Healthfocusclinic น.พ.อรรถสิทธิ์ ศักดิ์สุธาพร ประจำ Health Focus Clinic คลินิกดูแลสุขภาพสมัยใหม่สำหรับผู้รักสุขภาพ
(1)

“ลุก นั่ง เดิน ยากขึ้น?” อาจไม่ใช่แค่ความแก่ แต่เป็นสัญญาณว่ากล้ามเนื้อกำลังลดลงเคยสังเกตไหมคะว่า เดี๋ยวนี้ลุกจากเก้าอี้...
22/05/2026

“ลุก นั่ง เดิน ยากขึ้น?” อาจไม่ใช่แค่ความแก่
แต่เป็นสัญญาณว่ากล้ามเนื้อกำลังลดลง

เคยสังเกตไหมคะว่า เดี๋ยวนี้ลุกจากเก้าอี้ช้าลง เดินขึ้นบันไดไม่คล่องเหมือนก่อน เหนื่อยง่ายขึ้น หรือแม้แต่น้ำหนักลดลงโดยไม่ตั้งใจ หลายคนมักคิดว่าเป็นเรื่องปกติของวัยที่มากขึ้น แต่จริง ๆ แล้วอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ “ภาวะมวลกล้ามเนื้อลดลง” ซึ่งเป็นภัยเงียบที่เกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัวค่ะ

กล้ามเนื้อไม่ใช่แค่เรื่องของคนออกกำลังกายหรือคนอยากมีกล้ามสวย ๆ เท่านั้น แต่คือรากฐานของการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะลุก นั่ง เดิน ขึ้นบันได ทรงตัว หรือป้องกันการหกล้ม ล้วนต้องอาศัยกล้ามเนื้อทั้งนั้นค่ะ

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ลดลง โดยเฉพาะในคนที่ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว กินโปรตีนไม่พอ นอนหลับไม่ดี มีโรคเรื้อรัง หรือมีภาวะฮอร์โมนและสารอาหารบางอย่างผิดสมดุล

สิ่งที่น่ากังวลคือ พอกล้ามเนื้อลดลง ร่างกายจะอ่อนแรง เคลื่อนไหวน้อยลง และยิ่งทำให้กล้ามเนื้อหายไปมากขึ้น จนเสี่ยงเดินไม่มั่นคง หกล้มง่าย ฟื้นตัวช้า และใช้ชีวิตลำบากกว่าเดิม ดังนั้น การดูแลกล้ามเนื้อจึงไม่ใช่แค่ “ออกกำลังกายเพิ่ม” หรือ “กินโปรตีนเพิ่ม” เท่านั้น แต่อาจต้องรู้ให้ชัดด้วยว่าร่างกายกำลังขาดอะไร หรือมีปัจจัยอะไรที่ทำให้กล้ามเนื้อลดลงเร็วกว่าปกติ

🩺 การตรวจสุขภาพจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ เพราะช่วยให้เห็นภาพร่างกายได้ชัดขึ้น ทั้งเรื่องสารอาหาร วิตามิน ฮอร์โมน น้ำตาล การอักเสบ และความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจซ่อนอยู่
อย่ารอให้ลุกลำบาก เดินไม่ไหว หรือหกล้มก่อนค่อยเริ่มดูแลนะคะ

เพราะกล้ามเนื้อไม่ใช่แค่เรื่องของรูปร่าง แต่คือ “พลังชีวิต” ที่ช่วยให้เราแข็งแรง ใช้ชีวิตเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกช่วงวัย

หากเริ่มรู้สึกว่าแรงตก เดินช้าลง เหนื่อยง่าย หรือน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ การตรวจสุขภาพอาจช่วยให้เรารู้สาเหตุและวางแผนดูแลตัวเองได้ตรงจุดมากขึ้นค่ะ

สนใจตรวจสุขภาพและฮอร์โมนที่คลินิกคุณหมออรรถ สามารถติดต่อได้ที่
💬Line : https://line.me/R/ti/p/%40214byvpd
📞Tel : 02-096-4945
Location
📍The Grove Hathairaj (เดอะ โกรพ หทัยราษฏร์)
📍Little Walk Rattanathibet

#กล้ามเนื้อลดลง

21/05/2026

สายกินมื้อดึกต้องดู! 🚨 กินข้าวเย็นกี่โมง ร่างกายถึงจะเผาผลาญได้ดีที่สุด?

