไฟฟ้าหัวใจ (Defibrillation - สำหรับ VF / Pulseless VT)
​แนะนำให้ใช้เครื่องชนิด Biphasic ซึ่งมีอยู่แล้วในปัจจุบัน Biphasic defibrillation: ใช้พลังงานน้อยกว่าแต่ประสิทธิภาพสูงกว่า Monophasic ลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหัวใจ

​ใช้วิธีการช็อกครั้งเดียว (Single shock) ไม่ทำการช็อกต่อเนื่องซ้ำๆ (No stacked shocks)
การ ​Single shock strategy: ช็อก 1 ครั้งแล้วปั๊มหัวใจทันที ไม่ต้องเสียเวลาดู EKG เพื่อลดช่วงเวลาที่เลือดหยุดไหลเวียน (No flow time)
​Immediate CPR: การกดหน้าอกทันทีหลังช็อกช่วยกระตุ้นให้หัวใจที่เพิ่งถูกช็อกกลับมาบีบตัวได้จริง
​ทำ CPR ต่อทันที หลังจากช็อกไฟฟ้า
​ใช้พลังงานคงที่หรือปรับเพิ่มขึ้น (ตามคำแนะนำของเครื่องมือนั้นๆ)
💉
​การใช้ยาที่เหมาะสม
​💉 Epinephrine (อะดรีนาลีน)
​ขนาด: 1 มก. ทาง IV/IO ทุกๆ 3–5 นาที. ผสม 1:10000 ครับ
​💉 Epinephrine (อะดรีนาลีน)
​PEA / Asystole (ให้ ASAP): ในกรณีนี้หัวใจไม่มีแรงบีบตัวเลย Epinephrine จะช่วยบีบหลอดเลือด เพิ่มความดันโลหิตเพื่อให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจและสมอง จึงต้องให้ "เร็วที่สุดเท่าที่เปิดเส้นได้"
​VF / pVT (ให้หลัง Defib): การช็อกไฟฟ้าสำคัญที่สุด ยาเป็นเพียงตัวช่วยเสริม จึงให้หลังจากพยายามช็อกไฟฟ้าและ CPR ไปแล้วระยะหนึ่ง
​🔥 ยาต้านการเต้นผิดจังหวะ (Antiarrhythmics)
​Amiodarone / Lidocaine: ใช้เพื่อช่วยควบคุมคลื่นไฟฟ้าหัวใจในเคสที่ดื้อต่อการช็อกไฟฟ้า (Refractory) ช่วยเพิ่มโอกาสที่การช็อกไฟฟ้าครั้งต่อไปจะสำเร็จ (ROSC)
​🚫 ยาที่ไม่แนะนำให้ใช้เป็นกิจวัตร
​Calcium / Sodium Bicarb / Magnesium: ข้อมูลวิจัยชี้ว่าการให้ยาเหล่านี้โดยไม่มีข้อบ่งชี้เฉพาะ (เช่น ไม่มีภาวะเลือดเป็นกรดรุนแรง หรือไม่มีภาวะโพแทสเซียมสูง) ไม่ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิต และอาจเกิดผลเสียได้

คลื่นไฟฟ้าชนิดช็อกไม่ได้ (PEA / Asystole): ให้ยา ทันที (ASAP) IV ไม่ได้ ก็ IO. ทาง ET-Tube ไม่พูดกันแล้วครับ

⚡️ ​คลื่นไฟฟ้าชนิดช็อกได้ (VF/pVT): ให้หลังจากพยายามช็อกไฟฟ้าแล้ว
​🔥 ยาต้านการเต้นผิดจังหวะ (Antiarrhythmics)
​ใช้สำหรับกรณี Refractory VF / pVT (ดื้อต่อการรักษา) เท่านั้น:
​Amiodarone หรือ. ​Lidocaine
​🚫 ยาที่ไม่แนะนำให้ใช้เป็นกิจวัตรปกติระหว่างหัวใจหยุดเต้น: ใช้ใช้แมื่สาเหตุชัดเท่านั้น
​แคลเซียม (Calcium)
​โซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium bicarbonate)
​แมกนีเซียม (Magnesium) – ยกเว้นกรณี Torsades de pointes หรือภาวะแมกนีเซียมต่ำ
⚡️​CPR และการช็อกไฟฟ้า ช่วยชีวิตคนได้มากกว่าการใช้ยา
​เรื่องเวลาเป็นสิ่งสำคัญ (โดยเฉพาะการให้ Epinephrine) ​ลดการใช้ยาแบบหว่านแห เน้นความแม่นยำมากขึ้น

​🫁 ทางเดินหายใจและการช่วยหายใจ (Airway & Ventilation)
​ให้ความสำคัญกับ คุณภาพ CPR มากกว่าการรีบใส่ท่อช่วยหายใจ. ​หลีกเลี่ยงการช่วยหายใจที่มากเกินไป (Hyperventilation) ​ใส่อุปกรณ์ช่วยหายใจขั้นสูง (Advanced airway) เฉพาะเมื่อมีผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น.ถ้าเป็นไปได้. หรือเรา อาจตาม Anas มาใส่ ETT ใน ER ครับเพราะการ ​CPR Quality > Intubation: การพยายามใส่ท่อช่วยหายใจนานเกินไปทำให้ต้องหยุดกดหน้าอก ซึ่งส่งผลเสียร้ายแรงกว่าการได้รับออกซิเจนช้า ครับผม
🫁​Avoid Hyperventilation: การบีบ ambu bag เร็วหรือแรงเกินไป ทำให้แรงดันในช่องอกสูง เลือดไหลกลับเข้าหัวใจได้น้อยลง (Decreased venous return) ทำให้ CPR ไม่ได้ผล
🫁เมื่อใส่อุปกรณ์ช่วยหายใจขั้นสูงแล้ว: บีบ 1 ครั้ง ทุกๆ 6 วินาที. ​1 breath every 6 secs: เป็นจังหวะที่เหมาะสมเพื่อให้ได้รับออกซิเจนเพียงพอโดยไม่รบกวนระบบไหลเวียนเลือด

​🌡️ การดูแลหลังหัวใจหยุดเต้น (Post–Cardiac Arrest Care - จุดเน้นสำคัญ)
​การควบคุมอุณหภูมิกายในผู้ใหญ่ที่หมดสติทุกราย
​Target 32–37.5°C: ไม่จำเป็นต้องทำ Hypothermia (เย็นจัด) เสมอไป แต่หัวใจสำคัญคือ "ห้ามมีไข้" (Avoid Pyrexia) เพราะไข้จะไปเร่งกระบวนการเผาผลาญในสมอง ทำให้สมองบวมและตายได้
​Hemodynamic optimization: รักษาความดันโลหิต (MAP) ให้เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่ามีเลือดไปเลี้ยงสมองเพียงพอหลัง ROSC
​การช่วยหายใจแบบปกป้องปอด (Lung-protective ventilation)
​การติดตามทางระบบประสาทแบบพหุรูปแบบ (Multimodal neurologic monitoring

​👥 การทำงานเป็นทีม (Team Dynamics)
​มีผู้นำทีมที่ชัดเจน
​การสื่อสารแบบวงปิด (Closed-loop communication) การทวนคำสั่ง (เช่น สั่งยา -> คนฉีดทวนชื่อและขนาดยา -> คนสั่งยืนยัน -> ฉีดเสร็จแจ้งกลับ) ช่วยป้องกันความผิดพลาดทางการแพทย์ (Medical Errors) ในภาวะวิกฤต ได้ครับ
​สนับสนุนให้ใช้อุปกรณ์สะท้อนผลการทำ CPR (CPR feedback devices)

​🩸 ข้อพิจารณาพิเศษ
​ECPR (ECMO-CPR):เป็นการใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียมมาช่วยปั๊มเลือดแทนการกดหน้าอก แนะนำเฉพาะ บางรายที่สมเหตุสมผลในผู้ป่วยบางรายที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว ว่ามีโอกาสฟื้น (เช่น อายุน้อย, สาเหตุแก้ได้) และต้องทำในโรงพยาบาลที่มีความพร้อมสูง ศูนย์การแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีโปรโตคอลรองรับเท่านั้น

​การดูแลหลังสัญญาณชีพกลับคืน (Post-ROSC care) สำคัญมากต่อการรอดชีวิต
​การดูแลหลังหัวใจหยุดเต้นอย่างเป็นระบบ: เพื่อลดความเสียหายของสมองที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ (Secondary brain injury

​📌 บทสรุป (Key Take-Home)
​Focus on basics: ยาและเครื่องมือที่ซับซ้อน ช่วยชีวิตได้น้อยกว่าการปั๊มหัวใจที่ดีและการช็อกไฟฟ้าที่รวดเร็ว
​Precision care: เปลี่ยนจากการ "เหมาจ่ายให้ยา" เป็นการ "ให้ตามข้อบ่งชี้" เพื่อลดผลข้างเคียง ครับ

นี่เป็นแค่ส่วนย่อยเล็กน้อยเพื่อให้ #พยาบาลน้องใหม่
#นักศึกษา เข้าใจง่ายๆในภาวะพบผู้ป่วย Cardiac Arrest Algorithm เท่านั้น ครับ

ส่วน Algorithm Bradycardia Tachycardia Special Events และอื่นๆ ผมจะสรุปแยกให้อีกครับ เพื่อจะได้ค่อยๆจำและทบทวนครับ ผม

​อ้างอิง:
​American Heart Association. 2025 CPR & ECC Guidelines – Adult Advanced Life Support. Circulation. 2025.
​American Heart Association. ACLS Algorithms & Guidelines (2025).............
https://www.ahajournals.org
American Heart Association. ACLS Algorithms & Guidelines (2025).
https://cpr.heart.org/en/resuscitation-science/cpr-and-ecc-guidelines
AHA. 2025 ECC Guidelines Highlights.
https://cpr.heart.org


#นักศึกษาพยาบาล

03/01/2026

🩸🚨สรุปแนวทางการประเมินผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทีมพยาบาลและบุคลากรหน้างานนำไปใช้ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ครับผม

❤️‍🩹​หัวใจสำคัญของการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินคือ "หาภาวะที่ฆ่าคนไข้ให้เจอและแก้ไขทันที"
โดยเราจะใช้หลักการ Primary และ Secondary Survey ที่พูดกันอยู่ตลอดครับ

❓️แล้วเริ่มตั้งแต่พบคนไข้0-15นาทีแรก ทำอะไรบ้าง
เป็นความรู้สำหรับ นักศึกษา. และผู้ปฏิบัติงานใหม่ใน ER
ผมขอขยายความแนวทางการปฏิบัติใน "15 นาทีแรก (The First 15 Minutes)" หลังจากที่ผู้ป่วยผ่านการคัดแยก (Triage) มาแล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุด. ในการวางทิศทางการรักษาครับ

​ในทางเวชศาสตร์ฉุกเฉิน เราจะเน้นการจัดการที่รวดเร็วและเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายหลักคือ
"Stabilization" หรือการทำให้ผู้ป่วยพ้นขีดอันตรายเบื้องต้น ดังนี้ครับ:
​🕒 การจัดการใน 15 นาทีแรก (The First 15 Minutes)
​เมื่อผู้ป่วย (โดยเฉพาะกลุ่มสีแดง หรือ Emergency) มาถึงจุดดูแลรักษา ทีมพยาบาลและแพทย์ต้องปฏิบัติงานสอดประสานกันดังนี้:
🩸
​1. Quick Re-assessment (0-2 นาทีแรก)
​ยืนยันระดับความรุนแรง: ทบทวนอีกครั้งว่าผู้ป่วยตรงตามผล Triage หรือไม่ (เช่น ผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น ต้องเริ่ม CPR ทันทีโดยไม่ต้องประเมินซ้ำ)
​Safety Check: สวมอุปกรณ์ป้องกัน (PPE) และตรวจสอบความปลอดภัยของสถานที่
🩸
​2. Immediate Life-Saving Interventions (2-10 นาที)
​นี่คือช่วงที่ต้องทำ Primary Survey (A-B-C-D-E) ที่เราคุยกันไปก่อนหน้าให้เสร็จสิ้น พร้อมทำหัตถการช่วยชีวิตเบื้องต้น:
​Oxygenation: ให้ออกซิเจนตามความเหมาะสม (Cannula/Mask/Ambu bag)
​Circulatory Access: เปิดเส้นเลือด (IV Access) อย่างน้อย 1-2 เส้น พร้อมเก็บเลือดส่งตรวจ (Lab)
​Monitoring: ติด Monitor สัญญาณชีพ, EKG 12 leads (กรณีเจ็บหน้าอก), และวัดระดับน้ำตาลปลายนิ้ว (DTX) ทันทีในรายที่ซึม
🩸
​3. Focused History & Diagnostic Integration (10-15 นาที)
​ประวัติ SAMPLE: ซักประวัติสำคัญจากผู้ป่วยหรือญาติ (โรคประจำตัว, ยาที่กิน, ประวัติแพ้)
​Bedside Investigation: ทำ Point-of-Care Testing เช่น POCUS (Point-of-Care Ultrasound) หรือการอ่านผล EKG เบื้องต้น เพื่อหาความผิดปกติที่ต้องรีบแก้ไข เช่น ภาวะน้ำ หรือ เลือดในช่องท้อง หรือภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (STEMI)
🩸
เรามาดูรายละเอียดสักเล็กน้อยครับ. ค่อยเพิ่มเนื้อหา. และรายละเอียดขึ้นเรื่อยๆด้วยกันน่ะครับ
(สำหรับนักศึกษา และพยาบาล Paramedic EMT)

อ่ะเริ่มเลอ
​1. Primary Survey: การประเมินเบื้องต้น (Life-Saving)
​เป้าหมายคือการประเมินและรักษาภาวะคุกคามต่อชีวิตตามลำดับ A-B-C-D-E หากพบความผิดปกติในหัวข้อใด ต้องแก้ไขทันที (Treat as you go) ก่อนจะไปหัวข้อถัดไป
👄​A: Airway & C-spine Protection
​ประเมินว่าทางเดินหายใจโล่งไหม? พูดโต้ตอบได้ปกติหรือไม่?
​หากมีการบาดเจ็บ (Trauma) ต้องระวังเรื่องกระดูกต้นคอ (C-spine stabilization)
🫁​B: Breathing & Ventilation
​ดูอัตราการหายใจ (RR), ความอิ่มตัวของออกซิเจน (SpO2), ฟังเสียงปอด
​จัดการภาวะวิกฤต เช่น Tension Pneumothorax หรือ Massive Hemothorax
🩸​C: Circulation & Hemorrhage Control
​ประเมินสัญญาณชีพ (Vital Signs), ความดันโลหิต (BP), ชีพจร (Pulse)
​ห้ามเลือดที่มองเห็นได้ชัดเจน เปิดเส้นให้สารน้ำ (IV access)
🧠​D: Disability (Neurological Status)
​ประเมินระดับความรู้สึกตัวด้วย GCS หรือ AVPU
​ตรวจดูรูม่านตา (Pupils) และความแข็งแรงของแขนขา
👍​E: Exposure & Environment
​ถอดเสื้อผ้าตรวจให้ทั่วร่างกาย (ห้ามพลาดบาดแผลที่หลัง)
​สำคัญ: ป้องกันภาวะตัวเย็นเกิน (Hypothermia) เสมอ
🚨
​2. Secondary Survey: การประเมินอย่างละเอียด
​ทำเมื่อผู้ป่วยมีสัญญาณชีพคงที่ (Stable) แล้วเท่านั้น เพื่อหาความผิดปกติอื่นๆ ที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตในทันที
​ประวัติ SAMPLE:
​S (Signs/Symptoms): อาการและอาการแสดง
​A (Allergies): ประวัติแพ้ยา/อาหาร
​M (Medications): ยาที่กินประจำ
​P (Past medical history): โรคประจำตัว
​L (Last meal): อาหารมื้อสุดท้าย (สำคัญกรณีต้องผ่าตัด)
​E (Events): เหตุการณ์ที่นำมาสู่การเจ็บป่วย
​Physical Exam (Head-to-Toe): ตรวจร่างกายอย่างละเอียดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
​Investigations: ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab) และภาพถ่ายทางรังสี (X-ray, CT) ตามความเหมาะสม
🔄
​3. Post-Assessment & Re-evaluation (Monitoring)
​การประเมินผู้ป่วยฉุกเฉินไม่ใช่การทำครั้งเดียวจบ ครับ รึปล่อย. ตังแต่คนไข้มา จน จะ Admit 3ชั่วโมง ประเมินซ้ำอยู่รอบเดียวแต่ต้อง Re-evaluate ซ้ำเป็นระยะ
​ประเมินซ้ำ (Re-assessment): ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนเวร หรือหลังให้ยา/หัตถการ
​Clinical Deterioration: เฝ้าระวังอาการที่แย่ลง (Early Warning Signs)
​Disposition: ตัดสินใจว่าจะรับไว้ในโรงพยาบาล (Admit), ส่งต่อ (Refer), หรือให้กลับบ้านได้

​Note จากแพทย์ เพื่อรายงานแพทย์ : ในสถานการณ์ฉุกเฉิน การทำงานเป็นทีมและการสื่อสารที่ชัดเจน (SBAR) หรือ บางที่ใช้(ISBAR) เป็นสิ่งสำคัญมาก หากพบอาการผิดปกติในขั้นตอน Primary Survey ให้รีบแจ้งแพทย์ทันทีครับผม

🎯​หวังว่าสรุปชุดนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในปีนี้ครับ

เป็นบทความเพื่อการเรียนรู้และเป็นแนวทางเท่านั้น
โปรดปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญระหว่างการปฏิบัติงาน
เนื่องจากเนื้อหาและรายละเอียดเยอะมากครับบทความนี้ขอสรุปสั้นๆเท่านี้ก่อนครับ


#พยาบาลการบันเทิง

🎉 🎉 ER การบันเทิง 🎉 🎉 🎉 เลี้ยงฉลอง ส่งท้ายปีเก่า ตอนรับปีใหม่ 🎉 ขอให้อวยพรให้ทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ERทำงานด้วยร...
30/12/2025

🎉 🎉 ER การบันเทิง 🎉 🎉
🎉 เลี้ยงฉลอง ส่งท้ายปีเก่า ตอนรับปีใหม่ 🎉
ขอให้อวยพรให้ทีมแพทย์ พยาบาล
และเจ้าหน้าที่ ERทำงานด้วยรอยยิ้มมากกว่าเหงื่อ
มีแรงกายแรงใจพอสู้ในทุกๆเวร
มีสติครบถ้วนในการดูแลทุกเคส
และมีเสียงหัวเราะเล็ก ๆ คั่นระหว่างความวุ่นวาย

ขอให้ปีใหม่นี้
ความเหนื่อยถูกชดเชยด้วยความภูมิใจ
ความกดดันถูกแทนที่ด้วยกำลังใจจากทีม
และทุกคนกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยในทุกเวร

สุขสันต์วันปีใหม่ทีม Emergency Phon hospital
ขอให้เป็นปีที่เรายืนหยัดเคียงข้างกันอย่างเข้มแข็งเหมือนเดิมเสมอ 💙✨

27/12/2025
26/12/2025
Welcome  ER Phon hospital
26/12/2025

Welcome ER Phon hospital

21/12/2025

ที่อยู่

215
Khon Kaen
40130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Emergency Room Phon Hospitalผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram

ประเภท