13/02/2026
ISSUE.128 > Plantar Fasciitis (พังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ)
(Quick Clinical Guide - อ้างอิงแนวทางการรักษาล่าสุด)
Plantar Fasciitis คือหนึ่งในสาเหตุหลักของอาการปวดส้นเท้า เกิดจากการใช้งานซ้ำ ๆ หรือการรับน้ำหนักมากเกินไป จนทำให้ “พังผืดใต้ฝ่าเท้า” ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อเส้นใยที่ช่วยพยุงอุ้งเท้าเกิดการระคายเคืองและเสื่อมสภาพ
แม้อาการนี้มักสามารถหายได้เองตามธรรมชาติภายใน 6–18 เดือน แต่การดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยลดความเจ็บปวด ฟื้นฟูการเดิน และป้องกันการเรื้อรังได้อย่างมาก โดยมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ต้องรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด
กลไกสำคัญที่ควรรู้: Windlass Mechanism
พังผืดใต้ฝ่าเท้ามีหน้าที่ช่วยพยุง “อุ้งเท้าด้านใน” ให้มั่นคง เมื่อปลายนิ้วเท้าเหยียด พังผืดจะตึงขึ้น ทำให้เท้าแข็งแรงและพร้อมรับน้ำหนักขณะเดินหรือวิ่ง
หากโครงสร้างนี้ทำงานผิดปกติ แรงกระแทกจะถูกถ่ายไปที่ส้นเท้ามากขึ้น จึงเกิดอาการปวดตามมา
ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อย
🔹 พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์
น้ำหนักเกิน (BMI > 25) เพิ่มความเสี่ยงเกือบ 2 เท่า
พบมากในคนอายุ มากกว่า 40 ปี
เพิ่มความหนักในการออกกำลังกายแบบกะทันหัน
วิ่งแรง ๆ หรือเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็ง
🔹 โครงสร้างเท้าและชีวกลศาสตร์
ข้อเท้าเคลื่อนไหวได้น้อย (Dorsiflexion < 10°) ทำให้พังผืดตึง
-เท้าแบน (Flat foot) → เพิ่มแรงดึงที่ส้นเท้า
-อุ้งเท้าสูง (High arch) → ดูดซับแรงกระแทกได้น้อย
-กล้ามเนื้อน่องตึง → เพิ่มแรงดึงต่อพังผืด
🔹 ปัจจัยทางระบบร่างกาย
เช่น กลุ่มโรคข้ออักเสบจากภูมิคุ้มกัน (เช่น spondyloarthritis)
อาการที่มักพบ
-ปวดส้นเท้าแบบแปลบหรือเหมือนโดนมีดแทง
-จ็บมากใน “ก้าวแรกหลังตื่นนอน” หรือหลังนั่งนาน
-อาการดีขึ้นเมื่อขยับเล็กน้อย แต่จะกลับมาปวดเมื่อใช้งานหนัก
ประมาณ 33% อาจปวดทั้งสองข้าง — ซึ่งแพทย์อาจต้องตรวจหาสาเหตุจากโรคระบบ
การตรวจวินิจฉัย
แพทย์มักตรวจจากอาการและตำแหน่งกดเจ็บ เช่น บริเวณกระดูกส้นเท้าด้านใน
การทดสอบที่ใช้บ่อย
Windlass Test: เจ็บมากขึ้นเมื่อยกนิ้วโป้งขึ้น
Dorsiflexion-Eversion Test: เจ็บเมื่อกระดกข้อเท้าพร้อมบิดเท้าออก
ต้องแยกจากโรคอื่นด้วย เพราะอาการปวดส้นเท้าอาจไม่ได้มาจากพังผืดเสมอไป เช่น
-เส้นประสาทถูกกดทับ (Tarsal tunnel)
-กระดูกล้า หรือกระดูกแตกจากแรงกด
-เอ็นร้อยหวายอักเสบ
-ไขมันรองส้นเท้าฝ่อ
การตรวจเพิ่มเติม (เมื่ออาการไม่ดีขึ้น)
-X-ray: ดูกระดูกงอกหรือรอยร้าว
-Ultrasound: ตรวจความหนาและการอักเสบของพังผืด
-MRI: ดูเนื้อเยื่อและกระดูกอย่างละเอียด