สนใจตรวจสุขภาพและฮอร์โมนที่คลินิกคุณหมออรรถ สามารถติดต่อได้ที่
💬Line : https://line.me/R/ti/p/%40214byvpd
📞Tel : 02-096-4945
Location
📍The Grove Hathairaj (เดอะ โกรพ หทัยราษฏร์)
📍Little Walk Rattanathibet

#หมออรรถ #ลดไขมัน #คุมน้ำตาล #เบาหวาน

อายุเพิ่มขึ้นไม่ได้น่ากลัวเท่า “มวลกระดูกที่หายไป” หลายคนเริ่มสนใจสุขภาพกระดูกตอนที่เริ่มปวดหลัง ปวดเข่า หรือรู้สึกว่าร่...
21/05/2026

อายุเพิ่มขึ้นไม่ได้น่ากลัวเท่า “มวลกระดูกที่หายไป”

หลายคนเริ่มสนใจสุขภาพกระดูกตอนที่เริ่มปวดหลัง ปวดเข่า หรือรู้สึกว่าร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนเดิม แต่ในความเป็นจริง “มวลกระดูก” สามารถลดลงอย่างเงียบ ๆ ได้นานหลายปีก่อนจะมีอาการชัดเจน

ภาวะกระดูกบางและกระดูกพรุน ถูกเรียกว่าเป็น “โรคเงียบ” เพราะในระยะแรกมักไม่มีอาการเลย จนกระทั่งกระดูกอ่อนแอลงมากพอที่จะเกิดการแตกหัก หรือเริ่มมีอาการปวดจากกระดูกสันหลังยุบตัว

ทำไมผู้หญิงวัย 40+ ถึงต้องเริ่มระวัง?
กระดูกของคนเรามีการสลาย และสร้างใหม่ตลอดเวลา แต่เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะสร้างกระดูกใหม่ได้น้อยลงกว่าการสลายกระดูกเดิม หลังอายุประมาณ 30 ปี มวลกระดูกจะเริ่มค่อย ๆ ลดลงตามธรรมชาติ และในผู้หญิง การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนในช่วงก่อนและหลังวัยหมดประจำเดือน จะยิ่งเร่งการสูญเสียมวลกระดูกให้เร็วขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้หญิงวัย 40+ หลายคนเริ่มมีปัญหาเรื่องกระดูก แม้ภายนอกจะยังดูแข็งแรงอยู่ก็ตาม

สัญญาณที่หลายคนมองข้าม
แม้ระยะแรกจะไม่แสดงอาการชัดเจน แต่เมื่อกระดูกเริ่มอ่อนแอลง ร่างกายอาจเริ่มส่งสัญญาณ เช่น
🚨ปวดหลังง่าย
🚨ปวดเข่าหรือปวดสะโพก
🚨ส่วนสูงลดลง
🚨หลังค่อมมากขึ้น
🚨ลุกนั่งไม่คล่อง
🚨เมื่อยตัวบ่อย
🚨กระดูกหักง่ายกว่าปกติ
โดยเฉพาะส่วนสูงลดลงและปวดหลังเรื้อรัง อาจเกิดจากกระดูกสันหลังที่เริ่มยุบตัวจากความแข็งแรงของกระดูกที่ลดลง

ปัญหาคือ หลายคนไม่รู้ตัวจนกระดูกหัก
ภาวะกระดูกพรุนในระยะแรกมักไม่เจ็บ ไม่ปวด และไม่มีอาการชัด หลายคนจึงไม่รู้ว่าตัวเองกำลังสูญเสียมวลกระดูกอยู่ บางคนเพิ่งมารู้หลังเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย เช่น หกล้มเบา ๆ แล้วยังมีกระดูกแตก หรือยกของแล้วเกิดอาการบาดเจ็บที่กระดูก บริเวณที่พบปัญหาได้บ่อย ได้แก่ กระดูกสันหลัง สะโพก ข้อมือ และในผู้สูงอายุ การหักของกระดูกสะโพกสามารถกระทบต่อการเดิน การใช้ชีวิต และคุณภาพชีวิตระยะยาวได้อย่างมาก

ดูแลกระดูกตั้งแต่วันนี้ ยังสำคัญที่สุด
การดูแลกระดูกไม่ควรรอให้เริ่มปวดก่อน เพราะเมื่อมวลกระดูกลดลงไปมากแล้ว การฟื้นกลับมาอาจทำได้ยากกว่าเดิม สิ่งสำคัญในการดูแลกระดูก ได้แก่
▪️ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก เช่น เดิน วิ่งเบา ๆ หรือเวทเทรนนิง
▪️รับประทานโปรตีน แคลเซียม และวิตามินดีให้เพียงพอ
▪️นอนหลับให้มีคุณภาพ
▪️ลดการสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์
▪️ตรวจสุขภาพและประเมินความหนาแน่นของมวลกระดูกเมื่อถึงวัยเสี่ยง

บางทีอาการปวดเมื่อยที่คิดว่า “เป็นเรื่องของอายุ” อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังสูญเสียความแข็งแรงของกระดูกแบบเงียบ ๆ ก็ได้นะคะ

สนใจตรวจสุขภาพและฮอร์โมนที่คลินิกคุณหมออรรถ สามารถติดต่อได้ที่
💬Line : https://line.me/R/ti/p/%40214byvpd
📞Tel : 02-096-4945
Location
📍The Grove Hathairaj (เดอะ โกรพ หทัยราษฏร์)
📍Little Walk Rattanathibet

#ฮอร์โมน #กระดูก #มวลกระดูก

เช็กด่วน! สัญญาณเตือน ร่างกายอักเสบเรื้อรังที่คนทำงานมักมองข้ามหลายคนตื่นมาก็เพลีย บ่าย ๆ เริ่มหมดแรง ปวดคอ บ่า ไหล่เรื้...
20/05/2026

