นาคามี ดูแล รักษา ไทรอยด์ด้วยวิถีบำบัดสารกัดธรรมชาติ

นาคามี ดูแล รักษา ไทรอยด์ด้วยวิถีบำบัดสารกัดธรรมชาติ วิตามินเพื่อสุขภาพ

เป็นไทรอยด์ อย่าปล่อยไว้รีบดูแลก่อนสายเกินแก้ค่ะ
25/02/2019

เป็นไทรอยด์ อย่าปล่อยไว้รีบดูแลก่อนสายเกินแก้ค่ะ

โลดแล่นอยู่ในวงการมานานพอสมควร สำหรับ นักแสดงมากฝีมือ อย่าง ต่อง สาวิตรี ที่ล่าสุดเจ้าตัวมาเปิดใจเรื่องร...

อาการไทรอยด์เป็นพิษ ปล่อยไว้ยิ่งแย่ต่อสุขภาพ!!!
12/01/2019

อาการไทรอยด์เป็นพิษ ปล่อยไว้ยิ่งแย่ต่อสุขภาพ!!!

24/04/2018

มะเร็งตับ หนึ่งในมะเร็งที่คร่าชีวิตคนไทยมากมาย โดยที่ส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่าเป็น

24/04/2018

กาแฟสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งตับได้มากถึง 40%

ต่อมไทรอยด์อักเสบเป็นการอักเสบของต่อมไทรอยด์ แบ่งเป็น 3 ชนิด ได้แก่ ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดเฉียบพลัน ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิด...
07/04/2018

ต่อมไทรอยด์อักเสบ
เป็นการอักเสบของต่อมไทรอยด์ แบ่งเป็น 3 ชนิด ได้แก่ ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดเฉียบพลัน ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดกึ่งเฉียบพลัน และต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดเรื้อรัง

สาเหตุ ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดเฉียบพลัน เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ได้แก่ Streptococcus pyogenes, Staphylococcus aureus และ Pneumococcus pneumonia ส่วนใหญ่พบในเพศหญิงอายุ 20-40 ปี ปัจจัยชักนำเกิดจากต่อมไทรอยด์มีความผิดปกติ

ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดกึ่งเฉียบพลัน เกิดจากปัจจัยชักนำและตามด้วยมีการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ บางรายเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมพบในหญิงอายุ 40-50 ปี

ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดเรื้อรัง พบมากที่สุด ใน 3 ชนิด พบในหญิงมากกว่าเพศชาย อายุ 40-50 ปี เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยและจากกรรมพันธุ์

พยาธิสรีรภาพ ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดเฉียบพลัน มักเป็นกับต่อมไทรอยด์ข้างเดียว มีการทำลายฟอลลิเคิล เซลล์มี infiltration และมีคอลลอยด์ลดลง ทำให้มีการอักเสบ

ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดกึ่งเฉียบพลัน แบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 ผู้ป่วยจะมีอาการนำเหมือนมีการติดเชื้อไวรัส มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว คอโตและกดเจ็บเนื่องจากต่อมไทรอยด์มีขนาดโตขึ้น 2-3 เท่าของขนาดปกติ ระยะที่ 2 ต่อมไทรอยด์ทำงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ระยะที่ 3 เป็นระยะฟื้นตัว ซึ่งเริ่มเดือนที่ 2 ถึง 3 หลังเกิดอาการ

ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดเรื้อรัง มักมีอาการ คือ ต่อมไทรอยด์มีขนาดโตขึ้น แต่สร้างฮอร์โมนได้น้อยลง เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลายเซลล์ของต่อมไทรอยด์ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการของภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติ หากต่อมไทรอยด์ไม่ถูกทำลายผู้ป่วยจะกลับไปสู่ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานปกติได้

อาการ – ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดเฉียบพลัน มักเกิดอาการขึ้นทันทีทันใด มักเป็นข้างเดียว ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บบริเวณคอด้านหน้าไปที่หูและคางของด้านที่เจ็บ มีไข้ เหงื่อออกมาก

- ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดกึ่งเฉียบพลัน อาจมีอาการเจ็บบริเวณด้านหน้าและลามไปด้านข้างของคอ มักเกิดหลังจากการติดเชื้อทางเดินหายใจหรือติดเชื้อไวรัส อาจมีอาการปวดกล้ามเนื้อ มีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย เจ็บคอ

- ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดเรื้อรัง ไม่มีอาการเจ็บบริเวรต่อมไทรอยด์ ต่อมไทรอยด์โตไม่เท่ากันทั้งสองข้าง จะมีอาการเนื่องจากต่อมไปกดอวัยวะใกล้เคียง ได้แก่ กลืนลำบาก การหายใจถูกกด ส่วนใหญ่ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ผู้ป่วยจะมีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติ ประมาณร้อยละ 20 และมีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากกว่าปกติร้อยละ 5

การวินิจฉัยโรค เจาะเลือดระดับฮอร์โมน T3, FT4, 131I uptake, TSH, ESR และ Thyroid antibodies โดยมีผลการตรวจ ดังนี้

- ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดเฉียบพลัน พบว่าต่อมไทรอยด์ทำงานปกติ

- ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดกึ่งเฉียบพลัน พบว่า ต่อมไทรอยด์ทำงานมากกว่าปกติ 131I uptake, T3, T4 สูงขึ้น และพบว่า Thyroid antibodies ให้ผลบวก

- ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดเรื้อรัง จะพบ Thyroid antibodies ให้ผลบวก ฮอร์โมนที่บ่งชี้ถึงหน้าที่ของต่อมไทรอยด์อาจจะต่ำลง หรือปกติ หรือสูงกว่าปกติ

การรักษา การรักษาด้วยยา

- ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดเฉียบพลัน รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ

- ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดกึ่งเฉียบพลัน รักษาแบบประคับประคอง ด้วยยากลุ่ม NSAIDs ร่วมกับให้รับประทานฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์ เช่น เพรดนิโซโลน เป็นต้น ให้ยากลุ่ม Beta-adrenergic blocking agents บางรายต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดเฉียบพลันที่รักษาด้วยยาแล้วไม่ได้ผลต้องรักษาโดยการตัดเอาเนื้อเยื่อบริเวรต่อมไทรอยด์ที่อักเสบออก

- ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดเรื้อรัง ตัดชิ้นเนื้อผ่านทางเข็ม (Fine-needle biopsy) เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งหรือไม่

การพยาบาล สอนผู้ป่วยเกี่ยวกับการรับประทานยาและการเตรียมตัวผ่าตัด แนะนำการปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด และก่อนกลับบ้านเกี่ยวกับเรื่องการรับประทานยา และการตรวจตามนัด

โรคไทรอยด์ ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ที่อย่ามองข้าม ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมไร้ท่อขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย แต่หลายคนก็ไม่รู้ว่า...
07/04/2018

โรคไทรอยด์ ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ที่อย่ามองข้าม
ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมไร้ท่อขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย แต่หลายคนก็ไม่รู้ว่าต่อมไทรอยด์ทำหน้าที่อะไร รวมถึงความสำคัญของอวัยวะส่วนนี้ ทั้ง ๆ ที่ต่อมไทรอยด์ก็มีอิทธิพลกับสุขภาพของเรามากพอสมควร

ถ้าไม่เกิดความผิดปกติขึ้นกับร่างกาย ก็เชื่อว่าเราแทบจะทุกคนคงไม่นึกถึงอวัยวะที่อยู่ข้างในร่างกายของตัวเอง อย่างต่อมไทรอยด์นี่ก็เหมือนกัน ที่หลายคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต่อมไร้ท่อต่อมนี้อยู่ส่วนไหนของร่างกาย ดังนั้นเพื่อความกระจ่างแจ้งในร่างกายของเราเอง วันนี้มาทำความรู้จักต่อมไทรอยด์แบบเจาะลึกกันค่ะ

ต่อมไทรอยด์คืออะไร

ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมไร้ท่อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย มีลักษณะคล้ายผีเสื้อ ต่อมไทรอยด์จะอยู่บริเวณส่วนหน้าของลำคอ ใต้ลูกกระเดือกลงมาราว ๆ 1-2 เซนติเมตร

โรคไทรอยด์
ต่อมไทรอยด์ทำหน้าที่อะไร

หน้าที่ของต่อมไทรอยด์คือสร้างฮอร์โมน โดยอาศัยไอโอดีนจากอาหารที่กินเข้าไปเป็นวัตถุดิบ และนอกจากสร้างฮอร์โมนแล้ว ต่อมไทรอยด์ยังทำหน้าที่หลั่งไทรอยด์ฮอร์โมนออกมาสู่กระแสเลือด เพื่อควบคุมการเผาผลาญของร่างกาย อุณหภูมิของร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ระดับไขมันในเลือด ควบคุมการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสมอง รวมทั้งอารมณ์และความรู้สึก ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม

นั่นหมายความว่าไอโอดีนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเรามากค่ะ โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์และหญิงที่ให้นมบุตร ถ้าขาดไอโอดีนลูกในครรภ์อาจมีความพิการทางสมอง หรือมีโรคไทรอยด์ติดตัวได้เลย ดังนั้นหากไม่อยากเสี่ยงต่อโรคไทรอยด์ เราก็ควรให้สารไอโอดีนกับร่างกายของเราอย่างเพียงพอ โดยผู้ใหญ่ควรได้รับไอโอดีน 150 ไมโครกรัมต่อวัน สำหรับหญิงมีครรภ์ควรได้รับไอโอดีน 175 ไมโครกรัมต่อวัน หญิงให้นมบุตรควรได้รับไอโอดีน 200 ไมโครกรัมต่อวัน เด็กแรกเกิด-6 เดือนควรได้รับไอโอดีน 40 ไมโครกรัมต่อวัน เด็กอายุ 6 เดือน-6 ปี ควรได้รับไอโอดีน 50-90 ไมโครกรัมต่อวัน และเด็กวัยเรียนควรได้รับไอโอดีน 120 ไมโครกรัมต่อวัน

ทั้งนี้เราสามารถเติมสารไอโอดีนให้ร่างกายได้จากอาหารหากินง่ายที่คุ้นเคย ยกตัวอย่างอาหารที่มีไอโอดีนสูงก็อย่างเช่น สาหร่ายทะเล (100 กรัม) มีไอโอดีน 200 ไมโครกรัม, ปลาทะเล (100 กรัม) มีไอโอดีน 50 ไมโครกรัม, เกลือเสริมไอโอดีนคุณภาพดี 1 ช้อนชา (5 กรัม) มีไอโอดีน 150-200 กรัม หรือจะเป็นอาหารทะเล น้ำปลาเสริมไอโอดีน ซีอิ๊วขาวเสริมไอโอดีน บะหมี่เสริมไอโอดีน ไข่สดเสริมไอโอดีน เหล่านี้ก็มีปริมาณสารไอโอดีนอยู่พอสมควรเช่นกันค่ะ

โรคไทรอยด์

ถ้าต่อมไทรอยด์ผิดปกติ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

หากต่อมไทรอยด์ไม่สามารถควบคุมการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติได้ ร่างกายก็จะเกิดความผิดปกติขึ้น เช่น คอพอก คอพอกเป็นพิษ เนื้องอกของต่อมไทรอยด์ ต่อมไทรอยด์อักเสบ และมะเร็งต่อมไทรอยด์ เป็นต้น

ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ สาเหตุมาจากอะไร

ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่มักจะพบว่ามีสาเหตุมาจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน ที่กระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์หลั่งฮอร์โมนมากเกินหรือน้อยเกินไป ก่อให้เกิดความผิดปกติต่อร่างกายในเวลาต่อมา ซึ่งภาวะความผิดปกติของต่อมไทรอยด์จะพบในเพศหญิงบ่อยกว่าเพศชาย และพบว่าผู้ป่วยบางรายมีญาติพี่น้องเป็นต่อมไทรอยด์ผิดปกติด้วยเช่นกัน

โรคไทรอยด์

ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์มีอะไรบ้าง

1. ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย (ไฮโปไทรอยด์)

ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติ (hypothyroidism) เป็นภาวะความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ที่พบได้บ่อย โดยเป็นภาวะขาดฮอร์โมนต่อมไทรอยด์อันเนื่องมาจากการทำงานของไทรอยด์ต่ำ หรือไม่มีต่อมไทรอยด์ สาเหตุอาจเกิดจากไทรอยด์อักเสบแบบ Hashimoto’s thyroiditis ซึ่งเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง (autoimmune disorder) ชนิดหนึ่ง ซึ่งในตอนแรกจะกระตุ้นต่อมไทรอยด์ให้ทำงานมากกว่าปกติ แล้วจากนั้นก็จะทำงานต่ำลงกว่าปกติเพราะต่อมถูกทำลาย เป็นผลให้ฮอร์โมนต่อมไทรอยด์ถูกผลิตขึ้นมาไม่เพียงพอ หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น เป็นผลแทรกซ้อนจากการรักษาโรคคอพอกเป็นพิษ, การฉายรังสีรักษาโรคมะเร็งที่บริเวณคอ หรือถ้าในเด็กเล็กอาจเกิดจากภาวะขาดไอโอดีนในแม่ระหว่างตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ทำให้ต่อมไทรอยด์เจริญไม่ได้เต็มที่

โรคไทรอยด์

2. ไทรอยด์ทำงานมากผิดปกติ (hyperthyroidism)