-Bone Scan: ใช้เมื่อสงสัยกระดูกล้าแต่ X-ray ไม่พบ
แนวทางการรักษา
✅ 1. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (First-line)
ถือเป็นวิธีหลักและได้ผลดีที่สุดในผู้ป่วยส่วนใหญ่
-ยืดกล้ามเนื้อน่องและพังผืดใต้ฝ่าเท้า
-ใช้อุปกรณ์พยุงอุ้งเท้า / แผ่นรองส้น
-เลี่ยงเดินเท้าเปล่า
-ลดการยืนนาน
-ใส่ Night splint เพื่อคงตำแหน่งข้อเท้าระหว่างนอน
✅ 2. ยาและการรักษาแบบฟื้นฟูเนื้อเยื่อ
แนวทางนี้มุ่งเน้นทั้งการลดอาการปวด และกระตุ้นการซ่อมแซมจากภายใน
-NSAIDs: ใช้เพื่อลดอาการปวดและการอักเสบในระยะเริ่มต้น ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
-CellRestore (PRP – Platelet-Rich Plasma): การนำเกล็ดเลือดเข้มข้นจากร่างกายตนเองมาฉีดบริเวณที่บาดเจ็บ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดการอักเสบ และเร่งกระบวนการซ่อมแซมของพังผืด เหมาะกับผู้ที่มีอาการเรื้อรังหรือฟื้นตัวช้า
✅ 3. เทคโนโลยีไม่ผ่าตัดขั้นสูง
เหมาะสำหรับผู้ที่อาการไม่ดีขึ้นจากการรักษาเบื้องต้น และต้องการฟื้นฟูอย่างลึกถึงระดับเนื้อเยื่อ
-BTL Focus Shockwave Therapy:
เทคโนโลยีคลื่นกระแทกพลังงานสูงที่ช่วยกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่ (Neovascularization) และเพิ่มการหลั่ง Growth Factors เพื่อเร่งการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
✔ ลดอาการปวด
✔ เพิ่มความยืดหยุ่นของพังผืด
✔ ช่วยให้กลับมาเดินหรือออกกำลังกายได้เร็วขึ้น
ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่มีงานวิจัยรองรับ และถูกใช้ในเวชศาสตร์ฟื้นฟูและเวชศาสตร์การกีฬาอย่างแพร่หลาย
✅ 4. การผ่าตัด
พิจารณาเฉพาะกรณีเรื้อรังเกิน 12 เดือน และมีผลต่อการใช้ชีวิตอย่างมาก
โดยเป็นการคลายพังผืดผ่านแผลเปิดหรือส่องกล้อง
สรุป
Plantar Fasciitis ไม่ใช่แค่ “อาการปวดส้นเท้า” แต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างเท้า การเคลื่อนไหว และรูปแบบการใช้ชีวิต
👉 ข่าวดีคือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
หากได้รับการวินิจฉัยเร็ว และดูแลอย่างเหมาะสม
ยิ่งเริ่มรักษาเร็ว - โอกาสเรื้อรังยิ่งลดลง และกลับมาเดินได้สบายเร็วขึ้น
_________________
หาสมดุล ค้นพบสุขภาพ
Find your Balance Find your Health
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือจองคิวปรึกษาได้ที่
📞เบอร์ติดต่อ : 02-000-1750, 096-9838684
👉Inbox FB : m.me/369034252951954
👉Line Official: https://page.line.me/dr.balance
👉IG : https://shorturl.at/Skr2S
👉TikTok: https://shorturl.at/KIDbJ
👉Youtube: https://shorturl.at/ImWWV
🌎Website: https://dr-balanceclinic.com/
📍Location: ตั้งอยู่ตึกมอลลี่ ด้านหน้าโรงแรม Courtyard by Marriott โครงการมอลลี่ ชั้น 3 ตรงข้ามพาซิโอลาดกระบัง
https://maps.app.goo.gl/t7VPYrr6QzqJ5UDU7