เช็กด่วน! สัญญาณเตือน ร่างกายอักเสบเรื้อรัง
ที่คนทำงานมักมองข้าม

หลายคนตื่นมาก็เพลีย บ่าย ๆ เริ่มหมดแรง ปวดคอ บ่า ไหล่เรื้อรัง จนคิดว่า “คงเป็นเพราะอายุหรือทำงานหนัก” แต่ความจริง อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนจากภาวะ “การอักเสบระดับเซลล์” ที่หลายคนไม่รู้ตัวค่ะ
เมื่อเราเครียดสะสม นอนดึก ทานน้ำตาลและอาหารแปรรูปบ่อย ร่างกายจะหลั่งสารอักเสบต่อเนื่องจนระบบรวน และส่งสัญญาณออกมาเงียบ ๆ

📝 CHECKLIST : สัญญาณอักเสบเรื้อรังที่คนทำงานมักมองข้าม
☐ ตื่นมาแล้วรู้สึกตัวบวม หน้าบวม
☐ เพลียง่าย แม้ไม่ได้นอนดึก
☐ ท้องอืด แน่นท้องง่าย
☐ น้ำหนักขึ้นง่าย แต่ลงยากมาก
☐ ปวดคอ บ่า ไหล่เรื้อรัง
☐ ฟื้นตัวช้าหลังออกกำลังกาย
☐ สมองตื้อ รู้สึกร่างกาย “ไม่เฟรช” ตลอดเวลา
👉 ถ้ามีมากกว่า 3 ข้อ ร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนแล้วนะคะ

ที่สำคัญหลายครั้งที่ไปตรวจสุขภาพผลเลือดทั่วไปอาจยังดูปกติ ทั้งที่ในระดับเซลล์เริ่มเสียสมดุลไปไกลแล้วค่ะ เพราะการตรวจทั่วไปจะเจอความผิดปกติก็ต่อเมื่ออวัยวะเริ่มเสียหาย แต่การอักเสบเรื้อรังมันซ่อนอยู่ลึกกว่านั้น

หากคุณมีอาการเหล่านี้ ปัจจุบันที่คลินิกมี แพ็กเกจตรวจสุขภาพองค์รวม 41 รายการ ที่ออกแบบมาเพื่อค้นหาต้นตอความล้าและการอักเสบเรื้อรังโดยเฉพาะ โดยเจาะลึกรายการสำคัญที่การตรวจสุขภาพทั่วไปอาจไม่มี
✅เช็กการอักเสบระดับเซลล์และหลอดเลือด: ตรวจค่า hs-CRP, Homocysteine และ ESR เพื่อดูว่าระบบภายในกำลังอักเสบเงียบ ๆ อยู่ไหม
✅เช็กฮอร์โมนความเครียดและต่อมหมวกไต: ตรวจ DHEAs ดูระดับความล้าสะสมของร่างกาย
✅เช็กฮอร์โมนควบคุมระบบเผาผลาญ: ตรวจไทรอยด์แบบละเอียด (TSH, FT3, FT4) และภาวะดื้ออินซูลิน (C-Peptide, HbA1c) ที่เป็นสาเหตุว่าทำไมน้ำหนักขึ้นง่ายลงยาก
✅ฮอร์โมนเพศหญิงแบบจัดเต็ม (11 รายการ): เช็กสมดุล Estradiol, Progesterone, LH, FSH ปรับอารมณ์และดูแลระบบภายในให้กลับมาเฟรช

คืนความสมดุลให้ร่างกาย และย้อนกระบวนการอักเสบให้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง
สนใจรับคำปรึกษาหรือนัดหมายตรวจ ทักแชตสอบถามรายละเอียดแพ็กเกจได้เลยค่ะ
💬Line : https://line.me/R/ti/p/%40214byvpd
📞Tel : 02-096-4945
Location
📍The Grove Hathairaj (เดอะ โกรพ หทัยราษฏร์)
📍Little Walk Rattanathibet

#อักเสบเรื้อรัง #ดูแลสุขภาพ #เหนื่อยง่าย

สูงวัย "ล้มกระแทกพื้น" อย่าเพิ่งรีบพยุง!เรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้ “ความหวังดี” กลายเป็น “ซ้ำเติมอาการ”เ...
19/05/2026

สูงวัย "ล้มกระแทกพื้น" อย่าเพิ่งรีบพยุง!
เรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง
เพื่อไม่ให้ “ความหวังดี” กลายเป็น “ซ้ำเติมอาการ”

เมื่อเราเห็นผู้สูงอายุที่เรารักล้มลงต่อหน้าต่อตา เชื่อว่าสัญชาตญาณแรกของลูกหลานทุกคนคือความตกใจและรีบวิ่งเข้าไปพยุงท่านให้ลุกขึ้นมานั่งหรือยืนทันทีใช่ไหมคะ แต่ทราบไหมคะว่าการทำแบบนั้นในทันทีอาจเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด เพราะโครงสร้างร่างกายของผู้สูงอายุนั้นเปราะบางกว่าวัยหนุ่มสาวมาก การรีบเคลื่อนย้ายโดยไม่ประเมินอาการก่อน อาจทำให้กระดูกที่ร้าวอยู่แล้วหัก หรือไปกดทับเส้นประสาทจนเกิดอันตรายร้ายแรงได้ค่ะ

วันนี้มาเรียนรู้วิธีรับมือที่ถูกต้องทีละขั้นตอน เพื่อให้คุณดูแลคนที่คุณรักได้อย่างปลอดภัยที่สุดกันค่ะ

1️⃣ ตั้งสติและ “ห้าม” เคลื่อนย้ายทันที
สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติค่ะ อย่าเพิ่งรีบเข้าไปอุ้ม ดึงแขน หรือพยุงให้ลุกขึ้นนั่งเด็ดขาด ให้ท่านนอนอยู่ในท่าเดิมนิ่งๆ ไปก่อน เพราะผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักมีภาวะกระดูกพรุนโดยไม่รู้ตัว แรงกระแทกเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้กระดูกสันหลังหรือกระดูกสะโพกหักได้ การขยับผิดท่าเพียงนิดเดียวอาจทำให้กระดูกที่หักไปทิ่มแทงอวัยวะภายใน หรือเคลื่อนไปกดทับเส้นประสาทจนเป็นอัมพาตได้ค่ะ

2️⃣ พูดคุยเพื่อประเมินสติและอาการบาดเจ็บ
เมื่อให้ท่านนอนนิ่งๆ แล้ว ให้ลองเรียกชื่อหรือถามคำถามง่ายๆ เพื่อเช็กว่าท่านยังมีสติดีอยู่ไหม เช่น “เจ็บตรงไหนบ้าง” หรือ “ขยับแขนขาได้ไหม” หากท่านยังพูดคุยรู้เรื่อง ให้สังเกตลักษณะการหายใจและสีหน้าว่ามีความเจ็บปวดรุนแรงหรือไม่ แต่หากหมดสติ ไม่มีการตอบสนอง ให้รีบเช็กการหายใจและเตรียมโทรสายด่วนทันทีค่ะ

3️⃣ สังเกตสัญญาณ “กระดูกหัก” ที่ต้องระวัง
จุดที่แตกหักได้ง่ายที่สุดในผู้สูงอายุคือ “สะโพก” และ “กระดูกสันหลัง” ค่ะ ให้คุณลองสังเกตดูขาของท่านโดยไม่ต้องไปจับดัดขานะคะ หากพบว่าขาข้างที่เจ็บมีลักษณะสั้นกว่าอีกข้าง ปลายเท้าบิดหมุนออกด้านนอก หรือท่านร้องเจ็บปวดรุนแรงที่ขาหนีบหรือสะโพกจนขยับไม่ได้ นี่คือสัญญาณของ “กระดูกสะโพกหัก” ซึ่งต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ด่วนที่สุด ห้ามให้ลุกเดินลงน้ำหนักเด็ดขาดค่ะ

4️⃣ ตัดสินใจให้ความช่วยเหลือตามอาการ
เมื่อประเมินสถานการณ์แล้ว เราจะแบ่งการดูแลออกเป็น 2 กรณีดังนี้ค่ะ

🔹 กรณีบาดเจ็บรุนแรง หรือ สงสัยว่ากระดูกหัก: หากท่านบ่นปวดมาก ขยับตัวไม่ได้ หรือขาผิดรูป ให้โทร 1669 เรียกรถพยาบาลทันที ระหว่างรอรถ ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ให้ท่านนอนในท่าที่เจ็บน้อยที่สุด หากจำเป็นต้องปฐมพยาบาลแผลเลือดออก ให้ใช้ผ้าสะอาดกดห้ามเลือดไว้เบาๆ เท่านั้นค่ะ

🔹 กรณีรู้สึกตัวดีและไม่มีสัญญาณกระดูกหัก: หากท่านบอกว่าไหว ไม่เจ็บมาก ให้ท่านค่อยๆ ขยับตัวช้าๆ โดยใช้เก้าอี้ที่มั่นคงช่วยพยุงตอนลุกขึ้น จากนั้นให้ประคบเย็นบริเวณที่ฟกช้ำเพื่อลดบวม และให้นอนพักผ่อนสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดค่ะ

5️⃣ ระวังภัยเงียบ! สัญญาณเตือนทางสมองที่มาช้า
แม้ว่าจะดูเหมือนไม่เป็นอะไรมาก แต่ “สมอง” คือสิ่งที่น่าห่วงที่สุดค่ะ เพราะเส้นเลือดในสมองของผู้สูงอายุมีความเปราะบาง อาจเกิดภาวะเลือดออกในสมองแบบซึมช้าๆ (Subdural Hematoma) ซึ่งอาการอาจจะไม่แสดงทันที แต่จะค่อยๆ ปรากฏใน 24-48 ชั่วโมง หรือบางรายอาจนานถึง 2-3 สัปดาห์ ดังนั้นต้องคอยสังเกตอาการต่อเนื่อง หากภายใน 2-3 วันหลังล้ม ท่านมีอาการซึมลง สับสน ปวดหัวรุนแรง อาเจียน แขนขาอ่อนแรง หรือจำอะไรไม่ได้ ให้รีบพาไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอค่ะ

