29/05/2026
ดูก่อน
🕒 เคลียร์ตู้เย็นด่วน! BBF กับ EXP ต่างกันอย่างไร? เลยกำหนดแล้วยังกินได้ไหม?
เคยเป็นไหม? เปิดตู้เย็นมาเจอช็อกโกแลต นม หรืออาหารแห้งที่ซื้อตุนไว้จนลืม พอหันไปมองวันที่บนฉลาก... อ้าว! เลยกำหนดมาแล้ว ใจหนึ่งก็กลัวท้องเสีย แต่อีกใจก็เสียดายเงิน ไม่อยากทิ้งให้กลายเป็นขยะอาหาร (Food Waste) ไปเสียเปล่าๆ
จุดนี้แหละที่ทำเอาหลายคนสับสน เพราะบนฉลากอาหารมีคำย่อภาษาอังกฤษอยู่ 2 ตัวหลักๆ คือ EXP และ BBF ซึ่งในทางกฎหมายและวิทยาศาสตร์อาหาร ทั้งสองคำนี้มีความหมายและระดับความปลอดภัยที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
🍾 มาทำความเข้าใจกันแบบง่ายๆ จะได้ช่วยเซฟทั้งเงินในกระเป๋า และเซฟสุขภาพร่างกายไปพร้อมกัน!
⚖️ เปิดกฎหมายแยกความต่าง: EXP vs BBF
❌EXP / EXP.Date (Expiry Date / หมดอายุ): คำนี้คือ "วันบอกลา" ของอาหาร! กฎหมายระบุว่าเป็นวันที่อาหารนั้นหมดอายุ หลังจากวันกำหนดนี้ ห้ามรับประทานเด็ดขาด เพราะคุณค่าทางอาหารจะเปลี่ยนไป สภาพเสื่อมลง หรือมีเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคเจริญเติบโตจนเป็นอันตรายต่อร่างกาย มักพบในอาหารประเภท นมพาสเจอร์ไรส์ แซนด์วิช อาหารพร้อมทาน หรือเนื้อสัตว์สด 🤷
⭕️BB / BBF (Best Before / ควรบริโภคก่อน): คำนี้คือการบอกช่วงเวลาที่ "อร่อยที่สุด" กฎหมายระบุว่าเป็นวันที่อาหารนั้นจะยังคงคุณภาพดีเยี่ยม รสชาติ กลิ่น และสีสันยังเป๊ะ 100% แต่หลังจากวันกำหนดนี้ไป อาหาร "ยังกินได้ ไม่ได้บูดเสียทันที" เพียงแต่ความอร่อยอาจจะลดลง เช่น ขนมปังกรอบอาจจะเหนียวขึ้น ช็อกโกแลตอาจสีซีดลง หรือแยมอาจมีน้ำเชื่อมเยิ้มบ้าง มักพบในอาหารแห้ง ขนมขบเคี้ยว หรืออาหารที่มีน้ำตาลหรือเกลือสูง ซอส น้ำปลา 👩🍳
🔎 เสียดาย...แต่อยากชัวร์! วิธีตรวจดูสภาพอาหารที่เลยวัน BBF มาแล้ว หากเปิดตู้เย็นไปเจออาหารที่เพิ่งเลยวัน BBF (ควรบริโภคก่อน) มาหมาดๆ แล้วยังไม่ได้กิน ถ้าไม่อยากทิ้งให้เสียของ เราสามารถสวมบทบาทเป็นนักสืบอาหารเพื่อตรวจเช็กความปลอดภัยง่ายๆ ด้วย หลัก 3 ส (ส่อง - สูด - สัมผัส) ดังนี้:
1. ส่อง (ตรวจดูด้วยสายตา) ดูบรรจุภัณฑ์ก่อน: ซองฉีกขาดไหม? ฝาปิดสนิทอยู่ไหม? ตัวกล่องหรือขวดพลาสติกมีรอยร้าวรอยรั่วตรงไหนหรือเปล่า ดูเนื้ออาหารด้านใน: มีราขึ้นไหม? สีเปลี่ยนไปจากเดิมจนน่ากลัวหรือเปล่า? หรือมียางเหนียวๆ เยิ้มออกมาไหม?
2. สูด (ดมกลิ่น) กลิ่นคือตัวชี้วัดคุณภาพที่ซื่อสัตย์ที่สุด ลองดมดูว่ามีกลิ่นเปรี้ยว กลิ่นหืน กลิ่นเน่า หรือกลิ่นเหม็นอับแปลกๆ ที่ไม่ควรมีในอาหารชนิดนั้นไหม หากกลิ่นเปลี่ยนไปจากเดิม แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ไม่ควรเสี่ยง
3. สัมผัส (เช็กเนื้อสัมผัสและทดลองชิม) ลองใช้ช้อนตักหรือจับดูว่าเนื้ออาหารแยกชั้น ข้นเหนียวเป็นก้อน หรือเหลวเป็นน้ำผิดปกติจากเดิมไหม
😉หากผ่านขั้นตอน ส่อง และ สูด มาแล้วรู้สึกว่าปกติ ลองแตะเนื้ออาหารชิมที่ปลายลิ้นดูเล็กน้อย ถ้ารู้สึกรสชาติแปลกไป เช่น เปรี้ยวแหลม หรือขมปร่า ให้บ้วนทิ้งทันที
⚠️ สรุปง่ายๆ คือ หากอาหารตัวนั้นประทับตรา EXP หรือเป็น อาหารกระป๋อง ที่หมดอายุแล้ว "ห้ามกินทุกกรณี" ต่อให้สภาพภายนอกดูปกติแค่ไหนก็ตาม ส่วนอาหารทั่วไปที่ประทับตรา BBF หากเลยกำหนดมาไม่นาน และผ่านการตรวจสอบด้วย "หลัก 3 ส" แล้วพบว่าปกติ ก็สามารถนำมารับประทานได้เพื่อช่วยลดขยะอาหาร แต่อย่าเก็บไว้นานจนเกินไปนะ
😋อีกเรื่องที่สำคัญ คือ เราต้องเก็บอาหารนั้นอย่างถูกวิธีด้วย อันไหนให้แช่เย็น ต้องใส่ตู้เย็น อันไหนให้เก็บที่แห้ง พ้นแสงแดด จะเอาไปวางข้างหน้าต่างตากลม ตากฝน ก็ไม่ควร ยิ่งอาหารที่เปิดกินแล้วยังไม่หมด เก็บให้ดีอย่าให้เป็นเหยื่อล่อมด แมลง ต่างๆ ได้ 🐭🐜🪰🪳
📝References :
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 367) พ.ศ. 2557 เรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ - สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
คู่มือแนวทางการลดขยะอาหารและการจัดการอาหารส่วนเกิน - กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ข้อมูลความปลอดภัยด้านอาหาร: ความแตกต่างของวันหมดอายุบนฉลาก - สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
#วันหมดอายุ #ควรบริโภคก่อน #ลดขยะอาหาร #ความปลอดภัยในอาหาร #รู้ทันฉลากอาหาร #ผู้บริโภคต้องรู้ #ฉลาดเลือก