อาจเรียกว่า ไทรอยด์เป็นพิษ เกิดจากความผิดปกติที่ทำให้เนื้อเยื่อไทรอยด์ทำงานมากผิดปกติ ทำให้มีการสร้างฮอร์โมนของต่อมไทรอยด์ขึ้นมามาก และทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติไปด้วย โรคนี้มีคนเป็นน้อยกว่าไทรอยด์ทำงานต่ำกว่าปกติ แต่ก็สร้างปัญหาได้พอ ๆ กัน เพราะเป็นสาเหตุทำให้เกิดหัวใจล้มเหลวแบบเลือดคั่ง (congestive heart failure),โรคกระดูกพรุน และเกิดภาวะเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานเต็มขั้น และมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคคอพอกตาโปน (Graves’disease) อีกด้วย

3. ต่อมไทรอยด์อักเสบ (Hashimoto)

ต่อมไทรอยด์อักเสบ สามารถแบ่งออกได้หลายชนิด ซึ่งมีสาเหตุและอาการที่แตกต่างกัน แต่ที่พบได้บ่อยคือ

- ต่อมไทรอยด์อักเสบจากเชื้อไวรัส ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสได้หลายชนิด (รวมทั้งเชื้อไวรัสคางทูม) มักพบในคนอายุ 20-40 ปี และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

- ต่อมไทรอยด์อักเสบเรื้อรังจากออโตอิมมูน (Autoimmune thyroiditis/

Hashimoto's thyroiditis) เกิดจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่อตัวเอง คือแทนที่ร่างกายจะต่อสู้กับเชื้อโรค กลับมากระตุ้นต่อมไทรอยด์แทน ทำให้ไทรอยด์ทำงานมากเกินปกติ โดยภาวะนี้พบมากในผู้หญิงทุกวัย และอาจพบว่าผู้ป่วยมีประวัติว่าพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคนี้ด้วย

- ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งพบได้น้อยมาก และมักพบในผู้หญิงวัยกลางคนมากกว่าผู้ชาย

4. เนื้องอกที่ต่อมไทรอยด์

การสังเกตเห็นหรือคลำได้ก้อนโตที่ต่อมไทรอยด์เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยพอสมควร ประมาณร้อยละ 5 ของประชากรทั่วไป โดยมักพบในสุภาพสตรีวัยกลางคนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเนื้องอกที่ต่อมไทรอยด์มีทั้งชนิดที่ไม่เป็นพิษและชนิดที่เป็นพิษ และอาจเกิดได้จากสาเหตุที่ต่างกัน โดยอาจเกิดจากเนื้อไทรอยด์โตผิดรูปโดยไม่ทราบสาเหตุ เกิดจากการอักเสบของต่อมไทรอยด์ เกิดจากเนื้องอกต่อมไทรอยด์ชนิดไม่ร้ายแรง หรืออาจเกิดจากมะเร็งต่อมไทรอยด์ซึ่งจริง ๆ แล้วพบได้น้อยมาก เพียงร้อยละ 5 โดยประมาณ

โรคไทรอยด์

5. คอพอก

อาการคอพอกก็เป็นหนึ่งในความผิดปกติของต่อมไทรอยด์เช่นกันค่ะ โดยคอพอกแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือคอพอกชนิดไม่เป็นพิษ กับคอพอกชนิดเป็นพิษ ซึ่งสาเหตุของโรคคอพอกไม่เป็นพิษหลัก ๆ ก็เกิดจากการขาดไอโอดีน โดยเฉพาะในเด็กทารกที่แม่ไม่ได้รับสารไอโอดีนเพียงพอ ทารกในครรภ์ก็อาจเป็นโรคคอพอกได้สูง แต่สำหรับผู้ใหญ่จะมีอาการแสดงออกถึงการขาดไทรอยด์ฮอร์โมน ได้แก่ การเป็นคนเชื่องช้า เซื่องซึม ขี้หนาว พูดช้า เสียงแหบ ผิวแห้ง ผมแห้งหยาบ และร่วงง่าย ท้องผูก อ้วนขึ้น โดยที่อาจไม่พบว่าต่อมไทรอยด์โตกว่าปกติด้วยซ้ำ

ส่วนโรคคอพอกเป็นพิษมักเกิดจากภาวะที่ต่อมไทรอยด์มีการทำงานมากเกินไป เกิดการสร้างฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์มากผิดปกติ ทำให้การทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายผิดปกติตามไปด้วย อาการที่พบคือ ใจสั่น หงุดหงิด ขี้ร้อน เหงื่อออกง่าย กินจุแต่น้ำหนักไม่เพิ่มหรือกลับผมลง บางคนมีผิวค่อนข้างชื้น บางคนมีอาการท้องเสีย ส่วนบางคนก็ตาโปนออก

6. มะเร็งต่อมไทรอยด์

มะเร็งต่อมไทรอยด์เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเซลล์ในต่อมไทรอยด์ให้กลายเป็นเนื้อร้าย เริ่มจากการคลำเจอก้อนบริเวณต่อมไทรอยด์ (ด้านหน้าลำคอ) เป็นอันดับแรก ก้อนนี้เคลื่อนขึ้น-ลงได้เมื่อกลืนน้ำลาย ต่อมาก้อนนั้นจะโตขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งหมายถึงเซลล์มะเร็งได้แพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองแล้ว หรือหากรักษาไม่ทันอาจลามไปเกิดก้อนตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้

ทว่าจริง ๆ แล้วมะเร็งต่อมไทรอยด์ก็ไม่ได้น่ากลัวเหมือนมะเร็งชนิดอื่น ๆ ที่ถึงตายค่ะ เพราะมะเร็งต่อมไทรอยด์สามารถรักษาให้หายขาดได้ ไม่มีอาการเจ็บปวดเท่าไร ที่สำคัญยังเป็นมะเร็งที่คนเรามักจะสังเกตได้ง่าย จากก้อนที่โตจนคลำได้บริเวณคอนั่นเอง ดังนั้นการตรวจหาสาเหตุและพบว่าเป็นมะเร็งจนนำไปสู่การรักษาจึงค่อนข้างทำได้อย่างทันท่วงที

โรคไทรอยด์

อาการต่อมไทรอยด์ผิดปกติ

อาการต่อมไทรอยด์ผิดปกติมีความแตกต่างกันแล้วแต่กรณี แต่หลัก ๆ แล้วเราสามารถสังเกตอาการต่อมไทรอยด์ผิดปกติได้ดังนี้

- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น เนื่องจากหัวใจถูกกระตุ้นให้ทำงานหนัก

- เหงื่อออกง่าย อันเนื่องมาจากระบบเผาผลาญและการใช้พลังงานถูกกระตุ้น

- นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย

- ท้องเสียง่าย จากการที่ทางเดินอาหารถูกกระตุ้นให้ทำงานมากขึ้น

- ตาโปนกว่าปกติ โดยเนื้อเยื่อหลังนัยน์ตาขยายขนาดขึ้นจากภาวะไทรอยด์เป็นพิษ

- ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีทั้งประจำเดือนขาด หรือมาไม่ตรง มาแบบกะปริบกะปรอย

- กล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน พบในรายที่ไทรอยด์เป็นพิษแล้วเกิดเกลือแร่โพแทสเซียมต่ำอย่างเฉียบพลัน ทำให้เกิดอาการคล้ายอัมพาต ขยับแขน ขา และลำตัวไม่ได้

- คลำเจอก้อนโตบริเวณลำคอด้านหน้า สามารถขยับเคลื่อนขึ้น-ลงได้ เวลากลืนน้ำลาย

- อารมณ์หดหู่, สมาธิไม่ดี

- เส้นผมและขนผิวหนังร่วง (โดยเฉพาะหางคิ้ว) ผิวแห้ง

- เจ็บตามข้อ บวมน้ำ (โดยเฉพาะที่มือและเท้า)

- เสียงแหบ

- หนาวง่าย

- ความดันโลหิตสูง

ทั้งนี้สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก 19 สัญญาณอาการไทรอยด์ นอนไม่หลับบ่อย เพลียตลอดเวลา หรือว่าป่วย ? แต่อย่างไรก็ดี หากพบว่ามีสัญญาณความผิดปกติของร่างกายดังข้างต้น ก็ควรเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์ เพื่อหาสาเหตุของความผิดปกตินั้นโดยเร็วที่สุดนะคะ

โรคไทรอยด์

การรักษาไทรอยด์ผิดปกติ

การรักษาหลัก ๆ มีอยู่ 3 วิธี ได้แก่

1. การรับประทานยา

ในกรณีนี้แล้วแต่อาการของผู้ป่วย หากมีภาวะไทรอยด์ทำงานเกิน แพทย์อาจสั่งยาระงับการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ให้ แต่หากผู้ป่วยมีภาวะไทรอยด์ทำงานน้อย เคสนี้ก็ต้องให้ยาเพิ่มฮอร์โมนไทรอยด์กับผู้ป่วย รวมไปถึงการให้ยาเพื่อรักษาอาการข้างเคียงอื่น ๆ ร่วมด้วย

2. รักษาด้วยน้ำแร่รังสีไอโอดีน

สำหรับผู้ป่วยภาวะไทรอยด์ทำงานเกิน แพทย์อาจให้ผู้ป่วยกินสารไอโอดีนชนิดปล่อยกัมมันตภาพรังสีออกมา เพื่อไปทำลายต่อมไทรอยด์ แต่ทั้งนี้อาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้ เช่น ผู้ป่วยอาจตกอยู่ในภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำกว่าปกติ ซึ่งก็ต้องให้ยาเพิ่มฮอร์โมนไทรอยด์กับผู้ป่วยร่วมด้วย

3. การผ่าตัด

ในกรณีที่มีข้อห้ามในการกินยาหรือใช้สารรังสี รวมถึงกรณีที่ต่อมไทรอยด์มีความเสี่ยงของการเป็นมะเร็ง แพทย์อาจจะแนะนำวิธีการรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งข้อดีก็คือ สามารถได้ชิ้นเนื้อออกมา เป็นการถอนรากถอนโคน แต่ข้อเสียคือมีโอกาสที่จะผ่าตัดถูกเส้นประสาทที่ควบคุมเส้นเสียง และอาจผ่าตัดถูกต่อมพาราไทรอยด์ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระดับแคลเซียมในเลือดที่อยู่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นหลังการผ่าตัดอาจจะต้องกินยาฮอร์โมนไทรอยด์เสริม และในกรณีที่ผ่าตัดถูกต่อมพาราไทรอยด์ อาจจะต้องกินแคลเซียมเสริมเพิ่มเติม

ทั้งนี้การรักษาผู้ป่วยโรคไทรอยด์ ทีมแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยจะเป็นผู้พิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายไป ดังนั้นผู้ป่วยจึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น อย่าพยายามรักษาโรคด้วยตัวเองเด็ดขาดนะคะ

โรคไทรอยด์

การดูแลตัวเองของผู้ป่วยโรคไทรอยด์

- เลี่ยงรับประทานไขมันชนิดไม่ดี

หลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัว และไขมันทรานส์ ให้รับประทานอาหารที่อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น ปลาแซลม่อน, ปลาแมคเคอเรล, ปลาซาร์ดีน, วอลนัท, เมล็ดแฟลกซ์ และน้ำมันเพื่อสุขภาพ (น้ำมันมะพร้าว, น้ำมันมะกอกชนิดเอ็กตร้าเวอร์จิน, น้ำมันจากเมล็ดองุ่น, น้ำมันสกัดจากอะโวคาโด) เพื่อปรับสภาพอารมณ์ ระบบเผาผลาญ และปกป้องหัวใจ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนได้รับผลกระทบจากการทำงานที่ปกติของต่อมไทรอยด์

- รับประทานอาหารบำรุงไทรอยด์

ไม่ว่าจะยังไม่ป่วยหรือกำลังรักษาโรคไทรอยด์ ก็อยากแนะนำให้กินอาหารบำรุงต่อมไทรอยด์ตามนี้เอาไว้ เพื่อให้ต่อมไทรอยด์ของเราแข็งแรง และเพื่อช่วยให้การรักษาไทรอยด์เป็นไปด้วยดีมากขึ้น

- อ่อนเพลียบ่อยอาจเพราะไทรอยด์ผิดปกติ รีบบำรุงด้วย 7 อาหารนี้ด่วน

- งดสูบบุหรี่

ควรงดสูบบุหรี่ เนื่องจากอาจจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการทางตา เช่น ตาโปนเพิ่มมากขึ้น

- ไม่ดื่มแอลกอฮอล์

เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ

- งดการออกกำลังกายหนัก ๆ

โดยเฉพาะช่วงแรกของการรักษา เพราะผู้ป่วยอาจยังอ่อนแรงและทำให้อาการทรุดลงได้

โรคไทรอยด์

- หมั่นสังเกตอาการตัวเอง

ผู้ป่วยที่รักษาด้วยยาต้านไทรอยด์ อาจมีอาการไข้สูง เจ็บคอมาก ควรพบแพทย์ เพราะความผิดปกติเหล่านี้อาจเกิดจากเม็ดเลือดขาวในร่างกายต่ำ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงของยาที่พบได้ไม่บ่อยนัก หรืออาจพบผลข้างเคียงอื่น ๆ ของยา เช่น ตับอักเสบ ผื่นขึ้น หรือปวดข้อ ซึ่งควรต้องแจ้งให้แพทย์ผู้ทำการรักษาทราบโดยด่วน

- ตรวจเลือดปีละครั้ง

โดยเฉพาะผู้ป่วยที่รักษาไทรอยด์ด้วยการผ่าตัด เมื่อไทรอยด์เป็นพิษหายขาดแล้ว ควรได้รับการตรวจเลือดประมาณปีละครั้ง เพื่อเช็กภาวะไทรอยด์ผิดปกติให้แน่ใจ

- ควรวางแผนครอบครัวก่อนมีบุตร

หากอยู่ในช่วงรักษาไทรอยด์ด้วยรังสีไอโอดีน เคสนี้ควรหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรด้วยนะคะ ดังนั้นวิธีป้องกันตัวเองและลูกในครรภ์ที่ดีที่สุดคือการวางแผนครอบครัว ตรวจสุขภาพ เช็กความพร้อมก่อนมีบุตรโดยทีมกุมารแพทย์ให้แน่ใจเสียก่อน

จริง ๆ แล้วการป้องกันโรคไทรอยด์ผิดปกติสามารถทำได้ตั้งแต่ในครรภ์ กล่าวคือการที่คุณแม่ตั้งครรภ์รับประทานอาหารที่มีไอโอดีนอย่างเพียงพอ ซึ่งจะช่วยป้องกันลูกน้อยมีความผิดปกติเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ได้ดีที่สุด ส่วนในผู้ใหญ่ การหมั่นตรวจเช็กสุขภาพของตัวเองอยู่เสมอ และดูแลตัวเองให้ดีในสายเฮลธ์ตี้ ก็จะเป็นวิธีป้องกันโรคภัยให้เราได้มากมายเลยล่ะค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล
ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยมะเร็ง
thailabonline
ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
หน่วยสร้างเสริมสุขภาพ งานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลศรีนครินทร์
คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล

ชื่อว่าทุกคนคงจะต้องรู้จักโรคไทรอยด์กันเป็นอย่างดี ซึ่งเจ้าโรคนี้เกิดจากความผิดปกติของต่­­­อมไทรอยด์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภ...
07/04/2018

ชื่อว่าทุกคนคงจะต้องรู้จักโรคไทรอยด์กันเป็นอย่างดี ซึ่งเจ้าโรคนี้เกิดจากความผิดปกติของต่­­­อมไทรอยด์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่เกิดการขาดฮอร์โมนไทรอยด์ในร่างกาย (ไฮโปไทรอยด์) กับ ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (ไฮเปอร์ไทรอยด์) ซึ่งวิธีการรักษาก็จำเป็นต้องใช้ยาในการรักษาติดต่อกันเป็นเวลา­­­นาน
1. ไอโอดีน
ไอโอดีนเป็นสารอาหารสำคัญในระบบการทำงานของต่อมไทรอยด์ เพราะช่วยให้ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนต่าง ๆ ได้ โดยอาหารที่มีไอโอดีนก็ได้แก่ อาหารทะเลจำพวก ปลา หอยกาบ กุ้ง หอยนางรม ไข่ กระเทียม เห็ด และเมล็ดงา เป็นต้น ดังนั้นในผู้ป่วยที่เป็นไฮโปไทรอยด์ หรือไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติจึงควรทานอาหารที่มีไอโอดีนเสริมเข้าไป
2. ธาตุซีลีเนียม
ซีลีเนียมเป็นสารอาหารที่ช่วยในการทำงานของต่อมไทรอยด์ที่สำคัญ­­­อีกชนิดหนึ่ง โดยสารชนิดนี้จะเข้าไปป้องกันต่อมไทรอยด์จากความเ­­ค­รียด และยังช่วยสร้างโปรตีนที่ใช้ในการควบคุมการสังเคราะห์ของฮอร์โม­­­นในร่างกาย ควบคุมระบบการเผาผลาญและคอยรักษาระดับของฮอร์โมนไทรอยด์ในร่างก­­­ายอีกด้วย โดยอาหารที่มีซีลีเนียมได้แก่ ปลาทูน่า เห็ด เนื้อวัว เมล็ดทานตะวัน เครื่องในสัตว์ และถั่วเหลืองค่ะ
อ่อนเพลียบ่อยอาจเพราะไทรอยด์ผิดปกติ รีบบำรุงด้วย 7 อาหารนี้ด่วน
3. สังกะสี
สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่มีความเกี่ยวโยงโดยตรงกับระดับฮอร์โมนไทร­­­อยด์ เพราะโรคไทรอยด์ทั้ง 2 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นชนิดไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) หรือ ไฮเปอร์ไทรอยด์ (hyperthyroidism) ต่างก็มีสาเหตุมาจากการขาดสังกะสีด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นผู้ป่วยจึงควรรับประทานอาหารที่มีสังกะสีให้มากขึ้นแต่ก็คว­­­รจะอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะกับร่างกาย
ทั้งนี้ยังควรปรึกษาแพทย์ถึงปริมาณของสังกะสีที่สามารถรับประทา­­­นได้ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับโรคไทรอยด์ค่ะ โดยอาหารที่มีสังกะสีก็ได้แก่ เนื้อวัว หอยนางรม ปลาซาร์ดีน ถั่วเหลือง ถั่ววอลนัท เมล็ดทานตะวัน ถั่วพีแคน เมล็ดอัลมอนด์ ถั่วเหลืองผ่าซีก ขิง ธัญพืชต่าง ๆ และน้ำเชื่อมเมเปิลค่ะ
4. ทองแดง
การขาดธาตุทองแดงสำหรับผู้ที่ป่วยด้วยโรคไทรอยด์ ไม่ว่าจะเป็นแบบภาวะขาดฮอร์โมนไทรอยด์ หรือผู้ป่วยที่เป็นไทรอยด์เป็นพิษ ถือเป็นการเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและคอเลสเตอรอลมากขึ้น เนื่องจากร่างกายจะไม่สามารถผลิตฮอร์โมนไทรอยด์เพื่อใช้ในร่างก­ายได้อย่างเต็มที่
ทองแดงมีความจำเป็นต่อการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือควรรับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุทองแดงอ­­­ย่างเพียงพอ ซึ่งก็มีอยู่ในอาหารอย่างเช่น เนื้อปู หอยนางรม กุ้งล็อบสเตอร์ ถั่วเปลือกแข็ง เนื้อวัว เมล็ดทานตะวัน ถั่วขาว ถั่วลูกไก่ ถั่วเหลือง เห็ดชิทาเกะ ข้าวบาร์เลย์ มะเขือเทศ และดาร์กช็อกโกแลต
อ่อนเพลียบ่อยอาจเพราะไทรอยด์ผิดปกติ รีบบำรุงด้วย 7 อาหารนี้ด่วน
5. ธาตุเหล็ก
หากขาดธาตุเหล็กก็จะทำให้ความสามารถในการทำงานของต่อมไทรอยด์ลดลง ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากที่จะต้องบริโภคอาหารที่มี­­­ธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ อาหารที่มีธาตุเหล็กสูงได้แก่ เครื่องในสัตว์ หอยนางรม หอยกาบ ผักโขม ถั่วเลนทิล ถั่วเหลือง ถั่วขาว และเมล็ดฟักทอง
6. วิตามินบี
วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 6 เป็นวิตามินชนิดที่จำเป็นต่อร่างกายโดยเฉพาะกับระบบการทำงานของ­­­ต่อมไทรอยด์ วิตามินบีทั้ง 3 ชนิดนี้มีหน้ามีสำคัญในการช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมน T4 ซึ่งเป็นหนึ่งในฮอร์โมนไทรอยด์ในร่างกาย ซึ่งวิตามินบีเหล่านี้มักจะมีอยู่ในอาหารอย่างเช่น ไข่แดง เครื่องในสัตว์ ปลา ธัญพืชชนิดต่าง ๆ ถั่วลันเตา นม เห็ด และเมล็ดอัลมอนด์
อ่อนเพลียบ่อยอาจเพราะไทรอยด์ผิดปกติ รีบบำรุงด้วย 7 อาหารนี้ด่วน
7. สารต้านอนุมูลอิสระ
สารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี มีหน้าที่ช่วยให้ต่อมไทรอยด์ต่อสู้กับภาวะการถูกทำลายด้วย­สารอนุมูลอิสระ และป้องกันการเสื่อมสภาพก่อนวัยของต่อมไทรอยด์ ซึ่งอาหารโดยทั่วไปก็มักจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ในอาหารที่มีสูงก็ได้แก่ องุ่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี ถั่วเปลือกแข็ง ธัญพืชชนิดต่าง ๆ ชาเขียว เป็นต้น
ปรึกษาปัญหาไทรอยด์ โทร.062-563-9994

01/04/2018

ที่อยู่

Min Buri
10510

เบอร์โทรศัพท์

0986914462

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ นาคามี ดูแล รักษา ไทรอยด์ด้วยวิถีบำบัดสารกัดธรรมชาติผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram