23/03/2026
ฉี ด อินซูลินอย่างไร ให้ได้ผลดี? 💉
ฉีดต่างที่ ยาออกฤทธิ์ต่างกันจริงหรือ?
ตั้งแต่ทำงานกับผู้ป่วยโรคเรื้อรังมา
ปัญหาการใช้ยาฉีด insulin ไม่ถูกต้อง เป็นปัญหาที่พบบ่อยมากๆค่ะ .... คนไข้หลายคนฉีดอินซูลินมาหลายปี แต่ยังไม่เคยได้รับคำแนะนำเรื่องเทคนิคการฉีดที่ถูกต้องเลย
จากการสำรวจทั่วโลกพบว่า ผู้ป่วยที่ฉีดอินซูลินเกือบ 1 ใน 3 มีก้อนไขมันใต้ผิวหนัง (lipohypertrophy) บริเวณที่ฉีด  ซึ่งทำให้อินซูลินดูดซึมไม่สม่ำเสมอ ระดับน้ำตาลแกว่ง และยังต้องใช้อินซูลินมากขึ้นโดยไม่จำเป็น ซึ่งสาเหตุหลักของก้อนไขมัน คือ “การไม่หมุนเปลี่ยนตำแหน่งฉีด“
🔵 4 ตำแหน่งที่แนะนำสำหรับฉีดอินซูลิน
ตำแหน่งที่ใช้ฉีดอินซูลินใต้ผิวหนังมี 4 บริเวณ ได้แก่ หน้าท้อง, ต้นแขนด้านนอก, ต้นขาด้านนอก และสะโพก
!!! ซึ่งแต่ละตำแหน่งมี อัตราการดูดซึมต่างกัน ค่ะ !!!
▪ หน้าท้อง → ดูดซึม เร็วที่สุด เหมาะกับอินซูลินออกฤทธิ์เร็ว (rapid-acting)
▪ ต้นแขน → ดูดซึมปานกลาง
▪ ต้นขา → ดูดซึมช้ากว่า
▪ สะโพก → ดูดซึม ช้าที่สุด เหมาะกับอินซูลินออกฤทธิ์ยาว (long-acting)
⚠️ การฉีดอินซูลินบริเวณหน้าท้อง: ให้เว้นระยะรอบสะดืออย่างน้อย 2 ซม. (ประมาณ 2 นิ้วมือ) 
🔵 หมุนเวียนตำแหน่งอย่างไรให้ถูกวิธี?
ยึดหลักการสำคัญจากแนวทาง FITTER คือ
✅ อยู่ในบริเวณเดิมอย่างน้อย 1 เดือน แต่ให้หมุนจุดฉีดภายในบริเวณนั้น เช่น ถ้าเดือนนี้ฉีดหน้าท้อง ก็วนฉีดแบ่ง 4 ส่วน (ตามภาพ) แล้วค่อยเลื่อนจุด
✅ แต่ละจุดฉีด ต้องห่างจากจุดเดิมอย่างน้อย 2.5 ซม. (1 นิ้ว)
✅ ห้ามฉีดในบริเวณที่มีก้อน lipohypertrophy เด็ดขาด เพราะจะทำให้การดูดซึมอินซูลินผิดปกติ 
เหตุผลที่ต้อง “วนจุดในบริเวณเดิม” แทนที่จะสลับท้อง-แขน-ขา ทุกวัน คือ ตำแหน่งฉีดที่ต่างกันจะมีอัตราการดูดซึมอินซูลินต่างกัน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของความแปรปรวนของระดับน้ำตาลในเลือดค่ะ
🔵 เทคนิคการจับผิวหนัง (Skin fold / Pinch-up)
การจับผิวหนังก่อนฉีดมีความสำคัญมากค่ะ เพราะช่วยป้องกันไม่ให้เข็มเข้าชั้นกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะอินซูลินชนิดออกฤทธิ์ยาว เช่น NPH ถ้าฉีดเข้ากล้ามเนื้อจะมีความเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลต่ำรุนแรง 😱
วิธีจับที่ถูกต้อง (ดูภาพประกอบ):
✅ ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ จับผิวหนังเบาๆ เป็นแนวกว้าง
❌ อย่าบีบแน่นเกินไป / จับแคบเกินไป
❌ อย่ารวบเอากล้ามเนื้อขึ้นมาด้วย
✅ กดเข็มด้วยแรงปานกลาง และ ปล่อยมือจากผิวหนังหลังถอนเข็มออกแล้วเท่านั้น
*** สิ่งที่ได้จากงานวิจัย ***
Worldwide Injection Technique Questionnaire Study (ITQ) เป็นงานวิจัยที่มีผู้ป่วยเบาหวานที่ฉีดอินซูลินเข้าร่วม 13,289 คน จาก 423 ศูนย์ ใน 42 ประเทศ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2014 ถึง มิถุนายน 2015  ค่ะ นับว่าเป็นการสำรวจเรื่องเทคนิคการฉีดอินซูลินที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา และตีพิมพ์ใน Mayo Clinic Proceedings ปี 2016 โดย Frid AH และคณะ .... พบว่าผู้ป่วยเบาหวานที่ฉีดอินซูลินน้อยกว่า 40% เคยได้รับการสอนเทคนิคการฉีดในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และ 10% ไม่เคยได้รับการสอนเลย ทั้งที่ฉีดมาโดยเฉลี่ยเกือบ 9 ปี 
👩⚕️เรื่องนี้เป็นจุดที่เภสัชกรและทีมสหวิชาชีพสามารถช่วยได้มากค่ะ เพราะแค่การสอนเทคนิคฉีดที่ถูกต้อง ก็สามารถช่วยให้การควบคุมน้ำตาลดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
Ref:
1. Bahendeka S et al. EADSG Guidelines. Diabetes Ther. 2019;10(2):341-366.
2. Frid AH et al. New Insulin Delivery Recommendations. Mayo Clin Proc. 2016;91(9):1231-55.
3. Gradel AKJ et al. Factors Affecting the Absorption of SC Insulin. J Diabetes Res. 2018;2018:1205121.
📌 เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนปรับเปลี่ยนการใช้ยาค่ะ
หวังว่าจะมีประโยชน์กับทุกคนนะคะ
#เภสัชแม่ลูกอ่อน #อินซูลิน #เบาหวาน #เภสัชกร