02/12/2018
ขอแชร์ประสบการณ์การมาเรียนคอร์สครูที่นี่ค่ะ
By Admin Aom
30 พฤศจิกายน 2560
วันพิธีรับประกาศนียบัตรจบคอร์สครูโยคะ 200 ชั่วโมง
ถ้านับย้อนไปในปีที่ผ่านมา ฉันเป็นคนที่ได้รับปริญญา 2 ใบเลยล่ะ หนึ่งคือเรียนจบปริญญาโท สองคือเรียนจบคอร์สครูโยคะ
บอกเลยว่า ยากทั้งสองใบ..
ฉันใช้เวลาเรียนปริญญาโทถึง 7 ปี เป็นห้วงเวลาแห่งความไม่เอาไหนของฉันเลยทีเดียว ฉันแพ้ซ้ำแล้วซ้ำอีกให้กับงานวิจัย วันๆคลุกอยู่กับห้องสมุด ตกเย็นเครียดก็กินเบียร์เย็นๆอยู่ที่ถนนพระอาทิตย์ ชีวิตเวียนๆไปอยู่อย่างนั้น
ส่วนในเส้นทางการเป็นครูโยคะที่เกาะพะงัน มันก็ไม่ง่ายเช่นกัน เพราะอยู่ดีๆ ฉันก็ได้รับคำชักชวนจากพี่ซันนี่ Sunsanee Intaphong คนที่ฉันเคยเจอเธอแค่ 1 ครั้ง ที่สตูดิโอโยคะที่กรุงเทพ คุยกันแค่ในเฟสบุ้คเท่านั้น แต่ฉันรู้ว่าเธอเป็นครูสอนโยคะที่เกาะพะงัน ฉันจำได้ว่า ตอนที่ฉันเจอเธอครั้งแรก ฉันเริ่มหลงสเน่ห์ของโยคะ และเริ่มที่จะไปเรียนครูโยคะต่อ เธอพูดกับฉันประโยคหนึ่งว่า “เชื่อว่า ฉันจะเป็นครูโยคะที่ดีได้”
เหมือนเธอร่ายเมจิคใส่ฉัน และฉันก็ตามเสียงของเธอมา....
เท้าเหยียบบนผืนแผ่นดินเกาะครั้งแรกในวันที่ฝนรินความรู้สึกแรกคือ งง นี่เหรอประเทศไทย มีแต่ฝรั่งเดินเต็มไปหมด แล้วฝรั่งย่านที่เราอยู่นั่นคือย่านศรีธนูก็เป็นฝรั่งที่สนใจในเรื่องจิตวิญญาณ สนใจในเรื่องโยคะ ฝึกสมาธิ กินอาหารมังสวิรัติ ไม่กินเนื้อสัตว์ ทุกคนมาเรียนรู้หาประสบการณ์ทางจิตวิญญาณที่นี่
วกกลับมาเรื่องของฉัน แรกๆเรียนไม่รู้เรื่องในภาคทฤษฎี เพราะต้องใช้ภาษาอังกฤษ ฟังไม่ทันเขา ไม่เข้าใจ ฉันแก้ปัญหาด้วยการเปิดดิกชันนารี หาบทความไทยมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่เรียน (โชคดีที่เป็นคนมีการศึกษา) ก่อนเข้าคลาสจะใช้วิธีนี้ ถ้าไม่เข้าใจอะไรจะวิ่งไปถามพี่ซันนี เพราะเธอเป็นครูหลักและก็พูดไทยได้ ที่สำคัญฉันจะเรียนจบไม่จบมันอยู่ที่เธอ..
ท่ามกลางในหมู่ฝรั่ง ฉันเป็นเอเชียหรือคนไทยคนเดียวในกลุ่มซึ่งฉันต้องปรับตัว แรกๆฉันยอมรับว่าปรับไม่ได้ อยากเป็นเพื่อนกับเขา แต่ทำตัวไม่ถูก จะให้เดินไปคุยเลยเหมือนวิธีของวัฒนธรรมตะวันตก ก็โง่ พูดไม่ได้อีก โชคดีของฉันที่เจอเพื่อนๆในรุ่นที่ดีมาก เขาพยายามชวนฉันไปไหนมาไหนเสมอ แม้ว่าฉันปฏิเสธเขาอยู่บ่อยครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยลืมฉันเลย
บางทีฉันคุยกับเขาไม่รู้เรื่องฉันก็เปิดดิกชันนารีต่อหน้าพวกเขา แต่เขาก็ไม่เคยหัวเราะเยาะ กลับเปลี่ยนเป็นว่า พอเขาไม่รู้ศัพท์เขาก็เปิดดิกเหมือนกัน55 ฉันมีเพื่อนที่พกดิกชันนารีเป็นเล่มเล็กๆติดตัวตลอดเวลาด้วยนะ จนฉันต้องถามว่าทำไมมึงไม่ใช้แอป
นี่ผ่านมาแล้ว 1 ปี....
เราก็ยังคุยกัน ติดต่อกันผ่านโซเชียลมีเดีย แม้ไม่ทุกวันแต่เราก็ยังรู้ว่าใครทำอะไร เจออะไรมา ยิ่งหลายวันก่อนฉันลงรูปคู่กับแฟน เพราะแฟนของฉันออกจากเกาะ เพื่อนของฉันก็รีบส่งข้อความมาถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ถึงตอนนี้เราก็เม้าส์มอยกันมากกว่าเดิม
ถึงวันนี้ทำให้ฉันรู้ว่า เรามีเพื่อน และเพื่อนจะไม่ห่างไปไหน ไม่ว่าเราจะเจอสถานการณ์ใดๆ เราจะยังมีเพื่อนที่คอยร่วมทางกับเราในเส้นทางของกันและกัน
ดีใจที่ได้เจอ 🙂 มันน่าดีใจยิ่งกว่าการได้รับใบประกาศความสำเร็จ
ปล. ใครสนใจเรียนคอร์สครูโยคะ 200 ชั่วโมง ติดต่อ
Yoga in Koh Phangan, Thailand