6️⃣ ไปโรงพยาบาลทุกครั้งเพื่อความชัวร์
คำแนะนำที่ดีที่สุดคือ ไม่ว่าท่านจะลุกเดินได้เอง หรือดูเหมือนมีแค่รอยฟกช้ำเล็กน้อย ก็ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดทุกครั้งค่ะ เพราะการบาดเจ็บภายในบางอย่างไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า การตรวจให้แน่ใจย่อมดีกว่าการปล่อยทิ้งไว้จนอาการกำเริบในภายหลังค่ะ

จำไว้เสมอว่า “ล้มหนึ่งครั้ง อาจเปลี่ยนชีวิตได้” การรู้วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงและผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ค่ะ เซฟเบอร์ 1669 ติดเครื่องไว้เสมอ และขอให้ทุกบ้านที่มีผู้สูงอายุปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุนะคะ

สนใจตรวจสุขภาพและฮอร์โมนที่คลินิกคุณหมออรรถ สามารถติดต่อได้ที่
💬Line : https://line.me/R/ti/p/%40214byvpd
📞Tel : 02-096-4945
Location
📍The Grove Hathairaj (เดอะ โกรพ หทัยราษฏร์)
📍Little Walk Rattanathibet

#กระดูกสะโพกหักในผู้สูง

19/05/2026

ขาดทุกวันแบบไม่รู้ตัว! อาหาร 2 ชนิดที่คนส่วนใหญ่กินไม่พอ

สนใจตรวจสุขภาพและฮอร์โมนที่คลินิกคุณหมออรรถ สามารถติดต่อได้ที่
💬Line : https://line.me/R/ti/p/%40214byvpd
📞Tel : 02-096-4945
Location
📍The Grove Hathairaj (เดอะ โกรพ หทัยราษฏร์)
📍Little Walk Rattanathibet

#หมออรรถ #สารอาหาร

เช็กด่วน! 5 อาการทางใจใน "วัยทอง" ที่ชอบมาแบบไม่รู้ตัว 🌪️❤️พอเริ่มเข้าสู่วัยใกล้หมดประจำเดือน หรือหมดประจำเดือนแล้ว ร่าง...
18/05/2026

เช็กด่วน! 5 อาการทางใจใน "วัยทอง" ที่ชอบมาแบบไม่รู้ตัว 🌪️❤️

พอเริ่มเข้าสู่วัยใกล้หมดประจำเดือน หรือหมดประจำเดือนแล้ว ร่างกายของผู้หญิงเราจะมีการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก แต่สิ่งที่ผูัหญิงวัย 40+ หรือคนรอบข้างต้องสังเกตให้ดี คือ 5 อาการทางจิตใจและสมอง ที่พบได้บ่อยที่สุด ดังนี้ค่ะ

⚡ 5 อาการทางใจแปรปรวนในวัยทอง
1. ขี้หงุดหงิด
รู้สึกหงุดหงิดง่าย เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็กวนใจได้มากกว่าปกติ
2. อารมณ์แกว่ง อารมณ์เหวี่ยง
อารมณ์แปรปรวนขึ้น ๆ ลง ๆ ไม่คงที่ เดาใจยาก
3. มีภาวะซึมเศร้า (Depress)
บางช่วงจะรู้สึกเศร้าดิ่ง อารมณ์เหวี่ยงลง หม่นหมองไม่มีสาเหตุ
4. มีความวิตกกังวลสูง
รู้สึกเครียด กระวนกระวายใจ หรือกังวลใจมากเกินปกติ
5. ขี้หลงขี้ลืม ความจำแย่ลง
สมองตื้อ ๆ นึกอะไรไม่ค่อยออก ซึ่งเป็นผลมาจากระดับฮอร์โมนที่เริ่มลดลงนั่นเองค่ะ

💡 รับมืออย่างไรดี?
หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังเจออาการเหล่านี้รบกวนชีวิตประจำวันและจิตใจอย่างมาก อย่าเพิ่งท้อแท้ใจไปนะคะ เพราะต้นเหตุหลัก ๆ มาจากฮอร์โมนในร่างกายที่ลดถอยลงตามวัย การเริ่มต้นดูแลตัวเองที่ดีที่สุดคือการรู้เท่าทันร่างกายค่ะ ขอแนะนำให้เข้ามา ตรวจเช็กสุขภาพและสมดุลฮอร์โมนอย่างละเอียดที่คลินิก เพื่อให้คุณหมอช่วยประเมินและวางแผนปรับสมดุลฮอร์โมนให้กลับมาดีขึ้น ช่วยบรรเทาอาการกวนใจ และคืนความสดใสให้อารมณ์กลับมาคงที่ แข็งแรงจากภายในสู่อีกครั้งค่ะ

เพราะวัยทองไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากเราเข้าใจและรับมือได้อย่างถูกวิธี ทักมานัดหมายเพื่อเข้ามาตรวจสุขภาพและปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ
💬Line : https://line.me/R/ti/p/%40214byvpd
📞Tel : 02-096-4945
Location
📍The Grove Hathairaj (เดอะ โกรพ หทัยราษฏร์)
📍Little Walk Rattanathibet

#วัยทอง #ฮอร์โมน

หลายคนไม่ได้อยากกลับไปเด็กแค่อยากกลับไป ‘รู้สึกดีในร่างกายตัวเอง’ อีกครั้งประโยคนี้แทงใจผู้หญิงวัย 40+ แบบเต็ม ๆ เพราะใน...
17/05/2026

หลายคนไม่ได้อยากกลับไปเด็ก
แค่อยากกลับไป ‘รู้สึกดีในร่างกายตัวเอง’ อีกครั้ง

ประโยคนี้แทงใจผู้หญิงวัย 40+ แบบเต็ม ๆ เพราะในความเป็นจริง เราไม่ได้อยากย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กที่ยังลองผิดลองถูกกับชีวิต แต่เราแค่คิดถึงวันที่ตื่นมาแล้วสดชื่น วันที่สมองปลอดโปร่ง และวันที่ระบบเผาผลาญยังทำงานดีแบบไม่ต้องพยายามต่างหาก

เมื่อก้าวเข้าสู่วัยเลข 4 ร่างกายเหมือนถูกสับสวิตช์อย่างกะทันหัน ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจาก 3 จิ๊กซอว์สำคัญที่เชื่อมโยงกันอย่างเลี่ยงไม่ได้

🧬 Hormone
เมื่อสารเคมีในร่างกายเริ่มประท้วง
ช่วงอายุ 40+ คือจุดเริ่มต้นของ Perimenopause (ช่วงก่อนหมดประจำเดือน) ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่เคยสมดุลจะเริ่มดิ่งลงและแกว่งไปมา ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออารมณ์ ผิวพรรณ และระบบเผาผลาญ ทำให้อ้วนง่ายขึ้น หงุดหงิดง่ายแบบไม่มีสาเหตุ และรู้สึกว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเราคนเดิม

💤 Sleep
การนอนหลับที่มีคุณภาพกลายเป็นของหายาก
ผลพวงจากฮอร์โมนที่แปรปรวนมักมาพร้อมกับอาการตื่นกลางดึก ช่องท้องร้อนวูบวาบ หรือเหงื่อออกตอนกลางคืน ต่อให้นอนครบชั่วโมง แต่คุณภาพการนอนลึก (Deep Sleep) กลับลดลง ทำให้ตื่นมาพร้อมกับความเพลียสะสม เหมือนชาร์จแบตเตอรี่เข้าแค่วันละ 50%

🌋 Burnout
ร่างกายล้า ใจก็หมดพลัง
ผู้หญิงวัย 40+ มักอยู่ในจุดที่รับศึกหนักรอบด้าน หน้าที่การงานที่รับผิดชอบสูงขึ้น บวกกับการเป็น Sandwich Generation ที่ต้องดูแลทั้งลูกที่กำลังโตและพ่อแม่ที่เริ่มแก่ชรา เมื่อความเครียดเรื้อรังสะสม ฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) จะพุ่งสูงจนไปรบกวนฮอร์โมนอื่น ๆ ซ้ำเติม ทำให้เกิดภาวะหมดไฟทั้งทางกายและทางสมอง (Brain Fog)

วิธีทวงคืนความ "รู้สึกดี" ในร่างกายตัวเอง
✅ เปลี่ยนวิธีขยับร่างกาย
ลดการคาร์ดิโอที่หักโหมจนร่างกายล้าเกินไป หันมาเน้น Weight Training เพื่อรักษา มวลกล้ามเนื้อ (ที่ลดลงฮวบฮาบในวัยนี้) และช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ
✅ กู้คืนระบบการนอน
ตั้งอุณหภูมิห้องนอนให้เย็นกว่าปกติ งดคาเฟอีนหลังเที่ยงวัน และสร้าง Routine ผ่อนคลายก่อนนอนเพื่อบอกสมองว่า "ถึงเวลาพักผ่อนแล้ว"
✅ ซ่อมแซมจากภายใน
โฟกัสอาหารกลุ่มโปรตีนคุณภาพสูงเพื่อรักษาพืชฐานกล้ามเนื้อ ทานไขมันดี (เช่น อะโวคาโด, ถั่วเปลือกแข็ง) เพื่อเป็นสารตั้งต้นในการสร้างฮอร์โมน และลดอาหารกลุ่มน้ำตาลหรือแปรรูปสูงที่กระตุ้นการอักเสบในร่างกาย
✅ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
หากปรับไลฟ์สไตล์แล้วยังไม่ดีขึ้น การเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจระดับฮอร์โมนและรับวิตามินหรือฮอร์โมนทดแทน ภายใต้การดูแลของแพทย์ คือทางลัดที่ปลอดภัยและตรงจุดที่สุด

เป้าหมายของวัย 40+ ไม่ใช่การมีผิวหรือหุ่นเหมือนเด็กอายุ 20 แต่คือการตื่นมาในทุกเช้าแล้วรู้สึกมีพลัง สมองแจ่มใส และมีความสุขกับร่างกายที่แข็งแรงในเวอร์ชันปัจจุบัน

สนใจตรวจสุขภาพและฮอร์โมนที่คลินิกคุณหมออรรถ สามารถติดต่อได้ที่
💬Line : https://line.me/R/ti/p/%40214byvpd
📞Tel : 02-096-4945
Location
📍The Grove Hathairaj (เดอะ โกรพ หทัยราษฏร์)
📍Little Walk Rattanathibet

#ฮอร์โมน #วัยทอง #วัย40

16/05/2026

กินผลไม้เยอะ ระวัง! ต้องเช็กค่าเลือด 4 ตัวนี้

สนใจตรวจสุขภาพและฮอร์โมนที่คลินิกคุณหมออรรถ สามารถติดต่อได้ที่
💬Line : https://line.me/R/ti/p/%40214byvpd
📞Tel : 02-096-4945
Location
📍The Grove Hathairaj (เดอะ โกรพ หทัยราษฏร์)
📍Little Walk Rattanathibet

#หมออรรถ #ผลไม้ #ค่าเลือด #ตรวจสุขภาพ

บางที แม่ไม่ได้เปลี่ยนไป👩‍🦳แต่ร่างกายแม่กำลังเปลี่ยนจากข้างในช่วงหลัง ๆ คุณแม่ของคุณเปลี่ยนไปไหม?จากคนที่เคยตื่นเช้ามีแร...
16/05/2026

บางที แม่ไม่ได้เปลี่ยนไป👩‍🦳
แต่ร่างกายแม่กำลังเปลี่ยนจากข้างใน

ช่วงหลัง ๆ คุณแม่ของคุณเปลี่ยนไปไหม?
จากคนที่เคยตื่นเช้ามีแรง กลายเป็นเหนื่อยง่าย
จากคนที่เคยนอนหลับดี กลายเป็นตื่นกลางดึกบ่อย
จากคนที่เคยใจเย็น กลายเป็นหงุดหงิดง่ายขึ้น
หรือบางครั้ง ดูไม่สดใสเหมือนเดิม

หลายครอบครัวอาจคิดว่า “แม่ก็แค่อายุมากขึ้น” แต่จริง ๆ แล้ว ในผู้หญิงวัย 50-70 ปี ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างพร้อมกัน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ที่ส่งผลต่อทั้งการนอน อารมณ์ พลังงาน ระบบเผาผลาญ กล้ามเนื้อ และคุณภาพชีวิตในแต่ละวัน

อาการบางอย่างที่หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติของวัย อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังต้องการการดูแลมากขึ้น เช่น
▪️นอนหลับไม่สนิท ตื่นกลางดึกบ่อย
▪️เหนื่อยง่าย ไม่มีแรงเหมือนเดิม
▪️อารมณ์ขึ้นลง หงุดหงิดง่าย
▪️น้ำหนักขึ้นง่าย โดยเฉพาะรอบเอว
▪️ปวดเมื่อยง่าย กล้ามเนื้อลดลง
▪️ขี้ลืม ไม่มีสมาธิ
▪️ไม่ค่อยอยากออกไปเจอใครเหมือนเดิม

บางครั้งสิ่งที่แม่ต้องการ อาจไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่คือการเข้าใจว่า ร่างกายกำลังเปลี่ยนอะไรอยู่ การตรวจฮอร์โมนและสุขภาพเชิงลึก อาจช่วยให้เราเข้าใจได้ว่า อาการเหล่านี้เกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง และควรเริ่มดูแลจากจุดไหน

เพราะการดูแลสุขภาพของคุณแม่ ไม่ใช่แค่เรื่องของการรักษาโรค แต่คือการทำให้แม่ยังมีแรง ยังนอนดี ยังยิ้มได้ และใช้เวลากับครอบครัวได้อย่างมีความสุขให้นานที่สุด

หากอยากประเมินว่าคุณแม่ควรเริ่มตรวจหรือดูแลด้านไหนบ้าง
สามารถทักมาปรึกษาทีม Health Focus Clinic ได้นะคะ
💬Line : https://line.me/R/ti/p/%40214byvpd
📞Tel : 02-096-4945
Location
📍The Grove Hathairaj (เดอะ โกรพ หทัยราษฏร์)
📍Little Walk Rattanathibet

#วัยทอง #ฮอร์โมน

ปวดท้องเมนส์หนักจนลุกไม่ไหว ฮอร์โมนไม่สมดุลหรือเปล่า? 🩸ผู้หญิงหลายคนเคยชินกับการปวดท้องประจำเดือน จนคิดว่าเป็นเรื่องธรรม...
15/05/2026

ปวดท้องเมนส์หนักจนลุกไม่ไหว ฮอร์โมนไม่สมดุลหรือเปล่า? 🩸

ผู้หญิงหลายคนเคยชินกับการปวดท้องประจำเดือน จนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องทนทุกเดือน แต่ในความเป็นจริงแล้วอาการปวด โดยเฉพาะในระดับที่รบกวนการใช้ชีวิต อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณที่กำลังบอกว่า ฮอร์โมนในร่างกายกำลังไม่สมดุล โดยเฉพาะถ้าอาการปวดรุนแรงจนทำงานไม่ได้ ต้องกินยาเป็นประจำ หรือต้องนอนพักตลอดวัน นั่นอาจไม่ใช่อาการปวดเมนส์ทั่วไปอีกต่อไป
อาการปวดท้องเมนส์ เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนอย่างไร?
รอบเดือนของผู้หญิงถูกควบคุมโดยฮอร์โมนหลายชนิด แต่ฮอร์โมนที่มีบทบาทสำคัญกับอาการปวด คือ ✅โปรเจสเตอโรน (Progesterone) และ ✅เอสโตรเจน (Estrogen) เมื่อฮอร์โมนเหล่านี้เสียสมดุล ร่างกายจะตอบสนองผ่านอาการต่างๆ เช่น ปวดท้องมาก อารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ บวมน้ำ หรือมีประจำเดือนผิดปกติ
🟠ปวดแบบ “ตื้อๆ หนักๆ” อาจเกี่ยวกับการขาดโปรเจสเตอโรน
ลักษณะอาการที่พบได้บ่อยคือ ปวดหน่วง ปวดตื้อๆ ปวดต่อเนื่องเท่าๆ กัน รู้สึกหนักท้องน้อยตลอดช่วงมีประจำเดือน

อาการลักษณะนี้ มักสัมพันธ์กับภาวะโปรเจสเตอโรนต่ำ โปรเจสเตอโรนเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายสงบ ลดการอักเสบ และช่วยปรับสมดุลของเยื่อบุโพรงมดลูก เมื่อระดับฮอร์โมนชนิดนี้ลดลงมากเกินไป ร่างกายอาจเกิดการอักเสบและไวต่อความเจ็บปวดมากขึ้น พบว่าผู้หญิงหลายคนที่มีอาการปวดประจำเดือนรุนแรง เมื่อได้รับการดูแลและปรับสมดุลโปรเจสเตอโรน อาการมักดีขึ้นค่อนข้างเร็ว
🟠ปวดแบบ “บีบเกร็งเป็นพักๆ” อาจเกี่ยวกับเอสโตรเจน
อีกลักษณะหนึ่งที่พบได้บ่อยคือ ปวดบีบ ปวดเกร็ง ปวดเป็นจังหวะ บีบแล้วคลาย บีบแล้วคลาย

อาการแบบนี้อาจมีแนวโน้มสัมพันธ์กับเอสโตรเจนไม่สมดุล เอสโตรเจนมีผลต่อการหดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก หากระดับฮอร์โมนแปรปรวน อาจทำให้มดลูกบีบตัวมากผิดปกติ จนเกิดอาการปวดเกร็งชัดเจนในช่วงมีประจำเดือน
ปวดท้องเมนส์แบบไหน ที่ไม่ควรปล่อยไว้?
❗ปวดจนใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้
❗ต้องกินยาแก้ปวดทุกเดือน
❗ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ
❗รอบเดือนผิดปกติ
❗มีอารมณ์แปรปรวนหนัก
❗นอนไม่หลับ เหนื่อยง่าย
❗มีสิว น้ำหนักขึ้น หรือผมร่วงร่วมด้วย
บางครั้งอาการเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากฮอร์โมนเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะอื่น เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ได้เช่นกัน

ร่างกายกำลังส่งสัญญาณ อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็ก การปวดท้องประจำเดือน ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องที่ต้องทนเสมอไป หลายครั้งร่างกายกำลังส่งสัญญาณบางอย่างว่า ฮอร์โมนเริ่มเสียสมดุล ระบบการนอนเริ่มแย่ หรือร่างกายกำลังมีภาวะอักเสบสะสม ยิ่งเราเริ่มสังเกตตัวเองได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสดูแลสุขภาพได้ตรงจุดมากขึ้นเท่านั้น
หากคุณมีอาการปวดที่รุนแรงหรือเรื้อรัง แนะนำให้ตรวจเช็กระดับฮอร์โมนและสุขภาพโดยละเอียด ที่ Health Focus Clinic เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคลร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญนะคะ

ตรวจสุขภาพและฮอร์โมนที่คลินิกคุณหมออรรถ สามารถติดต่อได้ที่
💬Line : https://line.me/R/ti/p/%40214byvpd
📞Tel : 02-096-4945
Location
📍The Grove Hathairaj (เดอะ โกรพ หทัยราษฏร์)
📍Little Walk Rattanathibet

#สุขภาพผู้หญิง #ปวดท้องประจำเดือน #สมดุลฮอร์โมน #ความรู้สุขภาพ

ที่อยู่

The Grove Hathairaj 88 หมู่ 11 Hathairat Rd. , Lat Sawai
Lam Luk Ka
12150

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 09:00 - 17:30
พุธ 09:00 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30
เสาร์ 08:30 - 17:30
อาทิตย์ 08:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+6620964945

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Healthfocusclinicผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท